มาลิ้มรสชาติอาหารที่ต่างโลกกันเถอะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 158,494 Views

  • 964 Comments

  • 4,041 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    410

    Overall
    158,494

ตอนที่ 76 : เจ้าขาวตาสีม่วงกำจัดรากถอนโคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    13 ก.พ. 61

แปลไทย : แพนด้าคุง | แก้ไข : แพนด้าคุง

 

ทั้งสองคนก็ค่อยๆลงพื้นแล้วปิดหน้าต่างไม่ให้เกิดเสียงดังขึ้นมา ทั้งสองคนต่างก็เป็นมือสังหารที่มีประสบการณือย่างมาก พวกเขาสองคนเคยสังหารเจ้ากรมที่เป็นขุนนางในวังหลวงมาก่อน พวกเขาไม่สนใจร้านอาหารเล็กๆแห่งนี้ และเจ้านายขิงพวกเขาก็ได้เตือนพวกเขาให้จริงจังมากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนที่จะออกเดินทาง พวกเขาไม่กังวลเลยด้วยซ้ำเป้าหมายของพวกเขานั้นอ่อนแอมาจนเกินไป

 

ตรงที่อาหลงกับอาหูอยู่ไม่ใช่ที่ห้องนอนของบู่ฟง เป็นห้องว่างและกว้างขว้างไม่เห็นใครแม้แต่คนเดียว

 

สายตาของอาหลงก็หรี่ลงแล้วชี้ไปตรงข้างหน้า พวกเขาเคลื่อนไหวไปตรงที่ประตูที่อยู่ใกล้ๆ ประตูเปิดออกอย่างไม่มีเสียงทุกอย่างก็เรียบร้อยดี

 

ทั้งสองคนเดินออกไปจากห้องไปที่มุมๆหนึ่ง ทั้งสองก็ลงไปที่ด้านซ้ายของบันได ตอนที่ลงมาบันไดพวกเขารู้สึกขนลุกและรู้สึกมืดหม่นราวกับว่ามันกัดกินจิตใจของพวกเขา ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะรู้สึกกลัว

 

อาหลงกลืนน้ำลายแล้วบังคับตัวเองให้มองไปข้างหน้า สายตาพวกเขามองไปที่ประตูที่ปิดสนิทตรงหน้า

 

ทั้งสองคนต่างมองกันด้วยความดีใจ ภายในห้องพวกเขาได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอ ดูท่าแล้วเถ้าแก่ร้านคงจะอยู่ที่ห้องนั้น

 

พวกเขาพยายามเปิดประตูห้องมันเบาๆ แต่ประตูห้องถูกล็อคไว้แน่นเนื่องจากประตูห้องไม่ได้ขยับเลย อาหลงค่อยดึงลวดออกมาจากกระเป๋าของเขา พลังงานที่แท้จริงในร่างกายของเขาสูงขึ้น แล้วพลังงานที่แท้จริงก็เข้าไปปกคลุมลวด

 

เขาค่อยๆสอดลวดที่ถูกพลังงานที่แท้จริงห่อหุ้มลงไปในแม่กุญแจแล้วมันเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากันกับกุญแจทันที เสียงลวดโลหะดังออกมานิดๆ เสียงประตูที่ถูกเปิดแน่นก็ดังออกมา...ประตูก็เปิดออก

 

หืม? มันง่ายมากขนาดนี้เลย?” อาหลงรู้สึกแปลกใจขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่ได้รู้สึกอันตรายเหมือนกับที่เจ้านายของเขาสั่งมา

 

ทั้งสองคนผลักประตูแล้วมองเข้าไปด้านใน พวกเขาขมวดคิ้วเข้าหากันเนื่องจากมองไม่เห็นอะไรในความมืด พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นเข้าไปในห้องแล้วเริ่มดำเนินการฆ่าทันที

 

แต่ทั้งสองคนก็รู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่ปกคลุมร่างของพวกเขา พวกเขาเหมือนกำลังรู้สึกว่ากำลังจะโดนแช่แข็งอยู่ตรงนี้

