เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,914,373 Views

  • 27,141 Comments

  • 28,061 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    60,642

    Overall
    3,914,373

ตอนที่ 184 : ภาค 3.1 ตอนที่ 22 เมอร์ลินเจ้าต้องช่วยข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1026 ครั้ง
    20 ก.ย. 61

ทันทีที่ได้พบกับเจ้าชายอาเธอร์ ภายในใจซามัวก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

ทั้งคู่ร่อนลงมาจากอากาศและพูดคุยกันใต้ต้นไม้

 

นับตั้งแต่ที่เมอร์ลินหลายไปในดันเจี้ยนชั้นที่แปด ซามัวก็ไม่สามารถติดต่อและเข้าร่างของเมอร์ลินได้ ทำให้เธอไม่ได้พบกับคนรักมาเป็นเวลายาวนานหลายปี

 

การพบกันในครั้งนี้จึงมีแต่ความคิดถึง

 

แต่ทว่าเวลาสองปีกว่ามานี้ ในช่วงเวลาที่ห่างกันทำให้ซามัวได้คิดอะไรหลายอย่าง

 

มนุษย์กับสัตว์อสูรจะรักกันได้จริงหรือ?

 

นี่คือคำถามที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวของซามัว เธอทั้งรู้สึกคิดถึงและคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนมาในวันนี้เธอจึงตัดสินใจในการทำบางสิ่งอย่างเด็ดขาด

 

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กัน จู่ๆ น้ำตาของหญิงสาวก็หลั่งไหลออกมา

 

“เอเลนเจ้าเป็นอะไร?” เจ้าชายอาเธอร์เอ่ยเสียงหวานพร้อมกับใช้หัวแม่มือเช็ดหยดน้ำตาที่อาบแก้มคนรัก

 

สัมผัสที่นิ่มนวลทำให้จิตใจของสัตว์อสูรสาวยิ่งสั่นสะท้าน น้ำตายิ่งไหลออกมามากกว่าเดิมอย่างห้ามไม่ได้

 

เสียงสะอื้นของสุดยอดสาวงามเต็มไปด้วยความน่าสงสาร

 

เจ้าชายอาเธอร์รวบร่างบางเข้ามากอดเพื่อปลอบโยน

 

“หรือเธอจะรู้เรื่องที่พ่อของข้าให้แต่งงาน?” เจ้าชายอาเธอร์คิดในใจอย่างสงสัย

 

“เจ้าเป็นอะไรไปเอเลน บอกข้าสิ ... ไม่ต้องกลัวนะไม่ต้องกลัว ข้าจะอยู่ข้างๆ เจ้า” เจ้าชายอาเธอร์รู้สึกหวั่นไหวกับเสียงสะอื้นที่ดังอยู่ในอก เสื้อผ้าอันหรูหราของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของหญิงสาว

 

“อาเธอร์ ... ข้า ...” ซามัวหยุดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า ...”

 

“มีเรื่องอะไรที่ทำให้เจ้าไม่สบายใจ บอกข้ามา ... ไม่ว่าเรื่องอะไรข้าก็จะช่วยเจ้า ต่อให้บุกน้ำลุยไฟข้าก็จะทำ”

 

ซามัวส่ายศีรษะไปมาในอ้อมกอดของเจ้าชายอาเธอร์

 

“ถ้าข้าบอกเจ้าไปแล้ว เจ้าจะโกรธข้าไหม? เจ้าจะรังเกียจข้าหรือไม่?” ภายในใจของหญิงสาวรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เธอกลัวว่าชายหนุ่มจะโกรธเธอ เธอกลัวว่าเขาจะรังเกียจเธอ หากเธอบอกความจริงออกไป

 

นี่เป็นครั้งแรกในหลายพันปีที่เธอรู้สึกแบบนี้

 

