Devil May Cry 1 : The Legend Of Sons Sparda

ตอนที่ 9 : Mission 9 - Something Wrong

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 พ.ย. 49

Mission  9

- Something Wrong - 

 

                ข้างบนจะเป็นยังไงบ้างนะเพิลพูดขึ้นขณะที่กำลังตักอาหารเข้าปาก

                จะมาถามฉันทำไม ก็นั่งอยู่ด้วยกันเนี่ยดันเต้บอกอย่างไม่ใส่ใจนัก

                ช่วยสนใจสภาพรอบตัวหน่อยได้มั้ย?” เพิลหันไปจ้องเขาเขม็ง ดันเต้ยักไหล่อย่างสบายอารมณ์และยังคงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป

                เฟียร์เดินเข้ามาอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยและนั่งลงที่โต๊ะอาหาร

                แล้วคุณเวอร์จิลล่ะ? ไม่ลงมาด้วยกันเหรอ?” เพิลถามและต้องชะงักทันทีกับสายตาเย็นชาที่เฟียร์ส่งไปให้

                คืนนี้ฉันนอนด้วยนะ มีเรื่องจะคุยเฟียร์บอกกับเพิลที่กำลังตักข้าวใส่จานให้เธอ

                อ้าว นึกว่าจะนอนด้วยกันซะอีกพอดันเต้พูดจบ จานข้าวก็ลอยใส่หน้าเขาแต่เขายังคงรับไว้ได้เช่นเคย

                เลิกซะทีได้มั้ย ไอ้มุขปาของเนี่ยไม่เห็นสำเร็จซักที

                นายก็เลิกพูดจาแทะโลมน้องสาวฉันซะทีสิ

                ออกมาแล้ว..พลังติดน้อง

                เพิลเตรียมขว้างทัพพีใส่เขา แต่เฟียร์ตัดบทอย่างรำคาญด้วยการขึ้นลำเดสเซิร์ทอีเกิ้ลเรียบร้อยแล้ว

                หยุดซะที  รำคาญเธอบอกด้วยความไม่สบอารมณ์ และหันไปมองเพิลที่รีบตักข้าวให้เธออย่างรวดเร็วส่วนดันเต้ไม่พูดอะไรและยังคงกินอาหารต่อไป

 

                หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเฟียร์ขอตัวไปอาบน้ำ ส่วนดันเต้นั่งเช็ดปืนอยู่ที่ห้องรับแขก โดยมีเพิลที่ล้างจานอยู่ตวาดเป็นระยะกับการทำเสียงดังของเขา เมื่อเฟียร์อาบน้ำเสร็จเธอมานั่งคุยกับดันเต้เพื่อรอเพิลให้จัดการทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อย

                นึกออกรึยังว่าจะให้ฉันทำอะไร? ดันเต้ถามระหว่างที่ยังจดจ่ออยู่กับปืนของเขา

                ฉันนึกได้แล้วเธอบอกเรียบๆเรียกนัยน์ตาคนฟังให้มองกลับทันที

                อะไรล่ะ?”

                ทำลายหอคอย Temen – Ni – Gru ทีว่าจบดันเต้ตะคอกใส่เธอทันที

                ทำได้ซะที่ไหนเล่า!!”

                ไม่ได้เรื่อง...งั้นเอาเป็นเฟียร์ทำท่าครุ่นคิดและจ้องมองไปที่เพดาน ซัดเวอร์จิลให้ครั้งหนึ่งสิ

                อย่าเอาปัญหาในครอบครัวมาเกี่ยวได้ไหมเขาเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่อยู่กับสารพัดคำสั่งที่เจ้าหล่อนสรรหามาให้

                อันนี้ก็ทำไม่ได้เหรอ..งั้นเอาเป็นอันนี้ดีกว่ามั้ง...ดูจะมีสาระสุดเธอทำหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย

                นายชอบพี่สาวฉันใช่มั้ย งั้นก็ไปสารภาพรักซะสิต่อหน้าทุกคนด้วยนะเธอพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่คนฟังกลับหน้าขึ้นสีเรื่อ

