เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

  • 96% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 3,921,057 Views

  • 27,174 Comments

  • 28,077 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    67,326

    Overall
    3,921,057

ตอนที่ 27 : แรงกดดันพลังเวทย์ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1047 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60


“ผู้ใช้อักขระ” คำๆ นี้เมื่อได้กล่าวถึงก็สามารถทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน อย่างที่รู้กันว่าในแผ่นดินนี้มีผู้ใช้อักขระนับได้โดยนิ้วมือ

 

การปรากฏตัวของผู้ใช้อักขระนับเป็นโชคของผู้ที่พบเห็น พวกเขาเหล่านั้นเป็นบุคคลลึกลับที่ใช่ว่าใครก็สามารถพบได้ ผู้คนทั้งดินแดนล้วนอยากจะพบกับผู้ใช้อักขระ แม้แต่กษัตริย์ยังต้องให้เกียรติพวกเขา

 

อำนาจของผู้ใช้อักขระนั้นแทบจะเป็นอันดับต้นๆ ของอาณาจักร แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าที่จะยั่วยุพวกเขา แม้พวกเขาบางคนจะมีพลังเวทย์ในระดับไม่สูงมาก แต่อำนาจที่แท้จริงของพวกเขาคือการชักนำบุคคลผู้ทรงอำนาจมาเป็นอำนาจของตัวเองได้

 

ครั้งหนึ่งเคยเกิดเรื่องกับผู้ใช้อักขระผู้หนึ่ง ภายหลังผู้ใช้อักขระคนนั้นได้ชักนำเหล่านักรบเวทย์กระทั่งตัวตนอย่างจอมเวทย์ยังเข้าร่วมแก้แค้นในการชำระหนี้ของเขา

 

ชัดเจนว่าผู้ใช้อักขระนั้นไม่จำเป็นต้องลงมือเอง เพียงเขาเอ่ยปากตัวตนทรงพลังทั้งหลายก็พร้อมที่จะทำตามคำขอของเขา ผู้คนทั้งหลายนั้นยินดีที่จะได้สร้างความพึงพอใจแก่เขา

 

แม้การกระทำของเด็กน้อยผู้นี้จะเรียกได้ว่าหยิ่งยโส แต่น่าเสียดายที่เขามีคุณสมบัติที่จะทำมัน

 

“จอมวิปลาสยั่วยุผู้ใช้อักขระ เขานั้นได้ทำเรื่องที่ผิดพลาด” บางคนพูดขึ้น

 

มิลาสนั้นแสดงอาการตกใจออกมากับม่านพลังที่ปกคลุม ต่อมาใบหน้าอันวิปลาสนั้นกำลังเริ่มคลุ้งคลั่ง

 

"เจ้าคิดว่าของแค่นี้จะขังข้าไว้ได้"

 

มิลาสระดมหมัดไปที่ม่านพลังอย่างบ้าคลั่ง แต่ทว่าไม่ว่าเขาจะพยายามมากเท่าไหร่ม่านพลังก็ไม่มีท่าทีที่จะแตกร้าวเลยแม้แต่น้อย

 

ผู้คนมองดูอย่างหัวใจเต้นรัว

 

“สมแล้วที่เป็นม่านพลังของผู้ใช้อักขระ” บางคนในกลุ่มคนดูพูดขึ้น

 

แน่นอนว่าคำชมนั้นเป็นเรื่องจริง อำนาจของม่านพลังของผู้ใช้อักขระนั้นเป็นที่รู้กันดีว่ามันแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มันมีอำนาจเหนือกว่าม่านพลังของผู้ใช้เวทมนต์ทั่วไป และมันมักจะถูกนำไปใช้เป็นม่านพลังในการป้องกันเมืองต่างๆ

 

ผู้ที่ต้องการทำลายม่านพลังของผู้ใช้อักขระนั้น พวกเขาจำเป็นต้องมีพลังเวทย์ที่มีอำนาจเหนือกว่าผู้ใช้อักขระอยู่หลายขั้น

 

เพียงผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าซึ่งเป็นผู้ใช้อักขระขั้นเริ่มต้น การทำลายม่านพลังนั้นจำเป็นต้องเป็นนักรบเวทย์ผู้หนึ่งถึงจะสามารถต่อกรได้

 

ยิ่งผู้ใช้อักขระแข่งแกร่งมากเท่าไหร่ ม่านพลังของเขาก็จะแข่งแกร่งมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

 

"การเล่นของพวกเราควรพอแค่นี้ มันเห็นได้ชัดแล้วว่าเจ้านั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะจับคู่กับข้า"

 

พูดจบเมอร์ลินก็หุบฝ่ามือ ม่านพลังที่ปกคลุมมิลาสก็พลันสลายหายไป 

 

มิลาสที่อยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งนั้นเมื่อถูกปล่อยออกมา เจาก็กระโดดและทะยานตัวขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของเขาคือเมอร์ลิน

 

“เด็กน้อย เจ้านั้นดื้อรั้นไม่น้อย” เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยั่น

 

