ตอนที่ 11 : Engineering Children 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 306 ครั้ง
    5 มี.ค. 62

Engineering Children 11


“เป็นแฟนกันสิ เดี๋ยวรับผิดชอบตลอดชีวิตเลย”


เนียนไปแล้วนะ!


“ว่าไง” เขาหันใบหน้าด้านข้างมามอง ผมมุดใบหน้ากับแผ่นหลังเขายิ่งกว่าเดิม เขินจนไม่รู้จะเขินยังไง สุดท้ายผมก็ส่ายหน้าไปมาพร้อมปล่อยเอวอีกฝ่าย ดรอปหันมามองก่อนจะก้มหน้าลงนิดหน่อย ท่าทางเขาเหมือนเสียดายแต่มันดูไม่เสียดายเท่าไหร่ บอกไม่ถูกแฮะ


“เราไม่ง่ายนะ จะบอกให้”


“รู้แล้ว”


“รู้อะไร”


“รู้ว่าจีบยาก เล่นตัวเยอะ”


!!


“แต่โดยรวมแล้ว...น่ารักว่ะ”


ไม่ๆ ไม่! ใครสอนให้เขาพูดประโยคแบบนี้กัน ผมรีบก้าวขาเดินเข้าไปในห้องเพื่อหลบสายตาคม อย่างน้อยก็ใจชื่นมากกว่าเดิม ดรอปไม่ได้เย็นชาสักหน่อยเราคงคิดมากไปนั่นแหละ ผมเดินมานั่งบนโซฟาหน้าทีวีก่อนจะเปิดหาหนังดู คืนนี้ต้องไปเที่ยวผับ กินเหล้า พูดถึงเหล้าก็อยากกินนิดหน่อยแฮะ


“หิวไหมฝัน”


“นิดหน่อย มีอะไรกินบ้าง” ผมพูดขึ้นโดยที่ตายังมองหน้าจอทีวีไม่ไปไหน เสียงก้าวเท้าเดินห่างไป คาดว่าดรอปน่าจะไปหาขนมมาให้กินแน่นอน


“กินไหม”


ดรอปเดินกลับมาพร้อมขนมเค้กช็อกโกแลต หน้าตาน่าทานมาก ผมพยักหน้าลงก่อนจะหยิบช้อนมาตักกิน เพียงแค่ลิ้นสัมผัสก็รับรู้ได้ทันทีว่าเค้กก้อนนี้เป็นฝีมือใคร อยากรู้นักว่าพ่อแม่เขาสอนลูกชายแบบไหนลูกชายถึงเก่งการทำอาหารแบบนี้ ผมก็ทำอาหารเป็นนะแต่ไม่แน่ใจว่าอร่อย


ของดรอปมันอร่อยมาก


“ไม่กินด้วยกันเหรอ”


“กินเถอะ”


เขานั่งลงด้านข้างก่อนจะแกะกระดุมเสื้อนักศึกษาจนหมดคล้ายเหนื่อยกับอะไรบางอย่าง สงสัยเหนื่อยกับการเรียน กิจกรรมหนัก หรือเหนื่อยใจกับคนอย่างผม (?) เอาเถอะ ตอนนี้สนใจแค่หนังในจอสี่เหลี่ยมพอ สายตาของผมควรจดจ้องกับหน้าจอแต่ไม่รู้สิ ไม่รู้ทำไมชอบเหลือบหางตาไปมองหน้าท้องเป็นลอนของเขา


ดรอปไม่ระวังตัวเลย


เอ๊ะ! หรือเขาตั้งใจอ่อย


ผมละสายตาจากหน้าท้องเป็นลอน เจ้าตัวแค่ปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาสีขาวเท่านั้น ผมมองใบหน้าเจ้าของร่างกายที่ค่อนข้างเซ็กซี่ เซ็กซี่ในฉบับผู้ชายตัวโตคนหนึ่ง ใบหน้าของดรอปนั้นไม่มีแววความอ่อยหรืออะไรทั้งนั้น เจ้าตัวเอนหลังพิงโซฟาและหลับตาลงเงียบๆ


ทางสะดวกไปอีก!


ผมกดสายตามองแผ่นอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรง เอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกายเนี่ย ไหนจะหน้าท้องอีก ผมชอบมากที่สุดเพราะมันเป็นลอน ใจจริงก็พยายามออกกำลังกายให้หนักแต่มากสุดก็ได้แค่กล้ามน้อยๆ เอาเถอะ อย่างน้อยก็ดีกว่าพี่หยุดฝนก็แล้วกัน แฝดพี่นั้นนอกจากจะไม่มีกล้ามหน้าท้องแล้ว หน้าท้องยังแบนราบเหมือนผู้หญิงอีก สงสัยพ่อจะให้ผมมานิดหน่อย