                ใช่ซะที่ไหนเล่า! คิดอะไรบ้าๆ! เอาอะไรที่ฉันทำได้มั่งเซ่

                อย่างสุดท้ายนี่ง่ายที่สุดแล้วนะเธอบอกอย่างเฉยเมย

ก็แค่เดินไปแล้วไปบอกว่าชอบพี่ฉัน--แค่นี่เองง่ายๆเธอถอนหายใจออกมาเบาๆและบุ้ยใบ้ไปทางเพิลที่อาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ

                ง่ายตายชักแหละ--ไม่รู้ว่าต้องบอกแบบไหนนี่สิคำกล่าวของดันเต้ที่ทำให้เฟียร์รีบพูดแทรกขึ้นทันที

                ไหนว่าไม่ชอบไงพูดจบเฟียร์ลุกเดินขึ้นห้องไปทันที พอดีกับที่เพิลเปิดประตูห้องน้ำออกมา

                เฟียร์หล่ะเพิลถามขณะที่กำลังเช็ดผมที่เปียก

                ขึ้นห้องไปแล้วดันเต้ตอบสั้นๆโดยไม่มองหน้าเธอและทิ้งตัวลงนอนทันที ส่วนเพิลที่ยืนทำหน้างงๆเดินขึ้นข้างบนไป

 

                เมื่อขึ้นมาถึงข้างบน เพิลเปิดประตูห้องเข้าไปเห็นเฟียร์นั่งเหม่ออยู่ที่เตียง เธอกระโดดขึ้นไปและนอนเท้าคางมองหน้าเฟียร์

                มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอ?” เพิลถามขณะที่เฟียร์จะตอบนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

                ก๊อกๆๆ

                ไม่ได้ล็อก เข้ามาได้เพิลบอกและหันมองที่ประตูและต้องค้างทันทีเมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามานั้นคือเวอร์จิล

                ฉันมีเรื่องจะคุยกับเฟียร์เวอร์จิลบอก มือของเฟียร์กำลังจะเลื่อนไปจับที่คอเสื้อของเพิลแต่ก็ต้องหยุดลงกับคำพูดต่อมา แค่2คน

                ตามสบายค่ะเพิลบอกอย่างกลัวๆแล้วรีบเดินออกจากห้องไปทันทีโดยรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตจากเฟียร์ ที่ตามไล่หลังมา

 

                ที่ข้างล่าง เพิลรีบวิ่งตรงไปหาดันเต้ทันทีและเขย่าตัวเขาอย่างแรง

                ตื่นๆๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!”

                อะไรของเธอดันเต้ยังคงไม่มองหน้าเพิล

                ตื่นมาเดี๋ยวนี้ตาคนขี้เซา ตอนนี้พี่ชายของนายไปขอคุยในห้องกับเฟียร์2คนส่วนฉันโดนไล่ลงมา!” เพิลยังคงเขย่าตัวเขาต่อไปอย่างตื่นๆ

                คุยกันก็ดีแล้วนี่ สองคนนั้นจะได้ปรับความเข้าใจกันเขาบอกและหันไปหาเพิลอย่างรำคาญเล็กน้อย

                ถ้าเกิดเหตุการณ์มันเลวร้ายล่ะจะทำยังไง ทำอะไรซักอย่างสิดันเต้!”

                ดันเต้ลุกขึ้นมาทำหน้าอย่างเซ็งๆและพูดขึ้น

                ทำแน่ อย่างแรกเลยนะเช็ดหัวเธอซะยัยบ๊องดันเต้หยิบผ้าขนหนูออกมาจากคอเพิลและคลุมหัวเธอก่อนที่จะลงมือขยี้

                แล้วฉันจะทำไงดีหล่ะ ถ้าห้ามก็อาจโดนพี่ชายนายเสียบ แต่ถ้าปล่อยไปมีหวังพรุนกลายเป็นรังผึ้งเพราะโดนเฟียร์สาดกระสุนแน่ๆเธอดูจะตื่นๆในสถานการณ์แบบนี้

                ใจเย็นๆ..มีสองทางเลือกดันเต้พูดทั้งที่ยังเช็ดผมให้เธอ

                อะไรเหรอ?”