ผู้คนต่างตกใจกับคำพูดของเมอร์ลิน เขาเรียกมิลาส จอมวิปลาสว่าเด็กน้อย ทั้งที่ตัวของเขาเองนั้นมีอายุสิบปีเล็กน้อย ดูเป็นเด็กน้อยผู้หนึ่ง แต่มิลาสนั้นต่างออกไป เขานั้นมีร่างสูงใหญ่คะเนว่าอยู่ในช่วงวัยรุ่นอายุ 17-18 ปี

 

เขากล้าที่จะเรียกมิลาสว่าเด็กน้อย ทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง แต่นั่นก็ไม่มีใครคัดค้านหรือโต้แย้งออกมา เพราะด้วยคุณสมบัติของเขานั้นมันเพียงพอที่จะทำให้เขานั้นกล่าวออกมาได้

 

ตัวตนของผู้ใช้อักขระนั้นอยู่เหนือบุคคลทั่วไปอยู่แล้ว

 

ครานั้นเองในตอนที่มิลานกระโจนเข้ามา เมอร์ลินได้ยกกิ่งไม้ขึ้นแล้วฟาดไปที่มิลาสด้วยท่าทีที่สบาย หากเป็นคนอื่นย่อมไม่สามารถทำแบบนี้ได้

 

เอ๋ง!

 

มิลาสร้องออกมาเสียงหลงเมื่อถูกกิ่งไม้ของเมอร์ลินฟาดเข้าให้ เสียงของเขานั้นราวกับเป็นเสียงของสุนัขตัวหนึ่ง ร่างของเขาร่วงตกลงมายังพื้นอย่างรวดเร็ว

 

ตูม

 

เมอร์ลินมองและส่ายศีรษะเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หันหลังและเหาะไปยังหอคอยมหาเวทย์ทันที

 

ทิ้งมิลาสและคนอื่นๆ มองแผ่นหลังของเขาด้วยความตะลึงงัน

 

เมอร์ลินตรงไปยังหอคอยมหาเวทย์อย่างรวดเร็ว จากจุดที่เขาจากมาหอคอยนั้นอยู่ห่างประมาณ 10 กิโลเมตรได้ เมื่อเหาะไปได้สักพักเขาก็รู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งกำลังตามเขามา 

 

เมื่อหันหลังกลับไปเมอร์ลินพบว่าเป็นมิคาเอล เอลฟ์หูยาวกำลังบินตามเขามา

 

บิน! 

 

ใช่แล้วมิคาเอลกำลังบิน เขานั้นบินโดยใช้ปีกนกสีขาวที่งอกออกมากลางหลังของเขา นี่คงเป็นคาถาเวทย์ชนิดหนึ่งของอาณาจักรเมเปิลล์ อาณาจักรโบราณที่เต็มไปด้วยความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ

 

เมื่อรู้ว่าผู้ตามมาเป็นใครเมอร์ลินก็ละความสนใจแล้วมุ่งหน้าไปหอคอยมหาเวทย์ต่อไป

 

ด้วยระยะทางหลายกิโลเมตรนั้นระหว่างทางมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่เบื้องล่างจำนวนมาก หากเขาไม่ได้เดินทางด้วยการบิน เขาคงจะต้องเสียเวลากับการจัดการสัตว์อสูรพวกนี้เป็นแน่

 

เมื่อบินมาได้ระยะเวลาหนึ่งเขาก็มาถึงหอคอย สิ่งก่อสร้างนี้มีมาตั้งแต่ยุคโบราณ หอคอยส่งกลิ่นอายเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ออกมา ความใหญ่โตของมันเมื่อเทียบกับมนุษย์คนหนึ่ง มนุษย์คนนั้นเทียบได้เท่ากับเศษดินเท่านั้น หอคอยนี้มีความใหญ่โตเป็นอย่างมาก

 

ประตูหินอ่อนบานใหญ่ส่งกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์ออกมา เพียงแค่บานประตูก็มีความสูงนับสิบๆ เมตรได้แล้ว ความกว้างของมันสามารถให้คนนับร้อยเดินผ่านโดยพร้อมกันได้ นับได้ว่ายากที่จะอธิบายความใหญ่โตนี้ได้หมด

 

ทันใดนั้นเองเมอร์ลินก็ได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากด้านหลัง

 

ตูม! 

 

ทอดสายตามออกไปเขามองเห็นเส้นเปลวเพลิงสีฟ้าที่พุ่งดิ่งเป็นแนวยาวตรงมาทางนี้ แววตาอันวิปลาสนั้นส่องประกายโดดเด่นมาแต่ไกล คนคนนั้นไม่ใช่ใครเขาคือมิลาสจอมวิปลาส

 

“เจ้านี่เกาะติดยิ่งกว่าปลิงเสียอีก” เมอร์ลินถอนหายใจออกมาและเอ่ย

 

ร่างของเมอร์ลินร่อนลงยังปากประตูทางเข้าหอคอย เขาเหลือบเห็นกลุ่มคนที่มาถึงก่อนหน้าเขา ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนมาถึงก่อนเขา แต่นั่นก็อาจเป็นเพราะเขานั้นกำลังพัวพันกับมิลาสจึงทำให้คนกลุ่มนั้นมาถึงก่อน

 

