เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 23 : คำพูดที่แหลมคมเหมือนมีด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 630 ครั้ง
    25 ก.ย. 61


              ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นรวมถึงลู่หลงชิงและซิวเหนียง ต่างหันมามองที่ต้นเสียงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย    รวมถึงแต่ละคนเกิดความสงสัยว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร
               

ทันใดนั้นก็มีบุรุษหนุ่มที่ดูหล่อเหลา ผมยาวสีดำมัดอย่างเรียบร้อย มีกล้ามเนื้อล่ำสันดูน่าหลงใหล   เดินแหวกฝูงชนออกมาพร้อมกับมือไขว้หลัง   แลดูสุขุมนุ่มลึก   หน้าตาจริงจังดูคล้ายกับผู้คงแก่เรีย  เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเหล่าผู้ติดตามของ ลู่หลงชิง
     

"พี่ชายขอรับ ข้าน้อยขอถามสักสองหรือสามคำถามได้ไหมขอรับ"?


เสี่ยวหมิงยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับทำหน้าตาจริงจััง    โดยที่ไม่ต้องรอให้เหล่าผู้ติดตามของลู่หลงชิงได้พูดอะไรออกมา หรือได้ตอบคำถามของเสี่ยวหมิง    เสี่ยวหมิงจึงพูดต่อทันที
         

" เพราะสาเหตุใด  เด็กหนุ่มคนนี้ถึงเป็นขโมย"? 
         

" เพราะสาเหตุใด  เด็กหนุ่มคนนี้ถึงต้องไปขโมยปิ่นปักผมของแม่นางคนนี้"?
           

"เพราะสาเหตุใด  เด็กหนุ่มคนนี้ที่ไม่รู้ทักษะยุทธแต่กับสามารถขโมยปิ่นปักผม
ของแม่นางคนนี้ได้"?  พร้อมกับชี้มือไปที่ ซิวเหนียงทันที
         

" เพราะสาเหตุใด   เด็กหนุ่มคนนี้ถึงรู้วาปิ่นปักผมอยู่ที่ไหน"?
           

"เพราะสาเหตุใด   เด็กหนุ่มคนนี้ถึงยอมให้เจ้าค้นแต่โดยดี"?
           

"แล้วพวกท่านทุกคนสามารถตอบคำถามของ ข้าน้อยได้หรือไม่"?เสี่ยวหมิงถามคำถามเหล่านี้  พร้อมกับมือขัดหลังเหมือนนักปราชญ์ ที่กำลังสอบถามสิ่งที่ตัวเขาเองสงสัยต้องการคำตอบ
           

เมื่อลู่หลงชิงและคนอื่นๆรวมถึงซิวเหนียงได้ยินคำถามทั้งหมดจากเสี่ยวหมิงแล้ว  แต่ละคนต่างพากันเงียบ  คิดตามสิ่งที่เสี่ยวหมิงถามออกมา เพื่อหาเหตุและผลของคำถามทันที  ทำให้บรรยากาศ ในบริเวณนั้นต่างเงียบสนิท มีเพียงแค่เสียงการหายใจของแต่ละคนเท่านั้น
         
เมื่อเห็นสถานการณ์นี้เกิดขึ้น ลู่หลงชิงถึงกับหน้าซีด แต่พยามเก็บอาการไม่ให้ใครรู้ว่าตัวเองรู้สึกตกใจ  กับเหตุการณ์ตรงหน้านี้ 


เพราะสิ่งที่เสี่ยวหมิงกล่าวออกมานั้นหากคิดตามและหาคำตอบให้กับทุกๆคำถามแล้ว  จะรู้ได้เลยว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากใคร 
       

ลู่หลงชิงคิดได้ดังนั้น ถึงกับแสดงอาการโกรธ และอยากสังหารบุคคลตรงหน้านี้ให้ตายไปเดี๋ยวนี้เลย  แต่ก็ทำได้เพียงแต่เก็บอาการเอาใว้แล้วถามออกไปว่า
               

"ขอโทษนะน้องชาย  พี่ชายคนนี้อยากถามว่าน้องชายเป็นใครงั้นรึ  ทำไมน้องชายถึงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของพี่ชายได้ล่ะ   น้องชายรู้ไหมว่าพี่ชายคือใคร?" ลู่หลงชิงถามเสี่ยวหมิงพร้อมกับข่มขู่ไปในตัว กับคำถามที่เขาได้พูดออกมา
     

