เรียกข้าว่า | คาริเอล | [Yaoi]

ตอนที่ 23 : | 22 | เรื่องที่น่าตกตะลึง [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    10 มี.ค. 60

  
22

เรื่องที่น่าตกตะลึง


               "ฮื่อ.." แรงกอดรัดทำเอาผู้ที่นอนหลับอยู่รู้สึกตัว พยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีแกะบางสิ่งบางอย่างที่รัดอยู่ออก แต่ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนก็ไม่สามารถเอาออกได้ หวินเฟยควานหามีดสั้นใต้หมอนทันทีที่มือสัมผัสกับตัวมีด หวินเฟยก็ใช้ศอกกระทุ้งอีกคนที่กอดรัดอยู่

               "อึก!..." เมื่ออ้อมกอดคลายแล้วเขาก็พลิดตัวขึ้นคร่อมอย่างเร็วโดยมีปลายมีดจ่อคออยู่

               "เจ้าเป็นใครกัน!" ร่างบางเอ่ยด้วยเสียงต่ำๆ พยายามมองใบหน้าผ่านความมืด

               "ข้าเอง..." แค่ได้ยินเสียงอีกคนก็ตัวแข็งไปโดยอัตโนมัติจนทำให้ซื่อหมินคว้าตัวเข้ามาโอบกอดไว้ได้อีกรอบ

               "ปล่อยข้า" หวินเฟยว่าเสียงแข็ง

               "ไม่"

               "ข้าบอกให้ปล่อย"

               "เจ้ากลับมาเหตุใดไม่บอกข้า?" ซื่อหมินถามร่างบางในอ้อมแขน เมื่อเย็นหลังจากที่ปลีกตัวออกจากอ๋องเหยียนได้แล้วเขาก็รีบไปหาหวินเฟย ทว่ากลับไม่เห็นอีกฝ่ายแม้แต่เงาจนรู้จากทหารเฝ้าประตูอีกทีว่าร่างบางเดินออกมาจากจวนนานแล้ว

               "เหตุใดข้าต้องบอกเจ้า เราเกี่ยวข้องกันหรือ?" หวินเฟยกล่าว

               "เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเราตกลงอันใดกันไว้"

               "หึ ข้อตกลงนั้นมันจบไปแล้ว... ปล่อยข้า"

               "ไม่ จบได้อย่างไรกัน ข้ากับเจ้ายังต้องพิสูจน์อีกมากเลยมิใช่รึ?"

               "ยังมีหน้ามาถามอีกรึ ข้อพิสูจน์นั่นเจ้าเป็นผู้จบมันลงเองเจ้ายังจะมีหน้ามาบอกว่าต้องพิสูจน์อีกรึ?" หวินเฟยเริ่มอารมณ์ปะทุขึ้นมาอีกระรอก

               "จบ? ข้าจบมันลงเมื่อใดกัน ไหนช่วยทำให้ข้ากระจ่างที?" ซื่อหมินทำหน้าฉงน เขาไปจบข้อตกลงกันตั้งแต่เมื่อใด?

               "แน่ใจว่าอยากฟัง?"

               "อืม หากข้าจบมันจริงข้ายินดีที่จะไป"

               "หึ ... ข้าจะบอกอันใดให้นะซื่อหมิน สิ่งที่เจ้าแสดงให้ข้าเห็นวันนี้ข้าเข้าใจมันแจ่มแจ้ง หากเจ้าต้องใจอ๋องเหยียนเจ้าควรไปบอกเขาเสียอย่าได้มายุ่งอันใดกับข้า" หวินเฟยตัวสั่นเขาพยายามอย่างมากที่จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง แย่งของคนอื่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

               "เดี๋ยว นี้เจ้าพูดเรื่องอันใดกัน ข้าต้องใจอ๋องเหยียนตั้งแต่เมื่อใด?" ยิ่งกล่าวยิ่งงุนงง เขาแสดงออกหรือว่าต้องใจอ๋องเหยียน ในเมื่อคนที่เขารักมีแค่ร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนนี่หรือว่า... "เจ้าเห็นหรือ...?"

               "ข้าบอกแล้วว่าสิ่งที่เจ้าแสดงให้เห็นข้าเข้าใจมันแจ่มแจ้ง เจ้าไปเสียเถิดอย่าได้มายุ่งอันใดกับข้าอีกเลย" ยิ่งพูดใจยิ่งหงุดหงิด ภาพนั้นมันยังคงติดตาหวินเฟยจนเขาไม่อยากกล่าวอันใดอีกแล้ว ซื่อหมินเงียบไปสักพักแล้วเริ่มหัวเราะออกมา

               "เจ้ากินน้ำส้มข้าหรือ?" ท่าทางของร่างบางบ่งบอกได้ว่ากินน้ำส้มเขากับอ๋องเหยียนอย่างแน่นอน เขาเลิกหัวเราะเมื่อเห็นหวินเฟยนิ่งไปไม่กล่าวอันใดเลยแม้เพียงคำเดียวเขากระชับกอด "ฟังที่ข้าจะอธิบายได้หรือไม่ แล้วต่อจากนั้นข้ายอมให้เจ้าจัดการกับข้าได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ"

               "..." หวินเฟยยังคงเงียบทั้งที่ยังรอฟังอีกฝ่ายอธิบายอย่างตั้งใจ

               "เจ้าอาจจะเห็นว่าเมื่อเย็นข้ากับอ๋องเหยียนนั้นทำอะไรกัน ทว่าสิ่งที่เจ้าเห็นนั้นมิได้เป็นดังเช่นสิ่งที่เจ้าคิด เรื่องราวมันมีอยู่ว่า..." 

               ท้าวความกลับไปสักนิด

               หวินเฟยเดินเข้าห้องไปแล้ว เหยียนจิ้งไห่ก็ได้ขอให้หลี่ซื่อหมินพาเดินชมสวนหน่อย เนื่องด้วยเขาเป็นเจ้าบ้านจึงต้องรับรองแขกเสียหน่อยจึงได้รับปากจะพาเดินชม ทั้งสองเดินมาหยุดที่ศาลาที่อยู่ริมน้ำเพื่อนั่งพัก

               'ท่านอ๋องหลี่ ท่านกับท่านอ๋องลี่หยางเกี่ยวข้องอันใดหรือ?'

               'ข้ากับเขาเป็นสหายกัน'

               'สหายที่ใดอยู่ห้องเดียวกัน'

               'เขาเป็นคนสำคัญของข้า เจ้ารู้เพียงแค่นั้นเป็นพอ'

               'เป็นข้ามิได้หรือ?'

               'เป็นเจ้า?'

