SF Project produce 101 ss2 (All x Kwonhyunbin 2tae)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 53,181 Views

  • 1,730 Comments

  • 1,347 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    156

    Overall
    53,181

ตอนที่ 36 : Magic

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    3 ก.พ. 61

B
E
R
L
I
N



Magic






         

"ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนสู่ปีการศึกษาใหม่" เสียงก้องกังวานของศาสตราจารย์ มักกอนนากัลที่ขึ้นดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่หลังจากที่ความวุ่นวายในครั้งอดีตเกี่ยวกับการโค่นล้มคนที่รู้ว่าใครผ่านไป ดังไปทั่วห้องโถงใหญ่

"ในปีนี้พิเศษกว่าทุกปีเพราะฮอกวอตส์ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่"

"การประลองเวทย์ไตรภาคี" หลังจากสิ้นคำพูดก็สร้างเสียงฮือฮาให้กับเหล่าพ่อมดแม่มดน้อยได้ไม่ยาก จนทุกอย่างสงบลงเมื่อมักกอนนากัลสั่งให้เงียบเสียง

"ถึงเวลาอันดีแล้ว" มือเรียวที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลายกขึ้นปรบเป็นเสียงดังสามครั้งก่อนประตูห้องโถงใหญ่จะเปิดออก

"ขอต้อนรับนักเรียนจากโบซ์บาตง และอาจารย์ใหญ่มักซีม" สาวงามจากโบซ์บาตรงและชายหนุ่มรูปงามเดินขนาบข้างกันมา ดูจะเป็นสิ่งที่ถูกอกถูกใจนักเรียนชายเป็นอย่างมาก

"และเพื่อนผู้แข็งแกร่ง เดิร์มสแตรงก์ กับศาสตราจารย์ใหญ่ปาสกาล" ความสนใจของนักเรียนฮอกวอตส์ถูกดึงไปด้วยการแสดงที่แสนแข็งแกร่งของนักเรียนจากเดิร์มสแตรงก์เมื่อการแสดงจบลง ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง

"แต่ปีนี้เป็นปีที่พิเศษกว่าในทุกๆครั้งที่จัดการแข่งขันเพราะเราจะมีเพื่อนจากทางฝั่งเอเชียมาเข้าร่วมด้วย พร้อมกับการต้อนรับนักเรียนแลกเปลี่ยนกลับเข้าสู่อ้อมอกของเรา ขอต้อนรับเพื่อนจากมาโฮโคะโทะโระ และอาจารย์ใหญ่ชินมูระ" ดูเหมือนเพื่อนชาวเอเชียจะมีขนาดตัวที่เล็กกว่านักเรียนอีกสองโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะเด็กนักเรียนผู้หญิง แต่สิ่งที่ดวงตาคมซึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่สนใจ ก็คือร่างสูงระหงของใครบางคนที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมของฮอกวอตซ์ซึ่งมีสัญลักษณ์รูปสิงโตปักอยู่

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านคุณแพทริค" ลำตัวสูงโปร่งโค้งลงเพื่อตอบรับคำต้อนรับจากอาจารย์ใหญ่ ก่อนจะเข้านั่งประจำที่ข้างเพื่อนสนิทของตน ในบ้านของกริฟฟินดอร์

ทุกท่วงท่าของผู้มาใหม่ไม่ได้มีแค่เขาที่เฝ้ามองอยู่ แต่มีสายตาอีกหลายคู่เช่นกัน เขารู้ แพทริคสะกดสายตาคนอื่นเสมอไม่ว่าจะทำอะไร มันเป็นมาตลอดตั้งแต่อีกคนเข้ามาเรียนที่นี่ในปีสี่แล้ว...เพราะเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่คอยเฝ้ามองสิงโตตัวนั้นเหมือนกัน

 

.

.

.

.

"ตอนที่นายไม่อยู่อ่ะ มีเรื่องตลกๆเกิดขึ้นเยอะเลย ร้านเกมกลวีสลี่ย์มีของใหม่เพรียบ ...." ผมนั่งฟังเพื่อนสนิทที่มีลักษณะคล้ายหมาพันธุ์ซามอยด์เล่าเรื่องอย่างตั้งใจด้วยรอยยิ้มที่ประดับอยู่เสมอ แดเนียลเป็นคนน่ารัก เป็นสิ่งที่ดีสิ่งแรกหลังจากเรื่องเลวร้ายตอนเข้ามาเรียนที่นี่เกิดขึ้นกับผม ผมย้ายมาจากอเมริกาตามครอบครัวที่เป็นเหมือนนักวิจัย พ่อกับแม่ของผมเจออะไรที่น่าสนใจที่นี่พวกท่านเป็นพ่อมดแม่มดเลือดบริสุทธิ์ที่ใจดีไม่เหยียดเรื่องสายเลือด ด้วยความที่เลือดนักวิจัยมันเข้มข้นทำให้ผมสนใจที่จะเข้าบ้านสลิธีริน ผมอยากศึกษาอะไรบางอย่างที่สำคัญในบ้านหลังนั้น แต่หมวกคัดสรรค์ไม่เห็นด้วยกับผม ผมถูกส่งเข้าบ้านกริฟฟินดอร์ นั่นล่ะถือว่าเป็นความเลวร้ายที่ได้พบ จนได้เจอแดเนียลถึงได้รู้ว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ด้วย

และโชคดีอีกอย่างของผมก็คือ....

"ไอ้อ้วนพูดเยอะไปแล้ว" คริสตัลผู้หญิงที่เป็นดังโชคดีอีกอย่างในบ้านหลังนี้...เธอคือเพื่อนสนิทของแดเนียลและตอนนี้ก็เป็นเพื่อนสนิทของผมด้วย..

แต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้ คือผมแอบรักเธอ...

"ไม่อ้วนสะหน่อยเราอวบต่างหาก" คำตอบของคนถูกว่าพร้อมกับหน้าตาบึ้งตึง ทำให้คนว่าหัวเราะออกมาเบาๆ...สวย รอยยิ้มของเธอยังคงสวยงามเหมือนวันแรกที่เจอ ไม่เปลี่ยนไปเลย...

.

.

.

.

"ออกมาเดินเล่นอะไรในยามวิกาลเหรอครับ คุณแพทริค" ปลายเท้าหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่เขาจำได้ดี...เสียงของคู่ปรับตลอดกาล อย่างเซบาสเตียน แคสเซียส นักเรียนดีเด่นประจำบ้านงู

 

"ยุ่ง!" ใบหน้าเรียวสวยยู่ลงอย่างนึกไม่ชอบใจ ทั้งๆที่แอบออกมาดูดาวเงียบๆเพื่อความสบายใจแท้ๆ ทำไมต้องมาเจอสิ่งที่ทำให้หนักใจด้วย ก็ไม่รู้

"เผอิญฉันเป็นพรีเฟคของโรงเรียน และนายกำลังทำผิดกฎ หนีไปเรียนที่อื่นแค่หนึ่งปี กลับมาถึงกับลืมกฎของโรงเรียนเลยเหรอ"

"จำได้  ...แต่โทษทีแค่อยากจะมาดูดาวจะหักคะแนนก็หักไป แล้วไปไกลๆได้แล้ว" ตัดบทและไล่อีกคนให้ออกห่างจากตัวเอง หมอนี่อันตรายแค่ไหนแพทริครู้ดี

"ฉันก็ขอโทษที ที่ฉันอยากอยู่กับนาย" เขาเลือกที่จะเมินเฉยคำพูดนั้นแม้มันจะมีผลต่อเขาก็ตาม ดวงตาเรียวเหม่อมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวปล่อยให้สมองได้แล่นไปเรื่อยเปื่อย แพทริคตัดขาดตัวเองออกจากการรับรู้สิ่งอื่นๆ ด้วยการสนใจเพียงกลุ่มดาว เหมือนเซบาสเตียนที่สนใจเพียงแต่ใบหน้างดงามของคนตรงหน้า...ผ่านไปหนึ่งปีที่ไม่ได้เจอกันคนตัวขาวที่สูงโปร่งดูจะมีน้ำมีนวลขึ้น ไม่เก้งก้างเหมือนแต่ก่อน...ทั้งงดงามและน่ารัก... กลิ่นหอมอ่อนๆที่มักติดตัวอีกคนอยู่เสมอก็ยังเหมือนเดิม เหมือนกับใจของเซบาสเตียนที่ยังคงเต้นแรงเสมอเมื่อได้อยู่ใกล้

"แพท" เสียงเรียกแผ่วเบาราวกับคนเพ้อเรียกความสนใจจากแพทริคให้ละสายตาจากดวงดาวได้ชั่วขณะ และเมื่อได้สบตาอีกคน แพทริคจึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด

ราวกับโลกหยุดหมุน ใบหน้าหล่อเหลาของเซบาสเตียนเคลื่อนที่เข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากเรียวจะประทับลงมาบนปากของเขา...เหมือนตอนนั้น...มือเรียวออกแรงดันให้อีกคนถอยห่างเมื่อได้สติก่อนจะผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าตัวประสาทเพื่อกลับหอของตนเอง

"ปากก็ยังนุ่มเหมือนเดิมเลย...ฝันดีนะแพทริค" เซบาสเตียนเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ใจของเขายังไม่หยุดเต้นแรงตั้งแต่ตอนที่สบตายันวินาทีที่ได้จุมพิต...จนถึงตอนนี้ คนที่มีอิทธิพลต่อใจของเขาอย่างน่ากลัว...ก็ยังคงเป็นคนที่ชื่อแพททริคอยู่ร่ำไป

.

