คุณสมบัติของนักเขียนที่ดี
วันนี้เราจะมาให้คุณได้เตรียมตัวเตรียมใจกันก่อนสำหรับการจะเป็นนักเขียน หลาย ๆ คนอ่านถึงตรงนี้อาจมีความคิดจะกดปิดหน้านี้ทิ้งไป แต่... ช้าก่อน การจะเป็นมืออาชีพทีดีได้เราจะต้องเริ่มต้นจาก o ไป ๑ ๒ ๓ และ ๔ อย่าคิดจะกระโดดข้ามขั้นเพราะนั่นจะทำให้เราพลาดสิ่งดี ๆ หลาย ๆ อย่างได้ ขอให้คุณใจเย็นและจงเรียนรู้ไปทีละขั้นแต่มั่นคง ดีกว่าก้าวกระโดดและล้มจนเจ็บตัว
๑. ตั้งใจ : คือ นักเขียนต้องมีความตั้งใจ (ตรงตัวเลยแฮะ) และรับผิดชอบในทุกข้อความที่ตนเองได้เขียนถ่ายทอดออกมาไม่ใช่เพียงตัวอักษรที่เรียงร้อยออกมาเป็นนิยายเท่านั้น แม้แต่ย่อหน้าหรือเว้นวรรคก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของนักเขียนที่นักอ่านจะสามารถมองเห็นได้เหมือนกัน จุดประสงค์ของการเป็นนักเขียนไม่ใช่เป็นเพื่อเขียนอะไรสักเรื่องให้จบแล้วก็เลิกรากันไป แต่นักเขียนควรใส่ใจทุ่มเทในสิ่งที่เขียน และลงมือถ่ายทอดเรื่องราวในจินตนาการนั้นอย่างสุดความสามารถ หากมีความตั้งใจจริงคนอ่านจะรับรู้ได้ทันที แต่หากไม่มีความตั้งใจก็คนอ่านนั้นอีกแหละที่จะรู้และจะปิดนิยายคุณลงตั้งแต่สองบรรทัดแรก
๒. รับฟัง : คือ นักเขียนต้องรู้จักที่จะรับฟังคำวิจารณ์ของเพื่อนนักเขียนด้วยกันอย่างใจกว้าง เพราะไม่ว่านักเขียนจะมีฝีมือระดับไหน ก็สามารถมีข้อผิดพลาดได้เหมือนกัน (สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง) แม้แต่ความคิดเห็นของนักอ่านก็มีส่วนช่วยให้นักเขียนปรับปรุงแก้ไขนิยายของตนเองให้ดียิ่งขึ้นได้ เพราะโดยส่วนมากนักอ่านมักจะเห็นข้อบกพร่องในบทความของนักเขียนมากกว่าตัวนักเขียนเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว นักเขียนก็ต้องรู้จักใช้วิจารณญาณในการรับฟัง การที่เราจะรับฟังทุกอย่างแล้วนำมาปฏิบัติตามเสียหมด บางครั้งอาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีทั้งต่อตัวเราและนิยายของเราก็ได้ จงอย่าสูญเสียความเป็นตัวเองเพราะคำวิจารณ์ แต่จงรู้จักนำคำวิจารณ์มาปรับใช้ให้เหมาะสมและอยู่ในความพอดี
๓. ใฝ่รู้ : คือ นักเขียนต้องรู้จักค้นคว้าหาความรู้ ข้อมูลหรือแหล่งอ้างอิงที่ถูกต้องมาพัฒนาการเขียนของตนเอง การเขียนนิยายโดยปราศจากข้อมูลจะทำให้นิยายคุณดูไร้สาระและแก่นสาร คนอ่านจะไม่รู้สึกสนุกไปตามนิยายของคุณเพราะมันดูช่างไม่มีอะไรเลย มีแต่พร่ำบ่นในสิ่งที่ไม่มีหลักความเป็นจริงเอาซะเลย แม้แต่ในนิยายแฟนตาซีที่ใช้จินตนาการในการเขียนแล้ว ยังไงก็ต้องมีหลักความเป็นจริงปนเปอยู่ด้วยเสมอ เพราะฉะนั้นควรหาความรู้ใส่ตัวอย่างสม่ำเสมอ เพราะความรู้นั้นสามารถเติมเต็มได้ไม่มีวันหมด
๔. จรรยาบรรณ ครับ ไม่ว่าอาชีพไหน ๆ ก็ต้องมีจรรยาบรรณเป็นของตนเอง นักเขียนก็เช่นกัน นักเขียนที่มีจรรยาบรรณ ประการแรก คือ ไม่ลอก ไม่ลอกเอานิยายของคนอื่นมาแอบอ้างชื่อเป็นของตนเองนี่คือสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับนักเขียน หากคุณคิดจะทำแบบนี้ตั้งแต่เริ่มเขียนคุณก็หมดคุณสมบัติที่ดีของนักเขียนไปแล้วล่ะครับ
