เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

ตอนที่ 4 : ข้ากลับมาแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    24 พ.ค. 60

“ไงล่ะฝีมือข้า ตายเรียบเลยมั้ยล่ะ หึหึ”

“สุดยอดเลยลูกพี่ สะใจข้าจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            ชายสองคนคุยกันอยู่ที่ขอบบึงน้ำขนาดเล็กลางป่า คนนึงร่างกายสมส่วน  อายุราว 18-19ปี ผิวขาว มีมัดกล้ามเนื้อไม่ใหญ่มากแต่ดูแน่นหนาได้รูปเหมือนกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์แบบที่บ่งบอกถึงการผ่านการฝึกฝนอันหนักหน่วงมายาวนาน ดูเข้ากับร่างกายที่สมส่วนของชายหนุ่มอย่างมาก ผมสีน้ำตาลเข้มเป็นลอนยาวประบ่า หูซ้ายใส่ตุ้มหูสีทองเป็นวงกลมคล้ายแหวนแต่มีปอยผมปิดบังเอาไว้ ใบหน้าคมเข้มกรอปกับดวงตาสีฟ้าทอประกายคมกริบ บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่บ่งบอกว่าเป็นคนร่าเริง ขี้เล่น สวมเสื้อสีครามแขนกุดคอลึกรูปตัว V ลึกยาวลงมาครึ่งหน้าอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อชัดเจน

“เจ้าลงไปเอาพวกมันขึ้นมา!

ชายหนุ่มสั่งชายร่ายยักษ์ที่มาด้วยกันให้ลงไปในน้ำ

“รับทราบ บึงนี้ดีจริงๆ มีแต่ตัวใหญ่ๆ”

ชายร่างยักษ์พูดขึ้นด้วยความยินดี ถ้ามีผู้ได้เห็นเขาต้องเข่าอ่อนด้วยความหวาดกลัวเป็นแน่ ชายร่างยักษ์ผิวสีแดงแกมส้ม สูงกว่า 2.5 เมตร ร่างกายใหญ่โตเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อขนาดมหึมาตามแบบรูปร่างของเผ่าออร์ค มีเขี้ยวยาวแหลมขึ้นจากขากรรไกรล่างยาวขึ้นมาสูงถึงจมูก ไม่ต้องกล่าวถึงใบหน้า แค่ร่างกายก็ทำให้คนธรรมดาที่เห็นแทบฉี่ราดด้วยความกลัวได้แล้ว ผมยาวถักเป็นเปียยาวเลยบ่ามาหน่อยนึง สวมชุดเหมือนเสื้อกั๊กที่ทำจากหนังหมีทำให้ดูนี่เกรงขามเข้าไปอีก

“ลูกพี่ ถ้าท่านเลออนรู้ว่าท่านใช้เวทย์หายากมาช็อตปลากินไปวันๆแบบนี้มีหวังเราได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่ๆ” ออร์คหนุ่มพูดขึ้นด้วยความกังวล

“เจ้าไม่บอกแล้วท่านลุงจะรู้มั้ยล่ะ ท่านลุงก็จริงจังเรื่องเกียรติของผู้ใช้เวทย์อะไรนั่นเกินไป ของแบบนี้ต้องใช้สมองและหาวิธีการใช้ให้มันหลากหลายถึงจะมีการพัฒนาของเวทย์เหมือนการแตกแขนงของรากพืชนั่นแหละ”

“แต่ข้าว่าเอามาช็อตปลานี่ดูไม่เหมือนการพัฒนาของเวทย์เท่าไหร่นะ” ออร์คหนุ่มยังคงกังขา

“จะอะไรก็ช่าง เจ้านั่งตกปลาทั้งวันจะได้ถึงครึ่งวิธีนี้มั้ย อีกอย่างเราต้องรีบเดินทาง การหาอาหารเยอะๆมีเติมให้มันเต็มกระเพราะเจ้ามันมีวิธีให้เลือกไม่มากนักหรอกบ็อบ ผ่านไปเกือบสิบปีแล้วสินะ ที่เราจากมาน่ะ” ชายหนุ่มหยุดครุ่นคิดสักพักหนึ่งก็พูดออกมาลอยๆ “ข้าจะทำให้พวกเจ้าเสียใจที่ทำกับข้าและท่านแม่แบบนี้”

