Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 146 : PART 137.4 : Jungkook&Lisa

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

Lisa talk...



'ฉันมาทำอะไรที่นี่' 

ฉันเอาแต่สงสัยตัวเองขณะที่ยืนอยู่หน้าห้องๆ หนึ่งมี่มีกระดาษแปะติดไว้ว่า 'บังทัน' เสียงสนทนาของคนทั้งเจ็ดยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"พวกฮยอง" เสียงคุ้นเคยของเขาแว่วมา "ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะเดี๋ยวมา" จองกุกบอกคนอื่นๆ ในห้องแต่ก็โดนจีมินถามขึ้นก่อนว่า "มึงให้กูไปเป็นเพื่อนเปล่า" จองกุกจึงตอบไปว่า "ไม่ต้องฮยอง ผมโตแล้วไปเองได้" 

สิ้นเสียงนั้นฉันจึงรีบถอยออกมาจากหน้าห้องเพราะคิดว่าอีกเดี๋ยวเขาคงออกมา ฉันวิ่งไปตามทางที่จะไปห้องน้ำก่อนหันกลับมายืนซ่อนตัวอยู่ข้างตู้กดน้ำ 

"รีบกลับนะโว้ย เดี๋ยวต้องขึ้นเวทีแล้ว" เสียงแรปมอนสั่งมา "ครับผม" และนั่นไงค่ะเขา

'จองกุก' 

เขาออกมาแล้วและกำลังหันกลับไปปิดประตู ฉันจึงตัดสินใจเดินออกมาจากที่ซ่อนก่อนค่อยๆ เดินกลับทางเดิม ในขณะที่เขากำลังเดินมาทางนี้เพื่อไปเข้าห้องน้ำ เขายังเหมือนเดิมทุกอย่างเลย ไม่รู้ทำไมยิ่งระยะทางระหว่างเราสั้นลง หัวใจฉันยิ่งเต้นแรงขึ้น ฉันตื่นเต้นจนรู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมออกจากมือ ทั้งรู้สึกเหนื่อยอย่างไม่มีเหตุผล

เขามองฉันเหมือนที่ฉันมองเขา ฉันจึงรีบหลบตาแล้วรีบเร่งฝีเท้าขึ้น จนเรากำลังเดินสวนทางผ่านกันไป ฉันควรทำยังไงดี ฉันควรจะยื้อเขามั๊ยหรือควรปล่อยเขาผ่านไป ปล่อยให้เขาไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง ฉันควรหรือไม่ควรที่จะเริ่มต้นอีกครั้งดี หรือจริงๆ แล้วจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด มันเป็นเพราะฉันหรือเปล่าที่ดึงทุกคนมาเกี่ยวกันนะ เพราะฉันหรือเปล่าที่ทำให้เรื่องราวมันบานปลายมาถึงทุกวันนี้ 'ใช่...เพราะแกลิซ่า' เสียงในหัวบอกฉัน ความผิดฉันจริงๆ เหรอ 'ใช่...ทุกอย่างมันเริ่มจากแก แกเป็นต้นเหตุ' ฉันได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินก้มหน้ายอมรับความจริงผ่านเขาไป

"เดี๋ยวก่อน"

เท้าฉันหยุดชะงักแทบจะในทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นดังมาจากด้านหลัง เขาเรียกฉันงั้นเหรอคะ ฉันหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อรู้สึกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและคิดว่าฉันอาจหูฟาดหรือคิดไปเอง ฉันจึงตัดสินใจออกเดินอีกครั้ง แต่ว่า...

"เดี๋ยวก่อน" 

ฉันว่าฉันไม่ได้หูฟาดนะ 

"เธอน่ะ" 

เสียงมันดังใกล้เข้ามาจริงๆ นะคะ และฉันถึงกลับต้องหันตัวกลับเพราะมีมือหนึ่งคว้าแขนฉันไว้ก่อน

'จองกุก' 

ฉันควรทำยังไงคะ เขาอยู่ตรงหน้าฉันนี่เอง และกำลังจับแขนฉันอยู่

"เอ่อโทษที" เขาว่าแล้วปล่อยมือออกจากแขนของฉัน คงเป็นเพราะว่าฉันทำหน้างงๆ และสงสัยอยู่มั้ง "ลิซ่าใช่มั๊ย" นี่ยิ่งทำให้ฉันแปลกใจน่ะเนี่ย "นาย เอ่อคือ...รุ่นพี่จำฉันได้ด้วยเหรอคะ" เกือบลืมตัวเรียกเขาเหมือนว่าเราสนิทกันซะแล้ว หรือว่าเรายังสนิทกันอยู่นะ เพราะเขาตอบฉันว่า "จำได้สิ" แต่คำพูดต่อมาถึงทำให้ฉันรู้ว่าเราคงแค่เคยสนิทกัน "แบล็คพิ้งค์ใช่มั๊ย ลิซ่า แบล็คพิ้งค์ แบมแบมเคยคุยให้ฟังอยู่บ่อยๆ" 

คงรู้จักฉันจากแบมแบมสินะคะ แล้วจู่ๆ เขาก็ชูแหวนวงหนึ่งมาให้ฉันค่ะ คือจะให้ฉันเหรอ ใจฉันสั่นนะเนี่ย 

"เมื่อกี้เธอทำตกน่ะ" ดับฝันฉันไปเลย ฉันจึงยื่นมือไปรับมาและบอกเขาว่า "ขอบคุณค่ะ" แต่เขาก็ทำตัวสบายมากๆ แถมยังบอกฉันอีกว่า "แค่ขอบใจก็ได้ ไม่ต้องเป็นทางการ เพื่อนไอ้แบมก็เหมือนเพื่อนฉันแหละ" เอาอย่างงั้นเหรอคะ ฉันจึงตอบตกลงไปว่า "ค่ะ" แล้วเขาก็หัวเราะออกมาและว่า "ไม่ต้องค่ะ แค่ตอบว่าได้ก็พอ" เขายิ้มมีความสุขแต่ทำไมใจฉันมันถึงได้ทุกข์แบบนี้ล่ะ 

"ได้สิ" ฉันตอบเขาไป แต่สงสัยฉันจะทำหน้าเศร้าเกินไปมั้ง เขาถึงถามฉันขึ้นมาว่า "เป็นอะไรหรือเปล่าหรือว่าไม่สบาย" เขาจ้องหน้าฉันใหญ่เลยค่ะ ยิ่งเห็นสายตาเป็นห่วงของเขา ฉันยิ่งหวั่นไหวและยิ่งคิดถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมาจนเผลอตัวถามเขาออกไปว่า "นายเชื่อความฝันหรือเปล่า" ตอนที่ฉันถามไปแล้ว ฉันแถบอยากจะบีบคอตัวเองตาย ไหนฉันว่าจะไม่ดึงเขาเข้ามาเกี่ยวอีกแล้วไง

"ความฝันเหรอ" เขาทำหน้างงๆ 'ยัยโง่ลิซ' ฉันแทบอยากจะดำดินหนี "อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอก ฉันขอตัวแล้วกัน" ฉันว่าแล้วกำลังจะหมุนตัวกลับแต่เข้าก็ตอบขึ้นมาก่อน "ฉันมีความฝันนะ" ฉันจึงยังคงอยู่รอฟังเขาเหมือนเดิม "และฉันเชื่อในความฝันของฉัน" 

เขาบอกว่าเขาเชื่อ ฉันไม่ได้หูฝาดใช่มั๊ยคะ ฉันรู้สึกมีความหวังขึ้นมาเลย เพียงแต่ว่า..."ฉันฝันว่าฉันต้องได้ไปยืนบนเวทีระดับโลก ได้โชว์เพลงของเราให้ทั่วโลกได้ฟัง มันยิ่งใหญ่ใช่มั๊ยล่ะ" 

ฉันไม่ได้ถามถึงความฝันแบบนี้สักหน่อย แต่เพราะเขาถามฉันจึงตอบไปว่า "อืม ดูยิ่งใหญ่จริงๆ ขอให้นายทำให้ได้ตามฝันนะ ฉันจะค่อยดู" เขายิ้มให้ฉันเหมือนยิ้มภูมิใจในความฝันของตัวเองก่อนถามฉันว่า "แล้วเธอล่ะ มีความฝันเหรอเปล่า" เหมือนโดนถามจี้ใจดำเลยค่ะ 

"มีสิ" แต่ฉันก็ตอบเขาไป เขามองฉันอย่างอยากรู้ "ความฝันของฉันคือการได้เจอคนในฝันอีกครั้ง และหวังว่าเขาจะจำฉันได้" 

และเหมือนคำตอบของฉันคงผิดคาดไปจากที่เขาคิดไว้มาก เขาถึงกลับมองฉันตาปริบๆ เขาคงคิดว่าฉันเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ก่อนเขาจะยิ้มแปลกๆ และบอกฉันว่า "ก็...แปลกนิดหน่อย แต่มันคงจะมีความหมายกับเธอใช่มั๊ย" 

ฉันอยากตอบเขาว่ามันมีความหมายกับฉันมากแต่ฉันกลับตอบเขาไปเพียงแค่ "อืม" เขาพยักหน้าเหมือนเข้าใจก่อนยิ้มน้อยๆ แล้วว่า "ถ้าฝันของเธอกลายเป็นจริงเมื่อไหร่ช่วยบอกฉันด้วยนะ ฉันอยากเห็นหน้าของผู้ชายผู้โชคดีคนนั้น" แค่เขาส่องกระจกเขาก็เห็นแล้วค่ะ 

"ยินดีที่ได้รู้จักสักทีนะลิซ่า" เขาว่าและยื่นมือมาให้ฉัน 'สักทีนะ' ฉันควรรู้สึกดีใจมั๊ยที่เหมือนว่าเขารอที่จะรู้จักฉัน อาจเป็นเพราะแบมแบมที่คงเอาฉันไปเม้าท์ล่ะมั้ง ฉันจึงยื่นมือไปจับมือของเขาและว่า "ยินดีที่ได้เจอเหมือนกันจองกุก" 

ฉันไม่อยากปล่อยมือนี้เลย มันเหมือนกับว่านี่อาจจะเป็นสัมผัสสุดท้ายระหว่างเรา แต่เขาก็เอามือออกไปแล้ว "งั้นฉันขอตัวนะ แล้วเจอกันใหม่" เขายิ้มให้ฉันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหมุนตัวเดินออกไป เขาเดินออกไปพร้อมกำลังใจของฉัน ฉันไม่มีแรงใจเหลืออยู่เลย ฉันยืนมองเขาจนกระทั่งเขาเดินลับตาไป 

'เฮ้อ' ฉันไม่มีหวังแล้วล่ะ 'เฮ้อ' ฉันถอนหายใจอีกครั้งก่อนหันหลังกลับแล้วเดินคอตกต่อไป แต่สงสัยฉันจะหมดแรงจริงๆ จนเดินสะดุดขาตัวเองและกำลังจะหน้าจูบพื้น แล้วในที่สุดฉันก็...



ตุ้บ!



"โอ้ย!" 

ฉันเจ็บอะ เจ็บไปทั้งหน้าและทั้งตัวเลย นี่ขนาดฉันกลิ้งตกมากับผ้าห่มนะเนี่ย ใช่ค่ะ ฉันตกเตียงและมันเป็นเพราะว่า ฉันฝันร้าย

ฉันกลิ้งตัวไปมาบนพิ้นและบิดขี้เกียจเพื่อยืดเส้นยืดสาย ก่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้นแล้วเอื้อมมือคว้านาฬิกาที่หัวเตียงมาดู 'เก้าโมงสิบห้า' 

ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นพร้อมผ้าห่มที่คลุมตัวมาด้วยก่อนเดินไปที่หน้าแล้วดึงผ้าม่านเปิดออกรับแสงแดดยามสายที่เจิดจ้าจนร้อน "ปิดๆๆ" ทำให้ฉันต้องรีบรูดม่านปิดอีกครั้ง กะจะสูดอากาศบริสุทธิ์สักหน่อยก็ไม่ได้ ฉันจึงโยนผ้าห่มไปไว้บนเตียงก่อนเดินเอื่อยเฉื่อยเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตัวแล้วเดินออกมาด้วยชุดนอนตัวเดิม

เสียงเตือนจากโทรศัพท์บ่งบอกว่ามีความเคลื่อนไหวในแชทกลุ่ม ฉันเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องไปที่ห้องนั่งเล่น ระหว่างทางก็เปิดดูข้อความแรกของวันในแชทกลุ่มซึ่งมันถูกส่งมาว่า 'ฉันอยู่ที่เกาะเชจู เมืองแห่งสายลมและแสงแดด และทะเลที่ฉันไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ เราก็เลยมาเดินเขาแทน' แล้วพี่จีซูก็ส่งรูปเซตใหญ่มาให้ 

บอกว่าเราแต่ไม่เห็นมีรูปไดเอียนกับลีนานเลยค่ะ มีแต่รูปตัวเองทำหน้าเด๋อๆ มีความสุขเว่อร์วังยังกะไปฮันนีมูนซะเอง แต่รู้สึกเหมือนจะมีแค่ฉันที่อ่านแชท เพราะอีกสองคนคงไม่อยู่ ก็หอมันเงียบๆ นี่คะ คงมีแค่ฉัน..."บ๊อกๆ" กับดัลกอมล่ะมั้ง 

ดัลกอมวิ่งมานั่งอยู่หน้าโซฟาตรงหน้าที่ฉันนั่งอยู่ "บ๊อกๆๆ" สงสัยจะหิวเหมือนเจ้าของแน่เลย ฉันจึงต้องลุกจากโซฟาไปหาอาหารมาให้มันผู้เป็นอดีตศัตรูตัวน้อยของฉัน พอแม่ไม่อยู่ก็เลยต้องมาง้อฉันล่ะสินะ 

"ดัลกอมอย่ามุมมาม" ฉันบอกมันเมื่อเห็นมันตะกละตะกลามกินอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่มันก็เหมือนพี่จีซูที่พอโดนดุก็จ้องหน้าเขม็ง 'ไอ้หมานี่' ฉันจะทำยังไงได้เลยคะนอกจากบอกมันว่า "งั้นตามสบายเลย" ก็ฉันยังไม่อยากมีเรื่องกับหมาให้อารมณ์เสียตั้งแต่เช้าแบบนี้นี่คะ 

