Star* of Radiance
ดู Blog ทั้งหมด

Merry Christmas, Mr. Lawrence (1983): สงคราม กับความเป็นมนุษย์

เขียนโดย Star* of Radiance

อันว่า นานมาแล้ว เราบ้าเพลง FYI ของ Utada Hikaru อย่างแรงกล้า...


จึงสืบหา และพบว่า เฮ้ย ต้นตอทำนองมันมาจากหนังเรื่อง Merry Christmas, Mr. Lawrence นี่เอง

 

 

...สุดท้ายก็...นะ พบว่า มันมีช็อทวายให้เห็นอยู่บ้าง (ฮา)


เลยตัดสินใจโหลดมาดู เพราะอยากรู้ว่าหนังเก่าๆมันมีอะไร ยังไง ยังไง

 

 

 

 

Merry Christmas, Mr. Lawrence (1983): สงคราม กับความเป็นมนุษย์

 

 

(ขอบคุณ วิกิพีเดีย สำหรับรูปโปสเตอร์...จ้ะ= =)

 

 

เรื่องทั้งหมด ถูกสมมุติให้เกิดที่ชวา

 

แจ็ค เซลลิแยร์ส นายทหารชาวอังกฤษ ถูกตัดสินให้ประหารชีวิต ทว่าโยโนอิ ผู้คุมค่ายเชลยในชวา กลับช่วยชีวิตเขาไว้ และนำตัวไปเป็นเชลย

 

ความเป็นคนขวางโลกยิ่งกว่าอะไรของเซลลิแยร์ส ทำให้เขายั่วประสาททหารญี่ปุ่นอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งทหารเกาหลีคนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อย่าง Homosexual ถูกบังคับให้กระทำเซ็ปปุกุ (เชลยชาวดัทช์ที่คู่กัน กัดลิ้นตนเอง ถึงแก่ความตาย) เซลลิแยร์สจึงได้โอกาสลอบนำขนมซ่อนไว้ในตะกร้าดอกไม้ เพื่อนำไปให้เพื่อนเชลยที่ถูกสั่งงดอาหาร เขาถูกจับได้ ขณะเดียวกันก็มีผู้พบวิทยุที่ใครบางคนซุกซ่อนไว้ กรณีนี้ ลอว์เรนซ์ - ทหารอังกฤษที่เคยอยู่ญี่ปุ่น และเป็นมิตรกับชาวญี่ปุ่นมาก - กลายเป็นผู้ต้องสงสัย

 

ทั้งสองถูกขังแยกกัน

 

คืนหนึ่ง มีผู้พยายามลอบสังหาร แต่สถานการณ์พลิกกลับ เซลลิแยร์สจึงหนีออกมาจากคุก ปล่อยลอว์เรนซ์จากพันธนาการ คิดหนี แต่ก็กลับถูกโยโนอิจับได้ เซลลิแยร์สตัดสินใจยอมแพ้แต่โดยดี ทว่าโยโนอิกลับดูเหมือนต้องการให้เขาสู้...เพื่อที่ว่า ถ้าชนะโยโนอิ ก็จะได้รับอิสรภาพตอบแทน ลอว์เรนซ์สังเกตเห็นปฏิกิริยาผิดวิสัยนายทหารกับเชลยทุกขณะ

 

อีกด้านหนึ่ง ลอว์เรนซ์ได้วิพากษ์วิจารณ์แนวคิดการลงโทษของโยโนอิ ที่ว่า หากมีการกระทำผิด ย่อมมีการลงโทษ...ไม่ว่าการลงโทษนั้นจะเกิดกับผู้ที่กระทำผิดหรือไม่ก็ตาม ลอว์เรนซ์เห็นว่าเป็นการอยุติธรรมอย่างถึงที่สุด สักพักจึงขาดสติ ทำลายข้าวของ และถูกจับคุมขังรอคอยการประหาร เขาได้นั่งคุยกับเซลลิแยร์สผ่านกำแพงห้องขังเนิ่นนาน