"ข้าน้อยชื่อเสี่ยวหมิงขอรับ คุณชายลู่หลงชิงบุตรชายคนที่สองของตระกูลลู่ ข้าน้อย กล่าวได้ถูกต้องหรือไม่ขอรับ คุณชายลู่หลงชิง" 


พร้อมกับรอยยิ้มของเสี่ยวหมิง ที่แสดงออกมาอย่างเยาะเย้ย แล้วกลับมาทำหน้าจริงจังอีกครั้ง  แล้วกล่าวต่อไปอีก
       

"ข้าเป็นคนไม่มีชื่อเสียงเรียงนาม  เพียงแต่ศึกษามามาก   ผ่านมาแล้วได้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงอยากที่จะใช้วิชาที่ตัวเองศึกษามาช่วยเหลือเด็กหนุ่มคนนี้
       

เพราะข้าน้อยคิดวิเคราะห์ออกมาแล้วว่าเด็กหนุ่มคนนี้โดนป้ายสี พี่ชายคิดว่ายังไง?"
   

ลู่หลงชิงถึงกับพูดไม่ออกดูเหมือนว่าคำพูดนั้นติดอยู่ในลำคอ ไม่สามารถพูดออกมาได้แต่ก็ยังยิ้มและหาทางตอบโต้เสี่ยวหมิงด้วยคำพูดอยู่ 


เพราะตอนนี้มีซิวเหนียงอยู่ด้วยเขาจึงไม่ต้องการที่จะใช้กำลังต่อหน้าหญิงสาว จึงได้แต่ยิ้มและพูดดออกไป
       

"แล้วน้องชายมีหลักฐานมั้ยว่า เด็กหนุ่มคนนี้ถูกป้ายความผิด"
     

" หลักฐานงั้นรึ ขอรับ ฮ่าๆๆๆ!!  เด็กคนนี้ไงขอรับคือหลักฐาน" เสี่ยวหมิงพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ มือขัดหลัง
   

"เพราะสาเหตใด  เด็กหนุ่มคนนี้ถึงต้องไปขโมยปิ่นปักผมของแม่นางซิวเหนียง ข้าน้อยเรียกชื่อถูกไหมขอรับ" ?พร้อมกับมองไปทางซิวเหนียงแล้วโค้งคำนับ
 

"เพราะมันอยากได้ปิ่นปักผมไปขายแลกกับเงิน ดูสารรูปมันสิ มันคงอยากได้เงินไปซื้ออาหารกินเป็นแน่"  ลู่หลงชิงตอบคำถามของเสี่ยวหมิงและยิ้มออกมา


พวกชาวบ้าน และพ่อค้าแม่ค้าต่างเห็นด้วยกับคำตอบของลู่หลงชิง เพราะดูจากสารรูปของเด็กหนุ่มที่เอนเอียงไปทางพวกขอทานแล้วนั้น  ก็น่าจะมีลักษณะเช่นนั้น


เสี่ยวหมิงยิ้มออกมาแล้วถามอีกครั้งว่า "เพราะสาเหตุใด เด็กหนุ่มคนนี้ถึงเป็นขโมย"?
 

"เพราะข้าเห็นเองกับตาว่าก่อนหน้านี้ เห็นมันด้อมๆมองๆอยู่บนรถของแม่นางซิวเหนียงมันคงหาโอกาศที่จะไปขโมยปิ่นปักผมอย่างแน่นอน" 


คราวนี้ลู่หลงชิงกับตอบคำถามอย่างฉะฉานโดยที่คิดว่าเสี่ยวหมิงไม่สามารถโต้แย้งเขาได้ และแสดงอาการเยาะเย้ยออกมาประมาณว่าเขาเป็นผู้ชนะแล้ว 


เสี่ยวหมิงที่ได้ยินคำตอบถึงกลับส่ายหน้าแล้วถามคำถามต่อไปทันที
   

"เพราะสาเหตุใด เด็กหนุ่มคนนี้ถึงสามารถขโมยปิ่นปักผมของแม่นางซิวเหนียงได้ ทั้งๆที่เด็กหนุ่มคนนี้ไม่รู้ทักษะยุทธ  และยังมีพวกท่านที่มีทักษะยุทธอยู่ไกล้ๆกับรถม้าของแม่นางซิวเหนียงอีก  หรือว่าเด็กคนนี้สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้จนพวกท่านไม่รู้ตัว เวลาที่เด็กคนนี้เข้าไปเอาปิ่นปักผมของแม่นางซิเหนียง"?