อ่า แต่ดรอปก็ไม่ใช่ผู้ชายผิวขาวอะไร ผิวเขาออกจะสีแทนด้วยซ้ำไป แน่นอนว่าผมอยากได้ผิวสีแทน เรียกว่าอยากได้ทุกอย่างที่เป็นดรอป เกิดเป็นดรอปมีแต่ดีกับดี อืม ตอนนี้ผมคิดว่าผมมีสิ่งที่ชอบมากกว่าหน้าท้องเป็นลอนแล้ว สิ่งนั้นก็คือ...เม็ดทับทิมบนหน้าอกดรอปไง


“ฝัน”


มันดูเสน่ห์...แม่งเอ๊ย! โรคจิตกว่านี้มีอีกไหม


“ฝันมองอะไร ฝัน!


เฮือก!


ผมสะดุ้งสุดตัวก่อนจะทำหน้าเหลอหลา พอเลื่อนสายตาไปสบกับดวงตาคม ความร้อนก็แผ่กระจายไปทั่วใบหน้า ดรอปเห็นท่าทางของผมก็ขยับตัวนั่งหลังตรงและรีบติดกระดุมเสื้อตามเดิม การกระทำเหมือนหวงเนื้อหวงตัวทำให้ผมอ้าปากพะงาบๆ ทำไมต้องมองเราด้วยสายตาระแวงด้วย


“คือเรา...”


“ดรอปไปอาบน้ำดีกว่า อากาศมันร้อน”


เขารีบเดินหนีเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว ถ้าสายตาไม่ฝาดผมเห็นใบหูเขาแดงระเรื่อด้วย จะคิดได้ไหมว่าเขาเขินที่ถูกจ้อง จ้องนานๆ ทีไรเป็นต้องเขินทุกที ผู้ชายอะไรน่าเอ็นดูที่สุด หึๆ






 

เวลา 21.30 นาฬิกา


ผมกับดรอปเดินทางมายังผับ DZ เรียกว่าช้ามาก ไม่ใช่รถติดหรอกแต่ผมกำลังดูหนัง ติดหนังจนลืมดูเวลา รู้ตัวอีกทีตอนเบ็ดโทรตามนั่นแหละ คืนนี้ผมใส่เสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงเอวสูงทรงหลวม และขาเต่อนิดหน่อย การแต่งกายของผมเรียบง่ายมาก แต่เมื่อมองคนตัวโตด้านข้าง หึๆ ผมดับไปเลย


ดรอปใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ ดึงแขนขึ้นมาประมาณข้อศอก กับกางเกงยีนทรงเข้ารูปพอดีตัว อยากจะบอกว่าหล่อทุกมุมทุกองศา รู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อยเมื่อดรอปเดินเข้ามาในผับก็ตกเป็นเป้าสายตาของสาวๆ และหนุ่มน้อยหน้าหวาน ถ้ารู้ว่าสุดท้ายเรื่องจะลงเอยแบบนี้ ผมจะไม่ให้ดรอปไปไหนทั้งนั้น จะให้อยู่บนเตียง ไม่ๆ ไม่! สติจงมาหยุดฝัน ผมหมายถึงให้ดรอปนั่งเล่นเกมอยู่ที่ห้องดีกว่า


ใช่ เล่นเกมอยู่ในห้อง


แต่...ฮึ่ย! หงุดหงิด มีผู้หญิงส่งสายตาเชื้อเชิญให้เยอะไปไหม


ไม่ได้การล่ะ ต้องทำอะไรสักอย่าง


“ดรอปรอหน่อย เรารู้สึกเจ็บข้อเท้า”


เอ่อ การแสดงนี้ ท่านได้มาจากที่ใด!


เอาเถอะ อย่างน้อยดรอปก็หันมาสนใจ ผมแกล้งขยับข้อเท้าเบาๆ ดรอปขมวดคิ้วแล้วทำท่าจะย่อตัวลงเพื่อเช็กบาดแผล แต่ผมไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น รีบพุ่งตัวไปกอดเอวสอบเหมือนยืนไม่ไหว ดรอปรับตัวผมไว้ก่อนจะประคองพาเดินไปทางเพื่อนทั้งสองคน เบ็ดกับทินเลือกโต๊ะวีไอพีชั้นสอง ชั้นบนไม่ค่อยวุ่นวายเท่าชั้นล่างหรอก


“อ้าว! เป็นไรวะฝัน” ทินถามขึ้นด้วยสีหน้าห่วงใย


“เอ่อ อยู่ๆ ก็เจ็บข้อเท้า”


“นั่งก่อน เดี๋ยวนวดให้” เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือหัว ผมก็นั่งบนโซฟาอย่างว่าง่าย ดรอปย่อตัวนั่งลงก่อนจะจับข้อเท้าเบาๆ ด้วยสายตาห่วงใย นี่เราเล่นใหญ่ไปไหมวะ ไม่ชอบเลยไม่อยากโกหกดรอปสักนิดเดียว


“เจ็บเท้ามากเลยเหรอวะ” เบ็ดถามขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท


“เจ็บเท้าแล้ว ก็มีอาการร้อนใจด้วยใช่ป่ะ”


“ร้อนใจ กระวนกระวาย”


“อยู่ไม่เป็นสุข”


“แล้วก็...”