 

คืนนั้นเป็นคืนคริสต์มาสอีฟ ฮาระ--ผู้คุมชาวญี่ปุ่น มิตรของลอว์เรนซ์--จึงสั่งปล่อยทั้งสอง นัยว่าเป็นของขวัญวันคริสต์มาส

 

อยู่มาวันหนึ่ง ฝ่ายสัมพันธมิตรคืบใกล้ โยโนอิจึงสั่งให้เชลยทุกคนมาเข้าแถวพร้อมกัน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยสาหัสคนหนึ่งต้องเสียชีวิต นอกจากนี้ เขายังพยายามจะสังหารทหารอังกฤษที่เป็นเหมือนหัวหน้าเชลยทั้งหมดด้วย (ลืมชื่ออีตานี่อ้ะ ฮวากก แต่โอจิ๊มั่กมาก ขอแนะนำ55+) เซลลิแยร์ส ซึ่งรับรู้ความรักของโยโนอิต่อเขา ก้าวเดินเข้าไปอย่างทระนง และจุมพิตสองข้างแก้มของโยโนอิด้วยใบหน้าเรียบตึง โยโนอิช็อก เงื้อง่าดาบขึ้นสูง ทว่าก็ต้องล้มลงไป ด้วยความสับสนในจิตใจที่โหมกระหน่ำ

 

โยโนอิถูกปลด ผู้คุมคนใหม่สั่งฝังเซลลิแยร์สลงในทราย เหลือแต่ศีรษะที่โผล่มาเหนือพื้นดิน

 

ยามความตายใกล้เข้ามา...ความคิดของเซลลิแยร์สโลดแล่นไปไกล เขาวาดฝันว่าตนได้กลับบ้าน ได้พบกับน้องชาย ได้อยู่ในบ้านที่มีความสุข...

 

โยโนอิก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ตัดเส้นผมส่วนหนึ่งของเซลลิแยร์ส บรรจงเก็บในผืนผ้าอย่างดี

 

แล้วกระทำวันทยาหัตถ์เยี่ยงชายชาติทหาร...เป็นการอำลา

 

 

(หมายเหตุ: เพลงเพราะมวากกก เพราะอย่างแรง โดยเฉพาะทำนอง...ควรหามาฟังด้วยประการทั้งปวง 55+)

 

 


เนื้อเรื่อง

 

 


พล็อตเรื่องนี้ไม่ซับซ้อนเลยจริงๆ เหตุการณ์ก็น้อย แต่เน้นรายละเอียดของแต่ละเหตุการณ์ที่พอรวมกันแล้วกลายเป็นโศกนาฏกรรมมากกว่า คือ ลักษณะนิสัยของตัวละครนี่แหละที่เป็นตัวขับเคลื่อนพล็อต ไม่ใช่พล็อตกำกับการกระทำ--ดังนั้นเราจึงถือว่าเรื่องนี้ทำได้ดีทีเดียว ในด้านการตีความตัวละคร และสร้างตัวละครขึ้นมาแทน 'อะไรสักอย่าง'

 

สิ่งที่ Proudly Present ของเรื่องนี้คืออารมณ์ค่ะ โทนอารมณ์ของเรื่องนี้หนักหัวมาก...ซึ่งทำให้เราชอบมากกกก กลบข้อเสียอื่นๆได้มิดจริงๆ 55+

 

หนังเก่าก็จริง ซีจีกากก็จริง แต่มันทำให้เราอินและเข้าใจหัวตัวละครได้มากๆล่ะ คือฉากส่วนใหญ่ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงอารมณ์ มันจะแสดงอารมณ์จริงๆ องค์ประกอบทั้งฉากทั้งตัวละครมันจะเพื่อสิ่งนี้ บทพูดจะไม่มีเลย

 

