จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 15 : ❀ 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    5 พ.ค. 61







-ดอกไม้ดอกที่ 15-

 

โรงแรม  โซล 

07.20 น.

 

ก๊อกๆ ๆ ๆ

 

แกร๊กก!!

 

          โอ้โห...จงอิน!!  ได้นอนบ้างป่าววะ?  แล้วจะประชุมไหวไหมเนี่ย!!?”

 

            “มึงจะเสียงดังทำไมวะชานยอล...เดี๋ยวเมียกูตื่น!!  //  น้องแบคเดินเข้าไปในห้องนอนได้เลยครับ  เซฮุนหลับอยู่...ทำตัวตามสบายนะ  ไม่ต้องเกรงใจ”

 

            เดินทางถึงโรมแรมพร้อมกับแฟนตัวเล็ก  และรีบขึ้นมาที่ห้องส่วนตัวของเพื่อนซี้ทันที  แต่เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่มาเปิดประตูให้  วิศวกรหนุ่มก็อดที่จะเอ่ยทักด้วยความตกใจไม่ได้  เพราะสีหน้าที่ดูอิดโรย  เหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืนของผู้เป็นเจ้าของห้อง  มันทำให้เขารู้สึกเป็นห่วง  พอๆกับคนที่ป่วย  จนต้องพาแฟนของตัวเองมาเฝ้าไข้แต่เช้า  ส่วนคนถูกทักทาย...ด้วยเสียงที่ดังเกินไปในเวลาแบบนี้  ก็รีบพูดปรามอย่างรู้สึกหงุดหงิด  เพราะเกรงว่าคนรักจะตื่น  แล้วหันไปเชิญร่างเล็ก...ให้เข้าไปหาเพื่อนรักในห้องนอน  ด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยน

 

            “แล้วเซฮุนเป็นไงบ้างวะ...มึงพาไปหาหมอยัง?” 

 

            “เดี๋ยวดูอาการไปเรื่อยๆก่อน  ถ้าไข้ไม่ลดค่อยพาไป...แต่เช้านี้  ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อคืนนะ  เมื่อคืนไข้ไม่ลงเลย”

 

            “แล้วมึงได้นอนบ้างป่าววะ...เลื่อนประชุมไปก่อนไม่ได้เหรอไง?”

 

            “ถ้าเลื่อนได้...กูจะโทรไปตามมึงมาทำไม!!?”

 

            “ตอบแบบนี้...เดี๋ยวกูพาน้องแบคกลับเชจูซะเลย”

 

            “มึงออกไปรอกูที่ห้องปาร์ตี้ก่อนไป...กูขออาบน้ำแป้บนึง”

 

            ไม่อยากอยู่ต่อปากต่อคำกับวิศวกรเพื่อนซี้...จงอินจึงแยกตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า  เพื่อเตรียมเข้าประชุมในตอนเก้าโมง  ส่วนห้องประชุมก็คือห้องปาร์ตี้  ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามห้องนอน  เพราะเรื่องที่ต้องประชุมกันในวันนี้  มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ  และอาจเกี่ยวข้องกับคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียง

 

            เมื่อคืน...หลังจากพาคนรักออกมาจากห้องของคู่แข่ง  และอุ้มขึ้นมานอนพักที่ห้องส่วนตัว  จงอินก็รีบจัดการถอดชุดพนักงานสีเขียวเข้ม  ออกจากกายที่ร้อนไปทั้งร่าง  แล้วหาผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ  ซับความร้อนบนผิวกายของเซฮุนให้อย่างเบามือ  และสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เสร็จสรรพ  แต่...ก็ไม่สามารถอยู่ดูแลคนป่วยได้เหมือนใจนึก  เพราะต้องลงไปดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ในงานเลี้ยงสังสรรค์ริมสระน้ำ  ที่ตัวเองเป็นคนจัดขึ้น  และกว่างานจะเลิกก็เกือบห้าทุ่ม  นั่นจึงทำให้คนเป็นเจ้าภาพไม่ค่อยนอน

 

            เจ้าของโรงแรมต้องเช็ดตัวให้คนป่วยทั้งคืน  เนื่องจากไข้ไม่ยอมสักที  แถมคนรักก็นอนกระสับกระส่าย  เหมือนฝันร้ายหรือกำลังจะหนีอะไรสักอย่าง  แต่ดี...ที่เช้านี้ไข้เริ่มลดลงบ้างแล้ว  และใบหน้าเรียวสวย  ที่ซีดเซียวจนทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้  ก็มีเลือดฝาดมากขึ้นกว่าเมื่อคืน

 

...

 

 

...

 

 

...

 

            “ตกลงวันนี้...มึงมีประชุมเรื่องอะไรวะ?”

 

            “เรื่องประมูลที่ดิน”

 

ปึ่ก!!

 

          เจ้าของโรงแรม...วางเอกสารลงบนโต๊ะ  หลังจากอาบน้ำแต่งตัว  สวมชุดลำลองที่ดูไม่เป็นทางการมากนัก...พร้อมกับโทรสั่งอาหารเช้าในโรงแรมของตัวเอง  ให้ขึ้นมาส่งที่ห้องส่วนตัวเรียบร้อย  และเดินเข้ามาในห้องปาร์ตี้ทันที  เพราะต้องคุยเรื่องสำคัญบางอย่างกับเพื่อนซี้  ก่อนที่คนอื่นจะเข้าประชุมตามเวลาที่เขานัดหมาย

 

            “ประมูลที่ดิน??....ที่ไหนอีกวะ!!  มึงจะเอาไปสร้างโรมแรมอีกแล้วเหรอ?”

 

            “ไม่ให้กูสร้างโรงแรม  แล้วจะให้กูสร้างสวนสนุกหรือไง...ถามไม่คิด?”

 

            “ไอ้สัด!!...ไม่กัดกูสักนาทีมันจะตายหรือไง  แล้วมีใครเข้าประชุมบ้าง?”

 

            “ทีมเดิม...ทีมที่เคยทำให้กูชนะการประมูล  ที่ปูซานไง!

 

            “มึงอย่าเพิ่งมั่นใจ...กูดูรายชื่อคนเข้าร่วมการประมูลรอบนี้แล้ว  แม่งดูแปลกๆ”

 

            “แปลกยังไงวะ??”

 

            “มันไม่ได้มีแค่...พวกที่เป็นเจ้าของโรงแรมอย่างมึงที่เข้าร่วมประมูลเหมือนครั้งที่แล้วนะเว้ย!!  มันมีพวกเจ้าของห้างฯ  เจ้าของอสังหาฯ  อื่นๆเข้าร่วมด้วย  สงสัยอยากได้ที่ดินผืนนี้ไปทำห้างสรรพสินค้า?  หรือไม่ก็...คอนโดฯ?”

 

            “จะเป็นใครก็ช่าง....กูมั่นใจ  ว่าครั้งนี้กูก็ต้องชนะ”

 

            “เออ...มั่นใจก็ดี  เดี๋ยวกูหาคนมาช่วยสืบประวัติผู้เข้าร่วมการประมูลรอบนี้ให้ก็แล้วกัน”

 

            “แล้วคนที่มึงควรจับตามองให้ดีกว่าผู้ประมูลรายอื่น  ก็คืออี้ฟาน!!

 

            “ทำไมวะ!!?...คราวที่แล้วมันก็แพ้  แล้วมึงจะกลัวอะไร?”

 

            “กูไม่ได้กลัวมัน!!  แต่กูไม่อยากให้เซฮุนเป็นอันตราย”

 

            “แล้วเซฮุนเกี่ยวอะไรด้วยวะ?...ยิ่งพูดกูยิ่งงง???”

 

            “เมื่อคืนโรงแรมกูมีงานเลี้ยง...แล้วอี้ฟาน  แม่งเสือกอุ้มเมียกูขึ้นห้อง”

 

            “เหี้ยยยยยย!!!...อีกแล้วเหรอวะ??”

 

            แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง...เมื่อได้ยินเพื่อนซี้เอ่ยชื่อผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรมหนุ่มลูกครึ่งให้ฟัง  แถมยังเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นที่นี่  มันรู้สึกเหมือนประวัติซ้ำรอย  เพราะการประมูลที่ดินครั้งที่แล้ว  ก็มีเรื่องคนรักของเพื่อนให้เข้ามาคิดนอกจากเรื่องงาน  และมันก็เป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจของจงอินอยู่ไม่ใช่น้อย  แต่ครั้งนี้...มันต่างกันตรงที่  แฟนใหม่ของเพื่อน  คือคนป่วยที่ยังนอนหลับอยู่ในห้อง  และคงไม่กล้าหักหลังคนที่ตัวเองรัก  เหมือนอย่างแฟนคนเก่าของจงอินแน่นอน

 

            ถึงแม้ชานยอลจะไม่รู้จักนิสัยใจคอของเซฮุนมากนัก  แต่การเป็นเพื่อนรักของคนตัวเล็ก  และเป็นลูกบุญธรรมของผู้ใหญ่ที่เขานับถือมานานหลายปี  มันก็ทำให้มั่นใจได้ว่า  แฟนใหม่...ของคนที่กำลังทำหน้าเครียดอยู่ตอนนี้  ก็คงไม่มีทางหักหลัง  หรือทำให้คนที่รักเขา  อย่างแบคฮยอน  คุณอาจีซบ และคนสำคัญแบบจงอินต้องเสียใจ

 

            “แล้วเซฮุนเป็นอะไรหรือเปล่าวะ  อี้ฟานมันทำ  เอ่ออ...อะไรไหม?”

 

            “ถ้ามันทำ...ป่านนี้มันไม่มีรายชื่ออยู่ในงานประมูลที่ดินรอบนี้แน่  และมันจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ด้วย!!!!

 

            “เก็บอารมณ์ร้อนๆของมึงไว้ใช้วันอื่นบ้างเหอะ!!  แล้วก็หัดเอาใช้ให้มันถูกเวลาด้วย  เดี๋ยวงานก็พังหมด”

 

            “หึ!!  ทำเป็นมาสอนกู...ถ้าน้องแบคโดนผู้ชายคนอื่นอุ้มไปบ้าง  มึงคงพูดแบบนี้มั้ง!!?”

 

            “เดี๋ยวกูถีบหน้าหงาย  มึง  หยะ....อย่า”

 

Rrrr!!

 

Rrrr!!

 

            ด่าเพื่อนซี้ยังไม่ทันจบประโยค  เสียงโทรศัพท์ของ...คนที่พูดจาไม่น่าฟังเมื่อครู่ก็ดังขึ้นขัดอารมณ์ไปเสียก่อน  พร้อมกับวางเท้าที่ทำท่า  ยกขึ้นเหมือนจะถีบใบหน้าคมเข้มของเพื่อนซี้ลงกับพื้น  และนั่งอ่านเอกสารเรื่องการประมูลที่ดินต่อ  ด้วยความรู้สึกหงุดหงิด

 

            “ครับ...พี่เลขา?”

