ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเป็นโรงเรียนสหศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งแรกของประเทศไทย อยู่ในความดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2480 (ขณะนั้นนับวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ นับอย่างสากลถือเป็น พ.ศ. 2481) โดยมติของสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มี ฯพณฯ ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เป็นผู้อำนวยการท่านแรก โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ตั้งอยู่เลขที่ 227 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร บนพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีอาณาบริเวณติดกับหลายคณะ ได้แก่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ นอกจากนี้ภายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษายังเป็นที่ตั้งของกลุ่มอาคารจุฬาวิชช์
จากความเป็นมาและความสำคัญดังกล่าวแล้ว ทำให้ผู้ศึกษาค้นคว้าเรื่อง วิธีลดปริมาณขยะในโรงเรียน ซึ่งขยะที่เพิ่มขึ้นเป็นปริมาณมากนั้นเกิดจากความมักง่ายและขาดความจิตสำนึกถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้น เป็นสาเหตุที่พบบ่อยมาก ซึ่งจะเห็นได้จากหารทิ้งขยะลงตามพื้นหรือแหล่งน้ำโดยไม่ทิ้งลงในถังรองรับที่
จัดไว้ให้ หรือแม้กระทั่งการซื้อการใช้สิ่งของของนักเรียนเช่น ขนม กระดาษ แก้วน้ำ ขวดน้ำ โดยใส่ถุงพลาสติกหลายๆถุง ทำให้มีขยะเพิ่มในปริมาณมาก
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาปริมาณขยะในโรงเรียน
2. เพื่อศึกษาสาเหตุที่มาของขยะ
3. เพื่อศึกษาวิธีการป้องกันขยะในโรงเรียน
4. เพื่อศึกษาวิธีการลดปริมาณขยะในโรงเรียน
สมมติฐาน
ถ้าลดการรับประทานอาหารนอกพื้นที่บริเวณโรงอาหารจะสามารถลดปริมาณขยะได้จริง
ขอบเขตของปัญหา
เนื้อหา
- ปริมาณขยะในโรงเรียน
- สาเหตุที่มาของขยะ
- วิธีการป้องกันขยะในโรงเรียน
- วิธีการลดปริมาณขยะในโรงเรียน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ
1. ทราบถึงปริมาณขยะในโรงเรียน
2. ทราบถึงสาเหตุที่มาของขยะ
3. ทราบถึงวิธีการป้องกันขยะในโรงเรียน
4. ทราบถึงวิธีการลดปริมาณขยะในโรงเรียน
1. ปริมาณขยะในโรงเรียน
ขยะในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่เก็บขนจากอาคารหรือขยะที่นักเรียนสร้างขึ้นและทิ้งไม่เป็นที่ ขยะในโรงเรียนมีประมาณ 500ก.ก/อาทิตย์ แต่มีปริมาณขยะเพียงวันละ 100 ก.ก จะมีปริมาณสะสมเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ปริมาณขยะที่บันทึกได้นี้ยังมีขยะบางส่วนที่หลงเหลือจากการเก็บของจิตอาสาอีกจำนวนหนึ่งด้วย
จากตัวเลขข้างต้นจะเห็นได้ว่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กำลังเผชิญกับปัญหาขยะล้นโรงเรียน เป็นแหล่งการศึกษา มีปริมาณนักเรียนที่เข้ามาร่วมใช้ทรัพยากรในโรงเรียนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การบริโภค การศึกษา และกิจกรรมต่างๆ จากการหมักหมมของกองขยะที่ไม่ได้รับการคัดแยก ทำให้เกิดการเหม็นเน่า และทำให้ภาพลักษณ์ของโรงเรียนดูแย่ลง
2.สาเหตุที่มาของขยะ
เกิดจากความมักง่ายและขาดจิตสำนึก ถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้น เป็นสาเหตุที่พบบ่อยมาก ซึ่งจะเห็นได้จากการทิ้งขยะลงตามพื้นหรือแหล่งน้ำโดยไม่ทิ้งลงในถังรองรับที่จัดไว้ให้ หรือแม้กระทั่งการซื้อของการใช้สิ่งของของนักเรียนเช่น ขนม กระดาษ แก้วน้ำ ขวดน้ำ โดยใส่ถุงพลาสติกหลายๆถุง ทำให้มีขยะเพิ่มในปริมาณมาก
3.วิธีการป้องกันขยะในโรงเรียน
รณรงค์ให้นักเรียนมีจิตสำนึกในการทิ้งขยะให้เป็นที่ โดยเริ่มจากนักเรียนกลุ่มเล็กๆ เช่น จิตอาสา สภานักเรียน เป็นต้น