.

.

หลังจากที่เจอจูบวันนั้น แพทริคก็ไม่ได้แอบออกจากหออีกเลย แม้แต่เวลาที่มีเรียนรวมกับสลิธีรินเขาก็จะพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้เซบาสเตียนให้ได้มากที่สุด จนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าวันนี้ไม่ใช่เวรตรวจโรงเรียนของพรีเฟคหน้าหล่อประจำบ้านงู ถึงได้แอบออกมานอนดูดาวอีกครั้งในคืนนี้

"นายนี่ชอบแหกกฎเสียจริงนะ" สะดุ้งอย่างตกใจ...ให้ตายเถอะหนีไม่พ้นอีกแล้วเหรอ

"ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ และฉันก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร" ประสาทจะแตกยิ่งเห็นใบหน้าคมนิ่งเฉยยิ่งคิดถึงวันแรกที่เจอกัน ความรู้สึกแรกคือไม่ชอบและไม่ถูกชะตา ทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอเพราะอีกคนชอบกวนอารมณ์เขา ชีวิตของแพทริคแค่ไม่ได้อยู่บ้านงูตามที่หวังก็แย่พอแล้ว ยังต้องมามีศัตรูเป็นเด็กบ้านงูอีก

"เราจะคุยกันดีๆไม่ได้เลยเหรอ" ใบหน้าที่เคยทะเล้นปรับเปลี่ยนเป็นความจริงจังจนรู้สึกกดดัน

"สิงโตกับงูจะญาติดีกันมันยาก!!" แต่เขาไม่หวั่นหรอก

"เหรอ แต่ฉันอยากญาติดีกับนายนะ"

"ฝันอยู่เหรอ"

"ไม่รู้สิ" รอยยิ้มน้อยๆปรากฏอยู่บนมุมปากของคนพูด "มาพนันกันไหม"

"พนัน?" วิญญานเฟร็ดกับจอร์จเข้าสิงหรือไงถึงได้มาชวนเขาเล่นพนัน

"การประลองเวทย์ไตรภาคี ถ้าฉันถูกเลือกและชนะ ฉันจะขออะไรนายก็ได้ข้อหนึ่งโดยที่นายไม่สามารถบ่ายเบี่ยงหรือปฏิเสธได้" อะไรก็ได้ที่ว่าต้องไม่ดีต่อตัวเขาแน่ๆ

"แล้วถ้านายแพ้?" ถามอย่างหยั่งเชิงออกไป

"นายจะขออะไรจากฉันก็ได้ข้อหนึ่ง" คำขอที่ผุดขึ้นมาคือขอให้อีกคนเลิกมาปั่นป่วนเขา แพทริคจะขอมันแน่ๆ...แต่

"คำถามคือทำไมฉันต้องพนันกับนาย"

"กลัวเหรอ ตกลงเป็นสิงโตหรือแมว" นิสัยเสียอีกอย่างหนึ่งของเขาคือไม่ชอบให้ใครมาท้า และผลสรุปก็ออกมาเป็นการตอบรับแบบไร้การไตร่ตรองทันที

"ฉับรับพนัน!!!" แทบจะตะครุบปากตัวเองไว้ทันทีที่พูดจบ บ้าเอ้ยเจ้าบ้า

.

.

.

.

ตอนนี้แพทริคกำลังปลอบตัวเองให้ใจเย็นลง แม้จะยากเหลือเกิน พิธีการประกาศตัวแทนกำลังจะเริ่มขึ้น ...สำหรับการแข่งขันเพื่อเกียรติยศชั่วนิรันดร์ จะมีตัวแทนเพียงผู้เดียวที่จะถูกเลือก...ใจเย็นแพทริค คนใส่ชื่อมีมากมายหมอนั่นไม่ถูกเลือกหรอก...ฮือ เขาโกหก แนวโน้มที่เซบาสเตียนจะถูกเลือกมีสูงมากทีเดียว เขารู้ ถ้าเขาเป็นถ้วยอัคนีเขาก็จะเลือกหมอนั่น

"เป็นอะไรรึเปล่า" มือเรียววางบนมือของเขาก่อนจะเขย่าไปมาเพื่อเรียกสติ

"เปล่า ฉันเปล่า" ลนลานตอบออกไป คนฟังเลิกคิ้วดูไม่ค่อยเชื่อคำพูดเขาก่อนจะใช้สายตาเป็นห่วงมองมาที่เขาอย่างหาคำตอบ

"นายใส่ชื่อลงไปเหรอ ทำไมดูลุ้นแปลกๆ" เป็นแดเนียลที่พูดแทรกขึ้นมาช่วยชีวิตของแพทริคไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นเขาต้องยอมจำนนต่อคริสตัลและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแน่ๆ ถึงตอนนั้นคงโดนแดเนียลกับคริสตัลบ่นยาวข้ามวัน

"เปล่า แค่ตื่นเต้นแทนอดัมน่ะ ฉันหวังว่าหมอนั่นจะถูกรับเลือก" โกหกออกไปคำโตและเพื่อนทั้งสองคนก็ยอมลามือไปก่อนจะหันไปสนใจพิธีต่อ เอาความจริงถึงแม้อดัมจะเป็นนักเรียนที่เก่งมากของกริฟฟินดอร์แต่ไม่มีทางสู้เซบาสเตียนได้หรอก

"และคนสุดท้าย...เซบาสเตียน แคสเซียส" ความคิดของเขาเคยผิดที่ไหนล่ะ...หมอนั่นชนะไปแล้วก้าวหนึ่ง

.

.

.

.

"นายอีกแล้วเหรอ" พ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อพบผู้ก่อกวนการนอนดูดาวของตัวเอง...เซบาสเตียนเจ้าเก่าเจ้าเดิม

"ฉันแค่มาหากำลังใจไม่ได้มากวน" คนพูดทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเขา สายตาคมคู่นั้นจ้องไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

"กำลังใจจากการดูดาวน่ะเหรอ" เหมือนเด็กขี้สงสัยเลยนะเขาเนี่ย

"เปล่า ....กำลังใจจากนาย" เหมือนโลกหยุดหมุนยามที่สายตาคมหันมาจ้องมอง ใบหน้าของอีกคนเคลื่อนเข้ามาเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้เขาส่งมือยันอกอีกคนเอาไว้ทัน

"จะทำอะไร" เป็นคำถามโง่ๆ ที่แพทริคเองก็ไม่รู้ว่าจะถามไปทำไม

"ขอกำลังใจ" มือทั้งสองข้างถูกจับออกจากอกก่อนจะถูกอีกคนจับไปวางไว้ให้คล้องคอของเจ้าตัว ริมฝีปากของเขาถูกรุกรานเป็นครั้งที่สาม...แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งที่แล้วที่แค่ประกบปากกัน...มันเป็นจูบที่ลึกซึ้งเหมือนครั้งแรก ต่างกันตรงที่วันนั้นเขาเมา...แต่วันนี้ไม่...

            "นายอาจจะโกรธเกลียดฉันในความคิดของนาย แต่ฉันอยากให้นายรู้ไว้อย่างหนึ่งแพทริค...ฉันดีใจที่อย่างน้อยร่างกายและจิตใต้สำนึกของนายยังคงซื่อตรงต่อความรู้สึกของนายเสมอ" เซบาสเตียนพูดประโยคที่ค่อนข้างซับซ้อนหลังจากถอนจูบออกไป ก่อนที่เจ้าตัวจะประทับจูบลงบนหน้าผากมนอีกครั้ง

"ฝันดีนะ" สัมผัสอบอุ่นบนแก้มนุ่มถูกทิ้งไว้เป็นที่สุดท้าย...กับแพทริคที่นอนนิ่งค้างด้วยหัวใจที่สั่นไหวอยู่อย่างนั้น...