เสียวหมิงถามพร้อมกับทำหน้าจริงจังเหมือนผู้คงแก่เรียน ยังไงยังงั้น
     

ลู่หลงชิงถึงกับตกตะลึงกับคำถามนี้ เขาไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้เลย  เขาได้แต่กัดฟัน และกำหมัดแน่น พร้อมกับจ้องมองเสี่ยวหมิงด้วยสายตาอาฆาตแค้น
 

เมื่อเสี่ยวหมิงเห็น ลู่หลงชิงตอบคำถามนี้ไม่ได้จึงเอ่ยขึ้นมาว่า
 

"เมื่อคุณชายไม่สามารถตอบได้กับคำถามนี้  ข้าน้อยขอเป็นคนพูดเองทั้งหมดนะขอรับ"
 

"ข้อแรก ทำไมเด็กหนุ่มถึงได้ชื่อว่าเป็นขโมยทั้งๆที่ไม่รู้จักกับแม่นางซิวเหนียงเลยแล้วจะกล้าไปขโมยของแม่นางซิวเหนียงได้อย่างไร  เพราะเช่นนั้นแล้วแสดงว่ามีคนต้องการที่จะทำให้เด็กหนุ่มคนนี้คือขโมย"


" ข้อสอง  เด็กคนนี้กล้าที่จะไปขโมยปิ่นปักผมของแม่นางซิวเหนียงได้อย่างไร  ในเมื่อเด็กคนนี้ไม่รุู้ทักษะยุทธ แล้วเขากล้าเข้าไปในรถม้าของแม่นางซิวเหนียงได้อย่างไร เด็กคนนี้ไม่กลัวที่จะถูกคนของคุณชาย ลู่หลงชิงจับได้เชียวรึ แสดงว่าจะต้องมีคนสร้างเรื่องป้ายสีแก่เด็กหนุ่มคนนี้อย่างแน่นอน"


"ข้อสาม  เด้กคนนี้ที่ไม่รู้ทักษะยุทธแต่สามารถเข้าไปในรถม้าเพื่อขโมยปิ่นปักผมแค่อันเดียว ทั้งๆที่ในรถม้าน่าจะมีเงินทองอยู่ไม่มากก็น้อย ทำไมเมื่อเข้าไปในรถม้าได้แล้วถึงไม่ขโมยไปให้หมดทุกสิ่งทุกอย่าง  แต่เลือกขโมยปิ่นปักผมแทน แสดงว่าต้องมีคนจงใจป้ายสีเด็กหนุ่มนี้แน่นอน"


" ข้อสี่ เด็กคนนี้รู้ได้อย่างไรว่าปิ่นปักผมของแม่นางซิวเหนียงนั้น   อยู่ตรงส่วนไหนของรถม้า ถึงสามารถเข้าไปเอาปิ่นปักโดยที่พวกท่านไม่รู้สึกตัว เหมือนมีคนจงใจปล่อยให้ขโมยเข้ามาเอาปิ่นปักผมไปได้โดยไม่มีใครขัดขวาง  ซึ่งเรื่องนี้  ข้าน้อยคิดว่าคุณชายลู่หลงชิงน่าจะรู้ดีที่สุด"
 

ข้อสุดท้ายเด็กหนุ่มคนนี้ทำไมถึงไม่ยอมขัดขืน ตอนที่ถูกตรวจค้น  เพราะถ้าหากใครที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิแล้วจะยอมให้ค้นแต่โดยดี เพราะรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าไม่มีอะไรในเสื้อ  ไม่ไช่ว่ามีปิ่นปักผมอยู่ในเสื้อแล้ว ยังยอมให้ตรวจสอบ นัั่นมันผิดวิสัยของขโมย ที่ข้าน้อยกล่าวมาทั้งหมดถูกต้องหรือไม่ ขอรับคุณชายลู่หลงชิง"?