“ไม่อย่างแน่นอน ไม่ว่าเรื่องอะไรข้าก็จะไม่โกรธเจ้าและข้าไม่มีวันรังเกียจเจ้าอย่างแน่นอน” เจ้าชายอาเธอร์เอ่ยด้วยความรู้สึกที่แท้จริง เขารักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างมาก นับตั้งแต่ที่มีเธอเข้ามาในชีวิต เขาก็กลายเป็นคนรักเดียวใจเดียว

 

แม้ว่าจะพบกันได้แค่เดือนละครั้งหรือแม้ห่างหายกันไปเป็นปี เจ้าชายอาเธอร์ก็ไม่คิดที่จะชายตามองหญิงอื่นอีกเลย

 

ซามัวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนที่จะตัดสินใจบอกความจริงออกไป

 

“อาเธอร์ ... จริงๆ แล้วข้า ... ข้าไม่ใช่ ...” ซามัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหว อารมณ์ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวในคำตอบของชายหนุ่ม

 

“บอกข้ามาเถอะ ไม่ว่าเรื่องอะไรข้าก็จะไม่มีว่าโกรธเจ้าเกลียดเจ้าหรือทิ้งเจ้าเป็นอันขาด”

 

“จริงๆ ข้าไม่ใช่มนุษย์ ... ข้าเป็นสัตว์อสูร อาเธอร์ข้าเป็นสัตว์อสูร” ซามัวกล่าวด้วยเสียงสะอื้น อารมณ์ของเธอในตอนนี้รู้สึกหวั่นไหวเป็นอย่างมาก

 

เจ้าชายอาเธอร์ถึงกับผงะไปในทันใด ภายในหัวมีแต่ความอึ้งตะลึงงัน สายตาของเขาปรากฏความสับสนไปชั่วขณะ

 

ความจริงของหญิงสาวทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก

 

มันเป็นเรื่องที่เกินจะคาดคิด

 

ใครจะคิดเล่าว่าหญิงสาวคนรักจะไม่ใช่มนุษย์ แม้ไม่ใช่มนุษย์หากเป็นต่างเผ่าก็ยังพอรับได้ มีมนุษย์มากมายที่เคยแต่งงานกับเผ่าเอลฟ์ เผ่าคนแคระ แต่นี่เธอเป็นสัตว์อสูร

 

มนุษย์ที่รักกับสัตว์อสูร มันไม่เคยมีมาก่อน

 

ร่างของเจ้าชายอาเธอร์รู้สึกชาไปทั้งร่าง หญิงสาวพยายามจะขืนตัวให้ออกห่างจากอ้อมกอด

 

แต่ทว่าชายหนุ่มกลับโอบกอดเธอรัดแน่นยิ่งกว่าเดิม

 

“ไม่เป็นไร ... ไม่เป็นไร ... ต่อให้เจ้าไม่ใช่มนุษย์ข้าก็จะรักเจ้า ต่อให้เจ้าเป็นสัตว์อสูรข้าก็ยังจะรักเจ้า อย่าได้คิดว่าข้าจะรังเกียจเจ้าหวาดกลัวเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไรชีวิตนี้ข้าก็จะรักเจ้าอยู่ดี” เจ้าชายอาเธอร์กล่าวทั้งน้ำตา ถ้อยคำทั้งหมดถูกเอ่ยออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง

 

แม้ในตอนแรกเขาจะรู้สึกสับสน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ไม่มีวันปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปอย่างแน่นอน

 

ต่อให้เป็นสัตว์อสูรเขาก็จะรัก

 

“ขอบคุณ ... ขอบคุณเจ้ามาก ข้ารักเจ้านะอาเธอร์”

 

“ข้าก็รักเจ้าเช่นกันเอเลน”

 

หญิงสาวดันตัวออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม แล้วแหงนหน้ามองชายหนุ่มส่ายศีรษะเล็กๆ

 

“ไม่ใช่ ... จริงๆ ชื่อจริงของข้าคือซามัว”

 

เจ้าชายอาเธอร์ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับหญิงสาวแล้วเอ่ย

 