                อย่างแรกให้เธอไปห้ามเวอร์จิลและโดนเสียบส่วนฉันไม่ห้ามแล้วโดนสาด เราสองคนจะได้โดนคนละอย่าง--แฟร์ดีเขาบอกกวนๆ ทำให้เพิลส่งหมัดเข้าที่ท้องเขาทันที

               

                ทางด้านเฟียร์กับเวอร์จิลที่อยู่บนห้องทั้งคู่ยังคงนิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไรออกมา เฟียร์นั่งหันหน้าไปทางหน้าต่างโดยไม่คิดจะหันไปมองคนที่ยืนอยู่ตรงประตูแม้แต่น้อย

                เธอลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปที่ประตูโดยไม่มองเขา เผื่อว่าจะสามารถออกไปจากตรงนี้ได้แต่แล้วเธอก็คิดผิดเมื่อเวอร์จิลจับเข้าที่ข้อมือของเฟียร์และดันเธอไปติดที่หัวเตียงพร้อมกับนั่งลงและเอามือกั้นเธอไว้

                มีธุระอะไร?” เฟียร์ถามขึ้นโดยไม่มองหน้าเขา

                ฉันมีเรื่องจะถามเธออยู่2เรื่อง เรื่องแรก..ทำไมต้องหลบหน้าฉันเวอร์จิลจ้องเธออย่างไม่ละสายตาเพื่อรอคำตอบ

                ฉันไม่อยากจะเกิดความรู้สึกผูกพันธ์เฟียร์ยังคงไม่มองหน้าเขาและมีสายตาเศร้าลงไปเล็กน้อย

                ทำไม?”

                เพราะสักวันนึง เราอาจจะต้องมาสู้กันเอง...เมื่อถึงเวลานั้น..” คำพูดถูกกลืนหาย เฟียร์เหลือบสายตาไปมองเขาเล็กน้อยด้วยแววตาที่เศร้าลงกว่าเดิม

                ถ้าเป็นเรื่องงี่เง่าเกี่ยวกับคำสาปDeath Bloodนั่นหล่ะก็...ฉันไม่สนใจ

                เฟียร์ตอนนี้มองเวอร์จิลด้วยสายตาที่โล่งอกเล็กน้อย และแอบดีใจอยู่ลึกๆกับคำพูดของเขา

                อย่างที่2  ตกลงเธอกับหมอนั่นเกี่ยวข้องยังไงกันแน่

                อารอน...ถ้าคุณหมายถึงเค้าล่ะก็..ฉันบอกไปแล้วไงว่าจำเรื่องเกี่ยวกับเขาไม่ได้

                แต่หมอนั่นบอกว่าเป็นคู่หมั้นเธอเวอร์จิลยังคงถามต่อไป สายตาของเขาจริงจังขึ้นกว่าเดิม

                คุณสนใจเรื่องนี้ทำไม?” เฟียร์ถามด้วยสีหน้างงๆเล็กน้อยแต่เวอร์จิลไม่ตอบอะไรและยื่นหน้าเข้าไปไกล้ทำให้เธอตกใจและหลบสายตาเขา เวอร์จิลจับที่แก้มเธอเพื่อให้เธอหันมามองและเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ดันเต้นั่นเองที่เป็นคนเปิดประตูเข้ามา(ขัดจังหวะ)

                อ๊ะ...โทษทีที่มาขัดจังหวะ  เชิญต่อกันได้เลยว่าจบ  ดันเต้ปิดประตูทันทีพร้อมกันกับที่เพิลรีบวิ่งเข้ามาประชิดตัวเขา

