ตอนที่ 12 : Engineering Children 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 206 ครั้ง
    24 เม.ย. 62

Engineering Children 12


“ก็ได้ ถือว่าทำความคุ้นชินกับ มันก็แล้วกัน”


“มะ มันไหน” ผมถามเสียงสั่นเพราะเริ่มระแวงกลัวคำว่ามันของดรอปมาก คนตัวโตกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะโน้มใบหน้ามาใกล้ อีกนิดเดียวปลายจมูกของเขาก็จะแตะแก้มผมแล้ว


“ฝันไม่รู้แน่เหรอว่า มัน ในความหมายของดรอป คืออะไร”


“...”


ใบหน้าผมร้อนผ่าวราวกับนั่งใกล้เตาไฟ มันร้อนมากจริงๆ นะ ปกติก่อนหน้านี้ก็ร้อนอยู่แล้ว ตอนนี้ร้อนกว่าหลายเท่า ดรอปถามแบบนี้แปลว่าไง เขาหมายถึงส่วนนั้นใช่รึเปล่า ตอนดูหนังพระเอกที่มีนิสัยเจ้าเล่ห์มักไม่พูดตรงไปตรงมา เขามักจะไหลไปตามน้ำเก่งมาก ผมคิดว่าดรอปไม่พูดตรงๆ ให้ผมรู้สึกกลัวแน่


“แหม ดรอปหมายถึงอะไรล่ะ บอกมาเลยดีกว่า”


“หึ”


“เฮ้ย!” ผมร้องเสียงหลงเมื่อดรอปเอามือผมไปวางส่วนกลางลำตัวเขา แค่มือโดนนิดหน่อยก็สะดุ้งและพยายามดึงออกแต่มือหนากลับบีบไว้แน่น ไอ้บ้าเอ๊ย! เขาทำแบบนี้ไม่ได้นะ


“ดรอปเป็นคนตรงๆ มันของดรอปก็ตรงนั้นแหละ”


“ปะ ปล่อยมือเรา”


“อยากจับก็จับ จะได้เท่าเทียมกัน”


“ไม่เอาแล้ว อย่าแกล้งฝันเลย”


“แกล้งอะไร”


“ถ้ายังไม่ยอมปล่อยมือเรา เราจะปล้ำดรอป!


“...” ดรอปนิ่งไปกับคำขู่ของผม ถ้าใครคิดว่าเขากำลังทำสีหน้าหวาดกลัวก็ขอบอกว่าไม่เป็นความจริง เขาโน้มใบหน้ามาใกล้กว่าเดิมจนผมต้องผละตัวหนีเล็กน้อย ไม่ชิน ไม่ชินกับท่าทางแบบนี้เลย


“ดรอปจะทำไร”


“อยากรู้ว่าฝันจะปล้ำยังไง”


“ฮึ่ย!


ผมรีบสะบัดแขนออกพร้อมกับลุกยืนบนพื้นข้างเตียง ดรอปไม่พยายามไขว่คว้ามือผมให้ไปทาบสิ่งนั้น เจ้าตัวทำเพียงขยับตัวนั่งพิงหัวเตียงด้วยท่าทางสบาย ใบหน้าดูมีความสุขที่ได้แกล้งผมมาก แต่...แต่เมื่อกี้มือของผมโดนส่วนนั้นของเขา อาจจะเพียงเล็กน้อยที่มันก็รับรู้ได้ถึงขนาดที่ค่อนข้าง...ไม่! จงลืมๆ ฮือ ผมอยากจะบ้าตายแล้วเนี่ย


คนบ้าอะไรวะ โคตรหน้าด้าน


“ฝันหน้าแดง”


“อย่ายุ่งกับหน้าเราได้ไหม”


“หึ ก็เห็นงอแง เรียกร้องหาความยุติธรรมนี่”


“ก็...”


“ว่าแต่ดรอปไปลวนลามฝันตอนไหน” เขาเพิ่งเอะใจบางอย่างขึ้นมา ใบหน้าผมร้อนผ่าวมากกว่าเดิม มันเป็นเพียงจินตนาการที่ค่อนข้างไร้สาระของผมเอง จบไหม


“เราแค่แกล้งดรอปเล่น”


“อ๋อ แกล้งเล่น”


“ใช่”


“แต่เมื่อกี้ดรอปไม่ได้เล่นนะเนี่ย เกือบยอมเสียตัวให้ฝันได้เล่นทั้งคืนแล้ว” โอ๊ยๆ โอ๊ย! ผมอยากจะเอามีดควักหัวใจกับสมองของเขามาดูชะมัด พูดบ้าอะไรวะ แต่ผมบ้ากว่าที่เผลอจินตนาการว่าใครรุกใครรับ