“ไม่ว่าเจ้าจะไม่ใช่มนุษย์ ไม่ว่าเจ้าจะไม่ได้ชื่อเอเลน ขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าข้ารักเจ้า ... ซามัว”

 

กลิ่นอายความรักตลบอบอวล หลังจากที่ทั้งสองเข้าใจกัน ซามัวก็เอ่ยความจริงทุกอย่างกับเจ้าชายอาเธอร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเจ้าของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า หรือเรื่องที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างของเมอร์ลิน รวมทั้งเรื่องที่เธอเป็นเจ้าภูเขาแห่งเทือกเขาไร้ทัดทาน ทุกอย่างถูกบอกเล่าออกมาจากปากของหญิงสาว

 

“ซามัวเจ้าไม่ต้องกังวลไป รอเมอร์ลินกลับมาข้าจะขอร้องเขาให้ช่วยเจ้าออกมาจากเทือกเขาไร้ทัดทาน”

 

“อย่างเจ้าหนูนั่นน่ะหรอจะช่วยข้าได้” ซามัวเอ่ยอย่างปรามาส

 

“ได้สิ ต้องได้อย่างแน่นอน ... เมอร์ลินสำหรับข้าเขาคือปาฏิหาริย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเขาก็สามารถทำได้เกินความคาดหมายเสมอ ในชีวิตนี้เขาคือคนเดียวที่ทำให้ข้ารู้สึกประหลาดใจหลายต่อหลายครั้ง ข้าเชื่อว่าเมอร์ลินต้องสามารถช่วยเจ้าออกมาจากเทือกเขาไร้ทัดทานได้” เจ้าชายอาเธอร์กล่าวอย่างมาดมั่น

 

“หากเจ้าเชื่อมั่นใจตัวเขาขนาดนั้น ข้าก็จะเชื่อเจ้า ... เด็กคนนี้เป็นคนที่รักษาสัญญา ครั้งหนึ่งข้าเคยเชื่อเขาแล้วเขาก็ทำมันได้จริงๆ ครั้งนี้ข้าหวังว่าเขาจะสามารถทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้” ซามัวซบลงไปที่อกของชายหนุ่มแล้วเอ่ยเสียงเบา

 

ในดินแดนเทือกเขาไร้ทัดทานนั้นมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด สองผู้ยิ่งใหญ่ไม่เคยผ่อนปรนให้ผู้ใด

 

มีเพียงแต่เจ้าของยอดเขาลูกที่สี่ที่กลายเป็นข้อยกเว้น เมอร์ลินเป็นสายเลือดของจ้าวภูเขาลูกนั้น สิ่งมหัศจรรย์จำนวนมากเกิดขึ้นกับเด็กน้อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซามัวจึงตัดสินใจเดิมพันกับเด็กน้อย

 

มิติแห่งแหวนประจำตระกูลดราก้อนเอส

 

บนกำแพงสูงที่ทอแสงสีเขียวเปล่งประกาย เมอร์ลินใช้เวลาในการศึกษาอักขระเวทย์แต่ละตัว

 

ทุกๆ ครั้งที่เมอร์ลินสัมผัสกับกำแพง อักขระเวทย์สีเขียวก็จะทอแสงเรืองรองออกมา จิตสำนึกรู้พุ่งเข้าไปในหัว

 

เมอร์ลินต้องทำการกลั่นกรองข้อมูลและทำความเข้าใจอักขระเวทย์อยู่พักหนึ่งถึงจะสามารถศึกษาอักขระเวทย์ตัวต่อไปได้

 

เมอร์ค่อยๆ ศึกษาอักขระเวทย์เหล่านี้ไปเรื่อยๆ เรื่องของโลกภายนอกเขาได้จัดแจงมอบหมายให้กับคนที่ไว้ใจจัดการจนหมดแล้ว

 

กิจการร้านเสื้อคลุมสีฟ้ามอบให้มาติน

 

หอคอยดารามอบให้กลุ่มดารา

 

