เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 4,037,224 Views

  • 27,671 Comments

  • 28,351 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    84,778

    Overall
    4,037,224

ตอนที่ 137 : ภาค 2 ตอนที่ 63 อุปกรณ์เวทมนต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1407 ครั้ง
    4 พ.ค. 61

มุมมองสกูตั้ม

 

หลังจากที่ได้ทำพันธะสัญญารับใช้กับหัวหน้าแล้ว ร่างเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าก็ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาอย่างไม่มีปิดบัง

 

ผมสีดำและใบหน้าที่อัปลักษณ์ถูกลบออกไป เรือนผมสีดำกลายเป็นสีขาว ปานดำบนใบหน้าหายไป ผิวหน้าราวกับลอกคราบ สดใสเต่งตึงราวกับผิวของทารกเกิดใหม่ ใบหน้าหมดจดใสสะอาดราวกับกระเบื้องเคลือบ รอบตัวปรากฏสายลมเย็นที่เต็มไปด้วยอารมณ์หมองม่น สร้างแรงกดดันที่ไม่น่าเข้าใกล้

 

คลื่นพลังเวทย์ปลดปล่อยออกมาเหนือกว่าจอมเวทย์ที่เขาเคยพบไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า

 

หัวใจของสกูตั้มเต้นรัวราวกับตีกลองระทึก ร่างกายรู้สึกถึงพลังเวทย์อันยิ่งใหญ่กดดันลงมาสร้างความอึดอัดรู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังยืนอยู่ต่อหน้าคนยักษ์ที่ใหญ่มหึมา

 

เมื่ออยู่ต่อหน้าหัวหน้าตัวน้อยผู้นี้ ตัวตนของข้านั้นราวกับมดเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น

 

หากเป็นคนทั่วไปเมื่ออยู่ต่อหน้าแรงกดดันขนาดนี้ พวกเขาอาจจะไม่สามารถหายใจได้คล่องนัก กระทั่งข้าที่เป็นนักรบเวทย์สองวงเวทย์คนหนึ่งยังรู้สึกว่าตัวเองต้อยต่ำ

 

“เข่าของข้ารู้สึกอ่อนแรงอย่างฉับพลัน” สกูตั้มคิดในใจ

 

ต่อหน้าแรงกดดันนี้ร่างของสกูตั้มพลันทรุดลงในทันใด

 

เมื่อเหลือบตามองคนทั้งสิบเอ็ดที่เหลือ พวกเขาก็มีสภาพไม่ต่างกัน ผลลัพธ์ของการเผชิญหน้ากับแรงกดดันพลังเวทย์ขนาดนี้นั้นทำให้ร่างกายอ่อนแรงอย่างฉับพลัน หลายคนนั้นมีสีหน้าที่ปั้นได้ยาก หยดเหยื่อพุดพลายหยดไหลบนใบหน้า

 

ร่างเล็กเปิดเผยพลังที่แท้จริง สีหน้าสงบ ดวงตาที่เยือกเย็นลึกล้ำเป็นพิเศษ เยียบเย็นไร้ซึ่งความรู้สึกใด เรือนผมสีขาวและชายเสื้อปลิวพลิ้วไหวตามแรงลม ตัวตนของเขาราวกับรูปปั้นของเทพเจ้า

 

“ชื่อที่แท้จริงของข้าคือเมอร์ลิน” หัวหน้าตัวน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง น้ำเสียงของเขานั้นราวกับจะทำให้ผู้ฟังถูกแช่แข็ง เยียบเย็นเหนือสิ่งอื่นใด

 

หัวหน้าหรี่ตาลงและเอ่ยต่อ

 

“ดราก้อนเอส เมอร์ลิน”

 

จบคำพูดของเขาหัวใจของข้าก็ราวกับถูกเขย่าอย่างรุนแรง

 

“ว่ายังไงนะ ... ดราก้อนเอส!”

 

สกูตั้มหันไปมองหน้าเมนซ่าและคนอื่นๆ สีหน้าของพวกเขานั้นตกใจอย่างขีดสุดไม่ต่างกับเขาในตอนนี้

 

“ดราก้อนเอสอย่างนั้นหรือ?”