 

            (อาหารที่สั่งกำลังขึ้นไปส่งนะคะ...แล้วคนที่นัดไว้ก็มาถึงแล้วด้วยค่ะ)

 

            “ให้พนักงานวางอาหารไว้หน้าห้องนะครับ  ส่วนคนที่ผมนัดไว้...พี่เลขาพาขึ้นมาที่ห้องปาร์ตี้ได้เลย”

 

            (ได้ค่ะ...คุณจงอิน)

 

            วางสายจากคนที่เป็นเลขามาตั้งแต่รุ่นที่คุณพ่อยังบริหารงานอยู่...และจัดการนำอาหารที่พนักงานเอาขึ้นมาเสิร์ฟ  ไปวางไว้ในห้องนอน  เพราะคิดว่าเซฮุนอาจตื่นมาในระหว่างที่ตัวเองยังประชุมไม่เสร็จ  รวมถึงอยากให้คนตัวเล็ก  ที่เดินทางมาเฝ้าเพื่อนรัก  ได้ทานอาหารเช้า  และคอยดูแล  ป้อนข้าว  ป้อนยาให้คนป่วย  แทนเขาไปก่อน

 

            เมื่อจัดการเรื่องที่อยากทำด้วยตัวเอง   แต่ก็ทำไม่ได้เหมือนอย่างใจคิด  เสร็จสิ้นลง...เจ้าของโรงแรมก็เริ่มการประชุมทันที  เพราะไม่ต้องการให้มันยืดเยื้อหรือยาวนานเกินไป  เนื่องจากยังมีคนป่วยที่หลับพริ้มอยู่บนเตียงให้ต้องดูแล  งานสำคัญก็ห่วง  คนสำคัญก็ห่วง  จงอินจึงพยายามตั้งสติ  และแยกเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัวไปชั่วครู่  แล้วทำในสิ่งที่ควรทำในตอนนี้ให้ลุล่วงไปก่อน  ส่วนเรื่องอาการป่วยของคนรัก  ก็ต้องปล่อยให้แฟนของวิศวกรเพื่อนซี้ดูแลไปจนกว่าการประชุมจะจบลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

10.09  น.

 

            “เซฮุนนน...เมื่อไหร่ตื่นสักที  แบคเป็นห่วงจะแย่แล้วเนี่ย?”

 

            นั่งๆนอนๆเฝ้าเพื่อนรักที่หลับไม่ได้สติมาตั้งแต่เช้า  จนถึงตอนนี้ก็สายมาแล้ว  แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตื่นเสียที  พร้อมกับบ่นพึมพำอยู่คนเดียว  ในขณะที่เช็ดตัวให้คนป่วยไปด้วย  เพราะรู้สึกเป็นห่วง  จนกลายเป็นความกังวล  คนตัวเล็กทานมื้อเช้าที่คนเป็นเจ้าของห้องสั่งมาให้  รวมถึงทานของหวานสุดโปรด  ที่วิศวกรประจำโรงแรม  เป็นคนสั่งมาเพิ่มให้ในภายหลัง  และเมื่อทานเสร็จ...ก็นำผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ  เช็ดไปตามใบหน้า  ลำคอ  แขนขา เพื่อไล่ความร้อนออกจากร่างกายให้คนป่วย 

 

แต่...พอปลดกระดุมชุดนอนสีเข้มออก  เพื่อเช็ดผิวกายด้านในให้เพื่อนรัก  มันกลับทำให้ใบหน้าของคนตัวเล็กเห่อร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น  เนื่องจากรอยแดงเป็นจ้ำบนหน้าอก  มันทำให้รู้สึกเขินจนต้องหยุดการเช็ดตัวไว้แค่นี้ >//<)

 

            แบคฮยอนไม่ได้อาย...ที่เห็นร่างกายของเพื่อนรัก  เพราะอาบน้ำด้วยกันก็เคยอาบมาแล้ว  และดูแลกันมาตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง  แถมเซฮุนก็ป่วยแบบนี้เป็นประจำ  เนื่องจากต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย  จนเรียนจบ  คนตัวเล็กชินเสียแล้ว...เรื่องการที่ต้องมาดูแลคนป่วยที่ชื่อว่า  โอ เซฮุน   แต่รอยแดงๆที่เห็นบนร่างกายของเพื่อนรัก....ที่เจ้าตัวก็ทราบดีว่ามันเกิดมากจากสาเหตุใด หรือจากใคร??  มันก็ทำให้รู้สึกอายอยู่พอสมควร  และจำเป็นต้องติดกระดุมชุดนอนกลับไปเหมือนเดิม

 

Rrrrr!!

 

            “ฮะ...คุณพ่อ!!

 

            ละมือจากผ้าขนหนูสีขาว...ที่กำลังลูบลงบนแขนของคนป่วย  แล้วรีบลวงมือเข้าไปในกางเกงยีนส์ตัวใหม่  ที่แฟนร่างใหญ่ซื้อให้  เพื่อหยิบสมาร์ทโฟนออกมากดรับสายของคนเป็นพ่อด้วยความรีบร้อน  เพราะเกรงว่าเสียงเรียกเข้า  มันจะดังรบกวนเวลาพักผ่อนของเพื่อนรัก  ส่วนกางเกงยีนส์ตัวเก่า...ก็ถูกคนคนเดียวกันกับที่ซื้อกางเกงให้ใหม่  ขว้างทิ้งลงถังขยะทันที  หลังกลับจากทานมื้อค่ำที่คอนโดฯของจงอินเมื่อคืนก่อน

 

            (เซฮุนเป็นไงบ้าง...แบค)

 

            “ดีขึ้นแล้วฮะ...แต่ยังไม่ตื่น”

 

            (แล้วไปหาหมอหรือยัง?...ให้พ่อไปรับไหม?)

 

            “ไม่เป็นไรฮะคุณพ่อ!!  ถ้าเซฮุนตื่น...แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น  แบคจะให้พี่ชานยอลพาไปเองฮะ”

 

            (ถ้าเซฮุนตื่นแล้วก็โทรบอกพ่อด้วยนะแบค...แล้วเรื่องงานที่นี่ก็ไม่ต้องห่วง  รอให้เซฮุนหายดีก่อนแล้วค่อยกลับมาทำงาน  เซฮุนอยู่คนเดียว...ไม่มีใครดูแล  พ่อเป็นห่วง)

 

            “ได้ฮะ...ถ้าเซฮุนตื่นเมื่อไหร่  แบคจะให้โทรไปหาคุณพ่อทันทีเลยฮะ”

 

            (แบคก็ดูแลตัวเองด้วยนะลูก  อย่าซน  อย่าดื้อกับคุณชานยอลนะ  รู้ไหม?)

 

            “แบคไม่ใช่เด็กนะฮะคุณพ่อ  แบคอายุ 22แล้ว  ไม่ใช่สองขวบ!!

 

            (ไม่อยากเถียงกับเด็กสามขวบแล้ว...พ่อไปทำงานต่อดีกว่า)

 

ติ๊ดด!!

 

            “((เฮ้อออ))”

 

            เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงไว้เหมือนเดิม  หลังจากถูกผู้เป็นพ่อบ่นว่าตัวเองเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตเสียที  แล้วเดินเอาผ้าขนหนูไปเก็บไว้ในห้องน้ำตามเดิม  พร้อมกับถอนหายใจด้วยความรู้สึกผิด  ที่ต้องโกหกคนปลายสายเรื่องอาการป่วยของเซฮุน  เพราะคนที่เป็นลูกบุญธรรมของท่าน  ไม่ได้มีอาการดีขึ้น  เหมือนที่ตอบไปเมื่อครู่  แถมยังไม่รู้สึกตัวมาตั้งแต่เมื่อคืน  รวมถึง...ไม่ได้อยู่คนเดียว  อย่างที่ท่านเข้าใจ  เพราะคนป่วย  มีเจ้าของโรงแรมดูแลอยู่แล้ว  และดูแลกันมานาน  พอๆกับช่วงที่เขาเริ่มคบกับวิศวกรประจำโรงแรม

 

            แค่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับวิศวกรหนุ่ม  ที่ปิดบังคนเป็นพ่อมาตั้งแต่ต้น  มันก็ทำให้คนเป็นลูกแท้ๆอย่างแบคฮยอนเครียดมากพออยู่แล้ว  และตอนนี้...ก็มีความสัมพันธ์ของลูกบุญธรรม  กับคนเป็นเจ้าของโรงแรม  ที่เขาจำเป็นต้องพูดเรื่องโกหกให้ท่านฟังอีก  คนตัวเล็กจึงรู้สึกเครียดเป็นสองเท่า  เพราะไม่รู้จะเริ่มบอกจีซบตอนไหน?  หรือบอกยังไง?  ให้ผู้ปกครองไม่โกรธ  และเสียใจกับเรื่องความรักที่เกิดขึ้นกับพวกเขา U_U

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

          เป็นอีกครั้งที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นรบกวนคนป่วย  และก็เป็นเสียงเดิมๆ...ที่คนเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ  จำได้แม่นว่าเสียงแบบนั้น  มันดังมาจากเครื่องมือสื่อสารของใคร  เพราะได้ยินมาตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่ง  แต่ตอนนี้...คนตัวเล็ก  กลับหาต้นเสียงไม่เจอ  และวิ่งหาสมาร์ทโฟนจนทั้งห้อง  เพราะเกรงว่าเจ้าของเครื่องจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน  ขาเรียวในกางเกงยีนส์สีอ่อน  เดินก้าวฉับเข้าไปในห้องทำงานอย่างถือวิสาสะ  และเมื่อเห็นโทรศัพท์ที่ถูกชาร์ตอยู่บนโต๊ะทำงาน  เจ้าตัวจึงรีบคว้า  แล้วกดรับสายทันที  โดยไม่ได้มองชื่อของคนที่โทรเข้ามาด้วยซ้ำว่าเป็นใคร?