“หึง”


“...”


ผมรู้สึกเกลียดเพื่อนสองคนนี้นิดหน่อย ดรอปเงยหน้าจากข้อเท้าของผมก่อนจะมองเราสามคน ผมขยับข้อเท้าถอยห่างจากมือดรอปเล็กน้อย เขาจะรู้รึยังว่าผมแกล้งเรียกร้องความสนใจ ดรอปเห็นท่าทางของผมก็ขยับตัวมานั่งด้านข้างเหมือนเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมคิดว่าดรอปน่าจะรู้แล้ว แต่...


“ไหวไหมฝัน ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวดรอปไปซื้อยาให้”


...ลืมไป ผู้ชายคนนี้มันซื่อ!


“ดรอปกลัวนวดแรงแล้วฝันจะปวดมากกว่าเดิม”


“นี่ๆ ฝันมันน่าจะหายปวดนานแล้วนะ” เบ็ดบอก


“ไม่หรอก ดูจากสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ คงเจ็บสินะ”


“...”


พูดไม่ออกไปตามๆ กัน


“หลงจนไม่ลืมหูลืมตา เฮ้อ!” เบ็ดถอนหายใจเสียงดัง ดรอปหันไปมองเพื่อนอ้วนแต่เขาก็ยังคอยก้มหน้ามองข้อเท้าผมตลอด เริ่มคิดแล้วว่าเขาแกล้งตีหน้ามึนไม่รับรู้เรื่องราวหรือเขาเชื่อว่าผมเจ็บข้อเท้าจริงๆ


“ฝันว่าไงก็เชื่อเขาหมด ถ้าฝันมีกิ๊กแล้วบอกว่าไม่มี มันคงเชื่อว่ะ”


“ถ้าเรื่องกิ๊กกูฉลาด กูรู้ทัน”


อ้าว ทำไมเปลี่ยนท่าทีจากผู้ชายละมุนมาดุดันเร็วแบบนี้


30%


“ถามหน่อย”


“ว่า?” ดรอปเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย


“ถ้าหยุดฝันมีกิ๊กจริงมึงจะทำยังไง กรณีมึงยังไม่ได้เป็นแฟนฝัน ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คบกัน สมมุติว่าอยู่ๆ ฝันเกิดชอบคนอื่นและแอบกุ๊กกิ๊กกันลับหลัง ถามหน่อยมึงยังจะปิดตาไม่รับรู้เรื่องราวไหม” ทินถามด้วยใบหน้าจริงจัง จากนั้นก็ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ ผมก็ยกแก้วเหล้าจิบนิดๆ รสชาติอร่อยดีแฮะ


“ไม่ กูเป็นสุภาพบุรุษ”


“อะ”


“เฉพาะกับฝัน ถ้าคนอื่น...คงต้องตายคาเท้าแหละ”


“...” ใบ้กันถ้วนหน้า


“ส่วนฝัน คงต้องตายคาอกดรอป”


“ยังไม่ใช่แฟน มีสิทธิ์อะไรมาหวงเล่า” ผมบ่นทั้งที่ใบหน้าแดงกร่ำ แอบคิดไปไกลแล้วว่าตายคาอกเนี่ยจะเป็นยังไง ร้อนแรงไหม ขอโทษตัวเองจริงๆ ที่คิดอกุศลได้ตลอดเวลา


“งั้นก็เป็นเลยสิ”


“ไอ้นี่ก็เนียนตลอด เผลอไม่ได้เลย ฮ่าๆๆ”


เพื่อนหัวเราะทันทีที่ดรอปฉวยโอกาสขอเป็นแฟนด้วยท่าทีมึนๆ ผมเริ่มจะชินแล้วกับการทำหน้าตายแบบนี้ ผมละสายตาจากเพื่อนไปมองรอบข้าง ผับ DZ ยังคงดูดีเหมือนครั้งล่าสุด คืนนี้ดีเจเปิดเพลงสนุกมาก แสงสียังคงเร้าใจ จังหวะเพลงบีทหนักๆ ส่งผลให้หัวใจเต้นแรงตาม กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยคละคลุ้งไปทั่ว อ่า สวรรค์บนดิน มันมีเสน่ห์น่าหลงใหลจริงๆ หากใครชอบท่องราตรีห้ามพลาดผับนี้เด็ดขาด


สาวก็สวย หนุ่มหล่อก็เยอะ


คนอ่อยเนี่ย...จะเยอะไปไหน!?


