เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 132 : ตอนที่131:ยื่นข้อเสนอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 399 ครั้ง
    20 ต.ค. 61

“ขอบคุณน้องชายที่ได้ยื่นมือช่วยชีวิตของข้าเอาไว้    นับจากนี้ต่อไปชีวิตของข้าขอมอบให้น้องชายเป็นผู้ตัดสิน หากเจ้าสั่งให้ข้าไปตาย ข้าก็จะไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว”


หยางหยุนกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้แก่เสี่ยวหมิง  ทันทีที่เห็นว่าบัดนี้คนทั้งสามได้ถูกเสี่ยวหมิงสังหารจนหมดสื้นแล้ว

 

เสี่ยวหมิงพลันเหลือบมองไปยังหยางหยุนครู่หนึ่ง  หลังจากที่ได้ยินในคำกล่าว จากนั้นก็ได้ตอบกลับไปว่า

 

“เจ้าแน่ใจแล้วงั้นรึ ที่กล่าวออกมาแบบนี้  ไม่กลัวว่าข้าจะสั่งให้เจ้าไปตายตอนนี้เลยหรอกรึ?”เสี่ยวหมิงเอ่ยถามพลางมองไปยังหยางหยุนเพี่อความแน่ใจ

 

“ถ้าหากว่าเจ้าต้องการที่จะให้ข้าตายจริงๆ  เจ้าคงปล่อยให้ข้าถูกเจ้าสามคนนั่นสังหารไปแล้ว  และคงไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยชีวิตของข้าเอาไว้หรอก ข้าพูดถูกหรือไม่”หยางหยุนกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา

 

“เจ้าเดาได้ถูกต้องแค่ส่วนเดียว  อีกเก้าส่วนนั้นมันเป็นเพราะว่าข้าอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้ากับพวกมันทั้ง3มากกว่า  ว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร?  และมันคือความจริงหรือไม่?   ซึ่งข้าก็หวังว่าเจ้าจะทำตามคำพูดที่ได้ตกลงกันเอาไว้นะ”เสี่ยวหมิงกล่าวแล้วมองไปยังหยางหยุนเพื่อรอคำตอบ

 

เมื่อได้ยินเสี่ยวหมิงกล่าว  หยางหยุนพลันรีบตอบกลับในทันทีว่า

 

“ในเมื่อเจ้าเป็นผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้กับข้าแล้ว  ขอเพียงแค่ข้ารู้ข้ายินดีที่จะเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เจ้าฟังทั้งหมด”หยางหยุนกล่าวแล้วมองไปยังเสี่ยวหมิงด้วยสีหน้าที่จริงจัง

 

เมื่อเห็นดังนั้นเสี่ยวหมิงจึงเอ่ยขึ้น

 

“ก่อนอื่นเจ้ากินยาเม็ดนี้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บก่อน หลังจากนั้นเจ้าถึงค่อยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ข้าฟัง เพราะข้าไม่อยากทรมานคนเจ็บเช่นเจ้า”เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อกับหยิบเม็ดยารักษาระดับ4ที่มีความบริสุทธิ8ส่วนออกมาจากแหวนมิติให้กับหยางหยุน

 

จากนั้นเขาก็ได้เดินไปหยิบเอาแหวนมิติของศพทั้งสามพร้อมทั้งปลดปล่อยแรงกดดันลมปราณออกมาทำลายศพทั้งสามจนสลายหายไปในอากาศ  แล้วเดินกลับมานั่งลงตรงหน้าของหยางหยุนเพื่อรอให้หยางหยุนปรับลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บ

 

จนเมื่อเวลาผ่านไปถึงครึ่งชั่วยาม  หยางหยุนจึงสามารถปรับลมปราณที่ปั่นป่วนให้คงที่ได้  พร้อมกับที่เม็ดยาของเสี่ยวหมิงเริ่มออกฤทธิ  ทำให้ร่างกายภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บ ทุเลาลงกว่า6ส่วน

 

และเมื่อเห็นว่าอาการของหยางหยุนดีขึ้นแล้ว เสี่ยวหมิงจึงรีบเอ่ยขึ้นมาทันที;jk

 

“ในเมื่อตอนนี้อาการบาดเจ็บของเจ้าก็ดีขึ้นกว่า6ส่วนแล้ว  เจ้าคงสามารถเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตามที่คนทั้งสามเอ่ยออกมาได้แล้วใช่หรือไม่?

