แล้วมีทรายแมวแบบไหนบ้างนะ??

ทรายแมวแบ่งหลักๆได้เป็น 2 แบบ คือแบบที่ไม่จับตัวเป็นก้อนและแบบที่จับตัวเป็นก้อนเวลาขับถ่าย เรามาลองเปรียบเทียบดูว่าทรายแมวแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร

1. ทรายแมว แบบที่ไม่จับตัวเป็นก้อน แบ่งลงไปได้อีก 2 ชนิด

ทรายแมว ชนิดที่ 1 ทำมาจากวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ทราย, ไม้สน, ซังข้าวโพด, ขี้เลื่อย, เปลือกถั่ว เป็นต้น ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ราคาไม่แพง ดูดซับกลิ่นและน้ำได้ดี เมื่อน้องแมวถ่ายลงไป ทรายชนิดนี้จะพองตัวออก แต่เมื่อถึงจะอิ่มตัวของทราย ทรายจะไม่ดูดซับน้ำอีกต่อไปจึงทำให้ปัสสาวะลงไปนอนก้นอยู่ที่กระบะได้ ดังนั้นหากใช้ทรายชนิดนี้ ควรเปลี่ยนทรายทุก 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย

ทรายแมว ชนิดที่ 2 ทำมาจาก Silica Gel มีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นและดูดกลิ่นได้ดีมาก แต่ราคาค่อนข้างสูง ลักษณะจะคล้ายกับทรายแบบที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ คือเมื่อถึงจุดอิ่มตัวที่ Silica Gel จะไม่ดูดซับน้ำอีกต่อไป ปัสสาวะน้องแมวจะนอนก้น และจะสังเกตุยากว่าเมื่อไหร่จะถึงจุดอิ่มตัวทรายชนิดนี้เหมาะกับทาสแมวที่ไม่ชอบและแพ้ฝุ่น

2. ทรายแมว แบบที่จับตัวเป็นก้อน

จะมีส่วนผสมของ Bentonite ซึ่งทำให้ทรายจับตัวเป็นก้อนแข็ง ทำให้ตักทิ้งได้ง่าย ดูดซับน้ำและกลิ่นได้ดี ราคาปานกลาง น้องแมวมักจะชอบเพราะมีสัมผัสที่ละเอียดเหมือนทรายตามธรรมชาติ แต่มีข้อเสียคือจะทำให้เกิดฝุ่น ไม่เหมาะสำหรับทาสแมวที่แพ้ฝุ่น วิธีการดูแลก็ไม่ยาก เพียงแค่ตักทรายแมวที่เป็นก้อนไปทิ้ง แล้วเททรายเติมเข้าไปใหม่โดยไม่ต้องทิ้งทรายทั้งกระบะ ทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋าทาสด้วย แล้วก็ควรทำความสะอาดทุก 4-6 สัปดาห์นะ

ทรายแมว มีเยอะจัง!! แล้วจะเลือกยังไงละเนี่ย??

ถึงแม้จุดประสงค์ที่แท้จริงของทรายแมวคือดูดซับน้ำและกลิ่น แต่หากเจ้าเหมียวไม่ชอบแล้ว ต่อให้ทรายดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นอันดับแรกแนะนำให้เลือกทรายตามความต้องการของแมวก่อน จากนั้นดูว่าทรายที่เค้าชอบนั้นตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่ เช่น ฝุ่นเยอะมั้ย ราคาเหมาะสมมั้ย ดูดกลิ่นได้ดีมั้ย ทำความสะอาดยากมั้ย ฯลฯ

แมวก็อยากเข้าห้องน้ำสะอาดๆเหมือนคนแหละ ยิ่งๆทำความสะอาดบ่อยๆ แมวของคุณก็จะยิ่งสดชื่นและสดใส ถึงเราจะเป็นทาสแมว (โดยเต็มใจ) เค้าก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยเราอยู่ดี ในเมื่อเรารับเอาชีวิตของเค้ามาแล้ว ก็ดูแลให้สุดหัวใจไปเลยนะ