Star* of Radiance
ดู Blog ทั้งหมด

ห้ามนอนดึก?

เขียนโดย Star* of Radiance
อ่านบทความนี้ http://ffman.exteen.com/yaoi-hikikomori แล้วกระตุกงิดๆยังไงบอกไม่ถูก

เคยมีช่วงเวลาที่เราเจออะไรแบบนั้นเหมือนกันล่ะ
คือเบื่อหน่าย ซังกะตาย ผลาญลมหายใจไปวันๆ แล้วไม่พัฒนาตัวเองขึ้นมาเลย ทำตัวเฉื่อยเฉยไปเรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ในโรงเรียนมันง่ายเกินไป...จนในที่สุดก็หมดความท้าทาย ล้มเลิกความพยายาม เพราะไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปเพื่ออะไรอีก เขาต้องการให้เราทำแค่นี้ ก็ทำแค่นี้

อีกอย่างหนึ่งคือ ไม่ว่าเราจะทำอะไรยังไง ไม่เคยมีใครชมเอาเลยจริงๆ-*- ชีวิตนี้ได้รับคำชมแบบนับครั้งได้ เหมือนกับว่า ทุกอย่างที่ทำมัน maximum ตามความคาดหวังของบิดามารดาอยู่แล้ว พอรักษาระดับนั้นได้ มันเลยกลายเป็นเฉยๆ ทั้งที่สำหรับคนอื่นๆ อาจจะดีใจบ้านแตกกันทีเดียว

ที่ยังจำได้และแค้นเคืองอยู่ คือตอนเราเด็กมากๆ ที่บ้านชอบซื้อแบบฝึกหัดมาให้ทำ ผลคือเราทำหมดทั้งเล่มทุกเล่มภายในเวลาอันรวดเร็ว อยากทำอีก อยากทำอีกมากๆ
...แต่ก็โดนต่อว่า เพราะทำแบบฝึกหัดแล้วชอบนอนดึก-*-

หลังจากนั้นก็เลยเลิก ไม่ทำมันอีกเลย

(ความขยันที่หายไป อาการเดียวกันกับความกล้าแสดงออก คือพอทำแล้วโดนด่า มันเลยสร้างคอนเซปต์ว่า ทำแบบนี้ไม่ดี อย่าทำ
สุดท้ายก็เลย...)

ไอ้ปัญหาเรื่องชอบนอนดึกนี่ยังคงสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน...คือกว่าจะกลับถึงบ้านมันก็มืด พอเริ่มใช้ความคิดหนักๆได้ทีไรเลยมักจะโดนไล่ไปนอนอยู่เรื่อย ไม่ว่าการใช้ความคิดนั้นจะสำคัญคอขาดบาดตายยังไงก็ตาม จะโดนไล่ไปนอนไว้ก่อน เว้นแต่ถ้ายืนกรานหัวชนฝาจริงๆ ถึงจะได้รับอนุญาตให้ทำงานต่อได้

ผลคือ...ไอ้การโดนไล่ให้ไปนอนมันรบกวนสมองเราตลอดเวลา


ถ้าไม่เข้าใจ หรือรู้สึกว่าเรื่องนี้ไร้สาระโคตรๆ อีแค่พ่อแม่กำหนดเวลานอนยังมาทำบ่น

ลองนึกสภาพ
ตอนใช้สมาธินั่งคิดนั่งเขียนแล้วมีคนมาตะโกนต่อว่าอยู่ข้างๆ ทุกวัน ทุกครั้ง จะรู้สึกยังไงล่ะ?

...ถ้าไม่กดดัน ต่อต้าน แล้วนั่งทำอย่างเดิมต่อไป
ก็คงจะเลิกคิดเลิกเขียนไปเลย เพื่อจะได้ไม่โดนว่าอีก

(คือมันไม่สามารถเอาเวลาคิดเวลาเขียนมากำหนดกรอบในช่วงหัวค่ำได้จริงๆ เพราะกว่าจะถึงบ้านมันก็สองทุ่ม...ทำไงได้วะ! แล้วไอ้ที่เล่นเกมเป็นวรรคเป็นเวรนี่มันเพราะของพวกนั้นใช้ความคิดน้อย เลยเอามาฆ่าเวลาตอนโดนด่าต่างหาก!!)

แล้วคือ...หัวชนฝามาตลอดชีวิต ยังโดนด่าอยู่ทุกวันเลยเนี่ย

แถมคุยไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่องเพราะยึดแต่ว่าตัวเองหวังดี...

(เออ รู้โว้ยว่าอยากให้สุขภาพดี นอนเร็วตื่นเช้า เป็นเด็กดีขยันแข็งแรง...แต่ช่วยคิดถึงสุขภาพจิตของคนที่โดนขัดความคิดทุกวันๆบ้างเหอะ
ที่สำคัญคืออายุปูนนี้แล้ว ไม่ใช่เด็กสามขวบที่ต้องการนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ ให้ร่างกายเจริญเติบโต...คือมันคงจะโตกว่านี้ได้หรอก-*- แถมถ้าเกิดร่างกายรู้สึกไม่ไหว เดี๋ยวเราก็พักเองนั่นแหละ ลิมิตตัวเองใครบ้างไม่รู้ฟะ โอยย)

ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว-*-

นอกจากนี้ ประเด็น 'คุยไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่อง เพราะยึดแต่ว่าตัวเองหวังดี' ยังใช้ได้กับการอ่านหนังสือเรียน การอ่านนิยาย การเขียนนิยาย และแนวคิดเกี่ยวกับศาสนาอีกด้วย...

