อย่างที่ใครๆ พูดกันนั่นแหละ ฉันเป็นคนใจร้าย
กับผู้ชายที่มาชอบฉัน...ฉันไม่เคยมอบหัวใจให้เขา
ทั้งที่เขารักฉันมาแรมปี
คำพูดที่อ่อนหวานที่ฉันเสแสร้งพูดกับเขา เพื่อให้เขาสบายใจ กลับเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันทรมานเสียเอง
ฉันเป็นคนนิสัยเสีย...ถ้าใจไม่รักแล้ว ต่อให้เขาดึงดันที่จะให้ฉันรักเท่าไร ฉันก็จะยิ่งออกห่าง
ก็เพราะบรรทัดฐานความรักของเราไม่เหมือนกันน่ะสิ
เขาต้องการเป็นผู้ให้และผู้รับ
แต่ฉันไม่ต้องการให้เขาเข้ามาวุ่นวายในชีวิต
ไม่ต้องมาถามฉันว่า อยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ อยู่กับเพื่อนผู้ชายหรือผู้หญิง
คำถามพวกนั้น ฉันรู้ว่าเป็นเพราะความห่วงใย
แต่กับฉันแล้ว...
มันคือการก้าวก่าย
บางครั้งฉันรู้สึกโมโหที่เขาวุ่นวายกับฉันมากเกินไป...แยกจะบอกเขาใจจะขาดว่าไม่ได้คิดอะไรด้วย เลิกเข้าใจผิดซะที
ยิ่งไปกว่านั้น อยากจะพูดเลยด้วยว่า ฉันเกลียดผู้ชาย...โดยเฉพาะผู้ชายแบบเขา
มันเป็นความคิดเลวร้ายของฉันเอง
เขาไม่มีอะไรผิดหรอก แล้วก็ไม่มีอะไรที่ฉันจะสามารถบอกได้ว่าเขาไม่ดี
ฉันชอบคนสูงเพราะฉันเองก็สูง...ใช่เขาสูงสูงกว่าฉันในรัดีบที่ฉันพอใจมาก
ฉันไม่ชอบคนที่การศึกษาต่ำกว่า ที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่สำคัญหรอก เพียงแต่ฉันตั้งกฏขึ้นมาเท่านั้นเอง....เขาก็เรียนระดับเดียวกับฉัน และเก่งทีเดียว
แค่เท่านี้ละมั้ง ...
แต่มันก็ยังไม่พอที่ฉันจะชอบเขา
ถ้าเขาคิดกับฉันแค่เพื่อน ฉันจะไม่ปิดกั้นเขาแบบนี้หรอก
เพราะเพื่อนผู้ชายของฉันแต่ละคน ฉันออกจะเล่นแบบถึงเนื้อถึงตัว
นั่นเพราะฉันรู้ว่าพวกเขาไม่คิดอะไรกับฉัน และฉันเองก็พอใจกับมิตรภาพความเป็นเพื่อนแบบที่เป็นอยู่
ทำไมฉันถึงนิสัยเสียแบบนี้นะ...
ฉันเย็นชาเหรอ...อาจจะดูเหมือนใช่
มีบางมุมที่ฉันดูเย็นชาไม่แยแสใคร...