 

            “เซฮุนนนน....ตอนนี้อยู่ที่ไหน?  ทำไมไม่มาทำงาน?  เป็นอะไรหรือเปล่า?  แล้วเมื่อวานหายตัวไปไหน?”  คำถามยาวเหยียด...และถามด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย  จากผู้เป็นหัวหน้าแผนก พูดขึ้นโดยไม่รู้ว่าผู้ที่รับสาย  ไม่ใช่คนที่จะสามารถให้คำตอบกับตัวเองได้ทั้งหมด

 

            (เอ่อออ...ขอโทษครับ  พอดีเซฮุนป่วยหนัก  กำลังพักผ่อนอยู่ครับ  ผมชื่อบยอน   แบคฮยอน  เป็นเพื่อนของเซฮุนครับ)  ไม่รู้จะตอบคำถามข้อไหนก่อนดี  แต่ก็เลือกตอบในข้อที่เขาพอจะพูดได้  เพราะคำถามบ้างข้อ  ที่คนปลายสายถามออกมานั้น  มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะบอกให้ใครรู้  :-x

 

            “อ้าว...ขอโทษครับ  ผมนึกว่าเป็นเซฮุน  พอดีมันเลยเวลางานของเซฮุนมานานแล้วครับ  ผมก็เลยต้องโทรมาตาม  ผม  คิม  ฮีชอล  นะครับ...เป็นหัวหน้าแผนกของเซฮุน”  รีบลดเสียงลงทันทีเมื่อรู้ว่าคนที่พูดสาย  ไม่ใช่ลูกน้องของตัวเอง  พร้อมกับแนะนำชื่อ  และตำแหน่งหน้าที่การงาน  ให้คนปลายสายทราบทันที  เนื่องจากวันนี้...เซฮุนต้องเข้างานรอบบ่าย  แล้วมันก็เลยเวลาเข้างานมาหลายนาทีแล้ว  เพราะปกติ...ลูกน้องคนนี้ก็มักจะมาทำงานก่อนเวลาเสมอ

 

            (สวัสดีครับคุณฮีชอล  พอดีเซฮุนป่วยมากจริงๆ  หลับไปตั้งแต่เมื่อคืน  ป่านนี้ยังไม่ตื่นเลยครับ  แล้วเมื่อวาน...ผมก็เป็นคนขับรถไปรับเซฮุนที่โรงแรมเอง  ผมต้องขอโทษแทนเซฮุนด้วยนะครับ  ที่ไม่ได้แจ้งให้ทางโรงแรมหรือทางแผนกของเซฮุนทราบ)  เป็นครั้งที่สอง...ที่แบคฮยอน  จำเป็นต้องพูดโกหกเรื่องที่เขาขับรถไปรับคนป่วยที่โรงแรมเมื่อคืน  เพราะความจริง  คนที่พาเซฮุนกลับมาพัก  ก็คือเจ้านายของคนที่อยู่ปลายสาย  ส่วนเรื่องที่ไม่ได้โกหก...ก็คือ  อาการป่วยของเพื่อนรัก  ที่ทำให้หลับไปนาน  จนไม่สามารถลุกขึ้นมาทานข้าว  ทานยาได้เลย

 

            “ไม่เป็นไรครับ  ผมไม่ได้จะโทรมาต่อว่าอะไร  ยังไง...ก็ฝากคุณแบคฮยอน  ช่วยบอกลูกน้องจอมดื้อให้ผมหน่อย  ว่าหายเมื่อไหร่ค่อยกลับมาทำงาน  แล้วถ้าป่วย...ก็ไม่ต้องฝืนตัวเองแบบเมื่อวานอีก”  เห็นใบหน้าซีดเซียว...ของคนเป็นลูกน้องมาตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า  และได้ยินรองหัวหน้าแผนก  อย่างซูโฮ  บอกให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านเมื่อช่วงบ่าย  แต่เซฮุนก็ยังดึงดันที่จะทำงานต่อ  จนสุดท้าย...เช้านี้ก็ล้มป่วยจริงๆ  และดีที่วันนี้งานมีไม่เยอะเหมือนเมื่อวาน  เพราะถ้าเป็นแบบนั้น...มีหวังงานของเจ้านายทั้งงานสัมมนา  รวมถึงงานเลี้ยงริมสระน้ำ  ก็คงทำไม่เสร็จตามกำหนดแน่ๆ

 

            (ครับคุณฮีชอล...ผมจะบอกเซฮุนให้นะครับ  แล้วผมก็ต้องขอโทษแทนเพื่อนอีกครั้ง  ที่ทำให้แผนกของคุณฮีชอลวุ่นวาย)

 

            คุยสายกับผู้ที่เป็นหัวหน้าแผนกของเพื่อนรักเสร็จ...แบคฮยอนก็จัดการปิดเครื่องมือสื่อสารทันที  เพราะไม่อยากให้เสียงอะไร  ดังรบกวนเวลาพักผ่อนของคนป่วยอีกแล้ว  ร่วมถึงสมาร์ทโฟนของตัวเองก็ตั้งเป็นระบบสั่นแทนระบบเสียง  คนตัวเล็กเดินกลับมาที่ห้องนอนอีกครั้ง  และคิดว่าจะปลุกคนที่หลับไปนาน  ให้ลุกขึ้นมาทานข้าวทานยา  แล้วค่อยนอนต่อ  เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้น  คนป่วยอาจเป็นโรคกระเพาะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งโรค

 

แต่..ยังไม่ทันได้ก้าวขาออกไปถึงไหน  เสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออกด้วยชายผิวเข้ม  และการถูกวิศวกรประจำโรงงแรมวิ่งเข้ามากอด  ก็ทำให้ความคิดทุกอย่าง  มันเป็นได้แค่ความคิดเหมือนเดิม

 

แกร๊กก!!

 

            “เซฮุนเป็นยังไงบ้างครับน้องแบค?”

 

            “ยังไม่ตื่นเลยฮะพี่ชานยอล  ข้าวต้มที่พี่จงอินสั่งมาให้ก็ยังไม่ได้กิน  แล้วมันก็เย็นหมดแล้วด้วยฮะ”

 

            “งั้นก็ปล่อยให้จงอินมันดูแลต่อ...น้องแบคลงไปข้างล่างกับพี่นะครับ  ประชุมวันนี้ทำพี่ปวดหัวมากเลย  พี่ว่าเราไปนวดตัวที่ห้องสปากันดีกว่า  เนอะ!!  //  จงอิน...แล้วเจอกันที่คอนโดฯมึงนะ  เดี๋ยวกูซื้อของสดไปเตรียมไว้ให้”

 

            พูดนั่นพูดนี้อยู่คนเดียว...จนคนตัวเล็กงงไปหมด  แถมยังหันไปคุยกับเจ้าของโรงแรม  ด้วยประโยคที่ฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ  เพราะการชวนเขาไปนวดที่ห้องสปา  แต่กลับบอกเพื่อนผิวเข้มว่าให้ไปเจอกันที่คอนโดฯ  นั่นจึงทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดของวิศวกรหนุ่ม  รู้สึกสับสนและสงสัย  รวมถึงยังไม่อยากไปไหนตอนนี้เนื่องจากเป็นห่วงเพื่อนรัก  ที่ยังหลับไม่ตื่นสักที

 

            “เออ...เสร็จเรื่องที่นี่แล้ว  เดี๋ยวกูตามไป”

 

            “ถ้าอาการเซฮุนยังไม่ดีขึ้น  มึงรีบโทรมารายงานกูด้วยล่ะ!!  เดี๋ยวพ่อน้องแบคโทรมาถาม”

 

            “เออ!!  รู้แล้ว บ่นอยู่ได้ //  ขอบคุณมากนะครับน้องแบค  เดี๋ยวพี่ดูแลเซฮุนต่อเอง”

 

            ตะคอกเสียงใส่วิศวกรเพื่อนซี้...แต่ปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนโยน  เมื่อต้องเอ่ยขอบคุณคนตัวเล็กด้วยท่าทีสุภาพ  ที่มีน้ำใจเดินทางมาเฝ้าคนรักให้เขาตั้งแต่เช้า  และจากที่คิดว่าจะรีบประชุมให้เสร็จ  ก็กลายเป็นการประชุมที่กินเวลาไปเกือบครึ่งวัน  แถมเซฮุนก็ยังไม่ตื่นมากินข้าว  กินยาที่เขาเตรียมไว้ให้อีก  จงอินเดินมาส่งเพื่อนซี้กับแฟนที่หน้าลิฟท์  และรีบกลับเข้าไปในห้องทันที  เพราะเป็นห่วงคนรัก  ที่นอนนานผิดปกติ

 

แต่.......

 

โครมมมม!!!

 

            เสียงเหมือนของที่มีน้ำหนักมากหล่นลงพื้น...มันทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรม  ที่กำลังโทรสั่งอาหารชุดใหม่ให้คนรักอยู่ในห้องทำงาน  ต้องรีบวางสาย  ทั้งๆที่ยังไม่ได้สั่งอะไรเลยสักอย่าง  แล้วรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องนอนเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น  และ...เมื่อเห็นคนป่วย  ที่กำลังก้มเก็บโคมหัวเตียงไฟที่หล่นอยู่บนพื้นห้อง  มันก็ทำให้จงอินรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

            “เดี๋ยวพี่เก็บเองครับ...”  ประคองคนป่วยให้นอนลงบนเตียง  และพยายามเก็บความรู้สึกหงุดหงิด  เอาไว้ในใจ  แล้วหยิบโคมไฟที่หล่นอยู่บนพื้นห้อง  ขึ้นมาวางไว้ที่หัวเตียงตามเดิม

 

            “ขอบคุณครับพี่จงอิน”  พอรู้สึกตัว...ก็รีบลุกขึ้นจากเตียงทันที  โดยลืมไปว่าตัวเองกำลังป่วย  เซฮุนจึงทรงตัวไม่อยู่  เนื่องจากรู้สึกเวียนศีรษะ  และรีบคว้าสิ่งที่อยู่ใกล้มือที่สุด  เพื่อหาที่ยึดเกาะ  เพราะกลัวว่าร่างของตัวเองจะล้มลงไปกับพื้น

 

แต่สิ่งที่คว้าได้...กลับเป็นโคมไฟหัวเตียง  ที่ไม่สามารถเป็นที่ยึดเกาะอะไรได้เลย  และดีที่วัสดุของมันทำมาจากไม้  ไม่อย่างนั้น  คงแตกบาดเท้าของตัวเองไปแล้วแน่ๆ  ส่วนร่างกายที่แทบจะไม่มีแรงยืน...ก็ได้มืออุ่นๆของคนรักเข้ามาช่วยประคองไว้ได้ทัน  ก่อนที่จะล้มคว่ำไปกับพื้นห้อง

 

            คนป่วยหลับตาลงอีกครั้ง...และไม่ได้หลับไปด้วยพิษไข้เหมือนอย่างเมื่อคืน  แต่ที่ต้องทำแบบนั้น  ก็เป็นเพราะไม่กล้าสบสายตาคม  ที่กำลังจ้องมาที่ตัวเอง  จนทำให้รู้สึกกลัว  แถมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...มันก็ทำให้เซฮุนกังวลใจอยู่ไม่ใช่น้อย  จะให้เล่าเองก็ไม่กล้า  จะให้ถาม...ว่าเขากลับมานอนอยู่ในห้องนี้ได้ไงก็ไม่กล้าอีก  และตอนนี้...ก็ยังเป็นห่วงงาน  ที่หยุดโดยไม่ได้โทรไปแจ้งให้พี่ๆในแผนกทราบ  ซึ่งทุกๆเรื่อง...มันทำให้คนป่วย  อยากหลับไปตลอดกาลเลยด้วยซ้ำ

 

            “หิวข้าวไหมครับเซฮุน...หรือว่าอยากนอนต่อ?  แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง  ปวดหัวไหม?”