ฉันจึงเดินไปหยิบขนมห่อใหญ่กลับไปนั่งที่โซฟาแล้วเปิดทีวีหาดูอะไรที่น่าสนใจซักหน่อย แต่ฉันนั่งดูทีวีอยู่สักพักก็มีเสียงทักขึ้นมาว่า "ตื่นแล้วเหรอยัยคุณนายตื่นสาย" ฉันเห็นโรเซ่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง แปลกใจนิดหน่อยนะคะที่เห็นเธอยังอยู่ที่หอในเวลาแบบนี้ 

"วันนี้ไม่ไปโบสถ์ล่ะแม่ชี" ฉันถามโรเซ่ เธอเดินเข้ามาหาแล้วว่า "ฉันเปลี่ยนไปเฉพาะวันอาทิตย์แทนแล้วย่ะ" เปลี่ยนใจเนี่ยนะ ปุบปับเปลี่ยนใจไม่บอกไม่กล่าวใครเลย แถมยังรู้สึกว่าจะสดชื่นแจ่มใสกว่าปกติแล้วยังมีหน้ามานั่งข้างฉันและแย่งขนมฉันไปกินอีก 

"แกทำอะไรเงียบๆ อยู่ในห้องคนเดียว ฉันก็นึกว่าไม่มีใครอยู่หอ" โรเซ่เคี้ยวขนมตุ้ยๆ และถือวิสาสะเปลี่ยนช่องทีวีไปดูการ์ตูนดิสนีย์อีก ก่อนบอกฉันว่า "ก็นั่งรอแกอยู่" รอฉันเหรอคะ 

"รอฉัน? รอทำไม" ฉันถาม โรเซ่ยังคงให้ความสนใจกับการดูการ์ตูนอยู่แต่ก็ออกปากสั่งฉันทั้งๆ ที่ตาจ้องทีวีอยู่ว่า "แกไปเปลี่ยนชุด เดี๋ยวเราออกไปข้างนอก" เธอชวนฉันไปข้างนอกเหรอคะ "ไม่ได้ชวนฉันไปโบสถ์นะ" ฉันถาม โรเซ่ถึงหันมาย้ำกับฉันว่า "ก็บอกแล้วว่าฉันจะไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ วันนี้วันพฤหัส ฉันจะชวนแกไปขี่จักรยาน" ขี่จักรยานงั้นเหรอ 

"แดดเปรี้ยงๆ เนี่ยนะ" ฉันว่า พอโรเซ่ได้ยินแบบนั้นเธอก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งคิดขึ้นได้ "เอ่อว่ะ" แต่จู่ๆ เธอก็เปลี่ยนมายืนยันคำเดิมว่า "แต่ก็ไปตอนนี้แหละ คนจะได้ไม่เยอะไง ฉันจะได้ทำอะไรสะดวกๆ" อะไรของเธอ ทำตัวแปลกๆ "อีกอย่าง ฉันอยากจะพาแกไปเลี้ยงไอศกรีมสักโคนสองโคนเพื่อชดเชยความผิดเมื่อวานไง" รู้ตัวด้วยเหรอคะว่าตัวเองผิด 

ยัยโรเซ่เป็นคนที่ทำให้มื้อเช้าเกือบเที่ยงของฉันเมื่อวานต้องลงเอยด้วยมาม่า ฉันอุตส่าห์รอกินขนมปังสารพัดไส้ของเธออยู่ตั้งนานสองนาน แต่ที่ไหนได้ เธอแค่หลอกให้ฉันดีใจเล่นโดยการทักแชทมาบอกว่า 'ได้ของมาแล้ว' แล้วก็หายต๋อมไปเลย โผล่หัวมาอีกทีก็ตอนที่ฉันกับเจนนี่ทานมื้อเย็นกันเสร็จแล้ว แถมยังไม่มีขนมปังติดไม้ติดมือกลับมาสักชิ้น 

พอถาม...เธอก็บอกว่าไปเจอเด็กหลงทางกำลังหิวโสก็เลยให้ขนมปังไปแล้วก็ช่วยเด็กคนนั้นหาทางกลับบ้านอีก คนดีศรีวายจีจริงๆ ที่โกรธไม่ใช่เพราะเห็นเพื่อนทำดีนะคะ เธอทำดีฉันก็สนับสนุนอยู่แล้วล่ะ แต่นี่หายไปไม่บอกกล่าว โทรไปก็ไม่รับ ทักไปก็ไม่ตอบ ฉันทั้งหิวทั้งห่วงกลัวจะเป็นไรไป แต่เจนนี่ก็บอกว่าไม่ต้องห่วงไปหรอก ฉันจะออกไปตามหา เจนนี่ก็บอกว่าเดี๋ยวเธอก็กลับ ตกลงทั้งเมื่อวานและวันนี้พวกเมมเบอร์ทำตัวแปลกทุกคนเลย
 
"ก็ได้ ฉันจะกินโคนล่ะรส เอาให้ตังค์ในกระเป๋าแกเกลี้ยงไปเลย" แต่ฉันก็ตอบตกลงโรเซ่ไป แต่ว่า "แล้วดัลกอมล่ะ" ฉันปล่อยมันไว้ตัวเดียวไม่ได้หรอกนะ แต่โรเซ่ก็คงรู้ว่าฉันอาจเป็นห่วงหมา เธอถึงบอกฉันว่า "ไม่ต้องห่วง" แล้วหยุดเวลามันเฉยเลย อย่างน้อยก็ควรปล่อยให้มันเคี้ยวอาหารให้หมดก่อนนะ ถ้าพี่จีซูรู้เขาได้กัดเราแทนมันแน่ 

"ทีนี่แกก็ไปเปลี่ยนชุดได้แล้วเร็วๆ" ผลักฉันไปอีก ฉันก็เลยต้องจำใจเดินกลับหอตัวเองเพื่อกลับมาเปลี่ยนชุดสำหรับการไปปั่นจักรยานตากแดดตอนสิบโมงเช้า งานนี้คงต้องใส่ขายาวกับเสื้อคลุมสักหน่อยแหละ และคงต้องทาครีมกันแดดสักสองสามชั้นไม่งั้นผิวฉันคงไหม้แน่นอน 

พอแต่งตัวเสร็จ ฉันก็ยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง ส่วนเงิน...ฉันว่าฉันไปแต่ตัวแล้วให้ยัยโรเซ่เลี้ยงดีกว่า จากนั้นฉันจึงตัดสินใจเดินออกมายังห้องนั่งเล่นซึ่งตอนนี้เงียบมาก ทีวีปิดไปแล้วด้วย ขนมก็ถูกเก็บไปหมด ดัลกอมก็ยังถูกแช่แข็งอยู่ที่เดิม แต่โรเซ่หายตัวไปไหนอีกแล้วคะเนี่ย 

"อยู่นี่" 

ยัยนี่เตรียมจะออกไปแล้วจริงๆ ค่ะ เล่นยืนรอฉันพร้อมจักรยานและร่มคันใหญ่ยักษ์เลย "เร็วๆ ชักช้าเสียเวลา" แล้วนางจะรีบไปไหนของนาง "เอ่อรู้แล้ว" ฉันจึงรีบเดินเข้าไปหาแล้วจูงจักรยานเดินนำเธอเข้าลิฟท์ไป 

"เพราะรักของคุณจึงทำให้มีเราวันนี้ รักนะคะ...นีนี่" โรเซ่เอ่ยขึ้นขณะที่กำลังดูภาพล่าสุดในไอจีของพวกเรา มันเป็นภาพของเจนนี่ที่ถ่ายอยู่ที่...เอ่อ...คือ มันไม่ใช่ซานโตรินีที่กรีซเหรอคะ นี่จัมป์ไปคนเดียวแบบไม่ชวนใครไปด้วยได้ไงกัน แถมแคปชั่นก็เลี่ยนๆ เป็นแคปชั่นที่แปลกกว่าทุกวันซะอีก 

"ขี้อวดมาก" โรเซ่พูดกับตัวเอง "ยัยลิซมาถ่ายรูปกัน" แล้วจู่ๆ เธอก็เข้ามาใกล้และชวนฉันถ่ายเซลฟี่ซะงั้น "3 2 แชะ!" แถมยังไม่ให้ฉันเตรียมตัวอะไรเลย "ฉันจะส่งไปอวดพวกพี่เขาสักหน่อยว่าเรากำลังออกไปเที่ยวด้วยกัน" 

แล้วเธอก็ส่งรูปที่ฉันทำหน้าเอ๋อลงแชทกลุ่มและพิมพ์ไปว่า 'ฉันกำลังพาคนโสดไปปั่นจักรยานด้วยแหละ' พาคนโสดหมายถึงฉันสินะ แต่พูดยังกะฉันโสดอยู่คนเดียว พี่จีซูตอบกลับมาอย่างไวว่า 'คนโสด' แล้วก็ส่งสติกเกอร์หัวเราะเจ้าเล่ห์กลับมา ส่วนเจนนี่ก็บอกว่า 'วันนี้ใช้ความโสดให้คุ้มล่ะ' คุยอะไรกันคะเนี่ย



ติ๊ง!



ดีที่เราลงมาถึงชั้นล่างแล้ว โรเซ่จึงรีบเก็บโทรศัพท์แล้วเดินนำฉันออกจากลิฟท์ไป ไม่งั้นฉันก็คงต้องงงต่อไปกับบทสนทนาที่ค่อนข้างผิดแปลกจากปกติของคนทั้งสาม แต่ก็ต้องงงต่อเนื่อง เมื่อจู่ๆ โรเซ่ก็ถามฉันขึ้นมาว่า "ถามจริงนะ เดี๋ยวนี้นิมิตแกมันใช้ไม่ได้จริงๆ ใช่เปล่า" 

"แกอยากรู้ไปทำไม"  ฉันถาม

"เอ้า" แต่ยัยนี่ก็ยังอยากรู้อยู่ดี "ก็ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าบาร์ลอยึดนิมิตของแกไปจริงๆ เหรอเปล่า"

"จริง" ฉันจึงตอบให้ แต่โรเซ่ก็พูดขึ้นมาว่า "มิน่าล่ะ"

"มิน่าล่ะอะไรของแก" ยัยนี่ทำฉันสงสัยอะค่ะ นางมองฉันตาปริบๆ เหมือนกำลังคิดหาคำอธิบายอยู่ หรือว่าคำแก้ตัวกันแน่เพราะเธอตอบฉันว่า "ก็แกถึงไม่รู้ว่าฉันจะชวนแกออกมาปั่นจักรยานวันนี้ไง" ฝันลิขิตของฉันมันจะบอกเรื่องธรรมดาแบบนี้ทำไมล่ะคะ 

"แค่มาปั่นจักรยานไม่จำเป็นต้องรู้ก่อนก็ได้มั้ง" ฉันบอก โรเซ่มองฉันแล้วพยักหน้าน้อยๆ และว่า "เอ่อใช่" 

"แกเป็นอะไรเนี่ย เบลอหรือเปล่า" ฉันถามขณะที่เรากำลังจะเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งที่เป็นสวนสาธารณะ แล้วโรเซ่ก็ทำเป็นว่าเหมือนร้อนเอามือขึ้นมาพัดตัวเองและว่า "สงสัยฉันอาจจะเป็นลมแดดอะ โอ้ะ!" ตกใจอะไรกันคะ "ฉันลืมกางร่มนี่เอง" แล้วเธอก็รีบกางร่มคันใหญ่นี้ออกก่อนรีบเดินนำฉันไป "อะไรวะ" ฉันได้แต่พูดกับตัวเองแล้วเดินตามเธอไป "แกรอฉันด้วยสิ"

และบรรยากาศรอบสวนสาธารณะก็เหมือนกับโรเซ่คาดการณ์ไว้เลยค่ะ เพราะเมื่อพวกฉันมาถึงมันแทบไม่มีคนเลยจริงๆ นับได้ไม่เกินสิบคนด้วยซ้ำ 

"เราไปขี่รถเล่นกันเถอะ" โรเซ่ว่าแล้วขึ้นมานั่งบนเบาะหลังของจักรยานและแน่นอนว่าคนที่รับหน้าที่เป็นคนปั่นก็คือฉัน ฉันจึงขึ้นนั่งประจำตำแหน่ง แต่ดีที่เรามีร่มคันใหญ่ของโรเซ่ที่ใหญ่จนคุมทั้งเราและรถจักรยานไว้จนมิด ฉันจึงถอดเสื้อคลุมออกแล้วเอามามัดไว้ที่เอวแทนเพราะว่าร้อน 'ค่อยดีขึ้นหน่อย' 

ฉันหันกลับไปหาโรเซ่เพื่อบอกว่า "จะไปล่ะนะ" แต่โรเซ่รีบเก็บโทรศัพท์ลงแล้วว่า "อืมๆ" เมื่อกี้เธอส่งข้อความหรือแชทอยู่กับใครหรือเปล่าคะ หรือว่าแอบเม้าท์กับพวกพี่ๆ อีกแล้ว "ไปสิแก ฉันร้อน" ยังจะมาบ่นว่าร้อนอีกก็ตัวเองชวนฉันมาแท้ๆ ฉันจึงเริ่มออกตัวจากจุดสตาร์ทไปเรื่อยๆ 

ฉันปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ ไม่รีบไม่ร้อน ในขณะที่โรเซ่ก็ชวนฉันร้องเพลงบันเทิงใจ "Love is an open door ~" แล้วสวนสาธารณะก็กลายเป็นเวทีของเราสองคนไปโดยปริยาย 

"นี่ยัยลิซ ช่วยจอดใต้ต้นไม้นั่นทีนะ" โรเซ่บอกฉันและชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งข้างหน้าของเรา "จอดทำไมอะ" ฉันถาม ก็ฉันกำลังปั่นเพลินๆ อยู่เลยนิ่คะ "แวะซื้อไอศครีมแปบ" นี่ฉันปั่นเพลินจนเลยร้านมาเลยเหรอคะ "แล้วทำไมเพิ่งมาบอกเนี่ย" ฉันกำลังจะหันหัวกลับแต่ก็โดนโรเซ่ปรามขึ้นว่า "เดี๋ยวก่อน" ฉันจึงชะงักลง 