คนกลุ่มนี้ย่อมมีฝีมืออยู่ไม่น้อย ไม่เช่นนั้นคงจะไม่มาถึงได้รวดเร็วเพียงนี้ และพวกเขาอาจไม่ใช่กลุ่มเดียวที่มาถึงที่นี้ เพราะอาจจะมีบางคนหรือบางกลุ่มเข้าไปในหอคอยแล้วก็ได้

 

เมื่อเมอร์ลินมาถึงเขาถูกสายตาของคนกลุ่มนั้นจ้องมอง แต่เขาก็ไม่ได้แยแสเลยแม้แต่น้อย

 

ไม่รอช้าเมอร์ลินพุ่งตัวมุ่งตรงไปยังประตูด้านในนั้นทันที

 

เมื่อผ่านประตูเข้ามา เมอร์ลินก็พบกลับห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยลวดลายโบราณ ลวยลายเหล่านี้แสดงถึงความเก่าแก่ของมัน ภายในห้องโถงแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยกระแสพลังเวทย์

 

ใจกลางห้องโถงปรากฏบันไดวนขนาดใหญ่ที่ซึ่งเป็นสิ่งเชื่อมต่อกับชั้นต่อไป การขึ้นไปยังหอคอยมหาเวทย์แต่ละชั้นนั้นจำเป็นต้องอาศัยบันไดนี้

 

การขึ้นบันไดแต่ละชั้นนั้นต้องเผชิญกับความยากลำบาก นั่นเพราะการขึ้นหอคอยมหาเวทย์นั้นจะต้องเผชิญกับแรงกดดันพลังเวทย์ที่ถูกส่งออกมาจากยอดหอคอย

 

เมอร์ลินนั้นไม่ต้องการเสียเวลา เขานั้นลอยตัวและเหาะไปยังบันไดทางขึ้นไปยังชั้นถัดไปทันที

 

เมื่อไปถึงในส่วนของบริเวณบันไดเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันพลังเวทย์อ่อนๆ  มันเป็นพลังเพียงเล็กน้อยเพื่อทดสอบความสามารถของคนที่จะขึ้นไปยังชั้นถัดไป

 

เพียงไม่นานเขาก็ขึ้นไปถึงชั้นแรก ด้านบนนี้ปรากฏเป็นอุโมงค์ทางเดินยาว โดยพื้นที่นี้มีแรงกดดันพลังเวทย์ที่มากกว่าตอนที่เขาอยู่ที่บันได แต่ยังไงเสียแรงกดดันพลังเวทย์เหล่านี้ก็ไม่มีผลกับเขา มันไม่สามารถคุกคามเขาได้และเขาก็สามารถเคลื่อนไหวได้ดั่งใจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ภายในอุโมงค์ชั้นนี้มีทางเดินเส้นยาวที่ทอดผ่าน เมื่อเมอร์ลินตรงไปเรื่อยๆ เขาก็พบกับทางแยกมากมาย เขาสามารถเดาได้ว่าภายในหอคอยแห่งนี้นั้นเป็นสถานที่การทดสอบเขาวงกต

 

ตามหลักการแล้วมันคงมีอุปสรรคแค่สองสามอย่างที่ทดสอบความสามารถของผู้เข้าร่วม หนึ่งในนั้นคือแรงกดดันพลังเวทย์ที่อยู่ในแต่ละชั้น คาดได้ว่าหากขึ้นไปในชั้นถัดๆ ไป แรงกดดันพลังเวทย์นั้นจะค่อยๆ เพิ่มเข้มข้นและหนาแน่นมากกว่านี้

 

สองคือเขาวงกตของแต่ละชั้น นอกจากจะมีเงือ่อนไขกำหนดเวลา 7 วันแล้ว แรงกดดันพลังเวทย์ของแต่ละชั้นจะทำให้ผู้เข้าร่วมพบกับความยากลำบากที่มากขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่ามันเป็นการทดสอบที่ไม่ซับซ้อนมากนัก ไม่เช่นนั้นแล้วการทดสอบคงไม่จำกัดไว้สำหรับผู้เริ่มต้นและผู้มีอายุน้อยเช่นนี้

 

เมอร์ลินนั้นยกมือขวาของเขาขึ้นมา ทันใดนั้นเองก็ปรากฏอักขระเวทย์สีฟ้าส่องสว่างออกมา ด้วยความสามารถของการบรรลุขั้นก่อลำต้น นั่นจึงทำให้เขาสามารถบังคับวัตถุได้อย่างใจนึก ไม่เว้นกระทั่งพลังเวทย์ หากเขามีความคิดที่จะสร้างอักขระเวทย์ เพียงแค่เขาสะบัดมือก็สามารถสร้างอักขระเวทย์เหล่านั้นได้แล้ว ยิ่งอักขระเวทย์เริ่มต้นที่ใช้พลังเวทย์ไม่มาก เขายิ่งสามารถสร้างมันขึ้นมาอย่างรวดเร็วอย่างใจนึก

 

อักขระเวทย์สีฟ้าตัวหนึ่งปรากฏกลางอากาศ ไม่นานนักมันก็สลายและกลายเป็นวงเวทย์

 

เมื่อวงเวทย์ปรากฏทันใดนั้นเองคลื่นพลังเวทย์จากวงเวทย์นั้นก็กระจายออกไประลอก คล้ายกับการกระเพื่อมของผิวน้ำ มันครอบคลุมทั่วทั้งชั้นแรกของหอคอย