.

.

.

.

"การแข่งขันรอบแรกมีคนเจ็บ ชานซ์ จากโบซ์บาตงขาหักและมีรอยแผลเต็มตัว ฟิลลิปจากเดิร์มสแตรงหัวแตกและฟกช้ำ คิมุระตัวแทนจากเอเชียเจ็บหนักสุดเพราะโดนมังกรสะบัดอัดเข้ากับกำแพงอย่างแรง" มือเรียวจดงานที่อาจารย์ใหญ่มอบหมายให้ไปแต่หูยังคงรับฟังเรื่องที่แดเนียลกำลังคุยจ้ออยู่อย่างตั้งใจ วันนี้แพทริคไม่ได้ออกไปดูการแข่งขันเพราะมีภารกิจซึ่งไดรับมอบหมายมา และมันเกี่ยวกับงานที่เขานั่งคัดลอกอยู่

 

"เหมือนปีของคุณพอตเตอร์เลยถ้าภารกิจต่อไปเป็นชิงตัวประกันจากฝูงเงือกนี่เป๊ะๆเลยนะ" ฟิวส์เพื่อนจากบ้านแบดเจอร์ที่มานั่งร่วมวงด้วยพูดขึ้น คำพูดของฟิวส์ทำให้แพทริคปลดล็อคปัญหาบางอย่างออกได้....การแข่งขันที่ไม่ปกติ

"ไม่เหมือนหรอกเพราะของคุณพอตเตอร์สู้กับมังกรเป็นภารกิจแรก แต่ปีนี้ ต่อสู้กับสิ่งลี้ลับที่ไม่มีทางรู้ว่าคืออะไรในป่าต้องห้ามเป็นลำดับแรก และลำดับที่สองเล่นแรงกว่าปีของคุณพอตเตอร์มาก ปีนั้นทุกคนต้องจับมังกรในถุงเพื่อเสี่ยงโชคว่าใครจะได้เจอพันธุ์ไหน แต่ปีนี้ ...บางคนต้องสู้กับมังกรเป็นฝูงเพื่อสิ่งของที่มีค่าของโรงเรียน และบางคนต้องสู้กับสัตว์ตัวอื่นที่ดุร้ายกว่า"

"คนที่โชคร้ายที่สุดเห็นจะเป็นแคสเซียส หมอนั่นได้เจอกับครึ่งมังกรครึ่งสัตว์ประหลาดที่ดุร้าย" อยู่ดีๆลมหายใจก็เหมือนจะขาดห้วงไปเสียดื้อๆ อาการของแพทริคตกอยู่ในสายตาของเพื่อนสาวคนสนิทโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัว...

"แล้วตอนนี้แคสเซียสอยู่ไหนล่ะ" ดวงตาคมมองอาการของเพื่อนที่นั่งเขียนงานอยู่อย่างตั้งใจ

"ห้องนอนพรีเฟคน่ะ อาการหนักพอตัว" รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนเรียวปากสวยเมื่อปฏิกิริยาของคนที่คอยเฝ้ามองสังเกตุการณ์เป็นไปตามที่เธอคาดเอาไว้

"เป็นห่วงก็ไปเยี่ยมสิ คนฉลาดอย่างนายหาทางเข้าหอสลิธีรินได้อยู่แล้ว" เสียงพูดของคริสตัลดึงความสนใจในวงสนทนาให้หันเหมาหาเธอ ในขณะที่เธอยังจ้องตาของแพทริคอยู่ ทั้งฟิวส์และแดเนียลต่างพร้อมใจกันเงียบ เมื่อเจอความกดดันที่แผ่ออกมาจากคริสตัล

"อย่าบอกว่าไม่ แพทริคการแข่งขันรอบสุดท้ายมันอันตรายมากนะ จะไม่ไปให้หมอนั่นเจอสักหน่อยเหรอ"

"ฉันไม่ได้ห่วงหมอนั่น และถ้าเธอมองทุกอย่างออกเธอจะรู้ว่าใจฉันอยู่ที่ใคร" แพทริคที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น

"นายกำลังโกหกตัวเองต่างหาก ใจของนายมันเปลี่ยนไปนานแล้ว หนีอะไรก็หนีได้แต่อย่าหนีหัวใจตัวเอง นายก็รู้ ว่าเคยมีคนตายในการประลอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมานายอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอหมอนั่นอีกเลยนะ" มือเรียวตวัดไม้กายสิทธิ์เพื่อเก็บม้วนกระดาษให้เข้าที่ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

"มักกอนนากัลรอฉันอยู่ ส่วนเรื่องที่เธอพูด เราค่อยคุยกันอีกทีแล้วกัน" ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนที่ขาเรียวยาวจะก้าวเดินออกจากห้องโถงใหญ่เพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องของอาจารย์ใหญ่อย่างเร่งรีบ

.

.

.

.

"ศาสตราจารย์" คำพูดหยุดชะงักลงเมื่อพบว่าอาจารย์ใหญ่มีแขกเข้าพบอยู่

"อ่า เธอมาพอดีเลย พอตเตอร์ นี่แพทริค นักเรียนเบอร์หนึ่งของฉัน" ใช่แล้วแขกที่ว่าก็คือพ่อมดชื่อดังที่เป็นคนโค่นล้มคนที่คุณก็รู้ว่าใครลงได้

"ยินดีที่ได้พบ คุณแพทริค" ผมยื่นมือไปจับตอบอยางยินดีเมื่อเขายื่นมือมาหาผม

"ยินดีเช่นกันครับ คุณพอตเตอร์"

"เอาล่ะ เธอมีอะไรกับฉันเหรอคุณแพทริค"

"งานที่ศาสตราจารย์ให้ผมไปทำ ผมปลดล็อคมันได้แล้วนะครับ"

"สมกับเป็นเธอแสดงมันให้ดูสิว่าเธอได้อะไรมา" มักกอนนากัลผายมือให้ผมแสดงสิ่งที่ผมหามาได้ให้ดู โดยมีคุณพอตเตอร์คอยดูอยู่อีกคน

ผมสะบัดไม้กายสิทธิ์เพื่อให้สิ่งที่อยู่ในกระดาษแสดงออกมา ตัวอักขระค่อยๆย้ายสลับที่กันจนกลายเป็นสัญลักษณ์รูปร่างแปลกตาคล้ายตัวอักษรโรมัน

"มันมีความหมายว่าอะไรเหรอคุณแพทริค" สายตาคมของคุณพอตเตอร์มองมาที่ผมอย่างต้องการคำตอบ

"คุณสัมผัสถึงบางอย่างได้ผมรู้คุณพอตเตอร์"

"มันคือวงเวทย์โบราณ ที่ถูกเขียนรอบพื้นที่การประลอง ทำให้การแข่งขันดุดันขึ้น วงเวทย์นี้สามารถสะกดทุกอย่างให้อยู่ภายในการควบคุม กรินเดอร์วอลเคยฝึกใช้มันแต่ไม่สำเร็จ ความจริงไม่เคยมีใครใช้มันได้สำเร็จด้วยตัวคนเดียว" สีหน้าเคร่งเครียดของสองคนที่อยู่ตรงหน้า เผยออกมาให้ได้เห็นเมื่อผมเอ่ยพูดจบ

"เธอกำลังจะบอกว่ามีพ่อมดแม่มดมากกว่าหนึ่งคนร่วมกันเขียนอย่างนั้นเหรอ คุณแพทริค"

"ใช่ครับศาสตราจารย์ และแน่นอนว่าไม่ใช่ใครก็ได้ที่เขียนได้”

 

"แล้วเราจะรู้ได้อย่างไงว่าใครเป็นคนเขียนมันขึ้น และทำไปเพื่ออะไร"

"ดูรอบๆ ตัวอักษรของวงเวทย์สิครับ ถ้าลองกลับข้างตัวอักษร ปริศนาก็จะถูกถอดออก" ไม้กายสิทธิ์ถูกโบกไปมาอีกครั้งเพื่อเรียงตัวอักษรตามที่ปากบอก

 “If you can’t fly then run, if you can’t run then walk, if you can’t walk then crawl, but whatever you do you have to keep moving forward.”