ยิ่งฉากที่โยโนอิเด่น ประมาณว่า อยากปล่อยให้เซลลิแยร์สหนีไป หรือฉากที่เซลลิแยร์สตาย นี่ชอบมากกกก (ซึนเดเระจงเจริญ!) คือมันซูมกล้องดีเว่อ เว้นจังหวะบีบคั้นอย่างมาก...ทั้งที่เรื่องตอนอื่นไม่เห็นทำได้อย่างงี้บ้างเลยอะ 555

 

สำหรับฉากสุดท้าย ที่ฮาระบอก "Merry Christmas, Mr. Lawrence" อันนี้ทำเอาเราแทบจะร้องไห้--ฮาระตอนนั้นเป็นนักโทษประหาร อีกวันเดียวตาย แต่นางไม่เคียดแค้นอะไรเลย นางยืดอกรับความตายในฐานะผู้แพ้สงครามด้วยรอยยิ้ม...ใจจริงเราไม่ชอบเท่าไหร่นะ เพราะเราไม่เห็นว่าควรจะมีใครตายไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรทั้งนั้น 55+ แต่ถ้าเนื้อเรื่องแบบนี้ จบแบบนี้ก็สวยสุดล่ะ คือทุกคนแฮปปี้(เรอะ?)

 

ฮาระให้อภัยอย่างถึงที่สุด กระทั่งวาระสุดท้าย ดูจะเป็นสัญญาณว่า การให้อภัยคือแก่นแท้ของความสุขสำหรับมวลมนุษย์ (แต่ถ้าสุขแล้วตูตายก็ไม่เอาล่ะ-*-)

 

แต่นะ...บทบางส่วนกากมาก-*- คือยืดอย่างไม่มีสาเหตุ ดูแล้ว เอิ่ม เอ็งรีบๆตัดฉากไปที่อื่นดีกว่าไหม? อาทิ ฉากการพิจารณาคดี คือแม่มไม่สมจริง ฉากหลังกาก แอคติ้งประหลาด องค์ประกอบโดยรวมกากมาก-*- แถมบทพูดสื่อความซ้ำไปซ้ำมาวนไปวนมา ประเด็นมีนิดเดียวขยายเป็นหลายนาที เข้าใจอยู่ว่าอยากจะเน้นคาแรกเตอร์อีเซลลิแยร์ส แต่นี่มันโคตร Cliche...

 

ส่วนบทพูดบางอย่างก็รู้สึกว่า... 'ไม่ใช่ว่ะ มันไม่ใช่' ดูแล้วไม่เชื่ออย่างแรงว่าตัวละครมันจะพูดออกมาแบบนี้ (เช่น การโต้เถียงของลอว์เรนซ์) เข้าใจว่ามันคือประเด็นหนึ่งในเรื่อง แต่มาแบบนี้มัน 'ยัด' เกินไป

 

การเล่าเรื่องอธิบาย Conflict ด้วยวิธีอื่นมีอีกเยอะ นอกจากจับตัวละครมาเผชิญหน้า แล้วเถียงกัน

 

มันไม่ใช่ มันไม่ใช่อะกิ๊บบ!!

 

...วายไหม?  วาย! วายแจ้งๆด้วย กร๊ากกกก

 

แต่นังเซลลิแยร์สมันไม่เล่นด้วยค่ะ มันแค่ exploit ความรักนั้นเพื่อดึงเอาความโกรธของโยโนอิมาลงที่มันคนเดียว เพื่อที่ทุกคนในค่ายจะได้รอดตาย

 

...เหมือนเป็นฮีโร่นะ แต่ที่จริงแล้ว เราว่ามันแค่ทำเพื่อยืนยันความคิดต่อต้านของตัวเองมากกว่า...

 

 

 

ตัวละคร


ลอว์เรนซ์...

