ข้าพเจ้าชอบความเฉื่อยชาของที่ชิวิตที่เป็นอยู่มากกว่าความสุขสำเร็จรูปที่เร่ขายกัน
เขียนโดย
Caje
ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เรามองโลกต่างจากที่เคยเป็น ไม่ได้เห็นโลกใบนี้ในแบบเดิม
คงจะนานมากแล้ว ...ค่อย ๆ ก่อร่างขึ้น แล้วก็เด่นชัดขึ้นมา
ข้าพเจ้าเห็นคนเสพความสุข เหมือนจะสุข แต่แท้จริงแล้วเขาไม่ได้สุขจริง เพียงแต่ยังไม่รู้สึกตัวเท่านั้น สักวันหนึ่งเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็คงเข้าใจอย่างข้าพเจ้า
เดี๋ยวนี้มีความสุขสำเร็จรูปมากมายมาแร่ขายกัน อยากได้อะไรขอเพียงมีเงินก็ซื้อหามาได้หมด ไม่พอใจรูปร่างหน้าตา ก็ตัดแต่งเสริมเติมได้ ไม่ฉลาดไม่ทัดเทียมคนอื่นเขา ก็เร่งพยายามศึกษาหาหนังสืออ่านได้ทั่วไป ...เป็นแนวความคิดมนุษยนิยมที่ว่า เราทุกคนเกิดมามีสิทธิ์เลือกที่จะเป็นอย่างที่อยากเป็น
จะให้กลับมาลุ่มหลงในความสุขหลงหลอกนั้นก็ได้ กลับไปได้โดยง่ายด้วย ขอเพียงเริ่มต้นเท่านั้น ก็ติดบ่วงได้อย่างง่ายดาย เป็นบ่วงที่ดิ้นหลุดได้ยากยิ่ง และก็ยังต้องดิ้นกันต่อไป
เมื่อนั้น ข้าจึงหยุดนิ่งในความเฉื่อยชา พิจารณาอย่างเลื่อนลอย ด้วยสติปัญญาที่ไม่แจ่มกระจ่างนัก สับสนและงุนงง ขณะที่โลกยังคงหมุนไปเรื่อย ทุกคนยังคงก้าวเดิน เสพสมความสุขที่เร่ขายกัน
โฆษณาเดี๋ยวนี้ขายภาพลักษณ์ ขายในสิ่งที่คนอยากมี หรืออยากเป็น แต่แท้จริงแล้วนั้น ความสุขหาได้ได้มาโดยง่ายขนาดนั้น
ไม่มีความฝันแล้ว...จะขายฝันได้อย่างไร
เป็นข้อความจากนิยายเรื่องหนึ่งที่ตรึงอยู่ในใจเรา
ข้ารู้สึกว่าตัวเองกลวงเปล่า ที่สร้างเอาไว้คือภาพแห่งความลวงหลอกทั้งปวง
จุดหมายในตอนนี้คือการเติมชีวิตให้เต็ม
แม้ว่าจะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นเช่นนั้นได้ก็ตาม
...คนเรามั่วแต่เพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง แต่ไม่เคยรู้จักคงคุณค่าเอาไว้...
เราคงมาถึงจุดที่ไม่อยากเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองแล้วละมั้ง
เราเขียนนิยายให้การดำเนินเรื่องช่วงแรกนั้นเป็นราบเรียบ เนิบนาบ ง่าย ๆ ธรรมดา สามัญ ...แล้วแต่จะสรรหาคำมาเรียก
หมายจะสวนกระแสความนิยมให้ยุคปัจจุบัน ที่คนเหมือนจะทน "ที่ราบ" นั้นไม่ได้ วัยรุ่นสมัยนี้ต้องการความตื่นเต้นเร้าใจ แสวงหาความสุขโดยทันที เข้าปะทะตรง ๆ ซึ่ง ๆ หน้า ...พูดยังกะว่าเราไม่ใช่วัยรุ่นเลยเนอะ
นิยายเรื่องนี้จึงไม่ใช่แฟนตาซีวัยรุ่นทั่วไปตามตลาด หรือกระแสนิยม
เราอ้างว่ามันเป็นวรรณกรรมเยาวชน ตามที่คนอื่นเขาบอกมา ว่ามันน่าจะเข้าข่ายนั้น
ลึก ๆ แล้วก็คงตั้งใจให้มันเป็นวรรณกรรมเยาวชนละมั้ง ...เพียงแต่เราไม่เคยค้นลึกเข้าไปในห้วงความคิดคำนึก ความต้องการซ่อนเร้นของเราจริง ๆ เสียที เลยไม่ค่อยรู้ตัว ชอบปล่อยให้มันเป็นม่านหมอกอันคลุมเครือล่องลอยอยู่ในหัวเสียมากกว่า
...ควรจะเริ่มต้นปะทะตรง ๆ กับความคิดของตนเองก่อนสินะ จึงจะความเฉื่อยชานี้ได้
แต่ถึงแม้จะชอบความเฉื่อยชานี้อยู่บ้าง...
ก็คงจะนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้สินะ...
เราต้องเปลี่ยนแปลง...
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
27 ม.ค. 52
166
0
ความคิดเห็น