แล้วเธอก็เดินมาทางดรอปด้วยรอยยิ้มหวานปานนางฟ้า!


“สวัสดีค่ะสุดหล่อ ฉันเอมี่นะคะ”


ผู้หญิงคนนี้ใส่ชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีดำ มันเซ็กซี่มาก เธอก้มตัวลงเพื่อชนแก้วกับอีกฝ่าย เบ็ดมองสาวสวยด้วยท่าทางอึ้ง เชื่อสิว่าผู้ชายส่วนใหญ่ต้องมองหน้าอกเธอแน่ แม่ให้มาเยอะสิท่า ฮึ่ย! ถ้าจะใส่เสื้อผ้าแบบนี้ผมขอแนะนำให้แก้ผ้าเดินวนรอบผับดีกว่าไหม หน้าไม่อาย! ทำไมต้องมีคนมาจีบดรอปด้วยเนี่ย


กลับ! ผมอยากให้ดรอปกลับเดี๋ยวนี้


“ผมชื่อเบ็ดนะครับ” เบ็ดเห็นดรอปไม่ตอบ เลยเสนอหน้าตอบแทน


“ค่ะ แล้วคุณล่ะ” หญิงสาวเอามือวางบนไหล่ของดรอปด้วยท่าทางยั่วยวน เขาปรายตามองคนสวยก่อนจะแกะแขนเรียวออกจากตัวเอง


“ดรอป”


“ยินดีที่ได้พบกันนะ ไปดื่มด้วยกันไหม”


“ไม่ไป” ทินเสนอหน้าตอบแทนเพื่อนบ้าง


“ไม่มีใครสอนเหรอคะว่าอย่ายุ่งเรื่องชาวบ้านให้มากนัก” เอมี่ตวัดสายตามองทิน เธอส่งรอยยิ้มหวานให้หากแต่ดวงตากลับฉายแววไม่เป็นมิตรเต็มที่ ผมเห็นมือของเอมี่กำลังลูบหัวไหล่ดรอปก็โมโห โมโหก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม มันเป็นเหล้าที่แรงพอสมควร กินแก้วเดียวก็แอบมึนทีเดียว


“แล้วที่บ้านไม่สอนเหรอครับว่าอย่ายุ่งกับสามีชาวบ้าน!” ผมพูดขึ้นด้วยท่าทางหัวร้อน เหล้าเป็นน้ำชนิดหนึ่งที่ทำให้ผมมีความกล้าขึ้น กล้าคิดกล้าทำ หากยังยุ่งกับดรอปมากกว่านี้ต่อให้เป็นผู้หญิงผมก็กล้าต่อย


“แก...”


“ทำไม” ผมถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่เท้านี่แอบกระตุกเล็กน้อย


“ฉันคุยกับดรอป ไม่ได้คุยกับพวกแก”


“คุณควรให้เกียรติเพื่อนผม” ดรอปพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม มันดูละมุนไปไหม ผมเอามือกำแก้วเหล้าในมือแน่นมากไม่คิดว่าดรอปจะพูดแบบนี้ หญิงสาวส่งยิ้มหวานให้ดรอปก่อนจะนั่งเบียดกายด้านข้าง ดรอปขยับตัวเล็กน้อยจนผมต้องขยับตาม แล้วทำไมเธอต้องเสนอหน้ามานั่งเบียดกับดรอปด้วย


ประเด็นคือผมจะขยับทำไม


โอ๊ย! มึนไปหมดแล้ว


“เอมี่ขอโทษนะคะ ขอโทษทุกคนด้วย”


“มาทางไหนไปทางนั้นเลย” ทินบอกแต่หญิงสาวกลับตีหน้ามึนใส่


“ขอเอมี่นั่งด้วยนะคะ”


“คุณไป...”


“ขอบคุณค่ะ”


ดรอปยังพูดไม่จบประโยคเลย เธอคิดเองเออเองได้ไง


ผมรู้สึกดราม่าในใจ มันบรรยายความรู้สึกตอนนี้ไม่ถูก สุดท้ายจึงนั่งกินเหล้าเงียบๆ จนเวลาผ่านไปไม่นานผมก็ซัดเหล้าไปหลายสิบแก้ว ความมึนถาโถมเข้าใส่ ความวุ่นวายใจคืบคลานเข้ามา ยิ่งความน้อยใจไม่ต้องถามถึง มันสุมกลางอกจนคับแน่นไปหมด ทำไมดรอปต้องยอมให้เธอนั่งเบียด ทำไมไม่ยอมไล่ไปสักที


ไหนบอกว่าจะจีบเรา เขา...ไม่จริงจังใช่ไหม


ต้องกลับบ้าน ต้องกลับตอนนี้เลย


“กูกลับบ้านก่อนนะ”