เอ่อ ผมช่างคิดไปได้เนอะ จะคิดคำตอบให้เสียเวลาทำไมในเมื่อขนาดตัวก็แตกต่างกันแล้ว คนอย่างดรอปไม่มีทางยอมนอนอ้าขาเพื่อรองรับอารมณ์ของผมแน่ มีแต่ผมเนี่ยแหละที่ต้องยอมเขา ฮือ ผมเผลอคิดเรื่องใต้สะดืออีกแล้ว จะมีใครเป็นเหมือนเราไหม มันห้ามเรื่องความรู้สึกยากมากจริงๆ ลึกๆ แล้วผมก็แอบมีใจให้ดรอป เพียงแต่เรายังไม่ได้เป็นแฟนกัน ผมไม่รู้ว่าทำไมดรอปต้องรอเวลา ทุกครั้งที่เขาขอเป็นแฟนก็ไร้ความจริงใจ ผมสัมผัสได้ เขาเหมือนกำลังรอเวลาอะไรบางอย่าง เอาเถอะ ตอนไหนก็ตอนนั่นแหละ ขอแค่เขาไม่เผลอไปหวั่นไหวให้สาวคนไหนก็พอ


“มานอนสิ ฝันคงไม่ยืนหลับข้างเตียงหรอกมั้ง”


“วันนี้ดรอปไปนอนนอกห้องได้ไหม”


“...”


“เอ่อ เราล้อเล่นน่ะ”


“ไม่ไว้ใจกันรึไง ไม่ทำอะไรหรอกน่า”


“เปล่าๆ เราพูดเล่นเฉยๆ ดรอปอย่าจริงจังไปเลย”


“ก็ได้ งั้นนอนหลับฝันดีน่ะ เจอกันตอนเช้า”


!!


ผมตกใจจนแทบขยับตัวหรือพูดไม่ออก ดรอปหยิบหมอนออกไปด้านนอก เมื่อกี้เหมือนเขาไม่ฟังคำว่าล้อเล่นของผมเลย พอคนตัวโตเดินออกไปแล้วผมก็รู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ เราไม่ได้ตั้งใจพูดเป็นเชิงไล่สักนิด เฮ้อ แล้วผมเนี่ยต้องนอนบนเตียงคนเดียวจริงๆ เหรอ คนเริ่มก่อนก็เรา คนพูดเป็นเชิงไล่ก็เรา คนที่ต้องนอนคนเดียวก็เรา


เฮ้! นี่ห้องนายนะดรอป ทำไมไปนอนนอกห้องแบบนี้


ผมล้มตัวนอนบนเตียง พลิกซ้ายพลิกขวาเพื่อหาท่านอนที่ถนัดแต่สุดท้ายก็ยังนอนไม่หลับ ถึงจะมีกลิ่นกายเจ้าของห้องติดตามผ้าห่มกับหมอนก็ไม่สามารถกล่อมผมได้ ให้ตายสิ อยากมีหมอนข้างโตๆ อยากนอนกอด อยากซุกอก อยากตื่นมาเจอหน้าเขาคนแรก


เมื่อคิดได้แบบนั้นก็ลุกขึ้น แล้วเดินไปทางห้องนั่งเล่น คนตัวโตที่ผมคิดว่าเขาต้องนอนไม่หลับแน่ ตอนนี้นอนหลับสบายใจเฉิบ ฮึ่ย! ทำไมไม่ร้อนใจเหมือนเราบ้างเนี่ย ผมเดินไปยืนข้างโซฟาแต่คนที่นอนยาวนั้นกลับไม่รู้สึกรู้สาสักอย่าง สุดท้ายผมก็ขยับตัวนอนเบียดข้างกายเขา ดรอปลืมตามามองก่อนจะหลับอีกครั้ง


โปรดอย่าเมินกันสิ


“ดรอป ฝันขอนอนด้วยนะ”


“...”


เราคือธาตุอากาศที่แท้จริง!


ผมขยับไปนอนทับบนตัวอีกฝ่าย ใบหน้าซุกอกเขาอย่างที่ชอบทำประจำ ดูสิว่าจะใจร้ายได้นานแค่ไหนเชียว เวลาผ่านไปประมาณห้านาทีผมก็ยังไม่รับรู้ถึงสัมผัสช่วงเอวเลย เขาไม่เอาแขนมากอดเราเนี่ย ปกติจะกอดเสมอเพื่อกันผมตกจากที่นอน ด้วยความหมั่นไส้ปนน้อยใจทำให้ผมเอามือบิดเอวอีกฝ่ายแรงๆ


ไม่เจ็บ ไม่พูดด้วยก็ให้มันรู้ไป


“เฮ้! ทำตัวไม่น่ารักแล้วนะ”


“เราเคยน่ารักในสายตาดรอปรึไง”


“เคย แต่ตอนนี้เริ่มไม่น่ารักแล้ว”


“ดรอปอ่ะ!


“ฝันอย่างอแงได้ไหม ดึกแล้ว นอนเถอะ”


ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่าเขาแค่แกล้งเมินเราเฉยๆ


ผมเอาใบหน้าทาบบนแผ่นอกเปลือยเปล่าตามเดิม ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย แอบน้อยใจแฮะ พอความรู้สึกไม่ดีถาโถมเข้ามาน้ำตาก็เผลอไหลเล็กน้อย มันรีบใช้มือเช็ดออกทันที มันหยดใส่แผ่นอกอีกฝ่ายด้วย ไม่นานมือหนาก็สัมผัสกลุ่มผมบนหัวพร้อมขยี้เบาๆ ราวกับผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก


“เราขอโทษนะที่งี่เง่าไป”


“งี่เง่าอะไร แล้วร้องไห้ทำไมเนี่ย เด็กว่ะ”


“เปล่า แค่รู้สึกปวดตาเฉยๆ ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”


