การบ้าน Lit/Women ฉบับแก้ไขจ้ะ
คราวนี้...ยาวกว่าเดิม ละเอียดกว่าเดิม ลึกกว่าเดิม
กากน้อยกว่าของเก่า
เขียนแล้วยังอึ้ง...นี่มันอะไร?? (โอ้วววว)
------
ความหมายของนิมิตมาร คืออะไร?
นิมิตมาร คือภาพความฝันที่ปีศาจสร้างขึ้นเพื่อล่อลวงมนุษย์ให้ตกอยู่ในบ่วงแห่งความปรารถนาอันว่างเปล่าไม่รู้จบสิ้น ตามท้องเรื่อง ปีศาจนั้นคือทวารัศมิ์ ผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ และถูกเดียดฉันท์จากสังคม ขณะเดียวกันก็ทำลายชีวิตของหญิงสาวไปมากมาย ซึ่งสิ่งสำคัญในลักษณะของทวารัศมิ์ยามเป็นวิญญาณ คือ การหลอกลวง ทั้งตัวตนรูปงาม และภาพของบ้านแสนสวยงาม ปกปิดสภาพแท้จริงอันอัปลักษณ์ไว้ด้วยภาพลวงตา
นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ขับเคลื่อนให้นิมิตมารทำงานสำเร็จ ก็คือตัวตนของนทีทอง ความเป็นเด็กที่ยึดติดในจิตใจเพราะสูญเสียมารดาให้แก่ภาพความฝัน และการโหยหามารดาโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงของเวลา กลายเป็นเครื่องมือที่ทวารัศมิ์นำมาใช้ โดยการแสร้งเป็นคุณนาถฤดี เสมือนว่าเธอยังมีชีวิตอยู่จริงๆ และให้คำมั่นสัญญาว่าหากนทีทองนำผู้หญิงมาให้ครบสามคนแล้ว จะยินดีคืนคุณนาถฤดีแก่เธอ
ดังนั้น นิมิตมาร จึงอาจหมายถึง การหลอกลวงของวัตถุนิยม ที่ใช้สิ่งของงดงามสวยหรู และยึดรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสำคัญ เสแสร้งว่าเป็นความดีงามสมบูรณ์แบบ เพื่อปิดบังความน่าสะพรึงกลัวและความไม่จริงในเบื้องหลัง ซึ่งมีอิทธิพลให้หญิงสาวเช่นภาขวัญถวิลหา และยินดีใช้ชีวิตในความฝันนั้นตลอดกาล มากกว่าจะดำรงอยู่กับความเป็นจริงที่ชวนผิดหวังสำหรับเธอ
การหลอกลวงดังกล่าว ยังเป็นคำมั่นสัญญาที่วัตถุนิยม - ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของปิตาธิปไตย - แสร้งมอบให้แก่สังคม หากนทีทองคือตัวแทนหนึ่งของผู้คนในสังคม ‘การสูญเสียแม่’ อันเกิดจากวัตถุนิยมนั้นจึงทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์ไม่อาจเติบโต ได้แต่ปฏิเสธความจริง และโหยหาสิ่งที่ถูกทำลายไปแล้ว โดยยินดีทำทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงความผิดชอบชั่วดี เพราะหวังว่าวัตถุนั้นจะสามารถเติมเต็มการโหยหา ‘แม่’ ของตนได้ แต่ก็กลับเป็นแต่การขับเคลื่อนวัตถุนิยมให้ดำรงต่อไปเท่านั้น ไม่อาจได้รับสิ่งใดกลับคืนนอกจากความตาย
เหตุใดภาขวัญจึงได้รับผลกระทบจากภาพความฝันนั้นมากที่สุด?