 

หยางหยุนพยายามข่มอารมณ์โกรธแค้นลง หลังจากที่ได้ยินเสี่ยวหมิง กล่าว จากนั้นก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า

 

“มันต้องเริ่มตั้งแต่เมื่อ15ปีก่อน  เมื่อพ่อของข้าหยางชุนเทียนได้คบกันเป็นสหายกับผู้นำตระกูลหวงในเวลานั้น  ได้เข้าประชุมกับเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดทั้ง4  หารือถึงเรื่องการร่วมมือกับผู้นำของตระกูลชิงเพื่อบีบให้ผู้นำตระกูลหวง  หวงเสี่ยวไห่ให้มอบคำภีร์สุดยอดวิชาออกมา

 

ถ้าหากว่าท่านหวงเสี่ยวไห่ไม่ยินยอมที่จะมอบคำภีร์สุดยอดวิชาออกมาแล้ว ผู้นำตระกูลของข้า  หยางซิงและผู้นำอีก3ตระกูลจะร่วมมือกันสังหารผู้นำตระกูลหวงและคนในตระกูลทั้งหมด แล้วต่อจากนั้นจึงจะเข้าไปค้นหาคำภีร์สุดยอดวิชาในตระกูลหวงเอง”

 

ทันทีที่เสี่ยวหมิงได้ยินถึงเรื่องราวต้นตอที่ทำให้ตระกูลหวงของตนเองต้องล่มสลายลงอีกครั้ง ด้วยความแค้นที่มีอยู่เต็มอกมันทำให้เสี่ยวหมิงพลันลืมตัวจนเผลอปลดปล่อยจิตสังหารออกมาพร้อมกับแววตาของความโกรธแค้นเป็นที่สุด

 

มันถึงกลับทำให้หยางหยุนที่สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงของเสี่ยว หมิง ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย และไม่เข้าใจว่าทำไมเสี่ยวหมิงถึงได้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาหลังจากที่ได้รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ตระกูลหวงล่มสลายลงแล้ว

 

เมื่อมองเห็นสายตาและใบหน้าที่แสดงถึงความสงสัยของหยางหยุนที่มองมายังตนเองแล้ว เสี่ยวหมิงจึงรีบเก็บจิตสังหารกลับคืนพร้อมกับกล่าวว่า

 

“เจ้าเล่าต่อไปเถอะ  พอดีเหตุการณ์แบบนี้มันทำให้ข้านึกไปถึงเรื่องราวความแค้นเก่าก่อนที่ข้าจะต้องไปจัดการ มันจึงทำให้ข้าลืมตัว”

 

หลังจากที่ข้อสงสัยถูกไขกระจ่างแจ้งแล้ว  หยางหยุนพลางเลิกสนใจแล้วเล่าเรื่องราวต่อในทันที

 

“หลังจากที่บิดาของข้าได้รู้ถึงแผนการณ์ของไอ้หยางซิงจอมเจ้าเล่ห์แล้ว  ด้วยความเป็นสหายกัน พ่อข้าจึงได้กล่าวคัดค้านกลางที่ประชุมเนื่องจากมองว่าถ้าหากกระทำไปตามที่หยางซิงกล่าวแล้ว

 

มันอาจจะทำให้ผิดคำสาบานของบรรพบุรุษตระกูลหยางและตระกูลหวงที่เคยสาบานว่าทั้งสองตระกูลจะต้องคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันดุจพี่น้อง  มาตั้งแต่ช้านานและถูกส่งต่อมายังผู้นำแต่ละรุ่นต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของหยางซิง 

 

เมื่อคำกล่าวของพ่อข้าทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดทั้ง4เห็นด้วยแล้ว ไอ้แก่ หยางซิงจึงไม่สามารถทำอะไรได้ จนต้องรีบออกจากห้องประชุมไปด้วยความฉุนเฉียว

 

