[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,941 Views

  • 497 Comments

  • 1,000 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    530

    Overall
    25,941

ตอนที่ 30 : Chapter 28: 900-1000 AD Building a School - สร้างโรงเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1205
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    19 ก.ย. 61

ตัวเอียงหนาในบทนี้อิงมาจากภาค 1 ภาคศิลาอาถรรพ์นะคะ

 

Chapter 28

900 – 1000 AD – คริสตศักราชที่ 900 ถึง 1000

Building a School – สร้างโรงเรียน

 

Xxx

 

หลังกลับมาจากที่ประชุมของเหล่าลอร์ด พวกเขาบอกกับเลดี้ทั้งสองว่าทั้งคู่สามารถวางแผนการรับศิษย์ที่ว่าได้เลย

 

“พวกเด็กหนุ่มจะมาถึงหลังฤดูเก็บเกี่ยว และจะกลับบ้านทุกฤดูเก็บเกี่ยวที่ตามมา” เพฟเวอเรลกล่าว

 

ซัลที่กำลังจัดแจงน้ำยาของเขาอยู่เพื่อจะตัดสินใจว่าต้องการวัตถุดิบชนิดไหนบ้างที่จะต้องใช้บ่อย เขาหยุดสิ่งที่ทำอยู่ทันทีและหันไปหาเพฟเวอเรล

 

“เด็กหนุ่ม?” เขาถาม ประหลาดใจ “เจ้าจะสอนแค่เด็กผู้ชายหรือ?”

 

เป็นโรวีน่าที่ยักไหล่

 

“ไม่มีทางที่เพฟเวอเรล ก็อดดริกหรือเจ้าจะได้สอนเหล่าเด็กหญิงแน่” นางว่า “ดังนั้นแน่นอนว่าพวกเขาจะส่งแค่เด็กผู้ชายมา สตรีทุกคนที่ต้องได้รับการสั่งสอนจะเป็นเหล่าบิดาของพวกนางเองที่สอนพื้นฐานให้อย่างที่มันเคยเป็นเรื่อยมา”

 

“แต่เจ้า...”

 

รอบนี้เป็นเฮลก้าที่ตอบเขาพร้อมรอยยิ้ม

 

“พวกเราทั้งคู่ต่างก็ออกเรือนแล้วและตอนที่เราสอนก็อดดริกหรือเพฟเวอเรลจะมาอยู่ในห้องเดียวกับเราด้วย – ถ้ามันไม่เป็นอย่างนั้น มันก็จะไม่เหมาะสมเท่าใดนักสำหรับเรา เจ้ารู้ใช่ไหม?”

 

ซัลอยากจะทักท้วงแต่ว่าการสั่งสอนแต่สมัยที่ยังอยู่ในสภาของอาเธอร์ยั้งเขาเอาไว้ เขาจะไม่โต้เถียงกับสุภาพสตรี...

 

ดังนั้นเขาเลยแค่บ่นอย่างไม่พอใจในภาษาพาร์เซล เพฟเวอเรลและก็อดดริกต่างมองเขาด้วยความสนอกสนใจเมื่อได้ยินเขาพูดแต่จับไม่ได้ศัพท์เลย

 

“งั้นพวกเจ้าก็จะไม่สอนเด็กหญิงกัน” ซัลวาซาฮาร์สรุป ทอดถอนใจ “นั่นไม่ค่อยยุติธรรมสักเท่าไร ใช่ไหม? โรวีน่าและเฮลก้าเองก็อย่างน้อยๆก็ฉลาดพอๆกับพวกเราและข้ามั่นใจว่าพวกเจ้ามิใช่ข้อยกเว้น...”