การป้องกันและควบคุมการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะที่สําคัญ คือ การลดขยะที่แหล่งกําเนิด (Source reduction) โดยอาศัยขบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจําวัน การลดปริมาณขยะจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะตั้งแต่การเก็บรวบรวม ขนส่ง การคัดแยกและใช้ประโยชน์ ตลอดจนการกําจัดขั้นสุดท้าย ลดปัญหาสภาวะสิ่งแวดล้อม และประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ โดยทั่วไปแล้วหน่วยงานองค์กรและชุมชน สามารถลดปริมาณขยะที่จะเกิดขึ้นได้ ก่อนจะทิ้งขยะ หยุดคิดสักนิดว่าเราจะสามารถลดปริมาณขยะและนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้ไหม
4.วิธีการลดปริมาณขยะในโรงเรียน
โรงเรียนในฐานะที่เป็นแหล่งให้ความรู้ และปลูกฝังวิถีการดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับนักเรียนซึ่งจะเติบโตเป็นอนาคตของชาติต่อไป จึงมีแนวคิดที่จะให้นักเรียนลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันลง โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ฝึกการคัดแยกขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ วิธีการนี้นอก จากจะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำเข้าเตาเผาได้แล้ว ยังเป็นการฝึกทักษะการทำงานให้กับนักเรียน และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของอีกด้วย
การจัดการขยะด้วยแนวคิด 7 R
1. Rethink (คิดใหม่)
เป็นการเปลี่ยนความคิดเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกต้องเหมาะสมไม่ได้ทำตามกระแสแต่อย่างเดียว แต่ทำจากใจหรือจากจิตสำนึกที่ดี เช่น
- การซื้อสินค้าที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
2. Reduce (ลดการใช้)
เป็นการลดใช้ทรัพยากรให้เหลือเท่าที่จำเป็นหรือนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น
- ใช้ถุงผ้าหรือตะกร้าหวายเลิกง้อถุงพลาสติก
- ใช้กล่องข้าวหรือปิ่นโตลดการใช้โฟม
- ใช้แก้วน้ำส่วนตัวงดใช้แก้วที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
- พยายามอย่าใช้กระดาษสิ้นเปลือง ควรพิมพ์และถ่ายเอกสารเท่าที่จำเป็น จะช่วยลดการตัดต้นไม้และลด
3. Reuse (ใช้ซ้ำ)
เป็นการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือใช้อีกครั้ง หรือหลายๆครั้ง เช่น
- แยกประเภทกระดาษที่ใช้แล้วเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่อย่างเหมาะสมกระดาษดีนำมาใช้พิมพ์ใหม่เป็นกระดาษ 2 หน้าสำหรับเอกสารร่าง กระดาษยับนำมาตัดเป็นกระดาษโน้ต กระดาษ 2 หน้าทำเป็นถุงใส่ของ
- บริจาคสิ่งของที่เลิกใช้แล้วแต่มีสภาพดีให้กับผู้ที่ขาดแคลน
- ประกวดนวัตกรรมนำขยะกลับมาใช้ซ้ำ เช่น การนำกระดาษมาเป็นซองใส่ยา ฯลฯ
- ใช้ถุงพลาสติกซ้ำหลายๆครั้งตามสภาพความเหมาะสม
4. Recycle (นำกลับมาใช้ใหม่)
เป็นการนำวัสดุที่หมดที่หมดสภาพแล้วหรือที่ใช้แล้วมาแปรสภาพด้วยกระบวนการต่าง ๆ เพื่อนำกลับมาใช้หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น
- คิดก่อนทิ้งว่าขยะช่วยกันแยกประเภทขยะเพื่อให้ได้ขยะรีไซเคิลมากที่สุดและเพื่อช่วยลดขั้นตอนและลดพลังงานในการกำจัดขยะ เนื่องจากขยะแต่ละชนิดมีวิธีการกำจัดที่ไม่เหมือนกัน
5. Repair (ซ่อมแซม)
เป็นการซ่อมแซมให้ใช้การได้ใหม่ เช่น
- กระป๋องพลาสติก ที่แตกร้าวหรือเป็นรูใช้กาวประสานหรืออุดรูเหล่านั้นมันก็ยังใช้ได้เหมือนเดิมทำให้อายุการใช้งานนานขึ้น การกลายเป็นขยะก็ยืดเวลาออกไป
6. Reject (ปฏิเสธ)
เป็นการปฏิเสธการใช้ทรัพยากรแบบครั้งเดียวทิ้งหรือหารนำเข้าจากแดนไกล หรือการปฏิเสธใช้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำลายโลก เช่น พลาสติก กล่องโฟมบรรจุอาหาร
