เป็นเรื่องเก่าเขียนไว้กันลืมครับ
เรื่องมันมีอยู่ว่า...
ช่วงก่อนเข้าพรรษา ห้องผมจำต้องรับผิดชอบทำงานส่งเป็นหน้าเป็นตาให้โรงเรียนหน่อย ซึ่งห้องผมมันค่อนข้างจะอิดออดกัน แต่แล้วสุดท้ายก็เกณฑ์คนไปทำงานหมดห้องจนได้ ไอ้งานที่ว่านี้คือแต่งรถเทียนครับ ใครไปสายปรับตังค์นาทีละ20บาท... ไม่มา500 ผมเองเป็นเด็กหอพักตังค์น้อย(เพราะเอาไปเทลงร้านการ์ตูนหมด)เลยต้องฝืนตื่นเช้าทั้งที่ไม่ใช่วันอาทิตย์ไปช่วยงานที่บ้านเพื่อน
แต่อย่างว่า เพราะเป็นช่วงหน้าฝน อากาศมันไม่แน่ไม่นอน ตอนสองวันก่อนแดดมันก็เปรี้ยงๆจนห่วงกันว่าไปตองดอกไม้มันจะเฉา แต่ไอ้ครั้นอีกวันก่อนที่ต้องเอารถไปส่งฝนก็ดั๊นโปรยมาอย่างไม่น่าเชื่อ
"ก็ดี ใบไม้จะได้ไม่เหี่ยว" ใครสักคนพูด
"ดีกะผีสิ งานการก็ทำยาก แถมวันจริงมันตกอีกละจะทำยังไง? กางร่มเข็นรถไปเรอะ?" ใครอีกคนว่าขึ้นทันที
"อุวะ ก็พยากรณ์อากาศมันบอกจะตกติดต่อกันไปไง โรงเรียนนั่นละผิดเองเลือกวันไม่ดูตาม้าตาเรือ ฝนมันตกแล้วจะให้ทำไง? คนนะเว้ยเฮ้ยไม่ใช่เทวดาจะได้เหาะไปห้ามฝน!"
ระหว่างที่สองเกลอกำลังทุ่มเถียงกันอยู่ อีกหนึ่งหน่อก็โพล่งวิธีแก้ขึ้นมา
"ปักตะไคร้กลับหัวดิ..."
เท่านั้นละ เสียงเถียงก็เงียบไปทันที
ห้องผมก็ยังเพียรทำงานกลางสายฝนปรอยๆอยู่ อากาศกำลังสบายน่าเคลิ้มหลับ แล้วจู่ๆขณะที่ผมกำลัง(โดนบังคับให้)ต้มขี้ผึ้งอยู่นั้นก็เกิดเหตุวิปริตขึ้น
"ซินญอริต้า! ไขผึ้งหมดแล้ว" ผมตะโกนร้องพลางเคาะหม้อก๊องแก๊งประท้วงทำทีเหมือนอยากทำงานเต็มแก่
"หมดก็ไปซื้อ" ผู้รับผิดชอบงานสวมเสื้อกันฝนตอบกลับ ตาไม่หันมองเพราะง่วนอยู่กับการโขกค้อนอย่างไม่ปราณีผิดกับหน้าตา
"ฝนตกอะ ปั่นจักรยานไปอันตราย เอารถเครื่อง(จักรยานยนต์)ไปร่มก็โต้ลม" ผมอิดออกสุดฤทธิ์
"เดี๋ยวเราไปเองๆ" เหยื่อผู้หลงเสนอตัวยกมือ ผมยิ้มแล้วสั่งของ ต่อจากนั้นก็คือคนอีกนับสิบที่รุมสั่งของเช่นเดียวกัน ที่แท้ของของทีมทำงานอื่นก็หมดแล้วเหมือนกัน แต่อู้รอคนเสนอไปซื้อของเท่านั้นเอง
"เอาล่ะ... โอเคๆ จดไว้แล้ว ไขผึ้ง ใบตอง ดอกไม้ ไม้จิ้มฟัน กล้วยไม้ ขนมไข่นกกระทาอันนี้ใครสั่ง? แบ่งให้กินด้วยละกัน แล้วมีอะไรอีกมั้ย?"
"ตะไคร้" เสียงเก่าเสียงเดิมแว่วสั่งมา ทุกคนเหลียวไปมองแล้วระเบิดหัวเราะ
แต่ใครจะไปคิด...
