A Rai Naa >>>
ดู Blog ทั้งหมด

การพยาบาลผู้ที่มีความผิดปกติของลิ้นหัวใจและการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ

เขียนโดย A Rai Naa >>>

การพยาบาลผู้ที่มีความผิดปกติของลิ้นหัวใจและการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ

 

โรคลิ้นหัวใจ (Valvular Heart Disease : VHD)

 

มีสาเหตุมาจาก Rhumatic Heart Disease Infectiove Endocarditis

 

ความผิดปกติของลิ้นไมตรัลยื่น (Mitral Valve Prolabse)

 

ความผิดปกติทางพันธุกรรมมาแต่กำเนิด (Congenital Malformation)

 

โรคอื่นๆ ที่เกิดขึ้นภายหลัง เช่น โรคลิ้นหัวใจ เออออร์ติครั่ว (Acquired Aortic Vulailar Stenosis

 

หรือ Aortic Valve Sclerosis) เกิดในผ็สูงอายุ และอุบัติเหตุที่

 

ทำให้เกิดการบาดเจ็บทรวงอก การถูกแทง

 

ถูกยิงที่มีผลต่อลิ้นหัวใจโดยตรง

 

ประเภทของโรคลิ้นหัวใจ

 

ส่วนใหญ่แบ่งตามลิ้นที่เกิดพยาธิสภาพ (Valvular Inovolvement)

 

พบบ่อยที่สุด คือ Mitral Valve รองลงมา Aortic Valve

 

พบน้อย คือ Tricuspid Valve และ Pulmonic Valve

 

เมื่อมีความผิดปกติของลิ้นหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบ

 

ผลสุดท้ายจะทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

 

และอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ โดยเฉพาะ Atrial Fibrillation ในผู้ป่วย

 

ที่มีลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ

 

การรักษาโรคลิ้นหัวใจ มี 2 ชนิด คือ การรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด และ การรักษาด้วยการผ่าตัด

 

  1. การรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดเป็นการรักษาในระยะแรกมีเป้าหมายเพื่อ

 

ให้หัวใจทำหน้าที่ได้ดีขึ้นและช่วยกำจัดน้ำที่มากเกินไปออกจากร่างกาย

 

การรักษาคล้ายกับภาวะหัวใจล้มเหลว คือ

 

1.1   ให้ยาดิจิทาลิส (Digitalis) ที่ใช้บ่อย คือ Digioxin

 

1.2   ให้ยาลดแรงต้านในหลอดเลือดแดง เช่น Hydralazine และยา

 

ที่มีฤทธิ์ขยายทั้งหลอดเลือดแดงและดำ เช่น Sodium Nitroprusside

 

1.3   ให้ยาขับปัสสาวะ เช่น Lasix

 

1.4   ให้ยารักษษหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด Atrial Fibrillation Atrial Flutter ได้แก่

 

1.4.1          ยาปิดกั้นเบต้า ( B- Adrenergic Blocking Dreugs) เช่น Propanolol

 

1.4.2 ยาต้านแคลเซียม (Calcium Channel Blockers) เช่น Adalat Verpamil

 

1.5   การให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant Drugs) เช่น Heparin

 

ออกฤทธิ์กระตั้นการทำงานของ Antithombin III

 

ทำให้ยั้บยั้งการกระตุ้น Factor IX, X, XI และ Thrombin ทำให้ไฟบีโนเจน

 

ไม่เปลี่ยนเป็นไฟบริน จึงไม่เกิดการแข็งตัว

 

1.6   การให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) ที่ใช้บ่อย ได้แก่ Penicillin Gentamicin Streptomicin

 

1.7   การใช้บอลลูนขยายลิ้นหัวใจที่ตีบ (Percutaneous Balloon Valvuloplasty or

 

Balloon Valvuloplasty) มีภาวะแทรกซ้อน คือ ลิ้นหัวใจรั่ว

 

และการทะลุของหัวใจ ดังนั้น หลังเสร็จสิ้นหัตถการ

 

พยาบาลต้องคอยสังเกตอาการของ Cardiac Tamponade

 

ภาวะเลือดออกจากตำแหน่งที่ใส่สายสวนหัวใจ

 

สังเกตอาการลิ้นหัวใจรั่วโดยการฟังเสียงหัวใจ

 

และคอยสังเกตอาการที่บ่งบอกว่ามีลิ่มเลือดลอยไปอุดตันบริเวณอื่น

 

  1. การรักษาโดยการผ่าตัด จะทำเมื่อการรักษาด้วยยาไม่สามารถแก้ไขภาวการณ์ไหลเวียนเลือด

 

ที่ผิดปกติจากโรคลิ้นหัวใจได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายรูลิ้นหัวใจให้กว้างขึ้น

 

เท่ากับรูลิ้นปกติ หรือ ซ่อมแซมรูรั่ว หรือทดแทนลิ้นหัวใจที่ผิดปกติซึ่งไม่สามารถ

 

ขยายหรือซ่อมแซมได้สำเร็จ

 

สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม (Prosthetic Heart Valve Replacement)

 

เป็นการผ่าตัดเอาลิ้นหัวใจเทียมมาใส่แทน

 

จะทำเมื่อลิ้นหัวใจเสียจนไม่สามารถซ่อมแซมได้

 

หรือมีลิ้นหัวใจรั่วที่แก้ไขไม่ได้ และผู้ป่วยต้องอยู่ในภาวะของสมรรถภาพหัวใจระดับ III หรือ IV

 

ลิ้นหัวใจเทียมที่ใช้มี 2 ชนิด คือ ลิ้นหัวใจเทียมที่ทำจากสิ่งสังเคราะห์

 

(Mechanical Prostheses หรือ Prosthetic Valve)

 

และลิ้นหัวใจเทียมที่ทำจากเนื้อเยื่อคนหรือสัตว์ (Tissue Protheses)

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
เมื่อกี้โพสผิดหน้าค่ะ อยากขอreferenceของเนื้อหานี้ได้มั้ยคะ พอดีว่าจะใช้ทำSOAPอ่ะค่ะ มาsearchเจอบล็อกนี้พอดี เนื้อหาตรงกับความต้องการมาก รบกวนด้วยนะคะ ^^