"ถ้าบินไม่ได้ให้วิ่ง วิ่งไม่ได้ให้เดิน ถ้าเดินไม่ได้ให้คลาน ทำอย่างไรก็ได้ให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า"

"พวกนั้นต้องการจะทำอะไรกันแน่"

"สร้างกลุ่มเลือดบริสุทธิ์กลุ่มใหม่เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของโวลเดอมอร์ไงครับ"

"และถ้าถามว่าทำไมถึงต้องเป็นตอนนี้ คำตอบง่ายๆก็คือ ถ้วยอัคนีจะเลือกผู้ที่เหมาะสมในการแข่งขัน เมื่อถูกเวทย์ควบคุมถ้วยก็จะเลือกแต่ผู้ที่มีคุณสมบัติของเลือดบริสุทธิ์ และมีพลังแกร่งกล้าที่สุด ในระหว่างการแข่งขันอุปสรรคที่ทวีคูณความรุนแรงจะหล่อหลอมให้ดวงจิตของตัวแทนทั้งสี่คนแกร่งกล้าขึ้น เมื่อถึงรอบสุดท้ายในสวนวงกต ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะถูกกำจัดเพื่อแลกเลือด วิญญาณและพลัง ให้วงเวทย์อีกวงสำฤทธิ์ผล เมื่อสำเร็จ โวลเดอมอร์จะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง"

"มันไม่ใช่วิธีที่เสี่ยงจนเกินไปเหรอ คุณแพทริค"

"เสี่ยงครับเพราะถ้าไม่สำเร็จผู้เขียนวงเวทย์นี้จะสูญสลายหายไป คงเป็นกลุ่มผู้เสพความตายที่เหลือรอดจากการจับกุมเลยเลือกวิธีนี้เป็นทางสุดท้ายในการอยู่รอด และถ้าการฟื้นคืนชีพครั้งนี้สำเร็จจริงๆ โลกเวทย์มนต์คงจะกลับเข้าสู่ยุคมืดอีกครั้ง เพราะการคืนชีพด้วยวงเวทย์ จะทำให้ผู้คืนชีพ เป็นอมตะ"

"ฉันคิดว่าที่เธอมาพบฉันคงไม่ได้แค่มาบอกการไขปริศนาหรอกใช่ไหมคุณแพทริค"

"เป็นคำตอบที่ศาสตราจารย์ก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วนี่ครับ"

"เรื่องนี้พวกฉันจะจัดการเอง เธอไม่จำเป็นต้องเสี่ยงนะแพทริค"

"คุณไม่คิดว่าระดับเวทย์ของคุณ หรือคุณเกรนเจอร์ มันหอมหวานเหรอครับคุณพอตเตอร์ คนเราถ้าคิดจะทำการใหญ่แน่นอนว่าต้องรอบคอบ แค่พวกคุณขยับตัว พวกมันก็จะไหวตัวและลงมือทำทุกอย่างให้รวดเร็วและรุนแรงขึ้น ซึ่งนั่นดูจะไม่ใช่ผลดีเท่าไหร่ ผลของวงเวทย์หากมีการแปลอักษรให้เวทย์มนต์หมุนวนเร็วขึ้น ก็จะกลายเป็นการจุดฉนวนระเบิดครั้งใหญ่ การลงมือครั้งนี้คนพวกนั้นวางแผนดักไว้ทุกทางแล้ว เพราะฉะนั้น เชื่อผมเถอะครับ การลงแข่งนัดสุดท้ายแค่ช่วยดึงความสนใจพวกมันไว้ก็พอ ส่วนวงเวทย์ผมจะจัดการมันเอง"

.

.

.

"ออกมาเถอะคริสตัล ระวังถูกพรีเฟคหักคะแนน" ส่งเสียงทักเมื่อเดินออกมาจากประตูกลที่เป็นทางไปห้องอาจารย์ใหญ่เพื่อเดินกลับหอพักของตัวเอง

"ลดความฉลาดเรื่องพวกนี้ลงบ้างเอาไปเพิ่มเรื่องหัวใจท่าจะรุ่งกว่านะแพท"

"เธอคงไม่ได้มาดักเจอฉันเพื่อพูดเรื่องแค่นี้หรอกใช่ไหม" คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างถูกใจในคำถามนั้น

"ฉลาดตอดเลยสินะ ไหนลองมองตาฉันสิ แล้วพูดอะไรก็ได้ที่นายอยากจะพูด" ร่างระหงเดินมายืนตรงหน้าพร้อมกับดวงตาสวยที่จ้องมองเข้ามาในตาของเขา

"ว่าไงแพทริค ที่บอกว่ารู้สึกกับฉันน่ะ ตอนนี้มีโอกาสบอกแล้วก็พูดมันออกมาสิ" โอเค แพทริคยอมแพ้ เพราะขนาดใบหน้าเรียวสวยยื่นเข้ามาจนจะชิดอาการใจเต้นแรงยังไม่มีเลยสักนิดไม่เหมือนกับตอนแรกที่รู้สึกตกหลุมรัก และไม่เหมือนกับตอนที่ได้สบตากับไอ้บ้าเซบาสเตียน ไม่เหมือนเลย

"พอแล้วถอยออกไปเลยคริสตัล" ดันไหล่บอบบางให้อีกคนออกห่างจากตัวเอง

"ยอมรับแล้วสินะ" รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนเรียวปากสวย ทันทีที่แพทริคพยักหน้ารับ

"เออ ยอม พอใจแล้วใช่มั้ย" คราวนี้เป็นเขาบ้างที่ยกยิ้มขึ้นมาเมื่อหางตาสังเกตุเห็นใครบางคนที่แอบมองอยู่

"พอใจแล้ว ยิ้มบ้าอะไรของนายน่ะ"

"ฉันฝากบอกแดนด้วยนะว่าวันนี้อาจจะไม่กลับหอ แล้วก็..." เดินเข้าไปใกล้เพื่อกระซิบบอกบางอย่างก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางไปยังคุกใต้ดินแทนการเดินไปหอของกริฟฟินดอร์

ประโยคที่บอกกับคริสตัลก็ไม่มีอะไรมากหรอก แต่เดาออกได้เลยว่าเธอคงร้อนใจน่าดู ก็แค่ประโยคที่ว่า...

            "อย่าลืมง้อคนที่แอบตามเธอมาด้วยล่ะ แอมเบอร์น่ะ ดูท่าจะงอนเธอเข้าให้แล้วล่ะ"

 

.

.

.

"แสงแดด สายลม และหมึกยักษ์" บานประตูห้องพรีเฟคถูกเปิดออกทันทีที่จบประโยค ตอนนี้แพทริคได้ก้าวเข้ามาในห้องเดี่ยว ของพรีเฟคบ้านงูทั้งตัวแล้ว ตาเรียวมองไปยังเตียงกว้างที่มีคนนอนอยู่บนนั้น ก่อนจะเดินเข้าไปหา

"เจ็บหนักเหมือนกันนี่" เอ่ยออกมาเบาๆ เมื่อได้สำรวจร่างกายอีกคนจนทั่ว ผ้าพันแผลสีขาวสะอาดถูกพันไว้ในหลายจุด แต่มันคงจะหายทันการแข่งขันรอบสุดท้ายในอาทิตย์หน้าอย่างแน่นอน

"ถ้านายไม่ลืมตา ภายในสามวิฉันจะกลับ" นับหนึ่งถึงสามในใจก่อนจะถอยหลังก้าวเดินไปที่ประตูตามคำบอก แต่ยังไม่ทันได้ก้าวร่างทั้งร่างก็ถูกเกี่ยวรั้งให้ลงไปนอนในอ้อมกอดของคนเจ็บเสียแล้ว

"ใจร้อนจัง" เสียงทุ้มแหบดังอยู่ข้างหู เป็นสัญญาณว่าคนแกล้งหลับได้ตื่นจากการหลับที่ปลอมแปลงแล้ว มืออุ่นสอดประสานเข้ากับนิ้วมือของแพทริคจนไม่มีช่องว่างระหว่างนิ้วเหลืออยู่

"คิดถึงจัง" ริมฝีปากเรียวแตะจูบไปทั่วลำคอขาว

"อื้อ เจ็บอยู่ก็เจียมตัวซะบ้าง" ถึงปากจะบอกแบบนั้นแต่คนพูดก็ยอมอยู่เฉยๆให้คนเจ็บได้เล้าโลมตัวเองอย่างที่เจ้าตัวต้องการ

 

.

.

.