ว่าตอนขากลับแม่คุณคนไปซื้อของนั่นซื้อมาจริงๆ!
"ก็ดี จะได้หยุดฝน" ผู้รับผิดชอบว่า แต่ตายังจ้องไปยังตะปูตัวเดิมที่กระแทกกระทั้นค้อนไปด้วยแรงมากเกินรูปร่างของตน
ทุกคนเงียบไม่เอ่ยปาก... คำถามผุดขึ้นอยู่กลางใจทุกคน...
แล้วใครจะเอาไปปักฟะ?
ตามตำรา(ของใครไม่รู้ที่เอามาบอก) ให้เอาสาวพรหมจารีย์จุดธูปปักตะไคร้กลับหัวแล้วฝนจะหยุด...
ไอ้หาผู้หญิงน่ะ ห้องผมมีเยอะ แถมเป็นคนดีสุภาพสตรีกันก็มากอยู่ แต่ไอ้ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น!
ก็ถ้ามันปักแล้วฝนไม่หยุดล่ะ!?
ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงาน ลืมเรื่องตะไคร้กันไปหมด...
เวลาก็ผ่านไป
และแล้วขณะที่ผมกำลังขบเขี้ยวยิงฟันกับเตาอั้งโล่ที่จุดเท่าไรก็ไม่ติดสักทีอยู่ ตาก็พลันไปเหลือบเห็นวัตถุสีเขียวแท่งยาวเป็นกลุ่มปักอยู่กลางสนาม...
ใครไม่รู้เอาตะไคร้ไปปักกลับหัวแล้ว!!
"แม่เย๊ยยยยย ใครมันบ้าเอาไปปักจริงๆวะน่ะ" ผมร้องตะโกนเรียกพลพรรคให้มาดู พวกแรกที่แวบมาคือบรรดาผองมิตรซินญอร์ทั้งหลาย ออกมาช่วยกันประสานเสียงหัวเราะให้ดังสนั่นลั่นฟ้า แถบต่อมาคือพวกผู้หญิงที่ผละงานทุกชนิดออกมาดู
"ไม่เห็นหยุดเลยๆ" พวกคุณหนูง้องแง้งกันเสียงน่ารักน่าเตะ
"ใครเอาไปปัก? ไม่เห็นได้ผล ปักใหม่ๆ"
ซินญอร์สหายผมเดินไปดึงกอตะไคร้มายื่นให้พวกคุณหนู แต่ละคนขยาดถอยหลังหนี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากลัวปักแล้วฝนไม่หยุด
"ไม่กล้าละซี แสดงว่าXXXX" อามิโก้พูดอะไรสักอย่างแต่ตอนนั้นผมไม่ได้ยิน เพราะเสียงหัวเราะจ๊อกแจ๊กไปทั่ว
"ใครว่า! เดี๋ยวจะปักแล้วให้ฝนหยุดให้ดู!" เพื่อนสาวผู้มีเลือดหยิ่งทระนงคว้ากอตะไคร้ไปหมับท่ามกลางเสียงเชียร์ของบรรดาเลดี้ทั้งหลาย แม่คุณเล่นพนมมือพูดอะไรขมุบขมิบแล้วปักฉับลงกับกองดิน ผ่านไปสักครู่...
ฝนยิ่งเทลงมาหนักอีก!
เสียงหัวเราะครื้นเครงมีขึ้นอีกยก ซินญอริต้าคนดีหน้าแดงอายม้วนไป เพื่อนๆพากันปลอบบ้างหยอกบ้าง ไอ้ผมก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากตามประสา มือถือตะเกียบข้างเดียวเคาะหม้อต้มขี้ผึ้งโกโรโกโสประกอบจังหวะ
"ห้องเรานี่มันเรียนสายวิทย์จริงรึเปล่านี่?" รองหัวหน้าเปรยกับผมด้วยใบหน้ายังไม่จางไอหัวเราะ
"กันว่านะขอรับ" ผมลงมือคนขี้ผึ้งให้ละลาย "กันว่าต้องเรียกว่าเรียนไสยศาสตร์มากกว่า"
งานเสร็จแล้ว ฝนยังไม่หยุด(วันจริงก็ไม่หยุด) และกอตะไคร้ปักกลับหัวก็ยังปักอยู่ที่เดิม...
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
ความคิดเห็น