sagime
ดู Blog ทั้งหมด

คู่มือเอาตัวรอดน้ำท่วม ฉบับพึ่งตัวเอง

เขียนโดย sagime

คู่มือเอาตัวรอดจากน้ำท่วมแบบเผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาดจากทุกสารทิศต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต่อไปนี้หากต้องรับมือกับวิกฤตระยะยาวต้องตั้งสติ ตั้งวิกฤต โดยท่องไว้ให้ขึ้นใจว่า ปัจจัยพื้นฐานที่มนุษย์เราต้องการยามคับขันไม่มากไม่น้อยไปกว่าปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค หรือจะพ่วงอีกปัจจัยหนึ่งไว้ก็ไม่เสียหลาย นั่นก็คืออุปกรณ์สื่อสารที่ต้องเตรียมไว้ขอความช่วยเหลือยามที่เข้าตาจน

 

สิ่งที่ต้องทำใจในทันทีคือ ในวิกฤตน้ำท่วมระยะยาว อาหารการกินต้องกินตามความจำเป็นของร่างกาย ความชอบและรสชาติอาจจะต้องกลายเป็นเรื่องรอง

แน่นอนที่สุด การเตรียมตัวเป็นเรื่องสำคัญ ขณะนี้ซึ่งยังพอมีเวลาสะสมอาหารไว้เป็นเสบียง โดยเฉพาะเมื่อแน่ใจแล้วว่าพื้นที่ที่ท่านอาศัยเสี่ยงถูกน้ำล้อมรอบ ถูกตัดขาดจากพื้นที่ส่วนอื่นๆ การขอความช่วยเหลือก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากคับขันจริงๆ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะยึดหลักพึ่งตัวเอง รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

อาหารแห้ง เป็นเสบียงที่เหมาะสมที่สุดในยามนี้ เพราะเก็บได้นานโดยไม่ต้องมีตู้เย็น นอกจากข้าวสาร มาม่า ปลากระป๋อง อาหารยอดนิยมแล้ว คู่มือเอาตัวรอด แนะนำให้ซื้อแครกเกอร์หรือขนมปังกรอบมาตุนไว้ เพราะนอกจากจะเก็บได้นานแล้ว ยังเป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้ทันที ที่สำคัญคือให้พลังงานพอสมควร

ขณะที่แหล่งโปรตีน อาหารหลักสำคัญที่ได้จากเนื้อสัตว์ ไม่เสียหลายที่จะซื้อปลาเค็ม ปลาเล็กปลาน้อย ปลาหมึก ไข่เค็ม หมูแผ่น หมูหยอง น้ำพริกสำเร็จรูป น้ำท่วมระยะยาวข้อสำคัญที่สุดที่ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ก็คือการกะปริมาณให้พอดีในแต่ละมื้อแต่ละวัน ด้วยการสังเกตและกะประมาณจากจำนวนคนและอาหารที่กินไปแต่ละมื้อ

ปกติร่างกายต้องการพลังงานอย่างน้อย 1,800-2,000 กิโลแคลอรีต่อคนต่อวัน แบ่งเป็น 65% จากคาร์โบไฮเดรต 15% จากโปรตีน 20% จากไขมัน ซึ่งในแต่ละมื้อร่างกายไม่ได้ต้องการปริมาณอาหารมากมาย หากเห็นชัดแล้วว่ามีวิบากกรรมรออยู่ข้างหน้า ก็ให้ท่องไว้ว่า “กินเพื่ออยู่ กินเท่าที่จำเป็น”

หากไม่มีเนื้อสัตว์ ถั่ว ก็เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญและใช้ทดแทนได้ เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว ลูกเดือย ฯลฯ โดยเคล็ดลับในการปรุงอาหารจำพวกถั่วก็คือ ก่อนปรุงให้แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อเป็นการเซฟพลังงานที่ใช้หุงต้ม และหากเข้าตาจนจริงๆ การแช่น้ำสะอาดเพียงคืนเดียวก็สามารถนำมากินได้เช่นกัน ถ้าให้ดีก็เติมเกลือเล็กน้อยเพื่อช่วยยืดอายุอาหาร แต่ระวังเรื่องปริมาณ เพราะเกลือที่มากไปจะทำให้ร่างกายต้องการน้ำเพิ่มขึ้น น้ำตาลก็ขาดไม่ได้ เพราะหากเข้าตาจนก็เอามาละลายน้ำดื่มเพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกายได้เช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญบางสำนักกำชับว่า อะไรที่แห้งๆ สามารถแช่น้ำแล้วกินได้ ก็หามาเก็บไว้ได้เลย ลืมไม่ได้คือ ต้องคำนึงถึงเรื่องวิตามินต่างๆ ด้วย ด้านผักและผลไม้ แนะนำให้ซื้อผลไม้เช่น กล้วย ซึ่งให้พลังงานสูงและสามารถเก็บไว้ได้นับสัปดาห์ รวมถึงผลไม้ที่มีน้ำมาก เช่น ส้ม สับปะรด และแตงโม ซึ่งสามารถกินแทนน้ำได้

ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้ท้องเสียได้ง่าย หากเกิดอาการท้องเสียท้องร่วง จะอันตรายอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือร่างกายยิ่งสูญเสียน้ำมาก การขับถ่ายไม่สะดวกและอาจมีอุปสรรคในการเดินทางไปโรงพยาบาล และนอกจากอาหารการกินแล้ว จึงควรมียาสามัญประจำบ้านติดไว้ โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 53 ชนิด นำมาใช้กับโรคหรืออาการของโรคได้ 16 กลุ่ม ซึ่งควรหาความรู้เรื่องนี้เตรียมไว้ยามฉุกเฉินเช่นกัน