               'ให้ข้าเป็นคนสำคัญของเจ้ามิได้หรือ?'

               '...' ซื่อหมินเงียบ

               'เจ้ามองข้าสิ ข้างามน้อยกว่าลี่หยางหวินเฟยตรงไหน ข้าเป็นถึงชินอ๋องแคว้นฉู่มีอันใดที่สู้ลี่หยางหวินเฟยมิได้ เป็นข้ามิได้หรือ?' เหยียนจิ้งไห่ใช้สายตาหยาดเยิ้มมองไปที่หลี่ซื่อหมิน

               'คงเป็นเจ้ามิได้ และชาตินี้คงไม่มีวัน'

               'เพราะเหตุอันใดจึงเป็นข้ามิได้?'

               'เพราะ...อุ๊บ!' เหยียนจิ้งไห่โน้มตัวเข้ากอดคออีกฝ่ายมาประกบจูบเพราะเขามองไปเห็นหวินเฟยที่กำลังเดินออกมาพอดี สายตาก็คอยมองจนร่างนั้นหายลับไปก็ถูกหลี่ซื่อหมินดันตัวออก 'ทำอันใดของเจ้า'

               'เจ้าเป็นคนแรกที่ไม่จูบตอบข้า' ทุกคนที่เหยียนจิ้งไห่ยั่วยวนเป็นต้องสำเร็จทุกราย ทว่ากับหลี่ซื่อหมินกลับมิใช่ ตอนเขาจูบอีกฝ่ายนิ่งแข็งเป็นตอไม้

               'เพราะข้าไม่มีอารมณ์กับเจ้า' ซื่อหมินตอบหน้าตาย 'รู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดข้าถึงบอกว่าไม่มีอารมณ์"

               'เพราะ?...' 

               'เพราะข้าไม่มีอารมณ์กับของที่สกปรกอย่างไรเล่า'

               'เจ้า!!!'

               'เด็กๆ ส่งแขก!!!' เสียงทุ้มทรงเสน่ห์ดังก้อง

               'เจ้าไล่ข้าไปมิได้นะ ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้ถึงหูฮ่องเต้แน่'

               'ตามใจเจ้าเถอะ'

               'เดี๋ยวสิ เจ้าจะทำเช่นนี้มิได้นะ...ปล่อยข้า! หลี่ซื่อหมิน!!' คนถูกลากตัวออกไปร้องตะโกนโหวกเหวก หลี่ซื่อหมินมิได้สนใจเขาเพียงเดินหันหลังกลับเข้าจวนไปเท่านั้น..

               กลับมาที่ปัจจุบัน

               "เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้.." หวินเฟยฟังจบแล้วก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เขาพลิกตัวหันกลับมามองหน้าอีกฝ่าย

               "ข้าจะเชื่อเจ้าได้มากแค่ไหน?"

               "เท่าชีวิตของข้า ดังนั้นเลิกกินน้ำส้มได้แล้ว ภรรยาข้า" สิ่งที่หลี่ซื่อหมินกล่าวออกมานั้นทำให้หวินเฟยหน้าร้อน หัวใจเต้นเร็วขึ้นราวกับเป็นโรคหัวใจ

               "เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าควรเป็นข้า?" ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

               "ข้ามั่นใจ"

               "ไม่เปลี่ยนใจ?"

               "ย่อมเป็นเช่นนั้น"

               "แล้วเพราะเหตุใดจึงเป็นข้า"

               "ข้าชอบเจ้า" 

               "จะ...เจ้า" หวินเฟยถึงกับพูดติดขัด เวลาเพียงเดือนเดียวสามารถทำให้คนรักกันได้แล้วหรือ? แม้จะเป็นอย่างนั้นหวินเฟยก็อดใจเต้นราวกับกลองศึกมิได้ มันแทบจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว

               "ข้าบอกเจ้าแล้ว คราวนี้ถึงทีเจ้าบ้าง คิดอย่างไรกับข้าหรือ?" ซื่อหมินก็อยากได้ยินคำสารภาพจากปากผู้ที่กินน้ำส้มเขาเหมือนกันว่าจะยอมพูดหรือไม่ เพราะถ้าไม่ ต่อให้ต้องง้างปากอีกฝ่ายด้วยปากของเขาเองเขาก็จะทำ

               "เจ้าก็น่าจะทราบแล้วมิใช่รึ ว่าข้าคิดเช่นไรจะมาถามเพื่ออันใดอีก?" แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปมุดที่ใดแล้ว

               "ข้าอยากได้ยินจากปากเจ้ามากกว่า"

               "ไม่"

               "บอกหน่อยนะ"

               "ไม่...อ๊ะ" มือไม้ของซื่อหมินเริ่มเลื้อยเข้ามาสะกิดยอดอกเล็กๆจนอีกฝ่ายเผลอครางเสียงหลง "เจ้า!"

               "จะบอกหรือไม่?"

               "ไม่บอก ...อื้อ" ริมฝีปากถูกละเลียดลิ้มชิมโดยซื่อหมิน ลิ้นหนาตวัดรุกไล่ลิ้นเล็กอย่างดื้อดึงแทบขาดอากาศหายใจ "อื้อ...แฮกๆ"

               "บอกหรือไม่?" ย้ำถามอีกครั้ง

               "ไม่ ...อ๊ะ ซื่อหมิน ..อย่า" เสียงหวานครางหวิวเมื่อจุดอ่อนไหวโดนสัมผัส เรียวขาสวยกำลังถูกแยกออกโดยมีอีกคนอยู่ตรงกลาง แม้จะร้องห้ามก็ไม่ทันเสียแล้วอาภรณ์ตัวนอกถูกปลดเปลื้อง ลิ้นร้อนลากลงที่ยอดอกสีชมพูอ่อนซึ่งตอนนี้แข็งเป็นตุ่มไตราวกับบอกให้ชิม

               "ยอมหรือไม่?" ยังคงถามคำถามเดิม

               "จะ...เจ้าแกล้งข้า" เสียงหวานขาดห้วงเมื่อรู้สึกเหมือนสีอะไรมาดุนๆอยู่ด้านล่าง หัวใจก็เต้นระทึก

               "ข้าเพียงอยากได้ยินคำว่ารักจากปากเจ้า" ซื่อหมินบอกเสียงแหบพร่า เขาเองก็แทบจะทนไม่ไหวแล้วกะจะทรมานอีกฝ่ายให้เปิดปากทว่าตนเองกลับเป็นฝ่ายที่ทรมานไม่แพ้กันเสียนี่

               "ขะ...ข้าชอบเจ้า" ได้ยินเช่นนั้นความอดทนที่พยายามสะสมมาก็หมดลง ส่วนอุ่นร้อนก็ถูกสอดเข้าไปเติมเต็มในกายหวินเฟย "อ๊าา... ซื่อหมินข้าเจ็บ"

               "เจ็บหรือ ข้าจะทำเบาๆ" เขารอให้อีกฝ่ายผ่อนคลายก่อนจะเริ่มอีกครั้ง

               "อื้อ...ซื่อหมิน"

               "อืม..."