"แกจะทำอะไร" โรเซ่ถามฉัน ฉันจึงตอบไปว่า "ก็เลี้ยวรถกลับไปซื้อไง" แต่เธอก็ร้องบอกฉันอย่างไวว่า "ไม่ต้องๆ" อะไรของยัยนี่ "เดี๋ยวฉันกลับไปซื้อเอง ส่วนแกรออยู่ที่นี่แหละ" จะเดินไปเองเหรอคะ "ขี่ไปไม่ดีกว่าเหรอ" ฉันเสนอ แต่โรเซ่ก็ยังท้วงขึ้นมา "แกอยู่นี่แหละ" แถมยังให้เหตุผลอีกว่า "แกปั่นมาตั้งไกลคงจะเหนื่อยแย่" เป็นห่วงฉันว่างั้น "อีกอย่างฉันจะได้เดินออกกำลังกายด้วย" นั่งมาตั้งนานเพิ่งคิดจะเดินเองเนี่ยนะคะ "รอนะ ไปล่ะ" ว่าแล้วก็เดินไปเฉยเลยแถมยังถือร่มคันใหญ่ไปด้วย 

"โรเซ่!" ฉันร้องตามแต่เธอก็ตะโกนกลับมาว่า "เดี๋ยวมา!" เอาไงก็ตามใจเธอแล้วกันเพราะฉันตามอารมณ์ของยัยนี่ไม่ทันแล้วตอนนี้ 

ฉันจึงตัดสินใจจอดจักรยานไว้ แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาวใต้ต้นไม้ก่อนทอดสายตาออกไปไกลอย่างไม่มีจุดหมาย อาทิตย์หน้าพวกเราก็จะอัดเพลงใหม่กันแล้ว แต่ฉันยังไม่มีอารมณ์เลยอะ ตอนที่ได้ยินท่านประธานบอกว่าเป็นเพลงรัก น่ารัก สดใส ฉันก็หนักใจแล้วนะ ยิ่งพอได้ฟังไกล์เพลงที่เพิ่งส่งมาให้เมื่ออาทิตย์ก่อน ฉันก็ได้แต่คิดในใจว่า พวกเราสี่คนจะทำได้เหรอ 

เพลงมันชื่อมาจีมักชอรอมค่ะ ไม่รู้ลุงหยางแกคิดยังไงให้เราอัดเพลงนี้ในช่วงเวลาอันโหดร้ายแบบนี้นะ เราคงทำออกมาได้ดีอยู่หรอก "มาจีมัลชอรอม มา มา มาจีมัลชอรอม" ฉันร้องฮัมเพลงนี้เบาๆ แต่สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ "เฮ้อ!" ถ้าในเพลงจะมีเสียงถอนหายใจปนไปบ้างก็อย่าแปลกใจไปนะคะ

"เฮ้อ!" 

ฉันหันไปตามเสียงถอนหายใจล้อเลียนนั่น ยัยนี้มาแปลกอีกแล้ว โรเซ่ยังกางร่มเหมือนเดิมค่ะ เพียงแต่เธอไม่ได้ใช้มันบังแดด แต่ใช้มันบังตัวเองจนมิดทำเอาฉันมองไม่เห็นส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเธอเลยอะ

"ฉันว่าแกไม่ได้เป็นลมแดดหรอก แต่ท่าจะเมาแดดมากกว่า" ฉันบอกแต่เธอกลับนิ่งไม่ยอมเคลื่อนไหวหรือตอบอะไรเลย "เป็นอะไรเนี่ย อย่าบอกนะว่าแกไม่ได้ซื้ออะไรติดมือมาอีกแล้ว" ฉันถามและโรเซ่ยังไม่ตอบ แต่เธอเดินพร้อมกับร่มมาหยุดอยู่ที่หน้าฉันแล้วก็นิ่งไป ฉันชักจะรำคาญยัยนี่แล้วนะคะ "ถ้าแกยังปิดหน้าปิดอยู่แบบนี้ฉันจะไม่คุยด้วยแล้วนะ" ยังอีกค่ะ ยังนิ่งไม่ยอมขยับอีก ต้องให้ถึงมือฉันใช่มั๊ยคะ

ฉันจึงค่อยๆ ยืนขึ้น ถ้าเธอไม่ยอมเผยตัวเอง งั้นฉันคงต้องเป็นคนจัดการซะแล้ว ฉันจึงดึงจุกร่มออกมา แล้วมือฉันก็หลุดจากจุกร่มทันที เมื่อเห็นว่าโรเซ่เปลี่ยนไปแค่ไหน 

"นาย" 

ฉันพูดไม่ผิดหรอกค่ะ โรเซ่ได้เปลี่ยนคำนำหน้าไปแล้ว เพราะตอนนี้เธอคือ...

"จองกุก" 

ฉันเอ่ยขึ้นเสียงค่อยอย่างแปลกใจเมื่อเห็นจองกุกยื่นถือไอศครีมหนึ่งโคนยืนอยู่ข้างหน้าก่อนว่า "ขอโทษนะที่ไม่ได้รสล่ะโคนอย่างที่เธออยากเพราะฉันคงถือมาไม่ได้ แต่โคนนี้ก็มีทุกรสนะ" แล้วเขาก็ยื่นไอศครีมหลากรสโคนหนึ่งมาให้ฉัน ฉันมองไอศครีมโคนนั้นแล้วมองหน้าเขา เขายิ้มให้ฉันน้อยๆ เหมือนโล่งใจที่เราได้เจอกันสักที 

ใจหนึ่งฉันก็โล่งใจที่เจอเขา แต่อีกใจ...ฉันกลับรู้สึกเหมือนกับว่าฉันโดนหลอก และคำถามที่เกิดคือในใจฉันคือ 'ความจริงคืออะไร' หรือนี่ไม่ใช่เรื่องจริงแต่ฉันกำลังฝันอยู่ 'ฝันซ้อนฝัน' ฉันกำลังโดนตลบหลังด้วยฝันร้ายอีกแล้วเหรอ แต่เพราะฉันอยู่กับฝันมานาน ฉันจึงรู้ว่านี่ไม่ใช่ฝัน มันเป็นความจริง ความจริงที่ฉันต้องเผชิญ 

เรื่องจริงที่ว่าเขาอยู่ตรงหน้าและแววตาที่บอกฉันว่าฉันไม่ใช่คนแปลกหน้า ไม่ใช่เพียงคนรู้จัก แต่มันเป็นมากกว่านั้น ฉันยังเป็นลิซ่าของเขา ลิซ่าของจองกุก 'ฮึ' ฉันอยากจะหัวเราะจนฟันร่วงแต่ฉันก็ทำได้แค่เพียงนิ่ง และหัวเราะเย้าะตัวเองในใจ 'ยัยโง่ลิซ่า'

ฉันยื่นมือออกไปรับไอศครีมโคนนั้นมาจากจองกุก เขายิ้มดีใจเมื่อเห็นฉันรับมา ฉันยิ้มบางๆ ตอบเขาก่อนตัดสินใจปล่อยไอศครีมทั้งโคนตกลงไปบนพื้น ในฝันเขาอาจจะดับฝันฉัน แต่ในโลกของความจริง ฉันจะเป็นคนดับฝันเขาเอง 

จองกุกหน้าเสียทันทีที่เห็นไอศครีมตกลงกับพื้น เขามองหน้าฉันเหมือนอยากจะอธิบายแต่ฉันจะไม่ฟังคำแก้ตัวของเขาหรอกนะ ฉันจึงบอกเขาไปว่า "ฉันอยากกินไอศครีมรสละโคน" แต่จองกุกก็เหมือนจะอ้าปากพูดกับฉัน "ฉันอยากกินไอศครีมรสละโคน" ฉันพูดย้ำขึ้นอีกครั้ง "ถ้าทำไม่ได้ก็กลับไปซะ" ฉันบอก 

จองกุกถอนหายใจเหมือนหมดหนทางแต่ก็ตอบฉันอย่างเลี่ยงไม่ได้ว่า "ก็ได้" เขาดูไม่ค่อยมั่นใจเลยนะคะ "ถ้าไม่มั่นใจก็อย่าทำเลย มันเสียความรู้สึกเปล่าๆ" ฉันบอก แต่เขาก็บอกฉันกลับมาว่า "ถ้าฉันจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ถึงแม้ฉันจะไม่มั่นใจว่าเธอจะยกโทษให้หรือไม่ แต่ฉันก็จะพยายาม" 

ก็บอกแล้วไงคะว่าฉันไม่ฟังคำอธิบายอะไรทั้งนั้นแหละ "ฉันอยากกินไอศครีมรสละโคน" ฉันบอกเหมือนไม่สนใจคำพูดของเขาก่อนหน้า จองกุกจึงพยักหน้ายอมรับ "เธอจะได้สิ่งที่เธอต้องการ" เขาบอกแล้วเดินออกไปพร้อมร่มคันใหญ่ 

"เดี๋ยว" 

แต่ฉันเรียกไว้ก่อน เขาจึงหันกลับมาด้วยสีหน้าที่แจ่มใสขึ้นหน่อย "อะไรที่ไม่ใช่ของนายก็เอาไว้ที่นี่" พอเห็นฉันพูดอย่างนี้เขาก็หน้าหงอยเหมือนเดิมก่อนหุบร่มยักษ์ของยัยโรเซ่ลงแล้วส่งมาให้ฉัน แต่ฉันจะไม่รับมาหรอก

ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมและทำตัวชิวก่อนบอกเขาให้หมั่นไส้เล่นๆ ว่า "วางไว้สิ" จองกุกมองหน้าฉันนิ่งก่อนจำใจเดินมาวางร่มพิงไว้กับเก้าอี้ตรงที่ว่างข้างฉันก่อนเดินคอตกออกไป

มันเหมือนว่าฉันแกล้งเขาใช่มั๊ยคะ ถูกแล้วล่ะ ฉันตั้งใจแกล้งเขาจริงๆ และจะแกล้งให้หนักเลย ให้สมกับสามเดือนที่เขาไม่เคยติดต่อฉันเลย ฉันไม่ได้ต้องการคำอธิบายจากเขา ไม่ต้องการเหตุผลว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงเงียบหายไป ทำเหมือนกับว่าเขาลืมฉันไปแล้วจริงๆ
แต่ตอนนี้ความรู้สึกของการอกหักถึงสามเดือนของฉัน มันได้หายไปแล้ว 

จริงๆ แล้วฉันควรโกรธเขาที่เขาโกหกฉันมาโดยตลอด แต่เพราะบางอย่าง บางอย่างในตัวเขาที่ทำให้ฉันเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำมันเพราะว่าเขามีเหตุผล จองกุกจะไม่ทำให้ฉันเสียใจถ้าไม่จำเป็น เขาเคยทำมันให้ฉันเห็นแล้ว และบางอย่างที่ฉันว่า นั่นคือใจของเขา ฉันเชื่อใจเขาและเชื่อว่าสามเดือนของเขากับสามเดือนของฉัน เราคงรู้สึกไม่ต่างกัน และฉันก็รู้ด้วยว่าเขาตั้งใจมาง้อฉัน และถ้ามีคนง้อแต่ไม่มีคนงอน มันก็คงไม่สนุกใช่มั๊ยล่ะ เพราะงั้นฉันเป็นคนงอนให้เขาเอง 'ฮุๆๆ'

จองกุกหายไปนานเลยแหละกว่าฉันจะเห็นว่าเขากำลังเดินช้าๆ และมีเหงื่อโชกหน้ามากับไอศครีมอีก 8 โคนที่ถือมาเต็มมือและกำลังละลายเลอะมือทั้งสองข้างของเขาอยู่ จองกุกทั้งมองทางทั้งมองไอศครีมและใช้ทั้งมือและนิ้วประคองไอศครีมทั้ง 8 โคนมาอย่างทุลักทุเล กว่าเขาจะเดินมาถึงตัวฉันมันก็เกือบจะละลายหมดแล้ว

"ไอศครีม 8 โคน 8 รสเพื่อลิซ่า" เขาบอกและยิ้มแห้งๆ มาให้ฉัน ฉันหยิบไอศครีมรสมะนาวออกมาดู มันละลายเลอะโคนไปหมดเลยค่ะ ปกติฉันเป็นคนกินง่ายไม่เรื่องมากนะแต่ในกรณีนี้ 

"ไม่เห็นเหรอว่ามันละลายหมดแล้ว" ฉันบอกเขา เขามองฉันตาปริบๆ ก่อนก้มมองไอศครีมเจ็ดโคนที่เหลือในมือของเขาอย่างสิ้นหวัง "ฉันกินไม่ได้หรอกนะแบบนี้" ฉันเห็นจองกุกถอนหายใจน้อยๆ ก้มหน้าก้มตายอมรับสภาพแล้วเขาถึงบอกฉันว่า "เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ใหม่" แล้วถึงเดินกลับทางเดิมไปพร้อมไอศครีมที่เหลือ ส่วนไอศครีมรสมะนาวที่อยู่ในมือของฉันก็เสร็จโจรสิคะ ฉันแอบกินมันหลับหลังเขาจนหมดเลยแหละ 

แล้วผ่านไปสักพักไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เขาก็วิ่งกลับมาอีกครั้งพร้อมไอศครีมช็อคโกแลตเพียงโคนเดียว ฉันว่าฉันสั่ง 8 โคน 8 รสนะ ไหงคราวนี้มาแค่โคนเดียวล่ะคะ

"ไอศครีมช็อคโกแลต" เขาว่าและยื่นมันให้ฉัน ฉันรับมาอย่างงงๆ ปนสงสัย และพอฉันรับ เขาก็ไม่พูดอะไรแต่กลับวิ่งกลับไปทางเดิม แล้วฉันต้องทำยังไงกับไอศครีมโคนนี้ล่ะ หรือว่าเขามีแผนใหม่ ในระหว่างที่ฉันสงสัย เขาก็วิ่งกลับมาอีกครั้งพร้อมไอศครีมรสวนิลลา

"ไอศครีมวนิลลา" เขาว่า ฉันจึงยื่นมือไปรับมา ตอนนี้ฉันได้ไอศครีมมาสองโคนแล้ว และก็มั่นใจด้วยว่าเขามีแผนที่จะวิ่งกลับไปเอาไอศครีมมาให้ฉันทีละอันอยู่แน่ๆ ฉันจึงปล่อยให้เขาทำไปเรื่อยๆ และฉันก็ยังไม่ยอมกินสักโคน จนกระทั่งโคนสุดท้ายมาถึง 