“เดี๋ยว จะกลับยังไง” ดรอปคว้าต้นแขนไว้แต่ผมก็สะบัดมือออก


“ไม่ต้องห่วง มีปัญญากลับเองได้”


“เมาแล้วนะ หน้าแดงหมดแล้ว”


“ไม่ต้องมายุ่ง”


“ฝัน อย่าดื้อสิ”


ผมเดินหนีดรอปไปทางบันไดโดยไม่สนใจเสียงเรียกของทินกับเบ็ดเลย ตอนนี้ต้องก้าวขาออกจากผับให้เร็วที่สุด ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ดรอปหลายใจว่ะ เขายอมให้ผู้หญิงคนนั้นนั่งเบียดข้างๆ เขายอมกินเหล้าที่ผู้หญิงคนนั้นชงให้ เนี่ยจะไม่ให้ผมเสียใจได้ยังไง ไอ้...ไอ้ผู้ชายสารเลว


ฮือ ผมก็ได้แต่คร่ำครวญในใจ


เมื่อเดินออกจากประตูด้านหน้าได้ก็เบะปากเล็กน้อย คนเฝ้าประตูมองผมด้วยท่าทางสงสัย ตอนมาผมเห็นพวกเขาน่ากลัวมาก ส่วนตอนนี้ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ผมรีบวิ่งไปด้านหน้าโดยไม่สนใจว่าฝนกำลังตกรึเปล่า ใช่! ตอนนี้ฝนกำลังตกแต่ตกเบามาก เหมือนฝนกำลังร้องไห้เบาๆ


อ่า คิดอะไรไร้สาระ อย่าถือสากันเลย


“ฝัน! หยุดวิ่งได้แล้ว”


เสียงของดรอปใช่ไหม ผมไม่ได้หันหลังกลับไปแต่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างเดียว ไม่นานข้อมือก็ถูกใครบางคนกระชากอย่างแรงจนร่างกายปะทะกับแผ่นอกของเขา พอเงยหน้ามองก็เห็นใบหน้าหล่อคมถูกน้ำฝนสาดใส่ ผมลู่ไปกับใบหน้าหมด หากแต่ความหล่อกลับไม่ลดลงเลย


ไม่ยุติธรรม โลกนี้ไม่มีความยุติธรรม ทำไมต้องสร้างผู้ชายดูดีแบบนี้ขึ้นมา ลึกๆ แล้วผมแอบอิจฉาดรอปเพราะเขาตัวสูงใหญ่ ร่างกายแข็งแรง ใบหน้าหล่อคม ผิดกับผมที่ตัวเล็ก หน้าหวาน ความเป็นชายแทบหาไม่เจอ ใช่สิ! สวรรค์เกลียดเราใช่ไหม


“ปล่อยได้แล้ว!


“เมาแล้วชอบโวยวายรึไง แต่ก่อนไม่ใช่แบบนี้”


“นั่นมันเมื่อก่อน”


“อย่าชวนทะเลาะได้ไหม ฝันรู้ป่ะว่าเรางอนง้อกันปล่อยแค่ไหน”


“ไม่รู้”


“มีอะไรคุยกันดีๆ สิครับ” ดรอปปรับเสียงให้นุ่มลง เขาเอามือลูบแก้มผมแผ่วเบาจนหัวใจอุ่นวาบ ผมเอามืออีกข้างทาบมืออีกฝ่าย สายตาเราจ้องกัน เนี่ยผมรู้สึกดราม่าไม่รู้สาเหตุอีกแล้ว


“ทำไมต้องยอมเธอ ฝันก็นั่งอยู่ตรงนั้น ทำไมไม่คิดถึงความรู้สึกกันบ้าง” ผมบอกความในใจจนดรอประบายรอยยิ้มเล็กน้อย เขายิ้มออกได้ไง ใจผมพังไปหมดแล้วนะ


“เด็กดี เธอคนนั้นเป็นเพื่อนดรอปเอง”


“...” เพื่อนอะไร โกหกเหรอ


“เธอเป็นเพื่อนสมัยมอต้น คงเห็นดรอปนั่งอยู่เลยแกล้งมาทักทาย เธอไม่ได้มาจีบดรอปหรอกแล้วดรอปก็ไม่สนใจผู้ชายคนไหนนอกจากหยุดฝันคนขี้งอนอีกแล้ว เห็นแบบนี้ดรอปก็ชอบผู้หญิงนะ ส่วนหยุดฝันเป็นกรณียกเว้น”


“เอมี่ก็เป็นผู้หญิง”


“ใครบอก อ่า หรือเป็นผู้หญิงดี”


เขาสับสนอะไรป่ะเนี่ย


“จริงๆ แล้วเอมี่เป็นผู้ชาย”


“ผู้ชาย!?”