ในเรื่องของน้ำดื่มที่กำลังขาดแคลนจนเข้าขั้นวิกฤต การปรับปริมาณและวิธีการดื่มก็เป็นเรื่องที่ต้องนำมาแนะนำกันไว้ กรณีที่อยู่ในโหมดประหยัดน้ำสูงสุด จากพฤติกรรมที่เคยดื่มทีละแก้ว ต้องเปลี่ยนเป็นดื่มบ่อยๆ ทีละอึก อย่างน้อยชั่วโมงละครั้ง เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ แน่นอนที่สุดหากเข้าตาจนก็ต้องต้มน้ำที่ท่วมอยู่กิน วิธีการคือ ตักมาทิ้งไว้ 1 คืนเพื่อให้ตกตะกอน หรือแกว่งด้วยสารส้ม แล้วค่อยๆ รินใส่ภาชนะเบาๆ เพื่อแยกตะกอน แล้วค่อยต้มฆ่าเชื้อโรค

หากน้ำท่วมระยะยาว น้ำประปาหยุดไหลหรือมีสภาพไม่ต่างจากน้ำที่ท่วมอยู่ ก็ให้แน่ใจ ทำใจได้เลยว่าต้องงดกิจกรรมใช้น้ำสะอาดจำนวนมาก การอาบน้ำอาจจะต้องถูกตัดออกไปจากกิจวัตรประจำวัน เหลือเพียงล้างหน้า แปรงฟัน หรือการเช็ดตัว โปรดอย่าลืม หากถึงขั้นเลวร้ายที่สุด น้ำที่สำรองเอาไว้ใช้ก็สามารถเอามาดื่มได้

ในส่วนของแหล่งพลังงานฉุกเฉินนอกเหนือจากต้องเซฟแบตเตอรี่เครื่องใช้ทุกชนิด ใช้เพียงตามความจำเป็น แน่นอนที่สุดกรณีที่ไม่มีไฟฟ้า พลังงานความร้อนที่ใช้ปรุงอาหารจำเป็นต้องเตรียมแก๊สหุงต้มสำรองไว้ใช้

ทางเลือกที่สามารถหาได้ตามท้องตลาดก็คือ เตาแก๊สปิกนิก ซึ่งมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย อีกทางเลือกก็คือชุดเตาแก๊สแคมปิงหรือแก๊สแบบพกพาที่หาซื้อได้ตามโซนเครื่องสนามไม่ใกล้ไม่ไกลจากโซนเครื่องกีฬาของทุกห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ดี แก๊สแบบดังกล่าวค่อนข้างมีข้อจำกัดในการใช้งาน เชื้อเพลิงจากแก๊สบรรจุกระป๋องสามารถใช้งานต่อเนื่องได้เพียง 4 ชั่วโมง

ท่องเข้าไว้ว่ายามคับขันใช้พลังงานทุกนาทีอย่างมีค่าสูงสุด ลืมเมนูอาหารที่ยุ่งยากในการปรุงหรือใช้พลังความร้อนในการปรุงเช่นชีวิตปกติไปได้เลย

หากเข้าตาจนแก๊สหมด! ก็ถึงคราวที่ต้องรื้อวิชาลูกเสือเนตรนารี เรื่องการก่อไฟหุงหาอาหาร ลืมหรือยังว่าวิชานี้สอนไว้ว่าเริ่มจากเตรียมเชื้อเพลิง โดยเลือกกิ่งไม้เล็กๆ แห้งๆ เพราะจะติดไฟได้ง่าย กิ่งไม้ขนาดใหญ่ต้องผ่าออกเป็นซีกๆ ก่อน กิ่งไม้ที่เปียกชื้นต้องตากแดดให้แห้งแล้วนำมาผ่าให้เป็นซีกๆ วิธีก่อกองไฟก็นำเชื้อเพลิงมากองสุมเป็นรูปกระโจม จุดไฟแหย่เข้าไปตรงช่องกระโจม เมื่อไฟติดดีแล้วจึงใส่กิ่งไม้ที่ใหญ่ขึ้น

และที่ลืมไม่ได้อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ต้องระวังไฟไหม้บ้านอย่างยิ่ง เพราะระหว่างน้ำท่วมสูง รถดับเพลิงมาช่วยท่านไม่ได้อย่างแน่นอน

ข้อแนะนำเรื่องการประหยัดแบตเตอรี่บนโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต

ข้อสำคัญที่สุดคือการปิดโหมดที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น ปิดบลูทูธ ไวร์เลส ตั้งค่าเวลาดับหน้าจอให้เร็วขึ้น จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ เตรียมชาร์จทั้งแบตฯ หลักและชาร์จแบตฯ สำรองด้วย ขณะที่การชาร์จแต่ละครั้งให้แน่ใจว่าเต็มแล้ว ท่องเข้าไว้ว่าใช้อย่างประหยัดและจำเป็นเท่านั้น เพื่อรักษาพลังงานให้สามารถใช้งานได้นานหลายวันหากไม่มีไฟฟ้า

ไม่ว่าวิกฤตจะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหนอย่างไร เราจะรอดจากวิกฤตไปได้ด้วยสติปัญญาที่เตรียมไว้รับมืออย่างรู้เท่าทัน

ที่มา
http://www.posttoday.com/ไลฟ์สไตล์/ไลฟ์/119553/คู่มือเอาตัวรอดน้ำท่วม-ฉบับพึ่งตัวเอง

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น