 

“เช่นนั้น...เจ้าอยากจะสอนเหล่าเด็กหญิงด้วยหรือ?” เพฟเวอเรลถามอย่างประหลาดใจ

 

ซัลคิดไตร่ตรองดูอีกที

 

“ข้ารู้ว่ามันไม่เหมาะนักที่จะทำเช่นนั้น” เขาพูดออกมาในที่สุด “แต่เราควรจะลองคิดดูกัน เราไม่ควรกีดกันเด็กหญิงเพียงเพราะว่ามันไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีบุรุษตระกูลเดียวกันอยู่ด้วย”

 

“เอาล่ะ” โรวีน่าเอ่ย หลังจากที่นางได้ยินถ้อยแถลงของเขา “เราไม่ควรคิดเรื่องนี้ในยามนี้ แน่นอนว่าข้าเองนั้นอยากจะสอนเหล่าเด็กหญิงอยู่หรอก แต่ข้าเข้าใจว่าตอนนี้นั้นมันเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้เราควรสนใจคนที่เราสามารถสอนได้ไปก่อน – และดังนั้นเราจึงต้องมาตัดสินใจว่าเราจะสอนอะไรให้แก่เหล่าลูกศิษย์ของเราบ้าง”

 

ซัลทำได้แค่เพียงถอนหายใจและปิดตาลง เขาไม่ได้รู้สึกสมใจเท่าใดนักกับการที่ได้สอนแค่เด็กชายในยามนี้ แต่เขาเองก็รู้ว่ามันไม่มีทางที่จะจัดให้มีการศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิงได้เลยด้วยมาตรฐานสังคมในปัจจุบัน อย่างไรพวกเขาก็พูดถึงแค่เฉพาะเด็กผู้ชายมาโดยตลอด – และคนอื่นอีกสี่คนนั้นก็เป็นคนที่เติบโตมาในช่วงยุคสมัยนี้อย่างแน่นอนที่สุด...

 

“ข้ารู้ว่าข้าจะสอนอะไร” ก็อดดริกตอบโรวีน่า “เวทมนตร์สำหรับต่อสู้และศาสตร์การใช้อาวุธ ข้าวางแผนจะสอนสองอย่างนี้ตั้งแต่ตอนที่เจ้าขอให้ข้าช่วยในแผนของเจ้าแล้ว”

 

“เจ้ารู้ว่าเจ้าจะต้องสอนพวกเขาขี่ม้าด้วย ก็อดดริก” ซัลเข้ามาในบทสนทนา ตัดสินใจแล้วว่าจะคิดเรื่องปัญหาของเด็กผู้หญิงในเวลาอื่น “มันเป็นทักษะที่มีประโยชน์ แต่มีไม่เยอะนักที่มีประสบการณ์”

 

“อ่าใช่ นั่นด้วย...”

 

“รวมถึงมารยาทและการสมาคมด้วย เจ้าเป็นลอร์ด เจ้าควรรู้ดีพอจะสอนเด็กๆได้” ซัลเสริม ก็อดดริกบ่นงึมงำนิดหน่อยแต่ก็พยักหน้ารับ

 

“อืม ถ้าเจ้าสอนมรรยาทแล้ว เจ้าก็น่าจะเพิ่มการเขียนเข้าไปด้วยนะ” โรวีน่าเสริมเสียงหวาน “เช่นนั้น เราจะได้มั่นใจว่าพวกเขาจะรู้มันแน่และเราเองก็ไม่ต้องมีปัญหาในการมาเลือกกันอีกว่าใครจะสอน...”

 

ซัลแค่ยักไหล่ การเขียนเองก็เป็นทักษะที่สำคัญ – แต่ว่ามันมีกระดาษน้อยมากในช่วงเวลาก่อนหน้านี้เกินกว่าจะมาเสียเวลาสอนให้เขียนก่อน  เกือบทุกอย่างที่เหล่าลูกศิษย์จะได้เรียนนั้นพวกเขาจะต้องเรียนรู้ที่จะจดจำให้ขึ้นใจ ในเมื่อมันไม่มีทางที่จะมาใช้กระดาษจดในสิ่งที่ต้องฝึกฝนเอาด้วยร่างกายได้

 

“เช่นนั้น - ข้าจะสอนวิชาแปลงร่างให้พวกเขา ในเมื่อตัวข้าเป็นผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว” โรวีน่าเอ่ย “ข้าจะสอนวิชาตัวเลขมหัศจรรย์และดาราศาสตร์ด้วย ตัวเลขมหัศจรรย์นั้นต้องใช้ในวิชาแปลงร่างและดาราศาสตร์เองก็มีประโยชน์กับทุกคนโดยทั่วไปอยู่แล้ว อย่างไรพวกเขาก็ต้องรู้ว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาไหนของปี”