 

เหมือนจะมีมิตินะ แต่ไม่ นางเป็นพ่อพระเกินไป และมีชีวิตในค่ายกักกันอย่างสุดแสนจะสุขสบาย เหมือนมีอภิสิทธิ์กว่าคนอื่น นางหลั่นล้าในค่ายมาก หลั่นล้าโคตรๆ จนเราสงสัยว่านางอาจจะเป็นบ้ารึเปล่า-*-

 

และทั้งที่เป็นมิตรกับญี่ปุ่น แต่ขณะเดียวกันนางก็กลับมาโต้โยโนอิจนโดนจับไปขัง...ประเด็นนี้เราว่ามันเกิดจากความไม่เข้าใจกันมากกว่าจะวิพากษ์แนวคิดของโยโนอิล่ะ เหมือน โยโนอิ คิดว่า กฎคือกฎ มีคนทำผิด ต้องมีการลงโทษ โดยไม่สนใจว่าใครผิด ส่วนอีตาลอว์เรนซ์คิดว่า ถ้าจะลงโทษก็ต้องลงโทษแค่คนผิดเท่านั้น

 

ส่วนถ้าเราตีความ...เราว่าวิธีของโยโนอิ มันมีอะไรมากกว่าเจตนาลงโทษแพะรับบาปแค่ให้มันได้ลงโทษ--กรณีนี้ เราว่าจริงๆแล้วโยโนอิน่าจะรู้ว่าใครเป็นคนทำผิด แต่ไม่ลงโทษ เพราะรู้สึกว่าลงโทษไปก็ไม่ช่วยให้มันสำนึกอะไรขึ้นมาได้ ส่วนการลงโทษนังเซลลิแยร์สนั่นคงไม่เกี่ยวกันกับความผิดนี้ เพราะพฤติกรรมนังเซลลิแยร์ส ต่อให้ไม่ได้ลักลอบพกเครื่องมือสื่อสาร อิฉันก็คงฆ่ามันไปแล้วค่ะ 555 ดังนั้นจะบอกว่าโยโนอิลงโทษผิดคน มันก็ไม่ใช่เสียทีเดียว

 

จะว่าไป รู้สึกเหมือนลอว์เรนซ์ เป็นอะไรเทือกๆนักบุญยังไงอยู่ นักบุญ เป็นมิตร จนประหลาด ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ในค่ายเชลยได้จริงๆ นิสัยของลอว์เรนซ์เลยดูเหมือนจะเป็นตัวแทนของความรัก มิตรภาพ อะไรทำนองนี้มากกว่า

 


ฮาระ...

 

อีตานี่ดูแล้วรู้สึกว่า 'อะไรของมรึง' ตลอดล่ะ คือมันดูแล้วไม่น่าเป็นคนตำแหน่งเดียวกะโยโนอิได้เลย ฮาระเป็นตัวละครที่แป๊ะยิ้มอย่างแรง ขำมันทั้งเรื่อง กระทั่งมันจะโดนประหารวันพรุ่งก็ยังขำได้ เล่นมุขได้

 

ค่อนข้างมั่นใจ ว่าฮาระ คือตัวแทนของความไร้ระเบียบ ความยืดหยุ่น ความร่าเริง อะไรประมาณนั้น คาแรกเตอร์ที่เน้นเลยเน้นแบบนี้ ออกมามันเลยแหม่งหน่อยๆ แต่ก็พอกล้อมแกล้มได้ล่ะ

 


โยโนอิ...

 

เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมวากกก และสตริกต์สุดๆ หน้าตรงแหนว แต่งตัวถูกระเบียบ ประพฤติตัวถูกระเบียบตลอดเวลา...เห็นแล้วอยากดักตีหัวมาเก็บไว้บูชาจริงๆ 55+

 

เราชอบบุคลิกโยโนอินะ ซึนเดเระมาก 55+ คือแสดงออกชัดเจนว่ารัก แต่ไม่บอกอะ ที่เราชอบมากมีสองฉาก คือฉากที่เหมือนโยโนอิตั้งใจจะปล่อยเซลลิแยร์สไป กับฉากที่ตัดผมเก็บแล้ววันทยาหัตถ์ลาตอนท้ายๆ รักของโยโนอิ เราว่ามันดูฉาบฉวย ถ้าคิดถึงหลักความเป็นจริง เพราะโยโนอิแทบไม่รู้จักเซลลิแยร์สเลย นอกจากดูหน้าตาท่าทางเท่านั้น พูดกันไม่กี่ประโยค...แต่โยโนอิกลับดูรักจริง รักตลอดชีวิต จนตายก็ยังคิดถึงอยู่ เสมือนว่าเซลลิแยร์สยังไม่ได้จากไป