               "อ๊ะ ...ข้าชอบเจ้า ..อึก"

               "ข้าก็ชอบเจ้า" ซื่อหมินตอบ

               "อ๋าา ..เหตุใดมันจึงใหญ่ขึ้น ..อ๊ะ" หวินเฟยรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ

               "เพราะมันได้ยินเจ้าบอกชอบกระมัง"

               "อื้อ..." อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้งที่ทั้งสองรวมเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งคืน

               รุ่งสาง ยามเฉิน(07:00-08:59 น.)

               "หวินเฟยถึงเวลาไปตกปลากันแล้วเจ้าตื่นหรือยัง?" ซิวหยวนกำลังจะมาปลุกพระอนุชาของตน เขาเดินเข้ามาในห้องนอนแทบจะไม่ต้องว่ากล่าวอันใดมากมายกับสองร่างที่อยู่บนเตียง หลี่ซื่อหมินถูกคว้าคอลุกจากที่นอน โชคดีที่เขาสวมใส่อาภรและทำความสะอาดตัวเองและร่างบางเรียบร้อยแล้ว "เจ้าเป็นใคร!"

               "เสด็จพี่!" หวินเฟยร้องเหวอเมื่ออีกคนถูกกระชากออกจากเตียง

               โครม!!!

              เสียงร่างของซื่อหมินถูกโยนกระแทกประตูออกไปด้านนอก ซิวหยวนเองก็ก้าวเดินตามออกไป หวินเฟยจึงต้องวิ่งตามออกไปด้วย ดูเหมือนเสด็จพี่จะกริ้วเสียแล้วสิ หลี่ซื่อหมินเจ้าตายแน่

               "ชินอ๋องหลี่ซื่อหมินนี่เอง เจ้าย่องมาทำอันใดในห้องของน้องชายข้า?" คนหวงน้องตอนนี้กำลังกริ้วเพียงเพราะอีกคนทำมิดีมิร้ายอนุชาของคน เขายกตัวซื่อหมินขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียว

               "เสด็จพี่ปล่อยเขานะพะยะค่ะ เขาเป็นคนรักของข้าเอง" หวินเฟยจำต้องอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจก่อนที่ซื่อหมินจะถูกเอาเลือดหัวออก

               "คนรัก เมื่อใดกัน?" แทบไม่อยากจะเชื่อ สองคนนี้ไปรักกันเมื่อใดเหตุใดเขาถึงไม่ทราบ ซิวหยวนระงับอารมณ์กริ้วลงถึงอย่างไรหลี่ซื่อหมินผู้นี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของน้องชาย

               "ฝ่าบาท กระหม่อมเป็นผู้ล่วงเกินน้องชายของฝ่าบาทเองพะยะค่ะ โปรดลงโทษกระหม่อมตามที่เห็นสมควรได้เลย แต่กระหม่อมก็มีเรื่องจะทูลขอ หากลงโทษกระหม่อมแล้วได้โปรดอนุญาตให้กระหม่อมและหวินเฟยรักกันด้วยเถิดพะยะค่ะ" ซื่อหมินที่ถูกปล่อยตัวลงคุกเข่าลงประสานมือคำนับ

               "ดี! ข้าจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่ฉีหลินฮ่องเต้ ดูสิว่าเขาจะว่าเช่นใดแล้วข้าจะกลับมาจัดการกับเจ้า" ซิวหยวนหมุนตัวเดินออกไป ขณะที่หวินเฟยหน้าซีด เสด็จพี่ได้ลงโทษซื่อหมินแหลกคามือแน่

               "ซื่อหมินเจ้าไม่เจ็บตรงใดใช่หรือไม่?...อ๊ะ!" ร่างบางเป็นห่วงอีกคนกลัวว่าจะบาดเจ็บแต่ร่างกลับลอยหวือขึ้นเพราะซื่อหมิน มือเรียวก็คว้ากอดที่คอไว้เพราะกลัวตก

               "เจ้าสมควรนอนพักได้แล้ว อย่าได้เป็นกังวลเรื่องข้า เรื่องฮ่องเต้นั้นข้าจะจัดการเอง" วางร่างบางลงที่เตียงอย่างถนุถนอมแล้วตัวเองก็ตามขึ้นไปนอนกอดร่างหอมกรุ่นไว้ ริมฝีปากจุมพิตที่หน้าผากรอยยิ้มไร้กังวลถูกส่งให้ร่างบางคลายกังวล..

               "อือ.." หวินเฟยตอบกลับไปและหลับลงอีกครั้ง

               ณ ตำหนักฮ่องเต้

               "ฝ่าบาทพะยะค่ะ ซิวหยวนฮ่องเต้เสด็จมาพะยะค่ะ"

               "ให้เขาเข้ามา" หลี่ฉีหลินผู้ที่เป็นฮ่องเต้แคว้นฉินตรัส

               "เชิญพะยะค่ะ" ซิวหยวนก้าวเดินเข้ามาด้วยหน้าตาบอกบุญไม่รับเข้ามาในห้อง

               "พวกเจ้าออกไปก่อน" ฉีหลินฮ่องเต้ทรงตรัสสั่งนางกำนัล เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้วก็เหลือเพียงสองคน ช่วงนี้พระวรกายของฉีหลินฮ่องเต้ค่อนข้างอ่อนเพลียง่ายทั้งยังง่วงตลอดทั้งวัน อีกทั้งเมื่อเช้านี้เพิ่งอาเจียนอีกเห็นทีเทศกาลตกปลาคงมิได้ไปเสียแล้ว

               "เจ้ามีเหตุอันใดที่ต้องมาหาข้าแต่เช้ากัน"

               "เหตุใดเจ้าต้องทำห่างเหินกับข้าเช่นนั้นด้วยเล่า ...ฮองเฮาของข้า" ซิวหยวนเข้าไปกอดอีกฝ่ายพร้อมเอาคางเกยไหล่

               "ข้าไปเป็นฮองเฮาของเจ้าตั้งแต่เมื่อใดกัน?" แม้จะเขินอายอยู่เล็กน้อยทว่าก็ยังวางตัวได้อย่างยอดเยี่ยม