 

            “ไม่ปวดแล้วครับพี่จงอิน  แค่รู้สึกมึนๆนิดหน่อย”

 

            “งั้นกินข้าว  กินยาก่อนนะครับ  เดี๋ยวพี่โทรไปสั่งคุณเลขาให้”

 

            “พี่จงอินเห็นโทรศัพท์ของเซฮุนไหมครับ  เซฮุนอยากโทรไปลางานกับพี่ฮีชอล”

 

            “พี่เลขาจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ  เซฮุนไม่ต้องไม่เป็นห่วง”

 

            “เฮ้อออ....ขอบคุณครับ”

 

            ทำได้แค่ถอนหายใจ...และเอ่ยขอบคุณเบาๆ  แต่ยังไม่กล้าสบสายตาคมเช่นเดิม  พร้อมกับนอนหันหลังให้คนเป็นเจ้าของห้องที่นั่งอยู่ข้างๆกายบนเตียงกว้าง  เพื่อหนีความรู้สึกที่เหมือนตัวเองเป็นวัวสันหลังหวะ  ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด  แต่ถ้าคนรัก...รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อคืน  ก็คงทำให้อารมณ์เสีย  หรือไม่ก็ต้องถูกดุจนเสียงดังลั่นห้องแน่ๆ

 

            คำสั่งเมื่อวันที่มีงานเวดดิ้งแฟร์...มันยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ  ทั้งการห้ามเจอ  ห้ามพูดคุย  และห้ามไปยุ่งกับเจ้าของโรงแรมหนุ่มลูกครึ่งคนนั้นอีกเด็ดขาด  ซึ่งคำสั่งทั้งหมด...ที่พูดออกมาด้วยความโกรธ  รวมถึงยังไม่ทราบเหตุผล  ว่ามาทำไมถึงต้องถูกห้าม  ก็ทำให้คนป่วย  รู้สึกอึดอัดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน  ถึงแม้ตัวเขา...จะไม่ได้ขัดคำสั่งของคนรัก  และพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับอี้ฟานแล้วก็ตาม

 

แต่...การเจอกันในงานเลี้ยงโดยบังเอิญ  กลับทำให้ข้อห้ามทุกข้อ  คำสั่งทุกคำ  ถูกกลืนหายไปกับรอยกอด  รอยจูบ  ที่น่ารังเกียจ  และคิดว่า  ถ้าระวังตัวเองมากกว่านี้  ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้  เรื่องแย่ๆก็คงไม่เกิดขึ้น ):

 

ฟอดดดด

 

            “เป็นอะไรหรือเปล่าครับเซฮุน?”  ดึงคนที่นอนหันหลังให้  เข้ามากอด  และหอมกลุ่มผมสีเข้ม  ด้วยความเป็นห่วง

 

            “กอดเซฮุนแน่นๆได้ไหมครับพี่จงอิน  ฮึกก!!”  พยายามเก็บความรู้สึกต่างๆเอาไว้  เพราะไม่อยากทำให้คนรักคิดมาก  แต่พอได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่คุ้นเคย  น้ำตากลับไหลออกมาเสียอย่างนั้น  แล้วค่อยๆพลิกกาย  หันมากอดตอบคนเป็นเจ้าของโรงแรมเอาไว้แน่น  พร้อมกับซบหน้าลงบนอกกว้าง  เพราะมันทำให้รู้สึกปลอดภัย  และอยากได้อ้อมกอดจากผู้ชายคนนี้  เพียงคนเดียวเท่านั้น!!

 

ฟอดดดด

 

            “ไม่อึดอัดหรือไง?  เดี๋ยวก็หายใจไม่ออก...แล้วร้องไห้ทำไม  หื้มม?  เซฮุนของพี่เป็นอะไร  บอกพี่หน่อยได้ไหมครับ  พี่เป็นห่วง”  ขยับกาย...ดึงร่างคนป่วยออกจากอ้อมอก  ก่อนที่แรงกอดจะทำให้เซฮุนหายใจไม่ออก  และก้มลงหอมแก้มนุ่มที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา  เพื่อเป็นการปลอบใจ

 

            ใช่ว่าเซฮุนคนเดียวที่รู้สึกอึดอัด...เพราะตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้นเมื่อคืน  จงอินก็แทบไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ  มันคิดมาก  เป็นห่วง  หวง  และอีกสารพัดความรู้สึก  ที่ตีรวนกันอยู่ในจิตใจ  ภาพในกล้องวงจรปิดที่ไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้  มันทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมสงสัย  อยากถาม  อยากรู้  ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคนที่เอาแต่ร้องให้  และสั่งให้เขากอดแน่นๆ  อยู่ในตอนนี้

 

            มือหนาลูบศีรษะคนรัก  และใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆไปที่แก้มเนียน  ที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ  หลังจากไร้สีและซีดเซียวมาตั้งแต่เมื่อคืน  เพื่อเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเรียวสวยด้วยความทะนุถนอม  จงอิน...อยากทราบเรื่องที่ตัวเองสงสัย  แต่ก็กลัวกับคำตอบที่จะได้รับเช่นกัน  และเกรงว่าจะเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่ได้

 

แต่ถ้าไม่ถาม...ทุกอย่างอาจจะแย่กว่าที่เป็นอยู่  และยิ่งเห็นคนรักร้องไห้ไม่หยุดแบบนี้  ใจของเขาก็ยิ่งเจ็บตั้งแต่ยังไม่รู้คำตอบ

 

            “ฮึกก!!  เซฮุนรักพี่จงอินนะครับ  รักคนเดียว  ฮึก!  คนเดียวจริงๆ”

 

            “ชู่ววว...พี่รู้ครับ  พี่รู้  เซฮุนอย่าร้องไห้นะครับ  เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น...เซฮุนเล่าให้พี่ฟังหน่อยได้ไหม”

 

            “เซฮุนขอโทษ  เซฮุนไม่ได้ตั้งใจ  ตะ...แต่เซฮุนหนีไม่ทัน  คุณอี้ฟานเค้า  เอ่ออ...เค้า”

 

            “ค่อยๆเล่า  ใจเย็นๆ...เมื่อคืนพี่ขึ้นไปช่วยเซฮุนออกมาเอง  อี้ฟานอุ้มคนดีของพี่ขึ้นไปบนห้อง  แต่มันไม่ได้ทำอะไรเซฮุนแน่นอน  พี่รับรองได้”

 

            “จริงเหรอครับ?!!!  คะ...คือ   เซฮุนไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

 

            “เล่าเท่าที่จำได้ก็แล้วกันนะครับ...อี้ฟานมันทำอะไรเซฮุนบ้าง  พี่ดูในกล้องวงจรปิด  แต่ไม่เห็นภาพ  เซฮุนช่วยบอกพี่หน่อยได้ไหมครับ?”

 

            “เอ่อออ....เมื่อคืนเซฮุนเอาแจกันดอกไม้อันใหม่ขึ้นมาวางที่งานริมสระน้ำ  แต่พอจะกลับไปที่ห้องทำงาน  คุณอี้ฟานก็เดินเข้ามาทัก  แล้วก็ถามเรื่องของพี่จงอิน  พอเซฮุนไม่ตอบ...เค้าก็เลยโกรธ  แล้ววว...แล้ว”

 

            “แล้วอะไร??...พูดมาเถอะครับ  พี่รอฟังอยู่”

 

            “เซฮุนกลัวพี่จงอินโกรธ  แต่เซฮุนไม่ได้ตั้งใจนะครับ!!  มันหนีไม่ทันจริงๆ  เซฮุนไม่ได้อยากเจอเค้า  ไม่ได้อยากคุยด้วย  เซฮุน...ทำตามคำสั่งของพี่จงอินทุกอย่าง!!!!  แต่คุณอี้ฟานเค้าไม่ยอมหยุด  เค้า...”

 

            “พี่โกรธแน่ๆ  ถ้าเซฮุนไม่พูดความจริง...เซฮุนค่อยๆเล่านะครับ  พี่สัญญา  ว่าพี่จะไม่โกรธ”

 

            “คือ...คุณอี้ฟาน  เค้าอยากรู้ว่าเซฮุนเป็นอะไรกับพี่จงอิน   พอเซฮุนไม่ตอบ  เค้าก็เลยโมโห  แล้วก็ดึงเซฮุนไป  เอ่ออ  จะ...จูบ  แต่หลังจากนั้นก็จำไม่ได้แล้วครับ”

 

            จูบ...เป็นคำตอบที่สร้างความโมโหให้กับคนฟังได้ทันที  แต่ก็พยายามระงับอารมณ์เอาไว้  เพราะไม่อยากให้คนรักรู้สึกผิดหรือเสียใจไปมากกว่านี้  เจ้าของโรงแรม...กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น  พร้อมกับลูบหลังเพื่อปลอบใจคนที่กำลังเสียขวัญ  และจากที่ตั้งใจฟังเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างมีสติ  รวมถึงนึกภาพจากที่เห็นมากับตา  ที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิด  มันก็ทำให้จงอินก็มั่นใจได้เลยว่า  คนที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาตอนนี้พูดความจริง

 

            “พี่อยู่ตรงนี้แล้ว...เซฮุนไม่ต้องกลัวนะครับ  เมื่อคืนเซฮุนไม่สบาย  แล้วก็สลบไป  อี้ฟานมันก็เลยอุ้มขึ้นไปพักบนห้อง  แต่พอพี่เห็นภาพจากกล้อง...พี่ก็รีบตามขึ้นไปรับตัวเซฮุนกลับมาที่นี่ทันทีเลยครับ  เซฮุนเชื่อพี่นะ  อี้ฟานมันไม่ได้ทำอะไรเซฮุนแน่นอน”

 

            “เซฮุนรักพี่จงอินนะครับ  คราวหน้า...เซฮุนจะระวังตัวให้มากกว่านี้  เซฮุนขอโทษ”

 

            “มันจะไม่มีคราวหน้าอีกแล้วครับ  พี่จะไม่ปล่อยให้มัน...มาเข้าใกล้  เมียของพี่อีกเด็ดขาด!

 

!!!!!!!!!!!

 

            “อย่านะครับ!!...เซฮุนไม่อยากให้พี่จงอินจูบ!!!

 

            ถูกคนเป็นเจ้าของโรงแรม...พลิกร่างให้นอนหงายลงไปบนเตียงกว้าง   แล้วใช้กายสมส่วนสีน้ำผึ้ง  คร่อมกักก่าย  และค่อยๆก้มตัวลงมาทำอะไรบางอย่าง  ที่คนใต้ร่างคิดว่ายังไม่สมควรทำในตอนนี้  ใบหน้าเรียวสวย...เบี่ยงหลบริมฝีปากคม  ที่จำรสสัมผัสได้เป็นอย่างดี  ว่ามันทำให้ร่างกายอ่อนระทวยได้มากแค่ไหน  พร้อมกับยกมือทั้งสองข้าง  ขึ้นมาดันใบหน้าหล่อเข้มเอาไว้  เพราะคิดว่าร่างกายของตัวเอง  มันไม่สะอาดพอให้คนรักได้จุมพิต

 

จุ๊บ!!

 

จุ๊บ!!

 

จุ๊บ!!