 

ถ้าให้ตีความ...โยโนอิน่าจะหลงรักเซลลิแยร์ส เพราะความเป็นกบฏ ความต่อต้าน นั่นแหละ ซึ่งโยโนอิไม่มีส่วนนี้ ชีวิตของโยโนอิเต็มไปด้วยกฎระเบียบ เขาสร้างกรอบมาบังคับตัวเองจนสตริกต์เปรี๊ยะ จนกระทั่งการแสดงออกความรู้สึกยังทำแทบไม่ได้...พอเห็นเซลลิแยร์ส ซึ่งเหมือนเติมเต็มทุกอย่างที่ตัวเองไม่มี เลยรักมาก แต่ผลออกมากลับกลายเป็นความตายของคนที่ตัวเองรักซะงั้น เพราะเขายังไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้ combine กันและกัน เนื่องจากศักดิ์ศรีและกฎเกณฑ์ค้ำคออยู่ตลอดเวลา และเขาก็เต็มใจให้มันค้ำคอซะด้วย

 

สรุปว่า โยโนอิ คือตัวแทนของ ความมีระเบียบ Disciplinary ประมาณนั้น

 


เซลลิแยร์ส...

 

อีตานี่น่าหมั่นไส้มาก อยากตบเกรียนแตกมันจริงๆ 555 คือบุรุษผู้นี้นางทำทุกอย่างแค่เพื่อจะได้ต่อต้านกฎระเบียบที่ควบคุมไว้เท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรเลย นางไม่คิดถึงอนาคต ไม่คิดทั้งสิ้น แต่กลับหวนหาอดีตตลอด ลักษณะว่ามี Fixation อยู่กับน้องชายของตัวเอง เหมือนกับ สิ่งที่สำคัญนั้นอยู่ในอดีตแล้ว ดังนั้นปัจจุบันจึงไม่มีค่าอีก นางจึงทำทุกอย่างวอนตีนวอนลูกตะกั่วอย่างแรง

 

วิธีการค่อนข้างจะฮีโร่นะ ถ้าฮีโร่คือการกล้าต่อต้านชัดแจ้ง แต่เราว่า...แบบนี้แม่มเด็กว่ะค่ะ= = คือ แกต่อต้านได้ ใช่ แต่แกควรคิดด้วยว่าวิธีการนี้จะนำอะไรมาให้ตัวแกบ้าง ถ้าแกรู้ทั้งรู้ว่าทำไปแล้วโดนยัดคุก ทำแล้วซวย แกอย่าทำดีกว่า

 

แต่...ดูดีๆแล้ว เราว่าเซลลิแยร์สนางค่อนข้างอยากตายว่ะค่ะ คือเหมือนนางรู้ว่านางกลับไปหาน้องชาย น้องชายนางก็ไม่เหมือนเดิมอย่างที่นาง fix ไว้อีกแล้ว

 

สิ่งที่นางต้องการคือน้องชายในวัยเยาว์ ไม่ใช่ตอนนี้ ฉะนั้น นางจะตอบสนองความต้องการของตัวเองได้(ทำไมรู้สึกมีกลิ่นๆ Incest+Shotacon? กร๊ากก) ก็เฉพาะในฝันเท่านั้น--ซึ่งจะสังเกตชัดมาก คือในฝัน ในความคิด นังเซลลิแยร์สโตขึ้นได้ แต่น้องชายไม่เคยโต กระทั่งตอนมันตายแล้วจิตภวังค์ถึงน้องชาย น้องชายมันก็เป็นแต่เด็กเล็กๆเท่านั้น--ดังนั้นชีวิตนางจึงไม่มีค่าอะไรแล้ว นางกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ขอโทษน้องชายไม่ได้ เพราะเรื่องมันผ่านมานานแล้ว ทุกอย่างที่กัดกินมันเลยสร้างบุคลิกวอนหาเรื่องเพื่อรอวันที่จะได้สมหวัง...คือได้ตายๆไปสักที

 

 


ซึ่งก็ พอมาเทียบกันแล้ว...