ภาขวัญ เป็นตัวละครเอกหญิงที่น่าสนใจตัวหนึ่ง ซึ่งโดดเด่นจากเรื่องอื่น เพราะเธอมีลักษณะเย่อหยิ่ง ทะเยอทะยาน ยึดมั่นถือมั่นในรูปลักษณ์ของเธอ พร้อมกำหนดตัวเองว่าเธอจะต้องครองคู่แต่กับเศรษฐีผู้หล่อเหลาเท่านั้น เธอมีความเชื่อเหล่านี้อย่างแรงกล้า และวาดฝันตลอดเวลา จนความฝันนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ชีวิตของภาขวัญยังดำเนินต่อไปในโลกของความเป็นจริง
“ฉันเข้าใจค่ะ” หล่อนเผลอตอบไป ด้วยเกิดความหดหู่เมื่อนึกถึงตัวเอง “ฉันเองก็ไม่สมหวัง คนขี้ริ้วอย่างเต็มใจกลับรวยพอจะชี้นิ้วเอาอะไรก็ได้ ส่วนคนสวยอย่างฉัน ถ้ามีบ้านสวย มีผู้ชายดีๆ ฉันคงจะทำชีวิตฉันได้สวยงามอย่างที่ควรจะเป็น ฉันเหมาะกับชีวิตที่ดีกว่านี้” (หน้า 339)
ด้วยเหตุว่าเธอปรารถนาในสิ่งที่เป็นวัตถุนิยมสุดโต่ง และยึดถือเป็นสรณะเดียวในชีวิต นิมิตมารจึงสามารถทำงานของมันได้เต็มที่ ความงดงามสมบูรณ์แบบนั้นคือสิ่งที่เธอปรารถนา แม้ว่าเบื้องหลังจะไม่น่าอภิรมย์นักก็ตาม เช่นสิ่งที่คมกฤษณ์กระทำกับเธอยามบันดาลโทสะ แต่ภาขวัญก็ยังคงเลือกจะมองแต่ด้านที่หลอกลวงทว่าสมบูรณ์แบบอยู่นั่นเอง เมื่อความคิดของภาขวัญต่อโลกเป็นเช่นนี้ ภาพความฝันนั้นจึงมีผลกระทบต่อภาขวัญมากที่สุด เพราะมันตอบสนองความต้องการทั้งหมดในชีวิตของเธอได้ ทำให้เธอยังคงผูกพันกับภาพการหลอกลวงนั้น และเลือกจะสร้างมันเพื่อล่อลวงผู้อื่นต่อไปในตอนท้าย แม้จะตระหนักดีว่าหนทางเดียวในการสมหวังนั้นคือการกลายเป็นปีศาจเช่นเดียวกับทวารัศมิ์ก็ตาม
ทวารัศมิ์พูดถูก ลึกลงไปในใจภาขวัญก็ยอมรับ หล่อนไม่มีโอกาสเข้าไปอยู่ในสังคมระดับสูงกว่าที่เป็นอยู่ เพราะขาดชื่อเสียงและทุนทรัพย์เกื้อหนุน ผู้ชายที่แสดงความสนใจหล่อนก็คือผู้ชายแบบกลางๆ ไม่ได้ดีไปกว่าภณา
หล่อนจะสมหวัง ก็เฉพาะแต่ในความฝันเท่านั้น (หน้า 340)
เห็นด้วยกับตอนจบหรือไม่? คิดว่าเหตุใดผู้เขียนจึงเลือกจบเรื่องเช่นนี้?
ในตอนจบของเรื่อง บ้านหลังเก่าถูกทำลายเช่นเดียวกับวิญญาณของทวารัศมิ์ วิญญาณผู้หญิงทุกคนได้รับการปลดปล่อย เต็มใจได้รับโอกาสให้มีชีวิตอีกครั้งในรูปลักษณ์ของภาขวัญ ขณะที่ภาขวัญกลายเป็นปีศาจวนเวียนอยู่ที่เดิม และสร้างภาพความฝันเพื่อล่อลวงผู้ชายในอุดมคติมาเป็นของเธอ หลังจากนั้นผู้เกี่ยวข้องทุกคนก็ล้วนแยกย้ายกันไป ไม่กลับมาที่เดิมอีก
ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับตอนจบ ว่านิมิตมารควรมีบทสรุปของเรื่องราวเช่นนี้เอง
