ตอนที่ 45 : บทที่ 24 หากเจ้าไม่เปิดใจเปิ่นหวางขอเพียงที่ว่างข้างกายเจ้า (รีไรท์) (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    9 ก.พ. 62



E-Book ไรท์มาแล้วนะคะ

↘สนใจคลิกตรงรูป Meb หรือรูป นายอินทร์ ด้านล่างได้เลยค่ะ↘

     

_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ __ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _


องค์ชายรองเฮ่อเหลียนซิ่นหลิงเริ่มทนแรงกดดันไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นด้วยสุรเสียงติดไม่พอใจเล็กน้อยส่งไปยังบุคคลที่เข้ามาขวางซึ่งพระองค์รู้ดีว่าเป็นผู้ใด


" เสด็จอาเหตุใดพระองค์จึงต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องระหว่างหม่อมฉันกับนางด้วยพะยะค่ะ " พระเนตรคู่เรียวมองสบไปยังนัยน์เนตรคมปราบราวกับพยัคฆ์ตรงหน้าอย่างไม่นึกคร้ามเกรง


" เรื่องของนางคือเรื่องของเปิ่นหวาง " อวิ้นหยางตอบกลับไปด้วยสุรเสียงเรียบนิ่งไร้ซึ่งระลอกคลื่นความลังเล


" แต่พระองค์หาได้เป็นอันใดกับนางไม่พะยะค่ะ " องค์ชายรองยังคงจ้องกลับไปด้วยพระเนตรวาววับทั้งสุรเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกไปก็กดต่ำเสียจนเหมือนกัดฟันพูดทว่าแฝงไว้ด้วยความมั่นใจอยู่หลายส่วน


" หากว่านางเป็นถึงคนรักของเปิ่นหวางและมีตำแหน่งเป็นถึงว่าที่ชินหวางเฟยในภายภาคหน้า เช่นนั้นแล้วเรื่องราวเหล่านี้เปิ่นหวางสมควรเข้ามายุ่งด้วยหรือไม่ " สิ้นสุรเสียงกังวาลประหนึ่งมีสายฟ้าผ่าฟาดลงมาพาลทำให้องค์ชายรองสะอึกเงียบไป


                เฟิ่งเซียนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สองข้างหูของนางมีเพียงเสียงทุ้มในประโยคเมื่อครู่ดังสะท้อนก้องไปมาไม่หยุด กระทั่งหัวใจเจ้ากรรมของนางจู่ๆพลันเต้นกระหน่ำรัวขึ้นมาอย่างน่าอับอายนางจึงได้สติในเวลานั้น

 

ขณะที่เรียวปากอิ่มภายใต้หน้ากากกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ เจ้าของแผ่นหลังแกร่งตรงหน้ากลับหันมามองนางเสียก่อนทำให้นางจำต้องฝืนกลืนคำพูดทั้งหมดลงไปในลำคอระหงเช่นเดิม


สาเหตุเพราะดวงตาสีนิลของบุคคลตรงหน้าทอประกายจริงจังเจือไว้ด้วยแววเว้าวอนจนเฟิ่งเซียนไม่อาจปฏิเสธได้ลง


นางเคยทำร้ายบุรุษผู้นี้มาแล้วหลายครั้งหลายคราด้วยความเย็นชาและระยะห่างที่นางได้สร้างขึ้นทุกครั้งที่เขาได้ก้าวล้ำเข้ามา ทั้งนางไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่เคยมีความรักทำให้รู้ดีว่าบุรุษผู้นี้คิดกับนางเช่นไร

 

ทว่านางรู้ นางจึงพยายามถอยห่างออกมาทุกครั้งที่เผลอใจไปและไม่อาจรู้ได้ว่าเพราะเหตุใดระยะห่างที่นางเคยเว้นไว้ กลับกลายเป็นความชิดใกล้จนนางไม่อาจปฏิเสธบุรุษตรงหน้าได้เลยสักคราเดียวทั้งไม่อาจแข็งใจพอทำร้ายความรู้สึกบุคคลตรงหน้าในเวลาเช่นนี้