60%


“ใช่ เรียกเธอว่าสาวประเภทสองก็ได้ เอมี่ชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิงตั้งแต่เด็ก มีผู้ชายหลายคนหลงไปจีบเยอะแยะ ฝันว่าเอมี่สวยไหม ดรอปว่าเธอสวยนะ เพียงแต่นิสัยค่อนข้างร้ายไปหน่อย หึๆ” ดรอปหัวเราะเล็กน้อย เหมือนเขาจะเอ็นดูเพื่อนคนนี้พอสมควร


“ดรอปชอบเอมี่เหรอ”


“บอกแล้วว่าชอบฝันคนเดียว ทำไมไม่รู้สักที”


“งื้อออ” ผมส่งเสียงอู้อี้ด้วยท่าทางมึนๆ เมื่อกี้ดรอปผละมือจากแก้มมาบีบจมูกผมเบาๆ ด้วยท่าทางหมั่นเขี้ยว ผมก้มหน้างุด แต่ใจกลับโล่งไปหมด แค่รู้ว่าดรอปยอมเอมี่ทำไมหัวใจมันก็เริ่มฟูอีกครั้ง อีกนิดก็จะแตกแล้วมันพองโตเกินไป


“อ้อ เอมี่เคยชื่อว่าเอ แต่เรียกเธอว่าเอมี่ดีกว่า”


“สนิทกันเหรอ”


“นิดหน่อย บ้านอยู่ไม่ไกลกัน”


“ปะ เปียกหมดแล้ว ขอโทษนะที่งี่เง่าไม่ฟังความอะไรเลย”


“หึ! ปกติคนขี้หึงก็มักไม่ฟังความแบบนี้แหละ”


หึงอะไร!


ผมเม้มปากแน่นเพราะกลัวหลุดรอยยิ้มออกมา ดรอปส่งยิ้มให้ผมจนหัวใจพองโตเป็นบอลลูน ถึงแม้ว่าบรรยากาศจะมีฝนเทจนมาประกอบฉากก็เถอะ เริ่มจะหนาวแล้วเนี่ย ดรอปเอามือทาบแก้มผมก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาช้าๆ เขากำลังจะทำอะไร จะ...จูบงั้นเหรอ


ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก


โปรดบอกทีว่าเสียงในอกด้านซ้ายไม่ใช่หัวใจ


มันเต้นแรงไปแล้ว!


ไม่นานริมฝีปากของเราก็สัมผัสกัน ดรอปจูบผมอย่างอ่อนโยนมากๆ ไม่คิดว่าผู้ชายหล่อแถมดุเก่งจะมีจูบที่โรแมนติก มันดีสุดๆ เลยแหละ ดรอปขยับตัวมาแนบชิดกับผมมากขึ้น บอกเลยว่ามือที่ทาบหน้าอกด้านซ้ายของเขามันสัมผัสกับตำแหน่งหัวใจตรงๆ หัวใจเขากำลังกระหน่ำเต้นรุนแรงมาก


หัวใจผมก็เต้นแรงไม่แพ้กันเลย


ไม่นานเราสองคนก็ผละใบหน้าออกจากกัน ดรอปเอามือลูบท้ายทอยตัวเองเบาๆ ด้วยท่าทางเขินๆ หูเขาแดงไปหมด ส่วนผมแดงไปทั้งตัว เขินจนตัวแทบแตกเลย ความมึนเมาที่ควรจะมีก็หายเป็นปลิดทิ้ง ตายล่ะหว่า ผมควรทำอะไรดีเนี่ยมือไม้สั่นจนหาที่วางมั่นคงไม่ได้แล้ว


“เราหนาว”


“จะให้ดรอปกอดเหรอ”


“ไม่ใช่ เราจะกลับบ้านแล้ว กลับบ้านกันเถอะ”


“ก็ได้ งั้นคืนนี้ฝันนอนคอนโดกับดรอปนะ คอนโดของเรา” คอนโดของเราอะไร ผมไม่เคยมีคอนโดเป็นของตัวเองสักหน่อย แต่เห็นสีหน้าของดรอปก็ไม่กล้าปฏิเสธ เริ่มไม่ชอบการออดอ้อนของคนตัวโตแล้ว อ้อนทีหัวใจมันต้านทานไม่ไหว ผมหวั่นไหวไปหมดเลย


“อืม กลับคอนโดของเรากัน”


เขาโมเมได้ ผมก็ตามน้ำได้ กว่าเราสองคนจะกลับมาถึงคอนโดก็ใช้เวลานานพอสมควร ช่วงฝนตกเป็นช่วงที่รถติดแน่นมาก ปกติก็แน่นอยู่แล้ว พอมาถึงห้องดรอปก็สั่งให้ไปอาบน้ำก่อนเลย ผมก็ยอมทำตามคำสั่ง พอออกมาจากห้องน้ำดรอปก็ไปอาบต่อ ทำไมอากาศมันหนาวแบบนี้เนี่ย


โอ้โห ใกล้ตีหนึ่งแล้วเหรอ แต่ผมยังไม่ง่วงเลย


แอ๊ด...