 

“เจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชาแปลงร่างหรือ?” ซัลถามอย่างประหลาดใจ

 

โรวีน่าเพียงแค่ยักไหล่

 

“บิดาข้าเองก็เป็นด้วยเช่นกัน สตรีที่รู้ในศาสตร์ซึ่งมากกว่าเวทมนตร์พื้นฐานทั่วไปนั้นจะมีโอกาสได้ออกเรือนกับคนที่มีสถานะดีสูงกว่าอยู่แล้ว – อย่างไร สตรีผู้นั้นก็จะมีความรู้ที่จะสอนให้แก่บุตรของนางได้ก่อนที่พวกเขาจะได้ไปเรียนรู้กับอาจารย์และช่วยในเรื่องความรู้คาถาที่มากกว่าไปให้ใครสอนด้วย”

 

“เช่นนั้นไม่ใช่ว่าเราควรจะรับเด็กหญิงเข้ามาสอนด้วยเหตุผลนี้ด้วยหรอกหรือ?”

 

“เราจะไม่ปฏิเสธพวกนางแน่ๆหากบิดาของพวกนางขอให้สอนพวกนางด้วย” เพฟเวอเรลว่าพลางยักไหล่ “แต่โอกาสที่พวกเขาจะทำเช่นนั้นมันน้อยมาก...”

 

“เป็นเช่นนั้นแน่” เฮลก้าเอ่ย “บางทีถ้าโรวีน่าและข้าเสนอที่จะสอนเหล่าเด็กหญิงแยกจากเด็กชายแล้ว ในเวลาที่ไม่มีศิษย์คนอื่นอยู่...บางทีเราอาจส่งพวกเด็กหนุ่มกลับบ้านก่อนฤดูเก็บเกี่ยวเล็กน้อยและจากนั้นก็เชิญเหล่าเด็กสาวมาที่นี่สักสามสี่อาทิตย์เพื่อเรียนรู้ - เจ้าก็รู้ ว่าในช่วงอาทิตย์ที่มีการประชุมของเหล่าลอร์ด อย่างไรเราก็จะไปอยู่ที่ลอนดิเนียมกันทั้งหมดอยู่แล้วสำหรับการประชุม – ดังนั้นทำไมจะไม่นำพวกเด็กหญิงมาสอนเสียเล่า? ใครจะบ่นอะไรได้ ในเมื่อเหล่าลอร์ดทั้งหลายเองก็ยังอยู่ที่นั่น และบิดาหรือพี่ชายก็สามารถมารับส่งสตรีเหล่านั้นได้ดังนั้นมันก็จะเหมาะสมดี เราสามารถช่วยสอนคาถางานบ้านต่างๆและความรู้สมุนไพรได้ – สิ่งที่ผู้วิเศษทุกคนต้องใช้ อย่างไรพวกบุรุษก็ไม่จำเป็นต้องเรียนสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่ควรจะมีคำคัดค้านใดๆ”

 

“ข้าคิดว่าพวกเขาควรจะรู้บ้างนะ” ซัลเอ่ย ขมวดคิ้วเป็นปม เขายังไม่พอใจที่จะได้สอนเด็กหญิงแค่เพียงไม่กี่อาทิตย์ต่อปีเท่านั้นอยู่ดี – แต่สำหรับการเริ่มต้น มันก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย “บางทีเจ้าควรสอนคาถาพวกนั้นให้พวกเด็กหนุ่มด้วย ตอนที่เขามาเรียนกับเรา...”

 

“คาถางานบ้านสำหรับเด็กหนุ่มหรือ?” เฮลก้าถาม ข้องใจ

 

“หรือเจ้าแค่เสริมคาถาที่มีประโยชน์ลงไปในวิชาเรียนของเจ้าด้วย และก็เรียกมันง่ายๆว่าวิชา คาถา” ซัลขัดขึ้นมา

 

“ข้าไม่คิดว่าบุรุษจำเป็นต้องรู้สิ่งเหล่านั้น...”