 

ภายใต้การรับรู้ของวงเวทย์นี้ ทำให้เมอร์ลินสามารถรับรู้ทางออกของเขาวงกตนี้ได้อย่างง่ายดาย เขานั้นสามารถหาบันไดทางขึ้นชั้นสองได้ราวกับพลิกฝ่ามือ

 

เรียกได้ว่าความสามารถอันคดโกงนี้เป็นความได้เปรียบของผู้ใช้อักขระ

 

คนผู้หนึ่งอาจจะต้องหาทางขึ้นของหอคอยหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน แต่สำหรับเมอร์ลินกลับไม่เป็นเช่นนั้น เขาวงกตเหล่านี้ไม่ใช่อุปสรรคที่เขาต้องกังวล การทดสอบนี้ง่ายเสียยิ่งกว่าการหายใจของเขาเสียอีก

 

เมื่อเมอร์ลินได้ทราบถึงเงื่อนไขของการทดสอบหอคอยแห่งนี้ มันไม่ได้สร้างปัญหาแก่เขา เขาจึงวางใจมากขึ้น เขานั้นไม่รีบเร่งที่จะขึ้นไปแต่อย่างใด

 

เมื่อไปถึงทางแยกเขาก็พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังวิ่งผ่านไปด้วยความเร็ว พวกเขาเหล่านั้นกระจายตัวแยกกันไปคนละทิศทาง 

 

นี่อาจเป็นรูปแบบการทำงานแบบเป็นกลุ่มของพวกเขา การกระจายเส้นทางเพื่อหาทางออกของเขาวงกต เมื่อมีคนพบทางขึ้นชั้นถัดไป พวกเขาคงมีวิธีเรียกรวมพลแล้วฝ่าขึ้นไปด้านบน

 

รูปแบบการทำงานนี้ถือว่าไม่เลว แต่สำหรับเมอร์ลินแล้วมันไม่จำเป็น

 

เมอร์ลินยังคงเดินทางไปตามเส้นทางที่เขาค้นพบไปเรื่อยๆ พักหนึ่งเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังที่คุ้นเคย เมื่อหันหลังกลับไป เขาก็พบกับคนคนหนึ่ง

 

ใบหน้าของเมอร์ลินแสดงอาการที่ไม่พึงใจออกมา

 

“เป็นเจ้าอีกแล้ว เจ้าหมาบ้า” เมอร์ลินเอ่ยขึ้นอย่างหน่ายใจ

 

ถูกต้องแล้วคนคนนั้นคือมิลาสจอมวิปลาส มันตามเมอร์ลินมาอีกแล้ว ใบหน้าดั่งคนวิกลจริตนั้นกำลังพุ่งตรงมายังเขา

 

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และแววตาอันเบิกกว้างนั้นรวมกันเป็นความวิปลาส

 

เมอร์ลินไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเจ้าหมาบ้าตัวนี้สักเท่าไหร่ เขารีบทะยานตัวออกไปด้วยความรวดเร็ว

 

ไม่นานนักเขาก็ทิ้งห่างมิลาสไปเรื่อยๆ จนมาถึงบันไดทางขึ้นของชั้นที่สอง

 

เพื่อตัดความลำคาญของเจ้าหมาบ้าตัวนั้น เมอร์ลินจึงตัดสินใจขึ้นไปยังชั้นถัดๆ ไปเรื่อยๆ ยิ่งขึ้นไปในชั้นที่สูงมากขึ้นเท่าไหร่ แรงกดดันพลังเวทย์ก็เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น แต่เขาก็รู้สึกแปลกใจ ที่ถึงแม้ว่าเขาจะรับรู้ถึงแรงกดดันพลังเวทย์ที่เพิ่มขึ้น แต่เขากลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ กับแรงกดดันพลังเวทย์เหล่านั้นเลย

 

ตรงกันข้ามกับหลายคนที่เขาพบในระหว่างเดินทาง เมอร์ลินสามารถรับรู้ได้ถึงสีหน้าอันปั่นป่วนของพวกเขาเหล่านั้นได้ แรงกดดันพลังเวทย์นี้มีผลกระทบกับคนอื่นๆ ยิ่งมีแรงกดดันพลังเวทย์มากเท่าไหร่ ความลำบากในการเดินทางของพวกเขาก็ยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้นเท่านั้น

 

เมอร์ลินนั้นสามารถแซงคนที่ขึ้นไปก่อนหน้านี้ได้หลายคน จนกระทั่งมาถึงชั้นที่ 10

 

เมื่อเขาใช้อักขระเวทย์ตรวจสอบเขาวงกตของชั้นนี้ เขาก็พบว่าภายในเขาวงกตชั้นนี้มีห้องลับเล็กๆ แทรกอยู่ และห้องลับเหล่านั้นก็มีกลิ่นอายพลังประหลาดที่แผ่พุ่งออกมา

 

เมอร์ลินรุดไปยังจุดนั้นทันที เมื่อไปถึงเขาก็พบกับผนังที่เก่าแก่ มันมีลักษณะที่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง หากคนทั่วไปพบเห็น พวกเขาคงไม่ใส่ใจมัน

 