ไม่เคยระวังตัวเองเลย


ผมมองคนตัวโตที่เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพเกือบเปลือย ขนาดผมยังแต่งตัวในห้องแต่สำหรับคนนี้เขาออกมาแต่งตัวด้านนอก แต่งต่อหน้าผมด้วย รู้สึกเขาจะกล้าแสดงออกมากกว่าเดิมแฮะ เมื่อก่อนไม่ค่อยกล้าหลายอย่าง นั่นก็เขิน นี่ก็อาย เขาจะเป็นเฉพาะตอนอยู่กับผมเท่านั้น ตอนแรกๆ ไม่รู้หรอก นานไปเริ่มสังเกตจึงรู้ไง


“ดรอปออกกำลังกายปล่อยไหม” ผมถามคนที่กำลังใส่กางเกงขายาวอยู่ เขาหันมามองเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าไปมา


“ไม่บ่อย ว่างเมื่อไหร่ถึงออก”


“เราอยากมีกล้ามหน้าท้องบ้าง”


“ฝันก็มี”


“มันน้อย”


“น้อยนะดีแล้ว เซ็กซี่ดี”


“...” ผมไม่อยากเซ็กซี่ แต่มันดีจริงเหรอ


“ดรอปว่าหุ่นฝันน่ารักดี ตัวเล็กกะทัดรัด พกพาไปไหนสะดวก”


“ดรอป ขอถามหน่อยสิ” ผมเอ่ยถามคนตัวโตด้วยท่าทางกังวลเล็กน้อย ดรอปเดินมานั่งด้านข้างก่อนจะล้มตัวนอนบนเตียงแถมยังเนียนหนุนตักเราอีก ส่วนผมก็แค่นั่งพิงหัวเตียงและยกมือลูบหัวเขาเล่นเท่านั้น


“ว่า?”


“เอ่อ ทำไมถึงชอบเรา” ถามเองเขินเอง รู้สึกว่าหน้ามันร้อนจริงๆ


“แรกพบ”


“มีอะไรประทับใจเหรอ”


“ไม่มี”


นี่เขาไม่คิดหน่อยเหรอ! ไม่มีได้ไงเนี่ย


“ดรอปแค่รู้สึกว่าใช่ มันก็ต้องใช่ บางครั้งเหตุผลก็ไม่มี แล้วฝันล่ะ”


“อ๋อ ก็...อ๊ะ! ใครบอกว่าเราชอบดรอป” เขากำลังหลอกถามผมเหรอ เกือบหลุดพูดไปแล้วนะเนี่ย ดรอปเห็นท่าทางของผมก็ยกยิ้มมุมปากด้วยความชอบใจ


“ไม่ชอบแน่เหรอ ดูท่าแล้ว...น่าจะชอบมากด้วยนะ”


“เพิ่งรู้ว่าเป็นคนหลงตัวเอง”


“เพิ่งรู้เหมือนกัน หึๆ”


ให้ตายสิ ผมยิ้มให้กับคำตอบรับง่ายๆ ของเขาเหรอเนี่ย ตอนนี้เขาไม่ค่อยปากแข็งเท่าไหร่ คิดยังไงก็บอกความรู้สึกหมดเลย ผมเอามือลูบผมอีกฝ่ายด้วยความชอบใจ ดรอปหลับตาลงพร้อมยิ้มมุมปากอย่างที่ชอบทำ เขาจะรู้ตัวไหมเนี่ยว่ารอยยิ้มของมันสามารถฆ่าคนได้ ยิ้มก็สวย ทำไมไม่ยิ้มบ่อยๆ


“ฝันอย่าเพิ่งชอบใครนะ รอให้ถึงเวลาก่อน”


“เวลา?”


“ใช่”


“เวลาอะไร”


“ไม่บอก หึๆ”


ดรอปหัวเราะในลำคอจนผมหมั่นไส้ ความหมั่นไส้ที่เกิดขึ้นทำให้ผมเอามือบีบจมูกโด่งเบาๆ เขาเอามือจับมือผมก่อนจะกดริมฝีปากลงไป ความหน้าด้านนี้ท่านได้จากที่ใดมา! ผมหน้าร้อนผ่าวไปหมด จะดึงมือออกเขาก็ไม่ยอม คนตัวโตจับไว้แน่นก่อนจะเอามือผมวางบนหน้าอกเขา


วางตรงตำแหน่งหัวใจ เขากำลังคิดแบบนั้น


แต่ผมกำลังคิดว่ามือตัวเองวางบนยอดอกที่มีเม็ดทับทิมสีสวย ไม่ๆ หยุดคิดเรื่องแบบนี้สักนาทีจะตายไหมวะหยุดฝัน ผมอยากจะทึ้งหัวเองที่สุด แต่มันอดคิดไม่ได้ไง อย่าลืมว่าดรอปใส่แค่กางเกงขายาวตัวเดียว ท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า ผิวสีแทนสวยสะท้อนสู่สายตาผม หุ่นจะดูดีไปถึงไหน อิจฉาๆ