แต่ใครจะคิดหล่ะว่าหลังจากนั้นอีก2วัน ท่านพ่อของข้าที่เวลานั้นได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำทักษะประจำตระกูลหยางไปแลกเปลี่ยนกับทักษะประจำตระกูลชิง  ซึ่งในเวลานั้นทางผู้นำตระกูลชิงต้องการที่จะแลกเปลี่ยนศึกษาเพื่อความก้าวหน้าของตนเอง

 

แต่เมื่อท่านพ่อของข้ากลับมายังตระกูลหยางแล้ว ท่านพ่อกลับถูกผู้อาวุโสสูงสุดลำดับ2สองจับกุมโทษฐานที่พ่อของข้านั้นละเลยหน้าที่ จนเป็นเหตุทำให้ทักษะวิชาประจำตระกูลชิงนั้นถูกสับเปลี่ยนไปในระหว่างทาง  และได้ถูกจองจำอยู่ในตุกใต้ดินตามกฏของตระกูลหยาง

 

ส่วนข้าที่เวลานั้นมีอายุเพียง3ปี ได้ถูกผู้รับใช้ส่วนตัวพาไปฝากเป็นศิษย์ของสำนักกระบี่ดาราเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกไอ้เจ้าแก่หยางซิงสังหาร ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นแล้ว เห็นทีว่าท่านพ่อคงจะคลุ้มคลั่งจนเป็นฝ่ายทำให้หยางซิงมีโอกาสสังหารได้” กล่าวถึงตรงนี้หยางหยุนพลันปรากฏแววตาที่เศร้าสลด จนเสี่ยวหมิงสามารถรู้สึกได้ จากนั้นเขาก็กล่าวต่อไปอีกว่า

 

“หลังจากที่ข้าอาศัยอยู่ในสำนักกระบี่ดาราได้เพียง2ปี  ผู้รับใช้ส่วนตัวที่พาข้าไปยังสำนักกระบี่ดารากลับถูกหยางชิงส่งคนมาลอบสังหารจนตกตายไป   ซึ่งเรื่องนี้ข้าได้รับรู้เมื่อข้ามีอายุได้15ปี เมื่อตอนที่ข้าออกมาทำภารกิจของสำนัก และอาศัยช่วงเวลานั้นตรวจสอบความจริงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้  

 

ซึ่งข้าต้องใช้เวลาถึง6เดือนในการตรวจสอบรวมถึงใช้เงินเก็บทั้งหมดของข้าที่มีราวๆ2ล้านเหรียญทองเพื่อซื้อข่าวกับคนผู้หนึ่ง จึงสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ ว่าจริงๆแล้วมันเป็นแผนการณ์ของไอ้เจ้าแก่หยางซิงและไอ้เจ้าชิงเป่ยรวมหัวกันเขี่ยท่านพ่อของข้าให้พ้นทาง

 

อีกทั้งหลังจากที่พวกมันรู้ว่าข้าถูกมอบภารกิจให้มาสำรวจยังถ้ำของหุบเหวไร้ก้นบึ้งนี้แล้ว  พวกมันถึงกับส่งคนของพวกมันมาเพื่อกำจัดข้า ซึ่งข้าก็เกือบที่จะจบชีวิตด้วยน้ำมือของพวกมันทั้ง3 ถ้าหากว่าไม่ได้เจ้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือแล้ว”พร้อมกับมองไปยังเสี่ยวหมิงด้วยแววตาขอบคุณ

 

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากของหยางหยุน  รวมถึงจากที่เขาสังเกตุดูแววตาของหยางหยุนเพื่อจับโกหกในขณะที่พูดแล้ว

 

เขากลับพบว่า  มันมีความแค้นที่ถูกส่งออกมาทางแววตา รวมถึงทุกคำพูดของหยางหยุนที่เล่าออกมานั้นมันไม่มีร่องรอยของความโกหกหรือแต่งเรื่องราวขึ้นอยู่เลย

 

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เสี่ยวหมิงจึงรู้สึกเห็นใจหยางหยุนที่ต้องแบกรับความแค้นที่ถูกคนชั่วเหล่านั้นทำลายครอบครัวเหมือนกับตนเอง

 