แต่ไม่ใช่เมอร์ลินที่ใช้อักขระเวทย์ตรวจสอบ เขานั้นรับรู้ถึงห้องลับนี้ เพียงใช้ดวงตาแห่งเลเมเกทันกวาดมอง ไม่นานนักเขาก็พบกับกลไกที่ซ่อนไว้

 

เมอร์ลินขยับหินเล็กๆ ที่ติดอยู่กับผนังด้านหน้าเพียงก้อนสองก้อน ครานั้นเองประตูของห้องลับก็เปิดออกมาอย่างง่ายดาย

 

เมื่อมองไปยังภายใน เมอร์ลินก็พบกับหินตราเวทย์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

 

ก่อนหน้านี้ที่เขาได้รับรู้ถึงข้อมูลของการทดสอบ หินตราเวทย์คือจุดประสงค์ของการทดสอบนี้ มันคือสิ่งที่นำไปสร้างผ้าคลุมเวทย์ของแต่ละคน โดยหินเหล่านี้จะมีอยู่ตั้งแต่ชั้นที่ 10 ขึ้นไปเท่านั้น

 

ไม่รอช้าเมอร์ลินคว้าหินตราเวทย์ขึ้นมาก้อนหนึ่ง เขาไม่ได้เอามันไปมากกว่านั้น เพราะถึงจะนำออกไปมากเท่าไหร่ หินตราเวทย์เหล่านี้ก็สามารถใช้ได้เพียงก้อนเดียวเท่านั้น และถ้าหากออกจากเกาะแห่งนี้ไป หินตราเวทย์ที่เก็บไว้ก็จะสูญสลายในทันที

 

หินตราเวทย์นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับคริสตันใส ภายในของมันนั้นเปล่งประกายราวกับเพชร มันสิ่งของวิเศษที่สามารถหลอมรวมเข้ากับร่างกายของมนุษย์และเปลี่ยนตัวตนให้เป็นผ้าคลุมเวทย์ได้ 

 

หากผู้ใช้เวทมนต์สวมใส่ผ้าคลุมเวทย์ที่อยู่ชั้น 10 พวกเขาเหล่านั้นก็จะสามารถเพิ่มความรุนแรงของเวทย์ได้ 10 %  และแน่นอนว่าถ้าหากสามารถเก็บหินตราเวทย์ที่อยู่ในหอคอยมหาเวทย์ชั้นที่สูงยิ่งๆ ขึ้นไป เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มความรุนแรงของเวทย์ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

ในห้าร้อยปีที่ผ่านมา มีคนที่สามารถปีนขึ้นหอคอยมหาเวทย์ได้สูงที่สุดถึงชั้น 20 และเขานั้นก็ได้รับผ้าคลุมเวทย์ที่เพิ่มความรุนแรงของเวทย์ 20% เลยทีเดียว

 

จากประวัติศาสตร์ที่เคยบันทึกไว้ที่ผ่านมา ยังไม่มีผู้ใดที่สามารถขึ้นไปถึงชั้นที่ 38 ได้เลย หากมีผู้ที่ทำสำเร็จได้ ไม่ต้องคาดคิดเลยว่าคนผู้นั้นจะได้รับผ้าคลุมเวทย์ที่เพิ่มอำนาจความรุนแรงของพลังเวทย์มากมายขนาดไหน

 

เมอร์ลินหยุดอยู่ห้องลับที่กักเก็บหินตราเวทย์ได้พักหนึ่ง แต่แล้วในเวลาต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ที่คุ้นเคย

 

เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก

 

“เจ้าหมาบ้านั่นตามข้ามาอีกแล้ว” เมอร์ลินแทบจะสบทออกมา เมื่อรู้ว่าคนที่ตามมานั้นคือมิลาส

 

ทำไมมันถึงตามเขาได้รวดเร็วเพียงนี้

 

เมอร์ลินไม่เสียเวลาคิดให้มากความ เขานั้นทะยานตัวจากไปในทันที

 

ระหว่างเดินทางนั้นเขาก็ครุ่นคิดว่าทำไมเจ้าหมาบ้านั่นถึงขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้อย่างรวดเร็ว แถมมันยังตามเกาะตัวเขาได้อย่างแม่นยำ มันเป็นที่ผิดสังเกตเป็นอย่างมาก

 

แม้ว่าเจ้าหมาบ้าจะสามารถทนทานกับแรงกดดันพลังเวทย์เหล่านี้ได้ แต่อุปสรรคเขาวงกตในแต่ละชั้นควรสร้างความลำบากให้มันมากกว่านี้ แต่มันกลับตามเขามาได้รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง

 

เมื่อรับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากล เมอร์ลินจึงหยุดเพื่อสำรวจร่างกายของเขา

 

เมอร์ลินใช้เวลาสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พบว่าที่ปลายเสื้อคลุมของเขานั้นปรากฏเปลวไฟสีฟ้าลุกติดอยู่ เปลวไฟนี้ไม่ได้ลุกลามไปส่วนอื่นๆ ของเสื้อคลุมของเขา มันเป็นเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ มันติดนิ่งเกาะติดเสื้อคลุมของเขาราวกับเห็บหมา

 