ด้วยความอิจฉา (?) กึ่งอยากลวนลาม เอ๊ย! อยากรู้ว่าเนื้อแน่นไหม ผมก็ค่อยๆ ขยับมืออย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวสวยลูบบนหน้าอกอีกฝ่ายแผ่วเบา พอคนตัวโตยังหลับตาพริ้มผมก็ได้ใจ ลูบต่ำไปจนเกือบถึงหน้าท้องเป็นลอน สายตาของผมจดจ้องที่ขอบกางเกงขายาว ผมไม่ได้ตั้งใจมองต่ำกว่านั้นเลยนะแต่ผมก็...มองไปแล้ว แอบคิดด้วยว่าขนาดของเขาต้องใหญ่กว่าเราเยอะแน่เลย ความอิจฉาแอบก่อตัวเบาๆ บางทีผมก็อยากมีหุ่นที่สมบูรณ์แบบราวกับเทพเจ้าปั้นให้


ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน


“ดรอปว่าฝันเริ่มเลื้อยมือต่ำไปนะ”


เฮือก!


ผมสะดุ้งเมื่อดรอปคว้าข้อมือผมก่อนจะจับมามองบนหน้าอกตามเดิม ความร้อนแผ่กระจายไปทั่วใบหน้า เปลือกตาที่เคยปิดสนิท ตอนนี้กำลังมองผมด้วยสายตาจับผิดเต็มที่ โอ๊ยๆ ก็มือมันไปเองนี่หว่า


“ทำไมต้องหวงตัวด้วย ทีร่างกายเราดรอปยังเคยเลย” ผมแกล้งงอแงเล็กน้อย ถึงเรื่องนี้จะน่าอายแต่ลึกๆ ผมกลับดีใจที่คนนั้นเป็นดรอป หากเป็นคนอื่นคงรู้สึกขยะแขยงมากแน่นอน อ้อ ยังไม่ได้บอกสินะว่าดรอปลวนลามผมแค่ในฝันเท่านั้น ผมมันบ้าที่แยกแยะโลกจริงกับความฝันไม่ออก ดรอปก็เหมือนไม่ใส่ใจคำพูดผมด้วย


“จะเอาคืน?”


ไม่ใช่! ผมไม่เคยคิดอยากเอาคืนเขาเลย


แต่...


“ได้ไหมล่ะ ทีดรอปยังเคยทำกับร่างกายเราตั้งเยอะ แม้ไม่ถึงขั้นนั้นแต่เราก็เสียหายนะ” ผมพูดด้วยใบหน้าแอบเศร้า ดรอปขยับตัวลุกนั่งและจ้องมองเข้ามาในดวงตาของผม แอบรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ พิกลแฮะ


“ก็ได้ ถือว่าทำความคุ้นชินกับ มันก็แล้วกัน”


มันของเขาคืออะไร!?


100%

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 306 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #244 praepan (@pop0863428284) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 11:10
    หืดหาด
    #244
    0
  2. #243 baifern_siriwan (@0611402644) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 09:27
    ฮือออ คิดไปไกลแล้ววว
    #243
    0
  3. #242 chanita01 (@chanita01) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 11:13
    อือออออ555
    #242
    0
  4. #241 maprang98 (@maprang98) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 02:24

    จมูกบานไปหมด
    #241
    0
  5. #240 parkkansinee (@parkkansinee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 21:14
    อรุ่ม☻☻☻
    #240
    0
  6. #239 arminxx (@AriyaIntrsawat) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 20:57
    น้องโว้ยยยยยย น้องจะหื่นแบบนี้ไม่ได้!!!!!
    #239
    0
  7. #238 Skyu-i (@suthammaklangnet) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 20:48
    ขำน้องฝัน น้องไม่ได้ชอบอ่อยเลย แต่น้องชอบลวนลามดรอปเอามากๆ 555
    #238
    0
  8. #237 1251212512 (@1251212512) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 00:04
    ขอให้ได้กันตอนนี้ สาธุๆๆ
    #237
    0
  9. #236 vavannn (@string-henry) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 19:22
    ฮือออออยัยฝันแอบมองจนเค้ารู้ตัวเลยนะ แล้วยังหวงเก่งงงง แต่น่าร้ากกกกก เอ็นดูววววววว
    #236
    0
  10. #234 atom190023 (@atom190023) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 12:05
    อ่อยแรงมากลูก
    #234
    0
  11. #233 Skyu-i (@suthammaklangnet) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 08:47
    งื้ ออออ น้องฝันนนนนน น่ารัดก
    #233
    0