7. Return (ตอบแทน)
เป็นการตอบแทนสิ่งที่พวกเราได้ทำลายไปคืนสู่โลก เช่น
- ปลูกต้นไม้กันเยอะ ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวคืนแก่โลก ช่วยโลกสดใส ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดปัญหาโลกร้อน
1. กำหนดขอบเขตในการศึกษาค้นคว้า ผู้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าได้กำหนดขอบเขตดังนี้
1.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา
- ปริมาณขยะในโรงเรียน
- สาเหตุที่มาของขยะ
- วิธีการป้องกันขยะในโรงเรียน
- วิธีการลดปริมาณขยะในโรงเรียน
1.2 ขอบเขตด้านประชากร
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 432 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จำนวน 42 คน
1.3 ขอบเขตด้านระยะเวลา
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 (1 สิงหาคม 2560 ถึง 31 สิงหาคม 2560)
2. วิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้เรื่อง วิธีลดปริมาณขยะในโรงเรียน เป็นแผ่นพับ เพื่อเผยแพร่ให้กับกลุ่มตัวอย่างที่กำหนดไว้
3. นำหนังสือเล่มเล็กที่วิเคราะห์และสังเคราะห์ไว้ไปให้ครูที่ปรึกษาตรวจสอบความถูกต้องด้านเนื้อหาและโครงสร้าง หลังจากนั้นนำเอาข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไขแล้วพิมพ์เป็นฉบับจริงก่อนการเผยแพร่
4. ออกแบบสำรวจความคิดเห็นเรื่อง วิธีลดปริมาณขยะในโรงเรียน โดยออกแบบประเมินค่าเป็น เห็นด้วย และ ไม่เห็นด้วย แล้วนำแบบสำรวจไปให้ครูที่ปรึกษาตรวจสอบความถูกต้องด้านเนื้อหาและโครงสร้าง หลังจากนั้นนำเอาข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไขพิมพ์เป็นฉบับจริงแล้วนำไปสำรวจกับกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดิม
สรุปผลการศึกษาได้ดังนี้
1. ปริมาณขยะในโรงเรียน
1.1 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กำลังเผชิญกับปัญหาขยะล้นโรงเรียน เป็นแหล่งการศึกษา มีปริมาณนักเรียนที่เข้ามาร่วมใช้ทรัพยากรในโรงเรียนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การบริโภค การศึกษา และกิจกรรมต่างๆ จากการหมักหมมของกองขยะที่ไม่ได้รับการคัดแยก ทำให้เกิดการเหม็นเน่า และทำให้ภาพลักษณ์ของโรงเรียนดูแย่ลง
2. สาเหตุที่มาของขยะ
2.1 เกิดจากความมักง่ายและขาดความจิตสำนึก
2.2 การใช้สิ่งของของนักเรียนที่ไม่คำนึงถึงปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น
2.3 ทิ้งขยะไม่เป็นที่ หรือ ไม่ทิ้งขยะลงในถังขยะ
3. วิธีการป้องกันขยะในโรงเรียน
3.1 ปลูกฝังวิถีการดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับนักเรียน
3.2 ฝึกการคัดแยกขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้
4. วิธีการลดปริมาณขยะในโรงเรียน
4.1 รณรงค์ให้นักเรียนมีจิตสำนึกในการทิ้งขยะให้เป็นที่ โดยเริ่มจากนักเรียนกลุ่มเล็กๆ เช่น จิตอาสา สภานักเรียน
สรุปผลการศึกษาได้ว่า ขยะเป็นสาเหตุหลักของโรงเรียน ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน แต่ขยะเราสามารถกำจัดได้โดย วิธีง่ายๆ และได้ผลจริง ด้วยการปลูกจิตสำนึกให้นักเรียนรักษาความสะอาด ปริมาณขยะสามารถลดได้จริง เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้
จากการศึกษาค้นคว้าเรื่อง วิธีลดปริมาณขยะในโรงเรียน ผลการศึกษาพบว่า การรับประทานอาหารให้ถูกสถานที่และปลูกจิตสำนึกของนักเรียนในการทิ้งขยะ จะสามารถลดปริมาณขยะได้จริง
ข้อเสนอแนะในการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไป
1. รณรงค์ให้นักเรียนหันมาสนใจเรื่องการทิ้งขยะลงถังขยะ
2. ควรจัดกิจกรรมโครงการปลูกจิตสำนึกของนักเรียนในเรื่องรักษ์สิ่งแวดล้อม
ความคิดเห็น