 

            “แล้วคนดี...อยากให้พี่จูบตอนไหน  หื้มม?”  ยกมือเรียวสวย  ที่ดันใบหน้าของตัวเอง  ขึ้นมาจูบซ้ำๆ  ไล่ไปตั้งแต่ปลายนิ้ว  ลำแขน  ลงเรื่อยๆ  จนไปถึงหัวไหล่  และซอกคอหอมๆขาวเนียน

 

            “หยะ...หยุดก่อนครับพี่จงอิน  เซฮุนขออาบน้ำก่อนได้ไหมครับ  เซฮุนขอร้อง...!!”  แค่ถูกคนที่ตัวเองรักสัมผัสเพียงเล็กน้อย  ร่างทั้งร่างก็สั่นสะท้านไปหมด  แต่ก็ยังมีสติเหลือพอ  เพื่อห้ามเจ้าของริมฝีปากคม  เพราะเซฮุนยังรู้สึกรังเกียจอ้อมกอด  กับรอยจูบของอี้ฟานอยู่ไม่หาย  และไม่อยากให้จงอินรู้สึกแย่เหมือนที่เขากำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้

 

            “งั้นพี่จะเป็นคนอาบน้ำให้เซฮุนเอง  แล้วพี่...ก็จะลบทุกอย่างออกให้หมด!!!”  ไม่พูดเปล่า...เพราะยังไม่ทันจบประโยค  ที่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง  จงอินก็รีบอุ้มร่างสวยเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที  แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของเฮซุนออกจนหมด  รวมถึงเสื้อของตัวเองด้วย  และจากนั้น...การลบรอยบอบช้ำทางจิตใจ  ของผู้ถูกกระทำ  ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

 

แต่...คงใช้เวลาไม่นาน  และไม่รุนแรงเหมือนวันก่อนๆ  เพราะร่างที่เพิ่งฟื้นจากพิษไข้  มันทำให้เจ้าของกายสีน้ำผึ้ง  ไม่กล้าทำอะไรตามใจตัวเองมากนัก

 

...

 

...

 

...

 

...

 

            “อ๊ะ!!  พะ..พี่จงอิน  อ๊ะ!

 

            “ซี้ดดด...เรียกอีกสิครับ  อื้มมม...เรียกชื่อพี่ดังๆ”

 

            “อ๊ะ!!  พี่จงอินนน.....”

 

            “ซี้ดดด...อ่าห์!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Gazania  Condominium  โซล

16.28 น.

 

แกร๊กก!!

 

          “แล้วแบคกับเซฮุนจะมาถึงเชจูกี่โมง??...พ่อจะได้เตรียมหาอะไรไว้ให้กิน”

 

            (น่าจะถึงไม่เกินสองทุ่มฮะ  เดี๋ยวพี่ชานยอลไปส่งที่บ้าน)

 

            “ถึงสนามบินเมื่อไหร่  ก็โทรมาหาบอกพ่อหน่อย  เผื่อพ่อยังติดลูกค้าอยู่ที่โรงแรม”

 

            (ฮะ...แล้วงานที่นั่นเป็นยังไงบ้าง  พ่อเหนื่อยไหมฮะ  งานยุ่งหรือเปล่า??)

 

            “ไม่ยุ่งเท่าไหร่  แบคไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก...แล้วก็ดูแลเซฮุนให้ดี”

 

            (คุณพ่อก็ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้เหมือนกันนะฮะ  เซฮุนอาการดีขึ้นมากแล้ว  ไม่งั้นแบคคงไม่พาเซฮุนไปหาคุณพ่อหรอก  พรุ่งนี้เตรียมตัวต้อนรับ...ลูกๆกลับบ้านได้เลย)

 

            “จะพากันมาเล่นซน  ให้พ่อปวดหัวล่ะสิไม่ว่า...โตขนาดนี้แล้ว  ยังซนเป็นลิงเป็นค่าง”

 

            (ซนแล้วรักไหมฮะคุณพ่อ)

 

            “ไม่รักลูก...แล้วแบคจะให้พ่อไปรักใคร?”

 

            (แบคก็รักคุณพ่อนะฮะ  แล้วพรุ่งนี้เจอกัน  [จุ๊บๆ] )

 

            เสียงประตูห้องของคอนโดฯสุดหรู...ถูกเปิดออกและปิดลงด้วยมือของคนที่กำลังรายงานเรื่องต่างๆให้ผู้ปกครองฟังอยู่ที่ปลายสาย  แถมยังไม่ใช่คอนโดฯของตัวเองอีกต่างหาก  เพราะที่นี่...คือห้องของชายหนุ่มผิวเข้ม  ที่เพิ่งวานให้เขาเดินทางไปเฝ้าไข้คนป่วยที่โรงแรมเมื่อเช้า  แต่สำหรับตอนนี้...หลังจากที่คุยโทรศัพท์กับคุณพ่อเสร็จเรียบร้อย  เขาก็ต้องรีบเดินตามแฟนร่างใหญ่เข้ามาในครัว  และเริ่มทำอาหารเย็นกันเสียที  หลังจากที่เดินซื้อของสดอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตเมื่อหลายนาทีก่อน

 

            แบคฮยอนเก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้ตามเดิม  แล้วหยิบผักต่างๆที่กำลังจะกลายเป็นมื้อเย็น  ไปล้างในอ่างน้ำทันที  ส่วนเพื่อนซี้...ของผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรม  ก็หยิบเนื้อสัตว์  ผลไม้ต่างๆ  รวมถึงเบียร์และน้ำดื่ม  แยกใส่ตู้เย็นเอาไว้  คนตัวเล็กล้างไปผักก็ยิ้มไป  เพราะรู้สึกดีใจ...ที่พรุ่งนี้ตัวเขา  กับเพื่อนรัก  จะได้กลับไปหาคุณพ่อเชจูด้วยกัน  เนื่องจากแฟนของพวกเขาทั้งคู่  นัดกันไว้ว่า  จะพาไปเที่ยว  รวมถึงอยากให้คนป่วยได้เจอผู้มีพระคุณ  ที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน

 

            เมื่อเช้า...หลังจากเฝ้าไข้เพื่อนรักเรียบร้อย  แบคฮยอนก็ถูกแฟนร่างใหญ่พาไปนวดตัวที่ห้องสปาของทางโรงแรม  แล้วพากลับไปนอนพักที่คอนโดฯต่อ  เพราะเย็นนี้ชานยอลยังมีงานสำคัญ  ที่เพิ่งเข้าประชุมเมื่อเช้า  ให้จัดการต่อ  ส่วนเรื่องอาหารเย็นมื้อนี้...วิศวกรหนุ่ม  ก็ขอทำให้คนรักและเพื่อน  รวมถึงคนป่วยได้ทานบ้าง  เพราะมื้อค่ำเมื่อวันก่อน  เขาไม่ได้ช่วยอะไรเลย  เนื่องจากง่วนอยู่กับเอกสารกองโตในห้องทำงาน  เพื่อให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมเซ็นอนุมัติงบประมาณต่างๆ  ที่ใช้ต่อเติมห้องพักในโรงแรมสาขาเชจู

 

            “คุณอาว่ายังไงบ้างครับน้องแบค”  เก็บของเข้าตู้เย็นเรียบร้อย  ชานยอลก็หยิบเนื้อหมูมาหั่นเป็นชิ้นๆ  ใส่จานเรียงไว้  พร้อมกับถามคนที่เพิ่งวางสายจากผู้ใหญ่ที่ตัวเองนับถือ  ด้วยเกรงว่าจะถูกตำหนิ  ที่พาลูกชายของท่านมาทำงานด้วย แถมยังต้องมาเฝ้าไข้ลูกชายอีกคนที่ป่วย  และตอนนี้ก็เริ่มมีอาการดีขึ้น

 

            “พอรู้ว่าน้องแบคจะพาเซฮุนกลับไปเชจูด้วยกันพรุ่งนี้...คุณพ่อก็ดีใจใหญ่เลยฮะ  แล้ววว...เพื่อนพี่ชานยอลจะมาอยู่ที่เชจูกี่วัน??”  เก็บผักที่ล้างอยู่ในอ่าง  ขึ้นมาพักไว้ในภาชนะขนาดย่อม  และตอบคำถามคนที่ยืนหันหลังให้  อย่างรู้สึกมีความสุข  แต่ก็ตั้งคำถามกลับไปเช่นกัน  เพราะอยากให้เพื่อนรักอยู่กับตัวเองหลายๆวัน  แต่ไม่รู้ว่าชายหนุ่มผิวเข้มจะอนุญาตหรือเปล่า???

 

            “พี่ก็ไม้รู้เหมือนกัน...เดี๋ยวมันกลับมาถึงห้องเมื่อไหร่  พี่จะถามให้นะครับ”  เป็นครั้งแรก...ที่ชานยอลได้ยินมากับหู  ว่าเพื่อนซี้ขอลาพักร้อน  หรือหาเวลาพักผ่อนให้ตัวเอง  เพราะตั้งแต่รู้จักกันมา  จนถึงวันเข้ารับตำแหน่งเจ้าของโรงแรม  แทนผู้เป็นพ่อที่เสียไป  เจ้าเพื่อนผิวเข้มก็ไม่เคยพักเลยสักวัน

 

แต่การไปเชจูครั้งนี้...ชานยอลไม่รู้จริงๆ  ว่าจงอินจะอยู่ได้กี่วัน  เพราะการนัดหมายโดยไม่มีการบอกล่วงหน้า  มันไม่ได้สร้างแค่ความแปลกใจให้เท่านั้น  แต่มันยังสร้างความไม่แน่ใจให้ด้วย  เพราะคนที่เป็นถึงเจ้าของโรงแรม  มันคงไม่สามารถหยุดได้หลายวัน  แถมไม่ได้มีแค่โรงแรมสาขาเดียวให้ดูแล

 

            “แล้วเมื่อไหร่เพื่อนพี่ชานยอลจะมาสักทีล่ะฮะ??”

 

ฟอดดดดดด

 

            “เดี๋ยวก็มาแล้วครับ  เลิกทำหน้ายุ่งได้แล้ว”

 

            “ก็น้องแบคอยากรู้นิฮะ  แล้วก็เป็นห่วงเซฮุนด้วย”

 

            “เป็นห่วงตัวเองก่อนดีไหม...หื้มม?”

 

            “พี่ชานยอลหยุดเลยยยย...แล้วก็เอามือออกไปจากก้นของน้องแบคด้วย  ไม่อย่างนั้นคืนนี้...อด!!

 

            ถูกคนที่ยืนหันหลัง...และหั่นของสดเตรียมไว้ทำมื้อเย็น  เดินมาหอมแก้มฟอดใหญ่  แต่พอโดนมือหนาลูบผ่านสะโพกกลมกลึง  ลงไปจนถึงก้นอวบๆ  คนตัวเล็กก็รีบเบี่ยงกายหลบ  แล้วส่งสายตาดุๆ  ให้วิศวกรประจำโรงแรมทันที  เพราะไม่อยากถูกทำอะไร  ที่ห้องนี้  เนื่องจากมันไม่เหมาะ  และร่างกายของเขาก็ยังไม่พร้อมกับเรื่องอย่างว่าสักเท่าไหร่

 

แต่ก็ใช่ว่า...อยากจะทำร้ายจิตใจของคนรัก  ที่ตอนนี้ทำหน้าบอกบุญไม่รับ  คนตัวเล็กจึงยื่นคำขาด  ที่เหมือนเป็นคำขอร้องกลายๆ  ว่าให้ทำคืนนี้ดีกว่า  เพราะกลัวเจ้าของห้องกลับมาเจอสิ่งที่ไม่สมควรจะเห็น

 

            “งั้นคืนนี้...พี่ขอจัดชุดใหญ่เลยนะครับน้องแบค!!!?”

