ฝึกเขียน เท่าทันความคิด
เขียนโดย
Caje
ก็ต่อยอดความคิดมาจาก [15] นั่นแหละ
นี่เป็นแบบฝึกที่ยากและง่ายในขณะเดียวกัน การเขียนในสิ่งที่คิด (พิมพ์นั่นแหละ) ต้องพยายามเขียน (พิมพ์) ให้ทันความคิด กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ที่เขียนทันที ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกหรือผิด ไม่ต้องกลัวภาษาจะไม่สละสลวยสวยงาม เขียนอย่างที่คิดออกมาทันที ไม่ได้ขัดเกลาอะไร ให้เร็วเท่าความคิดได้เท่าไหร่ยิ่งดี ความคิดไหลไปเรื่อย มือขยับสื่อความตาม วิธีนี้ช่วยให้พิมพ์ได้เร็ว และคิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น
เนื่องจากเมื่อเราเขียนออกมาแล้ว ความคิดจะต้องหยุดชะงักรอเราให้ตามทันสักหน่อย (สำหรับคนที่ยังพิมพ์ไม่เร็วถึงขั้นเท่าทันความคิดจริง ๆ) จังหวะนั้นก็จะเป็นการกำหนดล่วงหน้าไปว่า จะเขียนอะไรต่อดี ถึงจะต่อเนื่อง และได้ใจความที่ต้องการ
ที่จริงความคิดไม่จำเป็นต้องมีใจความสำคัญนัก แต่เมื่อเราสื่อความคิดนั้นออกมาทางการเขียนก็จะเป็นการบังคับอยู่กลาย ๆ ว่าควรจะมีใจความอยู่บ้าง แม้ล่องลอยเรื่อยเปื่อยก็มีหลักให้จับได้
หลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้พิมพ์ช้าลง อย่างที่เราพิมพ์อยู่นี่ก็ไม่เร็วนัก เพราะเล็บที่ยาว ยังไม่ได้ตัด ทำให้พิมพ์ไม่ถนัด ไม่เร็วทันใจ เคยเร็วได้มากกว่านี้
การเขียนในสิ่งที่คิดนี้ช่วยให้เราสามารถจับแนวทางการใช้ภาษาของเราได้ อย่างที่เราฝึกมานี่ก็เห็นอยู่อย่างสองอย่างที่พอจะนับเป็นเอกลักษณ์ (ที่ไม่สลักสำคัญนัก) ได้ คือ การใช้คำซ้ำ เน้นความหนักแน่น หรือเล่นเสียงเป็นจังหวะบ่อย ๆ และคำลงท้าย ที่มักจะมีรูปแบบเฉพาะ ผลัดเปลี่ยนกันมาให้เห็น แต่ก็ถือว่ามีความหลากหลายพอสมควร
ลักษณะการเขียนของเราจะเน้นการอธิบายและบรรยาย อาจมีพรรณนาแทรกเข้ามาบ้างนิดหน่อย แต่แบบฝึกนี้ก็เหมือนเป็นการบรรยายและอธิบายในสิ่งที่เราคิดอยู่ในตัวอยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่ต้องห่วงถ้าจะเป็นไปในแนวทางนั้นเสียหมด
อย่างไรก็ตาม ถ้าฝึกบ่อย ๆ เราก็สามารถฝึกให้เขียนในรูปแบบอื่นดีขึ้นได้ ต้องลองดูกัน
ประโยชน์ของการฝึกเขียนนี้นอกจากจะใช้ในการแต่งนิยายแล้ว ยังช่วยให้เขียนสื่อความ เวลาทำงาน หรือทำข้อสอบต่าง ๆ ได้ดีขึ้นด้วย โดยเฉพาะในงานที่มีระยะเวลาจำกัด
คิดและรวบรวมสิ่งที่อยากสื่อในหัวคร่าว ๆ ให้ตรงประเด็น ตรงความต้องการก่อน จากนั้นก็ลงมือเขียนทันที ไม่ต้องกลัวผิด ไว้ค่อยมาแก้ทีหลังได้ อย่างนี้จะทำให้ได้ความสดใส เวลาสอบก็เขียนทัน เก็บให้ครบทุกประเด็นที่ต้องการสื่อ เราเคยลองแล้ว พบว่าดีขึ้นจริง ฝึกให้เป็นกิจวัตรแล้วเราจะไม่ต้องกังวลพะว้าพะวงกับเวลาเลย
อย่ากลัวว่าจะติดสำนวนหรือภาษาของคนอื่น จากนิยายที่อ่านมา เขียนอย่างที่คิดในตอนนั้นไปเลย เมื่อย้อนกลับมาอ่านอีกที จะได้เห็นข้อดีข้อเสียในสำนวนนั้น ๆ และก็เอามาประยุกต์กับงานของเราได้ เหมือนมีเครื่องมือมาใช้ได้ถูกกลับงาน บางครั้งวิธีเขียนแบบหนึ่งอาจจะเหมาะสมกว่าที่แบบหนึ่งก็เป็นได้ อยู่ที่เราจะเลือกใช้ ถนัด และชื่นชอบแบบไหน เขียนอย่างที่คิด ฝึกไว้หลาย ๆ แบบเป็นดีที่สุด
งานเขียนชิ้นนี้ก็เป็นการฝึกเขียนแบบนั้น จะยังได้ว่าเรื่องที่ต้องการจะสื่อยังคงกระโดดไปกระโดดมาอยู่บ้าง เพราะพอความคิดไปถึงจุด ๆ หนึ่ง มันก็จะเชื่อมโยงกับอีกเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ แล้วเราก็หยิบเรื่องที่คิดนั้นมาเขียนอธิบายเสริมนั่นแหละ เพียงมีประเด็นหลักครอบคลุมทั้งหมดเอาไว้ หัวข้อย่อยยังคงคลุมเครือ ไม่ได้กำหนดให้ชัดเจนแบบเวลาเขียนงานทั่วไป จึงเหมือนเป็นการดำดิ่งเข้าไปในห้วงความคิดของเรา ค้นให้ลึกลงใจในสิ่งที่เกี่ยวข้อง หากจะนำเสนอให้ดีจริง ๆ ก็ค่อยมาจัดระบบระเบียบรูปแบบกันในภายหลังก็ได้ แต่นี่เราต้องการฝึก และเอามาใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่ รวมทั้งทำความเข้าใจความคิด วิธีคิดของตัวเองนิดหน่อย จึงปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นอย่างที่เป็น ไม่ได้เสริมแต่งนัก นอกจากพบเห็นคำผิด หรือประโยคที่สื่อความไม่ได้เรื่องได้ราวจริง ๆ เท่านั้น
ลงท้ายก็อยากจะขอเชิญชวนทุกท่านที่มีใจรักในการเขียน มาลองฝึกเขียนแบบนี้กัน
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
15 ธ.ค. 51
216
1
ความคิดเห็น
PS. อยู่ในระหว่างปรับปรุง