28 ธันวาคม 2552
สุขสันต์วันเกิดนะตัวผม อายุเพิ่มเป็น 19 แล้ว
หนึ่งปีผ่านไปเร็วเหลือเกิน แต่ปีนี้เป็นวันเกิดที่แย่ที่สุดเลย!
วันนี้สอบก็รู้อยู่หรอกว่าสอบ แต่ก็อดโมโหตัวเองไม่ได้ว่าทำไมไม่อดทนอ่านหนังสือให้มากกว่านี้
โดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์และภาษาอังกฤษ ถ้าอ่านมากกว่านี้และถ้าไม่เข้าใจผิด
ป่านนี้คงทำได้ไปแล้ว อา...คิดแล้วเจ็บใจแฮะ โดยเฉพาะอังกฤษอ่านคิดวิเคราะห์
โอ...ตัวผมจะทำอะไรได้เรื่องเหมือนชาวบ้านเขาไหมนะ ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง
วันนี้กลับบ้านด้วยความเหนื่อยสุดชีพเพราะรู้สึกว่าใจมันล่องลอยไปแล้ว
ที่จริงวันนี้ก็ไม่ได้อยากจะคาดหวังอะไรมาก...แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ นั่นแหละ...ปีนี้เงียบเหงามาก แต่ผมก็คิดได้ว่ามันก็แค่วันพิเศษของตัวผมเองเท่านั้นนี่
อย่างน้อยพวกเพื่อนก็ยังไม่ทอดทิ้งผมคนนี้ พวกเขาต่างอวยพรให้
ผมดีใจได้แค่ในใจแต่แสดงออกทางสีหน้าไม่ได้มากกว่านั้น ผมคิดว่าตัวเองเหนื่อยมากเสียงยานคางได้ใจจริงๆ
ลูกเสือโทรมาตอนหกโมงกว่าๆ คุยสังสรรค์เฮฮากันได้พักใหญ่ก็วางสายไป
มีน้องหลายคนทักเอ็มมาอวยพรวันเกิด ผมได้แต่พูดคำว่า “ขอบคุณ” ซ้ำไปซ้ำมา
รอจดหมายตอบจากบางคนซึ่งมีตอบมาบ้างแล้ว ผมค่อยๆ อ่านทีละคน
จดหมายของพระจันทร์ผมเปิดเป็นฉบับแรก แต่อ่านเป็นฉบับสุท้าย ผมกลัวเนื้อในจดหมายนั่น
เลยขอทำใจชั่วครู่ อ่านของคนอื่นๆ ไปก่อน ผมได้แต่ยิ้ม...ยิ้มแบบไม่เต็มที่
น่าจะยิ้มแบบคนที่มีความสุข...แต่วันนี้ผมไม่สุขอย่างที่คิดน่ะสิ
มันรู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก บางอย่างในตัวเหมือนจะระเบิดออกมา น้ำตาไหล...แค่ช่วงสั้นๆ
บางทีก็ไม่น่าจะน้อยใจไม่เข้าท่า ไม่น่าเผลอตัวเองเลย...สติหลุดลอยไปไหนต่อไหนแล้ว
วินาทีแรกนั้นคือ...คิดถึง คนที่ไม่ได้คุยกันนาน รู้สึกถึงคำสัญญาที่ว่าจะทำของขวัญให้สำเร็จ
ฟ้าที่บอกว่าจะถักผ้าพันคอให้ เจี๋ยเจียที่บอกว่าจะซื้อของส่งมาให้ แม่เสือและลูกแมวที่ไม่ได้อยู่ร่วมด้วย
นั่งคุยเอ็มสักพักก็คิดว่าจะไปนอนก็ถูกรั้งตัวให้อยู่ต่ออีกนิด จนเลยข้ามวันถึงได้รู้ว่าทำไม “ยังนอนไม่ได้”
ก็ยังเหลือของขวัญชิ้นสุดท้ายอยู่นี่ “ของขวัญสุดวิเศษ” ของคนสามคน
ปีนี้...อาจไม่เงียบเหงาอย่างที่สุด
ขอบคุณทุกคนนะครับที่อยู่เคียงข้างผม “คนที่ไม่ได้เรื่องคนนี้” ขอบพระคุณมากๆ ครับ
ความคิดเห็น
“คนที่ไม่ได้เรื่องคนนี้”
ทำไมใช้คำนี้เนี่ย เดี๋ยวตีตายเลย
ยังไงก็เถอะ ฝึกมีความสุขเข้าไว้นะคะ พี่ดูไม่มีความสุขอ่ะ
สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งค่ะ~~~