“เด็กอะไรขี้แย หึๆ”


ดรอปก้มใบหน้าลงพร้อมจูบกลางขมับเบาๆ หัวใจที่หน้าอกด้านซ้ายกระหน่ำเต้นอย่างรุนแรง กลัวว่าคนใต้ร่างจะรับรู้ชะมัด สักพักดรอปก็ลุกขึ้นพร้อมอุ้มผมในท่าเจ้าสาว แอบตกใจนิดหน่อยกับการกระทำที่ค่อนข้างห่ามของเขา นึกจะอุ้มก็อุ้ม เกิดเราหัวใจวายตายใครจะรับผิดชอบเนี่ย


ดรอปอุ้มผมเข้ามาในห้องนอน ตอนแรกคิดว่าเขาจะปล่อยให้เรานอนคนเดียวแล้ว แต่สุดท้ายดรอปก็นอนด้านข้าง เจ้าตัวไม่ได้ขยับมากอดหรือนอนใกล้ชิดกัน เขาทำเพียงเอามือของเราสองคนประสานกันไว้ ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่นอนกอดกัน เขาไม่ชอบกอดหรอกเหรอ


“ดรอป ทำไม...”


“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าเราสองคนนอนบนเตียงเดียวกัน เราจะแค่จับมือเท่านั้น ไม่กอด ไม่ซุก ไม่ลวนลามอีกฝ่ายในระหว่างหลับ ถือว่าดรอปให้เกียรติฝันที่สุดแล้ว”


“แต่เราอยากซุกตัวดรอปนี่นา”


“หึ ไม่งอแงน่า”


“ขอเหตุผลที่มันดีๆ ได้ไหม หรือรังเกียจกันแล้ว”


“ไม่ใช่ ดรอปแค่อยากลองเป็นสุภาพบุรุษดูบ้าง เพื่อนบอกว่ามันเท่”


โห ใครไปพูดอะไรใส่หูดรอปเนี่ย!?


30%







เช้าวันถัดมา


ผมกับดรอปมาเรียนพร้อมกัน เชื่อไหมว่าพฤติกรรมของเขาช่างเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวมากกก สุภาพบุรุษไม่มีใครเกิน พอมาถึงมหาลัยพวกเพื่อนก็รีบถามผมทันทีว่าดรอปเวอร์ชันนี้ชอบไหม ที่แท้ตัวการใหญ่ก็คือทินกับเบ็ดนั่นเอง โธ่ๆ เอาเวลาไหนไปเสี้ยมสอนให้เขาเป็นพ่อพระกัน ผมไม่ชอบแบบนี้เว้ย!


“อย่าโวยวายสิฝัน แบบนี้น่ารักดีออก”


“ใช่ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าชายในฝัน เจ้าชายเดินดินไง”


เฮ้อ!


ผมแอบกลอกตาและหันมาสนใจการเรียนแทน เบ็ดกับทินเห็นท่าทางของผมจึงกระซิบบางอย่างข้างหูดรอป เริ่มเบื่อเพื่อนก็แบบเนี่ย ชอบสอนอะไรแปลกๆ ให้ดรอปทำเสมอ เขาควรเป็นตัวของตัวเองสิ เอาเถอะ ไม่ว่าดรอปจะเป็นยังไงผมก็เทใจให้เขาเต็มร้อย คิดเองก็แอบเขินเองว่ะ


การเรียนการสอนผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อเรียนช่วงเช้าเสร็จก็ไปกินข้าวและต่อด้วยช่วงบ่าย จากนั้นก็ไปฟังพี่ว้ากตะคอกใส่ กว่ากิจกรรมจะจบก็มืดเลยทีเดียว เริ่มเจ็บคอและปวดหัวเล็กน้อย วันนี้กลับไปนอนบ้านดีไหม แต่...


“ไปนอนกับกูไหม”


หือ!?


ผมถึงกับชะงักเมื่อดรอปแทนตัวเองด้วย กู กับผม ผมไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย แต่กับดรอปเนี่ยคือติดใจมากๆ เขาไม่เคยแทนตัวเองด้วยกูกับผม พอร่างสูงถูกจ้องมากๆ เขาก็ออกอาการอึกอัก หันไปมองหน้าทินทีหน้าเบ็ดทีเหมือนขอความเห็นบางอย่าง เพื่อนทั้งสองคนทำเพียงกอดอกและอมยิ้มชอบใจเท่านั้น


“เราว่าจะกลับไปนอนบ้านสักหน่อย”


“กลับทำไมวะ ไปนอนกับกูดีกว่า”


“เอ่อ...”


แอบเป็นใบ้ เขาเป็นอะไรเนี่ย ผมไม่ชินเว้ย!