"อ๊ะ เซฟเบาๆ อื้อ" เสียงครางอื้ออึงดังไปทั่วห้องพักของพรีเฟคผู้สง่างาม ของบ้านสลิธีริน ในตอนนี้เซบาสเตียนกำลังมีความสุขจนลืมความเจ็บจากบาดแผลไปหมดสิ้น เมื่อได้กอดคนที่ตัวเองรักจนจมอ้อมอก

"ฮือ อย่าแกล้งสิ อ๊ะ เซฟ!!" ดวงตาเรียวฉ่ำวาวไปด้วยน้ำตาตวัดมองเซบาสเตียนอย่างขุ่นเคือง ยามที่ถูกลดทอนจังหวะลงมากกว่าที่ควรจะเป็นและเน้นแรงในการกระแทกเข้าจุดกระสันแทน

"ยิ่งทำหน้าดุ ยิ่งน่าแกล้งรู้ตัวรึเปล่า" ไม่รอให้คนตัวขาวเอ่ยปากด่าทอ เขาก็จัดการปิดปากอวบอิ่มนั้นด้วยจูบของตัวเอง มันเป็นค่ำคืนที่เขามีความสุข มากจนเกินบรรยาย ยามที่ได้สัมผัสผิวขาวเนียนนุ่มของคนที่รัก ทั้งยามที่ได้สอดใส่และกระแทกตัวตนเข้าไปในตัวอีกคน โดยที่แพทริคยังมีสติดีและเต็มใจยอมเป็นของเขาแบบนี้

.

.

.

"พรุ่งนี้ต้องลงสนามแล้วสินะ" มือเรียวเกลี่ยผมสีน้ำตาลเข้มของคนที่นอนหนุนตักตัวเองอยู่อย่างอ่อนโยน

"คิดอะไรอยู่ ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะหืม" เซบาสเตียนกุมมือเรียวที่เกลี่ยผมตัวเองอยู่เอาไว้ก่อนจะมองตาเรียวเพื่อหาคำตอบ

"ดูแลตัวเองดีๆนะ"

"แน่นอน ฉันจะชนะให้ได้"

"เซฟ ถ้านายชนะนายจะขออะไรจากฉันเหรอ" คนถูกถามชะงักไปเล็กน้อย แล้วค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา

"ขอให้นายตกลงไปฮ็อกมีตกับฉัน และจูบกับฉันใต้ต้นมิสเติลโทล ในวันคริสต์มาสปีหน้า" คำสารภาพรักพร้อมกับคำขอเป็นแฟนที่แฝงมาอยู่กลายๆ ทำให้คนฟังเผยยิ้มออกมาตาม

"นี่เซบาสเตียน ไม่ว่านายจะชนะหรือแพ้ จำไว้นะ ฉันจะทำตามคำขอของนาย ขอแค่นายปลอดภัยกลับมา"

"ฉันจะกลับมาหานายอย่างปลอดภัย ฉันสัญญา"

"อื้อ ฉันก็จะอยู่ให้นายเจออย่างปลอดภัยเหมือนกัน"

"ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ"

"ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่กลัวว่าจะอ่านหนังสือเพลินจนลืมไปรอรับนาย"

"ถ้าเป็นแบบนั้นฉันก็จะหายตัวไปปล้ำจูบนายที่หอสมุดเอง" แพทริคยังคงยิ้มและก้มลงจูบเพื่อตอบรับคำพูดเชิงขู่นั้นเอาไว้ และเพื่อแทนคำสัญญาว่าตัวเขาจะอยู่รอดปลอดภัยเพื่อรอเจออีกคนเช่นกัน

ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นนายต้องปลอดภัยนะเซบาสเตียน....ฉันก็จะพยายามกลับมาอย่างปลอดภัย.... หรือถ้าไม่...ฉันก็ขอให้นายได้กลับมา....

.

.

"ณ บัดนี้ได้เวลาอันควรแล้ว เราจะให้ผู้ที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดซึ่งก็คือคุณเซบาสเตียนเข้าไปก่อน การแข่งขันเริ่มได้" คนถูกเอ่ยชื่อหันไปยิ้มให้กับคนรักตัวขาวที่ยืนอยู่มองอยู่อีกฝั่งรั้วกลั้นรวมกับนักเรียนคนอื่น พอได้รับรอยยิ้มตอบกลับเซบาสเตียนก็เดินเข้าไปในสวนวงกตเพื่อเริ่มการแข่งขัน

"มืดจังแฮะ" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนมุมปาก เมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างหลังของตัวเอง

"สตูเปฟาย" คาถาสะกดนิ่งถูกร่ายออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำเซบาสเตียนหันกลับไปมองเป้าหมายด้วยความพึงะอใจก่อนจะสาวเท้าออกวิ่งไปด้วยความรวดเร็ว ...พวกตัวแทนกำลังตกอยู่ในอันตรายรวมถึงตัวเขาเองก็ด้วย คนที่ถูกคาถาคือพ่อมดมืดที่หนีการจับกุม เขาหวังว่าเรื่องการแข่งขันที่ไม่ชอบมาพากลนี้จะมีใครสักคนเอะใจไม่เช่นนั้น พวกเขาคงหาทางรอดได้ยาก....

"เอกซ์เปลลิอามัส" ปลายไม้กายสิทธิ์ชี้ตรงไปที่มือของแม่มดภายใต้หน้ากากคนหนึ่งที่กำลังจะปลิดชีวิตตัวแทนจากโบซ์บาตง คาถาปลดอาวุธถูกนำมาใช้เพื่อปัดคาถานั้นและปลดอาวุธไม่ให้แม่มดคนนั้นได้สู้ต่อ

"โอ๊ะ โอ่ว ดูซิใครมา" เสียงเล็กแหลมฟังดูหลอนประสาทส่งออกมาทันที่เธอเห็นเขา

"เมอร์บิวซ่า" ศาสตราจารย์พิเศษสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของฮอกวอตส์ มิน่าล่ะ

"ตกใจเหรอ คุณเซบาสเตียนศิษย์คนเก่งของฉัน" น่ารังเกียจ ....ความคิดแรกที่โผล่เข้ามาในหัวของเซบาสเตียนในตอนนี้

"คุณทำแบบนี้ทำไม!!"

"ไม่เอาสิเด็กน้อย ฉันทำเพื่อกอบกู้โลกเวทย์มนต์ต่างหาก"

"ด้วยการฆ่าคนบริสุธิ์?"

"ยังไม่ได้ฆ่าแต่เดี๋ยวก็ได้ฆ่าแล้ว ...จงดีใจเสียเถิดที่ได้สละชีวิตเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านลอร์ด" รอยยิ้มแสยะมาพร้อมกับเงามืดที่โรยตัวลงมาสมทบ แย่แน่ๆ ลำพังตัวเขากับตัวแทนอีกสามคนที่ล้อมวงมายืนชนหลังกัน คงต้านได้ไม่นานเท่าไหร่... เขาหวังให้ใครสักคนเห็นถึงความผิดปกติโดยไว ....ในช่วงเวลาระหว่างนั้น เซบาสเตียนจะสู้จนถึงที่สุดเพื่อที่จะรอดกลับไปหาหัวใจของเขา....

.

.

.

"เพ็ตตริฟิคัส โททาลัส" "ฟุ่บ!" ร่างสูงใหญ่ล้มลงเมื่อถูกคาถาเสกให้แขนขาติดกับลำตัว

"กว่าจะหมด" มือเรียวปากเหงื่อบนขมับออก ขายาวก้าวไปตรงจุดศูนย์กลางของวงเวทย์ที่ถูกผู้คุ้มกันฝ่ายมืดปกป้องเอาไว้

"เอกซ์เปลลิอามัส" ไม้กายสิทธิ์ลอยออกจากมือขาวในขณะที่กำลังจะร่ายคาถาเปลี่ยนทวนกระแสเวทย์

"สวัสดีคุณแพทริค" เงาดำปรากฏตัวชัดขึ้นอยู่ตรงหน้า

"สลาร์ลอส" พ่อมดมืดที่หลบหนีการจับกุมจากสงครามโลกเวทย์มนต์ ในยุคที่ลอร์ดโวลเดอร์มอยังมีชีวิตอยู่

"ดีใจจังที่พ่อมดเลือดบริสุทธิ์จากครอบครัวที่สูงส่งจดจำชื่อฉันได้"

"เอาความจริงฉันไม่ได้อยากจำเลยสักนิด" ใบหน้าเรียวสวยเชิดรั้นขึ้นอย่สงถือดี ยั่วโทสะพ่อมดแห่งเงามืดได้ไม่น้อย

"ปากดีนักนะ ฉันก็อยากจะรู้นักว่าเด็กบ้านสิงโตถ้าเจองูกัดตายจะเป็นเช่นใด"

"เซอร์เฟนซอร์เทีย" งูตัวใหญ่พุ่งออกมาจากไปไม้กายสิทธิ์ นับสิบตัว เป็นผลมาจากวงเวทย์ที่ทำให้เวทย์มนต์ของผู้เขียนทวีความรุนแรงขึ้น