...มีแต่การเขียนนิยายที่เงียบๆไป หลังจากบ้านแทบแตกไปหลายรอบ คาดว่าจะปลง เพราะอีนี่หยุดเขียนไปแป๊บเดียวก็กลับมาตายรังตลอด แถมยังมาเรียนวิชาเลือกของวรรณคดีเปรียบเทียบอีก และคะแนนก็ออกมาสู้เด็กอักษรฯได้อยู่ แม้จะมีบางช่วงที่พ่นๆให้ฟังว่า 'ไม่น่าเลือกวิชานี้เลย' (แล้วจะให้อิฉันเลือกวิชาไหนวะคะ? อิฉันก็มีสิ่งที่อยากเรียน อิฉันก็คน...) อยู่บ้างก็ตาม

ขณะที่พิสูจน์มาล้านรอบว่าเรารู้ลิมิตเรื่องการอ่านหนังสือของตัวเอง เราประเมินได้ว่าถ้าอ่านขนาดนี้คะแนนจะอยู่ระดับไหน ก็ยังจะมาว่าอยู่ตลอด ไม่ว่าสุดท้ายคะแนนออกมาเราจะได้ท็อปหรือเต็มก็ตาม

เรื่องความเชื่อยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ว่าเราจะยืนยัน อธิบาย ลากเหตุผล หรือเทศนาตามคำสอนพระพุทธเจ้ามากแค่ไหน คำตอบก็เป็น 'ของอย่างนี้ไม่มีใครรู้หรอก' (อ้าวเห็ด...ในเมื่อไม่มีใครรู้แล้วจะทำไปทำไมวะ?! อิฉันนับถือพุทธ นับถือคำสอนตามเหตุผลค่ะ ไม่ได้นับถือไสยศาสตร์ที่ไม่ต้องตรองก็รู้ว่ามันมีไว้...)

มันเลยกลายเป็นสร้างนิสัยยันหัวชนฝา เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ก็จะไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง กลายเป็นแค่เด็กเจี๋ยมเจี้ยมที่เชื่อฟังไปหมด ทำอย่างที่คิดไม่ได้เลย

ซึ่งแม้จะหัวชนฝา แต่ถ้าจะให้หัวชนฝาทุกวันทุกเวลามาตลอดชีวิตขนาดนี้ หัวมันก็ระบมเหมือนกัน

อึดอัดเหมือนกันนะ! บอกไปล้านชาติแล้วไม่มีฟังสักอย่างแบบนี้...คือปัญหาของเรานอกบ้านไม่มีอะไรหรอก เราจัดการได้ทุกอย่าง จะมีก็แต่ในบ้านนี่แหละ

ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วเนี่ย-*-

ความคิดเห็น

allya
allya 15 ม.ค. 53 / 22:22

อยู่หอ - -b

Findarato
Findarato 15 ม.ค. 53 / 22:26

คืออีกไม่กี่ปีก็ต้องอยู่หอตลอดชีวิตปะ? 55+

Caje
Caje 16 ม.ค. 53 / 20:35

ถ้าอยู่หอแล้วจะรักที่บ้านมากขึ้น แต่ก็ยังมีความขัดแย้งอยู่ดี

เราเข้าใจสภาพของท่านสตาร์ฯ เพราะตัวเองก็เป็นเหมือนกัน แม้ที่บ้านจะไม่กดดันเท่านี้ก็ตาม (ความกดดันตกไปอยู่กับน้องมากกว่าแล้วล่ะตอนนี้) เรื่องที่ไม่มีใครชมนี่ก็เป็น ทั้งยังชอบห่วงอีกว่า มัวแต่ทำอย่างอื่น ไม่ขยันเรียน จะไปรอดหรือเปล่า ...เราประเมินตัวเองได้หรอกน่า

แต่เอาจริงๆ เราก็ชอบที่จะนอนไม่ดึก นอนไม่เช้านัก มีคนหาอาหารให้กินทุกมื้อยามอยู่ที่บ้านเหมือนกัน ถ้าไม่มีงานอะไรต้องทำ ไม่มีอะไรต้องรับผิดชอบ แค่เรียนอย่างเดียว อยู่บ้านก็คงสบายไปแล้ว

(ข้อความยาวเกิน เดี๋ยวต่อ)
Caje
Caje 16 ม.ค. 53 / 20:35


แต่เมื่อเรานั้นหางานใส่ตัว เพราะหวังจะให้คนที่บ้านภูมิใจ การสบายนั้นจึงกลายเป็นความยากลำบาก อย่างตอนปีใหม่ประกาศไว้แล้วว่า กลับบ้านไปจะหมกตัว แต่งนิยายให้จบ ไม่ออกไปเที่ยวที่ไหนทั้งนั้น แต่ตั้งๆ ที่พูดไปแล้ว ท่านพ่อก็ยังลากออกไปข้างนอก ไปเที่ยวใกล้ๆ อยู่ดี ตอนนี้ถ้าอยากทำงานจึงกลายเป็นว่าต้องไม่กลับบ้าน บ้านมีไว้พักผ่อนอย่างเดียว

เราคิดว่า ถึงแม้เขาจะไม่ได้พูดชมให้ฟังออกมาตรงๆ แต่ลึกๆ ในใจเขาก็ภูมิใจในตัวเราอยู่ตลอดนั่นแหละ

สำหรับครอบครัว เราพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง เออออตามเขาไป เพราะเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น