 

 

ฝ่ายญี่ปุ่น: โยโนอิ(ระเบียบจัด) + ฮาระ(ยืดหยุ่น/ไร้ระเบียบ)
ฝ่ายอังกฤษ: เซลลิแยร์ส(ต่อต้านกวนตีน) + ลอว์เรนซ์(มิตรภาพ/ให้อภัย)

 

ในเรื่อง คนที่ตายก่อนคือเซลลิแยร์ส หลังจากนั้นโยโนอิก็ตายตาม ส่วนฮาระกับลอว์เรนซ์รอดกันมาได้ ทว่าฮาระนั้นถูกสั่งประหารชีวิต ขณะที่ลอว์เรนซ์เป็นคนเดียวที่รอด...

 

เหมือนหนังพยายามสื่ออะไรบางอย่าง ว่าเมื่อคุณสมบัติเหล่านี้มาเผชิญหน้ากัน แล้วอะไรจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปก่อน...และคุณสมบัติใดที่จะอยู่ยืนยง ควรคู่กับมนุษยชาติ

 

ก็เห็นด้วยนะกับบทสรุปแบบนี้ (แม้อีตาลอว์เรนซ์มันดูแบบ...คริสต์จ๋ามากกกก จนเราแอบเคืองอยู่บ้างล่ะ 55+)

 

 


แนะนำให้ดูไหม?

 

แนะนำนะ ให้คะแนน 6.9/10 ...โดนตัดไปเยอะเพราะบทแบบยัดปาก กับการกวนตีน Cliche แต่ให้คะแนนซีนอารมณ์ กับแนวคิดโดยรวมล่ะ

 

ที่จริงก็...ควรดูด้วยประการทั้งปวง เพราะโยโนอิหน้าเรียบๆชุดทหารหล่อมวากกก น้ำลายแทบหก อยากเข้าไปลูบคลำ 555

 

 

 

ป.ล.

 

Merry Christmas นะคะทุกคน!

^___^

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
..
อืม หน้า ดู เหมือน กัล

เรา ก็ เหมือน นาย แหละ

ฟัง Fyi แล้ว นึกคึก อยาก สืบ ประวุติ
ความคิดเห็นที่ 2
..

ประ วุติ นะ ไม่ ใช่ ประวุติ
ความคิดเห็นที่ 3
เราชอบมากอะ แบบCG บทหนังไรก็ไม่ได้เริดไรมากมาย
แต่ดูจบมันประทับแบบอิ่มอกอิ่มใจ ลึกซึ้งไงไม่รู้บอกไม่ถูก
ซึ่งหนังน้อยเรื่องจะทำให้รู้สึกอย่างนี้
กรี๊ดผู้กองโยโนอิอย่างแรงกล้า ชอบมากๆ ชอบบุคลิกแบบซึนๆเดเระๆของเฮียแกน่ารักน่าเอ็นดูสุดๆ
แต่หมั่นไส้เซลลิแยร์จริงๆอะ เฮ้อออออ แต่จบงี้ดีแล้ว
ความคิดเห็นที่ 4
สรุปเนื้อเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ พอดีเราต้องการเนื้อเรื่องๆนี้ไปทำงานต่อด้านศิลปะ ค้นคว้าแล้ว หลายรอบก็ยังอ่านไม่เข้าใจอยู่ดี อยากได้เนื้อเรื่องล้วนๆ ถ้าเจ้าของบลีอคเห็นรบกวนส่งเนื้อเรื่องให้เราหน่อยได้ไหม PLoynapa_yeen@hotmail ขอบคุณล่วงหน้า