Star* of Radiance
ดู Blog ทั้งหมด

นักสืบ-หมอ(?)

เขียนโดย Star* of Radiance

นับวันยิ่งรู้สึกว่าหมอกับนักสืบเหมือนกันมากๆ
มิน่า Sherlock Holmes ถึงต้องคู่กับ Dr John Watson 55+

(มิน่าแม่นางกุหลาบ นอกจากจะมีตำรวจแล้ว ถึงต้องมีหมอโผล่มา...
ไม่ใช่ว่าเอาอะไรรอบตัวมาใส่ในเรื่องเฉยๆหรอก แต่เพราะมันมีอะไรคล้ายกันอยู่มาก
และบางสิ่งบางอย่าง ถ้าไม่มีกันและกัน(?) ก็คงได้ข้อมูลอะไรไม่ครบแน่นอน= =)


นักสืบหาตัวผู้กระทำผิด

ต้องใช้ข้อมูลทุกอย่างที่พบเห็น

ต้องสรุปเหตุการณ์ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ต้องมีทักษะซักพยานเพื่อหาความจริง

และต้องเข้าใจด้วยว่า...บางทีพยานอาจไม่ได้พูดความจริงก็ได้


การตรวจของหมอ มีเพื่อหาสาเหตุของโรค

ต้องใช้ข้อมูลทุกอย่างที่พบเห็น

ต้องสรุปให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนไข้

ต้องมีทักษะซักประวัติให้รู้ความจริง ต้องทำให้คนไข้ไว้วางใจ และยอมบอกมาให้ได้

และต้องเข้าใจด้วยว่า...บางทีคนไข้ก็ไม่ได้พูดความจริงเสมอไป


มันไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์(?)ระหว่างตำรวจกับหมอนิติเวชที่สนิทแนบแน่น(???)
แต่สกิลของทั้งสองอาชีพมันเกี่ยวกันจริงๆ เกี่ยวมากๆ...เพราะไม่ว่ามันจะเป็นforensicหรือไม่ก็ตาม ข้อมูลทุกอย่างล้วนมีประโยชน์ทั้งนั้น และถ้าคิดว่าไม่สำคัญเลยทิ้งไป อาจทำให้นิรนัย/วินิจฉัยผิดพลาดไปมากๆก็ได้

หรือถ้าหากรู้อยู่คนเดียว แล้วคิดเองคนเดียว เข้าใจว่าข้อมูลครบ โดยไม่ลองสอบถามจากคนอื่น ก็อาจทำให้สิ่งที่รู้นั้นไม่ใช่ความจริง...เป็นแค่ข้อสันนิษฐานตามข้อมูลที่มีอยู่
แถมสมมุติมีสองคน ข้อมูลบางอย่างอาจไม่ตรงกัน (เพราะมันอาจมีข้อมูลผิดๆผสมมาก็ได้) พอตั้งข้อสันนิษฐานเลยอาจจะตีกันเองอีกต่างหาก

การ discuss กัน และความละเอียดรอบคอบ ไม่ประมาท ไม่มองข้ามรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างแรงกับทั้งสองอย่าง

และเราว่าสกิลที่สำคัญที่สุด ก็คือสกิลการพูด การถามล่ะ

ถามยังไงให้เขายอมตอบ
ถามยังไงให้ครบประเด็น

และ

ถามยังไงให้เขาพูดความจริง หรืออย่างน้อยเราก็รู้ว่าเขาพูดจริงหรือไม่

มันยากเหมือนกันนะ...ยากมากซะด้วย-*-


(หมายเหตุ: คิดได้งี้เพราะเล่นเกม 221b ที่เป็นเกมโปรโมทหนังเชอร์ล็อกโฮล์มส์ 55+ แล้วมันมีให้สวมบทเป็นวัตสันคอยซักพยานให้รู้ความจริง
ส่วนอื่นง่ายนะ จะยากก็อีนี่แหละ-*- คือแรกๆก็ไม่รู้จะถามอะไร ยังไง ให้มันตรงประเด็น
แถมถ้าไม่ถาม จากหลักฐานที่มี เราอาจจะประเมินเหตุการณ์ผิดก็ได้ เพราะไม่รู้ว่าหลักฐานพวกนั้นจริงเท็จแค่ไหน (แถมหลักฐานแต่ละอย่างก็มีน้ำหนักไม่เท่ากันอีก) ...กระทั่งว่าสิ่งที่พยานตอบมาก็อาจจะไม่จริง

เราต้องความจำดีมากๆ จนในที่สุดเมื่อตัดสิ่งที่ขัดแย้งกันเอง หรือเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง ออกไปหมด จึงจะได้ข้อสรุปที่เป็นจริง

เล่นแล้วเศร้าชีวิตมากกกก สรุปก็มีถามไม่ผ่านอยู่ด่านนึง-*- ส่วนด่านอื่นพอคุ้นและจับทางได้แป๊บเดียวก็รอดละ แถมบางอันได้ข้อมูลเพิ่มจากที่กำหนดอีกต่างหาก พอเอามาคิดมันเลยง่ายเข้าไปอีก...ถ้าผ่านได้น่ะ

ที่นรกจริงจังคือตอนถามเด็ก กับถามคนบ้า...ตะล่อมอันนานชาติกว่าจะได้คำตอบ โอยยย)

ความคิดเห็น

AuGL
AuGL 20 ม.ค. 53 / 20:52
ตูนึกถึงตอนอ่านคดีเอบีซีตอนปัวโรต์ถามคนอื่น มันเอาตังค์มาล่อเฉยเลย - -"
allya
allya 21 ม.ค. 53 / 03:59

สรุปคือ ใจความสำคัญอยู่ที่บรรทัดสุทด้ายสินะ ;p

daiong
daiong 21 ม.ค. 53 / 11:57
นั่นสินะคะ Holmes นั้นต้องมาเคียงคู่กับ Watson โดยแท้ XD

และต้องเข้าใจด้วยว่า...บางทีคนไข้ก็ไม่ได้พูดความจริงเสมอไป << มาถึงตรงนี้แล้วก็ชวนให้นึกถึง Dr. House (House, M.D.) ยังไงชอบกล

อ่านแล้วเห็นด้วยทุกประการ จะว่าไปแล้วมีก็หวนนึกได้ว่า มีเคยบอกข้าน้อยไว้ว่าการเป็นหมอที่ดีไม่ใช่ว่าต้องฉลาดอย่างเดียว แต่ต้องมีสมองที่จัดอะไรเป็นระบบระเบียบและละเอียดรอบคอบ เพื่อที่จะวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องได้