 

“อย่าบอกนะว่าคือ ... ตระกูลดราก้อนเอสของท่านเอริก”

 

ขนแขนของสกูตั้มพลันลุกขึ้นชูชัน ภายในใจรู้สึกตกตะลึงพรึงเพริด จนยากที่จะอธิบายออกมา

 

ในอาณาจักรอารากอนใครบ้างที่จะไม่รู้จักที่มาของตระกูลดราก้อนเอส ตระกูลที่เหมือนกับตัวตนศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรอารากอน ตัวตนที่ปกป้องอาณาจักรมายาวนาน

 

เชื้อสายของคนในตระกูลดราก้อนเอสแต่ละคนนั้นล้วนไม่ธรรมดาทั้งสิ้น หลายช่วงอายุคนของตระกูลดราก้อนเอสเคยเป็นผู้พิทักษ์ของอาณาจักรมาไม่รู้กี่ยุค กระทั่งท่านเอริกแม้จะไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์ แต่เขาก็ยังเป็นวีรบุรุษแห่งอารากอน ตำนานหนึ่งคนต่อต้านกองทัพหนึ่งแสนคนนั้นยังคงเป็นที่เลื่องลือ

 

ไม่แปลกใจเลยว่าหัวหน้าตัวน้อยของเขาถึงได้มีความสามารถถึงขนาดนี้

 

คลื่นพลังเวทย์ที่ปลดปล่อยออกมานั้นมีความแข็งแกร่งเทียบได้กับจอมเวทย์สามวงเวทย์หรือมากกว่านั้น สกูตั้มไม่อาจคำนวณได้ เพราะเขาเองก็ไม่เคยเจอผู้ที่มีพลังเวทย์สูงส่งถึงขนาดนี้

 

“เป็นอย่างที่พวกเจ้าคิด ข้าคือคนของตระกูลดราก้อนเอส เอริกนั้นคือท่านตาของข้า” เมอร์ลินเอ่ยและยิ้ม

 

รอยยิ้มของเด็กน้อยนั้นทำให้สกูตั้มและคนที่เหลือรู้สึกถึงความเยียบเย็น หนาววูบ

 

“เพราะเหตุนี้สินะ หัวหน้าถึงต้องการที่จะเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้” สกูตั้มคิด

 

เพราะหัวหน้าตัวน้อยนั้นคือสายเลือดของตระกูลดราก้อนเอส มิหนำซ้ำยังเป็นหลานของเอริก

 

ข่าวการใส่ร้ายเอริกนั้นถูกลือไปทั่วทั้งอาณาจักร ที่สุดแล้วความจริงบางส่วนก็เปิดเผยเมื่อดยุกวิลเลมเผยหางออกมา

 

ความยุติธรรมและความชอบธรรมกำลังห้ำหั่นกัน

 

เอริกถูกใช้เป็นฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนสงคราม

 

หากดยุกโควชนะเอริกก็จะถูกทวงคืนความเป็นธรรม แต่ถ้าหากดยุกวิลเลมชนะ ดยุกวิลเลมก็จะใช้ความชอบธรรมนี้ทำให้เรื่องที่เอริกก่อกบฏกลายเป็นความจริง

 

หากดยุกโควพ่ายแพ้ ข่าวลือก็จะกลายเป็นเรื่องจริง ก้อนน้ำก็จะสามารถปั้นขึ้นมาเป็นตัวตนได้

 

แน่นอนว่าเมอร์ลินซึ่งเป็นหลานของเอริกย่อมไม่ปล่อยให้ศักดิ์ศรีของเอริกถูกทำลาย

 

ทุกคนกลายเป็นนิ่งอึ้งราวกับตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง

 

หลังจากนั้นเมอร์ลินก็ได้เอ่ยถึงจุดประสงค์ของตน และเบื้องหลังความลับของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า ในตอนนั้นเองเหตุผลทุกอย่างก็ปะติดปะต่อกัน

 

ตัวตนของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวของเมอร์ลินถูกเชื่อมต่อกันกับผู้ใช้อักขระของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า ความเข้าใจของกลุ่มดาราก็กลายเป็นกระจ่าง