            หลังจากเหตุการณ์การจู่โจมของเสือเขี้ยวดาบลายครามเวลานี้ก็ผ่านเลยมา 8 ปีแล้ว แกรนด์และบ็อบได้เดินทางออกจากเขตเมืองกลอเซนมุ่งหน้าไปหาเลออน พี่ชายของเลล่า ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของแกรนด์ เขาไปลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านโอ๊คแลนด์ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนลึกของป่าแบล็กฟอเรสต์ที่อยู่ในเขตเมืองคาร์เธจ เมืองหลวงของจักรวรรดิแห่งนี้ แกรนด์และบ็อบได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านโอ๊คแลนด์โดยมีเลออนเป็นผู้ฝึกสอนวิชาการต่อสู้ให้ หลังจากที่อยู่ที่แห่งนั้นหลายปีแกรนด์จึงตัดสินใจที่จะออกผจญภัยและเลือกที่จะเดินทางมายังเมืองกลอเซนเพื่อที่จะมีเคารพหลุมศพของเลล่าและบารานด์

“ลูกพี่ วันนี้ท่านจะทำอะไรให้ข้ากินล่ะ?” บ็อบถามพลางหอบปลาขึ้นมาจากหนองน้ำ ปลาส่วนมากที่บ็อบหอบขึ้นมาน้ำหนักประมาณ 3-4 กิโล ปลาพวกนี้ยังไม่ตายแต่ขยับตัวไม่ได้เพราะถูกไฟฟ้าน็อคเอาไว้

“ปลาย่างนั่นแหละ” แกรนด์ตอบไปพลางเขี่ยถ่านไฟ

“ตั้งแต่ที่เราออกเดินทางมาถ้าไม่ปลาย่างก็ไก่ย่าง หมูย่าง ข้าอยากกินอย่างอื่นบ้างอ่ะ” บ็อบทำหน้าผิดหวัง

“เจ้าอย่าเลือกกินน่า เราไม่ได้แบกอุปกรณ์อย่างอื่นมาด้วย ถ้าไม่กินปลาย่างเจ้าก็ต้องกินปลาดิบแล้วล่ะ”

“ข้ากินปลาย่างๆ ปลาย่างของท่านอร่อยกว่าปลาดิบเป็นไหนๆ” บ็อบตอบขึ้นอย่างรวดเร็วขณะเอาไม้เสียบปากปลาที่แกรนด์ทาเกลือไว้

“หลังจากที่ไปเยี่ยมหลุมศพพวกเขาแล้วเราจะไปไหนต่อ?” บ็อบถามต่ออย่างสงสัย

“หาเงินสิ! อย่างแรกคือเราต้องมีกินมีใช้ก่อน ดูเจ้ากินแต่ละมื้อสิ ข้าว่าถ้าเราเข้าเมืองไปเงินที่ท่านลุงให้ติดตัวมาคงหมดในไม่ช้าแน่” แกรนด์พูดพลางพลิกปลาที่ปักอยู่ข้างกองไฟ กลิ่นของปลาย่างที่สุกกำลังพอดีกับกลิ่นไหม้เล็กน้อยของเกลือที่ทาไว้ทั่วตัวปลาทำให้บ็อบกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่

“เราล่าสัตว์ระหว่างทางมาด้วย เอาไปขายน่าจะได้หลายตังค์อยู่นะ”

“ลูกพี่ว่ายังไงข้าก็ยังงั้นแหละ มากินปลาย่างกันเถอะ ข้าหิวจนใส้จะขาดอยู่แล้ว”