ประการที่สอง คือ ไม่ทำผิดศีลธรรม ในที่นี้หมายถึงการเขียนนิยายที่ผิดต่อศีลธรรมความดี เช่น เขียนนิยายรักความรักระหว่างลูกชายวัย ๑๘ เป็นชู้กับแม่แท้ ๆ ของตัวเองวัย ๔๐ มันถือเป็นการเอาความรักระหว่างแม่ลูกมาดูถูกได้รุนแรงมากครับ อันนี้คือตัวอย่างของการเขียนที่ผิดศีลธรรมและไม่เป็นที่ยอมรับของผู้อ่าน
ประการที่สาม คือ ไม่ใช้ภาษาวิบัติ นักเขียนที่ดีจะไม่ใช้ภาษาวิบัติในการเขียนนิยายเพราะนั้นเป็นการทำลายภาษาไทยและภาษานิยาย เพราะฉะนั้นนักเขียนไม่ควรใช้ภาษาวิบัติเขียนนิยายครับ
ประการสุดท้าย คือ ไม่เขียนสิ่งที่ทำร้ายจิตใจผู้อื่น นักเขียนทุกคนย่อมอยากให้คนอ่านรู้สึกมีความสุขเมื่อได้อ่านเรื่องราวที่เขียน แต่นักเขียนกลุ่มนี้คือนักเขียนที่ชอบเขียนทำร้ายจิตใจผู้อื่นซึ่งมันผิดจุดประสงค์ของการเป็นนักเขียน เช่น วันนี้เพื่อนคุณเจอพวกวิปริตแอบถ่ายรูปตอนเข้าห้องน้ำไปลงในเน๊ต พอตอนเย็นคุณกลับมาบ้านก็เลยอัพไดอารี่ประจานให้ชาวบ้านเค้าได้รู้เรื่องของเพื่อนคุณซะเลย แบบนี้แหละครับเรียกว่าเขียนเพื่อทำร้ายจิตใจผู้อื่น
๕. ความรับผิดชอบ แน่นอนไม่ว่าอาชีพไหน ๆ ความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญแต่ความรับผิดชอบที่เรากำลังจะอธิบายในที่นี้ หมายถึง ความรับผิดชอบต่อถ้อยคำทุกถ้อยคำในนิยาย ไม่ว่าคุณจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่ก่อนจะโชว์ผลงานให้ใครได้อ่านหากนิยายของคุณได้สร้างความเดือดร้อนกับใครก็ตามคุณจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่คุณเขียน ขอย้ำไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
๖. ความสุข มาถึงข้อสุดท้ายกันแล้วหลายคนอาจแอบคิดอยู่ในใจว่าการเป็นนักเขียนเนี่ยไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันแฮะ ใช่ครับ ไม่ว่าอาชีพไหน ๆ ก็ต้องมีจุดง่ายจุดยากกันทั้งนั้น แล้วทำไมเป็นนักเขียนต้องมีความสุขด้วยล่ะ เพราะถ้าหากเราเขียนไปด้วยความทุกข์ไม่รู้สึกมีความสุขกับมันก็แสดงว่าคุณไม่เหมาะกับการเป็นนักเขียนแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นจงมีความสุขกับการเขียนนะครับ
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ต้องยอมรับว่าคุณเป็นคนมีความตั้งใจและอดทนมากทีเดียวที่จะมาเริ่มเรียนรู้กันตั้งแต่ต้น เราขอให้คุณจงจำคำเหล่านี้ไว้ เมื่อใดที่รู้สึกว่าตัวเองหลงลืมไป ขอให้ย้อนกลับมาอ่านสิ่งเตือนใจนี้อีกครั้งและคุณจะพบว่าตัวเองก็เป็นนักเขียนที่ใช้ได้เลยทีเดียว
ความคิดเห็น
ลองอ่านจนหมดแล้วนะคะ
ทำให้มีความรู้เพิ่มเติมมากๆเลยนะเนี่ย
อยากเป็นนักเขียนมานาน แต่ก็ไม่เคยเริ่มเขียนอย่างจริงๆจังๆสักทีค่ะ
พอได้มาอ่านแล้วทำให้อยากเขียนขึ้นมาเลย
จะมารออ่านเรื่อยๆนะคะ
ชอบมาก เห็นด้วยมากๆ เลย
ยิ่งข้อสุดท้าย ความสุข มันเป็นอะไรที่ต้องมีอ่ะ คิดว่าคงต้องเป็นทุกคนที่เคยแต่งนิยาย
ถ้าอารมณ์บูดต่อให้แต่งเท่าไหร่ก็ต้องลบทิ้งเท่านั้น
มันจะมีความรู้สึกว่าห่วย
จบข่าว...