เรื่องการรับสมัครคนเมอร์ลินก็จัดการทุกอย่างไว้หมดแล้ว หากเขาไม่สามารถกลับไปได้ทัน ทุกๆ อย่างกลุ่มดาราจะเป็นผู้จัดการเอง อีกทั้งยังมีซามัวคอยกำกับ

 

หากกลุ่มดารามีเรื่องที่เกินความคาดหมาย พวกเขาก็จะแจ้งซามัวให้จัดการ

 

เมอร์ลินจึงวางใจไร้ความกังวลและสามารถศึกษาอักขระเวทย์เหล่านี้ต่อไปได้เรื่อยๆ

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเมอร์ลินก็ศึกษาอักขระเวทย์ที่สลักบนกำแพงสีเขียวจนครบถ้วน

 

กำแพงสีเขียวมีอักขระเวทย์อยู่สองพันเจ็ดร้อยตัว แบ่งออกเป็นอักขระเวทย์ระดับศักดิ์สิทธิ์ 23 ตัว อักขระเวทย์ระดับโบราณ 134 ตัว ที่เหลือเป็นอักขระเวทย์ระดับธรรมดา

 

ทั้งนี้ยังมีอักขระเวทย์ที่ซ้ำกันอยู่ เมื่อหักออกแล้วอักขระเวทย์ที่ไม่ซ้ำกับที่มีอยู่ในสารานุกรมเลเมเกทัน เป็นอักขระเวทย์ระดับศักดิ์สิทธิ์ 11 ตัว ระดับโบราณ 27 ตัว นอกนั้นเป็นอักขระเวทย์ธรรมดาที่เมอร์ลินไม่ใส่ใจนัก

 

“ตอนนี้ข้าได้ครอบครองอักขระเวทย์ระดับศักดิ์สิทธิ์ 798 ตัว อักขระเวทย์ระดับโบราณ 3,830 ตัว นอกนั้นเป็นระดับธรรมดานับหมื่น ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่ระดับพลังเวทย์ของข้าลดลง หากเริ่มการฝึกฝนใหม่ ข้าก็จะสามารถสลักอักขระเวทย์ลงบนวงเวทย์ได้เป็นจำนวนมาก ความแข็งแกร่งระดับพลังเวทย์ของจะต้องอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”

 

เมอร์ลินคิดไปถึงเอมิเรียที่สลักอักขระเวทย์ลงบนวงเวทย์เพียงไม่กี่สิบตัว การบ่มเพาะอยู่ในระดับนักรบเวทย์แต่สามารถเปล่งพลังต่อสู้ในขอบเขตจอมเวทย์ออกมาได้

 

อย่างที่รู้กันว่าช่องว่างของขอบเขตนั้นมีขนาดใหญ่ การมีพลังต่อสู่ที่ห่างจากพลังบ่มเพาะหนึ่งถึงสองระดับนั้นอาจเป็นไปได้ แต่พลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งข้ามระดับขอบเขตนั้นเป็นไปได้ยาก

 

ต่อให้อัศวินโต๊ะกลมที่มีการบ่มเพาะขอบเขตจอมเวทย์ห้าวงเวทย์ขั้นสูงสุด เมื่อใช้พลังภูษาวิญญาณก็ไม่อาจเพิ่มพูนพลังต่อสู้ให้เกินขอบเขตจอมเวทย์ได้

 

ช่องว่างของขอบเขตนั้นมีระยะห่างที่กว้างเกินจินตนาการ

 

คงมีแต่พลังสายเลือดของตระกูลดราก้อนเอสเท่านั้นที่สามารถข้ามขีดจำกัดนี้ได้ เหมือนตอนที่เอริกต่อสู้กับกะโหลกทมิฬแล้วแปลงร่างเป็นมังกรระเบิดพลังขอบเขตมหาจอมเวทย์ออกมา

 