               "หรือต้องการให้ข้าช่วยทวนความจำ..หืม?" ซิวหยวนเริ่มอยากแกล้งอีกฝ่ายขึ้นมาอีกแล้วหลังจากไม่ได้แกล้งมาหลายวัน

               เรื่องราวของซิวหยวนกับฉีหลินเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อมาถึงที่แคว้นฉิน ร่างบางตัวเล็กผิวขาวเนียนสะกดให้มองไม่รู้สึกเบื่อจากนั้นเขาก็ตามก่อกวนอีกฝ่ายไม่ยอมหยุดจนในคืนจัดงานเลี้ยง หลี่ฉีหลินก็ตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์มันก็เป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อเมื่อเขารู้สึกว่าคนผู้นี้มีอะไรพิเศษ

               "หยุดเลย ...เจ้าบอกมาได้แล้วมีเรื่องอันใด"

               "น้องชายของเจ้าเป็นคนรักน้องชายข้า แถมยัง..." ซิวหยวนคนหวงน้องเริ่มหงุดหงิดจนฉีหลินต้องพยายามปลอบ เจ้าน้องบ้านั่นรักกับน้องซิวหยวนหรือ เป็นไปได้เช่นไร มิใช่ว่าไร้หัวใจไปแล้วรึ?

               "ใจเย็นๆ เรื่องนั้นเป็นเรื่องของพวกเขาทั้งสองคน"

               "แต่นั่นน้องชายข้านะ"

               "พวกเข้ารักกินมิใช่รึ หากมีใครมาพรากข้าจากเจ้าเจ้ายอมหรือไม่?"

               "ไม่.."

               "เช่นนั้นก็ให้นั่นเป็นเรื่องของเขาเถิด อย่าได้ไปขัดขวางพวกเขาเลย" ฉีหลินเอ่ยอย่างอ่อนเพลีย

               "ย่อมได้ เช่นนั้นข้าจะให้เขาพิสูจน์ตนเอง หากทำน้องชายข้าเสียใจข้าไม่ปล่อยน้องเจ้าไว้แน่"

________________

              ณ ตำหนักรับรองแขก

               "หวินเฟยตื่นเถิด เจ้าควรตื่นมาทานอะไรเสียหน่อยนะ" ซื่อหมินเรียกปลุกร่างบางให้ตื่นมาทานอะไรเสียหน่อย นี้ก็ยามเที่ยงแล้ว

               "อือ เข้าใจแล้ว" หวินเฟยลุกขึ้นโดยมีอีกคนช่วยประคองและช่วยสวมอาภรณ์ตามด้วยเสื้อคลุมกันหนาวทำจากขนจิ้งจอกขาวอีกผืน

               "เจ้าไหวหรือไม่ ท่าทางเจ้าจะดูเหนื่อยๆนะ"

               "ไหว ข้าอ่อนเพลียเล็กน้อยเท่านั้น" ช่วงนี้เขารู้สึกง่วงแบบแปลกๆทั้งยังเหนื่อยง่าย เห็นทีต้องลองตรวจร่างกายตนเองดูเสียหน่อย

               ทั้งสองเดินมายังห้องเสวย หวินเฟยนั่งลงที่เก้าอี้ ถึงแม้จะไม่รู้สึกหิวเท่าใดนักแต่ก็เพราะไม่อยากให้ซื่อหมินเป็นห่วง อาหารถูกทะยอยเข้ามาในห้องพร้อมกับกลิ่นเหม็นหินแปลกๆ

               "หยุดๆ พวกเจ้าทำอาหารอันใดมา เหตุใดจึงเหม็นหืนเช่นนี้!" หวินเฟยปิดจมูกไว้ แต่กลิ่นมันก็ยังทะลุผ่านเข้ามาได้

               "เจ้ากล่าวอันใดหวินเฟย อาหารพวกนี้ออกจะหอม เข้าลองดมดูใหม่สิ"

               "ฟุดฟิ๊ด~ อ๊อก!...." เพียงแค่ได้กลิ่นหวินเฟยก็รีบวิ่งออกมาจากห้องเพื่ออาเจียนออกมา กลิ่นนั่นมันช่างสุดจะทน

               "หวินเฟย! ...เป็นอันใดหรือไม่" ซื่อหมินเป็นห่วงร่างบางยิ่งนัก เมื่อวานหวินเฟยก็มิได้ทานอันใดในตอนเย็นเลยซ้ำยังอาเจียนออกมาอีกมือหนาคอยประคองและลูบหลังร่างบางไว้

               "อ๊วกกก...อึก"

               "นี่น้ำ..." หวินเฟยรับมาดื่มล้างปาก หวินเฟยนั่งลงบนพื้นตอนนี้เขาแทบไม่เหลือแรงจะเดินแล้ว "ดีขึ้นหรือไม่"

               "...อือ" หวินเฟยไม่ไหวแล้วเขาหลับไปทันทีหลังจากอาเจียนเสร็จ

               "หวินเฟย! ส่งคนไปตามอีผิงจื่อมา เร็วเข้า!" หวิยเฟยหมดสติไปแล้วซื่อหมินเป็นห่วงแทบขาดใจเขาโอบอุ้มหวินเฟยขึ้นมารีบเคลื่อนกายเข้าห้องไป

               อีผิงจื่อเร่งฝีเท้ามาอย่างรวดเร็วคำสั่งจากเจ้านายควบตำแหน่งเพื่อนสนิทมีหรือจะไม่ทำตาม เมื่อมาถึงก็พบว่าผู้ที่เป็นว่าที่ฮูหยินจวนหลี่ชินอ๋องนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนเตียง เคลื่อนกายเข้าประชิดตัวเพื่อสัมผัสชีพจรของอีกฝ่ายโดยเร็ว

               "เกิดอันใดขึ้น!" สุรเสียงทรงพลังของซิวหยวนเอ่ยขึ้นเขาได้รับแจ้งมาว่าหวินเฟยมีอาการเป็นลมไม่ค่อยดีนักจากขันทีส่วนพระองค์ของฉีหลินฮ่องเต้ เมื่อได้รับข่าวทั้งสองจึงได้เร่งรุดมาดูอาการโดยเร็วพร้อมกับหมอหลวง

               "จู่ๆหวินเฟยก็เกิดเหม็นอาหารจนอาเจียน แล้วก็หมดสติไปพะยะค่ะ" หลี่ซื่อหมินทูล

               "เหม็นอาหารหรือ เหตุใดจึงอาการคล้ายคลึงกับฝ่าบาทเมื่อเช้านักล่ะพะยะค่ะ" ถานกงกงเปรยขึ้นมาดังพอที่ทุกคนในห้องจะได้ยิน