หลังจากที่กินปลาย่างจนหมดทั้งสองก็ดับไฟเตรียมเดินทางต่อ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทั้งสองไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ความสัมพันธ์ของทั้งสองเรียกได้ว่าเป็นพี่น้องต่างสายพันธุ์คงไม่ผิด แกรนด์ไปไหนบ็อบก็จะตามไปด้วย เป็นคู่หูที่ประสานงานกันได้อย่างลงตัว ซึ่งหมู่บ้านโอ๊คแลนด์ถึงจะเป็นสถานที่ที่มีหลายเผ่าอยู่ร่วมกันแต่มีแค่บ็อบที่เป็นเผ่าออร์ค ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วออร์คเป็นเผ่าที่ค่อนข้างสันโดษ ถึงจะมีออร์คบางตนที่เป็นนักผจญภัยรึทหารรับจ้างแต่ก็แทบไม่มีออร์คตนไหนที่มีสายสัมพันธ์กับมนุษย์แบบบ็อบ ยิ่งเป็นออร์คแดงที่มีความทรนงในศักดิ์ศรีของตนแล้วอย่าว่าแต่ยอมให้เลย พวกมันมองมนุษย์เป็นแค่ของเล่นเท่านั้น ไม่มีทางที่จะมีความสัมพันธ์ในลักษณะนี้กับมนุษย์ ทำให้หลายๆคนในหมู่บ้านโอ๊คแลนด์สนใจตัวบ็อบอย่างมาก       

            ทั้งสองเดินเกือบ 1 เดือนก็มาถึงชายป่าแบล็กฟอเรสต์ในเขตแดนของเมืองกรอเซน แกรนด์กับบ็อบใช้การเดินเท้าแทนการใช้รถม้าเพื่อที่จะฝึกฝนระกว่างทาง ทำใช้เวลานานกว่าการใช้รถม้า ทั้งสองตรงไปที่ที่เคยอาศัยเมื่อหลายปีก่อน แกรนด์มีอารมณ์ที่หลากหลายเมื่อเข้าไปใกล้สถานที่แห่งนั้น ถนนที่เป็นทางรถม้าเข้าไปยังสวนผลไม้ของบารานด์ตอนนี้หญ้าท่วมจนไม่เหลือเส้นทางเดิม เพราะไม่มีผู้สัญจรผ่านทางนี้เป็นเวลานานแล้ว บ้านหลังกะทัดรัดที่เคยอยู่ตอนนี้กลายเป็นบ้านร้างผุพัง ส่วนแอปเปิ้ลแผ่กิ่งก้านระเกะระกะเพราะไม่มีคนคอยดูแลแต่งกิ่ง ทั้งสองตรงไปที่สวนหลังบ้าน เป็นเนินดินไกล้สระน้ำ ที่ที่เป็นหลุมศพของเลล่าและบารานด์ แกรนด์แปลกใจที่ป้ายหลุมศพของทั้งสองเมื่อหลายปีก่อนเขาได้เขียนที่แผ่นไม้ปักไว้ แต่ตอนนี้กลับเป็นป้ายหินอ่อนที่แกะสลักชื่อไว้อย่างสวยงาม แถมยังมีดอกไม้แห้งๆวางไว้ที่หน้าป้ายของทั้งสอง ที่ป้ายดูสะอาดสะอ้านเหมือนมีผู้มาปัดกวาดที่นี่ไม่กี่เดือนก่อน

“ลูกพี่ ข้าว่าพ่อของท่านคงมาที่นี่และสร้างเอาไว้นะ” บ็อบเอ่ยขึ้นและมองไปนี่หน้าแกรนด์

“อาจใช่และไม่ใช่” แกรนด์ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ท่านหมายความว่าไง? อาจใช่และไม่ใช่”

“อาจจะใช่คนของตระกูลฟลูตันที่มามาสร้างไว้ และ” แกรนด์เว้นวรรคก่อนจะพูดต่อด้วยใบหน้ามืดครึ้ม ดวงตาหลี่ลง เป็นใบหน้าที่แม้แต่บ็อบเองก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเขาคิดอะไร

“ดูเอล ฟลูตันไม่ใช่พ่อของข้า และข้าก็ไม่ใช่คนของตระกูลฟลูตัน”