“ที่แท้ก็เป็นเวทย์สอดแนมของเจ้านี่เอง” เมอร์ลินพูดขึ้นพลางยิ้มเยาะ แล้วพูดต่ออีกว่า

 

“ดี ดี ดี นับว่าเจ้ามีความฉลาดไม่น้อย เห็นแก่ความฉลาดของเจ้า ข้าจะอนุญาตให้เจ้าเป็นเห็บหมาที่เกาะติดข้า มาดูกันสิว่าเจ้าจะมีความสามารถตามข้าได้นานสักแค่ไหน”

 

เมอร์ลินไม่ได้ดับไฟนั้นทิ้ง เขาปล่อยให้ไฟนั้นลุกโชนอยู่ที่ชายเสื้อคลุมของเขาดังเดิม

 

เด็กน้อยพุ่งทะยานต่อไปข้างหน้าด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม เขานั้นมีความคิดที่จะเล่นสนุกกับมิลาส

 

หลังจากนั้นเมอร์ลินก็มุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดที่จะหยุดพัก ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดที่จะหยุด แต่เขานั้นเป็นผู้ก่อลำต้นผู้หนึ่ง เขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องหยุดพักดื่มกินอาหารใดๆ ตัวตนของผู้ฝึกตนนั้นช่วยเขาไว้ได้มาก

 

เมื่อเวลาผ่านไป เมอร์ลินก็ได้ขึ้นมาถึงชั้นที่ 15 แรงกดดันพลังเวทย์นั้นยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมาถึงชั้นนี้มันก็ทำให้เขานั้นหายใจได้ไม่ค่อยสะดวกและการเคลื่อนไหวของเขาก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

 

ภายในชั้นนี้ แรงกดดันพลังเวทย์เริ่มที่มีผลกับเขา

 

“มันไม่แปลกใจที่หลายคนไม่สามารถฝ่ามันได้เกินชั้น 25” เมอร์ลินพูดขึ้น

 

การเดินทางของเขานั้นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความยากลำบากนั้นทำให้เขาใช้เวลาไปกับชั้นที่ 15 อยู่มากทีเดียว และในที่สุดเขาก็ได้มาถึงชั้นที่ 16 แรงกดดันพลังเวทย์นั้นยิ่งทวีความหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้เขารู้สึกถึงความอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง

 

เมอร์ลินเคลื่อนไหวอย่างยากลำบากในชั้นนี้ ราวกับว่าตัวเขานั้นกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในน้ำ มันมีความเฉื่อยและความอืดอยู่ในตัว

 

ไม่เท่านั้นเขายังรับรู้ว่าเจ้ามิลาส เห็บหมาผู้ซื่อสัตย์ของเขานั้นติดตามเขามาอย่างเหนียวแน่น เจ้านั่นมีความอึดและอดทนเป็นอย่างยิ่ง

 

การติดตามเขามาได้อย่างติดๆ ถึงชั้นนี้ แสดงให้เห็นว่ามันมีความสามารถที่ไม่เลวเลยทีเดียว

 

 เข้าวันที่ 2 เมอร์ลินนั้นอยู่ในชั้นที่ 18 เจ้ามิลาสเห็บหมานั้นยังตามเขามาติดๆ

 

ในชั้นนี้เมอร์ลินนั้นไม่สามารถที่จะวิ่งได้อีกแล้ว ลำพังแค่การเดินก็ยากลำบากแล้วในตอนนี้ ความรู้สึกของเขาในตอนนี้มันเหมือนกับกำลังเดินฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว แรงกดดันพลังเวทย์ที่รุนแรงนั้นแทบจะทำให้เขาทรงตัวได้อย่างยากลำบาก

 

สภาพของมิลาสในตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน ใบหน้าของมันนั้นดูกัดฟันสู้ทนเป็นอย่างยิ่ง ใบหน้าที่วิปลาสนั้นแสดงออกมาด้วยความข่มขื่น ร่างกายของมันในตอนนี้ราวกับแก้วที่กำลังจะแตกสลาย

 

นี่คือบททดสอบของหอคอยมหาเวทย์ที่แท้จริง

 

ถึงแม้การทดสอบนี้จะมีอุปสรรคเพียงแค่เขาวงกตและแรงกดดันพลังเวทย์ แต่เมื่อขึ้นมาอยู่ในชั้นที่สูง พวกเขาเหล่านั้นก็จะพบกับความยากลำบากที่แท้จริง นี่แหละคือบททดสอบอันแสนหฤโหดของหอคอยมหาเวทย์

 

เมอร์ลินเห็นใบหน้าอันกล้ำกลืนของมิลาสแล้วพูดออกไป

 

"เจ้าบ้า! รีบลงไปซะ หากเจ้าฝืนไปมากกว่านี้เจ้าจะตายและไม่ได้อะไรกลับไปเลย” 

 

ด้วยความสัมพันธ์อันแสนแปลกประหลาดระหว่างเขาทั้งสองคน มันทำให้เมอร์ลินถึงกับออกปากเตือนมิลาส

 

เคี๊ยก ... เคี๊ยก ... เคี๊ยก ...

