เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 7 : กำเนิดร้านค้าตระกูลไป๋

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,940
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 827 ครั้ง
    11 ก.ย. 61

                                         #สองวันถัดมา#
 
" เรียนนายหญิง ขอรับ  เรื่องที่นายหญิงสั่งให้ไปจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ"หวงเตียวกล่าว


"ดีมาก พวกเจ้าไปพบอาวุโสหวงเฟย ซึ่งอาวุโสหวงเฟยจะเป็นคนไปเตรียมการเรื่องต่างๆกับพวกเจ้าแทนเรา" 


หลังจากทีเสี่ยวมินสั่งการเรียบร้อยแล้วพอดีกับช่วงจังหวะที่เสี่ยวหมิงตื่นนอนพอดีจึงร้องให้เสียงดัง เนื่องจากความหิว
                     

"เสี่ยวหมิงหิวข้าวแล้วหรอลูก"พร้อมกับอุ้มลูกชายตัวน้อยเข้าสู่อ้อมกอด  เสี่ยวหมิงจึงหยุดร้องให้ แล้วพยามยามพูดคำว่าแม่ แต่เสียงที่ออกมาจากลำคอของเสี่ยวหมิง กลับกลายเป็นคำว่า "แอ้...แอ้.."


เมื่อเสี่ยวมินได้ยินดังนั้น จึงหัวเราะออกมาพร้อมกับความดีใจที่ลูกชายตัวน้อยพยายามเรียก คำว่าแม่   หลังจากนั้นจึงพาเสี่ยวหมิงไปอาบนำทำความสะอาดร่างกายเตรียมตัวทานอาหาร
                           

ในทวีปสุริยันต์นั้นมีเมืองทั้งหมด5เขต แบ่งออกเป็นเขตเหนือ  ใต้  ตะวันออก   ตะวันตก  และเขตกลาง ซึ่งเขตกลางจะเป็นจุดศูนย์รวมของทวีปสุริยันต์นี้  และมีเมืองย่อยอีกเขตละ8เมือง   ส่วนเมืองต้าชิงที่กลุ่มของ เสี่ยวมินอยู่นั้นเป็นเมืองอันดับ4ของเขตตัวันตก   ในเมืองต้าชิงนี้มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า10,000 ตารางกิโลเมตร  ทำให้มีความมีผู้คนเดินตามถนนเป็นจำนวนมาก
           

ในเมืองต้าชิงนี้มี 4 ตระกูล 5สำนัก

1.มีตะกูลจง  ขายเกี่ยวกับ โอสถและสมุนไพรต่างๆ

2.ตระกูลลั่ว   มีห้องอาหาร4สาขาทั่วเมือง

3.ตระกูลหลิน  ทำอาวุธ รวมถึงหม้อปรุงยาต่างๆ

4.ตระกูลลู่    ทำเหมืองแร่ต่างๆ และวัสดุหายาก
                     
ส่วนอีก5สำนักนั้น

1.สำนักเก้าสุริยันต์เป็นสำนักอันดับหนึ่งของเมืองนี้

2.สำนักดาราคล้อย   3. สำนักจันทร์กระจ่าง

4.สำนักเงาจันทรา     5. สำนักเก้าเมฆา
         
เมื่อผู้นำตระกูลจง จงไห่ ได้รับรายงานจากพ่อบ้านประจำตระกูลว่าจะมีการเปิดร้านขายสมุนไพร และโอสถ ขึ้นที่ร้านเดิม ที่พวกมันเคยไประราน กดดัน เพื่อที่จะตัดคู่แข่งทางการค้าของมัน  เพราะเม็ดยาของตระกูลจงตอนนี้มีส่วนมากแล้วความบริสุทธิ แค่4/10ส่วนเท่านั้น แต่ก็ยังขายดีเหมือนกับแจกฟรีเพราะไม่มีคู่แข่ง  เมื่อมีร้านโอสถเปิดใหม่เมื่อใด ก็ต้องโดนก่อกวน และสร้างปัญหาตลอดเวลา  จนไม่มีใครกล้าที่จะเป็นคู่แข่งเรื่องสมุนไพร และโอสถ กับตระกูลจงเลย
           

"  เจ้าว่ายังไงนะ จงเหอ !"? 


"อีกสองวันจะมีการเปิดร้านค้าโอสถและสมุนไพร ที่ร้านใจกลางเมืองนี้ ขอรับ" 


เมื่อจงไห่ได้ฟังเรื่องที่คู่แข่งจะเปิดร้านค้าโอสถ และสมุนไพรนั้น ก็ทำสีหน้าครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า 


"มันผู้นั้นเป็นใครเจ้าพอที่จะรู้หรือไม่?"  
 

"เป็นคนตระกูลไป๋จากต่างถิ่นขอรับ  ส่วนความเป็นมานั้นยังไม่ทราบขอรับ"


"งั้นเจ้าจงไปสืบเรื่องเกี่ยวกับตระกูลนี้มาให้ละเอียด ได้เรื่องยังไงมารายงานข้า!!"