               "เจ้าก็เช่นกันหรือ เหตุใดจึงไม่บอกข้า?" ลี่หยางซิวหยวนหันกลับมาแล้วทำท่าจะเอาเรื่องอีกคน หลี่ฉีหลินหลบตาอีกฝ่าย ก็เขาไม่ได้เป็นหนักถึงขนาดต้องบอกใครนี่นา

               "เพ้ย!! มันเป็นไปไม่ได้..." เสียงอุทานถูกตะโกนดังขึ้นโดยอีผิงจื่อ ทุกคนละความสนใจจากหลี่ฉีหลินแล้วหันกลับมาพร้อมกัน

               "เป็นอันใด หวินเฟยของข้าเป็นอันใดผิงจื่อ!" ยิ่งเห็นสหายร้องดังแบบนั้นยิ่งเป็นห่วงร่างบางมากขึ้นไปอีก

               "เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้มันเป็นไปได้อย่างไร" อีผิงจื่อพึมพำกับตนเองก่อนจะลงมือตรวจอีกครั้ง และอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจในผลตรวจของตน แต่ทว่าผลมันยังคนออกมาเป็นเช่นเดิมทุกครั้ง "นี่มัน..."

               "ผิงจื่อ เจ้าจะอึกอักเพื่ออันใดกันหะ!"ซื่อหมินแทบจะเข้าไปกระชากคออีกฝ่ายมาถามให้รู้เรื่องรู้ราว

               "คือ ...กระหม่อมกลัวตรวจผิดพลาดไป ช่วยไปตามหมอหลวงมาช่วยกระหม่อมวินิจฉัยอีกแรงได้หรือไม่พะยะค่ะ"

               "หมอหลวงไปช่วยเขาที" ฉีหลินฮ่องเต้ตรัส

               "พะยะค่ะ" หมอหลวงเจิ่งรีบเข้าไปช่วยหมอเทวดาวินิจฉัยทันที ไม่นานก็ได้ข้อสรุปออกมาเป็นข้อเดียวกันกับที่อีผิงจื่อวินิจฉัยได้

               "ผิงจื่อ เจ้าจะบอกได้หรือยังว่าคนรักข้าเป็นอันใดกันแน่เหตุใดจึงได้ชักช้านัก!" หลี่ซื่อหมินเริ่มมีโทสะเพราะความชักช้าของอีกฝ่าย

               "ทูลท่านอ๋อง กระหม่อมและหมอหลวงวินิจฉัยได้ว่า ชินอ๋องลี่หยางหวินเฟยได้ ...ตั้งครรภ์เดือนหนึ่งแล้ว พะยะค่ะ" ชั่วอึดใจทุกอย่างก็เงียบลงในบัดดล ไม่มีใครในที่นั้นอยากจะเชื่อเรื่องตรงหน้า บุรุษเหตุใดจึงตั้งครรภ์ได้ ประหลาดแท้

               "อีผิงจื่อ เจ้าอย่าได้ล้อเล่นเช่นนี้กับเปิ่นหวาง" ครานี้หลี่ซื่อหมินแทนตัวเองว่าเปิ่นหวางแสดงว่าเขาเริ่มโกรธขึ้นมาแล้ว

               "กระหม่อมขอเอาหัวเป็นประกันพะยะค่ะ หากกระหม่อมทูลความเท็จขอให้กระหม่อมไม่ตายดี!" ผลตรวจออกมาเป็นเช่นนั้นอีผิงจื่อมิกล้าทูลความเท็จหรอก

               "สะ...แสดงว่า เจ้าจะบอกว่าข้ากำลังจะมี ละ...ลูกเช่นนั้นรึ!" หลี่ซื่อหมินแม้จะยังไม่เชื่อสนิทใจ แต่พอคิดว่าตนกำลังจะเป็นพ่อคนแล้วก็อดตื่นเต้นมิได้

               "หากเป็นเช่นนั้นจริง เจ้าจงตรวจฉีหลินด้วยเขามีอาการเดียวกันมิใช่รึ" ลี่หยางซิวหยวนที่หายจากอาการตะลึงแล้วก็นึกได้ว่าผู้ที่ตนชอบเองก็กำลังมีอาการเดียวกันอีก หากเป็นเช่นนั้น...ไม่แน่ว่าเขาอาจกำลังจะได้เป็นพ่อคนเช่นเดียวกันน่ะสิ!

               "พะยะค่ะ ฝ่าบาทเชิญพระองค์มานั่งที่เตียงพะยะค่ะ" อีผิงจื่อทูล หลี่ฉีหลินเองก็ไม่ขัดข้องเขาเดินมานั่งที่ข้างๆตัวหวินเฟยแล้ววางมือไว้บนตัว อีผิงจื่อเพื่อให้แน่ใจจึงไม่ขอใช้ผ้าตามธรรมเนียม ดวงตาของเขาสั่นไว้ นี้ก็อีกคนแล้วรึนี่...มันเรื่องอันใดกัน!!

               "เอ่อ... ฝ่าบาท พระองค์กำลังตั้งครรภ์ทายาทมังกรพะยะค่ะ" แม้จะไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุอันใดบุรุษถึงสามารถมีลูกได้ ทว่าสิ่งที่ไม่เข้าใจยิ่งกว่านั้นคือ ใครเป็นพ่อของโอรสในท้องฉีหลินฮ่องเต้ล่ะ หรือว่า ...ทุกคนมองไปที่ซิวหยวนฮ่องเต้โดยอัตโนมัติ

               "จริงรึ ฉีหลินเจ้ากำลังจะให้กำเนิดทายาทให้ข้า ได้ยินหรือไม่!" คนเป็นพ่อมือใหม่อย่างซิวหยวนเก็บอาการแทบไม่อยู่ การที่ฉีหลินมีโอรสทั้งยังเป็นเลือกเนื้อเชื้อไขของเขาทำให้เขาชอบอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก ไม่ต่างกับฉีหลินที่เห็นผู้เป็นพ่อของลูกในท้องดูจะดีใจที่มีเขาเสียเหลือเกินก็อดมีความสุขมิได้ ซิวหยวนเดินเข้ามาโอบอุ้มอีกฝ่ายลอยขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคน

               "ฉีหลิน เจ้าควรไปพักผ่อนได้แล้ว...ส่วนเจ้า ดูแลน้องชายข้าให้ดี ส่วนเสด็จพี่เจ้าข้าจะดูแลเอง" ซิวหยวนสั่ง ซื่อหมินพยักหน้ารับเป็นอันรู้กัน แท้จริงแล้วเสด็จพี่ของเขากับเสด็จพี่ของหวินเฟยก็เป็นคนรักกัน เช่นนั้นเรื่องมันคงง่ายขึ้นแล้ว 

               ซิวหยวนอุ้มฉีหลินที่ซุกหน้าอยู่ที่อกเดินออกไปโดยไม่สนใจสายตาของผู้อื่นราวกับจะประกาศให้รู้โดยทั่วกันว่าร่างในอ้อมแขนนี้เป็นของเขา ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

               "เรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกใครทั้งนั้น จงกำชับทุกคนไว้เสีย หากเรื่องนี้แพร่ออกไปข้าจะตัดหัวพวกเจ้าทุกคน!" ซิวหยวนตรัสกับถานกงกง แล้วก็เดินกลับตำหนักฮ่องเต้ไป

               "พะยะค่ะ!"