"ไอศครีมช็อคชิพ" เขายังคงยื่นมันมาให้ฉัน แต่ครั้งนี้ฉันจะไม่รับมาเหมือนครั้งก่อนๆ หรอกนะ เพราะฉันจะส่งมันกลับไป 

ฉันตัดสินใจยื่นไอศครีมทั้งเจ็ดโคนก่อนหน้าส่งคืนให้เขาทั้งหมด จองกุกที่ถือช็อคชิพอยู่ในมืออยู่แล้วโคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า "อะไรเหรอลิซ" จริงๆ เขาคงอยากจะถามฉันว่าไม่ถูกใจอะไรอีกมากกว่า ฉันจึงเฉลยให้ว่า "ก็ฉันอยากกินพร้อมกัน ไม่ใช่ทีละอันแบบนี้ แล้วตอนนี้มันก็ละลายไปหมดเลย" 

มันละลายแล้วจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะสองสามโคนอันแรกที่เขาเอามาตอนนี้ละลายเต็มมือฉันเลย ฉันว่าในใจของจองกุกต้องอยากถามฉันแน่เลยคะว่า 'ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก' แต่เขาก็รับมันคืนไปอย่างช่วยไม่ได้และบอกฉันว่า "เดี๋ยวฉันเอามาให้ใหม่" แล้วเขาก็เดินเอื่อยเฉื่อยตากแดดกลับไป มองไกลๆ จากด้านหลังแบบนี้ดูน่าสงสารจังค่ะ แต่ฉันยังไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ หรอก 'ฮิๆ'

และระหว่างที่ฉันนั่งใช้เท้าเขี่ยพื้นรอเขา "ลิซ่า!" ฉันดันได้ยินเสียงแว่วมาแต่ไกล "ลิซ่า!" จึงหันไปดูและก็พบว่า "ลิซ่า!" จองกุกแปลงร่างเป็นพ่อค้าขายไอศครีมไปแล้ว เขาขับมาทั้งคันรถเลยค่ะ แถมยังยิ้มแป้นแล้นมาแต่ไกลคงคิดว่าคราวนี้จะชนะใจฉันได้สินะคะ แต่เขาไปเอารถมาจากไหนค่ะเนี่ย 

"ลิซ่า" เขาจอดรถลงตรงหน้าฉันก่อนพูดอย่างกระตื้อรือร้นว่า "คราวนี้อยากกินรสอะไร อยากกินกี่โคนสั่งมาได้เลยนะ นี่ลงทุนเหมาทั้งรถมาให้เลยนะ พร้อมเปย์สุดๆ" พร้อมเปย์จริงเหรอคะ 'วันนี้นายจะได้เปย์สมใจแน่จอนจองกุก' ฉันคิดและระหว่างนั้นเขาก็กำลังจะตักไอศครีมใส่โคนให้ฉัน แต่จะง้อฉัน มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ

"แต่ฉันไม่อยากกินไอศครีมแล้ว"

"ฮะ" จองกุกดูตกใจอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ ด้วย "แล้วไอศครีมพวกนี้ล่ะ" เขาถามฉัน นั่นสินะคะ เขาบอกว่าเขาเหมามานี่นา คงจะหลายบาท ถ้างั้นคง..."เอาไปขายเลหลังแล้วกัน" ฉันบอก 

มันเป็นความคิดที่ดีใช่มั๊ยล่ะคะ อย่างน้อยเขาก็ได้ตังค์คืนบางส่วน แต่จองกุกก็ขมวดคิ้วคิดหนักและถามว่า "จะให้ฉันไปขายที่ไหน" ฉันก็นึกว่าเขาเปลี่ยนอาชีพเป็นพ่อค้าไอศครีมแล้วซะอีก "งั้นก็เอาไปแจกเด็กๆ ที่โรงเรียนแถวนี้" 

ไม่ขายแต่เอาไปแจกเด็ก ได้บุญได้กุศลแถมยังมีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับอีกด้วยนะคะ แต่จองกุกก็คงจะยังเสียดายถึงยังถามฉันอยู่ว่า "จะไม่กินจริงอะ" ฉันก็เลยส่ายหน้าว่า "ไม่" เขามองเหมือนอยากให้ฉันคิดดูอีกที แต่พอเห็นฉันไม่ตอบอะไร เขาก็เลยบอกว่า "เอาไว้แจกน้องๆ ก็ได้" ในที่สุดเขาก็ยอมทำตามที่ฉันบอก 

"แล้วเธออยากได้อะไรล่ะ" นึกว่าจะไม่ถามซะแล้ว "สตรอเบอร์รี่ปั่น ฉันอยากกินน้ำปั่นเย็นๆ" ฉันบอก จองกุกจึงพยักรับแล้วค่อยๆ หมุนรถกลับ เขาหันมามองฉันแวบหนึ่งเหมือนกำลังสงสัยว่าฉันกำลังแกล้งเขาหรือเปล่า แต่แล้วเขาก็ขับรถกลับไปโดยไม่พูดอะไรและฉันก็ลืมบอกเขาไปด้วยสิว่าฉันอยากกลิ่นแบบ 'สมูทตี้' ฉันนี่แย่จังค่ะ 'ฮิๆ'






Jungkook talk...



เธอตั้งใจแกล้งผม ผมรู้แต่ผมก็ยอมให้เธอแกล้ง ก็ผมไม่มีทางเลือกอะ ทำยังไงได้ล่ะครับ ก็ถ้าผมอยากให้เรื่องของเรายังคงอยู่ผมก็คงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอยอมใจอ่อนให้ผม แต่ตอนนี้ผมคงต้องกลับไปที่ฐานทัพของผมซะก่อน ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะโดนพลทหารสองคนเปลี่ยนฐานทัพให้เป็นรังรักไปแล้วมั้ง นั่งกินไอศครีมกันอย่างมีความสุขเชียว กระหนุงกระหนิงไม่สนใจเลยว่าผมกำลังขับรถถัง(ไอศครีม)กลับมาเต็มคันเหมือนเดิม

"เอาอีกถ้วยมั๊ยฮยอง" ผมทักแล้ววีฮยองกับโรเซ่จึงหันมา ทั้งคู่ทำหน้าตกใจก่อนวีฮยองจะถามผมว่า "ไมกลับมาเร็วจัง" ผมจอดรถคืนให้คุณลุงคนขายที่ยังโดนโรเซ่แช่แข็งเหมือนกับคนอื่นๆ ในสวนสาธารณะไว้ 

จริงๆ แล้วไอ้รถคันนี้ผมไม่ได้เหมาหรอก เรียกว่ายืมชั่วคราวน่าจะถูกกว่า แต่ไอศครีมก่อนหน้านั้นผมก็จ่ายเองนะ ของซื้อของขายนิ่ครับ อย่างน้อยผมก็ยังเป็นคนดีไม่ชักดาบใส่ใครหรอก 

พอคืนรถเสร็จ ผมก็เดินมานั่งลงที่โต๊ะกับทั้งสองคนแล้วบอกอย่างเซงๆ ว่า "ก็ลิซ่าเปลี่ยนใจอยากกินน้ำสตรอเบอร์รี่ปั่นแทนแล้วน่ะสิ" แล้วโรเซ่ก็สวนขึ้นมาทันทีว่า "ยัยลิซจงใจแกล้งนายแน่ๆ" เห็นมั๊ยครับว่าใครๆ ก็ดูออกว่าเธอแกล้งผม "แล้วนี่มึงจะทำยังไง" วีถาม ผมจะทำยังไงน่ะเหรอ "ผมก็ต้องทำสตรอเบอร์รี่ปั่นไปให้เธอไง" ผมบอกแล้วเดินไปที่ร้านขายน้ำผลไม้ปั่นที่อยู่ไม่ไกล และก็เป็นผมอีกแล้วที่ต้องทำเอง 

ปกติมันใส่อะไรบ้างนะ งานนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันแหละว่าจะอร่อยมั๊ย แต่ผมก็ตักน้ำแข็งหนึ่งแก้ว ตามด้วยเกลือหนึ่งหยิบมือ สตรอเบอร์รี่ครึ่งแก้ว น้ำเชื่อมสองช้อนตวงลงไปในโถปั่น สูตรนี้กะเอาตามความพอใจล้วนๆ มันคงไม่เปรี้ยวหรือหวานจนเกินไปนะครับ 

ผมรีบทำรีบปั่นรีบเทลงแก้วแล้วจ่ายตังค์ก่อนหยิบหลอดและฝาวิ่งกลับไปหาลิซ่า "รีบมากเดี๋ยวก็หกหรอกเว้ย!" วีฮยองตะโกนไล่หลังมา แต่ผมไม่สนใจยังคงวิ่งต่อไปขณะที่มือก็ปิดฝาและเสียบหลอดไปด้วย ช้าไม่ได้หรอกครับนาทีนี้เพราะเดี๋ยวลิซ่าจะใช้ข้ออ้างละลายหมดมาอ้างอีกแหละ

"มาแล้วๆๆ" 

ผมวิ่งเข้าไปหาลิซ่าที่ยังคงนั่งสบายใจอยู่บนเก้าอี้ยาวใต้ต้นไม้ พอเธอเห็นผมเธอก็ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงหน้าเชิดขึ้นมาทันทีเลย 

"สตรอเบอร์รี่ปั่นของลิซ่า" 

ผมยื่นแก้วน้ำปั่นไปให้เธอ ลิซ่ารับแก้วไปจากผม เธอมองหน้าผมครู่นึง คงไม่ได้คิดว่าผมใส่ยาพิษแล้วไม่ยอมกินนะครับ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แฮะ เพราะเธอจับหลอดแล้วคนนิดนึงก่อนเริ่มดูดสตอเบอร์รี่ปั่นของผม รู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่งที่เห็นว่าครั้งนี้เธอกล้าดูดไปแล้ว แต่ไม่รู้สูตรนี้จะถูกใจเธอมั๊ยน่ะสิ 

ลิซ่าดูดช้าๆ แล้วหยุดดูดเพื่อพิจารณารสชาติ ที่ผมแอบชิมมาก่อนหน้านี้ผมว่ามันโอเคเลยนะก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ แต่ลิซ่าจะว่ายังไงก็ไม่รู้  "อ่ะ" เธอยื่นแก้วคืนให้ผมอะ "ทำไมเหรอ ไม่ถูกปากหรือไง" ผมถามแต่ลิซ่าส่ายหน้าว่า "ไม่ใช่" อ้าว...ถ้าอร่อยแล้วคืนมาให้ผมทำไมล่ะครับ 

"ก็ดูในแก้วสิ" ดูในแก้วเหรอครับ ผมรับแก้วมาแล้วมองดูในแก้วตามที่เธอบอก มันมีอะไรในนั้นเหรอครับ ผมก็เห็นแต่น้ำปั่นนะ แมลงสักตัวก็ไม่มี "ทำไมอะ" ผมถามอย่างสงสัย แต่ลิซ่าคงอยากหาเรื่องแกล้งผมจริงๆ แหละเพราะเธอตอบผมว่า "ก็มันยังเป็นเกล็ดน้ำแข็งอยู่เลย ถ้าเกิดกินเข้าไปแล้วมันไปบาดคอบาดเส้นเสียงให้ทำไงล่ะ ฉันยิ่งต้องอัดเพลงอาทิตย์หน้าอีก" 

เกล็ดน้ำแข็งไปบาดคอ 'เฮ้อ' สารพัดที่จะคิดได้จริงๆ "แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ" ผมถาม ลิซ่าจึงบอกความต้องการของเธอมาว่า "ขอแบบสมูทตี้เนื้อเนียนๆ" แล้วก็ไม่บอกผมตั้งแต่แรก ผมจึงรับแก้วนั้นคืนมาจากเธอ "สมูทตี้ก็สมูทตี้" แล้วผมจึงเดินดูดสตอเบอร์รี่ที่เหลือเกือบเต็มแก้วกลับฐานตามเดิม

"วันนี้มึงได้กลับมาเป็นสิบๆ รอบแล้วนะ" วีฮยองทักขึ้นขณะที่ฮยองแกกำลังนั่งเล่นหมากฮอสอยู่กับโรเซ่ "คราวนี้ยัยลิซอ้างอะไรอีกล่ะ" โรเซ่ถามผม ผมจึงตอบไปว่า "สตรอเบอร์รี่สมูทตี้" แล้วเดินกลับเข้าร้านน้ำปั่นอีกรอบ 

"ให้พวกกูด้วยแก้วหนึ่ง" ฮยองแกจะไม่คิดเกรงใจผมเลยเหรอครับ แค่ลิซ่าผมก็จะเอาไม่รอดแล้วนะ แต่ผมก็ต้องจำใจทำให้สองคนนี้ด้วย เพราะยังติดหนี้ที่โรเซ่ช่วยก็เหมือนไม่ได้ช่วยวันนี้อยู่ "อ่ะ" ผมวางแก้วให้ทั้งสองคนก่อนรีบวิ่งกลับไปหาลิซ่าอีกครั้งพร้อมสตรอเบอร์รี่สมูทตี้ของเธอ

ผมยื่นแก้วให้เธอโดยไม่พูดอะไรเพราะผมเหนื่อย เหนื่อยมาก มันเป็นความเหนื่อยที่สะสมมาตั้งแต่ไอศครีมแปดรสของเธอแล้ว จนตอนนี้ผมได้แต่ยืนลุ้นและหอบหายใจแรง ให้ผมร้องเพลงเต้นระบำยังไม่เหนื่อยเท่านี้เลย 

ลิซ่ารับแก้วไปจากผมแล้วดูดอย่างชื่นใจ หวังว่าคราวนี้คงไม่มีปัญหาอะไรนะครับ "มันเปรี้ยวแปร๊นเกินไปนะ ฉันอยากให้มันนุ่มนวลกว่านี้อะ เอาเป็นสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้ได้เปล่า" 