เสี่ยวหมิงกล่าวถามออกมาพร้อมกับโค้งคำนับไปทางลู่หลงชิง  ส่วนเหล่าชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายต่างก็มองไปทางลู่หลงชิง ที่ตอนนี้แสดงสีหน้าโกรธแค้นเสี่ยวหมิงและต้องการฆ่าเสี่ยวหมิงอย่างมาก  
             

เขาวางแผนนี้ขึ้นมาจนสำเร็จแล้ว กำลังจะพาตัวของเด็กหนุ่มคนนี้ไปให้กับทางการลงโทษ  พร้อมกับซิวเหนียงที่ยิ้มให้กับเขาแล้ว หลังจากที่ซิวเหนียงไม่เคยยิ้มเลยเวลาที่อยู่กับลู่หลงชิง  ตลอดเวลาที่คุยกัน   
           

แต่กลับมีใครก็ไม่รู้มาทำลายแผนการของเขาจนพังไม่มีชิ้นดี  พร้อมกับทำให้มันเสียหน้าต่อหน้าผุู้หญิงที่มันหมายปอง จึงทำให้ลู่หลงชิงโกรธจนถึงขั้นเก็บอาการใว้ไม่อยู่แล้ว
       

"ข้านับถือน้องชายเสี่ยวหมิงจริงๆ  น้องชายเคยได้ยินคำนี้ไหมที่คนชอบพูดกันว่า หมูจะหามอย่าเอาคานมาสอด เดี๋ยวคานมันจะหักได้ง่ายๆ" พร้อมกับสั่งให้เหล่าผู้ติดตามเข้าไปตีวงล้อมเสี่ยวหมิงทันที
       

"แสดงว่าสิ่งที่ข้าน้อยกล่าวคงถูกต้องสินะขอรับ คุณชายลู่หลงชิง   ถึงทำให้คุณชายต้องการใช้กำลังแทน"   พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากอย่างเยาะเย้ย
       

"ถ้าหากข้าตัดสินว่าเด็กคนนั้นผิดก็ต้องผิด  รวมถึงเจ้าด้วยเจ้าร่วมมือกับเด็กคนนั้นขโมยปิ่นปักผมของแม่นางซิวเหนียงอย่างแน่นอน   เพราะไม่งั้นเจ้าจะเข้ามาแส่หาเรื่องทำไมถ้าไม่ใช่เพราะแบบนี้ "
         

ลู่หลงชิงกล่าวหาเสี่ยวหมิงทันที  ตัวเขาเองมั่นใจว่าไม่มีใครกล้าทำอะไรเขาได้   จึงไม่ต้องเก็บอาการอีกต่อไปและแสดงธาตุแท้ออกมาทันที
     

"ฮ่าๆๆๆๆ!!! ในที่สุดก็แสดงธาตุแท้ออกมาแล้วสินะ คุณชายลู่หลงชิง"เสี่ยวหมิงกล่าวพลางหัวเราะเสียงดัง


ตอนนี้ลู่หลงชิงอยู่ขั้นลมปราณหลอมรวมขั้นที่4 ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มของเขา  ลู่หลงชิงเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบฝึกยุทธ  เพราะมีคนหนุนหลังอยู่แล้วซึ่งก็คือพี่ชายของมันลู่หลงเหวิน  ที่มีลมปราณอยู่ขั้นแก่นกำเนิดขั้นที่1จึงทำให้ไม่กลัวใคร 


เพราะถ้าหากมันไปมีเรื่องกับใคร แล้วลู่หลงชิงถูกทำร้ายกลับมา  เมื่อลู่หลงเหวินรู้เข้า เขาจะตามไปแก้แค้นให้ทันที ทำให้ไม่มีใครสนใจไปมีเร่ืองกับลู่หลงชิง เพราะกลัวลู่หลงเหวินนั่นเอง   
   

เมื่อลู่หลงชิงไม่สามารถรับรู้ลมปราณของเสี่ยวหมิงได้ มันจึงคิดว่าเสี่ยวหมิงไม่น่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ เลยสั่งเหล่าผู้ติดตามให้จัดการลงมือทันที
     

"พวกเจ้าจัดการมัน อย่าให้มันตายให้มันพิการก็พอ  วันนี้ข้าไม่อยากฆ่าใคร"
     