บ็อบถอนหายใจและมองไปที่ป้าย ตลอดหลายปีมานี้แกรนด์พูดให้เขาได้ยินหลายครั้งแล้วว่าเขาไม่ใช่คนในตระกูลฟลูตัน บาดแผลในใจของเขาบาดลึกจากช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขา แกรนด์ฝึกฝนอย่างหนักหน่วงตลอดหลายปีมานี้ เหตุผลหลักคือกำจัดเจ้าเสือเขี้ยวดาบลายครามตัวนั้น อีกเหตุผลรองลงมาคือเหยียบตระกูลฟลูตันให้จมดิน

“ท่านแม่ ท่านตา ข้ามาเยี่ยมพวกท่านแล้ว ท่านลุงฝากเหล้าของโอ๊คแลนด์มาเผื่อท่านตาด้วย”

 แกรนด์หยิบขวดเหล้าขนาดเท่ากำปั้นออกมา จากนั้นก็รินใส่จอกตั้งไว้หน้าป้ายของบารานด์ บ็อบเอาดอกไม้สองช่อที่ทำไว้เมื่อเช้าวางลงที่หน้าป้ายของทั้งสอง

“ไปกันเถอะ”

แกรนด์หันหลังแล้วเดินจากไป ที่แห่งนี้คือที่ที่มีความทรงจำที่ดีที่สุดและเลวร้ายที่สุด เป็นที่แห่งความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือนได้ในชีวิต ทั้งสองมุ่งหน้าไปทางเมืองกลอเซน สักพักแกรนด์จึงหยุดเดินและฉุกคิดขึ้นมา

“ถ้าข้าพาเจ้าเข้าเมืองชาวเมืองคงต้องแตกตื่นกันแน่ ดีไม่ดีทหารที่เฝ้าอยู่กำแพงเมืองจะไม่ให้เข้าเมืองด้วยซ้ำ ข้าควรเข้าเมืองไปดูลาดเลาคนเดียวก่อน”

แกรนด์กวาดสายตาไปรอบๆ พบต้นไม้ใหญ่บนที่ราบและลำธารตัดผ่านอยู่ไกล้ๆ บริเวณโดยรอบมีก้อนหินและต้นไม่เล็กใหญ่ของเป็นหย่อมๆ ที่แห่งนี้อยู่ห่างเมืองกลอเซนประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งดูแล้วไม่มีคนอยู่อาศัยอยู่แถวนั้น

“เอางี้ เจ้ารอข้าอยู่ตรงต้นไม้ต้นนี้ ข้าจะเข้าไปดูลาดเลาในเมืองก่อน ขากลับเดี๋ยวข้าหอบของกินมาให้”

“ข้าจะรอท่านเอาอาหารมาให้ไม่ไปไหนแน่นอน” บ็อบพูดพร้อมกับลูบท้อง แกรนด์มองไปที่บ็อบพร้อมกับหัวเราะพลางส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ สำหรับบ็อบเรื่องกินมาก่อนเสมอ แกรนด์เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วมุ่งไปที่เมืองกลอเซน ไม่นานนักก็มาถึงในตัวเมือง เนื่องจากแกรนด์เป็นผู้ฝึกตนที่มีพลังในระดับนึง การวิ่งอย่างรวดเร็วมาที่เมืองแค่ 10 กิโลเมตรไม่นับว่าเหน็ดเหนื่อยนัก ตอนนี้ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว อีกประมาณ 2 ชั่วโมงคงมืด  แกรนด์ตรงไปที่ย่านการค้าเพื่อสำรวจสินค้า เมืองกรอเซนไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก สภาพส่วนใหญ่แล้วเหมือนกับตอนที่อยู่เมื่อครั้งยังเด็ก มีเปลี่ยนไปบ้างประปราย แกรนด์รู้สึกคุ้นกับเมืองบางส่วนที่เขาเคยมาเดินเล่นเมื่อตอนนั้น แต่เมืองกลอเซนเป็นเมืองที่มีประชากรกว่า 8 แสนคน นับว่าเป็นเมืองขนาดกลางในจักรวรรดิ ความทรงจำในวันเด็กของเขาที่เคยเดินเล่นและออกมากับแม่ไม่ถึง 10%ของเมืองด้วยซ้ำ