 

เมื่อได้ยินคำเตือนจากเมอร์ลิน มิลาสกลับหัวเราะด้วยเสียงประหลาดออกมา ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะพูดคุยกับเมอร์ลิน เพียงแต่มิลาสนั้นไม่สามารถทำได้ เพียงแค่เอ่ยคำๆ หนึ่งนั้นแทบจะเรียกได้ว่ายากลำบากแล้ว มันจึงทำได้เพียงหัวเราะด้วยเสียงอันข่มขื่นเท่านั้น

 

หากมิลาสฝืนจนร่างกายแตกสลาย เขานั้นจะถูกส่งกลับออกไปจากหอคอยทันที พร้อมทั้งจะต้องสูญเสียหินตราเวทย์ที่เก็บมา อีกทั้งยังต้องสูญเสียระดับในการบ่มเพาะพลังเวทย์ลงอีกครึ่งหนึ่ง

 

การตายในหอคอยมหาเวทย์นั้นจึงนับว่าเป็นสิ่งที่โหดร้ายสำหรับผู้ใช้เวทมนต์

 

“เจ้าเห็บหมาตัวนี้ช่างดื้อดึงนัก กลับไปซะก่อนที่เจ้าจะสูญเสียทั้งหมด”

 

ในที่สุดเมอร์ลินก็ลงมือช่วยเหลือมิลาส เขานั้นยกฝ่ามือขึ้นมาแล้วซัดพลังปราณเซียนออกไปยังร่างของมิลาส

 

ปัง!

 

เมอร์ลินไม่มีเจตนาที่จะทำร้าย ร่างของมิลาสเมื่อโดนพลังฝ่ามือของเมอร์ลิน มันก็ทำให้ร่างของมิลาสนั้นลอยกลับไปยังทางเข้าของชั้นนี้ มิลาสนั้นลอยละลิ้วราวกับว่าวสายป่านขาด

 

“ข้าสามารถส่งเสริมเจ้าได้เท่านี้ ต่อจากนี้หากเจ้าต้องการที่จะตายมันก็เรื่องของเจ้า” พูดจบเมอร์ลินก็มุ่งหน้าเดินทางต่อไป

 

ด้วยแรงกดดันพลังเวทย์อันมหาศาลนี้ทำให้เมอร์ลินนั้นก้าวเดินได้ยากลำบากเป็นอย่างมาก นี่เป็นเพียงชั้นที่ 18 เท่านั้น เห็นได้ชัดว่าภายใน 5 วันที่เหลือเขาไม่สามารถไปได้ถึงชั้น 38 ซึ่งเป็นชั้นที่สูงที่สุดได้อย่างแน่นอน

 

ผ่านไปเป็นเวลาเกือบ 5 ชั่วโมงเมอร์ลินนั้นยังไม่สามารถเดินทางไปถึงทางขึ้นของชั้น 18 แต่ดีที่เขานั้นได้เก็บเกี่ยวหินตราเวทย์ของชั้นนี้มาแล้ว ด้วยแรงกดดันพลังเวทย์อันหนาแน่นนี้ทำให้เขาไม่สามารถเดินทางด้วยความรวดเร็วดังเช่นชั้นที่ผ่านมา แรงกดดันพลังเวทย์นี้มันหนาแน่เสียยิ่งกว่าหนาแน่น ราวกับเขากำลังเดินฝ่าแม่น้ำเชี่ยวที่เป็นของเหลวอันเหนียวหนืด

 

หากขึ้นไปยังอีกชั้นถัดไป เขาจะต้องเผชิญความแรงกดดันพลังเวทย์ที่หนาแน่นมากกว่านี้

 

เมอร์ลินคิดและตกอยู่ในภวังค์อยู่หลายลมหายใจ

 

แต่ครานั้นเอง ...ดวงตาของเมอร์ลินก็ฉายแววที่เปล่งประกายออกมา

 

“หนาแน่น! จริงสิ ความหนาแน่น!” เหมือนว่าเมอร์ลินจะคิดอะไรขึ้นมาได้

 

“เป็นตอนนั้น เหตุการณ์นี้คล้ายกับในตอนนั้น ตอนที่ติดอยู่ในม่านพลังอักขระเวทย์ขั้นสีดำ”

 

เหมือนแสงสว่างส่องลงมายังตัวเมอร์ลิน เขาพึ่งคิดได้ว่าสิ่งที่ทำให้เขารอดออกมาจากม่านพลังอักขระเวทย์ขั้นสีดำได้นั่นคือ  "ดวงตาเลเมเกทัน" 

 

ไม่รอช้าเมอร์ลินทำการผนึกพลังเวทย์ลงไปในดวงตาข้างขวาของเขาทันที

 

เมื่อดวงตาถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังเวทย์ พลังอันลึกลับก็ปรากฏออกมา

 

เป็นไปอย่างที่คาด เมื่อดวงตาเลเมเกทันได้รับพลังเวทย์จากเมอร์ลินทันใดนั้นเองร่างของเขาก็ปรากฏแรงกดดันพลังประหลาดออกมาห้อมล้อม

 

ร่างของเมอร์ลินนั้นส่องประกายและเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันน่าลี้ลับ

 

เพียงพลังนั้นปรากฏร่างกายของเมอร์ลินก็สามารถเคลื่อนไหวได้อิสระอย่างใจคิดในทันที แรงกดดันพลังเวทย์ของหอคอยมหาเวทย์นั้นไม่มีผลใดๆ ต่อร่างของเขาอีกต่อไป