เมอร์ลินนั่งทำความเข้าใจทบทวนอักขระเวทย์ภายในหัวเพื่อหาทางรับมือกับมังกรสายฟ้าสีเขียวที่ขัดขวางเขาไม่ให้เข้าสู่ดินแดนอักขระขั้นม่วง

 

แต่ในตอนนั้นเองความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของเมอร์ลิน

 

เด็กน้อยลืมตาและเบิกตากว้าง อารมณ์ในดวงตาปรากฏความลิงโลด

 

“จริงสิ! หากกำแพงสีเขียวนี้มีอักขระเวทย์ กำแพงสีฟ้าก็ต้องมีอยู่ด้วย มิติแห่งนี้เป็นมรดกของตระกูลดราก้อนเอส บรรพบุรุษของตระกูลคงจะทิ้งทรัพย์สมบัติเหล่านี้ไว้ทุกที่”

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นเมอร์ลินก็รีบเร่งทะยานตัวออกไปทันที เขารู้ว่าไม่สามารถอยู่ในมิตินี้ได้นาน เมื่อมีหนทางใดที่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ เขาก็ต้องรีบเร่งเก็บเกี่ยวไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียไป

 

ทันทีที่มาถึงกำแพงประตูมังกรสีฟ้า เมอร์ลินก็ทะยานตัวขึ้นไปบนกำแพงและใช้มือแตะลงไป

 

แต่ทว่า...

 

“เอ๊ะ! ดูเหมือนว่ากำแพงนี้จะต่างออกไป” เมอร์ลินตกในกับปฏิกิริยาการตอบสนองของกำแพงด้านหน้า

 

การแสดงออกของกำแพงนั้นไม่เหมือนดังเช่นที่ผ่านมา

 

บนกำแพงสีเขียวและสีม่วงนั้น เมื่อสัมผัสกับกำแพง อักขระเวทย์ก็จะปรากฏ จิตสำนึกรู้จะพุ่งเข้าสู่สมอง แต่กำแพงสีฟ้ากลับไม่เป็นเช่นนั้น

 

กำแพงสีฟ้านับว่าเป็นปราการแรกในการก้าวเข้าสู่ดินแดนอักขระ

 

ทันทีที่เมอร์ลินสัมผัสกับกำแพง บนกำแพงก็เรืองแสงถ้อยคำโบราณปรากฏออกมา

 

ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ได้เขียนด้วยอักขระเวทย์ แต่มันเป็นเพียงตัวอักษรธรรมดาที่กำลังสื่อสารบอกกล่าวแก่ผู้สืบทอดของตระกูลดราก้อนเอส

 

“ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อความ” เมอร์ลินเอ่ยอย่างสงสัย

 

ร่างเล็กทะยานออกไปและสัมผัสกับพื้นที่ในส่วนต่างๆ ของกำแพง

 

ตัวอักขระสีฟ้าทอแสงเรียงรายออกมาจนเป็นถ้อยคำที่ทำให้เมอร์ลินสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้

 

ทันทีที่เมอร์ลินได้อ่านข้อความบนกำแพง ดวงตาของเขาก็เป็นประกายสดใจ

 

“สิ่งนี้คือ ...” เมอร์ลินตกใจกับถ้อยคำที่ส่งผ่านมาจากกำแพงเป็นอย่างมาก ภายในใจรู้สึกตื่นเต้นและยินดี

 

“นี่คือเคล็ดลับการใช้อำนาจอักขระและวิธีบ่มเพาะพลังอักขระ มันคือสมบัติล้ำค่าที่บรรพบุรุษตระกูลดราก้อนเอสได้หลงเหลือไว้ให้สายเลือด ความจริงแล้วหากข้าได้รู้ข้อความลับนี้ก่อนหน้านี้ พลังอักขระของข้าคงพัฒนาเหนือล้ำไปกว่านี้ได้มาก”

 

เมอร์ลินจ้องมองข้อความบนกำแพงอย่างตื่นเต้น

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อความ กำแพงประตูมังกรสีฟ้านั้นมีความยาวหลายกิโลเมตร เก็บซ่อนข้อความที่มีความยาวขนาดใหญ่ไว้บนกำแพง