“อืม” ผมถึงกับยกมือมาขยี้หัวตัวเอง เขาแปลกไปแฮะ พฤติกรรมไม่เคยคงที่ ตอนเช้าคือเจ้าชายหรือเรียกว่าสุภาพบุรุษ ตอนเย็นคือผู้ชายห้าวหาญ ท่าทางกล้าได้กล้าเสีย เหมือนอยากหาเรื่องใครสักคน อืม ท่าทางแบบนี้เขาเรียกว่าแบดบอยรึเปล่า กร้าวใจมากๆ


“พวกมึงแนะนำอะไรกูเนี่ย กูว่าไม่ผ่านนะ” ผมได้ยินดรอปกระซิบถามเบ็ดกับทิน ถึงแม้ระดับเสียงจะเบาแต่ผมหูดี ได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหูเลย


“มึงเชื่อกู คนส่วนใหญ่ชอบผู้ชายแบดบอย”


“ใช่ๆ ยิ่งเลวยิ่งตกหลุมรัก”


“แต่ท่าทางของฝันมันไม่มีเค้าจะตกหลุมรักกูเลย พวกมึงตาบอดเหรอวะ” ดรอปสบถเบาๆ คล้ายไม่พอใจความคิดของเพื่อน ผมส่ายหน้าไปมาก่อนจะขยับตัวไปยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของดรอป ตอนนี้รุ่นพี่ปล่อยกลับบ้านแล้ว ทุกคนก็กำลังทยอยเดินทางกลับ เหลือเราสี่คนเนี่ยแหละที่ยืนเถียงไปมา ไม่สิ เพื่อนผมต่างหากที่เถียงกัน


“ฝันแค่ช็อกกับท่าทางแบดบอยของมึง” เบ็ดกระซิบเบาๆ


“มึงต้องเลวอีก ท่าทางขึงขัง ดุดัน เก๊กหล่อแบบพอเป็นพิธี”


“ลองอีกรอบ”


“พอเถอะ กูไม่อยากดูแปลกในสายตาเขาว่ะ” ดรอปปฏิเสธ


“เฮ้ยๆ ไม่แปลกเลยเพื่อน มึงลองปล้ำจูบดู กร้าวใจแน่นอน”


“มะ มึงบ้าเหรอวะ กูไม่ทำ” ดรอปปฏิเสธอีกรอบ


“อะไรวะ มึงลอง...”


“พวกมึงจะคุยกันอีกนานไหม” ผมขัดจังหวะพวกเพื่อนที่ยืนเถียงกันไม่ยอมหยุด พอก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือพบว่าตอนนี้สองทุ่มแล้ว ผมอยากกลับไปอาบน้ำและอ่านหนังสือสักหน่อย มีสอบในห้องพรุ่งนี้ อาจารย์เก็บตั้งสิบคะแนนเชียว ถ้าเกรดไม่สวยเดี๋ยวแม่ไม่ปลื้ม


“พวกกูกระซิบกันอยู่”


“มึงแน่ใจนะเบ็ดว่ากระซิบ?” ผมเลิกคิ้วซ้ายขึ้น


“ก็...”


“เสียงพวกมึงดังจนเด็กหน้ามอได้ยินกันหมดแล้ว พวกมึงไปพูดอะไรกับดรอปเนี่ย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ปล่อยให้เขาเป็นตัวเขาดีกว่าไหม” ผมบอกและจ้องมองคนตัวโตที่ยืนนิ่งสนิท แอบเห็นใบหูเขาแดงด้วย อายเหรอที่โดนจับได้เนี่ย


“คือ...”


“แล้วเอาเวลาไหนไปกรอกหูดรอปให้ทำแบบนั้น ทำแบบนี้”


“เมื่อคืนไง ที่ผับ มึงไม่ทันสังเกตเองแหละ”


“แล้วดรอปล่ะ ทำไมต้องทำตามเพื่อน ไม่มีสมองคิดเองรึไง”


“ฝัน”


ดรอปหน้าเสียไปเลยเมื่อผมบอกแบบนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะว่าเขาหรอกแต่ผมอยากให้ดรอปเป็นดรอป เขานิสัยยังไงก็แสดงแบบนั้น ไม่ใช่ว่าเพื่อนบอกให้ทำแบบนั้นก็ทำตาม เอาจริงๆ ไหมผมก็แอบงงนะว่าทำไมเขาเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปมาจนจับทางแทบไม่ได้ เอาเถอะ หวังว่าอารมณ์แปรปรวนจะหายไปตั้งแต่วินาทีนี้


“เราแค่อยากทำตัวให้ดี ให้เป็นแบบที่ฝันต้องการ”


“แล้วเราต้องการแบบไหน ดรอปรู้เหรอ”


“...”


“...”


“เฮ้ยๆ พวกมึงอย่าทะเลาะกันนะ กูกลัวแทนว่ะ” ทินแทรกตัวเข้ามาเมื่อความเงียบปกคลุมพวกเราอยู่ ดรอปอาจจะอึดอัดกับสถานการณ์แบบนี้แต่ผมเฉยๆ ไม่ได้อึดอัด ไม่ได้โกรธ ไม่ได้รู้สึกอะไรสักอย่าง แล้วก็ไม่ได้คิดว่าตอนนี้เรากำลังทะเลาะกันด้วย


“ขอโทษ”


“ขอโทษอะไร”


“...” พอถามก็เงียบใส่


“ไม่ต้องทำตามใคร ไม่ต้องถามว่าเราอยากได้คนแบบไหน แต่ถ้าอยากรู้จริง” ผมหยุดคำพูดไว้แค่นั้นก่อนจะก้าวขาไปยืนตรงหน้าคนตัวสูง ดรอปกดสายตามองแต่ผมรับรู้ได้ว่าเขากำลังเคอะเขินอยู่


อ่า เขินบ่อยไม่ดีนะ เลือดจะสูบฉีดไปที่ใบหน้า ดรอปหน้าแดง


“ถ้าอยากรู้จริงให้ดูที่ตัวเอง”


“...”