 

แต่กระนั้นแล้วเหตุผลในท้ายที่สุดของนางยังคงความเห็นแก่ตัวไว้โดยการยืมมีดเล่มนี้เข้ามาช่วยนางตัดบัวไม่ให้เหลือใยกับผู้มีศักดิ์เป็นองค์ชายสอง ..แม้นนางจะบอกว่าไม่อยากทำร้ายบุรุษตรงหน้าอีกทว่านางยังคงใช้เขาเป็นเครื่องมือเพียงชิ้นหนึ่งอยู่ดี


ดวงตาคมโตของเฟิ่งเซียนหลุบลงน้อยๆพลางเงียบเสียงไปด้วยความรู้สึกผิดและความกระอักกระอ่วนลึกๆ


องค์ชายรองที่เห็นว่าสตรีที่พระองค์ปักพระทัยนิ่งเงียบไปไม่ได้ปฏิเสธก็ให้รู้สึกหมดแรงไปเสียดื้อๆพระหัตถ์หนากำแน่นจนซีดขาวเห็นเส้นเลือดปูดโปน


...ด้วยเพราะพระองค์รู้ว่าคนรักของพระองค์เป็นคนเช่นไร หากสิ่งไหนผิดหรือสิ่งไหนไม่เป็นความจริงนางจะพูดขัดประท้วงออกมาในทันทีอย่างไม่คิดเกรงกลัวในสิ่งใดทั้งสิ้น

 

พระพักตร์คมเบือนหนีช้าๆด้วยความรู้สึกเจ็บจนไม่อาจบรรยายออกมาได้ ในเวลานี้เป็นพระองค์ที่มาช้าไป และนางไม่ได้ยืนรอพระองค์อยู่ที่เดิมอีกต่อไป

 

เฟิ่งเซียนคงสามารถตัดใจไปจากพระองค์ได้แล้วอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะมีบุรุษสูงศักดิ์พ่วงตำแหน่งชินอ๋องผู้นี้คอยรักษาบาดแผลในใจนางไม่ห่าง

 

พระโอษฐ์เรียวบางพลางยกยิ้มหยันขึ้น ' เป็นเปิ่นหวางเองที่ผิด สตรีใดไหนเลยจะรับได้กับการนอกกายและนอกใจ ' พระขนงที่ขมวดแน่นคลายลงอย่างปลดปลงพระทัย ' เปิ่นหวางสมควรหลีกทางให้คนทั้งคู่ใช่หรือไม่ '  องค์ชายรองยืนไตร่ตรองอย่างชั่งใจ

 

เพียงแต่ ..พระองค์ยังอยากเห็นแก่ตัวอีกสักครั้ง อยากให้หญิงสาวยังคงมีพระองค์อยู่เต็มหัวใจดังเช่นกาลก่อนเพราะพระองค์อยากกลับไปยืนเคียงข้างนางดังเช่นอดีตที่ผ่านมา


ในหทัยองค์ชายรองเฮ่อเหลียนซิ่นหลิงร่ำร้องตะโกนเสียงดังก้องกังวานทว่าภายนอกนั้นไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกไปได้แม้แต่ครึ่งคำ


ครั้นเบนพระเนตรเหม่อมองไปยังชินอ๋องและอดีตหญิงสาวคนรัก ช่างให้ความรู้สึกเหมาะสมกันมากจนไม่อาจเข้าไปแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ได้พลันทำให้ลำพระศอของพระองค์รู้สึกตีบตันแห้งผากขึ้นมาประหนึ่งขาดน้ำมาแรมปี


...พระองค์ไม่อยากแสดงความอ่อนแอเช่นนี้ออกไปให้บุรุษผู้นี้หยามหยันพระองค์อีก

 

นัยน์พระเนตรคู่เรียวพลันเคลือบทอไปด้วยหยาดน้ำตาดั่งม่านหมอกในตงเทียน( ฤดูหนาว ) ใบหน้าคมจำต้องเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า กระทั่งหวนคิดได้ว่า


นี่ใช่หรือไม่ความรู้สึกของเจ้า..