 

            “พี่ชานยอลก็จัดชุดใหญ่ทุกทีนั่นแหละ...ไม่สงสารน้องแบคบ้างเหรอฮะ >//<)”

 

            “งั้นคืนนี้พี่ให้พัก  เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทาง  ตกลงไหม??”

 

            “พี่ชานยอลลก็ทำเบาๆสิ!!!!

 

            เจ้าของรอยยิ้มกว้าง...ที่มีรอยบุ๋มข้างแก้มเป็นเอกลักษณ์  ยิ้มกว้างกว่าปกติ  เมื่อได้ยินสิ่งที่แฟนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงติดงอนๆเมื่อครู่  แล้วเดินไปหยิบเยลลี่ในตู้เย็น  ที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาเก็ต  ออกมาทาน  พร้อมกับหนีไปดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นทันทีเมื่อพูดจบ  ชานยอลรู้ตัวดี...ว่าบางทีเขาก็เอาแต่ใจกับคนตัวเล็กมากเกินไปหน่อย  แต่ใครมันจะอดใจได้  เมื่อเห็นผิวขาวเนียน  ยอดอกสีหวาน  กับเสียงร้องน่าฟัง  ที่เอ่ยให้ได้ยินทุกกครั้ง  ที่ร่างกายเชื่อมต่อกันและขยับไปตามแรงอารมณ์

 

แกร๊กก!!!

 

         “พี่จงอินปล่อยเซฮุนได้แล้วครับ...เซฮุนเดินเองได้”

 

            “พี่รู้...ว่าเซฮุนเดินเองได้  แต่พี่อยากอุ้มนิครับ เซฮุนอย่าดื้อได้ไหม?”

 

            ก่อนที่ความคิดลึก...จะพาให้วิศวกรหนุ่มเตรียมอาหารไม่เสร็จ  มือหนาจึงรีบหั่นเนื้อสัตว์และจัดหาถ้วยชามมาวางไว้บนโต๊ะทานข้าว  4  ที่  สำหรับการทานชาบูเป็นมื้อเย็น  แต่...เสียงเปิดประตูห้อง  ที่มาพร้อมกับเสียงบ่นกระเง้ากระงอดของแฟนเพื่อนซี้  ก็ทำให้พ่อครัวจำเป็นต้องละจากการทำมื้อเย็นไปชั่วขณะ  และเดินออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น??

 

            “อ้าว...เซฮุนเป็นอะไร??”  เห็นเจ้าของเสียงบ่นถูกเพื่อนผิวเข้มอุ้มอยู่ในท่าเจ้าสาว  ชานยอลจึงถามออกไปด้วยความเป็นห่วง  เพราะคิดว่าอาการป่วยแย่ลงกว่าเมื่อเช้า

 

            “เป็นเมียกู!!”  ใช้เท้าถีบประตูเพื่อให้มันปิด  และตอบคำถามแทนคนที่อยู่ในอ้อมอก  ด้วยความรู้สึกหงุดหงิด  เพราะคนรักเอาแต่บ่นมาตลอดทางของการขับรถกลับมาที่คอนโดฯ  แถมยังไม่ยอมให้อุ้ม  ทั้งๆที่ไม่มีแรงจะเดิน

 

            “ไอ้สัด!!!!”  อุตส่าห์เป็นห่วง  แต่กลับได้คำตอบที่กวนประสาทจากเพื่อนผิวเข้มเสียอย่างนั้น  ชานยอลจึงอดที่จะด่าออกไปไม่ได้  และเดินกลับเข้าไปในครัวเหมือนเดิม  เพื่อทำมื้อเย็นให้เสร็จ

 

แต่...ยังไม่ทันเดินไปถึงไหน  ก็ถูกเสียงของผู้เป็นเจ้าของห้องเรียกไว้เสียก่อน  พร้อมกับสั่งนู้นสั่งนี่  ทำเหมือนกลัวว่าคนที่อยู่ในอ้อมอกจะโดนจับตัวไปอีกครั้ง 

 

            “แล้วเมียมึงไปไหนวะชานยอล?  กูวานไปเฝ้าเซฮุนที่ห้องนอนหน่อยดิ  เดี๋ยวกูจะออกมาช่วยมึงทำกับข้าว”

 

            “ดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น...มึงพาเซฮุนไปนอนพักก่อนไป  เดี๋ยวกูเรียกน้องแบคให้”

 

            “เออ...เร็วๆเลยนะ”

 

            “ไอ้จงอิน!!!  มึงอย่าเยอะ...!!

 

            ว่าจะไม่หงุดหงิด...แต่กลับหงุดหงิดมากกว่าเดิม  เมื่อถูกเจ้าของห้องออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจ  และเป็นห่วงคนในอ้อมกอดจนดูโอเวอร์  ชานยอลจึงตอบรับคำสั่งของเพื่อน  อย่างนึกหมั่นไส้  แล้วเดินไปตามแฟนตัวเล็ก  ให้เข้าไปดูแลคนป่วยที่ห้องนอน  และถ้าพวกเขาทำมื้อเย็นเสร็จเมื่อไหร่  ก็จะเข้าไปตามคนรักให้ออกมาทานอาหารพร้อมกันอีกที

 

...

 

...

 

...

 

...

 

...

 

18.12 น.

 

            “ตกลง...เรื่องประมูลที่ดินมึงจะเอายังไง”  ตามแฟนตัวเล็กให้ไปเฝ้าไข้เพื่อนรักเรียบร้อย  ชานยอลก็กลับมาลงมือเตรียมมื้อเย็นต่อ  พร้อมทั้งคุยเรื่องงานกับเจ้าของโรงแรมไปด้วย  เพราะงานประมูลที่ดินรอบนี้  มันก็สำคัญไม่แพ้ครั้งก่อนสักเท่าไหร่  ถึงแม้ที่ดินผืนนี้จะไม่น่าซื้อเท่าที่ปูซานก็ตาม  แต่ก็ไม่อยากประมาท  เพราะคู่แข่งหน้าใหม่ที่เข้าร่วมการประมูลที่ดินรอบบนี้ค่อนข้างน่ากลัว

 

            “ไม่เอาไง...ได้ก็ได้  ไม่ได้ก็ไม่ซีเรียส  แต่ถ้าได้ก็ดี  แล้วก็ใช้แผนเดิม  กูคุยกับทีมที่เคยช่วยกูประมูลที่ดิน  ที่ปูซานเรียบร้อยแล้ว”  ตอนแรกบอกว่าจะออกมาช่วยเพื่อนทำอาหารเย็น  แต่กลับหยิบเบียร์ออกมาจากตู้เย็น  และยกกระป๋องขึ้นดื่มอย่างกับกินน้ำเปล่า  และคุยเรื่องงานให้พ่อครัวจำเป็นฟัง  ด้วยท่าทีสบายใจ  เพราะที่ดิน...ที่กำลังจะมีงานประมูลเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า  มันไม่ค่อยเข้าตาเท่าไหร่

 

แต่...ก็ใช่ว่าไม่อยากได้  เนื่องจากที่ดินผืนนี้  มันสามารถใช้สร้างโรงแรมก็ได้  หรือใช้สร้างบ้านเพื่ออนาคตของการมีครอบครัวในวันข้างหน้าก็ได้  และถ้าพลาด  เพราะประมูลแพ้คู่แข่งคนอื่น  มันก็คงรู้สึกเสียดายอยู่พอสมควร

 

            “อะไรวะ...พูดเหมือนไม่อยากได้  แล้วมึงจะเข้าร่วมการประมูลทำไม??”

 

            “กูอยากได้  แต่มันไม่เท่ากับที่ดินผืนเก่า  แล้วประมูลไว้ก็ไม่เสียหายอะไร”

 

            “ถ้ามึงเป็นห่วงเซฮุนอย่างที่บอกกูตอนเลิกประชุม  มึงก็ไม่ควรเข้าร่วมการประมูลตั้งแต่ทีแรก  คู่แข่งมันน่ากลัว”

 

            “เรื่องเซฮุนมึงไม่ต้องห่วง...เดี๋ยวกูจัดการเอง  ส่วนเรื่องประวัติของคู่แข่งหน้าใหม่  กูฝากมึงช่วยสืบด้วยก็แล้วกัน  ถ้ามีอะไรน่าสงสัย  ก็รายงานกูมาเรื่อยๆ”

 

            “แล้วเรื่องอี้ฟานล่ะ??”

 

            คู่แข่งหน้าใหม่ว่าน่ากลัวแล้ว...แต่คู่แข่งคนเดิมอย่าง  อู๋  อี้ฟาน  ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน  เพราะถ้าแพ้ทั้งการประมูล  และต้องเสียคนรักให้กับคู่แข่งคนนี้  ชานยอลก็คิดว่าต้องเกิดงสงครามขึ้นในงานประมูลแน่ๆ  และเริ่มรู้สึกเป็นห่วงทั้งเพื่อนซี้  ทั้งพนักงานจัดดอกไม้  ร่วมถึงแฟนตัวเล็กขึ้นมาทันที  เนื่องจากคนรักของพวกเขาทั้งคู่  ยังไม่รู้เรื่องงานสำคัญ  ที่มันอันตรายเกินกว่างานของวิศวกร  หรือการเป็นเจ้าของโรงแรม

 

            “กูมั่นใจ...ว่าเซฮุนไม่ได้คิดอะไรกับอี้ฟานแน่ๆ  แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน  ก็เป็นแค่เหตุบังเอิญ”

 

            “กูไม่ได้ดูถูกนะเว้ย...แล้วก็รู้ด้วย  ว่าคนอย่างเซฮุนคงไม่ทำตัวเหมือนแฟนเก่ามึงแน่นอน  แต่กูกลัวอี้ฟานมากกว่า  ถึงมันจะไม่ใช่คนเลวอะไรขนาดนั้น  แต่มันก็ไม่น่าไว้ใจ”

 

            “กูก็คิดเหมือนมึง  รอบนี้มันเข้าหาเซฮุนก่อนด้วย  เมื่อคืนมันเดินตามเซฮุนอยู่ในงานเลี้ยง  มันจูบเมียกู  อุ้มเมียกูขึ้นไปบนห้อง  นึกแล้วอยากฆ่าแม่งชิบหาย!!!

 

            “ไหนมึงบอกว่า...ไม่เห็นภาพในกล้องวงจรปิด??  แล้วมึงรู้ได้ไงว่ามันจูบเซฮุน????”

 

            “เซฮุนเล่าให้กูฟังเอง!!

 

            “เหี้ยยย!!...ดีนะมึงขึ้นไปช่วยทัน!

