แมกนีเซียมซัลเฟตใช้เพื่อป้องกันหรือรักษาภาวะพิษแห่งครรภ์
เยื้อน ตันนิรันดร
การฉีดแมกนีเซียมซัลเฟตเข้าหลอดเลือดดำ
มีประสิทธิภาพในการลดอุบัติการณ์ของการเกิดภาวะพิษแห่งครรภ์
ร่วมกับการชัก (eclampsia)
ในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นพิษแห่งครรภ์ระดับรุนแรง (severe preeclampsia)
อย่างไรก็ตามไม่เป็นการเหมาะสมที่จะใช้แมกนีเซียมซัลเฟตในสตรีตั้งครรภ์
ที่เกิดพิษแห่งครรภ์ทุกราย เนื่องจากอุบัติการณ์
ของการเกิดภาวะพิษแห่งครรภ์ร่วมกับการชัก
ในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นพิษแห่งครรภ์ระดับเริ่มต้น (mild preeclampsia)
จะน้อยกว่าในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นภาวะพิษแห่งครรภ์ระดับรุนแรง
และอาจพบอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของแมกนีเซียมซัลเฟตได้
ควรพิจารณาให้แมกนีเซียมซัลเฟตในสตรีตั้งครรภ์ที่พบภาวะพิษแห่งครรภ์
มีโอกาสเสี่ยงต่อการชัก เช่น รีเฟล็กซ์
ปวดศีรษะบริเวณหน้าผาก ตามัว จุกแน่นลิ้นปี่
เนื่องจากแมกนีเซียมซัลเฟตราคาไม่แพง
เหมาะที่จะนำมาใช้ในประเทศที่กำลังพัฒนา
มักนิยมฉีดแมกนีเซียมซัลเฟตเข้าหลอดเลือดดำ
เนื่องจากมีอาการข้างเคียงโดยเฉพาะบริเวณที่ฉีดยาน้อยกว่าการฉีดเข้ากล้าม
ระยะเวลาของการให้ยาแมกนีเซียมซัลเฟตไม่ควรเกิน 24
และถ้าใช้ฉีดเข้าหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันการชัก
ขนาดของยาที่ใช้ไม่ควรเกิน 1 กรัมต่อชั่วโมง
การตรวจหาระดับแมกนีเซียมในเลือดไม่มีความจำเป็น
การตรวจติดตามความเป็นพิษ (toxicity)
ของแมกนีเซียมให้ใช้การเฝ้าระวังทางคลินิก
เช่น อัตราการหายใจ รีเฟล็กซ์ข้อเข่า และปริมาณปัสสาวะ
ซึ่งสามารถทำได้โดยแพทย์ ผดุงครรภ์ และพยาบาลที่ผ่านการฝึกฝน
อย่างไรก็ตามการใช้ยาแมกนีเซียมซัลเฟตไม่ได้ทดแทน
การเฝ้าระวังสตรีตั้งครรภ์ที่เกิดภาวะพิษแห่งครรภ์อย่างใกล้ชิด
เนื่องจากการดำเนินโรคจากภาวะพิษแห่งครรภ์ระดับเริ่มต้น
เป็นระดับรุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนในมารดาขั้นรุนแรง
ไม่สามารถทำนายได้อย่างแม่นยำ
ทั้งในระยะก่อนคลอด ระยะเจ็บครรภ์คลอด และระยะหลังคลอด
ดังนั้นการตรวจติดตามและการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ในทุกระยะของการตั้งครรภ์มีความสำคัญ
เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งต่อมารดาและทารก
ความคิดเห็น
นับตั้งแต่ชั่วโมงแรกหรือนับจากคลอดบุตรจนถึง 24 ชม หลังคลอด
การให้แมกนีเซียมซัลเฟต
ให้ในกรณี รักษา severe PIH
หลักสำคัญที่สุดคือ ป้องกันชัก ควบคุมความดันโลหิต และยุติการตั้งครรภ์
ให้แมกนีเซียมซัลเฟตดังนี้
l Loading dose : ให้แมกนีเซียม (MgSO4.7H2O, USP) 4 กรัมในสารละลาย 20% IV ด้วยอัตราไม่เกิน 1 กรัมต่อนาที maintenance ด้วยการหยดแมกนีเซียมทางหลอดเลือดดำอัตรา 2 กรัมต่อชม.
l หยุดให้ maintenance magnesium sulfate เมื่อ
pattelar reflex หายไป
อัตราการหายใจช้ากว่า 12-14 ครั้งต่อนาที
ปัสสาวะออกน้อยกว่า 25 มล.ต่อชม.
หยุดให้แมกนีเซียมซัลเฟตเมื่อให้ครบ 24 ชั่วโมงหลังคลอด
ตอบคุณ นะ
สตรีกำลังให้นมบุตรต้องได้รับแคลเซียม, แมกนีเซียมและสังกะสีอย่างเพียงพอ เพราะมีความจำเป็นสำหรับการเจริญของทารกที่ดื่มนม อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาสูตรผสมระหว่างแคลเซียมคาร์บอเนต, แมกนีเซียมซัลเฟต และซิงค์ซัลเฟต (calcium carbonate, magnesium sulfate and zinc sulfate) ในปริมาณมากในระหว่างให้นมบุตร เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่ และ/หรือ ทารกที่ดื่มนม
การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทางยา
- เมื่อพบอาการหรืออาการแสดงที่บ่งว่าระดับ Magnesium สูงเกินไป ดังข้อมูลข้างต้น ในกรณีที่ผู้ป่วยยังได้รับยาอยู่ ให้พิจารณาหยุดยาทันที และส่งตรวจระดับ Magnesium ในเลือดด้วย
- กรณีที่พบว่าระดับ Magnesium ในเลือดสูงกว่าค่าปกติ การแก้ไขให้หยุดยาทันที ซึ่งในคนที่การทำงานของไตเป็นปกติ จะสามารถปรับตัวให้ระดับ Magnesium กลับมาเป็นปกติ ยกเว้นในกรณีของผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่อง ให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคไตเพื่อพิจารณาฟอกไต (dialysis)
- Antidote : 10% Calcium gluconate ให้ 10 - 20 ml IV push ไม่เร็วกว่า 20 นาทีต่อ 10 ml (1 amp) จะสามารถแก้ไขภาวะ respiratory depression หรือ heart block หากเกิดพิษรุนแรง แก้ไขโดยการทำ Dialysis