เปิ่นหวางเข้าใจแล้ว แต่เปิ่นหวางอาจจะเจ็บปวดน้อยกว่าเจ้าด้วยซ้ำไป เพราะเจ้าหาได้นอกใจเปิ่นหวางไม่ แต่เป็นเปิ่นหวางที่ได้ทรยศหักหลังเจ้าอย่างเลือดเย็นก่อน


แม้รู้ว่าไม่มีโอกาสอีกแล้ว แต่ว่าเมื่อไหร่ที่หญิงสาวไม่เหลือใครหรือขอเพียงพระองค์ได้เห็นโอกาสเพียงน้อยนิด พระองค์ก็พร้อมที่จะเข้าไปอยู่เคียงข้างนางเสมอ แต่ทว่าในยามนี้พระองค์คงต้องกลับไปตั้งหลักใหม่เสียก่อน


เฮ่อเหลียนซิ่นหลิงหันหน้ามายังเฟิ่งเซียนพลางทอดพระเนตรข้ามผ่านบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าไปอย่างไม่คิดเกรงใจ


เฟิ่งเซียนที่เห็นสายตาเสียใจปนตัดพ้อคู่นั้นแล้วไม่รู้จะหลบสายตาไปตรงไหน จึงหันเหสายตาไปมองยังบุรุษภายใต้หน้ากากแทนอย่างไม่ได้ตั้งใจ


' ขอโทษนะฌอห์ณ..องค์ชายรอง หม่อมฉันในเวลานี้ไม่คิดที่จะกลับไปเป็นคนโง่งมอีก ' เฟิ่งเซียนคิดในใจไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกไปพลางหลับตาลงอย่างไม่อยากรับรู้สิ่งใด


เมื่ออวิ้นหยางเห็นเช่นนั้น จึงหันกลับไปเอ่ยปากลาหลานชายของพระองค์ที่แทบหยัดยืนไม่ไหวตรงหน้า จากนั้นพระหัตถ์หนาเอื้อมคว้าข้อมือบางก่อนจะกระตุกเบาๆเป็นเชิงบอกให้ตามพระองค์มา


ยามที่อวิ้นหยางกำลังจะเดินผ่านไปนั้นก็ได้พูดประโยคหนึ่งขึ้นมาเบาๆด้วยสุรเสียงเรียบนิ่งทว่าส่งผลต่อน้ำหนักในพระทัยของเฮ่อเหลียนซิ่นหลิงไม่น้อยว่า


" นางคือคนรักของเปิ่นหวาง "


ไม่นานนักเงาร่างของบุรุษและสตรีภายใต้หน้ากากที่เดินจากไปช้าๆก็ได้ลับหายไปจากสายตา


องค์ชายรองเฮ่อเหลียนซิ่นหลิงที่โดนแรงกดดันลากยาวมาอย่างหนักหน่วงกอปรกับความรู้สึกชาหนึบและเจ็บปวดหทัยพลันพระชานุ(เข่า)อ่อนล้มทรุดลงไปกับพื้นอย่างไม่เหลือภาพลักษณ์เช่นเมื่อครู่ที่ผ่านมา

 

พระหัตถ์หนาข้างหนึ่งยันพื้นไว้ส่วนอีกข้างพาลยกขึ้นมาทุบพระอุระ(อก)แรงๆด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธ ' ครั้งนี้เป็นเปิ่นหวางที่ไม่อาจรักษานางไว้ได้ทว่าครั้งไหนที่เจ้ารักษานางไว้ไม่ได้ เปิ่นหวางจะเข้าไปทวงนางคืนมาจากเจ้าในทันทีเฮ่อเหลียนอวิ้นหยาง '

 


ยามอุ้ย (13.00-14.59)