นี่เป็นเพราะความหนาวเย็นที่แผ่ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของเขา แล้วเข้าปกคลุมร่างกายของพวกเขาเหมือนลมหนาวที่พัดมาจากทวีปน้ำแข็ง

 

จู่ๆสานตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นมาขนาดของมันเกือบจะเท่ากับกับขนาดของเมล็ดถั่ว พวกเขาไม่กล้าที่จะหลับตาแม้แต่น้อย

 

แสงสีแดงส่องแสงออกมาคู่หนึ่งจากด้านหลังพวกเขาแล้วเข้ามาจับร่างกายของพวกเขา

 

ใคร...ใครอยู่ที่นี่?”

 

ร่างของอาหลงเริ่มสั่นขณะที่หัวของเขากำลังส่ายหัว เขามองไปข้างหลังดวงตาของเขาพบกับแสงที่ฉายออกมา...

 

หุ่นยนต์เจ้าขาวตากระพริบออกมาเป็นสีแดงมันจับคอของพวกเขาแล้วยกขึ้นมาอย่างง่ายดาย

 

ตรวจพบเป้าหมายที่มีจุดมุ่งหมายในการฆ่าโฮสต์ กำลังค้นหาวิธีการแก้ปัญหา...”

 

การแก้ปัญหาได้ถูกเลือกแล้วและกำลังเปิดใช้งาน”

 

การแก้ปัญหา:ขุดรากถอนโคน”

 

แสงส่องออกมาจากตาหุ่นยนต์เจ้าขาว ราวกับว่ามันกำลังค้นหาข้อมูลบางอย่าง เเมื่อพบวิธีการแก้ปัญหาแล้ว ดวงตาของเจ้าขาวก็กลายเป็นสีม่วงเข้ม”

 

หุ่นยนต์เจ้าขาวก็ยกสิ่งที่กำลังถือขึ้นมา

 

ใบหน้าของอาหลงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากแขนของหุ่นยนต์นี้ที่เหมือนกันกับคีมเหล็ก เขาพยายามใช้พลังงานที่แท้จริงที่อยู่ในร่างกายของพวกเขา แต่เมื่อมันไหลอยู่ในมือของพวกเขามันก็กระจายตัวออกไปก่อนที่พวกเขาจะได้ใช้มัน....

 

อาหลงรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาจับที่ลำคอแล้วดึงแล้วบีบแรงขึ้นเรื่อยๆ เลือดก็ไหลบ่าออกมาจากปากของเขา

 

หน้าของเจ้าขาวมองหน้าพวกเขาที่กำลังหวาดกลัวอยู่อย่างไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย มีแต่รังสีหนาวเย็นที่แผ่ออกมาเหมือนกันกับเทพแห่งความตายที่แผ่ออกมาโดยไม่สนใจสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ดวงตาสีม่วงนั้นน่ากลัวมากในความมืด

 

แกร๊ก”

 

เสียงแกร๊กดังออกมาสองครั้งอาหลงกับอาหูก็หยุดดิ้น จากนั้นร่างกายของพวกเขาก็นิ่งไปหัวของพวกเขาก็ก้มลง เลือดสีแดงเข้มไหลออกมาจากปากของพวกเขาแล้วหยดลงบนพื้นด้วยเสียงที่น่าขนลุก

 

เจ้าขาวหันไปรอบๆแล้วแบกร่างของคนสองคนเดินออกมาจากห้องของบู่ฟงไป

 

เมื่อประตูปิดคราบเลือดที่อยู่บนพื้นก็หายไป...

 

บู่ฟงสูดลมหายใจเข้าไปเขาเงยหน้าขึ้นแล้วเอามือบีบจมูก จากนั้นเขาก็เอามือตีริมฝีปากแล้วก็นอนต่อ

 

ปัง ปัง

 

ศพสองศพลอยมาจากอากาศแล้วตกลงมาชนเข้ากับพื้นหินของซอย เลือดก็ไหลออกมา....