ผู้หญิงนี่ปัญหาเยอะ เรื่องแยะ เอาใจยากที่สุดเลยนะครับ จากสตรอเบอร์รี่ปั่นธรรมด๊าธรรมดามาเป็นสตรอเบอร์รี่สมูทตี้ แล้วยังจะมาเป็นสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้อีก ผมขาเปลี้ยหมดแรงแล้วนะ แต่ผมก็ยังหยิบแก้วจากเธอคืนมาอยู่ดีและเดินคอตกกลับมา

"กูว่ามึงยกร้านไปเถอะ" วีฮยองแนะนำผมหลังจากที่เห็นผมเดินหน้าหงอยกลับมา "ยกร้านไปเดี๋ยวก็ได้เปลี่ยนใจกินอย่างอื่นอีกหรอก" ที่โรเซ่พูดก็ถูกครับ "นี่ทิชชู่" เธอยื่นห่อทิชชู่มาให้ผม ผมจึงหยิบทิชชู่ออกมาสองสามแผ่นและกำลังจะเอามาซับเหงื่อที่หน้า แต่แล้วผมก็ชะงักไปก่อนส่งมันคืนเธอ แต่วีฮยองกับรีบหยิบจากมือผมไปแทน 'หวงเหลือเกิน' 

"ผมจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว" ผมบอกทั้งสองคน วีฮยองมองผมอย่างไม่อยากเชื่อ "ใช่เหร๊อ" เสียงสูงไปอีก "คราวนี้ชัวร์ฮยอง ถ้าไม่ชัวร์ ผมไม่โม้ให้เปลืองน้ำลายหรอกน่า" วีฮยองมองผมเหมือนถามว่า 'มึงมีแผนใช่มั๊ย' ผมไม่ได้เฉลยแผนของผมไป ได้แต่บอกทั้งสองคนไปว่า "ผมไปทำสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้แก้วสุดท้ายดีกว่า" แล้วเดินอารมณ์ดีเข้าไปทำสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้อย่างที่ลิซ่าขอมา 

"พวกนายนี่มันเจ้าแผนการจริงๆ เลย" โรเซ่เอ่ยขึ้นมา ผมไม่ได้สนใจอะไร แต่ไอ้คนที่ร้อนตัวคือฮยองของผมนี่แหละที่รีบแก้ตัวว่า "เขาเรียกว่ามีหัวบริหาร" โรเซ่จึงประชดว่า "สงสัยในอนาคตนายคงได้เป็ยซีอีโอเลยแหละ" แต่ฮยองแกก็ยิ้มรับอย่างภูมิอกภูมิใจ 

ถ้าสมมุติว่าผมเป็นพนักงานในบริษัทที่ฮยองแกเป็นซีอีโอนะ ผมว่าผมคงต้องพกพาราไปทำงานด้วยวันละกระปุกสำหรับตัวเอง และยาระงับประสาทสำหรับท่านประธานวีของผมด้วยแน่ๆ เลย 

"ไปแล้วนะ" ผมบอกทั้งคู่ก่อนเดินออกมาพร้อมสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้แก้วสุดท้าย ครั้งนี้ผมมั่นใจว่าผมจะไม่ได้วิ่งกลับฐานทัพอีกแน่ 

ผมเดินชิวมาตลอดทาง ไม่รีบเหมือนครั้งก่อนๆ แถมยังจิบน้ำของเธอไปด้วย จนกระทั่งเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงลิซ่าแล้ว ผมถึงเริ่มหยุดทำเป็นชิวแล้วเดินเร็วขึ้น เหงื่อผมยังออกเต็มหน้า จากเดินเร็วผมก็เริ่มวิ่งเพื่อเพิ่มความเหนื่อยที่สมจริง 

"สตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้" 

ผมยื่นแก้วในมือให้เธอในขณะเดียวกันก็ยืนหอบหายใจแรงเหมือนเหนื่อยหนักต้องการจะพัก ลิซ่ารับแก้วไปจากผม เธอจิบมันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา 

"ทำไมครั้งนี้ไม่เต็มแก้วล่ะ" หาเรื่องผมอีกแล้ว ก็แน่นอนสิครับที่มันไม่เต็มแก้วเพราะผมจิบมาเองแหละ "แถมโยเกิร์ตก็เยอะไปกลบกลิ่นสตรอเบอร์รี่ไปหมดเลย" เยอะอะไรล่ะครับ ผมแค่ทาอ้อมแก้วเท่านั้นเองนะ ไม่ได้ปั่นรวมไปด้วยซ้ำ ติกินไปอีก "ไม่ได้เรื่องแบบนี้ไม่กินแล้ว เอาโยเกิร์ตเพียวๆ มาดีกว่า" เธอว่าแล้วยื่นแก้วคืนมาเหมือนเดิม 

ผมกำลังจะยื่นมือไปรับกลับมาแต่ผมตั้งใจไว้แล้วไงว่าผมต้องไม่ได้เดินกลับไปอีก ดังนั้นผมจึงเริ่มแกล้งเป็นเซไปข้างหน้าก่อนเซกลับข้างหลัง 

"ลิซ่า" 

แล้วเซมาข้างหน้าอีกรอบเหมือนกำลังจะทรงตัวไม่อยู่

"นี่...นายเป็นไรอะ" ลิซ่าถามด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเล็กๆ 

"ลิซ" 

ผมเรียกเธอเสียงค่อยขณะที่ขยับเข้าไปหาเธอและทำเป็นหรี่ตาลงเหมือนจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ก่อนทำเป็นอ่อนเปลี้ยเพลียแรงแกล้งเป็นลมซบไหล่เธอทั้งยืน

"จองกุก" 

ลิซ่าเรียกผม มือข้างหนึ่งถือแก้วสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้ของเธอ ส่วนอีกข้างก็โอบตัวผมไว้ และผมก็ทำเป็นไม่ได้สติไม่ตอบสนองเธอไป พอเห็นว่าผมนิ่งไปเธอก็เริ่มเป็นกังวลยิ่งขึ้น 

"จองกุกๆ" 

เธอเขย่าตัว แต่ผมแกล้งทำเป็นเหมือนจะสลบและหายใจช้าๆ "นี่จองกุกอย่ามาล้อเล่นนะ" เธอว่าด้วยความเป็นห่วง แต่ก็เหมือนใจนึงจะกลัวว่าเป็นแผนของผมไปด้วย ผมจะไม่ยอมให้แผนแตกหรอก 

"ฉันปวดหัว" ผมบอกเธอเบาๆ แล้วผ่อนลมหายใจออกยาวๆ ให้ไอร้อนส่งผ่านไปหาเธอ "ปวดหัวเหรอ ปวดแบบไหน ยังไง ปวดตรงไหนอะ" เธอถามผมเหมือนร้อนใจ แต่เพื่อไม่ให้ดูเหมือนผมสำออยผมจึงบอกเธอเสียงค่อยว่า "มันปวดตุบๆ ไปหมดเหมือนหัวจะระเบิดเลย แต่คงไม่เป็นหรอกมั้ง เดี๋ยวฉันค่อยไปหายากินหลังจากที่หาโยเกิร์ตมาให้เธอแล้วก็ได้" หลังบอกเธออย่างนั้นผมจึงค่อยๆ ก้าวถอยหลังจะออกมาแต่แทนที่ผมจะถอยหลังไปเฉยๆ ผมก็ทำเป็นเงิบหงายหลังไปแทน

"จองกุก!" 

ลิซ่าจึงรีบกอดตัวผมไว้ ผมก็ปฏิเสธที่จะกลับเข้าหากอดของเธอไม่ได้ซะด้วย เป็นไงล่ะครับความอ้อนแอของผม 'ฮิๆ'

"ไม่ต้องไปแล้ว" เธอบอกผม "นายนั่งก่อนๆ" เธอพยุงตัวผมนั่งลงด้วยกัน "ฉันปวดหัวมากเลยอะลิซ" แต่ผมก็ยังทำเป็นยกหัวไม่ขึ้นและยังนั่งซบไหล่เธออยู่เหมือนเดิม "งั้นนายรอฉันอยู่นี่นะ ฉันจะไปหายามาให้" เธอว่าแล้วกำลังจะลุกขึ้นไปแต่ผมก็ดึงตัวเธอไว้ก่อนและว่า "เธออย่าไปได้มั๊ย" ผมทำเสียงอ้อนวอน "ฉันกลัวว่าเส้นเลือดสมองจะแตกก่อนที่เธอจะกลับมาหาฉันน่ะสิลิซ อย่าไปเลยนะ" 

ผมยอมรับว่าผมสำออยนะและจะสำออยให้สุดๆ ไปเลย "มันไม่แตกหรอกจองกุก" เธอรู้ได้ไงกันครับ "แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้นะลิซ" ผมต้องยื้อเธอไว้ให้ได้สิครับ "เธอจำไม่ได้เหรอ แค่เราห่างกันไม่กี่นาที ฉันยังรักษาเธอไว้ไม่ได้เลย" ลิซ่ามองผมนิ่งเหมือนเข้าใจ 

"เพราะงั้น..." ผมสบสายตาของเธอและบอกเธอว่า "ช่วยอยู่กับฉันเถอะนะ ฉันไม่อยากห่างจากเธอแม้เพียงวินาที หรือเพียงเสี้ยวลมหายใจของเรา ฉันไม่อยากเสียเธอไปอีก" ครั้งนี้ผมไม่ได้พูดเพราะว่ามันเป็นแผนของผมนะ แต่ผมพูดออกมาจากใจของผมจริงๆ "ช่วยอยู่กับฉันตอนนี้ หลังจากนี้ และตลอดไปได้มั๊ย หรืออย่างน้อยก็จนกว่าเธอจะหมดรักฉันแล้วจริงๆ" นี่แหละครับคือเหตุผลที่ผมมาหาเธอวันนี้ เพื่อมาถามเธอว่า "เธอจะอยู่กับฉันได้มั๊ยลิซ่า"

ลิซ่ามองตาผม เธอมองหาความจริงใจจากผม ผมไม่รู้ว่าเธอจะคิดยังไงจะดูออกไหม แต่สิ่งที่ผมรู้คือทุกคำพูดและทุกการกระทำที่ผมมีต่อเธอล้วนมาจากใจของผม และ..."ฉันรักเธอ" สามเดือนที่ไม่ได้พูดคำนี้เลยมันอึดอัดจริงๆ นะ 

"สำหรับฉัน...เธอเป็นรักที่มากกว่ารัก เพราะเธอคือชีวิตของฉัน เธอคือลมหายใจของฉันและเธอคือดวงใจของฉัน...ลิซ่า" ผมค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้าไปหาเพราะผมอยากจูบเธอ ลิซ่าค่อยๆ หลับตาหลงและนี้เป็นสัญญาณอันดีสำหรับผม แต่ขณะที่ผมกำลังจะพิชิตจูบนี้ได้ ลิซ่าก็เอ่ยขึ้นมาซะก่อนว่า "นายไม่ปวดหัวแล้วเหรอ" แล้วเธอจึงค่อยๆ ลืมตามองผมอีกครั้ง นึกว่าเธอจะเคลิ้มแล้วซะอีก 

"ก็ปวด" ผมจึงต้องกลับมาแสดงละครอีกครั้ง "โอ้ยๆๆ มันปวดตุ้บๆ ตุ้บๆ เลยอะลิซ" แต่ผมคงตกใจที่เหมือนจะโดนเธอจับได้ก็เลยโอเว่อร์แอคติ้งเกินไปหน่อยจนเธอจับได้จริงๆ "นายมันเจ้าเล่ห์จริงๆ เลย ฉันไม่อยู่ด้วยแล้ว" ลิซ่าว่าและลุกขึ้นจะเดินไปจากผม 

"เดี๋ยวสิ!" แต่ผมคว้าตัวเธอมานั่งบนตักได้ทัน "ฉันไม่ให้เธอไปอะ" ผมบอกเธอ "ปล่อยเลยนะจองกุก นายเล่นสนุกมามากพอแล้ว" วันนี้ผมยังไม่ได้เล่นอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแต่เธอนั่นแหละที่แกล้งผม แต่ถ้าผมพูดแบบนี้ เดี๋ยวเชลยอย่างเธอก็หาทางหนีอีกล่ะ ผมจึงว่า "เธอแยกไม่ออกจริงๆ เหรอลิซ่าว่าอันไหนจริงอันไหนเล่น" 

ลิซ่าหันมามองหน้าผมและผมรู้ว่าเธอแยกออกอยู่แล้ว เพิ่งแต่เธอแค่ต้องการความมั่นใจจากผม "เรื่องเล่นๆ ของฉันอาจมีเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง แต่สำหรับเรื่องความรักและเรื่องของเธอ มันเป็นเรื่องสำคัญ มันสำคัญมากและฉันคงทำเป็นเล่นไม่ได้ถ้าไม่อยากเสียมันไป" 

ผมกระชับอ้อมแขนที่โอบตัวเธอไว้และพยายามให้เธอนั่งสบายที่สุดบนตักของผม ก่อนตัดสินใจถามเธอว่า "ถ้าเธอต้องการไปจากฉันจริงๆ ฉันก็จะยอมให้เธอไป แต่ช่วยตอบคำถามข้อหนึ่งของฉันก่อนได้มั๊ย" ลิซ่ามองหน้าผมอย่างสงสัยและถามว่า "คำถามอะไร" อย่างน้อยผมก็รู้สึกว่าแววตาเธอไม่ได้ต่อต้านผมอยู่ แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว 

"เธอคิดถึงฉันหรือเปล่า" ผมจะยอมปล่อยเธอไปจริงๆ นะครับถ้าเธอตอบว่าไม่ ผมจะไม่ยื้อเธอเลย ถึงผมจะคิดถึงเธอมากแค่ไหนก็ตาม และลิซ่าก็ตอบผมว่า "ถึงฉันจะคิดถึงนายหรือไม่คิดถึงนายแล้วมันสำคัญตรงไหน ในเมื่อที่จริงแล้วคนแรกที่คิดจะเดินไปจากความรักของเราไม่ใช่ฉันแต่เป็นนาย" 

มันก็ไม่ผิดที่เธอจะคิดแบบนี้หรอกนะ แต่ความจริงก็คือ "ถึงมันจะดูเหมือนแบบนั้น ถึงตัวฉันจะจากเธอไป แต่ใจฉัน มันยังผูกติดอยู่กับเธอตลอด เพราะอย่างนี้ฉันถึงลืมเธอไม่ได้และรอเวลาที่จะตามหัวใจของฉันมาหาเธออีกครั้ง" ผมบอกและได้แต่เฝ้ารอเธอ แต่ลิซ่าก็ได้แต่นั่งมองผมนิ่ง 

เธอไม่คิดอยากจะพูดอะไรซักคำเหรอครับ หรือว่าเธอไม่รู้จะเริ่มยังไง ถ้างั้นผมขอถามคำถามที่เธอยังติดค้างอยู่แล้วกัน ผมจึงใช้มือข้างนึงลูบหน้าของเธอแล้วถามว่า "เธอจะอยู่กับฉันได้มั๊ยลิซ่า" 

ผมอยากรู้จริงๆ นะว่าเธอคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงยังไม่ยอมตอบผม แถมยังเอาแต่นั่งมองผมนิ่ง แววตาไม่มีคำตอบให้ผมเลยอะ เหมือนกับว่าเธอพยายามจะซ่อนมันจากผมเลย เธอไม่อยากตอบผมขนาดนั้นเลยเหรอครับ
 
ผมจึงจำใจค่อยๆ คลายแขนที่โอบรอบเอวเธอออกช้าๆ แต่ว่าลิซ่าก็ทำให้ผมอึ้งจนได้เพราะในขณะที่ผมกำลังถอดใจปล่อยเธอไป เธอกลับใช้มือทั้งสองของเธอจับหน้าของผมไว้แล้ว 

"จุ้บ!" 