"ขอรับคุณชาย" พร้อมกับผู้ติดตามของลู่หลงชิง ที่กระโดดโจมตีไปทางเสี่ยวหมิงทันทีที่พูดเสร็จ
       

" ตุ้บ!!! ตุ้บ!!! เสียงของหมัดกระทบกับหน้าอกของเสี่ยวหมิง พร้อมกับรอยยิ้มของลู่หลงชิง ที่แสดงความพอใจที่เหล่าผู้ติดตามของเขาชกโดนเป้าหมาย
             

แต่จู่ๆรอยยิ้มของลู่หลงชิงก็หายไปพร้อมกับที่ใบหน้าของมันกลายเป็นบิดเบี้ยวแทน เมื่อตัวมันมองไปเห็นเสี่ยวหมิงยังยืนอยู่อย่างสง่าผ่าเผยเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น 


เพราะตั้งแต่เสี่ยวหมิงสำเร็จกายาเทพสงครามขั้นที่1แล้ว บวกกับลมปราณตอนนี้ที่อยู่ขั้นแก่นกำเนิดขั้น4  ทำการโจมตีด้วยพลังกายของลมปราณขั้นหลอมรวมลงไปไม่สามารถระคายผิวของเสี่ยวหมิงได้เลย

     
เมื่อทั้ง4คนเห็นว่าเสี่ยวหมิงไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่รอยขีดข่วนก็ไม่มี ต่างพากันถอยหนีออกไปพร้อมกับหน้าตาตื่นตะลึง   พวกเขาทั้ง4คนโจมตีด้วยพลังลมปราณทั้งหมดแล้วแต่เสี่ยวหมิงกับยังยืนยิ้มมองมาทางพวกเขา    ตอนนี้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของพวกเขาทั้ง4คน ต่างพากันเห็นเสี่ยวหมิงไม่ต่างจากปีศาจในร่างมนุษย์  
         

เหล่าผู้ติดตามทั้ง4คนของลู่หลงชิงมีลมปราณขั้นพื้นฐานขั้น9ทุกคนแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเสี่ยวหมิงแล้ว  เหมือนเด็กที่ต้องการรังแกผู้ไหญ่แต่ไม่สามารถทำได้
           

" พวกเจ้ามีแรงแค่นี้เองรึ พร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมา"  เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับปล่อยลมปราณออกมาโดยกำหนดใว้เพียงขั้นหลอมรวมขั้นที่1เท่านั้น 


ลมปราณที่เสี่ยวหมิงปล่อยออกมานั้นรุนแรงอย่างมากดูเหนือกว่าขั้นหลอมรวมทั่วไปถึง2เท่า  เพราะลมปราณที่เสี่ยวหมิงปลดปล่อยออกมานั้นล้วนบริสุทธิเต็ม10ส่วน  ทำให้ทั้ง4คนถึงกับกระเด็นออกไปทันที
         

"พวกเจ้านี้ช่างไม่ได้เรื่องเลย  มีพลังลมปราณเพียงน้อยนิดคิดรังแกผู้อ่อนแอที่ไม่มีทางสู้  แต่ถ้าหากเจอผู้ที่แข็งแกร่งกว่าแล้วถึงกับหดหัวไม่กล้าเผชิญหน้า  อย่างนั้นเขาเรียกว่าอันธพาลไม่ไช่ผู้ฝึกยุทธที่แท้จริง    เฮ้อ!!"
       

หลังจากที่เสี่ยวหมิงกล่าวจบ   ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้าต่างพากับปรบมือเสียสงดังลั่นแม้แต่คนที่กำลังกินอาหารอยู่ในร้านต่างหยุดกินอาหารและเดินออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
       

เสี่ยวหมิงเอามือไขว้หลังแล้วเดินเข้าไปทางที่ลู่หลงชิงยืนอยู่  ซึ่งเวลานี้ลู่หลงชิงมีอาการตัวสั่นและมองไปทางเสี่ยวหมิงด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากที่จะเชื่อในสิ่งที่เห็น 

เขาไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เด็กอายุยังไม่ถึง13ปีกับมีความแข็งแกร่งทางร่างกายถึงขนาดที่ผู้ไหญ่อายุ20ปีทั้ง4คนโจมตีแต่กับไม่สามารถแม้แต่สร้างรอยขีดข่วนให้แก่เสี่ยวหมิงได้
                 

"มันเป็นไปไม่ได้   ข้าไม่เชื่อ ข้าต้องฝันไปแน่ๆ "พร้อมกับที่ลู่หลงชิงตบหน้าตัวเองทันที  เพี้ยะ!!!     