 

เมอร์ลินนั้นวางใจในตัวของกลุ่มดาราเป็นอย่างมากถึงได้เปิดเผยความลับเหล่านี้ออกมาให้รับรู้

 

แน่นอนว่าเขาไม่อาจเปิดเผยได้ทุกเรื่อง ยังมีบางเรื่องที่กลุ่มดาราไม่ควรรู้และเมอร์ลินก็ไม่คิดจะให้ใครได้รู้

 

เวลาผ่านไปหลังจากจบการทดสอบ หลังจากนั้นสิบวัน ด้วยประสบการณ์ต่อสู้อันน่าตื่นเต้นในครั้งนั้น ทำให้วงเวทย์บ่มเพาะของกลุ่มดาราแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น พลังเวทย์บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

 

เมอร์ลินได้ให้จิตเวทย์ระดับ 6 มาเป็นจำนวนสิบกว่าก้อนเป็นของรางวัลในการผ่านบททดสอบ

 

จิตเวทย์ระดับ 6 ถูกใช้อย่างคุ้มค่า ปริมาณพลังเวทย์ในจิตเวทย์ระดับ 6 นั้นมีมากกว่าจิตเวทย์ระดับ 5 ไม่รู้กี่เท่า พวกเขาต้องใช้เวลาในการดูดซับเกือบหนึ่งวันกว่าจิตเวทย์ก้อนหนึ่งจะหมดพลัง

 

พลังเวทย์ของกลุ่มดาราเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอย่างยิ่งยวด  จนในที่สุดแล้วในวันที่สิบพวกเขาก็สามารถสร้างวงเวทย์วงที่สามได้

 

กลายเป็นนักรบเวทย์สามวงเวทย์

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่าจากผู้ใช้เวทย์และนักเวทย์กลุ่มหนึ่ง ภายในระยะเวลาครึ่งปีพวกเขาจะพัฒนามาได้ถึงขนาดนี้

 

หลังจากที่สำเร็จในการสร้างวงเวทย์วงที่สามแล้ว พลังในการใช้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยของพวกเขาก็ปะทุเทียบเท่ากับขอบเขตจอมเวทย์สองวงเวทย์

 

ควรรู้ไว้ว่าภายในโลกแห่งนี้มีจอมเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนที่หยุดอยู่ที่ขอบเขตจอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์ แม้บางคนจะอายุมากกว่าร้อยปี หากไม่มีวาสนาพลังเวทย์ของเขาก็จะหยุดอยู่ที่ขอบเขตจอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์ระดับสูงสุดที่ไม่สามารถสร้างวงเวทย์วงที่สองได้

 

แม้ว่าพวกเขาจะมีพลังเวทย์มากมาย แต่ก็ไม่สามารถเทียบเท่าได้กับขอบเขตจอมเวทย์สองวงเวทย์ได้

 

จะมีบ้างที่จอมเวทย์หนึ่งวงเวทย์ระดับสูงสุดคนหนึ่งจะสามารถฆ่าจอมเวทย์สองวงเวทย์ได้ เพียงแต่จอมเวทย์สองวงเวทย์คนนี้ก็มักจะเป็นสองวงเวทย์ธรรมดาที่ยังไม่สามารถสร้างวงเวทย์วงที่สองให้มั่งคงได้

 

ยิ่งอยู่ในขอบเขตที่สูงส่งมากขึ้นเท่าไหร่ การจะทำให้วงเวทย์ให้สมบูรณ์ก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ยิ่งการสร้างวงเวทย์วงต่อไปแล้วนั้น หากไม่ใช่ลูกรักของพระเจ้ามันก็ยากที่จะฝันถึง

 

หัวหน้าเมอร์ลินได้ให้รางวัลแก่กลุ่มดาราอีกครั้งหนึ่ง

 

ครั้งนี้สิ่งของที่ได้รับไม่ใช่จิตเวทย์ แต่มันคืออุปกรณ์เวทย์ที่หัวหน้าตัวน้อยสร้างขึ้นเองกับมือ

 