เธอจุ้บผมเฉยเลย เธอก็ร้ายไม่แพ้ผมหรอก 

"ก็อยู่ด้วยนี่ไง" เธอว่าแล้วค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมา 

"ยัยตัวแสบ" จนผมอดยิ้มตามและอดอยากเล่นด้วยอีกไม่ได้ "เอาอีกๆ" ผมบอกแล้วลิซ่าก็บีบปากกลับผมแรงๆ เหมือนเธอหมั่นไส้และว่า "ฝันไปเถอะย่ะ" ฝันไปเถอะย่ะเหรอครับ ผมไม่ปล่อยให้มันเป็นแค่ฝันหรอกนะ ผมจึงฉวยโอกาสที่เธอเผลอยืดคอยาวเป็นยีราฟเพื่อ...

"จุ้บ!" 

ทำฝันของผมให้เป็นจริง 

"จองกุก" ลิซ่าถลึงตาใส่ผม ทีผมโดนจุ้บผมยังไม่เห็นเดือดร้อนเลยนะ ผมจึงบอกเธอไปว่า "แกล้งจุ้บให้รู้ว่ารัก" แต่ลิซ่าก็เบ้ปากและจ้องผมเหมือนไม่เชื่อแล้วว่า "นายจงใจ" ผมยิ้มกว้างทันทีเมื่อโดนเธอจับได้ "รู้ใจเค้าจังเลย" ผมหยิกแก้มเธอเบาๆ แต่ลิซ่ากลับใช้มือจับหูของผมก่อนบอกว่า "รู้ทันมากกว่า" แถมยังบิดหูผมแรงๆ อีก "โอ้ย! เจ็บๆๆ" พอเห็นผมร้องลั่นเธอถึงยอมปล่อยมือออก 

"ใจร้ายอะ" ผมบอกแต่ลิซ่าก็ถามผมกลับว่า "ถ้าฉันร้ายแล้วนายจะรักมั๊ย" ของมันเห็นๆ อยู่แล้วไม่เห็นต้องถามเลยครับ 

"ก็ยิ่งเธอร้าย ฉันจะยิ่งรัด" แล้วผมก็กอดเอวเธอให้แน่นขึ้น "ฉันจะรัดเธอด้วยความรักทั้งหมดที่ฉันมีจนเธอหนีไปรักใครไม่ได้อีก...นอกจากฉัน" 

ลิซ่ามองผม ผมชอบแววตาที่เธอมองผมตอนนี้นะ แววตาที่บอกว่าเธอเชื่อมั่นในตัวผม เธอเหมือนแบตเตอรี่เลยครับที่คอยชาร์ตพลังให้กับผม เธอค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เหมือนวิตามินของเธอที่คอยเติมความสดใสให้กับชีวิตของผม และค่อยๆ โอบแขนรอบคอผมแล้วซบหน้ากอดคอผมเอาไว้ ผมลืมไปเลยนะครับเนี่ยว่ารอบตัวเราร้อนแค่ไหนถึงแม้เธอจะกระชับกอดให้แน่นขึ้น 

ผมได้แต่ยิ้มอย่างดีใจเมื่อคิดว่าทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ผมกอดเธอและโยกเธอไปมาเหมือนว่าเธอเป็นเด็กพร้อมลูบหัวเธอเบาๆ ก่อนจูบหัวเธอหนึ่งครั้งแล้วบอกเธอว่า "ไปขี่รถเล่นกัน" 

ลิซ่าจึงค่อยๆ คลายกอดออกแล้วกลับมานั่งบนตักผมดีๆ เหมือนเดิม ผมว่าเธอน่าจะพอรู้แล้วนะว่าทำไมผมถึงให้โรเซ่พาเธอออกมาที่นี่ 

เราทั้งคู่ต่างเริ่มความสัมพันธ์นี้มาจากความฝัน และฝันแรกของเรา เราคงจำได้ไม่ลืมเลือน ในตอนนั้นผมอาจจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงที่ซ้อนท้ายจักรยานของผมคือใคร แต่ ณ วันนี้ ผมรู้ชัดแจ้งแล้วว่า ผู้หญิงคนนั้นคือเธอที่นั่งอยู่ตรงหน้าผม และผมอยากทำให้ฝันนั้นเป็นจริงเหมือนเรื่องของเรา 

"ไปกันสิ" ลิซ่าว่าแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แต่ผมจะไม่ให้เธอเหนื่อยหรอกนะ ผมจึงรีบช้อนตัวอุ้มเธอขึ้น "จองกุก" ลิซ่าเอ่ยชื่อผมขึ้นด้วยความตกใจ "ทำอะไรอีกเนี่ย" ผมจะทำอะไรเหรอครับ 

"วันนี้ฉันจะเป็นคนรับใช้ให้เธอเอง ไหนๆ ก็เป็นมาทั้งวันแล้ว" ลิซ่าจ้องเขม็งผมเพราะรู้สึกได้ถึงการแอบจิกกัดของผม "แต่ว่าฉันเต็มใจนะ" แล้วเธอก็พึมพำเบาๆ ว่า "ชิ" ก่อนจะเร่งผมต่อ "จะทำอะไรก็รีบๆ ทำเลยไป ฉันไม่ชอบโดนอุ้มแบบนี้" ไม่ชอบจริงเหรอครับ 

"ถ้าไม่ชอบก็อย่ากอดคอแน่นนักสิ นี่คอเคล็ดแล้วมั้ง" ผมแซวเล่นขำๆ แต่ลิซ่าก็รีบแก้ตัวว่า "ถ้าไม่กอดไว้ฉันก็ตกสิ เผื่อนายปล่อยฉันตกขึ้นมาให้ทำไง" ใครจะไปกล้าปล่อยเธอล่ะครับ 

ผมจึงเดินอุ้มเธอมาที่รถจักรยานแล้ววางเธอลงไว้ที่เบาะหลัง "เอาร่มมาด้วย" พอผมบอกว่ายอมเป็นคนใช้ให้ก็รีบชี้นิ้วสั่งผมทันทีเชียว ผมจึงรีบเดินมาหยิบร่มอันใหญ่ไปให้เธอแล้วกางร่มออกให้ก่อนยื่นมันให้เธอ ลิซ่ารับร่มจากผมไป แล้วผมจึงเข้าประจำที่คนขับ 

"จับแน่นๆ ล่ะ" ผมบอกเธอ แล้วลิซ่าจึงใช้มือข้างที่ว่างเกาะตัวผมไว้ "จะเกาะทำไมเนี่ย โอบมาเลยๆ" ผมว่าและจับมือข้างนั้นของเธอมาโอบรอบตัวเอาไว้ทำให้หน้าของเธอซบลงที่หลังผมพอดี แต่ลิซ่าก็เหมือนจะยกหัวออกจากหลังผม ผมจึงเอามือไขว้หลังแล้วดันหัวเธอมาซบไว้ตามเดิม "ซบไว้อย่างนี้รู้เปล่า" ผมบอกเธอ "ถ้าจะซ้อนท้ายฉันก็ต้องถามตามแบบของฉัน" 

แต่สงสัยผมจะเยอะจนลิซ่าเริ่มรำคาญ "รู้แล้วน่า พูดมากแบบนี้เดี๋ยวฉันก็ไปซ้อนคนอื่นซะหรอก" พูดแบบนี้ได้ไงครับนี่ 'จะไปซ้อนคนอื่นใช่มั๊ย' แบบนี้ต้องโดน 

"อ๊าย!" 

ลิซ่าร้องเสียงดังเมื่อโดนผมแกล้งปั่นจักรยานออกมาทันทีทันใดจนเธอตั้งตัวไม่ทัน และกอดเอวผมซะแน่นเชียว 

"จองกุก!" 

เอ็ดผมไปอีก แต่ผมก็ได้แต่หัวเราะและยิ้มอย่างพอใจ "สนุกมากใช่มั๊ย นี่ๆๆๆๆ!" เธอใช้หัวโหม่งหลังผมเป็นชุดเลยครับ 

"โอ้ยๆๆๆๆ" 

เจ็บก็เจ็บแถมยังจะบังคับจักรยานไม่อยู่ด้วย "หยุดๆๆ" ผมร้องสั่งเธอ "เดี๋ยวก็ได้ล้มพอดี" พอผมบอกอย่างนี้แล้วลิซ่าถึงหยุดลง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าจะพอใจว่า "ก็นายมาแกล้งฉันทำไมล่ะ" 

"ก็เธอพูดประชดฉันอะ แถมยังขู่จะไปซ้อนท้ายคนอื่นอีก อย่างนี้ใช่ได้ที่ไหน" แต่ลิซ่าก็รู้จักพูดเอาใจผมว่า "ก็แล้วที่นี่นอกจากนายแล้วมันมีคนอื่นที่ไหนกันเล่า" พูดถูกใจแบบนี้ควรจะมีรางวัลมาให้นะครับ

ผมค่อยๆ ชะลอรถลงจนในที่สุดรถก็หยุดอยู่กับที่ ผมจึงก้าวขาออกจากรถแต่มือยังจับแฮนด์จักรยานไว้อยู่ ลิซ่ามองผมอย่างสงสัยและถามด้วยความแปลกใจว่า "หยุดทำไมอะ ไม่ปั่นต่อแล้วเหรอ" ผมจึงพยักหน้าและตอบเธอไปว่า "ต่อสิ" แล้วลิซ่าจึงบอกว่า "ถ้าจะปั่นต่อก็ปั่นสิ ฉันกำลังเพลินเลยนะ" ผมจึงเฉลยไปว่า "เมื่อกี้พูดถูกใจก็เลยมีรางวัลจะให้" 

ลิซ่าทำหน้างงๆ แล้วถามว่า "รางวัลอะไร" ผมกำลังจะมอบรางวัลให้เธอครับ แต่ไอ้เจ้าร่มที่เธอถือมันก็ขวางวิถีของผมเหลือเกิน ผมจึงใช้มือจับแฮนด์อีกมือก็จับร่มนั้นร่วมกับเธอแล้วเบี่ยงมันออกห่างตัวของเราไปหน่อย ก่อนมอบรางวัลคือจูบของผมให้กับเธอ 

ลิซ่าหลับตาลงเพื่อรับจูบนี้ของผม มืออีกข้างของเธอก็ดึงชายเสื้อของผมไว้ ผมกลับโลกมาแล้วสามเดือน แต่ผมไม่เคยรู้สึกเลยว่าผมได้กลับมาแล้วจริงๆ จนวันนี้...วันที่ผมเจอเธออีกครั้ง นี่ต่างหากที่ผมรู้สึกว่าผมได้กลับบ้านแล้วจริงๆ วันที่ตัวของผมได้กลับมาอยู่กับใจอีกครั้ง ใจดวงเดิมกับคนคนเดิม คำนี้ยังใช้ได้อยู่เสมอเลยนะครับ 

ผมเคยบอกรักบอกคิดถึงเธอไปแล้ว และขอบคุณเธอไปหลายเรื่อง แต่มีเรื่องหนึ่งผมไม่เคยบอกเธอเลย 

"ลิซ" 

ผมเรียกเธอเบาๆ หลังจากที่ถอนจูบออกมาแล้ว ลิซ่าค่อยๆ ลืมตาของเธอขึ้นมา ตากลมโตของเธอสะท้อนเงาของผมอยู่ในนั้น และสายตาของผมก็มองเพียงแค่เธอคนเดียวตลอดมา ผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับผู้หญิงตรงหน้าและบอกเธอว่า...

"ขอบคุณนะ ขอบคุณที่อุตส่าห์เดินออกมาจากฝันเพื่อมาเป็นคนรักของฉันในชีวิตจริง ขอบคุณนะ...ลลิษา"






.........จบ PART 137.4.........