               ณ ห้องบรรทม

               "ซิวหยวน หากเจ้าไม่ได้ชอบข้า เจ้าก็ไม่ต้องสนใจเรื่องเขาก็ได้" 'เขา' ที่หมายถึงนั้นคือโอรสในท้องนั่นเอง ฉีหลินทราบดีว่าอีกฝ่ายมิได้ชมชอบอันใดเขา ทุกอย่างมันเกิดขึ้นด้วยความผิดพลาด แต่ฉีหลินกลับไม่ทราบเลยว่าทุกอย่างซิวหยวนเป็นผู้วางแผนไว้แล้ว

               "เหตุใดจึงคิดว่าข้ามิได้ชอบเจ้า?" ซิวหยวนไม่ตอบแต่ถามกลับไป

               "ก็เรื่องทุกอย่างมันเป็นแค่ความผิดพลาดข้าไม่อยากให้เขาเป็นสิ่งที่เหนี่ยวรั้งเจ้า" ยิ่งกล่าวใจยิ่งเจ็บจีด ไม่ทราบว่าความรู้สึกรักเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ฉีหลินกลับรักอีกฝ่ายไปเสียแล้ว ทั้งที่คนผู้นี้มากวนประสาทเขาทุกเช้าค่ำ คอยวนเวียนอยู่รอบตัวจนรู้สึกว่าน่ารำคาญแท้ๆ

               "ใครบอกว่ามันเป็นเรื่องผิดพลาด ข้าจะบอกอันใดให้นะฉีหลิน คืนนั้นข้าตั้งใจทำให้เจ้าเป็นของข้าเอง ไม่ใช่เพราะต้องการสยบเจ้าหรือเพราะต้องการหมิ่นเกียรติเจ้า แต่เพราะข้าเห็นเจ้าแล้วเกิดความรู้สึกอยากเป็นเจ้าของตัวเจ้า ข้าจึงได้ทำให้เจ้าเป็นของข้า..." เมื่อไม่มีอะไรสำคัญกว่าคนตรงหน้าซิวหยวนจึงยอมพูดสิ่งที่เก็บไว้ตลอดออกมา

               "เจ้าตั้งใจหรือ?" ฉีหลินใจเต้นโครมครามเมื่ออีกฝ่ายกล่าว ตั้งใจทำให้ตนกลายเป็นเขา แต่เดี๋ยวก่อน... "เจ้าจะบอกว่าอาจมิได้ชอบพอข้า แต่อยากเป็นเจ้าของตัวข้าเช่นนั้นรึ?"

               "ไม่...เจ้ายังไม่ทราบอีกรึ ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่มาถึง เจ้าก็สะกดสายตาข้าไว้กับตัวเจ้า ข้าไม่ได้ต้องการแค่ตัวเจ้าแต่ข้าต้องการหัวใจของเจ้าด้วย การกระทำที่ผ่านมาของข้ายังไม่ทำให้เจ้าเข้าใจอีกหรือไม่มีผู้ใดเขาไม่อยากแกล้งคนที่ตอนชอบหรอกนะข้าก็เช่นกันแต่ข้าอาจแกล้งเจ้ามากไปหน่อย แต่ที่ข้าทำไปทั้งหมดเพราะข้าชอบเจ้า"

               "จริงหรือ?" ฉีหลินเหมือนยกภูเขาออกจากอก

               "ย่อมเป็นเช่นนั้น ยิ่งข้ารู้ว่าเจ้ามีโอรสข้ายิ่งชอบเจ้ายิ่งขึ้นไปอีกหรือไม่ตอนนี้ข้าอาจรักเจ้าเข้าแล้วก็เป็นได้"

               "แต่ถึงข้าจะประสูติโอรสหรือธิดาให้เจ้า ข้าก็ไม่อาจละทิ้งแคว้นนี้ได้ ข้าไม่ทราบว่าข้าควรทำเช่นใด" ฉีหลินเป็นคนขี้ระแวง เขากลัวว่าหากเรื่องนี้แพร่ออกไปดีไม่ดีขุนนางอาจคิดก่อกบฏ

               "เจ้ามิต้องกังวล หากเจ้าเป็นห่วงว่าบัลลังก์นี้จะถูกก่อกบฏนั่นมันก็เป็นเรื่องของอนาคต เจ้าเก่งกาจขนาดนี้และอย่าลืมสิว่าเจ้ายังมีข้า ข้าเป็นสามีของเจ้าเป็นพ่อของลูกเจ้าด้วยมิใช่รึ?" มือลูบท้องของอีกฝ่ายไปด้วย

               "อืม บางทีข้าอาจระแวงเกินไป แต่ก็ขอบใจเจ้ามากนะที่อยู่ข้างๆข้าในตอนนี้" ฉีหลินจับมือซิวหยวนที่ลูบท้องตนอยู่แล้วมองด้วยสายตาลึกซึ้ง

               "แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะไปอยู่ที่ใดล่ะ น้องชายข้าก็มีน้องเจ้าดูแลแล้ว ส่วนเจ้าเป็นฮองเฮาของข้าทั้งยังอุ้มท้องลูกของข้าอยู่ ผู้ที่ข้าห่วงตอนนี้มีเพียงเจ้า" เขาว่ากันว่าคู่บุพเพสันนิวาสมักมีแรงดึงดูดมหาศาล ดูท่าซิวหยวนจะเจอคู่ของตนเสียแล้ว

               "อืม...ข้าเข้าใจแล้ว"

               "เช่นนั้นเจ้าต้องการจะทานอันใดหรือไม่ ข้าจะไปถามหมอหลวงถึงอาหารที่แก้แพ้ท้องได้ให้เจ้าก็แล้วกัน เจ้าพักผ่อนเถิดฉีหลิน" ซิวหยวนพยุงอีกคนให้นอนลงเนื่องจากอ่อนเพลียอยู่แล้วพอหัวสัมผัสหมอนปุ๊บก็หลับไปโดยทันที