ทุกคนดูดีใจจนเนื้อเต้น หัวใจของพวกเขานั้นแทบจะหลุดออกมาจากร่าง

 

แม้แต่สกูตั้มเองก็เช่นกัน ถึงเขาจะมาจากชนชั้นขุนนางที่สูงส่ง มีบิดาเป็นถึงจอมเวทย์ผู้หนึ่ง แต่เขาก็ไม่ใช่ลูกรักหรือเป็นที่รักของตระกูลดังเช่นบรรดาพี่น้องของเขา ทรัพยากรและเงินทองที่ได้รับจึงไม่ได้มีมากมายนัก

 

ไม่ต้องเอ่ยถึงอุปกรณ์เวทย์ดีๆ แม้แต่อาวุธสภาพดีชิ้นหนึ่งเขาก็ได้มันมาอย่างยากลำบาก ยิ่งมองดูโล่ที่เป็นอาวุธคู่กายของเขาก็ยิ่งอนาถใจ มันทั้งบุบบิ่นราวกับเศษเหล็กไม่น่าดูชมนัก

 

ควรรู้ไว้ว่าหัวหน้าของเขานั้นเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวผู้หนึ่ง อุปกรณ์เวทย์ที่จะมอบให้นั้นย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

กลุ่มดาราทุกคนนั้นได้รับมีดสั้นคนละสองเล่ม เสื้อคลุมหนึ่งผืน และอาวุธประจำตัวอีกหนึ่งชิ้น

 

แต่ละชิ้นนั้นเป็นอุปกรณ์เวทมนต์ชั้นยอด มันเป็นอุปกรณ์เวทมนต์ที่ถูกสร้างมาจากผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว เมอร์ลินได้ทุ่มทุนสร้าง สูญเสียชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับสูง และจิตเวทย์ระดับพระกาฬไปจำนวนมาก

 

มีดสั้นทั้งยี่สิบสี่เล่มถูกหลวมรวมเข้ากับชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับ 6 ธาตุมืด ตัวมีดปลดปล่อยพลังที่หมองหม่นน่าหดหูออกมาอันเป็นเอกลักษณ์ของธาตุมืด มิหนำซ้ำเมอร์ลินยังได้ผสานจิตเวทย์ของสัตว์อสูรระดับ 6 ลงไป

 

มันคือจิตเวทย์ของสัตว์อสูรที่มีชื่อว่าผีเสื้อมิติทมิฬ สัตว์อสูรระดับ 6 เป็นผีเสื้อที่มีลวดลายหัวกะโหลกอยู่บนปีก ลักษณะพิเศษคือการเคลื่อนไหวที่ลี้ลับ ปล่อยละอองภาพหลอนจู่โจมศัตรู

 

แต่น่าเสียดายที่ฝูงผีเสื้อเหล่านี้ได้มาเจอกับเมอร์ลิน เพียงลำบากแค่หนึ่งการกวาดผ่านของหอกลองกินุส ฝูงผีเสื้อที่อหังกาลก็สิ้นราบพนาสูญ กลายเป็นแหล่งเก็บเกี่ยวชั้นเลิศให้กับเด็กน้อย

 

บนตัวมีดได้สลักอักขระวิถีหนึ่ง มันคืออักขระเวทย์มิติ

 

การใช้งานมีดสั้นคือการซัดออกไปและกระตุ้นอักขระที่อยู่บนตัวมีด

 

เมื่อพุ่งจิตไปยังมีดที่ซัดออกไป อักขระบนมีดทั้งสองก็จะตอบสนองกัน ด้วยอำนาจแห่งพลังของอักขระ ผู้ถือครองก็จะสามารถใช้เวทย์เคลื่อนย้ายมิติระยะสั้นได้

 

ในจำนวนมีดทั้งยี่สิบสี่เล่มนี้ พวกมันสามารถใช้เวทย์มิติเคลื่อนย้ายไปยังมีดสั้นเล่มใดก็ได้

 

ดังนั้นแล้วมันจึงมีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อกลุ่มดาราในการเคลื่อนที่เป็นกระบวนทัพ พวกเขานั้นสามารถใช้เวทย์มิติเคลื่อนย้ายมารวมตัวกันได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ใช้อักขระบนมีดสั้นเหล่านี้

 

มาถึงอีกหนึ่งอุปกรณ์เวทมนต์อีกชิ้นหนึ่งคือเสื้อคลุมสีดำที่ดูธรรมดา กลางหลังของเสื้อคลุมนั้นปักเป็นลวดลายของดวงดาวที่เรียงกันเป็นดาวหกแฉก

 

ใช่แล้ว!