สารจากไรท์

          ในที่สุดการเดินทางอันแสนไกลของเราก็มาถึงจุดหมายจนได้ จากพาร์ทแรกที่สั้นๆ กระจึ๋งเดียวจนพัฒนามาเรื่อยๆ ทั้งเนื้อหาและรายละเอียดมาจนถึงพาร์ทสุดท้ายนี้ นิยายเรื่องนี้เริ่มต้นมาจากความขี้ชิปก็จริง แต่พอไรท์แต่งไปเรื่อยๆ ไรท์ก็มองข้ามความชิปไปแล้ว มันกลายเป็นความจริงจังขึ้น จริงจังในที่นี่ไม่ใช่คิดว่ามันเรียลนะ แต่เป็นความตั้งใจที่อยากแต่งให้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่แฟนฟิคแต่เป็นนิยายเรื่องหนึ่งที่ผู้อ่านน่าจะประทับใจ สนุก มีความสุขและได้สาระ (ใช่มั๊ย?) ไรท์ก็ว่ามันมีสาระอยู่นะ

พื้นฐานของนิยายเรื่องนี้มาจากสองคำค่ะ คือ 'มิตรภาพ' และ 'ความรัก' ผ่านความเป็นเพื่อน คนรัก พี่น้องและครอบครัว หวังว่าทุกคนจะได้เห็นถึงพัฒนาการของตัวละครทุกตัวและทุกคู่ และรักในพวกเขาทุกคนเหมือนที่ไรท์รักนะ

ถามว่าไรท์เหนื่อยมั๊ย บอกเลยว่าเหนื่อยมาก มีแอบคิดอยู่เหมือนกันว่า 'กูทำอะไรอยู่วะเนี่ย' เคยคิดจะเลิกเขียนอยู่เหมือนกันแหละ แต่ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าต้องทำให้สุด มันก็สุดจริงๆ สุดจนเกือบตันเกือบหาทางออกสู่ตอนจบไม่ได้ เกือบตายกลางทางไปซะแล้ว 

คือจริงๆ ไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้เลยนะ เป็นร้อยๆ ตอนเลย 'มึงบ้าไปแล้ว' คำนี้คือพูดกับตัวเองมาตั้งแต่ตอนที่ครึ่งร้อยได้ คนบ้าอะไรจริงจังในเรื่องเล่นๆ และไม่ใช่ว่าตัวเองว่างจัดด้วย แต่ตรงข้ามกันเลย ยุ่งจนหัวฟูทุกวัน แต่ก็แปลกใจตัวเองมากเหมือนกันที่ยังอุตส่าห์แบ่งเวลามาทำตรงนี่ได้ แต่ไรท์ก็ว่าไม่บ้าจริงทำไม่ได้หรอก ฮ่าๆๆ 

แต่จริงๆ แล้ว นิยายเรื่องนี่ถ้ามีแค่ไรท์คนเดียวก็คงจะไม่สำเร็จขนาดนี้ถ้าหากไม่มีผู้อ่านที่น่ารักทุกคน ตั้งแต่ตอนแรกเริ่มจนถึงตอนนี้ รู้สึกขอบคุณมากๆ จริงๆ ที่ติดตามกันมาโดยตลอด ไรท์อ่านทุกเม้นท์นะ และขอขอบคุณทุกคำชมทุกกำลังใจที่มีให้กัน รวมทั้งขอน้อมรับทุกคำติที่เป็นประโยชน์กับไรท์มากสำหรับการนำมาพัฒนางานเขียนของไรท์ ทุกเม้นท์มีค่าสำหรับไรท์มากจริงๆ 

และสำหรับคนที่ถามไรท์ว่า จบเรื่องนี้แล้วจะมีเรื่องใหม่อีกไหม คำตอบคือ..."อาจจะค่ะ" ยังรับปากไม่ได้นะ แต่ที่บอกว่าอาจจะมีที่แน่ๆ คือน่าจะไม่ใช่แฟนฟิคแล้วอะ นี่ก็ไม่รู้ว่าถ้าแต่งเป็นนิยายจริงๆ แล้วจะยังมีคนติดตามไหม มีพล็อตคร่าวๆ ไว้แล้วแต่ยังไม่มีเวลาแต่งเลย ถ้ามีข่าวอัพเดตความเคลื่อนไหว เดี๋ยวไรท์ก็จะอัพลงเรื่องนี้แหละ รอติดตามกันด้วยนะ แต่ถ้าใครเหงาอยากคุยกับไรท์ ทวีตมาหาไรท์ก็ได้นะ (@S_mewon) เพราะไรท์ก็น่าจะเหงาเหมือนกัน ฮ่าๆๆ 

สุดท้ายนี้...จริงๆ ก็บอกไปแล้วแต่อยากบอกอีกว่า "ขอบคุณมากๆ ค่ะ" แอบใจหายเหมือนกันที่ต้องโบกมือลาเรื่องนี้แล้ว เราก็ผูกพันธ์กันมานมนานฉันสามีภรรยา จะจากกันมันก็อาลัยอาวรณ์เป็นธรรมดา แต่งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกลา แต่สำหรับไรท์จะจากไปง่ายๆ ก็ไม่ใช่ไรท์สิ เพราะเรามี .... ให้อ่านต่อนะจ้ะ อย่าลืมอ่านล่ะ ไรท์เตือนแล้วนะ อันนี้สุดท้ายจริงๆ อยากบอกว่า "ไรท์รักทุกคน"





.........Special PART 137.4 By Lisa.........



ฉันกลับมาเยือนภวังค์อีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เข้ามานานหลายเดือน และเดินไปยังประตูที่เดิมทีสลักไว้ว่า 'บ้านลับ' แต่วันนี้มันเปลี่ยนมาเป็น 'ซี้สุดขั้ว ก๊วนสุดป่วน 11 พลังสะท้านยุทธภพ' พอจะรู้แล้วใช่มั๊ยคะว่ามันคงไม่ใช่บ้านลับของฉันกับจองกุกแล้ว และหลังประตูก็คงไม่ได้สงบเหมือนที่เคยเป็นแน่ 

ฉันเปิดประตูเข้าไปก็เห็นจองกุกยืนรอฉันอยู่แล้ว พร้อมหน้าบึ้งตึงก่อนเดินเข้ามาหาฉันแล้วบอกว่า "เรากลับไปอยู่เงียบๆ แค่เราสองคนไม่ได้เหรอ" ฉันก็อยากกลับไปเหมือนกันแหละ แต่พวกพี่เขาขอมาอะ จะให้ฉันปฏิเสธยังไงล่ะคะ แต่ฉันก็ไม่คิดว่าอะไรจะเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้เลยนะ 

เริ่มตั้งแต่แก๊งค์สามหนุ่มสามมุม พี่ๆ คนโสดมีเสน่ห์ทั้งสาม พี่จิน เจโฮปและแรปมอน สามคนนี้ยึดเนินต้นไม้ใหญ่ของเราไปสร้างบ้านต้นไม้สามหลังอยู่ด้วยกันแล้ว แถมตอนนี้นั่งดีดกีต้าร์เคาะขวดเคาะถังนั่งบันเทิงใจปิคนิคกันสบายใจเฉิบอยู่ใต้ต้นไม้ไปอีก

"น้องลิซ่า!" 

พี่เจโฮปทักฉันก่อนใครเพื่อนเลยแหละค่ะ แล้วพี่จินกับแรปมอนถึงโบกมือทักทายตาม ฉันจึงทักตอบไปว่า "สวัสดีค่ะ" จองกุกที่เดินมาพร้อมฉันเข้ามากระซิบว่า "แน่ใจจริงๆ เหรอว่าอยากจะให้พวกฮยองแกอยู่ต่อ" 

เขาก็ใจร้ายจริงๆ เลยค่ะ เอะอะก็ไล่ๆ พวกพี่เขาก็ไม่ได้เสียงดังอะไรมากมายหรอกนะ แค่น่าหนวกหูเท่านั้นเอง อยู่ๆ ไปเราสองคนอาจจะชินก็ได้มั้งคะ เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยเพราะพวกเราเคยอยู่ที่นี่แค่สองคนเอง พอมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาเราก็เลยต้องปรับตัวไปด้วย 

"เหอะน่า...เดี๋ยวก็ชินเอง" ฉันบอกจองกุก แต่จริงๆ แล้ว คนที่ต้องปรับตัวคือเหล่าสมาชิกใหม่ต่างหากล่ะ แล้วเดินต่อมาได้สักพักก็มีเสียงร้องดังขึ้นมาว่า...

"โอ้ย! เจ็บๆๆ!" 

วีเป่าๆ ลูบๆ มือตัวเองหลังจากที่พลาดตอกนิ้วตัวเองแทนตะปูในขณะที่กำลังทำรั่วบ้านอยู่ 

"เป็นไรอีกเนี่ย" โรเซ่วิ่งหน้าตั้งออกมาจากบ้านมือก็ถือตะหลิวมาด้วย วีจึงชูนิ้วให้เธอดู โรเซ่จึงว่า "อีกแล้ว" ก่อนเธอจะวางตะหลิวไว้บนโต๊ะหน้าบ้านแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเอายามาทาให้วี "เซ่อซ่าจริงๆ เลย" ยัยนี่ขี้บ่นเหมือนพวกแม่ๆ เลยค่ะ "ก็ฉันตาลายนี่นา นั่งทำมาตั้งนานยังไม่ได้พักเลยนะ หิวก็หิว" พอวีว่าฉันก็เริ่มได้กลิ่นเลยค่ะ 

"ได้กลิ่นอะไรไหม้ๆ เปล่า" จองกุกเอ่ยขึ้น พวกเราจึงเริ่มจริงจังกับการดมกลิ่น แล้วยัยโรเซ่ก็รีบตาลีตาเลียกวิ่งเข้าไปในบ้านและเอาแต่พูดว่า "ตายแล้วๆ!" แต่ไม่กี่วิต่อมาเธอก็วิ่งเอามาอีก "ตะหลิว" แล้วหยิบตะหลิวแต่ก็ไม่วายโบ้ยความผิดให้วีว่า "เพราะนายคนเดียวเลย" แล้ววิ่งเข้าไปในบ้านอีกครั้ง "ไหม้หมดแล้ว" แถมยังโวยวายอยู่คนเดียวอีก 

"อะไรวะเนี่ย" วีพึมพำกับตัวเอง ก่อนหันมาถามพวกฉันว่า "ความผิดกูเหรอ" พวกฉันมองหน้ากันและคิดตรงกันว่าเราไม่ควรจะเข้าข้างใครถ้าไม่อยากมีปัญหาทีหลัง ดังนั้นจองกุกจึงพูดได้แค่ "โชคดีนะฮยอง" ส่วนฉันก็คงได้แต่บอกว่า "สู้ๆ ค่ะ" 

สำหรับคู่นี้สามวันดีสี่วันร้าย เดี๋ยวคนหนึ่งขึ้นเดี๋ยวคนนึงลง เอาใจยากสุดๆ แตกต่างจากอีกคู่หนึ่ง ที่กำลังเปลี่ยนภวังค์ของฉันให้เป็นโลเคชั่นสำหรับถ่ายแบบ โดยมีนางแบบคือเจนนี่คนชิคและแน่นอนว่าตากล้องก็ต้องเป็นจีมินคนนำทางของเด็กหลงทางนีนี่ 

"อ้าว กุกลิซ" จีมินหันมาทักพวกฉัน แต่พวกฉันยังไม่ทันทักกลับก็รีบขอความช่วยจากเราเลยว่า "ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยสิ" จองกุกเดินเข้าไปรับกล้องมาและพูดอย่างเซงๆ ว่า "ไม่รอให้ทักกลับแล้วยังเรียกใช้อีกนะฮยอง" 

แต่เรื่องถ่ายรูปมันต้องฉันสิคะ "เดี๋ยวฉันถ่ายเอง" ฉันจึงแย่งกล้องมาจากจองกุก ดูเหมือนจองกุกจะไม่ต้องทำอะไรแล้ว แต่ไม่ใช่หรอกค่ะ เพราะเมื่อเจนนี่ถามจีมินว่า "เราควรมีพร๊อพเปล่า" จีมินจึงหันมาใช้จองกุกว่า "ไอ้กุก มึงมาเป่าดอกหญ้าให้พวกกูหน่อย" 

ฉันขำหน้าเซงกะตายของจองกุกจริงๆ เลยค่ะ เขาคงอยากเดินออกไปจากตรงนี้เต็มทน เพราะคู่นี้เขาหว๊านหวาน ความรู้สึกเหมือนเอลซ่ามาถ่ายพรีเวดดิ้งกับแจ็ค ฟรอสต์เลยแหละ ดูเขากันดี๊ดีเหมือนมองตาแล้วรู้ใจ ถ้าฉันเป็นเบาหวานคงช็อคตายไปแล้ว 

"คราวนี้เอาควันสี" แถมยังเปลี่ยนพร๊อพไปอีก และจองกุกก็ต้องรับหน้าที่เป็นคนปล่อยควันให้ทั้งสองอย่างไม่ค่อยเต็มใจ "ใกล้ไปๆ" จองกุกว่าหลังจากที่เห็นจีมินกับเจนนี่เอาหน้าผากและจมูกชนกัน เขานี่ขี้อิจฉาจริงๆ เลย

เราเปลี่ยนพร๊อพกันอยู่สี่รอบจนกระทั่งทั้งคู่พอใจเราถึงหยุด "ขอบใจมากนะ" เจนนี่บอกพวกฉัน ก่อนเธอจะเปลี่ยนเป็นตากล้องแล้วให้จีมินเป็นนายแบบแทน 

"มานี่เลย" 

พอจองกุกเห็นว่าหมดธุระของเขาแล้วเขาก็รีบลากฉันกลับบ้านของเราเลย ฉันก็ไม่รู้เขาจะรีบไปไหน จนมารู้เหตุผลเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปแล้วพบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญสองคนที่กำลังนั่งดูหนังและป้อนป๊อปคอร์นกันอยู่ มิน่าล่ะค่ะถึงไม่เห็นสองคนนี้อยู่ข้างนอก 

"มาทำไรกันคะนี่" ฉันถามพี่จีซูและพี่ชูก้า 

"ดูหนังสิถามได้" พี่จีซูว่าแต่ตายังจ้องจอไม่หันมาสนใจพวกฉันเลย แล้วจองกุกถึงกระซิบบอกฉันว่า "เราโดนยึดบ้านแล้ว" เขาว่าไงนะคะ นอกจากจะมาอาศัยภวังค์ของฉันและเปลี่ยนชื่อห้องนี้ไปแล้ว นี่พี่จีซูยังจะมายึดบ้านของพวกฉันอีกเหรอค่ะ แบบนี้มันยอมได้ที่ไหน 

"พวกพี่ทำอย่างนี้ไม่ได้นะคะ นี่บ้านพวกฉันนะ" ฉันเริ่มประท้วง จองกุกจึงเสริมขึ้นว่า "ใช่ครับ บ้านพวกผมหลังเล็กๆ เอง อยู่กันสี่คนไม่ได้หรอกนะ บ้านวีฮยองหลังใหญ่กว่าตั้งเยอะ" แต่พี่ชูก้าก็แย้งกลับมาว่า "ถ้าจะให้กูไปอยู่บ้านไอ้วี กูไปบวชดีกว่า คงสงบกว่ากันเยอะ" และพี่จีซูก็เสริมต่อว่า "อีกอย่าง...ถ้าจะให้พวกฉันสองคนไปสร้างบ้านล่ะก็ คงใช้เวลาหลายคืนเลยกว่าจะเสร็จ เพราะพี่ชูก้าก็ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ ส่วนฉันก็เป็นผู้หญิงอ่อนแอตัวเล็กเองอะ" 