"ได้ขอรับ!!" 


หลังจากที่พ่อบ้านออกไปแล้ว จงไห่ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ตอนนี้ที่ตระกูลจงของมันไม่มีนักโอสถชั้นผู้ปกครองเลย   ตอนนี้นั้นอย่างมากสุดก็มีแค่นักโอสถชั้นผู้รอบรู้ ปรับแต่งเม็ดยาระดับ3เท่านั้น ความบริสุทธิของเม็ดยานั้นมีแค่4/10ส่วนเท่านั้น   ที่เม็ดยาของร้านค้าตระกูลจงนั้นขายดีก็เพราะพวกมันมีร้านเดียวในเมืองนี้เท่านั้น   แต่ตอนนี้จะมีร้านใหม่ก่อตั้งขึ้นเป็นคู่แข่งของพวกมันตระกูลจง  ยิ่งถ้าเม็ดยาของร้านค้าที่จะเปิดใหม่มีความ  บริสุทธิมากกว่าของร้านพวกมันแล้ว  พวกมันคงต้องปิดกิจการลงเป็นแน่
           

บริเวณร้านค้าโอสถใจกลางเมือง   


"เถ้าแก่ฮงท่านต้องการขายร้านนี้ราคาเท่าไรเชิญว่ามาได้เลย"หวงเฟยกล่าว    


"ข้าขอแค่เพียง3พันเหรียญทองเท่านั้น  เดี๋ยวข้าจะย้ายออกไปอยู่เมืองอื่นแล้ว" 


หลังจากพูดเสร็จเถ้าแก่ฮงร้านขายโอสถรู้สึกมีความสุขที่มีคนมาซื้อร้านของตัวเอง  ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าซื้อ ตัวมันเองจะไม่มีค่าเดินทางและค่าเช่าร้านไหม่ในเมืองที่พวกมันจะไป แต่ตอนนี้ขายได้แล้วถึงกับลดราคาลงจากที่ตั้งใว้ในใจว่าจะขาย5พันเหรียญทอง  เมื่อเถ้าแก่ฮงได้รับเงินแล้วจึงเอ่ยเตือน หวงเฟย 
   


"ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี เห็นเจ้าบอกว่าจะเปิดร้านโอสถที่ร้านเดิมของข้า  ให้ระวังตระกูลจงให้ดี  พวกนั้นคงไม่ยอมให้พวกเจ้าค้าขายแบบง่ายๆแน่  เดี๋ยวจะมีคนมาหาเรื่องเจ้าตลอดเวลาแน่นอน"   


"ขอบคุณมากเถ้าแก่ฮงที่หวังดีกล่าวเตือนพวกข้า  เรื่องต่อจากนี้เดี๋ยวพวกเราจัดการเอง"
               

เมื่อหวงเฟยพูดเสร็จจึงบอกให้คนรับใช้อีก3คนที่เดินทางมาพร้อมกับพวกมันทำความสะอาดร้านค้าทั้ง4ชั้น  พร้อมทั้งจัดร้ายค้าสำหรับขายโอสถอีก2วัน
               

ยามหัวค่ำของเมืองต้าชิงนั้นมี  ร้านค้าแผงลอย ขายผัก ขายเนื้อ รวมถึงร้านขายสมุนไพรเล็กๆตามริมถนน มีมากมาย เหล่าผู้คนเดินกันแทบเต็มถนนเหลือช่องว่างแค่คนเดินผ่านได้เท่านั้น จากทั้งสองฟาก
         

"ท่านผู้นำขอรับ!!   ตอนนี้กลุ่มคนตระกูลไป๋พักอยู่โรงเตี๊ยมชุนเหอขอรับ"


"พวกเจ้าเห็นรูปร่างหน้าตาพวกมันหรือไม่ว่า พวกมีลักษณะยังไง!"?
     

"ยังไม่เห็นขอรับ!!    เดี๋ยวข้าน้อยจะส่งคนไปจับตาดูพวกมันขอรับ"


เมื่อจงเหอกำลังจะส่งคนไปดูพวกของ กุล่มเสี่ยวมิน  จงไห่จึงพูดแทรกไปอีก


"เมื่อพวกมันมีความเคลื่อนไหวใดๆ ให้มารายงานข้าทันที"     


" ขอรับ"
             

1ชั่วยามต่อมา  บนหลังคาใก้ลกับโรงเตี๊ยมชุนเหอ


เสี่ยวมินนั่งฝึกวิชาลมปราณประจำตระกูลหวงอยู่ รู้สึกเหมือนมีคนสอดแนมจึงสั่งให้เงาสังหารที่2 หวงอู่ ซึ่งมีลมปราณขั้นวีรชนขั้นที่6ไปตรวจดู(ต่อไปจะเรียกหน่วยเงาสังหารว่าหน่วยเงา1-6แทนครับ)