PS. '+' ข้าพเจ้าส่งนิยายเข้าพิจารณาที่สนพ.แจ่มใส ยังไงก็เชิญไปวิจารณ์ได้นะ จะขอบคุณมากๆ โอ๊ย! ตื่นเต้นว้อยยยย '+'
PS. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไปจนเจอ กับคำตอบของปัญหาและจะค้นพบการมีชีวิตอยู่ของตนเอง เข้าสักวัน....
PS. สเนลาห์ การรอคอยจะทำให้เวลาหมุนช้าไปบ้าง แต่บ้างครั้งมันทำให้เรานั้นมีเวลาเป็นของตัวเอง และจงใช้คิดเพื่อทบทวนเรื่องราวผ่านมาและผ่านไป
ต้องลองไปเขียนดูบ้างแล้วคับ
ชอบคลับนี้มากเลยค่ะ ^O^ ขอบคุณนะคะสำหรับความรู้ที่ให้
PS. [:[-Sassy Girl & Popular Boy พิชิตใจยัยตัวแสบ-]:] นิยายนั้นคือชีวิต ตะละล่า ~ หากไม่ดูเป็นการรบกวนก็จะชวนมาอ่านนิยาย อยากฝากมานานแล้วนะ รู้ไม๊ >O< http://my.dek-d.com/Writer/story/view.php?id=261960
ที่เห็นด้วยก็คือเรื่องความสุขในการเขียน เพราะเวลาเรากำลังอยากเขียน(ความคิดกำลังแล่น)แล้วมีคนมาห้ามไม่ให้เขียนมันจะอารมณ์เสียขึ้นมายังไงก็ไม่รู้
แต่พอเราได้เขียนเราจะรู้สึกเหมือนกับว่า อา...มีความสุขจัง อะไรประมาณนี้
แต่ถ้าเราไม่มีอารมณ์จะเขียนแล้วมาฝืนตัวเองให้เขียนนี่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน รับรองเลยว่ามันจะออกมาห่วยแตกสุดๆ
ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำ
PS. หัวใจของฉันหายไป...มันหายไปไหน...มันอยู่กับใคร... เอ๊ะ! นายแจจุง นายเอาหัวใจฉันไปอีกแล้ว... ~In My Heart In My Soul~ รักแจจุงที่สุดในโลก(ดงบังด้วยจ้า)
555
ตอนนี้แต่งได้ร้อยกว่าหน้าแล้ว ดีใจ><
แต่พอได้มาอ่านบล็อคนี้ก็รู้สึกดีขึ้นมา
จะกลับไปเขีียนอย่างตั้งใจ
ในเมื่อเราทำอย่างตั้งใจแล้ว
ผลจะออกมาเป็นยังไงนั้น
ยังไงก็จะไม่เสียใจ ในเมื่อเราทำมันอย่างเต็มที่
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ บทความดีมาก ๆ เลย
จะจดจำไว้ในใจนะค่ะ
เกิดกี่ชาติก็พิการแขนขาไร้ทางหากิน