สองคนนี้ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเห็นๆ ค่ะ "แต่ในนี้ แค่ใช้ความคิดก็สร้างบ้านได้แล้วค่ะไม่จำเป็นต้องลงมือทำเองหมดซะหน่อย" ฉันบอก แต่คนอย่างพี่จีซูก็มีคำอธิบายเสมอเพราะพี่แกว่า "ก็ตอนนี้พี่ชูก้ากำลังวุ่นอยู่กับการเขียนเพลงอะ" มันใช่เหรอคะ แต่ที่เห็นคือ "เขียนเพลงแต่มานั่งดูนั่งเนี่ยนะฮยอง" ฉันเห็นด้วยกับที่จองกุกว่ามากเลย วุ่นจนว่างหรือไงคะ แต่พี่ชูก้าก็ตอบกลับมาว่า "ก็ดูเป็นแรงบันดาลใจ" 

ถ้าเป็นหนังเรื่องอื่นอาจจะใช่ค่ะ แต่ฉันว่าคงไม่ใช่กับพยัคฆ์ร้ายศูนย์ศูนย์ก๊ากหรอกมั้ง "เห็นมั๊ยๆ" พี่จีซูยังแก้ตัวไม่เลิก "และฉันก็เป็นพวกใช่ความคิดมากๆ ไม่ได้ด้วยสิ" จริงๆ แค่บอกว่าขี้เกึยจยังดูดีกว่าเลยค่ะ 

"แต่พวกผมก็ต้องการความเป็นส่วนตัวนะ" จองกุกโวยขึ้น และพี่จีซูคงรอนำเสนอสิ่งนี้มานานแล้วถึงว่า "ใช่...เพราะพวกฉันรู้ไง ก็เลยเตรียมที่อยู่ใหม่มาให้พวกแก รับรองว่าส่วนตัวมากๆ อยู่ไกลจากสายตาของคนอื่นแน่นอน" 

และสิ่งที่พวกฉันกังวลก็คือที่อยู่ใหม่ที่พี่แกว่านี่แหละ เพราะจากคำอธิบายข้างต้นแล้วนั้น มันดูไม่น่าไว้ใจเป็นที่สุดเลยค่ะ 

"อยู่หลังบ้านไปดูสิ" พี่ชูก้าว่า 

พวกเราจึงเปิดประตูหลังบ้านออกไปดูและพบว่าที่ใต้ต้นไม้ในสวนหลังบ้านมีเต้นท์ใหญ่เต้นท์นึงกางอยู่ อยากบอกนะคะว่า "นี่คือที่อยู่ใหม่ของพวกฉันเหรอคะ" ฉันถามแล้วทั้งสองคนก็พยักหน้าว่า "ใช่" ยึดบ้านแสนอบอุ่นของพวกเราแถมยังเฉกหัวเราไปนอนในสวนอีก 

"ไม่เอา!!" 

ฉันกับจองกุกร้องขึ้นพร้อมกัน แต่พี่ๆ คู่นี้ก็จ้องข่มขู่พวกฉันกลับมาเฉยเลย  'เฮ้อ' เหมือนเถียงไปก็แพ้อะค่ะ 

"ก็ได้ฮยอง พวกผมไปสร้างใหม่ก็ได้" จองกุกก็คงคิดเหมือนกับฉัน แต่ระหว่างนี้เราคงต้องอาศัยในเต้นท์ไปก่อนล่ะ คิดแล้วก็ชีช้ำนะคะบ้านเราเองแท้ๆ แต่ก็โดนข้าศึกยึดไปอย่างง่ายดายเพียงแค่ลมปาก 

ฉันกับจองกุกจึงเดินคอตกออกไปยังสวน ไปหาเต้นท์นอนอันโล่งโปล่งสบายไม่มีอะไรอยู่ข้างในเลยนอกจากฝาเนรมิต นี่มันเป็นความโชคดีหรือความโชคร้ายกันแน่นะที่พวกเราทั้งสิบเอ็ดคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

จองกุกหยิบฝาเนรมิตออกมาแล้วว่า "สตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้" ฉันหันไปจ้องเขาเขม็ง ก็เขากำลังจะล้อเลียนฉันอะ แถมแค่นั้นยังไม่พอค่ะ ยังมี..."ไอศครีมรสล่ะโคน" แต่เผอิญว่าฝาเนรมิตคงเหมาไอศครีมมาทุกรสชาติเลยถึงได้กองพะเนินเป็นภูเขาน้อยๆ แบบนี้ 

"จองกุก" ฉันได้แต่ยิ้มขำให้เขา ส่วนจองกุกก็ทำหน้าเหลอหลาและว่า "ก็ฉันไม่รู้อะ" แล้วเราจะทำยังไงกับไอศครีมกองนี้ล่ะคะ แต่เราไม่ได้มีแค่สองคนแล้วนี่นา เพราะงั้น "เอาไปแจกพี่ๆ กันเถอะ" ฉันบอกเขา จองกุกจึงพยักหน้าเห็นด้วยและรีบโกยไอศครีมใส่ในฝาเนรมิต เขาอุ้มฝาขึ้น ฉันจึงลุกขึ้นตาม ก่อนเราจะทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี เริ่มเร่เดินแจกไอศครีมไปยังแต่ละบ้าน

"ไอศครีมจ้าไอศครีม!"

และไม่ว่านี่จะเป็นโชคดีหรือโชคร้าย ฉันก็ไม่ได้สนใจหรอก เพราะตราบใดที่เราทั้งสิบเอ็ดคนยังเป็นเพื่อน พี่น้อง คนรักและครอบครัวกันอยู่ นั่นแหละคือโชคดีที่สุดแล้ว และตลอดมาฉันอยากขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่ไม่ทิ้งกันไปไหน ยังอยู่เป็นกำลังใจให้กัน ฉันคงทำไม่ได้ถ้าไม่มีทุกคนอยู่ข้างๆ เราควรจะขอบคุณกันและกันที่เรายังมีกันอยู่จนทำให้เราเดินทางมาถึงวันนี้ ขอบคุณนะคะที่อยู่กับพวกเรามาโดยตลอด 

แล้วเจอกันใหม่เมื่อฝันของเราเป็นจริงค่ะ...ลิซ่า



.........THE END.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

1,553 ความคิดเห็น

  1. #1539 namnuengrattana (@namnuengrattana) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 17:25

    ไรท์สุดยอดมากค่ะ สนุกมากกกก เนื้อหาดีทุกรายระเอียดทำให้เราอินทุกตอน ไรท์ทำให้เราเหมือนคนบ้าเลยค่ะ อ่านไปก็ยิ้ม ร้องไห้ บางทีก็หัวเราะคนเดียว สุกท้ายนี้รักไรท์ค่ะ ไปอ่านซีซั้น 2 ต่อเลยดีกว่า

    #1539
    1
    • #1539-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      1 สิงหาคม 2561 / 01:09
      ขอบคุณค่ะ รีบๆ ตามมาซีซั่นสองเลยนะคะ ตอนนี้กำลังเข้มข้นเลย
      #1539-1
  2. #1538 nokbamboo (@nokbamboo) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 14:03

    ชอบนิยายเรื่องนี้อ่านแล้วสนุกได้ครบจริงๆแล้วอย่าลืมทำนิยายดีๆแบบนี้มาอีกนะไรท์

    #1538
    1
    • #1538-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      1 สิงหาคม 2561 / 01:08
      ดีใจที่ชอบค่ะ อย่าลืมไปต่อซีซั่น 2 นะคะ
      #1538-1
  3. #1502 _tong_bpy (@_tong_bpy) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 11:39
    ชอบเรื่องนี้มากค่ะไรท์ เห็นนิยายเด็กดีในเฟสเอามาแนะนำ เลยลองอ่าน แบบติดและอินมาก จนเพื่อนด่าว่าเป็นอะไร555555 ชอบฉากสงครามมากๆค่ะ มันส์มากและเสียใจไปพร้อมๆกัน ไรท์เก่งมากค่ะที่แต่งนิยายทำให้เราร้องไห้ได้55555 ขอบคุณไรท์มากๆนะคะ เดี๋ยวจะไปตามซีซั่น2ต่อค่ะ สู้ๆนะไรท์<3
    #1502
    1
    • #1502-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      12 เมษายน 2561 / 12:22
      ขอบคุณเช่นกันค่ะที่ติดตามอ่านและชื่นชอบ มาอินต่อกับซีซั่นสองนะคะกำลังเข้มข้นเลย
      #1502-1
  4. #1486 Nanny😁😄 (@nanmesinee) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 10:58
    รักเรื่องนี้มากเลยค่ะ ไรท์แต่งสนุกมากกกกก แถมแต่งเก่ง มีสาระ ได้ข้อคิด แต่งเยอะด้วยยย ร้อยกว่าตอนน สุดยอดเลยไรท์ เดี๋ยวจะตามไปซีซั่น 2 นะคะ><จะติดตามผลงานตลอดไป สู้ๆนะไรท์ เป็นกำลังให้เสมอคะ^^
    #1486
    1
    • #1486-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      29 มีนาคม 2561 / 01:01
      ร้อยกว่าตอนนี่ความบ้าล้วนๆ ค่ะ และก็วิปลาสที่มีความแต่งซีซั่น 2 ฮ่าๆๆ แต่ก็ขอบคุณที่ชื่นชอบและติดตามนะคะ
      #1486-1
  5. #1466 Lizkook47 (@Lizkook47) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 19:21
    สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งจนจบนะค่ะมีข้อคิดดีๆมากมาย ซึ้งมากๆๆ ชอบค่ะ รอดูต่อนะค่ะ
    Bts@Blackpink

    #1466
    1
    • #1466-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      22 มีนาคม 2561 / 01:15
      มาต่อซีซั่น 2 เร็วค่ะ ตามมานะตามมา
      #1466-1
  6. #1453 blueberrystory (@blueberrystory) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 19:59
    ชอบจัง ขอบคุณที่แต่งต่อจนจบนะคะ สนุกมาก ครบรส ทั้งตื่นเต้น ฟินตัวแตก เขินตัวบิด ร้องไห้ท่วมจอ เป็นกำลังใจให้นะค้า จะติดตามผลงานต่อๆไปนะคะ&#128525;&#10084;&#65039;
    #1453
    1
    • #1453-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      10 ธันวาคม 2560 / 13:30
      ขอบคุณค่ะ อย่าลืมซีซั่น 2 นะคะ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 ธันวาคม 2560 / 10:11
      #1453-1
  7. #1433 HWANG_PARN (@HWANG_PARN) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 18:57
    ชอบมาก ไรท์แต่งได้สนุกมาก เราชอบมากเลย ใจหายเหมือนกันที่จบซะละ ขอบคุณนะคะที่แต่งจนจบ จะรอผลงานต่อๆไป
    #1433
    1
    • #1433-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      16 กันยายน 2560 / 13:13
      ขอบคุณเหมือนกันค่ะที่ตามอ่านจนจบ ช่วยรอด้วยนะ
      #1433-1
  8. #1430 แพม (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 20:35
    ใจหายนิดๆ แต่ก็ดีใจนะจบแบบแฮบปี้มีความสุขทุกคู่ รวมทั้งคนอ่านด้วยมีความสุขมากๆ จะรอผลงานใหม่นะคะ รู้สึกฟินสุดๆ ขอบคุณคร้าาาา
    #1430
    1
    • #1430-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      16 กันยายน 2560 / 13:12
      ช่วยรอด้วยนะ
      #1430-1
  9. #1429 Aern5555 (@Aern5555) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 20:28
    ลึมถาม ทวิต ไรท์ชึ่ออะไรค่ะ
    #1429
    1
    • #1429-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      8 กันยายน 2560 / 10:08
      Mid_lman หรือ @S_mewon มาก็ได้ค่ะ
      #1429-1
  10. #1428 Aern5555 (@Aern5555) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 20:26
    ชอบมากกกกกอะไรท์ เปันนิยายที่ดีจริงๆๆ ขอบคุณนะค่ะที่ไรท์แต่งให้อ่าน ใจหายไปนิดหนึ่งที่จบแล้ว
    #1428
    1
    • #1428-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      8 กันยายน 2560 / 10:06
      ขอบคุณค่ะ
      #1428-1
  11. #1418 Sari0704 (@sar912) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 20:44
    ชอบมาก ฟินมาก 555 สงสารจกุ๊กนะเนี่ยยยยย แค่โดนเอาคืนก้อตลกดี แต่คู่ก้าซูออยู่ด้วยกันคือพัง อีกคนก้อขี้เกียจ อีกคนก้อไม่ค่อยช่วยทำอะไร 555 ขอบคุณไรท์มากๆจ้า แต่งเพิ่มอีกสักเรื่องสองเรื่องก้อจะขอบคุณมากๆ แต่ก้อแล้วแค่ที่ำรท์สะดวกเรยจ้า
    #1418
    1
    • #1418-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      8 กันยายน 2560 / 10:00
      รอไปก่อนนะ ไรทืก็อยากแต่งเหมือนกัน ให้ไรท์หาเวลาก่อนเน้อ
      #1418-1
  12. #1417 Ralinee (@WasineePrang) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 19:52
    โง้ยยยยยน แฮปปี้เอ็นดิ้งเลยง่า~ ขอบมากเลยค่า-///- ><
    #1417
    1
    • #1417-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      8 กันยายน 2560 / 10:01
      ขอบคุณค่ะ
      #1417-1
  13. #1416 MokyTan17 (@linfoxcat) (จากตอนที่ 146)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 19:27
    รักเลยอ่ะเรื่องนี้ ใจหายเหมือนกันนะที่จบแล้ว ไรท์เก่งมากที่เขียนมาจนถึงวันนี้ รอติดตามต่อไปนะ
    #1416
    1
    • #1416-1 S_mewon (@S_mewon) (จากตอนที่ 146)
      8 กันยายน 2560 / 09:59
      รีดก็เก่งมากที่ตามอ่านมาจนจบ ดีใจที่ชอบงานของไรท์นะคะ
      #1416-1