“เฮ้อ!  ข้าคิดว่าเรื่องแบบนี้มันมีเพียงแค่ในนิทานหลอกเด็กเท่านั้น แต่ไม่เลยมันคือเรื่องจริงที่เจ้าถูกคนเหล่านั้นกระทำจนต้องคอยหลบหนีอยู่ตลอดเวลาแบบนี้   ซึ่งข้าไม่แปลกใจเลยที่ทำไมพวกมันทั้ง3ถึงอยากที่จะสังหารเจ้านัก”เสี่ยวหมิงกล่าวพึมพัมออกมา    

 

จากนั้นเข้าก็ได้เอ่ยถามกับหยางหยุนออกไปว่า

 

“แล้วต่อจากนี้เจ้าจะทำเช่นไรต่อไป  เจ้าจะเดินเข้าไปสำรวจด้านในต่อ หรือจะกลับออกไปแล้วมุ่งหน้ากลับไปยังสำนักกระบี่ดาราเลยหรือไม่?

 

หลังจากที่หยางหยุนได้ยินคำถามของเสี่ยวหมิง เขาแทบไม่ต้องคิดเลยว่าเขาจะทำอะไรต่อไป เนื่องจากว่าเวลานี้เขาสามารถมีชีวิตรอดเพื่อไปแก้แค้นกับคนเหล่านั้นได้แล้ว ขอเพียงแค่เขากลับไปยังสำนักและพยายามฝึกฝนให้หนักขึ้น รอโอกาสหลังจากที่เขาก้าวไปถึงลมปราณขั้นเปลี่ยนแปลงเทวะแล้ว  เมื่อนั้นมันจะเป็นวันที่เขาจะเอาคืนคนพวกนั้นอย่างแน่นอน

 

แต่ในช่วงจังหวะที่หยางหยุนกำลังจะตอบกลับไปนั้น เขาพลันนึกได้ว่าที่ประตูทางเข้ายังมีอาวุโสอีก4คนยืนขวางกั้นไม่ให้ใครเดินเข้ามาไม่ใช่หรอกหรือ แล้วเสี่ยวหมิงสามารถเดินเข้ามายังด้านในของเส้นทางนี้ได้อย่างไร 

 

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หยางหยุนพลันมองไปยังเสี่ยวหมิงด้วยดวงตาเบิกกว้าง  บนใบหน้าปรากฏสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมาอีกครั้ง แล้วเอ่ยออกๆไปว่า

 

“นี่อย่าบอกนะว่า อาวุโสทั้ง4ที่ยืนขวางกั้นทั้ง4เส้นทางเอาไว้ถูกเจ้าฆ่าตายหมดแล้ว?

 

“เปล่า!! เป็นผู้ติดตามของข้าที่สังหารคนพวกนั้น”เสี่ยวหมิงกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ

 

คราวนี้หยางหยุนยิ่งตื่นตะลึงเข้าไปอีก  หลังจากที่ได้ยินว่าอาวุโสทั้ง4นั้นถูกผู้ติดตามของเสี่ยวหมิง

 

“เอ่อน้องชาย เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่า ตกลงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่? และเจ้าเคยมีเรื่องบาดหมางกับตระกูลชิงและอีก3ตระกูลรวมถึงตระกูลหยางของข้าด้วยอย่างนั้นหรือเจ้าถึงได้ไม่รู้สึกอะไรเลยหลังจากที่เจ้าสังหารคนทั้ง3ตายแล้ว?

 

เสี่ยวหมิงพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นเยือกเย็นในทันที เมื่อได้ยินคำถามของหยางหยุน

 

“เรื่องที่เจ้าอยากรู้นั้นมันยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าต้องรู้ เอาเป็นว่าเมื่อถึงเวลาแล้วข้าจะเป็นฝ่ายบอกเจ้าเองโดยที่เจ้าไม่ต้องสอบถาม   

 

แต่ตอนนี้ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะสอบถามเจ้า และเจ้าต้องให้คำตอบข้ามาตามความจริง”เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับหยุดมองไปยังหยางหยุนด้วยสีหน้าที่จริงจัง

 

“ถ้าหากว่าข้าสามารถช่วยเหลือบิดาของเจ้าออกมาได้  พร้อมกับผลักดันให้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหยางแทนไอ้เจ้าแก่หยางซิงนั่นได้แล้วเจ้าจะตอบแทนข้าอย่างไร?