 

เจ้าดำน้อยที่กำลังง่วงก็เงยหน้าขึ้นมา เมื่อมันเห็นศพสองศพมันก็เริ่มสูดจมูกเข้าไปแล้วถอนหายใจออกมา จากนั้นเจ้าหมาน้อยก็อ้าปากออกมาหายใจออกมาเบาๆ พายุก็พัดศพออกมาจากซอยทันทีแล้วพุ่งลงสู่ถนน

 

หลังจากที่ทำแบบนั้นเจ้าดำก็ทำท่าทางพอใจแล้วก็นอนต่อ

 

...

 

ในคฤหาสน์ของอ๋องหยู่เปลวไฟก็จางหายมอดดับลงไป

 

ชายชราตัวผอมแห้วงสวมเสื้อคลุมสีดำก็มองไปที่เปลวเทียนที่มอดดับ ดวงตาของเขาก็มองไปที่ไฟจิตวิญญาณสีฟ้า

 

ทันใดนั้นทันใดนั้นจิตวิญญษรเปลวไฟสีฟ้าที่ในแววตาของเขาก็จางหายไปและมีเสียงบางอย่างที่แตกออก

 

ปากของเขาก็ถอนหายใจออกมา “ข้าว่าแล้ว...เราไม่ควรไปแหย่มกับร้านนี้ อาหลงอาหู......ก็ตายไปแล้ว

 

คนสองคนก็ปรากฏตรงหน้าหุนเฉียนต้วนด้วยความเคารพนับถือ

 

อาหลงอาหูตายไปแล้ว ไปที่ซอยแล้วเก็บศพของพวกเขา...เราล้มเหลวในการลอบฆ่าในครั้งนี้ ข้าจะไปขอโทษท่านอ๋องหยู่” หุนเฉียนต้วนก็ออกไปจากห้องเมื่อเขาหันหลังออกไปพวกเขาก็ทำความเคารพ

 

นักรบระดับจักรพรรดิสองคนก็รู้สึกงุนงง ก่อนที่อาหลงกับอาหูจะออกไปพวกเขาได้เตือนพวกเขาให้ระวังตัวให้ดี แต่เวลาผ่านไปไม่นานทั้งสองคนก็ตายไปแล้วเหรอ?

 

นักรบระดับราชันขั้นที่ห้าสองคนก็ไม่อาจที่จะสู้ได้?

 

ทั้งสองคนต่างมองกันและกันความรู้สึกกลัวก็โผล่ออกมาจากตรงที่สายตาของอีกฝ่าย

 

...

 

ฝ่าบาทพวกเราล้มเหลวในการลอบสังหารครั้งนี้” หุนเฉียนต้วนค่อยๆก้มตัวพูดกับอ๋องหยู่

 

อ๋องหยูสวมเสื้อคลุมหรูหราแล้วปล่อยปมยาวออกมา ท่าทางสงบบนใบหน้าของเขา เขามองไปที่หุนเฉียนต้วนมุมปากของเขาก็ยิ้มออกมา

 

ข้าเข้าใจฝังศพลูกน้องของเจ้าให้ดีแล้วเจ้าก็ถอนตัวออกมาอย่างแรก” อ๋องหยูพูดออกมาเบาๆ

 

ไฟวิญญาณของหุนเฉียนต้วนพุ่งออกมานิดๆ เขาไม่ได้พูดอะไรแล้วหันจากไป แม้ไม่มีแรงกดดันข่มขู่ออกมาแม้แต่น้อยจากร่างของเขาก็ตาม เขาเหมือนเป็นคนแก่ธรรมดาที่ร่างกายของเขาที่มีเท้าข้างหนึ่งไปอยู่ในหลุมศพแล้ว

 

แต่อ๋องหยู่ก็ไม่กล้าที่จะประมาทเขา หุนเฉียนต้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งในนิกายวิญญาณ การฝึกฝนของเขานั้นลึกลับและเชี่ยวชาญมากในนิกายวิญญาณ มีรายงานว่าเขาได้เข้าสู่นักรบศักดิ์สิทธิ์ระดับที่เจ็ดแล้ว แต่มีคนอื่นๆบอกว่าเขาเป็นแค่จักรพรรดินักรบระดับที่หกเท่านั้น

 