"หึ ว่ายังไงนักเรียนเบอร์หนึ่งของมักกอนนากัล จะรอดพ้นจากงูพวกนี้ได้อย่างไร" สีหน้าของแพทริคแสดงความหงุดหงิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะคลายลงกลายเป็นรอยยิ้มแสยะ ที่ไม่เคยมีใครได้เห็น

"รู้ได้อย่างไงว่าฉันอยากเป็นสิงโต แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเลือดบริสุทธิ์อย่างฉันจะตายเพราะงู" ตาเรียวเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน จนสลาร์ลอสที่เคยยิ้มย่องอย่สงได้ใจหน้าเสีย

"เคยได้ยินคำว่าหมองูได้เพราะงูไหม" มุมปากสวยกระตุกขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลใสแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอมเขียวได้อย่างน่าประหลาดใจ

"ฟุบ!!" "อ๊าก!!!!" งูนับสิบตัวพุ่งกลับเข้าใส่ผู้เสกมันออกมันและโจมตีทั้งฉก กัด รัด จนสลาร์ลอสไม่ทันตั้งตัว เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วบริเวณ

"แก แกเป็นพาร์เซล เมาส์"

"ว้า~ ความลับแตกเสียแล้วสิ" มันคือความลับที่เขาไม่เคยบอกใครมีคนรู้แค่คนในครอบครัวและเจ้าบ้าเซบาสเตียนที่เจอแพทริคคุยกับงูตอนเข้ามาเรียนที่ฮอกวอตส์แรกๆ การที่เขามีพลังอำนาจพิเศษ เช่นนี้คือเหตุผลที่เขาอยากอยู่สลิธีริน...เพื่อศึกษาหาต้นตอและทิศทางในการใช้ให้ได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น..

"สตูเปฟาย!!" มือใหญ่ของพ่อมดฝ่ายมืดยังไม่ทันได้ตวัดปลายไม้เอ่ยคาถา คนตัวขาวที่ถูกเรียกว่าพาร์เซล เมาส์ ก็ร่ายคาถาหยุดนิ่งใส่เสียก่อนทำให้สลาร์ลอสกลายเป็นเป้านิ่งให้งูนับสิบตัวรุมสังหาร

"ฉันเป็นได้มากกว่าที่แกคิด สลาร์ลอส อย่าคิดกำจัดฉันด้วยเพื่อนของฉัน เจ้างูพวกนี้ ไม่มีทางทำร้ายคนที่เข้าใจมัน จำเอาไว้ อีกเรื่องก่อนแกจะหมดลมหายใจ ฉันไม่ใช่สิงโต และไม่ใช่งู แต่ฉันคือข้อยกเว้นของทุกสิ่ง ...และฉันไม่ได้เลวเหมือนพวกแก!" คนถูกเสกให้หยุดนิ่งได้แต่ทนทรมานกับพิษงูที่ค่อยๆทำร้ายโสทประสาทของตัวเอง แพทริคช่างอันตราย...เป็นคนที่มีพลังอำนาจมากมายอย่างร้ายกาจ...

มือเรียวสะบัดไม้กายสิทธิ์ไปมาในอากาศ หากคนธรรมดามองเห็นภาพนี้คงคิดว่าแพทริคเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ แต่ไม่ใช่สำหรับผู้วิเศษทั้งหลายที่มีพลังอำนาจแกร่งกล้า...ซึ่งจะมองออกว่าเขากำลังทำอะไร...

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!" แม่มดฝ่ายมืดอีกสองคนโผล่ออกมาจากห้วงมิติ แต่ไม่สามารถก้าวย่างหรือเสกคาถาเข้าหาตัวเพื่อหยุดแพทริคได้ เพราะเกราะของเวทย์มนต์สีใสที่ไม่สามารถมองเห็นได้คุ้มกันผู้สร้างมันเอาไว้อยู่

"วิเปอร์ร่า อิวาเนสก้า" คาถากำจัดงูถูกใช้เมื่องูตัวใหญ่นับสิยที่สังหารสลาร์ลอสจะเข้ามาโจมตีผู้มาใหม่เมื่องูถูกกำจัดไปจนหมด แม่มดฝ่ายมืดทั้งสองคนจึงหาทางที่จะฆ่าแพทริคต่อ คาถามากมายถูกเสกให้พุ่งเข้าโจมีแพทริคแต่ไม่มีคาถาใดถึงตัวแพทริคได้แม้แต่คำสาปพิฆาต

"เจ้าเด็กนั่น.." ความหวั่นวิตกก่อตัวขึ้นในจิตใจของแม่มดทั้งสองอย่างมากมายมหาศาล

"เส้นเวทย์มนต์กำลังเปลี่ยน มันหมุนย้อนกลับ!!!" เกราะป้องกันถูกลดลงเมื่อเส้นเวทย์มนต์ถูกปรับเปลี่ยน ร่างระหงถูกล้อมรอบไปด้วยอักขระโบราณ จากวงเวทย์ ดูสง่าและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ขาเรียวยาวก้าวเข้าหา แม่มดทั้งสองที่ชี้ไม้กายสิทธิ์เข้าหาตน

"ไม่ร่ายคาถาต่อแล้วเหรอ"

"คงร่ายไม่ได้สินะ พวกที่พึ่งพลังจากวงเวทย์น่ะ เมื่อมันถูกทวนย้อนกลับ...เวทย์พวกนั้นก็จะเข้าหาตัวเอง

"แก แกทำได้ยังไง"

"เพราะฉันคือข้อยกเว้นยังไงล่ะ" ไม้กายสิทธิ์ถูกเก็บไว้ข้างลำตัว

"ได้เวลารับผลจากเวทย์มนต์ที่มืดบอดของพวกท่านแล้ว ลาก่อน" แพทริคโค้งตัวลาอย่างสุภาพก่อนจะหายตัวไปจากบริเวณนั้นทิ้งให้คาถาที่แม่มดสองคนได้เสกก่อนหน้านั้นย้อนกลับไปทำร้ายผู้เสกเอง...

.

.

.

"ครูซิโอ" ร่างสูงตกกระทบลงกับพื้น คำสาปกรีดแทงที่เขาได้รับกำลังทำร้ายเขาให้เจ็บปวด เซบาสเตียนพลาดท่าอย่างไม่น่าให้อภัย

"55555 ถึงจะเก่งแค่ไหนแกมันก็แค่ลูกหมาสำหรับฉัน"

"โอ๊ะโอ่ว ดูเหมือนเพื่อนอีกสามคนของแกพร้อมที่จะเป็นเครื่องสังเวยแล้วสินะ เสียดายจริงที่ฉันร่ายคำสาปพิฆาตใส่พวกแกไม่ได้ เพราะพวกแกต้องสังเวยชีวืตขณะที่มีลมหายใจอยู่เท่านั้น"

"อ๊าก!!!" เสียงร้องโหยหวนของพ่อมดแม่มดฝ่ายมืดที่ผูกติดกับวงเวทย์ดังไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างจะกลายเป็นผุยผง

"เกิดอะไรขึ้น!"

"เอกซ์เปลลิอามัส" ไม้กายสิทธิ์ของเมอร์บิวซ่าหลุดออกจากมือแล้วลอยไปหาคนที่เสกคาถาปลดอาวุธออกมา

"คุณนี่เล่นละครเก่งจริงๆนะ ศาสตราจารย์" ร่างสูงระหงปรากฏกายขึ้นอยู่ตรงหน้าของเมอร์บิวซ่า คาถาสร้างเกราะป้องกันถูกร่ายเพื่อปกป้องสี่ตัวแทนรวมถึงเซบาสเตียนเองด้วย

"แก!"