“เราชอบแบบนั้น”


“หึ” มีแค่เสียงนั้นที่เล็ดลอดออกมา ใบหน้าหล่อคมหันไปมองด้านข้างที่มีเพียงลานจอดรถโล่งๆ เท่านั้น ใบหูเขาแดงมากกว่าเดิมเล็กน้อยคล้ายจะเขินและพอใจในคำพูดของผม ส่วนเบ็ดทำทินทำเพียงกอดอกและยืนมองเราสองคนนิ่งๆ ท่าทางนิ่งแต่ตาเป็นประกายดีใจเชียว


อ่า เมื่อกี้ผมยังไม่ได้สารภาพรักเขาทางอ้อมใช่ไหม


“ถ้านิสัยของดรอปไม่เหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาว ไม่ได้แบดบอยถึงขั้นสารเลว ไม่ใช่ผู้วิเศษณ์อะไร แต่เป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ปากไม่ค่อยดี ห้าว แอบเถื่อน หึงโหด พูดจาไม่เพราะ เอาแต่ใจตัวเอง ถ้าเป็นแบบนี้จะมีโอกาสไหมที่ฝันจะชอบคนแบบเรา”


“มีสิ”


“ถ้าดรอปขี้หึงล่ะ”


“เราอยากให้ดรอปเป็นแบบนั้นเลย”


“หึ ถ้าเราติดฝัน...”


“ฝันก็จะยอมให้ดรอปตามติดไปทุกที”


“ถ้าอยากกอด”


“พร้อมให้กอดทุกเวลา”


“อยากหอมแก้ม”


“หอมได้ทุกเมื่อ”


“อยากจูบ”


“เอ่อ เราก็จะยอมให้จูบเท่าที่ดรอปต้องการ” ผมพูดประโยคนี้แล้วหน้าร้อนมาก จะไม่เขินมากเลยหากเพื่อนทั้งสองคนกลับบ้านไปแล้ว โธ่เอ๊ย! จะมายืนจ้องเหมือนมองดูละครสดทำไม กลับบ้านไปได้แล้ว ฮือ ทำไมแก้มมันร้อนแปลกๆ วะ หรือเรากำลังจะป่วย ใจด้วยทำไมใจมันเต้นแรงแบบนี้ แค่ดรอปพูดว่าจูบเอง


“แล้วถ้าดรอปอยาก...เอาฝันล่ะ”


!!


“ฝันจะยอมเป็นของดรอปไหม”


“คะ คือ คือ” เขาถามทำอะไรเนี่ย!


“ไว้รอวันนั้นก่อนแล้วกัน วันที่เราเป็นแฟนกัน ดรอปจะถามใหม่อีกครั้ง แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะว่าถ้าได้ดรอปเป็นแฟนแล้วเนี่ยดรอปจะดุมาก ดุ...ทุกอย่าง รวมถึงเรื่องบนเตียงด้วย”


60%


“ฮิ้ววว เพื่อนเราเจ้าเล่ห์ว่ะ”


“ตรงไปแล้ว สงสารฝันเลย”


“มึงพูดขนาดนี้ มึงคิดว่าฝันจะตอบตกลงเหรอวะ”


“เออว่ะ เขายังจะเอามึงอีกเหรอดรอป”


ทินกับเบ็ดเถียงกันไปมา ผมหน้าร้อนจนแทบไหม้ เขินก็เขิน อายก็อาย ยอมรับว่าชอบนิสัยแบบนี้ของดรอปมาก มีความเจ้าเล่ห์นิดๆ คุณชายหน่อยๆ ทุกอย่างที่เป็นดรอปมันลงตัวมากๆ ดรอปอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอามือวางบนหัวผม แพ้มาก! แพ้รอยยิ้มของเขาเนี่ยแหละ ฮือ


“เขาจะเอากูไหมกูไม่รู้ รู้แค่ว่ากูจะไม่ปล่อยคนนี้ไปเด็ดขาด”


พอ อย่ามองตากันแบบนั้น ผมแพ้เว้ย


“ใครมายุ่ง กูจะกระทืบแม่งให้ตาย”


“...”


“...”


เชี่ย! กร้าวใจไอ้ฝันมาก แต่...


“กูล้อเล่นว่ะ เมื่อกี้ลองพูดตามในซีรีส์เกาหลี”


“...”


อยากถามว่ามึงเล่นอะไร ไม่อยากหลุดคำหยาบกับชายตรงหน้าแต่ดรอปทำผมอึ้งมาก ในวันนี้เขาเล่นอะไรเนี่ย ขนาดทินกับเบ็ดยังถอนหายใจเลย ก่อนหน้านี้ยังทำหน้าฟิน เฮ้อ ตีบทแตกมาก เพื่อนตัวอ้วนและตัวผอมโบกมือลาและขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว ผมเห็นแบบนั้นก็ปัดมืออีกฝ่ายออกจากหัว จากนั้นก็หมุนตัวไปทางรถมอเตอร์ไซค์เพื่อจะสวมหมวกกันน็อก แต่อยู่ๆ ก็ถูกแขนแกร่งตวัดกอดรัดเอวไว้เสียก่อน


“อ๊ะ! กะ กอดอะไรเนี่ย จะเล่นอะไรอีก”


“หึ! ไม่เล่นแล้ว”


“ก็...”


“ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เล่น” เขารีบแทรกบทเหมือนกลัวผมเข้าใจผิด


“แล้วไอ้ท่าทางเกรี้ยวกราดนั่นล่ะ”


“ถ้าอยากรู้ว่าดรอปกล้ากระทืบคนอื่นไหม คงต้องรอให้ใครสักคนมาเป็นหนูทดลองแล้วล่ะ หากใครแอบมายุ่งกับฝัน ดรอปคงต้องโชว์กำลังหมัดเสียหน่อย แต่มันคงยากแหละ”


หือ?


“เพราะดรอปจะตามติดฝันไปทุกที่ ใครมายุ่งจะรีบขวาง ใครมาจีบจะรีบสกัด ใครมาเล่นมุกเสี่ยวใส่คงต้องส่งมันไปกินข้าวต้มที่โรงพยาบาล”


เขาพูดจริงหรือพูดเล่น แต่น้ำเสียงมันดูจริงจังไปไหม


“ส่วนคืนนี้ดรอปก็จะเอาแต่ใจ ดรอปจะขโมยฝันกลับไปนอนด้วย”


“หา?”


“ไปนอนด้วยกันนะครับคนดี เดี๋ยวคืนนี้จะเสียสละเป็นหมอนข้างให้เอง”


“ไม่เป็นสุภาพบุรุษแล้วเหรอ ไม่หวงตัวแล้วรึไง”


“หึ คืนนี้ไม่หวงหรอก อยากเสียตัวมากกว่า”


ถ้าผมปล้ำเขา โปรดอย่ามองว่าผมมันหื่นนักเลย มันห้ามใจกันยาก มีคนมายั่วตรงหน้ามีเหรอที่คนเราจะห้ามกันได้ แต่เชื่อเถอะว่าดรอปไม่มีทางทำอะไรเราหรอก อย่างมากก็แค่กอด ซุกอก และนอนหลับไปพร้อมกัน คนมันซื่อก็มักเป็นแบบนี้แหละ


เราสองคนกลับคอนโดพร้อมกัน ก่อนกลับก็แวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางด้วย ดรอปขี้เกียจทำอาหาร ผมเองก็ขี้เกียจเช่นกัน เมื่อมาถึงห้องพักก็อาบน้ำและอ่านหนังสือ ติวข้อสอบด้วยกันสองคนเนี่ยแหละ ผมกับดรอปค่อนข้างเก่งทั้งคู่ ไม่อยากอวยตัวเองเท่าไหร่แต่ผลสอบแต่ละครั้งออกมาดีตลอด ส่วนดรอปไม่ต้องถามว่าดีไหม มันดีที่สุด ได้เต็มทุกครั้ง ผมไม่เคยเห็นดรอปอ่านหนังสือเลย เขามักเล่นเกมเป็นส่วนใหญ่


เด็กติดเกมก็แบบเนี่ย


ติดเกมยังไงคะแนนสอบถึงดีตลอดเลยวะ


เราสองคนอ่านหนังสือกันดึกมาก ตอนนี้ตีหนึ่งแล้วแต่เราก็ยังฝึกทำแบบฝึกหัดไม่หยุด ถ้าถามว่าง่วงไหมมันก็ง่วงแหละแต่มันต้องทนไง อาจารย์ท่านนี้ออกข้อสอบยากมาก ขนาดดรอปยังบอกว่ายากเลย ยากยังไงทำไมทำได้ทุกที คนเก่งจริงเขาไม่พูดเยอะ เจ็บคอ


“จะนอนยัง แล้วทำได้ไหมฝัน”


“ได้สิ แต่ไม่แน่ใจว่าอาจารย์จะออกข้อสอบยากรึเปล่า”


“อาจจะง่ายหรือยากก็ได้ แล้วแต่อาจารย์”


“งั้นไปนอนกันเถอะ พรุ่งนี้มีสอบตอนเช้าด้วย สอบเสร็จค่อยกลับมานอน”


“อือ”


เราสองคนเก็บหนังสือใส่ตู้ตามเดิม ในตู้หนังสือของดรอปเริ่มมีของผมมาปะปนด้วยแล้ว ของบางอย่างก็เริ่มปรากฏในห้องทีละชิ้น ผมลืมทิ้งไว้บ้าง ตั้งใจทิ้งไว้บ้าง ดรอปชอบชวนมานอนด้วยบ่อยไง บางทีผมก็แอบคิดนะเนี่ยว่าคอนโดนี้เหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง ไม่กลับบ้านก็มานอนพักห้องนี้ได้เสมอ


ผมขยับตัวมานอนบนเตียงก่อนที่ดรอปจะปิดไฟ เขาเดินมานอนด้านข้าง ตอนแรกคิดว่าจะนอนจับมือเหมือนเมื่อคืนแต่คราวนี้เขายอมเสียสละตัวเองอย่างที่ปากว่าไว้ เจ้าตัวจับแขนผมไปกอดรัดเอวหนา เพิ่งรู้ก็ตอนนี้แหละว่าดรอปถอดเสื้อนอน ถอดเสื้อแต่ใส่กางเกงขายาวอยู่ ให้ตายสิ ผิวของเขา กลิ่นกายของเขา มันหอมแบบมีเสน่ห์ ชักตกหลุมรักมากขึ้นทุกวัน