“ก่อนอื่นข้าต้องไปที่ตลาดก่อนจะมืด”

เขาคิดถึงเรื่องการขายวัสดุที่ล่ามา ที่ย่านการค้ามีแผงร้านขายสินค้ามากมายตั้งอยู่ คนที่มาเลือกซื้อสินค้าในตลาดดูคึกคัก มีพ่อค้าจากต่างเมืองมาเลือกซื้อสินค้าและขายสินค้ากันหลายคน แกรนด์สังเกตุเห็นเผ่าพันธุ์อื่นๆที่ไม่ใช่มนุษย์ปะปนอยู่ในที่แห่งนี้ บ้างเป็นพ่อค้า บ้างมาหาซื้อสินค้า บ้างทำงานคุ้มกันให้ขบวนสินค้า  เมื่อเดินวนดูคร่าวๆก็พบร้านรับซื้อวัสดุที่ได้จากสัตว์อสูร ร้านนี้เป็นร้านใหญ่พอควร แกรนด์เดินเข้าไปเพื่อขายและให้ทางร้านประเมินราคา ชายหนุ่มเดินเข้าไปในร้าน ร้านนี้ขายวัสดุชิ้นส่วนของสัตว์อสูรมากมาย วัสดุที่ใช้ทำอาวุธ ชุดเกราะ ยา เครื่องประดับและอีกหลายๆอย่าง บางอย่างเป็นชิ้นส่วนของสัตว์อสูรหายากหรือสัตว์ที่แข็งแกร่งมาก แน่นอนว่าของพวกนี้ย่อมมีมูลค่าสูง

“นายท่านจะมาซื้อสินค้าชิ้นไหนสามารถสอบถามข้าได้เลยนะคะ”

เสียงหญิงสาวดังมาจากภายในร้าน แกรนด์มองไปที่ต้นเสียงแล้วพบว่าเป็นหญิงสาววัย20ต้นๆที่อายุไม่น่าจะห่างเขาเท่าไหร่ ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วไม่น่าจะเป็นคนงานในร้าน

“ข้ามาขาย ไม่ทราบว่าทางร้านจะตีราคาของพวกนี้เท่าไหร่?” พูดจบชายหนุ่มก็ดีดไปที่ตุ้มหูสีทองที่ลอนผมของเขาบังไว้

ติ้งงงงง เสียงเล็บกระทบโลหะดังขึ้นเบาๆ ของที่เก็บสะสมไว้ขายได้ปรากฏออกมากองหน้าร้าน ที่แท้แล้วตุ้มหูสีทองทรงกลมที่แกรนด์สวมอยู่นั้นคือแหวนมิติทองคำนั่นเอง แหวนมิติทองคำเป็นแหวนมิติระดับสูงที่มีพื้นที่ใส่ของข้างในถึง 1200 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งโดยปกติแล้วแหวนมิติธรรมดาทั่วไปคือแหวนมิติทองแดงจะมีช่องมิติแค่ 10 ลูกบาศก์เมตร แหวนมิติระดับกลางอย่างแหวนมิติเงินมีช่องเก็บ 100 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งแค่แหวนมิติทองแดงก็ราคาปาเข้าไป 50 เหรียญเงินแล้ว ยิ่งแหวนมิติเงินราคามากกว่าแหวนมิติทองแดงกว่า 50 เท่า ไม่ต้องพูดถึงแหวนมิติทองคำ แหวนนี้เลออนพบจากโครงกระดูกของชายผู้หนึ่งที่ถูกสัตว์อสูรฆ่าตายในตอนที่เขาออกผจญภัย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้ทรงอำนาจในเมืองไหนสักแห่ง เขามอบให้แกรนด์พร้อมกำชับว่าเก็บไว้อย่าให้ใครเห็น เพราะไม่อย่างนั้นเจ้าจะเหมือนหีบสมบัติเดินได้ที่ใครๆก็จ้องจะฆ่าเจ้าเพื่อเอาของสิ่งนี้ จักรวรรดิทุกแห่งล้วนใช้สกุลเงินแบบเดียวกันเพื่อประโยชน์ในการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า โดยที่สกุลเงินเรียกว่าเหรียญ  1000 เหรียญจะมีค่าเท่ากับ 1 เหรียญเงิน 1000 เหรียญเงินมีค่าเท่ากับ 1 เหรียญทอง ของที่ปรากฏออกมาที่หน้าร้านทำให้หญิงสาวแปลกใจเล็กน้อย เธอนึกว่าชายผู้นี้จะมาขายสินค้าเล็กๆน้อยๆเหมือนลูกค้าส่วนมากที่แวะมาขายวันต่อวันตามแต่จะล่ามาได้ หญิงสาวตรวจสอบสินค้าที่วางอยู่อย่างถี่ถ้วนก็ยิ้มรับพร้อมกับทวนรายการสินค้า