"ครับ ศาสตราจารย์" รอยยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรนักมาพร้อมกับไม้กายสิทธิ์ที่ถูกหักเป็นสองท่อน

"อะวาดา เคดาฟ-รา" ดูเหมือนการหักไม้กายสิทธิ์ของเมอร์บิวซ่าทิ้งจะเปล่าประโยชน์เมื่อสุดท้ายเธอก็เรียกอันใหม่มาอยู่ในมือของเธอได้อยู่ดี ทันทีที่มือได้จับไม้กายสิทธิ์คำสาปพิฆาตก็ถูกร่ายออกมาอย่างไม่เสียเวลาประมวลผล แสงสีเขียวพุ่งตรงมายังแพทริค อย่างมั่นคงและรุนแรง

"เอกซ์เปลลิอามัส!!" ลำแสงสีน้ำเงินพุ่งสวนออกไปประทะ จนเกิดแรงลมครั้งใหญ่

"แพท!!!" เซบาสเตียนตะโกนเสียงดังอย่างวิตกเมื่อลำแสงสีเขียวดันเข้าใกล้ตัวจองแพทริคจนน่าใจหาย

"เหมือนนักเรียนเบอร์หนึ่งของมักกอนนากัลจะไม่เก่งเท่าไหร่เลยนะ"

"ลาก่อนจ้ะเบบี๋" ริมฝีปากสีดำราวกับปิศาจของเมอร์บิวซ่าแย้มยิ้มออกมาด้วยความสะใจและเย้ยหยันอยู่ในที

"ไม่นะ ลดเกราะลงสิ ได้โปรดล่ะแพทริค ให้ฉันได้ออกไป" คาถานับสิบถูกร่ายออกมาจากปากของเซบาสเตียนเพื่อให้เกราะเวทย์มนต์เปิดทางให้เจ้าตัวได้ออกมาแต่ก็ไม่เกิดผลแม้สักคาถาเดียว

"เงียบน่า เซฟ นายบาดเจ็บอยู่ อยู่เฉยๆ ฉันไม่มีสมาธิ" คนถูกดุกำลังจะอ้าปากพูดอีกรอบซึ่งไม่ทันได้พูดต่อ แพทริคก็พูดขึ้นมาซะก่อน

"เชื่อใจฉัน"

"สั่งลากันเสร็จรึยัง ฉันจะได้ส่งแกไปลงนรกสักที" รอยยิ้มแสยะกับสายตาแห่งชัยชนะ ปรากฏให้เห็นพร้อมกับคลื่นพลังที่มากขึ้น

"พลังเยอะดีนี่ครับ....การกัดกินวิญญาณคนอื่น ครอบครองเอาพลังของคนตาย คุณไม่รู้สึกผิดบ้างเหรอ"

"แกดูออก..."

"มันก็ไม่อยากเกินจะสัมผัสนี่ครับ และหนึ่งในนั้นคืออีเด็น สามีของคุณ คุณทำได้ยังไงครับเมอร์ ศาสตราจารย์ที่ผมเคารพ ทำไมถึงเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้" ดวงตาเรียวมองสบกับเมอร์บิวซ่า

"พวกแกมันโง่ไงฉันไม่เคยรักอีเด็น หึ คนที่ฉันรักคือสลาร์ลอส และเพราะพวกจุ้นจ้านอย่างแก เขาถึงต้องหนี เขาเคยเกือบตายเพราะมือปราบที่ชื่ออีเด็น คนอย่างอีเด็นน่ะ สมควรแล้วที่จะต้องตาย!!"

"งั้นเหรอครับ" มือเรียวกำไม้กายสิทธิ์แน่นขึ้นแสงสีน้ำเงินค่อยๆดันแสงสีเขียวกลับไป

"ขอบคุณที่ทำให้ผมมั่นใจ"

"ว่าคนที่ควรจะต้องไปลงนรกน่ะ คือคุณ!!" สิ้นประโยคนั้นแสงสีน้ำเงินก็วิ่งแทรกแสงสีฟ้าไปยังตัวของเมอร์บิวซ่า พลังที่ประทะกันต่างพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ ร่างของเมอร์บิวซ่าแหลกสลายกลายเป็นเพียงเท่าถ่าน....และร่างของแพทริคที่ตกกระทบลงสู่พื้นเพราะแสงสีเขียวที่พุ่งมาถูกตัว

"ไม่นะ!!!!" ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มออกมาเมื่อดวงตาสบกับเซบาสเตียนที่อยู่ในเกราะป้องกัน...แค่เห็นว่าอีกคนปลอดภัยเขาก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว...เปลือกตาบางค่อยๆปิดลง พร้อมกับเกราะป้องกันที่หายไป...ดั่งลมหายใจที่รวยริน

.

.

.

          "สามวันแล้วนะที่หลับไป..ไหนบอกจะอยู่รอให้กลับมาอย่างปลอดภัยไง" มือขาวซีดของแพทริคถูกเซบาสเตียนจับกุมขึ้นมาแนบแก้มของเจ้าตัว ใจของเซบาสเตียนปวดร้าวไปหมด ตั้งแต่เห็นอีกคนล้มลงในวันนั้น จนวินาทีที่หมอมาตรวจและบอกกับเขาว่า ไม่สามารถบอกได้ว่าเพราะอะไรอีกคนถึงยังไม่ฟื้น...

          "ทุกคนคิดถึงแพทนะ ตื่นได้แล้วนะคนดี" 

.

.

.

         "อีกสองอาทิตย์ก็จะสอบแล้วนะ อย่าขี้เซานักสิ" 

         "รู้หรอกว่าเก่งไม่อ่านก็สอบได้ แต่...เซฟอยากให้นายตื่นขึ้นมานะ มาติวให้เซฟหน่อย...เพราะเซฟอ่อนกว่าแพทเยอะเลย" ผมนุ่มของคนที่นอนหลับใหลถูกลูบไปมาด้วยความอ่อนโยนของเซบาสเตียน ก่อนที่หน้าผากเนียนจะถูกฝากจุมพิตแสนหวานเอาไว้...

.

.

.

          "วันนี้คุณหมอจากเซนต์มังโกเข้ามาตรวจอาการของแพทด้วยล่ะ เขาบอกว่าร่างกายของแพทในตอนนี้ไม่มีอาการบาดเจ็บหรือฟกซ้ำแล้ว ปกติดีทุกอย่างยกเว้นการที่แพทนอนหลับไม่ยอมตื่น พรุ่งนี้ก็จะปิดภาคเรียนแล้ว จะไม่ตื่นมามองกันจริงๆเหรอคนดี" หัวใจของเซบาสเตียนเต้นอย่างเชื่องช้าและเจ็บปวดในทุกๆวัน...ปิดเทอมนี้ถ้าคนรักของเขายังไม่ตื่น พ่อแม่ของอีกคนก็จะพาตัวแพทริคกลับอเมริกา เพื่อไปพักรักษาตัวที่บ้านเกิด เซบาสเตียนได้แต่ภาวนาให้แพทริคตื่นขึ้นมามองหน้าเขา เพราะเขาคงแทบหมดลมหายใจหากต้องอยู่ไกลกันทั้งที่อีกคนยัวหลับใหลไม่มีทีท่าว่าจะตื่นอยู่แบบนี้...

          "เซฟจะรอ...รอวันที่แพทตื่นขึ้นมามองตาเซฟอีกครั้งนะครับ" 

.

.

.

          "นายควรกับไปพักนะเซบาสเตียน" ตาคมละจากใบหน้าเรียวสวยของแพทริคเพื่อมองไปยังคนที่พูด

          "พวกเธอไปพักเถอะแดเนียลจะตกเก้าอี้อยู่แล้ว ส่วนฉัน ขอนอนอยู่ที่นี่แล้วกัน"

          "แต่นายดูอิดโรยมากเลยนะ"

          "ฉันยังไหวคริสตัล ให้ฉันได้อยู่กับแพทเถอะ เพราะพรุ่งนี้ฉันก็จะไม่ได้ทำแบบนี้แล้ว" ดวงตาเรียวสวยของคนฟังวูบไหว ก่อนที่จะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ มือเรียวตบที่บ่ากว้างเพื่อให้กำลังใจ แล้วลากตัวเพื่อนที่กึ่งหลับกึ่งตื่นเดินออกไปจากห้องพักฟื้นของแพทริค

          "พรุ่งนี้แพทจะได้กลับบ้านแล้วนะ ดีใจใช่มั้ย" 

          "แต่เซฟไม่ดีใจเลย..." น้ำตาสีใสไหลลงมาโดยที่เจ้าของมันอย่างเซบาสเตียนไม่รู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ

           "ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง เซฟขอภาวนาให้พรุ่งนี้เช้าตื่นมาแล้วได้เจอรอยยิ้มของแพท ต่อให้โอกาสจะมีน้อยมากก็ตาม"

          "ส่วนคืนนี้เซฟจะนอนกอดแพทไว้ เหมือนที่แพทชอบให้เซฟกอด"

          "ฝันดีนะครับ ที่รัก"

.

.

.

