รั่วนิดๆกับกองดิดด์
เขียนโดย
Star* of Radiance
นึกเคืองหน่อยๆว่า เฮียวอลแตร์แกเล่นร่ายปรัชญามาในรูปนิยายชัดๆนี่หว่า-*- (มันถึงเรียกปรัชญนิยายไง)
คือเฮียแกไม่ได้ interpret อะไรเลยยยย แต่ร่ายสาธยายโต้งๆ กับยกตัวอย่างแบบสุดโต่งด้วยเนื้อเรื่องในนิยาย
เราไม่ชอบการแสดงความคิดเห็นแบบนี้นะ เพราะมันเหมือนการด่าคนโดยอ้างว่า "เฮ้ย กูไม่ได้ด่า อีตากองดิดด์ด่าต่างหาก" ทั้งที่ด้วยเนื้อเรื่องแล้ว มันคือการแสดงความคิดเห็นของวอลแตร์ทั้งยวงอย่างเห็นได้ชัด มีวอลแตร์เป็นแกนกลาง ตัวละครเป็นแต่การยกตัวอย่าง หรือข้ออ้างหลบเลี่ยง ระหว่างการสาธยายเท่านั้น
ขณะที่เราจะชอบการสื่อปรัชญามาในรูปนิยายจริงๆเลยมากกว่า คือไม่ต้องมาร่ายอะไรแรงๆในนั้นหรอก เพราะความคิดของเราคือ นิยายมันมีไว้ให้สื่อแฝง (interpret) เราไม่ควรจะร่ายสาธยายอรรถาธิบายในนิยาย (preach)...ตัวละครมีไว้ให้เป็นตัวแทนแต่ละประเด็นหรือแต่ละบุคลิกภาพที่เราอยากจะวิจารณ์ ส่วนเหตุการณ์ในเรื่องก็คือการวิจารณ์สังคม หรือถ้าอยากด่าจริงจัง เราก็มีสัญลักษณ์ให้ใช้ได้มากมาย โดยไม่จำเป็นต้องด่าแรงๆปาวๆๆในนิยายแต่อย่างใด
แต่...อย่างว่าแหละ ถ้าแฝงไป มันไม่ใช่ว่าคนอ่านทุกคนจะเก็ตทุกประเด็นที่เราสื่อนี่นะ= =
ดังนั้นข้อดีของการด่าโต้งๆอย่างวอลแตร์ก็คือ คนอ่านจะเข้าใจเจตนาได้ง่าย ว่า เฮียแกอยากด่า เฮียแกกำลังตั้งคำถามอยู่นะ ไม่ต้องมาตีความมองระหว่างบรรทัดหรือต้องวิเคราะห์ดีๆถึงจะมองเห็นแก่นทั้งหมด
และอีกอย่างคือ...มันทำให้เรารู้สึกว่าประเด็นในนั้นมันเก่ามากกก
คือเหมือนเป็นยุคที่เพิ่งเริ่มตั้งคำถามว่า "ที่เห็นว่าดีแล้วน่ะมันดีจริงหรือ?" และนำไปสู่ข้อสรุป "สิ่งที่ควรทำมันไม่ใช่แบ่งแยกชนชั้น แต่ทุกคนต้องทำตัวให้มีประโยชน์ต่างหาก" ซึ่งปัจจุบันมันผ่านจุดนั้นมาเยอะแล้ว (เราเริ่มคิดอย่างนี้ตั้งแต่ยังไม่เรียนประถมด้วยซ้ำ-*-) จนทำให้แนวคิดของวอลแตร์ในเรื่องนี้ดูโบราณไปถนัดตา
อีกอย่าง คือเราว่าเฮียวอลแตร์แกไม่เชื่อคริสต์ทุกนิกายในโลกนี้ เพราะแกมีแนวคิดทางคริสต์ศาสนาเป็นของตัวเอง...ซึ่งไม่ว่าเฮียแกจะร่ายยาวมามากน้อยแค่ไหน สุดท้ายแล้วแกก็ยังฝังใจอยู่กับ 'พระเจ้า' และ 'การเข้าถึงพระเจ้า' อยู่ดี อาจจะด้วยว่า สังคมในยุคนั้นเป็นแบบนั้นจริงจังก็ได้
ทำให้เห็นว่า ยังไงๆ ความคิดบางอย่างของวอลแตร์ (ผู้ด่ากราดและต่อต้านทุกคนที่ขวางหน้า) ก็ยังอยู่บนพื้นฐานที่เฮียแกสลัดหลุดออกไปไม่พ้น เพราะเหมือนถูกปลูกฝังจนเชื่อโดยสนิทใจมาแต่เดิม ตั้งแต่ก่อนที่เฮียแกจะเริ่มตั้งคำถามกับทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว ผลคือ ยังมีหลายประเด็นที่สุดท้ายเฮียแกก็ไม่กล้าตั้งคำถามอยู่ดีนั่นแล
อนึ่ง มันทำให้เราเริ่มเล็งเห็นความเหมือนและความแตกต่างระหว่างไอ้อู้กับวอลแตร์ขึ้นมาหลายอย่างละ 55+
(ที่สำคัญที่สุดคือ มันทำให้นึกย้อนกับที่ดีเบทกับเพื่อนคริสต์+อิสลามตอน ป.2 ว่าด้วยพระเจ้าและการสร้างโลก...ซึ่งพอนึกไปได้ก็งงว่า แล้วตอนนั้นตู...ทำไมถึงรู้จักแนวคิดพระเจ้าสร้างโลก/ทฤษฎีวิวัฒนาการกับการกำเนิดสิ่งมีชีวิต/แนวคิดที่ว่าไม่มีศาสดาองค์ใดเหนือมนุษย์ ได้วะ- -?)
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
25 ม.ค. 53
992
4
ความคิดเห็น
ฮ่า...
สงสัยข้อความในวงเล็บเหมือนกัน
เค้าเรียกว่าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้
ถ้าพระเจ้ามีจริง...พระเจ้าก็น่าจะมีอำนาจแค่สร้างให้เกิดชีวิตแรกขึ้นมาเท่านั้น หลังจากนั้น เมื่อชีวิตเป็นชีวิตแล้ว ย่อมมีสิทธิ์ของตัวเอง และสามารถหาทางเลือกให้กับตัวเองได้ โดยที่พระเจ้าเป็นแค่ผู้เฝ้ามอง
(พระเจ้าในที่นี้ อาจไม่มีตัวตน แต่อาจเป็นกฎเกณฑ์ธรรมชาติอะไรสักอย่างก็ได้เหมือนกัน)
ปัญหาคือ...เราคิดอะไรอยู่ตอนนั้น ถึงยกประเด็นละเอียดอ่อนขึ้นมาถกกับเพื่อน(ซึ่งไม่รู้จักทฤษฎีวิวัฒนาการอะไรสักนิด)ระหว่างพักเรียนอังกฤษ-*-
เอาจริงๆ ถ้าได้ยินเด็ก ป. 2 มาคุยกันเรื่องนี้ เราคงตกใจแทบสิ้นสติอะ 555