                เหตุการณ์เป็นยังไงบ้าง?” เพิลตามอย่างตื่นๆและเดินไปที่ประตู  แต่ดันเต้มาขวางเธอไว้

                อย่าเพิ่งเข้าไปจะดีกว่า เดี๋ยวจะโดนสาดเอาโดยไม่รู้ตัวดันเต้บอกอย่างกวนๆแต่เพิลปัดเขาออกและเปิดประตูเข้าไป

                ภาพที่เธอเห็นคือเวอร์จิลและเฟียร์ที่ใกล้ชิดกันเหมือนกับจะกอด เวอร์จิลหันมาส่งสายตาดุให้เพิลที่ยืนเหวออยู่

                โทษที...จะเอาไอ้ตัวนี้ออกไปให้ดันเต้บอกพลางลากคอเพิลและปิดประตูทันที

                เวอร์จิลถอนหายใจออกมาและหันไปทางเฟียร์ที่หลบสายตาเขาเพราะเธอดูจะหน้าแดงเล็กน้อย เวอร์จิลจึงก้มลงจูบที่หน้าผากและลูบหัวเธอเบาๆ

                นอนซะเขาผละจากเธอและเดินออกจากห้องไป

                ดันเต้กับเพิลที่ยืนอยู่หน้าห้องต้องสะดุ้งไปทันทีเมื่อเวอร์จิลเปิดประตูห้องออกมาเจอพวกเขาทั้ง2

                เธอเข้าไปนอนได้แล้ว ฉันหมดธุระกับเฟียร์แล้วว่าจบเขาเดินกลับเข้าห้องนอนไปทันที  ทิ้งให้เพิลและดันเต้มองหน้ากันอย่างงงๆ

                เห็นมั้ยว่าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดดันเต้มองเพิลอยู่ครู่หนึ่งและจับเธอหันหลังดันเข้าห้องนอนไป ไปนอนได้แล้ว

                ดันเต้เดินตรงไปที่บันไดพอดีกับที่เพิลเรียกเขาไว้

                รอเดี๋ยวเพิลเดินเข้าไปในห้องและหยิบผ้าห่มมาผืนหนึ่งโยนให้กับเขา

นอนข้างล่างอากาศเย็น ขี้เกียจมานั่งพยาบาลคนป่วยพูดจบเธอปิดประตูลง ดันเต้ยืนอมยิ้มเล็กน้อยและเดินลงไปข้างล่าง

                เพิลนั่งลงที่เตียงและจ้องหน้าเฟียร์ตาไม่กระพริบ

                ปรับความเข้าใจกันแล้วเหรอ?” เพิลถามอย่างอยากรู้

                ฉันง่วง..จะนอนแล้วเฟียร์บอกพร้อมกับดึงผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ เพิลกะจะถามต่อแต่นึกขึ้นได้ว่าถ้าเฟียร์บอกว่าง่วงแล้วห้ามไปยุ่งไม่งั้นอาจได้กินมื้อดึกแน่

 

                ในตอนเช้า เฟียร์และเพิลตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำอาหาร ดันเต้ยังคงนอนหลับอยู่ที่โซฟาในขณะที่เวอร์จิลยังคงไม่ลงมาจากข้างบน

                คิดไงถึงมาช่วยพี่ทำกับข้าวเนี่ย?” เพิลพูดพร้อมกับอมยิ้มทำให้เฟียร์ส่งสายตาดุไปให้เธอทันที

                คิดสั้น...ไม่ทำแล้วเฟียร์บอกอย่างเคืองๆเล็กน้อยแต่ยังคงลงมือทำกับข้าวต่อไป

                ดันเต้ตอนนี้เพิ่งตื่นนอนและเดินงัวเงียเข้ามาในครัว

                เพิล--หิวจังทำไรกิน?” ดันเต้พูดทั้งที่ยังสะลึมสะลืออยู่ แล้วนัยน์ตาเขาก็ต้องเบิกกว้างขึ้น เมื่อคนที่อยู่ต่อหน้าเขาคือเฟียร์นั่นเอง