 

            ชานยอลเข้าใจเพื่อนผิวเข้มทันที...ว่าทำไมถึงได้ดูเครียดผิดปกติ  ทั้งๆที่การประมูลที่ดินรอบนี้  ก็ทำเหมือนไม่อยากได้สักเท่าไหร่  และไม่รู้สึกเสียดายถ้าประมูลแพ้  แต่...ถ้าต้องเสียคนรักให้กับศัตรูหมายเลขหนึ่ง  มันก็คงทำใจได้ยากกว่าเมื่อครั้งที่แล้วแน่นอน  เพราะคนที่ไม่เคยเข้าหาใครก่อน  หรือยอมปล่อยให้คนที่ตัวเองมีโอกาสทำเรื่องอย่างว่า  หลุดมือไปเมื่อคืน  อย่าง  อู๋  อี้ฟาน  ก็คงไม่ยอมจบเรื่องของเซฮุนไปง่ายๆ  และจากที่ได้ยินเพื่อนซี้เล่ามาทั้งหมด  มันก็ทำให้วิศวกรหนุ่มต้องคอยจับตามองคู่แข่งทุกคนของงานประมูลที่ดินรอบบนี้ให้มากขึ้นเป็นพิเศษ

 

            ถึงแม้ชานยอลจะมีอาชีพเป็นวิศวกร...แต่การที่มีพ่อแม่เป็นถึงทนาย  และครอบครัวญาติพี่น้องก็มีบริษัท  ที่ทำงานเกี่ยวกับนักสืบเอกชน  แถมเพื่อนในแก๊งค์ก็ยังเป็นตำรวจ  ชานยอลจึงคอยทำหน้าที่ช่วยเหลือจงอิน  เรื่องงานประมูลที่ดินมาแล้วหลายครั้ง  และทุกครั้งก็ไม่เคยมีข้อพลาด  แต่...สำหรับที่ดินผืนใหม่  ที่จะมีการประมูลเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า  จะมีคู่แข่งเล่นนอกเกมหรือไม่  เพราะคู่แข่งทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่  ล้วนแล้วแต่เก่งๆกันทั้งนั้น  แถมยังมีเรื่องคนรักของเพื่อนผิวเข้ม  ที่เหมือนจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้งให้ต้องคิด

 

และครั้งนี้เขาก็หวังว่า...ทุกๆอย่างจะไม่จบลงเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

 

            พ่อครัวจำเป็น...ฟังเพื่อนบ่นไป  และทำมื้อเย็นไปด้วย อย่างรู้สึกวิตก  แต่อะไรจะเกิดมันก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี  แล้วใจของคนเรามันก็เปลี่ยนแปลงกันได้เสมอ  ชานยอลไม่ได้อยากใส่ความ  หรือคิดว่าคนรักของเพื่อนจะปันใจให้คนอย่างอี้ฟาน  แต่เขา...ก็ไม่เห็นใครคนไหนปฏิเสธ  เจ้าของโรงแรม  ที่พ่วงตำแหน่งนายแบบแถวหน้า  คนนี้ได้สักราย

 

            ส่วนคนที่เอาแต่กระดกของมึนเมาเข้าปากไปเป็นกระป๋องที่สาม  ก็คิดมากไม่ต่างไปจากวิศวกรเพื่อนซี้เลยสักนิด  มันมีความเชื่อใจ  ไว้ใจ  มั่นใจในคนรักของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม  แต่...อดีตเก่าๆ  มันมักจะตามมาหลอกหลอน  ให้คอยเป็นกังวลอยู่เรื่อยๆ  จงอินเข้าใจสถานการณ์เมื่อในอดีตดี...ว่าตอนนั้น  เขาเองก็ไม่มีเวลาให้คนรักเก่า  เหมือนอย่างที่เคยเป็น  เนื่องจากการเข้ารับตำแหน่งสูงสุดให้ดูแลธุรกิจแทนผู้เป็นพ่อที่ชีวิตไป  มันทำให้เขาไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นเลย  นอกจากเรื่องงาน  และทุกๆอย่างมันก็กระทันหัน  จนรับมือแทบไม่ทัน

 

และสุดท้าย...หญิงสาวที่เคยอยู่เคียงข้างกันมาตลอดหลายปี  ก็ขอยุติความสัมพันธ์  และเริ่มต้นรักใหม่กับเจ้าของโรมแรมหนุ่มลูกครึ่ง  ที่ใครๆต่างก็หมายปอง

 

            จงอินไม่เคยโทษใครทั้งนั้น  สำหรับเรื่องความรักครั้งเก่า  เขาผิดเองที่ทำงานมากจนไม่สนใจ  คนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปี  แต่...จะให้เขาทิ้งธุรกิจ  ที่ครอบครัวค่อยๆสร้างกันมาตั้งแต่เขายังแบเบาะ  และใช้ชีวิตไปตามประสาวัยรุ่น  เหมือนคนอื่นๆ  ก็คงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน  จงอินคิดเสมอ...ว่าเธอจะเข้าใจ  และคอยสนับสนุน  คอยอยู่เคียงข้าง  คอยให้กำลังใจกัน  เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาตลอด  แต่เมื่องานทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง...รวมถึงจัดสรรเวลาในชีวิตได้ลงตัว  “ความรัก”  กลับต้องมาพังไม่เป็นท่า  แถมเธอยังจากไป  พร้อมกับทิ้งความเจ็บช้ำไว้ให้  จนไม่สามารถลบออกจากใจไปได้ง่ายๆ

 

            แต่...การมีเพื่อนที่ดีอย่าง  ปาร์ค ชานยอล  รวมถึงการได้กำลังใจจากคนในครอบครัว  และมีทีมเวิร์คที่ดีในการทำงาน  มันก็ทำให้คนเป็นเจ้าของโรงแรมอย่างเขา  ชนะการประมูลที่ดินรอบที่แล้ว  และได้สร้างโรงแรมใหม่สาขาแรกในปูซานได้สำเร็จ  พร้อมกับมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น  ส่วนที่ดินผืนล่าสุด...ที่จะเริ่มการประมูลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  จงอินก็มั่นใจว่าตัวเองจะต้องชนะอีกครั้ง  และจะไม่ให้เรื่องเดิมๆ  ปัญหาทางใจเดิมๆ  กลับมาทำร้ายทั้งเขาทั้งคนรักใหม่ได้อีกเด็ดขาด

 

            “แล้วตกลง...พรุ่งนี้มึงจะไปเชจูกี่โมง?”  วิศวกรหนุ่มยกผัก  เนื้อสัตว์  และเครื่องเคียงต่างๆ  วางลงใกล้ๆหม้อน้ำซุปที่เดือดปุดๆ  อยู่บนโต๊ะอาหาร  และเอ่ยถามเพื่อนซี้  ที่เอาแต่ดื่มเบียร์  โดยที่ไม่ได้ช่วยเขาทำมื้อเย็นเลยสักอย่าง  เพราะเอาแต่คิดมากเรื่องของคนรัก

 

            “ต้องถึงสนามบินบ่ายโมง...กูให้พี่เลขาจองตั๋วเครื่องบิน  ให้มึงกับน้องแบคแล้ว”  ตอบคำถามพ่อครัวตัวโย่ง  ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดมื้อเย็น  แต่ตัวเองกลับ...ยกกระป๋องเบียร์ดื่มเป็นอึกสุดท้าย  แล้วเดินเอาไปทิ้งถังขยะ

 

แต่พอจะหยิบเบียร์กระป๋องที่สี่...คนเป็นเจ้าของโรงแรมก็ถูก  ขายาวๆของพ่อครัว  เดินมาถีบประตูตู้เย็นให้ปิดลง  แถมยังใช้ตะเกียบชี้หน้า   เหมือนเป็นการสั่งห้าม!!!

   

            “มาช่วยกูจัดโต๊ะเลยยยย...ป่านนี้เมียมึงหิวแล้วมั้ง?”

 

            “เมียมึงหรือเมียกูกันแน่วะ??  แล้วก็ให้น้องแบคกินน้อยๆหน่อยนะมึง  ตูดออก  แก้มออกเป็นพวงเลย”

 

            “กินเยอะๆสิดี  กูชอบ...จับตรงไหนก็เต็มไม้เต็มมือ  ไม่เหมือนเมียมึงหรอก  ผอมเกิน...แล้วมึงก็เบาๆบ้าง  เซฮุนตัวบางยังกับกระดาษ  มึงอย่าซาดิสม์ให้มันมากนัก”

 

            “มึงนอนอยู่ใต้เตียงกูเหรอไง..ถึงรู้ว่ากูซาดิสม์???”

 

            ชุดนอนตัวใหญ่ที่เผยให้เห็นรอยแดงช้ำบนหน้าอก  ของคนที่ถูกเจ้าของโรงแรมอุ้มเข้ามาในห้องเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา  มันทำให้ชานยอลเดาได้ไม่อยาก  ว่าเพื่อนของตัวเองได้ทำอะไรไว้บ้าง และอดเป็นห่วงเซฮุนไม่ได้จริงๆ  เพราะเพิ่งฟื้นไข้ได้เมื่อช่วงสาย  รวมถึงพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปเชจูอีก  ซึ่งทุกๆอย่าง  มันอาจทำให้แฟนเพื่อน  ไข้กลับมาอีกรอบก็เป็นได้

 

            “ต่อให้นอนอยู่ที่เชจู...กูก็มองออก  มึงเบาๆบ้างก็ได้  เซฮุนป่วยอยู่  เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เดินทางไม่ไหว”

 

            “ด่าแต่กู...มึงก็ใช่ย่อย  คอน้องแบคแดงขนาดนั้น  ถ้าคุณอาเห็นมึงจะตอบยังไง”

 

            “ตอบเหี้ยอะไรล่ะ??!  กูยังไม่ได้บอกคุณอา   เรื่องที่คบกับน้องแบคเลย”

 

            “งั้นพรุ่งนี้ไปหาคุณอาพร้อมกูเลย  ไหนๆกูก็จะไปเชจูแล้ว”

 

            “เหี้ยยย!!!  กูยังไม่ได้เตรียมใจเลย  กูกลัวว่ะ”

 

            “บอกช้า...คุณอายิ่งโกรธ  ถึงลูกๆของคุณอาจะเป็นผู้ชาย  แต่มึงก็ควรให้เกียรติผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง”

 

            “กูรู้หรอกน่ะ...ก็อยากจะบอกตั้งแต่วันแรกที่คบกันนั่นแหละ  แต่กูกลัวคุณอาไม่ยกน้องแบคให้นิหว่า”

 

            “จะไปยากอะไร...ถ้าไม่ยกให้ก็ฉุดดิวะ!!

 

            “ไอ้สัด!!  แล้วบอกให้เกียรติผู้ใหญ่  ถุยยย!!!

 

...

 

 

...

 

 

...

 

22.54 น.