เฟิ่งเซียนกลับมาภายในงานด้วยสีหน้าไม่ใคร่สู้ดีนัก อวิ้นหยางที่เห็นเช่นนั้นจึงนำพานางไปยังห้องรับรองของพระองค์เพราะหากจะให้นางกลับจวนเลยจะเป็นการเสียมารยาทต่อสำนักเงาโลหิตที่เป็นผู้จัดงานได้

 

การประลองรอบแรกจบไปนานแล้วตั้งแต่เฟิ่งเซียนชนะการประลองเพียงแต่ภายหลังจากนั้นเป็นช่วงกิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างศิษย์ทั้งสามสำนักโดยได้มีการจัดงานประลองเบาๆด้วยการต่อสู้จากแรงกาย อาทิ การสู้ด้วยกระบี่ การขี่ม้า และการยิงธนู ซึ่งหากไม่มีชื่อเรียกว่ากิจกรรมสานสัมพันธ์แล้ว ผู้คนอาจจะคิดไปในทิศทางเดียวกันว่าเป็นการประลองนอกรอบก็เป็นได้

 

หย่งเหลียนที่เห็นท่าทีของนายหญิงไม่สู้ดีนักจึงขออนุญาตนางออกมาอยู่ด้วยด้านนอก ส่วนเสวี่ยหลงนั้น เฟิ่งเซียนได้มอบหมายให้เป็นองครักษ์เงาคอยรายงานนางผ่านทางกระแสจิตอยู่ในมิติแทนการออกมาอยู่ภายนอกดังเช่นองครักษ์เงาทั่วไป

 

ด้วยความสามารถเกินระดับสัตว์อสูรขั้นสูงของเสวี่ยหลงแล้วนั้นเพียงแค่จับสัมผัสก็รับรู้ได้ทันทีว่ามีผู้ใดมาดีหรือผู้ใดมาร้าย ไม่จำเป็นต้องออกมานอกมิติให้เสียเวลาทั้งนางยังรู้สึกไว้วางใจเสียยิ่งกว่าการมีองครักษ์เงาที่เป็นมนุษย์เช่นเดียวกันกับนาง ยกเว้นเวลาที่นางต้องไปพบเจอท่านพ่อของนางเท่านั้นจึงจะให้เสวี่ยหลงออกมาอยู่เป็นเงาข้างกายเสมือนมนุษย์ธรรมดา

 

ก่อนหน้านั้นเฟิ่งเซียนได้พาเสวี่ยหลงไปแนะนำตัวกับท่านพ่อแล้ว ท่านพ่อแม้ในคราแรกจะไม่ใคร่ชอบใจในตัวองครักษ์เงาของนางสักเท่าไหร่เพราะมีหน้าตาหล่อเหลาเกินหน้าเกินตา

 

แต่เพียงเสวี่ยหลงแสดงฝีมือปลดปล่อยพลังระดับขั้นออกมา (ที่นางแอบกระซิบเตี๊ยมกันก่อนหน้านั้นว่าให้อยู่เพียงระดับจักรพรรดิ์ขั้นปลายเท่านั้น) ทำให้ท่านพ่อตอบตกลงอนุญาตนางทันทีอย่างไม่คิดลังเล ทั้งชวนคุยกันจนเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกระทั่งตัวของเฟิ่งเซียนได้กลายเป็นส่วนเกินไปในที่สุด


________________________________________________________________________________





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

2,205 ความคิดเห็น

  1. #2164 Sasi_amamp (@Sasi_amamp) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:50
    ท่านอ๋องสู้ๆ ถ้าน้องยังไม่รักมาพักที่อกเค้าก่อนก็ได้นร้า แฮ่
    #2164
    0
  2. #2163 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:18
    ก็น่าสงสารนะ แต่นายเลือกเอง นายทำตัวนายเอง.
    #2163
    0
  3. #1879 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 20:34
    รอนะคะ
    #1879
    0
  4. #1229 Asmy950924 (@Asmy950924) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 00:40
    ขอบคุณค่าาา
    #1229
    0
  5. #1228 hiziji (@hiziji) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 00:39
    สนุกค่าาาา
    #1228
    0