“ไม่กอดให้แน่นๆ ล่ะ อ่อยขนาดนี้แล้วเนี่ย”


“นี่อ่อยแล้วเหรอ”


“ถอดเสื้อแล้ว ก็แปลว่าอ่อยแล้ว”


“เชยว่ะ ฝันเห็นจนชินแล้ว”


“งั้น...ดรอปอ่อยโดยการถอดกางเกงนอนดีไหม เปลือยมันทั้งตัวเลย”


“ไม่ๆ ห้ามถอด!” ผมร้องเสียงหลง กลัวเขาทำจริง


“ทำไมล่ะ เมื่อคืนก็จับมาแล้ว จะเขินอะไรอีก”


“จับอะไร แค่เอามือแตะๆ เอง เลิกพูดจาน่าเกลียดสักที”


“งั้น...ดรอปอนุญาตให้ฝันล้วงได้นะ ล้วงสิ”


“ไอ้บ้า ไม่คุยด้วยแล้ว โรคจิตว่ะ ยิ่งคุยยิ่งเสื่อม”


“อ้าว”


ผมพลิกตัวนอนหันหลังทันที รู้สึกว่าบทสนทนาของเรามันโคตรเสื่อมจริงๆ อยากถามผู้รู้สักคนว่านี่คือนิสัยของดรอปจริงๆ ใช่ไหม โหดนิดๆ ห่ามหน่อยๆ แล้วก็โคตรหื่นเลย หื่นแบบหน้าซื่อตาใส ปากตรงกับใจ การกระทำก็ตรงไปหมด ไอ้นั่นก็ไอ้นั่นจริงๆ ไม่คิดจะอ้อมค้อมสักหน่อยเหรอวะ


แต่ผมชอบแบบนี้ว่ะ คิดยังไงก็เผยมันออกมาเลย


“อ๊ะ! ดะ ดรอป”


ผมร้องเสียงหลงเมื่อดรอปดึงตัวผมไปกอดไว้แน่น แผ่นหลังของผมแนบชิดกับแผ่นอกอีกฝ่าย ใบหน้าหล่อคมก็ฝังที่ซอกคอจนรู้สึกจั๊กจี้ แต่ส่วนล่างเนี่ยมันเป็นปัญหาใหญ่ มัน...แนบชิดไปทุกสัดส่วนเลย! ผมเกลียดการกระทำของดรอปอย่างหนึ่ง เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำมันผิด เขาไม่คิดอะไร


ดรอป ไม่ คิด อะไร เลย


แต่ผมคิดตลอดไง!


ไอ้ส่วนนั้นของเขามันแนบชิดกับก้นของผม พอแอบขยับตัวหนีเพื่อถอยห่าง อีกคนก็ขยับอ้อมแขน มันแนบชิดไปอีก ให้ตายสิ ผมว่าดรอปไม่หื่นหรอกมีแต่ผมเนี่ยที่คิดแล้วคิดอีก คิดแต่เรื่องเสื่อม ต่ำ ถ้าสมมุติเราเป็นแฟนกันไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครจะขยันอ่อยขยันเข้าหา เฮ้อ อยากควักสมองตัวเองมาดูจังว่ามีอะไรบ้าง


“เฮ้! เลิกดิ้นสักที เริ่มหงุดหงิดแล้วนะ”


เขาดุแล้ว


...แต่ผมเสียวนี่หว่า ให้นอนท่านี้ไม่ได้จริงๆ


“ดรอป”


“ฝัน อย่าทำท่าเหมือนรังเกียจกันได้ไหมวะ”


“เราไม่ได้รังเกียจ”


“แล้วจะดิ้นทำไมนักหนา กอดไม่ได้?”


“ไม่ใช่”


“ถ้าไม่ใช่ก็นอนเฉยๆ ง่วงนอนแล้วเนี่ย”


“อย่าหงุดหงิดสิ”


“งั้นก็นอน”


“อือ...” ผมกัดปากตัวเองแน่นเมื่อเผลอปล่อยเสียงน่าอายออกมา ในความคิดของผมมันน่าอายจริงๆ เสียงครางเชียวนะ เกิดมาเคยครางแค่ตอนช่วยตัวเองเท่านั้น ผมเป็นพวกมีอารมณ์ทางเพศง่ายมาก แต่ไม่ได้เกิดจากผู้ชายหรือผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น เกิดจากตัวเองล้วนๆ แค่คิดก็เสียวได้ เออ! ผมมันต่ำเองแหละ


“เป็นอะไรรึเปล่าฝัน ท่าทางแปลกๆ หรืออึดอัดที่ดรอปกอด”


ดรอปไม่คิดอะไรกับผมจริงๆ ไอ้ตรงนั้นของเขามันไม่พอง โอ๊ย! หยุดสักที ผมเอามือขยี้หัวตัวเองด้วยความหงุดหงิด ถึงดรอปจะสงสัยมากมายแค่ไหนแต่เขาก็ยังกอดรัดเอวผมไม่ปล่อย ดูท่าจะไม่ปล่อยง่ายๆ ด้วย เราต้องสารภาพเรื่องนั้นจริงเหรอ เป็นใครก็อายทั้งนั้นแหละโว้ย


“ฝันเป็นอะไร หรืออึดอัดจริงๆ”


“ไม่ใช่เลยดรอป”


“งั้น...”