 

มันคือสัญลักษณ์ของค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อย

 

มันคือสัญลักษณ์ของกลุ่มดารา

 

เสื้อคลุมนี้ถูกผสานด้วยจิตเวทย์ระดับ 6 อีกเช่นกัน มันคือจิตเวทย์ของสัตว์อสูรนกวายุ สัตว์อสูรที่มีรูปร่างเหมือนนกแต่สามารถปลดปล่อยกลิ่นอายของสายลมออกมาได้ ความเร็วของนกตัวนี้ถือเป็นขีดสุด พวกมันชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เวลาออกล่าเหยื่อการโจมตีของพวกมันนั้นรวดเร็วราวกับสายลม กระทั่งสัตว์อสูรขนาดใหญ่เกือบสิบเมตร เมื่อตกเป็นเหยื่อของพวกมัน เพียงสองลมหายใจ สัตว์อสูรที่มีขนาดใหญ่ขนาดนั้นก็เหลือเพียงแต่กระดูก ความเร็วของพวกมันนั้นจัดอยู่ในขอบเขตที่น่าเหลือเชื่อ

 

เมื่อเสื้อคลุมผสานเข้ากับจิตเวทย์ของนกวายุเหล่านี้ มันก็จะทำให้ผู้ที่สวมใส่มีความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างเท่าตัว แม้ว่ามันจะไม่ใช่ชุดเกราะที่แข็งแกร่ง เพียงพลังความเร็วที่เพิ่มขึ้นศัตรูก็ยากที่จะจับแม้แต่ขอบของชายเสื้อของผู้ที่สวมใส่ได้

 

อุปกรณ์เวทมนต์ชิ้นสุดท้ายที่ทุกคนได้รับ คืออุปกรณ์เวทมนต์ที่เป็นอาวุธที่แต่ละคนถนัดใช้

 

เมอร์ลินถึงขั้นลงทุกหลอมรวมชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับ 7 และผสานจิตเวทย์ระดับ 7 ลงไป ทำให้ตัวตนของอาวุธที่กลุ่มดาราแต่ละคนถืออยู่นั้นมีระดับเทียบเท่ากับกระบี่ไม้ของเมอร์ลิน

 

แน่นอนว่าอาวุธแต่ละชิ้นนั้นย่อมสร้างความตื่นตะลึงแต่สมาชิกกลุ่มดาราแต่ละคนเป็นอย่างมาก

 

สกูตั้มเองก็ได้รับโล่ที่แข็งแกร่งชิ้นหนึ่ง แม้รูปร่างของมันจะคล้ายกับเกล็ดของสิ่งมีชีวิตที่หลอมรวมกับกระดูก มีลักษณะที่ไม่น่าดู แต่อาวุธชิ้นนี้ก็ส่งกลิ่นอายอันน่าพลั่นพรึงออกมา

 

แม้มองดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าไม่ธรรมดา ยิ่งสกูตั้มถือมันไว้ในมือ กลิ่นอายบนตัวเขาก็พลันเกิดความสูงส่งเพิ่มขึ้น

 

“โล่นี้ช่างวิเศษเสียจริง เพียงแค่ได้จับก็ส่งกลิ่นอายที่ไม่ธรรมดา ข้ารู้สึกว่าแม้ข้าจะอยู่ในขอบเขตของนักเวทย์สามวงเวทย์ แต่หากข้าใช้พลังของโล่ที่อยู่ในมือ ข้ากลับมีความมั่นใจว่าจะสามารถคุกคามนักรบเวทย์ห้าวงเวทย์ได้ ขอเพียงไม่ใช่ขอบเขตจอมเวทย์ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อยู่ในสายตาของข้าในตอนนี้” สกูตั้มกล่าวอย่างมั่นใจ ภายในเกิดความฮึกเหิมราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน

 

“ไม่หมดเพียงเท่านั้น ตอนที่หัวหน้ามอบโล่นี้ให้ เขายังเอ่ยถึงพลังพิเศษของมัน หัวหน้าไม่ได้บอกว่ามันคือพลังอะไร เขาปล่อยให้พวกเราค้นหาเอาเอง” สกูตั้มคิดถึงตอนที่เมอร์ลินได้เอ่ยไว้

 

หลังจากได้รับอุปกรณ์เวทมนต์เรียบร้อยแล้ว เมอร์ลินก็ให้สมาชิกกลุ่มดารากลับบ้านไปเจอครอบครัว

 

เหลือเวลาอีกยี่สิบวันก่อนสงครามจะเริ่มขึ้น เมอร์ลินนั้นไม่ใจร้ายเกินไป เขาปลดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาได้พบกับครอบครัว

 

ไม่มีใครรู้ว่าผลของสงครามจะออกมาเป็นเช่นไร พวกเขาอาจจะได้พบกันเป็นครั้งสุดท้าย

 

นี่คือน้ำใจของเมอร์ลิน

 

ด้วยพันธะสัญญาในวิญญาณของกลุ่มดารา พันธะนี้เมอร์ลินสามารถเรียกรวมพลเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เขาต้องการ เขาใช้หลักการเดียวกับอักขระบนมีดสั้น

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่เมอร์ลินต้องการพบกลุ่มดารา ลำบากเพียงแค่คิด เขาก็สามารถเรียกกลุ่มดาราให้มารวมกันได้แล้ว

 

ในตอนนี้กลุ่มดาราทั้งหมดจึงแยกย้ายเดินทางกลับไปหาครอบครัวของตน

 

นอกจากอุปกรณ์เวทมนต์และแหวนเวทย์แล้ว พวกเขายังได้พกจิตเวทย์ระดับ 5 สองสามก้อนติดตัวไปอีกด้วย มันเป็นจิตเวทย์ที่เหลือจากการบ่มเพาะ

 

เมอร์ลินนั้นรับรู้และไม่ได้ว่าอะไร

 

จิตเวทย์ระดับ 5 หนึ่งก้อนนั้นสามารถนำไปขายได้หลายล้านเซนี่ กลุ่มดาราหลายคนนั้นมาจากครอบครัวที่ยากจน การเข้ารวมสงครามคือการหาเงินของพวกเขา

 

เมอร์ลินนั้นเข้าใจดี เขาจึงไม่แยแสในเรื่องเหล่านี้

 

สกูตั้มเองก็เช่นกัน ตอนนี้เขาเองก็กำลังเดินทางกลับตระกูลวินเลส 

 

เขาเดินทางโดยรถม้าอย่างไม่เร่งรีบ เพียงเวลาครึ่งวันในที่สุดเขาก็ได้มาถึงปราสาทของเอิร์ลวินเลส

 

การกลับมาของเขานั้นครั้งนี้อาจจะต้องทำให้บิดาและบรรดาพี่น้องของเขาต้องตกตะลึง

 

สกูตั้มในตอนนี้ ... ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว



............................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงภาค 3 ตอนที่ 75