 

ข้อความทั้งหมดได้บอกเล่าเคล็ดลับการบ่มเพาะพลังอักขระและวิธีใช้อำนาจอักขระ

 

ความจริงแล้วหากสายเลือดตระกูลดราก้อนเอสได้อ่านข้อความนี้ก่อนหน้านี้ การสืบทอดผู้ใช้อักขระในตระกูลก็คงไม่ขาดช่วง ไม่ว่าจะเป็นเอริก หรือพ่อของเอริกที่เป็นเซนต์ หากพวกเขาได้อ่านข้อความนี้ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะกลายเป็นผู้ใช้อักขระที่แข็งแกร่งก็เป็นได้

 

เมอร์ลินสนใจเรื่องราวของการใช้อำนาจอักขระเป็นอย่างยิ่ง ในเรื่องการบ่มเพาะข้อความบนกำแพงนั้นกล่าวไปในทางเดียวกับคำบอกเล่าของเอมิเรียซึ่งเป็นคนของเผ่าเทพ นั่นคือเรื่องของการเพิ่มพูนพลังสมาธิ

 

สิ่งที่เมอร์ลินสนใจจริงๆ กลับเป็นการใช้อำนาจอักขระมาใช้เป็นพลังต่อสู้มากกว่า

 

อำนาจอักขระนั้นคือพลังลี้ลับ ประโยชน์ของมันคือการก่อรูปร่างจากความว่างเปล่า อำนาจอักขระนั้นคือแรงกดดันพลังจิตอย่างหนึ่ง

 

ผู้ใช้อักขระสามารถใช้แรงกดดันพลังจิตนี้สร้างเป็นม่านพลังป้องกัน หรือพลังโจมตีได้

 

หากผู้ใช้อักขระมีพลังสมาธิขั้นสูง การโจมตีและการป้องกันจะแข็งแกร่งมากขึ้นตามพลังสมาธิของผู้ใช้

 

การใช้อำนาจอักขระนั้นมีหลายหลายเป็นอย่างมาก มันสามารถสร้างเมืองล่องหนได้ทั้งหมด หรือสร้างมิติปรวนแปรเพื่อวางกับดักให้แก่ศัตรู ผู้ใช้อักขระบางคนกระทั่งใช้อำนาจอักขระรักษาอาการบาดเจ็บให้กับผู้คนได้

 

ที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับความถนัดและจินตนาการของผู้ใช้

 

ข้อความภายในกำแพงสีฟ้าได้บันทึกเทคนิคการใช้อำนาจอักขระไว้อย่างหลากหลาย สายเลือดของตระกูลแต่ละรุ่นมักจะเขียนข้อความเหล่านี้ไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง

 

เมอร์ลินอ่านข้อความเหล่านี้อย่างอิ่มเอมใจ เขาใช้หนึ่งการมองของดวงตาเลเมเกทันบันทึกข้อความเหล่านี้เอาไว้แล้วรีบทำความเข้าใจศาสตร์ความรู้ที่เปิดโลกกว้างของเขา

 

“หากข้าสามารถทำความเข้าใจข้อความทั้งหมดนี้ได้ มังกรสายฟ้าสีเขียวที่อยู่ในดินแดนอักขระขั้นสีเขียวย่อมอยู่ในกำมือของข้า” เมอร์ลินกล่าวอย่างมีความเชื่อมั่น

 

เมื่อพลังสมาธิของเขาสามารถท้าทายก้าวข้ามประตูมังกรสีม่วงได้ แล้วเหตุได้เพียงแค่มังกรสายฟ้าสีเขียวที่อยู่ในดินแดนอักขระสีเขียวจะไม่สามารถคุกคามมันได้

 

ข้อความบนกำแพงสีฟ้าได้บันทึกอย่างชัดเจนว่า

 