               "ดูแลฉีหลินให้ดี" ซิวหยวนสั่งเหล่านางกำนัลและก้าวเดินออกมาด้านนอก ตอนนี้ก่อนที่ฉีหลินจะคลอดเขาคงต้องส่งศาลไปรายงานเรื่องนี้ให้ท่านตาทราบเสียก่อน ท่านคงดีใจที่กำลังจะมีหลานทีเดียวสองคน

               ณ ตำหนักรับรอง

               ซื่อหมินอยู่ดูแลคนที่หลับไหลอยู่ไม่ห่างมือของเขาลูบท้องของอีกฝ่าย ในนั้นกำลังมีลูกของเขาอยู่ หลี่ซื่อหมินเตรียมการทุกอย่างไว้แล้วทั้งถามเรื่องเกี่ยวกับคนท้อง โดยอีผิงจื่อเป็นผู้ขอทำคลอดคนรักของเพื่อนสนิทเอง ร่างบางคงไม่เชื่อแน่ว่าในท้องกำลังมีอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดมา

               ยามอุ้ย (13:00-14:59 น.)

               หวินเฟยรู้สึกตัวขึ้นมาหลังจากที่หลับไปได้หลายชั่วโมงพร้อมกับความรู้สึกกระอักกระอ่วนแปลกๆเมื่อดูเหมือนว่าหลี่ซื่อหมินจะดูแลเขาดีเหลือเกิน แทบจะไม่ต้องลุกจากเตียงไปไหนเลยนอกจากเข้าห้องน้ำ

               "ซื่อหมินเจ้าทำอันใดของเจ้า เหตุใดจึงห้ามข้าไปเสียทุกอย่าง" ร่างบางที่ยังไม่ทราบเรื่องว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์เอ่ยกับอีกคนที่เดินไปเดินมาจัดการนั่นนู่นนี่แทนนางกำนัลอยู่ในห้อง ซื่อหมินเดินเข้ามานั่งที่เตียงแล้วจับมือหวินเฟยไว้

               "ข้าเพียงเป็นห่วงเจ้ากับ...ลูก" คำกล่าวนั้นทำเอาหวินเฟยชะงักกึก เมื่อกี้ซื่อหมินกล่าวว่าอย่างไรนะ ลูกเช่นนั้นรึ? ซื่อหมินเองก็ตื่นเต้นจนเกินไปจนลืมบอกว่าอีกฝ่ายตั้งครรภ์

               "ลูกหรือ เจ้าอย่าได้ล้อข้าเล่นซื่อหมิน" บุรุษบ้าอันใดสามารถมีลูกได้กัน อย่าพูดให้ขบขันหน่อยเลย หวินเฟยทำหน้าไม่เชื่อสุดๆ

               "ข้ามิได้ล้อเล่น อีผิงจื่อและหมอหลวงยืนยันเรื่องนี้ได้" หวินเฟยดึงมือออกมาสัมผัสมือของตนเองและรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าที่อีกฝ่ายกล่าวมานั้นเป็นจริง ...นี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน! "แต่ไม่ใช่แค่เจ้าที่ตั้งครรภ์ เสด็จพี่ข้าก็กำลังตั้งครรภ์เช่นกัน ...กับเสด็จพี่ของเจ้า"

               "อะไรนะ เสด็จพี่ของข้าทำฮ่องเต้ตั้งครรภ์หรือ" มิน่าล่ะ ที่แท้ผู้ที่เสด็จพี่ชอบคือฮ่องเต้แคว้นฉินน่ะเอง แล้วยังตั้งครรภ์อีก เห็นทีเรื่องนี้คงมิใช่เรื่องเล่นๆเสียแล้ว

               "ใช่แล้ว แล้วเขายังฝากเจ้าไว้ให้ข้าดูแลอีกเจ้ากำลังจะเป็นแม่คนแล้วนะ"

               "หาา...ข้าต้องเป็นพ่อสิข้าเป็นบุรุษนะ!" คนตัวเล็กแย้งออกมาเพราะเขาไม่อยากเป็นแม่เท่าใดนัก ต้องเป็นพ่อสิถึงจะถูก

               "ฮะๆ...ย่อมได้ๆ เจ้าหิวหรือไม่อยากทานอันใดข้าจะให้คนทำมาให้" ซื่อหมินมีหรือจะขัดใจคนตัวเล็กได้

               "ข้าอยากทานขนมจากร้านน่ำชาผิง ช่วยให้คนไปซื้อให้หน่อยได้หรือไม่ ตอนนี้ข้ารู้สึกจะกินข้าวมิลง"

               "ข้าจะให้คนไปซื่อเดี๋ยวนี้ หากกินไม่ได้เจ้าห้ามว่าข้าล่ะ"

               "อื้อ" ร่างบางพยักหน้าแล้วยิ้มเจิดจ้าให้ตอนนี้บอกได้ว่าเขามีความสุข เดี๋ยวเมื่อมีแรงแล้วค่อยเรียกเง็กเซียนฮ่องเต้มาจัดการทีหลังว่านำเขามาเกิดเป็นบุรุษที่มีลูกได้เพื่อเหตุอันใด แล้วยังมีอีกคนที่เป็นเช่นเดียวกันอีกหรือเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับการรุ่งเรืองของชาวจีน?

               เทศกาลตกปลามีเพียงไม่กี่คนที่เสด็จไปก็คือหลี่ซื่อหมินที่เป็นตัวแทนของแคว้นฉิน ซิวหยวนฮ่องเต้ที่เป็นตัวแทนของแคว้นฉี และจิ้นหู่ฮ่องเต้จากแคว้นฉู่และคนของเขา เนื่องด้วยว่าฮ่องเต้และลี่หยางชินอ๋องประชวรจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ดังนั้นคนจึงมีเพียงไม่กี่คนที่มา

               คราวนี้หลี่ซื่อหมินและลี่หยางซิวหยวนสนิทกันยิ่งขึ้นไปอีกในฐานะพี่เขยน้องเขย การพูดคุยสนทนากันทำให้พวกเขารู้จักกันมากยิ่งขึ้นไปอีก อาการโกรธกริ้วก่อนหน้านี้หายไปหมดกลายเป็นยอมรับฐานะไปโดยปริยาย...

