คนเรานี่ไม่แน่นอนจริงๆ
เมื่อวานฉันนัดเจอกับเธอคนนั้น...คนที่ฉันเคยอิจฉาในความเก่งและความน่ารักของหล่อน
คำว่าอิจฉาของฉันนั้นปนด้วยความชื่นชม
เธอเป็นคนที่ตรงข้ามกับฉัน ดูกระตือรือร้น และร่าเริง
ฉันชอบเธอคนนั้น แต่เพราะตอนนั้นคิดว่าเราอยู่ห่างไกลกันเกินไป
แม้จะเรียนห้องเดียวกันตลอด 3 ปีที่เรียน ม. ปลาย
ฉันเคยบอกหล่อนว่าฉันชอบหล่อน...
คำว่าชอบในโรงเรียนหญิงล้วน ...ก็เป็นยูริอย่างที่ใครๆ คิดนั่นแหละ
ฉันชอบหล่อนจริงๆ แต่หล่อนอยู่คนละกลุ่มกับฉัน...กลุ่มที่มีเพื่อนที่ฉันไม่ชอบหน้าอยู่ด้วย
เหมือนเป็นโชคชะตาที่อยู่ๆ เราก็มีกิจกรรมร่วมกัน
ทำงานร่วมกันหลายครั้ง จนสนิทกัน...
เธอกลายเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ฉันรู้สึกสนิทมากที่สุด
เรามีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน บางครั้งก้าวล้ำเส้นคำว่าเพื่อน
ความผูกพันที่เรามีบางครั้งเกินเลยไปกว่าเพื่อนธรรมดา
ฉันก็ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร
เราแยกจากกันตอนเรียนต่อมหาลัย...เธอเก่งและได้เรียนในมหาลัยอันดับหนึ่งของประเทศที่ใครก็ใฝ่ฝัน
ซึ่งหนึ่งในคนที่อยากเรียนที่นั่นไม่ใช่ฉัน
เธอ...เรียนนิติซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม
มันไม่ใช่สิ่งที่เธอชอบ...เธอเก่งภาษา โดยเฉพาะเยอรมันกับอังกฤษ
ส่วนฉันเอนท์ติดมหาวิทยาลัยรัฐที่มีชื่อเสียงแถวสุขุมวิท
ฉันเรียนในสิ่งที่แต่ก่อนฉันไม่ชอบ...แต่เดี๋ยวนี้ฉันหลงใหลมัน
ฉันเรียนมนุษยศาสตร์ เอกอังกฤษ โทเยอรมัน
ฉัน...ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เก่งเท่าเธอ เป็นที่อิจฉาของเธอ
เรายังนัดเจอกันนานๆ ที
กินเหล้า...ปาร์ตี้ ค้างด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่
เธอไม่พอใจในสิ่งที่เธอเลือก
เธออยากย้อนเวลากลับไปตอน ม. ปลาย ที่เรามีเสียงหัวเราะสนุกสนานด้วยกัน
เธอไม่ร่าเริงและมีเพื่อนน้อย
ฉันยังเฮฮาเหมือนเดิม....ฉันยังทำให้เธอหัวเราะได้เหมือนเดิม
เธอหัวเราะ...หัวเราะเหมือนกับไม่ได้หัวเราะมานาน
แล้วเธอบอกกับฉันว่า "ดีใจที่เราได้เจอกัน เธอไม่ได้หัวเราะแบบนี้มานานมากแล้ว"
ฉันสะอึก...เพราะฉันอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเพื่อนๆ
หัวเราะเฮฮาทุกวัน
ในขณะที่เธอเหงา เดียวดาย เบื่อ กับวิชาที่เธอไม่ชอบ
ฉันสงสารเธอ...
คนที่ฉันเคยชอบ...และตอนนี้ก็ยังชอบอยู่
เพียงแค่เธอถูกปล้นชิงความร่าเริงไปเพราะบรรทัดฐานของคน
ที่คิดว่ามหาลัยดังแถวสามย่านเป็นที่เรียนที่ดีที่สุด
ฉันอยากให้เธอมาเรียนกับฉัน...
ทั้งที่เป็นไปไม่ได้
เพื่อนหลายคนอิจฉาฉัน...ที่ฉันยังมีความสุขเหมือนเดิม
วันนั้นเธออยากให้ฉันอยู่ด้วยต่อ
แต่ฉันจำเป็นต้องรีบกลับ ทั้งที่อยากจะอยู่เป็นเพื่อนเธอ
เธอดูเศร้าเมื่อฉันยืนยันจะกลับ...
บรรยากาศระหว่างเราเป็นอะไรไม่รู้
ฉันรู้แค่ว่าเมื่อเราอยู่ด้วยกันเรามีความสุข
เราเติมเต็มสิ่งที่ขาดของกันและกัน
สถานที่เรียนไม่เคยพรากเราให้ห่างไกล
ฉันยังคิดถึงวันเวลาเก่าๆ...ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
เราต่างเติบโต...กำลังออกไปเผชิญโลกภายนอก
ลมอาจจะแรงกล้า ทั้งยังไม่รู้ว่ารากฐานของเราจะสั่นคลอนเพียงไหน
ฉันเจอเรื่องหนักหนาสาหัส จนแกร่งพอที่จะก้าวผ่านความพ่ายแพ้ แต่ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นอย่างไร
ฉันอยากจะจับมือเธอแล้วเดินข้ามผ่านสิ่งที่เลวร้ายด้วยกัน
มันอาจดูเป็นเรื่องแปลที่ฉันรักเธอเกินกว่าจะปล่อยเธอเดินลำพัง...แต่รู้ไว้เถอะ เมื่อไรที่เธอเรียกหาฉัน...ฉันจะไม่ปฏิเสธเลย
ฉันจะอยู่ข้างเธอ เราจะก้าวไปด้วยกัน
ฉันจะไม่มีวันทิ้งเธอให้อยู่บนขอบเหวแห่งความอ้างว้างอีกต่อไป...มือของเราจะเกี่ยวกันไม่มีวันปล่อย
นางฟ้าที่ถูกล่ามโซ่
เขียนโดย
Althaco
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
3 ส.ค. 50
577
2
ความคิดเห็น
ต้องใช้เวลานะ
PS. Everything is good when new BUT friendship when old",