ข้าพเจ้าเห็นว่า การจบเรื่องที่ยังมีเรื่องราวนอกเหนือการรับรู้ของผู้อ่านต่อไป คือสิ่งยืนยันแนวคิดเกี่ยวกับปีศาจทุนนิยม ว่าเกิดจากทุนนิยม และจะไม่มีวันหายไป เมื่อคนหนึ่งจากไป คนใหม่ก็พร้อมจะก้าวมาแทนที่อย่างไม่ลังเล เพราะคนเหล่านั้นเชื่อว่าการมีชีวิตอยู่ท่ามกลางการหลอกลวงและความฝันเฟื่องแห่งวัตถุนั้นคือความจริงเดียวที่ควรเป็น ขณะเดียวกัน ผู้ที่ไม่ได้ยึดถือวัตถุนิยมเป็นดังชีวิต ก็จำต้องหลีกทางให้กับปีศาจนั้น เพราะไม่มีอำนาจพอจะเปลี่ยนแปลงได้ และรู้สึกเบื่อหน่ายกับสภาพหลอกลวงที่ไม่มีวันจบสิ้น
ที่สำคัญ บ้านเก่าที่ถูกทำลาย และการจากไปของทวารัศมิ์ อาจหมายถึงการล่มสลายของทุนนิยมแบบปิตาธิปไตย
โอกาสของเต็มใจคือรางวัลต่อผู้ที่ไม่ได้ตกเป็นทาสของวัตถุ แต่เคารพในจิตวิญญาณของตนเอง ในโลกที่ทุนนิยมปิตาธิปไตยถูกทำลาย...เต็มใจมีบุคลิกสดใสร่าเริง และไม่ได้คิดหยิ่งผยองในความร่ำรวยของตน ขณะที่ภาขวัญนึกถึงมันอยู่โดยตลอด อย่างไรก็ตาม รูปร่างภายนอกของเต็มใจในตอนจบคือรูปลักษณ์สวยงามของภาขวัญ ราวกับผู้เขียนพยายามสื่อว่า รางวัลของเต็มใจไม่ได้มีแต่ชีวิตใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นร่างใหม่อันสวยงามอีกด้วย อาจหมายความว่า ท้ายที่สุด ผู้คนก็ยังคงตัดสินที่รูปลักษณ์ภายนอกดังเดิม ซึ่งยิ่งยืนยันการอยู่ยืนยงของวัตถุนิยม แม้ในยามที่ปิตาธิปไตยเสื่อมสลายไปแล้ว
การปลดปล่อยวิญญาณเหยื่อผู้หญิง และการก้าวสู่อำนาจเหนือความฝันของภาขวัญ เป็นสิ่งที่สอดคล้องกันกับการก้าวสู่อำนาจของเพศหญิง ทว่าการกระทำที่ย้อนรอยทวารัศมิ์ก็แสดงให้เห็นอีกด้าน ว่าเพศหญิงสามารถเข้าควบคุมและแสดงความเย็นชาภายใต้วัตถุนิยมได้ไม่ต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ภาขวัญกลับดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าทวารัศมิ์เสียอีก เนื่องจากทวารัศมิ์ก้าวเข้ามาควบคุมภาพความฝัน โดยไม่รู้ว่าหลังความตายนั้นมีสิ่งใดรออยู่ ไม่ได้คาดหมายว่าจะใช้วิธีสร้างนิมิตล่อลวงหญิงสาว เพื่อเติมเต็มความขาดหายของตนเอง ขณะที่ภาขวัญเห็นตัวอย่างจากทวารัศมิ์ และตัดสินใจเลือกความตาย เธอสละชีวิตจากโลกไปโดยมีจุดมุ่งหมาย ว่าจะใช้ภาพความฝันนั้นสร้างความสุขอันหลอกลวงแก่ตนเอง
ตอนจบที่เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องใหม่ คือสิ่งที่สร้างความน่าสะพรึงกลัวให้แก่นิมิตมาร มากกว่าความโหดเหี้ยมของวิญญาณทวารัศมิ์หลายเท่านัก
เพราะเป็นเหมือนการยืนยันความสิ้นหวัง ว่าคงไม่มีใครสามารถทำลายวัตถุนิยมลงได้อย่างแท้จริง...ตราบใดที่ภาพอันเสแสร้งแห่งความสมบูรณ์แบบนั้นยังคงเย้ายวนใจผู้คนอยู่ร่ำไป
------
ป.ล. การบ้าน แม่เบี้ย อันก่อน ได้ 4.5/5 ล่ะ!
ความคิดเห็น
(ตอนจบโหดขิงๆ)
มีกัน 3 คน ได้แต่ 3.5 -*-
ชอบวลี "ภาพเสแสร้งแห่งความสมบูรณ์แบบ" ล่ะ
รู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงอยู่ในวังวนใกล้ๆ นั้น
ยินดีด้วยกับคะแนน ^^