----- 100% -----

#ในที่สุดเสด็จพี่ก็ทราบเรื่องแล้ว!
#ตอนเมื่อกี้เฮียหมินโดนด่าเยอะเกิ๊น จนไรท์เริ่มสงสารเลยลงต่ออิอิ
#ไรท์ใบ้มาจนทุกคนรู้แล้ว ครานี้นางท้องจร้า อิอิ





  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

1,408 ความคิดเห็น

  1. #1070 kissmeshidae (@kamrung) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 01:22
    พีคมาก ....
    #1070
    0
  2. #789 ชิโนบุ คุง (@0619188562) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 20:04
    เฮ้อออ ยิีงอ่าน ยิ่งรู้สึกว่าความเป็นชายโดนเหยียบย่ำเเปลกๆ.... เเต่ก็ช่างเถอะ สนุกดี
    #789
    0
  3. #751 hyun_park22 (@hyun_park22) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 22:05
    เมื่อไหร่จะกลับสวรรค์อ่ะ คิดถึงพวกท่านพี่ไปโลกมนุษย์ที่เกาหลีก็ดีนะคถ.55 มาต่อไวๆนะสนุกมากเลย อ่านรวดเดียวเลย
    #751
    0
  4. วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 14:25
    น้ำยาดีมากกกกกกกก
    #750
    0
  5. #749 aungor (@aungor) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 08:11
    ว้าว รอบนี้ท้องเองเลย แต่ทำไงล่ะเนี่ย ตำแหน่งสูงๆทั้งสองคู่ อ๋องได้อ๋อง ฮ่องเต้ได้ฮ่องเต้ แต่ฮ้องเต้ซิวหยวนต้องกลับเมืองนะ ทำไงดี (อิอิ ก็เอาฮองเฮาไปด้วย แล้วตั้งหลี่หยางเป็นฮ้องเต้ใหม่ คนงามของเราก็จะได้เป็นฮองเฮาไง อิอิอิ) ขอแบรักเดียวใจเดียวนะ ไหนๆก็มีลูกด้วยกันอ่ะ ไรท์
    #749
    0
  6. #748 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 01:42
    โอ้ยยย จะเอาเจ้าของร้านขนมด้วยยยยยยย จะเอาาาาา
    #748
    0
  7. #747 NK142544 (@non_wufan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 23:19
    ฮาเร็มเถอะนะ พลีส~~~~
    #747
    0
  8. #746 pim254688 (@pim254688) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 22:41
    ขอแฝดสามหรือสี่นะค่ะจะได้เป็นครอบครัวอบอุ่น มีเด็กเยอะๆน่าร๊ากกกกก อ๊าย อยากเจอลูกของหวินเฟยไวๆๆจังค่ะ
    #746
    0
  9. #745 Jjane (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 21:40
    น่ารักกกกกกฟินค๊าาาาาา รอน๊าาาาาา
    #745
    0
  10. #743 BlackRabbit1212 (@BlackRabbit1212) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 19:02
    โอ้หลานแรกมาแพ็คคู่แหละ~~~ ขอแฝดได้ไหมคะไรท์~~~~~
    #743
    0
  11. #742 Furuno (@27355) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 18:46
    งานนี้คาดว่าท่านเง็กเซียน คงโดนหนักมิใช่น้อย หวังว่าคงไม่ลืมเหล่าท่านพี่และบรรดาฮาเร็มคนอื่นหรอกนะ หึหึหึ ไว้อาลัยให้สามวิ 555
    #742
    0
  12. #741 ManowandManow (@manowloveyou) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 18:35
    ยินด้วยลูกแรก ลูกที่เกิดจากไข่ไม่นับ---แอ่ก ก้เกิดจากไข่นิไม่ได้เจอจากในท้องสักหน่อ------จ้ากกกกกกกกกก โทดคร้าบบบผิดไปแล้วครับบบ
    #741
    1
    • #741-1 ManowandManow (@manowloveyou) (จากตอนที่ 23)
      10 มีนาคม 2560 / 18:36
      ยังฺฮาเร้มอยู่ใช่ไหมนิ
      #741-1
  13. #740 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 18:22
    รออออออ
    #740
    0
  14. #739 123_Care (@123_Care) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 17:36
    เย่ๆท้องแล้วว มาต่ออีกน้าาา
    #739
    0
  15. #738 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 17:35
    คิดถึงพวกท่านพี่ที่อยู่บนสวรรค์

    ว่าแต่ฮาเร็มใช่มั้ยคะ? ฮรืออิออ
    #738
    0
  16. #737 0895426863 (@0895426863) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 17:13
    ท้องแล้วววว....*-*ดีใจด้วยยยย
    #737
    0
  17. #736 piymnmankhng (@piymnmankhng) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 17:11
    มันจะฮาเร็มมั้ยอ่า
    #736
    0
  18. #735 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 17:06
    ท้องแล้ว!!!! ~~~~ ยินดีด้วย~~555
    #735
    0
  19. #734 ticomporn74 (@ticomporn74) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 16:59
    ฮาเร็มใช่ไหมคะ?
    #734
    0
  20. #733 0996894556 (@0996894556) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 16:52
    รออออน้าไรท์สนุกมากก
    ชอบบบ
    #733
    0
  21. #732 Anazegious (@zevalious) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 16:51
    คิดถึงท่านคาเอลล่ะอ่ะ เมื่อไรภารกิจจะเสร็จหนอ
    #732
    0
  22. #731 Fairy.tail (@meigeni_bebe) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 16:48
    ิทั้งพี่ทั้งน้องเลยเว้ยยยยย
    #731
    0
  23. #730 Xinh yè (@arreeya2268812) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 16:38
    คิดถึงท่านพี่ของคาริเอลบนสวรรค์ 55555. หายไปไหนหมด ไม่มาเยี่ยมน้องเลย ส่วนคู่ฮ้องเต้นี่พีคมาก ไปได้กันได้ไง นึกว่าฮ้องเต้จะกินน้องตัวเองซะอีก
    #730
    0
  24. #729 Lovely_Otaku (@Lovely_Otaku) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 16:24
    เยสสสสสส ท้องละเหวยยยย...(เเอบฝันสลายนิดหน่อย อุตส่าห์จิ้นพี่กะน้อง)
    #729
    0
  25. #728 Greatest moon (@missmyself) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 16:24
    ยังเสียดายเสด็จพี่ไม่หาย เลยพาลไม่ชอบฮ่องเต้ฝั่งนั้นไปเลย
    #728
    1
    • #728-1 XINDEER (@XINDEER) (จากตอนที่ 23)
      10 มีนาคม 2560 / 19:47
      แอบเห้นด้วยคะ-..- ตอนเเรกๆไรท์ทำให้จิ้นคู่พี่น้องง่าา เซ็งเลย ;-;
      #728-1