        "เซฟ" 

        "เซฟตื่น" แรงเขย่าที่แขนพร้อมกับเสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้คนที่ยังไม่หลุดออกจากโลกแห่งความฝันดี กอดรัดคนในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย 

        "เซฟ ย๊าห์!!!! ตื่นสิ" เสียงเรียกดังขึ้นเรื่อยๆ จนเซบาสเตียนต้องยอมจำนนและลืมตาขึ้น

         "นิ่งเลยปล่อยหน่อยดิหิวน้ำ" ใบหน้าเรียวสวย ริมฝีปากอวบอิ่มที่ขับเขยื้อนเอ่ยถ้อยคำ ดวงตาสีสวยที่เขาชอบมอง...ราวกับฝันไป

         "ช่วยบอกทีว่านี่ความจริงใช่ไหม" 

          "คิดว่าฝันเหรอ"

         "มากๆ" รอยยิ้มที่เคยหวังว่าจะได้เห็นอีกครั้งเผยออกมาจนพาให้รอบข้างส่างไสวตาม

         "จุ๊บ" สัมผัสอุ่นร้อนแนบลงมาที่ปากของเขาก่อนจะหายไปเมื่ออีกคนผละออก

         "เชื่อรึยังว่าไม่ได้ฝัน" 

         "เชื่อแล้ว" อ้อมแขนโอบกระชับคนรักเข้ามาใกล้จนแทบไม่เหลือช่องว่าง ใจของเขาเต้นแรงเหือนจะหลุดออกมา ในที่สุดสิ่งที่เขาเฝ้าภาวนาก็เป็นจริง...คนรักของเขาตื่นขึ้นมายิ้มให้เขาแล้ว....

          "ขอบคุณนะ ขอบคุณที่ตื่นมาเจอกัน" คนตัวขาวหัวเราะน้อยๆ แล้วเอ่ยตอบกลับมา

           "ขอบคุณเหมือนกันที่ปลอดภัย" 

.

.

.

          "เหนื่อยมั้ย" 

          "ม่ายยยยยย" คำตอบกับท่าทางแสนน่ารัก ทำเอาคนมองอดยิ้มออกมาไม่ได้ คนรักของเขาช่างน่ารักเสียเหลือเกิน

          "แต่ไม่น่าหลับไปนานเลย ต้องมาสอบย้อนหลัง เหมือนพวกมักเกิ้ลยังไงยังงั้น ดีที่สอบเสร็จวันนี้ไม่งั้นเบื่อตายพอดี" 

         "ขี้บ่น" จมูกโด่งถูกบีบอย่างเบามือด้วยความเอ็นดู

         "เปล่าสักหน่อย มานอนกอดกัน" แขนเรียวอ้าออกพร้อมกับรอยยิ้มอ้อน คิดว่าเซาสเตียนจะปฏิเสธเหรอ...ไม่มีทางซะล่ะ

         "นี่" ตาเรียวช้อนขึ้นมามองเขาเมื่อถูกเขากอดจนจมอก

          "ครับ"

         "เสาร์นี้ ไปฮอกส์มี้ดกันนะ" 

         "เซฟต้องชวนไม่ใช่เหรอ" กดปลายจมูกลงบนแก้มนุ่มย้ำๆ 

         "งื้อ ใครจะชวนก็เหมือนกันนั่นแหละ" 

        "เพราะสุดท้าย...แค่มีเราไปด้วยกันก็พอแล้วล่ะ" อ่า ถ้าน่ารักขนาดนี้ วันนี้คงไม่ได้นอนกอดเฉยๆแล้วล่ะครับ....บางทีแพททริคอาจจะไม่มีแรงไปฮอกส์มี้ดในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้ เซบาสเตียนรายงาน...

        

         

   

 

       

 

 

 

.......................................................................END........................................................................


 

Sebastian Cassius




   ขอโทษที่อัพช้านะคะ คิดถึงงงง

 ขอบคุณที่คอยเตือนเวลาพิมพ์ผิด เราเบลอเอง 5555

จำตัวเองมากที่รู้ว่าพิมพ์หลอดแทนลอร์ด

ขอบคุณนะคะที่ติดตาม รักนะ??’•

 

 

        

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #1645 papapaphung (@pheephung) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:31
    กรี๊ดๆๆๆๆ องบินที่ดี คู่แรร์น้ำตาจะไหล ชอบมากค่ะ
    #1645
    0
  2. #1641 ploy-taemin (@ploy-taemin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 01:00
    แพทททท เก่งมากค่ะ แต่งเป็นเรื่องยาวได้ไหมอินเหลือเกินนนน
    #1641
    0
  3. #1640 bigbossnova (@sosokiss) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 22:12
    ท่านลอร์ดน่าจะเขียนแบบนี้นะคะ //แพทลูกแม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ
    #1640
    0
  4. #1639 Jaehyunn (@Jaehyunn) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 18:14
    เจ้าแพท อย่าเป็นอะไรนะลูก
    #1639
    0
  5. #1638 pim siriyakorn (@0877895387) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 15:30
    ฮื่ออ แพทอย่าเป็นอะไรนะ
    #1638
    0
  6. #1637 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 13:27
    สวยจังเลยลูก 5555555555555555555555555555555
    #1637
    0
  7. #1636 Mint Sch (@siri-ch36) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 13:12
    อ่อนโยนกับเราด้วยค่า ฮือออออออ
    อย่าเป็นอะไรนะ
    #1636
    0
  8. #1635 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 10:30
    ไรท์คะ;-; อ่อนโยนกับทั้งคู่ด้วยนะคะ เราไม่อยากร้องไห้55555555
    #1635
    0
  9. #1633 ploy-taemin (@ploy-taemin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 06:00
    ต้องรอดกับมานะทั้งสองคนนนน ชอบแนวนี้ตามหามานานมาก รักทุกเรื่องของไรท์เลย
    #1633
    0
  10. #1626 zatomi (@luciferded) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 10:35
    ต้องปลอดภัยสิ
    #1626
    0
  11. #1625 soofee26 (@soofee26) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 06:42
    แงงงงง ต้องปลอดภัยทั้งคู่สิ นะๆๆๆๆๆ
    #1625
    0
  12. #1624 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 01:30
    ไรท์กลับมาแล้ววววววว แง้ คิดถึงนะคะ // ต้องปลอดภัยทั้งคู่น้าาาาา ห้ามเป็นอะไรรร
    #1624
    0
  13. #1623 PinkPigJJ (@PinkPigJJ) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 22:06
    ต้องปลอดภัยทั้งคู้น้าาาาาแงงงงง ยอมรับใจตังเองแล้วนะคนดี ต้องจบแบบแฮปปี้ๆสิ ㅜㅡㅜ สู้ๆค่าไรท์
    #1623
    0
  14. #1622 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 20:54
    คิดถึงไรท์เหมือนกันคับ;-;
    #1622
    0
  15. #1620 bigbossnova (@sosokiss) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 17:53
    โอ๊ยยยยยหัวใจพรี่
    #1620
    0
  16. #1619 S3cy (@S3cy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 17:38
    ฮือ แพทกะคุณองต้องปลอดภัยนะ ;____; แต่ว่าฟินชะมัดที่ยัยน้องยอมเป็นของคุณองกลายๆ กรี้ดดด ชั้นชอบธีมฮอกวอตตต
    #1619
    0
  17. #1618 วาฬห้าสอง (@stonex) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 16:52
    น้องงงงงง อย่าเป็นอะไรไปนะคะคนดี หนูต้องได้กลับมา เซบาสเตียนก็ต้องได้กลับมาอย่างปลอดภัยเหมือนกัน ;-;
    #1618
    0
  18. #1616 lalalinn (@lpprapaporn) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 21:54
    กี้ดดดดดเด คุณองงงงงง ㅜ//////ㅜ
    #1616
    0
  19. #1615 Nookser (@Nookser) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 00:32
    คุณองมาแล้วววววววว กรี๊ดดดด ไบแอสๆๆๆ หนูชอบบบ ฮื้ออ
    #1615
    0
  20. #1614 J'Sun (@lovelyztk) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 23:15
    จิกเท้าแรงมากกกกก กรี๊ดดดด คุณองงง เรือพี่ๆๆๆ
    #1614
    0
  21. #1612 Jannie8761 (@janny_8761) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 22:45
    กรี๊ดดดดด คุณองงงงง
    #1612
    0
  22. #1611 NJKBX6 (@naingningncp) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 22:37
    โอ๊ย ใจเต้นแรงมาก คุณอ๊งงงง แง่ โอ๊ยเขิน หูร้อนเลย เขินมาก แง่ ออต๊อคเค ไรท์สู้ๆงั้บ!
    #1611
    0
  23. #1609 JannieJK (@jenniek) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 22:02
    คุณองนี่เองกริ๊ดดดดดด
    #1609
    0
  24. #1608 Rbhb (@Rbhb) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:53
    กรี้ดดดดด คุณอง รอต่อเลยค่าา 
    #1608
    0
  25. #1607 หมูYoY (@998866443322) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:24
    องบิน องบิน องบิน องบิน กรี๊ดใส่โอ่งงงงง รอนะคะ รอเสมอ ช่วยสองต้องดูแลตัวเองนะคะไรท์ ไฟท์ติ้งค่ะ เลิ้บๆ
    #1607
    1