ขณะที่อ๋องหยู่มองดูหุนเฉียนต้วนที่จากไป ดวงตาของเขาก็มีแต่ความสนใจ

 

จิ้งจอกเฒ่าแสดงความจริงใจมากเขาใช้ชีวิตของนักรบระดับราชันนักรบขั้นที่หกสองคนแสดงความจริงใจ ดีมาก...ตอนนี้ข้าเชื่อใจเจ้า” อ๋องหยู่เหมือนปีศาจที่น่าหลงใหลขณะที่มุมปากของเขายกขึ้น

 

ร้านเล็กๆฟงฟง...ร้านนี้จะมีความลับแบบไหนซ่อนอยู่กัน?”

 

เมื่อเทียบกับนิกายวิญญาณเขาพบว่าร้านนี้ทำให้เขาอยากรู้อยากเห็นมากกว่าอีก

 

คืนนี้ก็ผ่านไปอย่างสงบ

 

เช้าวันต่อมาบู่ฟงก็ตื่นมาตามปกติ เขาก้าวเข้าไปในครัวแล้วเริ่มฝึกฝนการใช้มีดเหมือนทุกวัน เขาถือมีดขนาดใหญ่สับหัวไชเท้าอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ฝึกการหั่นเสร็ข เขาก็เริ่มทำซี่โรงหมูอ่อนขี้เมาให้เจ้าดำน้อยที่อีกไม่นานมันก็จะกลายเป็นหมู

 

คนอ้วนจินกับเพื่อนๆก็มาที่ตรงนี้ด้วยความรู้สึกร้อนใจ วันก่อนบู่ฟงปิดร้านพวกเขาต้องทนมรมานกับความหิวโหยทั้งวัน หลังจากที่กินอาหารของบู่ฟงแล้วร้านอื่นๆก็ไม่อร่อยแล้ว

 

เถ้าแก่บู่ สุดท้ายท่านก็เปิดร้าน โอ้ตอนนี้มาจานใหม่ด้วย เอาทุกจานมาให้ข้า” คนอ้วนจินสั่งทุกจานด้วยความชำนาญ

บู่ฟงพยักหน้าด้วยท่าทางที่เฉยเมยแล้วมุ่งหน้าเข้าไปที่ห้องครัว วันนี้ร้านของเขาได้เปิดแล้ว

 

โอวหยางเสี่ยวยี่มาถึงร้านในขณะที่ลมหนาวยังคงพัดพามาอยู่ นางเอามือถูกันแล้วถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ และเปิดหมวกออกมาเผยให้เห้นใบหน้าที่มีสีเหมือนดอกกุหลาบของนาง ในร้านมีเครื่องทำความร้อนอยู่ข้างในร้าน ข้างในร้านจึงรู้สึกอบอุ่นและสบายอย่างมาก

 

บู่ฟงกำลังทำอาหารโอวหยางเสี่ยวยี่ก็กำลังทำตามหน้าที่ พวกเขาเริ่มทำงานกันเข้าคู่กันเรื่อยๆ

 

ที่ทางเข้าซอยอ๋องหยู่เดินทางเข้าไปด้วยท่าทางสง่างามแล้วพุ่งเข้าไปในร้าน เมื่อเข้ามาใกล้ร้านเขาก็เข้ามาช้าๆด้วยท่าทางเบื่อหน่ายสวมชุดคลุมปักลายทองคำ เขาเดินเข้าไปในร้านแล้วมองดูการตกแต่งภายในร้าน

 

นี่เป็บครั้งแรกที่อ๋องหยู่เข้ามาในร้านของบู่ฟง ทุกอย่างจึงเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขา ราคาที่แพงมากเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขา

 

หลังจากนั้นเขาก็สั่งเหล้าหม้อหยกหวใจหิมะหนึ่งไห ซี่โครงหมูอ่อนขี้เมาหนึ่งจาน อ๋องหยูเพิ่งได้มากินอาหารรสเลิศจากร้านของบู่ฟง

 

ในขณะเดียวกัน........เขาก็รอองค์รัชทายาทที่กำลังจะมาถึง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

0 ความคิดเห็น