 

เมื่อได้ยินดังนั้น หยางหยุนพลันรู้สึกถึงแสงแห่งความหวังที่สามารถช่วยบิดาของตนเองได้ จากคำพูดของเสี่ยวหมิงถึงแม้ว่ามันจะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม 

 

ซึ่งถ้าหากมองถึงความเป็นจริงแล้ว  บางทีเสี่ยวหมิงอาจจะยังไม่รู้ว่าไอ้เจ้าแก่หยางซิงนั้นมีความเจ้าเล่ห์และมีความโหดร้ายขนาดไหน เขาถึงได้กล่าวออกมาแบบนี้   

 

“ถ้าหากว่าเจ้าสามารถทำตามที่กล่าวออกมาได้สำเร็จจริงตามที่พูดแล้ว ข้าและบิดาของข้ารวมถึงตระกูลหยางทั้งหมด ขอเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”เขากล่าวพร้อมกับสายตาที่เด็ดเดี่ยว

 

“ดี!  ข้าหวังว่าคำกล่าวของเจ้าจะสามารถเชื่อถือได้ ถ้าหากว่าวันนั้นมาถึงแล้ว   ส่วนตอนนี้เจ้ากลับออกไปจากถ้ำก่อนไม่ต้องเข้าไปสำรวจอีกแล้ว ซึ่งข้าจะให้ผู้ติดตามพาเจ้าออกไปยังด้านนอกเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นพบเห็น ส่วนทางนี้ข้าจะเป็นฝ่ายจัดการเอง  

 

และเมื่อถึงเวลาที่สำนักกระบี่ดาราเปิดรับศิษย์ เมื่อนั้นข้ากับเจ้าคงจะได้พบกันอีกครั้ง  ส่วนเรื่องที่ข้าต้องการให้เจ้าทำนั้น เอาเป็นว่าเมื่อข้าไปถึงสำนักกระบี่ดาราแล้วข้าจะบอกกล่าวเจ้าอีกที”

 

กล่าวจบเสี่ยวหมิงพลันเดินนำหยางหยุนกลับออกไปเพื่อไปหาไป๋ชุนและไป๋หยุนที่ยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าของเส้นทางนี้  โดยไม่ได้สนใจ หยางหยุนที่กำลังจะเอ่ยปากสอบถามอะไรเพิ่มเติมเลย

 

และเมื่อคนทั้งสองเดินกลับออกมาพบกับไป๋ชุนและไป๋หยุนแล้ว เสี่ยว หมิงก็ได้สั่งให้ไป๋ชุนพาหยางหยุนออกไปส่งยังนอกเมืองเฉินหนานเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นพบเห็น  ส่วนตัวเขาก็ได้เดินกลับไปยังเส้นทางที่2เพื่อตามล่าสังหารเหล่ารุ่นเยาว์ของ4ตระกูลที่เหลืออยู่ต่อไป   














วันอังคารที่จะถึงนี้ งานไรท์คงลงตัวและไรท์คงมีเวลาเขียนมากขึ้นแล้ว และคงจะลง2วันต่อ1ตอนได้ ยังไงก็ขอให้รอนิดนึงนะครับ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 399 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1432 Tumbabycorn (@Tumbabycorn) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 20:26
    ได้พวกเพิ่มละ
    #1432
    0
  2. #1431 suwitnaja555 (@suwitnaja555) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 11:13

    ครับผมรอๆๆครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ

    #1431
    0
  3. #1428 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 10:57
    ขอบคุณครับ ข่าวดีในรอบปี
    #1428
    0
  4. วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 07:26
    รอครับผม
    #1427
    0
  5. #1426 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 01:39
    เปลี่ยนจากสองวันต่อหนึ่งตอน เป็นสองตอนต่อวันได้มั้ยขอรับ ข้าน้อยจะลงแดง
    #1426
    0
  6. #1425 Bank2986 (@Bank2986) (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 01:11
    ขอบคุณมากครับผม
    #1425
    0