                เฮ้ย ! ทำไมเป็นเธอ...อะไรดลใจเนี่ย?” ดันเต้พูดปนเขาและมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย

                ไอ้นี่ไงเฟียร์หันกลับไปพลางชี้มีดจ่อไปที่หน้าดันเต้             

                เอ่อ...งั้นฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนละกันดันเต้รีบออกจากห้องครัวไปทันที

 

                หลังจากดันเต้อาบน้ำเสร็จ เขารีบเดินตรงเข้ามาในครัวพร้อมๆกับที่เวอร์จิลเองก็เดินมาเช่นกัน

                เสร็จรึยัง?” ดันเต้ถามเพิล

                เสร็จแล้ว ไปนั่งได้เลยเพิลบอกและเดินไปหยิบจานบนหลังตู้ ขณะที่ดันเต้นั่งลงที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว

                บทสนทนายามเช้าของสามีภรรยาเฟียร์บอกเบาๆพลางวางจานอาหารลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจนักโดยเธอเองไม่รู้เลยว่าได้มีแขกอีกคนเดินเข้ามานั่งเรียบร้อยแล้ว

                ใครมันจะเหมือนคู่ข้าวใหม่ปลามันเล่าดันเต้บอกยิ้มๆ และบุ้ยใบ้ไปทางเวอร์จิลที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาทำให้เฟียร์รีบหันไปจดจ่อกับจานอาหารทันที

                ข้าวมาแล้วจ้ะเพิลพูดอย่างอารมณ์ดีและมีสีหน้างงเมื่อเห็นทั้ง3คนไม่หันมามองกันเลย

ในระหว่างที่ทานอาหารอยู่นั้นดันเต้ก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ 

                ปรับความเข้าใจกันแล้ว ทำไมยังไม่มองหน้ากันอีกดันเต้เหลือบสายตาไปมองเฟียร์ เขาพยายามทำสีหน้าให้เงียบขรึมทั้งที่แทบอยากจะหัวเราะออกมา

                เฟียร์ไม่ตอบอะไร และหลุบสายตาลงทันทีก่อนที่จะเปรยหางตาไปมองดันเต้และพูดขึ้น

                อย่าลืมล่ะ--สิ่งที่ฉันให้นายทำน่ะ...ข้อสุดท้ายนั้นฉันเอาจริงคำบอกที่เล่นเอาดันเต้สำลักออกมาทันทีก่อนที่จะหันไปจ้องเธอด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ว่าเขากำลังเขินอยู่ เวอร์จิลและเพิลเองมีสีหน้างงๆกับคนทั้งคู่ที่ไม่รู้ว่าเล่นอะไรกันอยู่

                หลังจากทานอาหารเสร็จ เฟียร์และดันเต้เตรียมจะออกไปหาข้อมูลที่หอคอยอีกครั้งแต่เพิลเรียกคนทั้งคู่ให้หยุดไว้

                เฟียร์...เมื่อวานก็ไปมาแล้วไม่ใช่เหรอ? ได้อะไรมามั่งหล่ะ?” คำถามของเพิลที่ทำให้เฟียร์และดันเต้มองหน้ากันอย่างหาคำตอบ เพราะเมื่อวาน...ทั้งคู่สนใจที่จะสาดกระสุนใส่กันมากกว่าที่จะหาข้อมูลเสียอีก

                ก็นิดหน่อยดันเต้พูดพลางยักไหล่

                เหรอ...งั้นก็ไปดีมาดีละกันเพิลพูดและยิ้มออกมา ส่วนดันเต้เบือนหน้าหนีทันทีเพราะยังคงติดใจกับคำพูดของเฟียร์อยู่

                ทำไมวันนี้ฉันมองยัยนี่น่ารักนักฟะ สงสัยสายตาจะมีปัญหาดันเต้บ่นเบาๆพลางเอามือกุมขมับ