" หวงอู่เจ้าไปตรวจดูที ว่ามันผู้ใดมาสอดแนมเรา และจงจับตัวมันมาด้วย  แล้วอย่าพึ่งสังหารมัน ข้าอยากรู้ว่ามันถูกผู้ใดส่งมา"    


"ขอรับนายหญิง"หวงอู่กล่าวแล้วหายตัวไปในทันที

             

ผ่านไปเพียง3ลมหายใจ หวงอู่ก็นำตัวบรุษชุดดำทั้ง2คนมาวางใว้ตรงหน้าเสี่ยวมิน   


"สอบถามมันซิว่าพวกมันเป็นใคร แล้วใครส่งมันมา"


เมื่อหวงอู่ได้รับคำสั่งจึงสั่งใพวกคนชุดดำพูด 


" พวกแกจงพูดมาถ้าไม่อยากตายว่าใครส่งพวกแกมา แล้วมาจับตาดูพวกเราทำไม?"   
 

" พวกข้าไม่บอกพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะทำอะไรได้ "


โดยที่ไม่รู้เลยว่าหน่วยเงาของตระกูลหวงขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในการเค้นข้อมูล ของทวีปเมฆาจนถึงขั้นที่มีผู้คนกล่าวว่า ถ้าโดนเค้นข้อมูลจากหน่วยเงาแล้วไม่มีทางที่จะไม่ได้ข้อมูลจากผู้ที่โดนเค้นเลย แม้กระทั่งการทรมานร่างกายของผู้ที่โดนเค้นข้อมูลก็โหดเหี้ยมที่สุด ถึงขั้นที่อยากตายไม่ได้ตาย อยากอยู่ไม่ได้อยู่เลยที่เดียว   
           

เมื่อหวงอู่ได้ยินพวกชายชุดดำพูดถึงกับยิ้มเย็นที่มุมปาก   เพราะเดี๋ยวพวกมันจะได้รู้ว่านรกมีจริง  "เดี๋ยวพวกแกจะได้รู้ว่าการพูดนั้นดีกว่าไม่พูด"


พูดเสร็จ หวงอู่จึงจี้สกัดจุดพวกมันทั้งสองแล้วยกพวกมันทั้งสองออกจากห้องของ เสี่ยวมินไปที่ป่านอกเมืองต้าชิง ที่พวกมันไปเจอตอนไปสำรวจ รายละเอียดต่างของเมืองนี้  พร้อมกับจับมัดติดกับต้นไม้ในลักษณะ
โอบกอดต้นไม้ใว้  โดยที่ทั้งสองไม่สามารถใช้ลมปราณได้เพราะถูกสกัดจุดใว้
         
" ข้าจะดูซิว่าพวกแกจะทนได้นานขนาดไหน หึๆ!!" หวงอู่พูดพร้อมกับอมยิ้มขึ้นที่มุมปากดูคล้ายกับคนโรคจิต 
           

หลังจากนั้นหวงอู่จึงหยิบแมลงป่องพิษที่พวกหน่วยเงาชอบใช้ทรมาณคนร้ายที่โดนจับเค้นข้อมูล พิษของแมลงป่องนี้อาจจะทำให้ไม่อาจตายได้แต่ความเจ็บปวดสำหรับคนธรรมดานั้นถือว่า ตายซะดีกว่าอยู่  เพราะมันเหมือนก้บมีเข็มนับพันเล่มเจาะตามตัว ยิ่งพวกคนชุดดำทั้งสองโดนสกัดจุดใว้ไม่สามารถใช้ลมปราณได้แล้วนั้น เปรียบเสมือนคนธรรมดาเลยทีเดียว
           

"ถ้าพวกเจ้าทั้งสองใครพูดก่อนหยุดทรมาณก่อน แต่ถ้าพวกแกไม่พูดแล้วละก็ จงทรมานต่อไปเรื่อยๆ พวกแกไม่ต้องห่วงนะ ข้าไม่ให้พวกแกตายง่ายๆหรอกนะ ฮ่าๆๆๆๆ!"



  



  
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 827 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1839 ta_teay (@ta_teay) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:38
    ชอบลุคแม่พระเอกมากแบบสตรีแกร่งอ่ะ
    #1839
    0
  2. #1673 99421191 (@99421191) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:51
    ชอบตรงแม่ พระเอก ก็เก่งไม่ได้อ่อนแอ

    ฉลาดด้วย
    #1673
    0
  3. #441 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:20
    ขอบคุณครับ
    #441
    0
  4. #105 TeeTian (@hathaichanoktear) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 00:00
    ไคร = ใคร
    #105
    0
  5. #14 18 อรหันต์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 22:29
    ถ้าไม่ทิ้งกลางทาง ก็จะติดตามไปเรื่อยๆ
    #14
    1
    • #14-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 7)
      18 มีนาคม 2561 / 10:38
      ขอบคุณมากครับ ผมรับรองว่าเรื่องนี้จบแน่นอนครับ
      ผมวางพล็อต เรื่องนี้น่าจะ120 ตอนขึ้นครับ ยังไงก็
      ฝากติดตามด้วยนะครับ
      #14-1