“หนังกระต่ายเขาเดียว18ผืน

หนังวัวป่าสามหาง6ผืน

อุ้งตีนหมีดำภูเขา4ชิ้น

หนังหมีดำภูเขา2ผืน

ถุงลมปลาซันฟิช3ชิ้น

หนังงูหมอกม่วง5ผืน

เขี้ยวงูหมอกม่วง5ชิ้น

พิษงูหมอกม่วง1ขวด ทางเราตีราคาให้400เหรียญ

สินค้าทุกชิ้นของท่านคุณภาพยอดเยี่ยม ทางเราจึงเพิ่มราคาให้อีก 20% รวมๆแล้วทางเรารับซื้อสินค้าของท่านเป็นเงิน 8598 เหรียญ นี่ค่ะ 8 เหรียญเงินและอีก 598 เหรียญ” หญิงสาวนำเงินออกมาจากแหวนมิติใส่ลงในกล่องไม้และยื่นให้แกรนด์ ชายหนุ่มเช็คดูจำนวนก่อนที่จะส่งเข้าตุ้มหู

“อืม ราคานี้ก็ใช้ได้นะ” ชายหนุ่มค่อนข้างพอใจกับราคาที่ทางร้านรับซื้อ

“ไม่ทราบว่าสินค้าทุกชิ้นที่นำมาขายนายท่านหามาเองรึเปล่าคะ?”

“ใช่ ข้าล่ามาเองล่ะ”

“ถ้าท่านหาวัตถุดิบคุณภาพเช่นนี้มาขายให้เราอีกทางร้านเรายินดีเพิ่มราคาให้ท่านอีก50% นายท่านสนใจร่วมทำการค้ากับเรามั้ยคะ?” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม

“ไว้ข้าจะคิดดูแล้วกัน” แกรนด์ตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจนั้นยิ้มจนปากฉีกถึงใบหู

หึหึ ข้ามีแหล่งหาเงินแล้ว ข้าแค่ไปล่า เนื้อมันก็เอาให้บ็อบกิน หนังมันก็ถลกมาขาย ประโยชน์สองต่อจริงๆ

“ข้าชื่อ อลิส ถ้าหากนายท่านต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมได้โปรดมาที่ร้านของเราได้ทุกเมื่อนะคะ”

“ข้าต้องการอาหารแห้ง เหล้า เครื่องเทศ อุปกรณ์ก่อสร้าง แล้วก็ของจิปาถะอีกนิดหน่อยน่ะ” แกรนด์ยื่นกระดาษที่จดสิ่งต่างๆที่ต้องการไปให้อริส