“อำนาจที่แท้จริงของอำนาจอักขระคือความสูงส่งของพลังสมาธิ”



.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงภาค 3 ตอนที่ 168 (จบภาค 3)
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.026K ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #26179 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 07:23
    อืมมถ้ายึดภูเขาของซามัวให้เมอร์ลินจะออกจากภูเขาไร้ทัดทานได้ไหม??
    #26179
    0
  2. #25227 0921894287 (@0921894287) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 22:52

    เหอ~โชคดีไปที่อาเธอร์ไม่ทำอะไรแปลกๆกับร่างเมอร์ลิน
    #25227
    0
  3. #24977 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 14:44
    เมอร์ลินลุยยย
    #24977
    0
  4. #24929 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 13:57

    ขอบคุณครับ

    #24929
    0
  5. #24922 ขจอน (@21siam) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 22:04
    แล้วเมอร์ลิน จะเขียนทิ้งไว้ให้คนอื่นหรือป่าว หรือจะฟาร์มรัวๆอย่างเดียว กะเลี้ยงคนอื่นไว้ใช้
    #24922
    0
  6. #24742 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 20:18
    อัพสกิลรัวๆ
    #24742
    0
  7. #24726 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 02:24
    ลุ้นเลย นี่กำลังจะโหดยิ่งกว่าเดิม
    #24726
    0
  8. #24724 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 22:11
    พร้อมจะโหดแล้วใช่ไหม 555
    #24724
    0
  9. #24723 เกลียดผญมารยา (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 20:03

    ความรักนี้มันเ-้ยจริงๆ ขนาดความลับของร้านเสื้อคลุมสีฟ้ายังบอกได้

    #24723
    1
    • #24723-1 เอกภพไร้ขอบเขต (@beer36) (จากตอนที่ 184)
      26 ตุลาคม 2561 / 14:46
      ก็บอกได้สิ
      เพราะเมอร์ลินก็รับรู้อยู่ตลอด
      แปลว่าเมอร์ลินก็ไม่ได้ห้ามซามัวร์
      ก็ในเมื่อเจ้าของความลับไม่ได้ออกปากห้าม
      ก็ไม่มีปัญหาสิ
      ยิ่งคนที่รับรู้คืออาเธอร์ ยิ่งหมดปัญหา
      อาเธอร์รักซามัวร์จะตาย
      อะไรที่ทำให้ซามัวร์เดือดร้อน
      มันเก็บสนิท ขนาดพ่อมันยังไม่บอกเลย
      ฉะนั้น ไม่มีใครเxี้ยทั้งนั้นแหละครับ
      หึหึ
      #24723-1
  10. #24722 noomnim66 (@noomnim66) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 18:10
    เป็นงูนี่ฉกตาไปแล้ววว เส้นผมบังภูเขาชัดๆ555
    #24722
    0
  11. #24721 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 16:06
    สนุกมากครับ
    #24721
    0
  12. #24720 Gouyjeng (@Gouyjeng) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 13:55
    ค้าง เพราะซามัวมาคั่น ลุ้นเมอร์ลินพิชิตอักขระสีม่วง
    #24720
    0
  13. #24719 ooppaaaaaa (@ooppaaaaaa) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 13:26
    โห้ค้างหนักมากกกก
    #24719
    0
  14. #24718 SHELLFEE (@SHELLFEE) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 11:56
    น้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆสัส
    #24718
    0
  15. #24716 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 11:22
    รอตอนต่อไป
    #24716
    0
  16. #24715 D.L. (@destinylegend) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 11:16
    ขอบคุณครับ
    #24715
    0
  17. #24714 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 10:45

    เริ่มต้นกลับไปบ่มเพาะพลังเวทย์ และอักขระใหม่

    #24714
    0
  18. #24713 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 10:08
    Thank you
    #24713
    0
  19. #24712 rathapatin (@rathapatin) (จากตอนที่ 184)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 09:33
    เลิฟฟฟ
    #24712
    0