 

แรงกดดันพลังเวทย์เหล่านี้มันไร้ผลเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังของเลเมเกทัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.047K ครั้ง

174 ความคิดเห็น

  1. #26940 Lnw-Pm (@Lnw-Pm) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:21
    แรงกดดันพลัง​เวทย์​ใช้บ่มเพาะได้ป่าว
    #26940
    0
  2. #26320 🍥 Mo Chi 🍉 (@--Shadow--) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 02:14
    เป็นไงล่ะพลังของเนตรวงแหวน
    #26320
    0
  3. #26136 ดิวดิ้ว (@dew1232) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 02:16

    โกงได้อีก 55555

    #26136
    0
  4. #25849 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 15:00
    แหม มองไปมองมานายก็น่ารักดีนะเห็บหมาคุง
    #25849
    0
  5. #25320 --Seichan-- (@--Seichan--) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 20:57

    ตอนบอกว่ามิคาเอลบินอ่ะ เราคิดว่าแมลงวัน5555555555555555555555555555555555


    #25320
    0
  6. #24863 zero0000000000 (@zero0000000000) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 19:57
    นุ้งเห็บน่ารัก~~~
    ดีน่ะเนี่ยที่เป็นชายถ้าเป็นผู้หญิงคง............
    #24863
    0
  7. #24736 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 15:58
    ไปๆมาๆ เห็บหมามันก็น่ารักแฮะ น่าเสียดายที่ไม่ใช่ผู้หญิง
    #24736
    0
  8. #24585 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 22:14

    Thank you

    #24585
    0
  9. #23751 Soranomika (@Soranomika) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 00:55

    มรดก GM ชัดๆ

    #23751
    0
  10. #23575 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 16:29

    มีวิธีโกงแบบนี้ ก็สบายเลย

    #23575
    0
  11. #21324 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 10:06
    ขอบคุณครับ
    #21324
    0
  12. #21265 X Z e e n ♕ (@l3efore) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 02:29
    เพิ่มบทมิลาสมาทำไมอ่ะ เป็นบทที่น่ารำคาญมาก นอกเหนือกว่านั้นคือเก่งไปป้ะ? ตามพระเอกที่อยู่ในขั้นก่อลำต้นมาติดๆเนี่ยนะ?
    #21265
    0
  13. #20720 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 16:21
    โหดจริง สนุกมากๆๆครับ
    #20720
    0
  14. #20517 Mafieto (@Mafieto) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 01:11
    รีใหม่เหรอครับ
    เหงตอนเดิมถึง ไกลมาก 55+
    #กำลังอ่านใหม่
    #20517
    0
  15. #20516 แมวใหญ่ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 23:43
    เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียง*เย้ยหยั่น แก้เป็น เย้ยหยัน ครับ

    ครานั้นเองตอนที่*มิลานกระโจนเข้ามา พิมพ์ผิดครับ

    สองคือเขาวงกตของแต่ละชั้น นอกจากจะมี*เงือ่อนไข พิมพ์ผิดครับ

    คริสตัน แก้เป็น คริสตัล นะครับ

    เมอร์ลินแทบจะ*สบทออกมา แก้เป็น สบถ นะครับ

    **ไม่เกินชั้น 25 คับ ไรท์พิมพ์ 35

    มิลาสนั้นลอย*ละลิ้ว แก้เป็น ละลิ่ว ครับ

    แรงกดดันนี้มัน*หนาแน่เสียยิ่งกว่าหนาแน่น พิมพ์ผิดครับ
    #20516
    1
  16. #20515 แมวใหญ่ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 23:17
    มิลาสที่ตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งนั้นเมื่อถูกปล่อยออกมา *เจาก็กระโดดออกมา........

    *พิมพ์ผิดครับ

    #20515
    0
  17. #20512 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 20:08
    หมดกัน กำลังสนุกเลยยยย ค้างงงง
    #20512
    0
  18. #20511 toonzana (@lnw03200) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 19:01
    มาต่อๆๆๆ
    #20511
    0
  19. #20510 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 17:43
    จะไปถึงชั้นไหนเนี่ย ขอตามไปดว่ย้
    #20510
    0
  20. #20509 คุโรซากิโมโตริ (@queendark) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 15:23
    แต่ถ้าพลังเวทย์หมดก็เป็นเหมือนเดิมไม่ใช่หรอ
    #20509
    0
  21. #20508 Shadow_of_light (@Shadow_of_light) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 15:21
    น่าจะฆ่า-โง่นั่นซะ !! เล่นบทเป็นคนดีอีกแล้ว>_>
    #20508
    0
  22. #20507 masternay25452 (@masternay25452) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 13:56
    โกงงงงงงงงงงง ~!! 555
    #20507
    0
  23. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 13:48
    โกงให้ถึงที่สุด555
    #20506
    0
  24. #20500 Phawat Saengsiripongpun (@boomboom2546) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 07:13
    รอๆอยากอ่านละ
    #20500
    0
  25. #20088 kami-chun (@kami-chun) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 20:49
    มาสะดุดตรงเห็บหมานี่แหละคะ????????????
    #20088
    0