 ติดต่อ เพจเซียนจอมเวทย์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.407K ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #26292 AiJaewa (@AiJaewa) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 16:35
    ยิ่งอ่านยิ่งสงสารสกูตั้ม และคิดว่าคนอื่นๆก็เจอเรื่องลำบากในทางตัวเองไม่ต่างกัน ตอนนี้ตื้นตันผ่านมาได้แล้วนะทุกคน กลุ่มดาราได้เวลาเฉิดฉายสู่คนภายนอก
    #26292
    0
  2. #23348 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 23:49
    และแล้วสกูตั้มก็ตัดชุดใหม่เป็นชุดรัดรูปสีน้ำเงิน ส่วนท้องเป็นสีขาวแดง ส่วนโล่ก็เอามาทำสีใหม่โดยวงนอกสีแดง วงที่สองสีเงิน วงที่3ตรงกลางเป็นสีน้ำเงินและมีสัญลักษณ์ดาวหกแฉกอยู่ที่ใจกลางของโล่ และก็ยังเปลี้ยนชื่อตัวเองใหม่เป็น "กัปตันสกูตั้ม" ถถถถถถถถถถถถ
    #23348
    3
    • #23348-2 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 137)
      23 ตุลาคม 2561 / 18:26
      ชื่อจริง สตีฟ กูตั้ม สินะ😂👍
      #23348-2
    • #23348-3 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 137)
      17 ธันวาคม 2561 / 20:55
      ลั่น555
      #23348-3
  3. #23285 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 01:33
    สกูตั้มจะผงาด
    #23285
    0
  4. #23102 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 16:27
    ขอบคุณครับ
    #23102
    0
  5. #23026 privatecat (@privatecat) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 22:32
    สกูตตั้มนี่ผอมรึยัง สุดยอดดดดสนุกมากกกก
    #23026
    0
  6. #22984 K17099 (@17099) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 23:05
    สกูตั้มหมั่นใส้ใครก็ตบหัวทิ่มพื้นเลยนะ555 น่าจะสนุกมาก -.-
    #22984
    0
  7. #22968 Bfi$hFuuBlue (@swifties378) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 11:44
    สกูตั้มมม เอาให้ที่บ้านตะลึงไปเลยยย
    #22968
    0
  8. #22965 TimeStory (@PrinceFiendTH) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 08:59
    <p>ก่อนรีไร ไม่มีมีรายระเอียดขนาดนี้ สุดยอด </p>
    #22965
    0
  9. #22964 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 07:55
    สนุกกกก
    #22964
    0
  10. #22959 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 19:46
    ปลดหนี้สบายเลยยยย
    #22959
    0
  11. #22958 CadiooS R McaW (@mystytenano) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 18:03
    อีกตอนหายไปไหน
    #22958
    0
  12. #22957 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 17:10
    ต่อไปกูตั้มเป็นหลานร๊ากกกกก
    #22957
    0
  13. วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 16:22
    อยากอ่านต่อ
    #22956
    0
  14. #22955 mokiii2 (@Mokiii) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 15:15
    ยอดเยี่ยม
    #22955
    0
  15. #22954 SumetheeTul (@SumetheeTul) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 14:54
    เอาว่ะ ออกมีดบลิ้งว่ะ ถ้ามีใครออกคทาฟ้าหรือbkbจะไม่แปลกใจแล้ว 5555
    #22954
    0
  16. #22953 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 14:11
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #22953
    0
  17. #22952 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 13:35
    ขออีกกกกก
    #22952
    0
  18. #22951 I'm-Maxi. (@weenwiw) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 11:05
    สนูกกก
    #22951
    0
  19. #22950 mild25Time (@mild25Time) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 11:03
    สนุก ฮือ~ ขออีก..
    #22950
    0
  20. #22949 F9tiss (@F9tiss) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 10:55
    กลุ่มนี้แค่13คน แต่รู้สึกเหมือนมีคนเป็นกองทัพ ความเทพทรูนี้เกินจะบรรยายจริงๆ
    #22949
    0
  21. #22948 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 10:27
    สกูจังไปลาออกจากตระกูลชัวว
    #22948
    1
    • #22948-1 Pakinnod (@Pakinnod) (จากตอนที่ 137)
      4 พฤษภาคม 2561 / 10:43
      กับไปลาบ้านไปทำสงครามสิครับ
      #22948-1
  22. #22947 .C F. (@clarefasai) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 10:22
    ขอบคุณ่ค่าาสนุกมากก
    #22947
    0
  23. #22946 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 10:16
    รอตอนต่อไปครับ
    #22946
    0
  24. #22945 Noblesselessa (@Noblesselessa) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 09:51
    ทุกคนดูเทพขึ้นมาทันที สกูตั้มกลับบ้าน รับรองเลยว่า ครอบครัวต้องตกตะลึง ///ขอบคุณค่าาา
    #22945
    0
  25. #22944 แค่คนหัวฟูๆ (@tttchaittt) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 09:48
    ขอบคุณ
    #22944
    0