“ตรงนั้นของดรอปมันแนบชิดกับก้นเราเกินไป เรา สะ เสียวว่ะ” ผมยอมสารภาพไปตามตรง ดรอปชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบถอยห่างจากผม เรียกว่าถอยเร็วมาก นี่นายไม่ได้รังเกียจกันใช่ไหม ตอบ!


“ฝัน”


“เอ่อ อย่าโกรธเราเลยนะ คะ คือ...”


“อย่าเพิ่งปล้ำดรอปก่อนเวลานะ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน”


อะไรเนี่ย อย่าพูดด้วยน้ำเสียงระแวงแบบนั้น


“ขอโทษนะฝันที่ดรอปยังไม่พร้อมอ่ะ”


เดี๋ยวๆ ประโยคแบบนั้นมันควรเป็นเราไหม เราต้องพูดสิ


“ฝันต้องลดความหื่นลงนะเว้ย ถึงดรอปจะอยากได้ฝันเป็นเมียแต่ดรอปอยากให้ถึงเวลานั้นก่อน ขอรับรองด้วยเกียรติของเด็กวิศวะคนหนึ่ง ถ้าเราได้เป็นแฟนกันเมื่อไหร่ดรอปจะยอมรุกฝันจนลุกไม่ขึ้นเลย อยากได้ท่ายากท่าง่ายก็จะทำให้ แต่เวลานี้อย่าเพิ่งดีกว่า”


“ดรอป”


“เฮ้! เราอุตส่าห์เป็นสุภาพบุรุษขนาดนี้แล้วนะ อย่างอแงสิ”


“แต่ก่อนหน้านี้ดรอปไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่”


“เพิ่งคิดได้”


“...” จนปัญญาจะหาคำพูดมาเอ่ยเลย


“นอนนะคนดี เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงไปสอบ”


“อือ!


“อย่างอนสิ เดี๋ยวดรอปจัดชดเชยให้ทีหลังนะ”


ฮึ่ย! ผมเกลียดคำพูดของดรอปโว้ย


ที่สำคัญเราไม่ได้หื่น โปรดอย่ามองไอ้หยุดฝันในแง่มุมที่ร้ายกาจแบบนั้นสิ


100%

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 206 ครั้ง

256 ความคิดเห็น

  1. #254 jmjk_milkkk (@jmjk_milkkk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 13:59
    อหหหหหห ดุมากเลยเพ่!
    #254
    0
  2. #253 may0975 (@may0975) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 09:49

    อยากได้แบบนี้5555
    ดรอปมีความดุน้องฝันทำใจนะลูก
    #253
    0
  3. #252 นิจิคาตะ K.S.P (@sandy4869) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:11
    อ้ายดรอปปปป ใจเย็นก่อนอานนท์555
    #252
    0
  4. #251 นิจิคาตะ K.S.P (@sandy4869) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:11
    อ้ายดรอปปปป ใจเย็นก่อนอานนท์
    #251
    0
  5. #250 midnight_midnight (@hibagoku) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 07:41
    ไรท์กลับมาแล้ววววว

    นุ้งฝันอย่าน้อยใจไปเลยน้าาาา นี่รู้สึกว่าดรอปเจ้าเล่ห์มีแอบหื่นนิดๆด้วยยยย
    #250
    0
  6. #249 kuiss (@kuiss) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:33
    แงงง ไรท์กลับมาแล้ว สู้ๆน้าาา รออ่านอยู่นะคะ
    #249
    0
  7. #248 yangkumijang (@yangkumijang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:06

    ไรท์ที่รัก ตัวเองอย่าหายไปนานสิ เค้าคิดถึงมากเลยรู้มั้ย อ่านตอนเก่าวนไปทุกวัน เอาแต่รอว่าวันไหนตัวเองจะมาอัพ ยังไงก็สู้ๆเด้อ
    #248
    0
  8. #247 Jiraphan28143 (@Jiraphan28143) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 18:47

    งื้อออ ไรท์มาแล้ววว สู้ๆนะคะ
    #247
    0
  9. #246 Moon15 (@Moon15) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 17:07

    ความอดทนอยู่ที่ไหน
    นิยายสนุกอยู่ที่นั้น
    555 ในที่สุดความอดทนรอคอยเราก็เป็นผม ไรต์มาแล้ววววว
    #246
    0
  10. #245 jmjk_milkkk (@jmjk_milkkk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 15:58
    มาแล้วจ้าาา คิดถึงงงง
    #245
    2
    • #245-1 Oh-My-Dear (@Oh-My-Dear) (จากตอนที่ 12)
      22 เมษายน 2562 / 15:59
      คิดถึงเหมือนกันจ้า
      #245-1
    • #245-2 arminxx (@AriyaIntrsawat) (จากตอนที่ 12)
      22 เมษายน 2562 / 16:37
      คิดถึงที่สุดในจักรวาลเล้ยยย
      #245-2