“นายท่านกรุณารอสักครู่นะคะ ทางเราจะเตรียมของที่ท่านต้องการมาให้เร็วที่สุด ท่านสามารถเดินชมสินค้าในร้านรอได้” อริสพูดจบก็โค้งคำนับเล็กน้อยแล้วเดินไปสั่งคนงานในร้านให้เตรียมของ ชายหนุ่มเดินวนในร้านดูของไปเรื่องเปื่อย เขาสนใจลูกธนูที่หัวธนูทำจากเหล็ก มันดูแหลมคมคงทน อานุภาพมันต้องยิ่งกว่าลูกธนูหัวทองแดงที่เขาใช้อยู่ปัจจุบันหลายเท่าแน่

ข้าจะซื้อลูกธนูหัวเหล็กนี่สักร้อยสองร้อยดอกไปลองใช้ก่อนดีมั้ยนะ ชายหนุ่มพูดขึ้นกับตัวเองขณะที่จับลูกธนูขึ้นมาลูบที่ปลายแหลมๆของมัน

“นายท่าน ของที่ท่านสั่งทั้งหมดได้แล้ว ทั้งหมดราคา 8350 เหรียญค่ะ” แกรนด์แทบจะวางลูกธนูในมือลงทันที เขาไม่คิดว่าของที่สั่งไปจะมีราคาสูงขนาดนี้ เงินที่ขายวัตถุดิบได้เมื่อครู่ถ้าจ่ายค่าของที่เพิ่งสั่งมาก็จะเหลือเงินแค่ 248 เหรียญ!! รวมกับเงินติดตัวของเดิมที่ท่านลุงให้มามีแค่ 1 เหรียญเงินเท่านั้น ไม่คิดว่าการซื้อของครั้งนี้จะทำให้ตัวเองถังแตกทันที

“นายท่านดูท่าจะสนใจลูกธนูหัวเหล็กนะคะ ทางร้านเราขายดอกละ 15 เหรียญค่ะ”

“ข้ายังไม่ซื้อมันตอนนี้หรอก” ชายหนุ่มพูดตัดบทไป หญิงสาวดูสีหน้าและท่าทางของลูกค้าผู้นี้ออก จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเธอที่เจอลูกค้ามาหลากหลายรูปแบบย่อมดูออกว่าชายหนุ่มคิดอย่างไร

“ถ้าท่านต้องการทางร้านเราจะให้ท่านยืมไปก่อน 200 ดอก เมื่อท่านนำสินค้ามาขายให้ร้านเราค่อยหักออก ท่านคิดว่าวิธีนี้เป็นยังไงคะ?” ชายหนุ่มทำหน้าคิดดูสักครู่เพื่อรักษาฟอร์ม

“ตกลง ข้าจะขอรับไว้แล้วกัน” ชายหนุ่มยิ้มรับ หลังจากนำสินค้าทั้งหมดใส่เข้าไปในตุ้มหูแล้วชายหนุ่มก็เดินจากไป

“คุณหนู จะให้เจ้าหนุ่มนั่นยืมลูกธนูหัวเหล็กจริงๆหรอครับ 200 ดอกราคารวม 3 เหรียญเงินเลยนะครับ” คนงานในร้านผู้หนึ่งถามอริสด้วยความสงสัย

“ข้าไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนเลวร้ายหรอกนะ อีกอย่างถ้ามัดให้เขานำสินค้าคุณภาพยอดเยี่ยมแบบนี้มาขายอีก เงิน 3 เหรียญเงินนี่ไม่นับว่ามีค่าอะไรเลย” อริสตอบพร้อมกับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

            ตอนนี้เวลาเลยมาจนเวลาพลบค่ำแล้ว แกรนด์เดินออกมาพ้นเขตกำแพงเมืองมาแล้ว “ต้องรีบแล้วสิเรา” ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าเต็มที่ไปยังจุดที่สหายของเขารออยู่ ในใจยังบ่นให้กับตัวเอง

“วันแรกที่เขาเมืองนอกจากจะถังแตกแล้วข้ายังติดหนี้กลับมาอีกรึเนี่ย ช่างเป็นจุดเริ่มต้นที่สดใสจริงๆ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองอย่างช่วยไม่ได้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

247 ความคิดเห็น

  1. #32 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 17:18
    สงสารบ๊อบเข้าเมืองไม่ได้
    #32
    0