"นี่ข้าไม่ได้ฝันไป มันคือเรื่องจริงยังงั้นรึ" ตอนนี้ลู่หลงชิงถึงกับเกิดความกลัวขึ้นในเบื้องลึกของจิตใจ  ตอนนี้ภาพที่ลู่หลงชิงมองเสี่ยวหมิงนั้น เปรียบเสมือนเสี่ยวหมิงคือขุนเขาที่กว้างใหญ่และมีกลิ่นอายที่หนักแน่นถึงขนาดที่ตัวเขาไม่สามารถก้าวข้ามไปได้เลย
                   

" อยะ...อย่าเข้ามา  " ลู่หลงชิงค่อยๆขยับถอยหลังพร้อมกับอาการตัวสั่นออกมา แล้วมองไปทางเสี่ยวหมิง 


"เจ้าอยากได้อะไร   ทรัพย์สิน  เงินทอง  หรือผู้หญิง  ข้าสามารถหาให้เจ้าได้หมดทุกอย่าง   ขอเพียงเจ้าอย่าทำอะไรข้าเลย"
         

ตอนนี้ลู่หลงชิงไม่มีความองอาจมาดคุณชายเหมือนก่อนหน้านีอีกแล้ว แต่กับแสดงอาการรักตัวกลัวตายออกมา  ยอมทำทุกอย่างขอเพียงเสี่ยวหมิงไม่ทำร้ายเขาและเอาชีวิตของเขา 
             

ขณะเดียวกัน เสี่ยวหมิงก็ยังคงปล่อยแรงกดดันลมปราณออกมาอยู่ตลอดโดยมุ่งเป้าไปที่ลู่หลงชิงคนเดียว     


"ถ้าหากเจ้ายอมคุกเข่าต่อหน้าเด็กคนนั้นแล้วยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากการใส่ร้ายป้ายสีของเจ้า  พร้อมทั้งโขกศรีษะ3ครั้งแล้ว  ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปซักครั้ง
   

แต่ถ้าหากเจ้าไม่ยอมทำตามที่ข้ากล่าวแล้ว  เจ้าก็บอกตระกูลลู่มาเก็บศพของเจ้าได้เลย"
         

เสี่ยวหมิงพูดเสร็จพร้อมกับปล่อยลมปราณขั้นหลอมรวมเพิ่มมาอีกขั้นเป็นขั้นที่2จากนั้นจึงค่อยๆเดินเข้าไปหาลู่หลงชิงที่พยามยามฝืนรับแรงกดดันนี้ 




         



  



 




  


       
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 630 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1502 Ladda Aew (@ladda2523) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 22:53
    อ่านมาถึงตอนนี้ ชักเริ่มร๔้สึกว่า อายุของตัวเอกน้อยไป แค่13เองนะ สัก 15-16คงจะดีกว่า
    #1502
    0
  2. #1340 Tumbabycorn (@Tumbabycorn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 20:08
    ชื่อตอนครับบบบไรท์
    #1340
    0
  3. #488 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 08:52
    ขอบคุณครับ
    #488
    0
  4. #61 sittikorn2014 (@sittikorn2014) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 23:25
    ทำไมตอนที่แล้วบอกว่าอยู่ลำปรานแก่นกำเนิดขั้น4พอมาตอนนี้ลำปรานแก่นกำเนิดขั้น3ล่ะครับ หรือผมสับสนเอง
    #61
    2
    • #61-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 23)
      28 มีนาคม 2561 / 23:39
      ต้องขอโทษที่ผมสับสนเองเลยลงผิดไปน่ะครับ แต่ที่ถูกคือลมปราณแก่นกำเนิดขั้น4ครับ และผมเลยแก้ไหม่ครับ ผมแต่งสดๆวันต่อวันครับเลยอาจจะเบลอๆไปหน่อย ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามนะครับ
      #61-1
  5. #52 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 19:50
    ขอบคุณค่ะ
    #52
    0
  6. #51 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 18:01
    ขอบคุณครับ
    #51
    0