 

            กว่าจะทานมื้อเย็นกันเสร็จ  และส่งเพื่อนซี้กับแฟนตัวเล็กกลับถึงที่พัก  จงอินก็ต้องมานั่งเคลียร์เอกสารกองโตที่ห้องทำงานต่อ  เนื่องจากยังมีงานให้ต้องสะสางอยู่อีกเป็นจำนวนมาก  และที่ต้องรีบทำให้เสร็จตอนนี้  ก็เป็นเพราะอยากไปพักผ่อนกับคนรักที่เชจูได้อย่างสบายใจ  โดยไม่ทิ้งงานให้เลขาต้องคอยโทรตามในภายหลัง  มือหนาคลิกเม้าท์เลื่อนอ่านเมลจากโรงแรมสาขาต่างๆ  เป็นอย่างสุดท้าย  และเก็บเอกสารสำคัญใส่ตู้เซฟเรียบร้อย  คนเป็นเจ้าของโรงแรม  ก็รีบปิดโน้ตบุค  แล้วเดินไปที่ห้องนอนทันที

 

แต่...เสียงก๊อกแก๊ก  ที่ได้ยินเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน  กลับทำให้คิ้วหนาบนใบหน้าคมเข้มขมวดกันจนยุ่ง  เพราะคิดว่าคนรักหลับไปแล้ว

 

            ตาคมจ้องคนรักที่เอาแต่จัดกระเป๋าเดินทาง  โดยไม่ได้สนใจสภาพร่างกายของตัวเองเลยว่า  มันยังไม่หายดี  แล้วก็อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้  จงอินสั่งไว้แล้ว...ว่าถ้าทำงานเสร็จเมื่อไหร่  จะเป็นคนมาจัดทุกอย่างให้เอง  เพราะต้องการให้คนที่เพิ่งฟื้นไข้นอนพักผ่อนให้เต็มที  แล้วทำไมเซฮุนถึงกล้าขัดคำสั่งของเขา?  ขายาวสมส่วนในกางเกงผ้าเนื้อนิ่ม  เดินเข้ามานั่งข้างๆคนรัก และช่วยพับเสื้อผ้า  รวมถึงเก็บของใช้ส่วนตัว  ใส่กระเป๋าเดินทางใบเล็กอีกใบ  แล้วพยายามเก็บอารมณ์หงุดหงิดเอาไว้ในใจ  ทั้งๆที่ความจริง  ก็อยากจะดุคนที่ชอบขัดคำสั่ง  ให้รู้ว่าไม่ควรดื้อกับเขาบ่อยนัก

 

            ส่วนคนที่เพิ่งฟื้นไข้...ก็ทราบดีว่าคนที่นั่งเก็บนั่นเก็บนี่อยู่ข้างๆกายรู้สึกยังไง  และใช่ว่าตัวเองอยากจะขัดคำสั่ง  หรือไม่เห็นความหวังดีของคนรัก  แต่การตัดสินใจเดินทางไปเชจูสองวัน  โดยไม่ปรึกษากันก่อน  แถมยังลางานให้เสร็จสรรพ  มันทำให้พนักงานจัดดอกไม้อย่าง โอ  เซฮุน  รู้สึกหงุดหงิดเหมือนกัน  ร่างสวยในชุดนอนสีฟ้าอ่อน...ไม่ชอบใจเท่าไหร่  ที่เจ้าของโรงแรม  มักใช้เส้นสาย  หรือเข้าไปยุ่งกับงานของเขา  และที่สำคัญไปว่าเรื่องไหนๆเลยก็คือ  เซฮุนไม่อยากให้พี่ๆในแผนก  และคนในโรงแรมรู้ว่า  ตัวเองเป็นอะไรกับจงอิน

 

            มันไม่ได้อาย...ที่ได้เจ้าของโรงแรมชื่อดังมาเป็นแฟน  แต่การที่จงอินได้คนธรรมดาๆอย่างเขามาเป็นคนรักมากกว่า  ที่มันน่าห่วง  เซฮุนไม่สน...ว่าใครจะคิดยังไงกับตัวเอง  จะคิดว่าเป็นเมียเก็บ  ทางผ่าน  ของเล่นชั่วคราวสำหรับคนรวย  หรืออะไรก็แล้วแต่  ที่เคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง   มันก็ไม่ได้ทำให้จิตใจของเขาแย่ลงเลยสักนิด  แต่...ที่อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆก็คือ  ภาพลักษณ์ของโรงแรมที่สั่งสมมานาน  และภาพพจน์ของผู้เป็นเจ้าของอย่าง  คิม  จงอิน  ต่างหากที่น่าวิตก

 

และความเงียบ...ในระหว่างการจัดกระเป๋าเดินทาง  ก็ทำให้ผู้เป็นเจ้าของห้อง  ต้องทำลายความเงียบนั้น  อย่างห้ามความคิดมากเอาไว้ไม่ได้  เพราะมันทำให้รู้สึกอึดอัด  เนื่องจากรู้ตัวเองดี  ว่าการเดินทางไปเชจูโดยไม่บอกคนรักให้ทราบล่วงหน้า  แถมยังเข้าไปก้าวก่ายเรื่องงาน  มันอาจทำให้พนักงานจัดดอกไม้  รู้สึกไม่พอใจ

 

            “งอนพี่เหรอครับเซฮุน??”

 

            “...........”

 

            “อย่าโกรธพี่เลยนะครับ  พี่อยากให้เซฮุนพักผ่อนบ้าง”

 

            “เซฮุนรู้ครับ...ว่าพี่จงอินหวังดี  แต่เซฮุนก็ห่วงงานเหมือนกันนะครับ  แล้วก็กลัวพี่ฮีชอลจะว่าด้วย

 

            “กล้าว่า เมีย เจ้าของโรงแรมก็ลองดู  อยากโดนไล่ออกก็ว่ามาเลย

 

            “ทำตัวเป็นเด็กไปได้นะครับพี่จงอิน

 

ฟอดดดดดดด

 

             ไปเที่ยวเชจูกันนะครับ  ลองไปพักผ่อนดูบ้าง...แล้วพี่ก็อยากไปหาคุณอาจีซบด้วย  เซฮุนไม่คิดถึงคุณอาเหรอ??

 

            “คิดถึงสิครับ  ตั้งแต่เรียนจบ  เซฮุนก็ยังไม่ได้ไปกราบคุณลุงเลย”

 

            “โอเค...งั้นเซฮุนไปนอนได้แล้วครับ  จะได้หายเร็วๆ  เดี๋ยวของที่เหลือพี่จัดการเอง”

 

            “พี่จงอินรีบจัดเร็วๆนะครับ  จะได้มานอนด้วยกัน”

 

            เอาแต่ใจมากแค่ไหน  อารมณ์ร้อนสักเท่าไหร่  เซฮุนก็ไม่เคยโกรธคนรักแบบจริงๆจังๆได้เลยสักครั้ง  และพยายามจะไม่สร้างความลำบากใจ  หรือขัดคำสั่งบ่อยๆ  เพราะไม่อยากให้จงอินเอาอารมณ์ต่างๆ  ไปลงกับคนอื่น  จนพาให้เสียระบบงานกันไปหมด  ร่างสวยเดินกลับขึ้นไปนอนที่เตียงกว้างตามคำบอกของคนรัก  อย่างว่าง่าย  แต่ก็ใช่ว่าจะหลับตาลงได้เหมือนอย่างที่ถูกออกคำสั่ง  เพราะเมื่อไม่มีเจ้าของกายสีน้ำผึ้งนอนกอดไว้เหมือนเช่นทุกคืน  ก็พาลให้การหลับใหลโดยไร้ความอบอุ่นจากแผ่นกว้าง  กลายเป็นเรื่องยากไปเสียอย่างนั้น 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  17/11/60

เป็นฟิค...ที่ไม่มีความซับซ้อนอะไรเลยนะคะ  มันเรียบง่ายและอาจเดาใจตัวละครได้จนถึงตอนจบ.

ขอบคุณทุกการติดตาม  ขอบคุณทุกคอนเม้นท์  ทั้งติและชม  รวมถึงการให้กำลังใจด้วยค่ะ  ^3^)

ส่วนไรท์  #อีหนูฮุน   #ficsuperCHAN  และ  #ficconverse  ยังมีชีวิตอยู่นะคะ  แต่งานเยอะมากจนไม่สามารถอัพฟิคได้  ใครรออ่านสามเรื่องนี้อยู่  อดทนอีกนิดนึงนะคะ  (วางมาลัยบนตัก...กราบขออภัย)

แล้วจะเข้ามาแก้คำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก

#ดอกไม้ของเจ้านาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

667 ความคิดเห็น

  1. #562 /tl26&? (@rmhex) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 00:51
    ฮื่อ มันอบอุ่นหัวใจไปหมดเลยค่ะ ดีใจที่จงอินไม่โมโหแล้วทำรุนแรงกับเซฮุนเหมือนกันเมื่อแล้ว
    #562
    0
  2. #478 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 00:28
    ฮุนนี่น่ารัก โกรธจงอินได้ไม่นานหรอกเนอะ
    #478
    0
  3. #476 Grace-rock (@Grace-rock) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 18:51
    รอน้าาาา
    #476
    0
  4. #132 Kannika Tankam (@yingkhem) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 22:41
    ดีใจที่น้องฮุนไม่ถูกเจ้านายโกรธเรื่องเฮียคริส ทีนี้ก็เหลือให้เจ้านายไปขอกะคุณพ่ออย่างเปนทางการละเนอะ
    #132
    0
  5. #125 PamBambooo (@PamBambooo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 21:16
    ตาแก้บ้ากาม5555
    #125
    0
  6. #116 june2546 (@june2546) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 18:37
    รอน้าาาารอน้าาาารอน้าาาารอน้าาาารอน้าาาา
    #116
    0
  7. #80 ดอกไม้ของเซฮุน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 20:43
    ฮุนแบคน่ารักกกก
    #80
    1
    • #80-1 Mokara (@Mokara) (จากตอนที่ 15)
      17 พฤษภาคม 2559 / 07:32
      ขอบคุณนะคะ ;)
      #80-1
  8. #79 eve_popparazzi (@eve_ivyyy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 13:22
    พี่ไม่คิดรับผิดชอบน้องอ่ะ ขนาดชานยอลไม่ได้ทำ ยังรับผิดชอบเลย คิดดู แล้วมาหงมาหวง
    #79
    0
  9. #77 Real1__pcy2 (@the_faceless) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 22:27
    งื้อออ ชอบน้องแบค กับ พี่ชาน
    #77
    1
    • #77-1 Mokara (@Mokara) (จากตอนที่ 15)
      17 พฤษภาคม 2559 / 07:27
      งื้ออออ ดีใจค่ะที่ชอบ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
      #77-1
  10. #76 HYAKU (@superfern) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 21:30
    พี่จงอินชักช้าา 555 พี่ชานยอลเค้ามีแฟนนำหน้าไปละะ อย่าไปยอมสิ
    #76
    1
    • #76-1 Mokara (@Mokara) (จากตอนที่ 15)
      17 พฤษภาคม 2559 / 07:31
      จงอินจะสู้ค่ะ ^~
      #76-1
  11. #75 Mind (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 21:15
    พี่จงอินขี้หึงจังชอบอะ ตอนหน้าพี่คริสมาแล้วใช่ป่าวคะ
    #75
    0