หรืออาจจะไม่เพราะฉันมีเพื่อนเยอะ...ฉันทำให้พวกเขาหัวเราะ
เป็นสองมุมของฉันที่แตกต่างกันสุดขั้ว
ฉันไม่ต้องการให้เขายอมรับนิสัยของฉันได้
มันไม่จำเป็นเลย เพราะฉันไม่ต้องการเขา ไม่ต้องการผู้ชาย
ผู้ชายที่มองตัวเองว่าเป็นเพศที่แข็งแกร่ง
ฉันเป็นผู้หญิงที่บางครั้งก็ต้องพึ่งผู้ชาย แต่ฉันไม่ยอมก้มหัวให้
ฉันก็สามารถช่วยตัวเองได้ในระดับหนึ่ง
เท่านี้ก็เพียงพอแล้วมั้งที่ฉันจะปฏิเสธเขา
เพื่อนๆ ว่าฉันเป็น Faminist
ฉันไม่เถียงหรอก เพราะทัศนคติของฉันกับสัตว์เพศผู้เป็นไปในทางลบ
ซึ่งคนที่จะเป็นแฟนฉันได้ จะต้องรู้ว่าเวลาไหน ควรเข้ามาอ้อนฉัน เวลาไหนควรปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว
แต่จะมีหรือ...ผู้ชายในโลกที่เป็นแบบนั้น
เพราะลึกๆ แล้วผู้ชายทุกคนก็คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่กว่าผู้หญิง
บางครั้งฉันก็อยากเกิดเป็นผู้ชาย ที่มีสิทธิในทุกๆ ด้านเหนือกว่าผู้หญิง
คนเราเลือกเกิดไม่ได้...ฉันเป็นผู้หญิง
ฉันถูกบังคับโดยมุมมองของสังคมให้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้
Women role จำกัดขอบเขตของอิสระของฉันจริงๆ
ผู้ชายเวลาคบผู้หญิงหลายๆ คน ถูกชื่นชมว่ามีเสน่ห์
ส่วนผู้หญิงที่คบใครหลายๆ คน ถูกมองว่าหลายใจ
แบบนี้เหรอ ความเท่าเทียมกันของชายและหญิง
ฉันบอกเขาคนนั้นด้วยน้ำเสียงนิ่งว่า หากเขาพบใครก็ไปคบได้เลย ฉันเปิดโอกาสให้
หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ฉันไม่สนหรอกว่าเขาจะคบใคร ไม่สนจริงๆ ต่อให้เขาหอบแฟน หอบลูกมาให้ฉันเห็น...ฉันก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก จะพูดจากใจจริงเลยด้วย ว่าฉันยินดี
......เขาบอกว่าเขาจะรอฉัน ~ คำพูดยอดฮิตของผู้ชายที่เชื่อไม่ได้แม้แต่พยางค์เดียว อยากรอก็รอไป
.....เขาบอกอีกว่ามั่นใจในตัวฉัน ~ งั้นหรือ...ฉันยังไม่รู้ใจตัวเองเลย อย่ามาสู่รู้ให้มาก
ฉันเลยบอกเขาไปว่า อยากรอก็รอไป หากฉันเจอใครที่ฉันพอใจฉันก็จะคบ เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน...ฉันจะคบใครก็ได้
ฉันใจร้าย....................
ฉันถูกมองว่าใจร้าย.......................
เพราะฉันไม่ได้ชอบเขาน่ะเหรอ
ไม่มีโอกาสหยิบยื่นให้เขาหรอก กำแพงของฉันไม่พังทลายเพราะเขาหรอก ...
กำแพงที่ฉันตั้งไว้หนาเกินกว่าที่ผู้ชายจะเข้าถึง
คนที่ผ่านเข้ามาได้ คงมีแต่คนที่มีความอ่อนไหวเหมือนผู้หญิงเท่านั้นล่ะมั้ง
ฉันคงเป็นคนที่แย่มากสินะ
ที่เรียกร้องต้องการแต่ฝ่ายเดียว..............
ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ...เป็นตัวของฉันเอง
มีความสุขในแบบของฉัน
ชีวิตฉันสมบูรณ์เพราะมีเพื่อน มีครอบครัว
ฉันได้รับความรักจากพวกเขาเพียงพอแล้ว
ความรักจากผู้ชาย ความรักเชิงชู้สาวน่ะ ไม่จำเป็นหรอก
ยิ่งนายหายไปจากชีวิตฉันเร็วเท่าไร ฉันยิ่งพอใจมากเท่านั้น
เขียนโดย
Althaco
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
8 ส.ค. 50
557
1
ความคิดเห็น
ขอบคุณนะคะที่มาเยี่ยมไดเราค่า
โอ้วไดอาร์ตมากคะ ชอบๆ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
อย่าลืมมาเยี่ยมกานบ่อยๆนะคะ
บะบายคะ