                อะไรนะ?” เพิลถามขึ้นอย่างสงสัย

                ไม่มีอะไรดันเต้ตอบสั้นๆและรีบกระชากแขนของเฟียร์ให้ตามเขาออกจากร้านไปทันที  ทิ้งให้เพิลมีสีหน้างงๆ

 

                นี่ก็ผ่านมา 1 อาทิตย์แล้ว ที่อารอนไม่โผล่มาที่ร้านเลยบรรดาพวกของดันเต้ก็ยังคงหาข้อมูลของอาร์คแฮม แม้แต่เหล่าปีศาจยังไม่ออกมาเพ่นพ่านในเมือง

                บ้าชิบ...มันหายหัวไปไหนฟะ!” ดันเต้มีท่าทางโมโหและโยนปืนไปบนโต๊ะทำงาน

                เอ้าน้ำ...ใจเย็นลงซะบ้างสิเพิลยื่นแก้วน้ำส่งให้

                ทางฉันก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเหมือนกันเวอร์จิลบอกเรียบๆและรับแก้วที่เพิลยื่นส่งให้

                ฉันยังไม่รู้สึกถึงพลังปีศาจมากเท่าไหร่นัก อาร์คแฮมคงยังไม่มีการเคลื่อนไหวเพิลส่ายหน้าอย่างปลงๆและหันไปหาเฟียร์ที่นั่งนิ่งอยู่

                เฟียร์  แล้วเธอล่ะดันเต้ถามขึ้น เฟียร์หันมามองด้วยสีหน้าจริงจังเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

                ฉันไม่รู้เธอตอบสั้นๆ

                เธอกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?” เพิลถาม

                อารอน...หมอนั่นไม่มาอีกเลยเฟียร์พูดขึ้นลอยๆและจ้องมองไปบนเพดานอย่างไม่มีแก่นสาร

                คิดถึงหมอนั่นเหรอ?” ดันเต้พูดขึ้นกวนๆเรียกสายตาค้อนขวับจากเพิล

                สังหรณ์ไม่ดีเลย เหมือนกับว่า...จะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นเธอพูดเหมือนบ่นกับตัวเองมากกว่า

                อย่าพูดสิ--เธอยิ่งแม่นๆอยู่เพิลพูดอย่างหวาดๆพลางจ้องมองเฟียร์ 

                ฉันจะออกไปข้างนอกจู่ๆเฟียร์ก็พูดขึ้นและหันไปทางทั้ง3คน

                จะออกไปไหนเหรอ?” เพิลถามขึ้นและดูเหมือนเธอเตรียมที่จะออกไปกับเฟียร์

                ทำธุระเฟียร์ตอบสั้นๆ ไปกับฉันได้รึเปล่า...เวอร์จิล

คำชวนของเธอเล่นเอาทั้งห้องอึ้งกันไปทันที เวอร์จิลที่อ่านหนังสืออยู่ปิดมันลงทันทีและเดินนำไปที่ประตู  เฟียร์จึงเดินตามเขาไปทิ้งให้เพิลและดันเต้มองหน้ากันอย่างงงๆ

                ดันเต้--นายคิดว่าไงเพิลถามขณะที่มองเขา

                สามีภรรยาไปเดินเล่นเขาตอบพลางยักไหล่เล็กน้อย

ฉันก็ไปมั่งดีกว่า

                นายก็จะไปด้วยเหรอ..ไปไหนล่ะ?”

                ก็ไปทำงานน่ะสิ

                ทุกคนนี่ใจร้ายจริงๆเลยนะ ทิ้งฉันไว้คนเดียวเพิลพูดอย่างตัดพ้อ ดันเต้เอานิ้วจิ้มหน้าผากเธอและพูดขึ้น

                เธอรออยู่นี่แหละดีแล้วว่าจบ  เขาเดินออกจากร้านไปทันทีและพูดทิ้งท้ายไว้

                ถึงอยู่บ้านก็ระวังตัวด้วยล่ะ  แล้วฉันจะรีบกลับ

 

 

 

                                                                                                           By : Minoru and Michiyo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

79 ความคิดเห็น