 

“บางทีพวกเขาอาจไม่” ซัลยอมโอนอ่อน “แต่แล้วถ้าพวกเขากลายเป็นพ่อหม้ายเล่า? พวกเขาอาจต้องใช้มันตอนนั้น – หรือเจ้าอยากให้พวกเขาตายลงเพราะว่าภริยาของพวกเขาสิ้นไปแล้วนำความรู้เรื่องการทำอาหารจากไปด้วย?”

 

“พวกผู้วิเศษจะไม่ชอบ...”

 

“พวกเขาไม่จำเป็นต้องชอบมัน” ซัลแทรกอีกครา “แต่เจ้าอยากให้พวกเขาโตมาไร้ประโยชน์แบบก็อดดริกจริงหรือ?”

 

“เฮ้!” ก็อดดริกร้องอย่างไม่นึกถือสา แต่เฮลก้ามองมาที่เขาอย่างใคร่ครวญ

 

“ไม่” นางเอ่ยในที่สุด “ข้าไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เจ้าพูดถูก ข้าจะมองหาคาถาอื่นๆที่พวกเขาอาจต้องใช้มาสอนให้ด้วย”

 

“ดังนั้นวิชาของเจ้าจึงเป็นวิชา คาถามิใช่คาถางานบ้าน” ซัลสรุป “แล้วถ้าจะเพิ่มความรู้เรื่องสัตว์วิเศษลงไปในวิชาสมุนไพรศาสตร์ด้วยเล่า? พวกเด็กหนุ่มอาจต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์วิเศษมากกว่าสมุนไพรแต่ทั้งรู้ทั้งสองอย่างก็อาจดีกว่าสำหรับทั้งสองเพศเลย...”

 

“เราจะไม่สอนเด็กหญิงเรื่องนั้น ซัลลาซาร์” โรวีน่าโต้แย้ง

 

ซัลทำเพียงแค่ยักไหล่ แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ทำในคราแรกหรอก – แต่เขาวางแผนเอาไว้แล้วที่จะเพิ่มเหล่าเด็กหญิงเข้ามาเร็วที่สุดเท่าที่เขาทำได้ เขาแค่ต้องพยายามคิดหาทางอ้อมอุปสรรคที่มาจากขนบธรรมเนียมและสิ่งที่ถูกเห็นว่าถูกว่าควร...แต่เป็นเวลาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าน่ะนะ...

 

เฮลก้ามองเขาแปลกๆไปแปปหนึ่งราวกับว่านางพยายามจะอ่านใจเขา แต่จากนั้นนางก็ยักไหล่

 

“ข้าจะเพิ่มสมุนไพรศาสตร์และวิชาสัตว์วิเศษลงสอนลูกศิษย์ด้วย...” นางยอมลงให้ในที่สุด

 

“และเราควรสอนศาสตร์การสกัดใจให้พวกเขาด้วย” ซัลเพิ่มเติม “ข้าไม่ชอบความคิดที่ว่าพวกเขานั้นไร้การป้องกัน – และการสกัดใจจะช่วยพวกเขาในการศึกษาด้วย นั่นจะเป็นอีกประโยชน์หนึ่งให้พวกเขา”

 

และการสกัดใจนั้นจำเป็น แม้แต่สตรีก็ต้องเรียน – ซัลทดสอบเกราะของโรวีน่าและเฮลก้ามาแล้ว เขามั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขาอ่านใจของผู้วิเศษคนไหนที่เขาพบไม่ได้เลย

 

มันดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาทั่วไปอยู่แล้ว – ซัลเดาว่ามันเอาไว้เก็บความลับของตระกูลและความลับอื่นๆที่เหล่าอาจารย์ได้สอนมา

 

“อา – ข้าจะไม่สอนเรื่องนี้” ก็อดดริกพูดขึ้นมาในจังหวะนั้น “ข้าไม่เก่งเรื่องนี้จริงๆและข้าก็ไม่อยากจะสอนพวกเขาในสิ่งที่ข้ารู้อย่างดีก็ผิดๆถูกๆน่ะนะ”

 

“ข้าเองก็จะไม่สอน” โรวีน่าว่า “ศาสตร์นี้เป็นสิ่งที่ซับซ้อนมาในการจะสอน ข้าไม่รู้มากพอจะคิดสอนด้วยซ้ำ” อีกสองคนก็พยักหน้าตาม

 

ซัลจ้องพวกเขาทั้งหมด

 

“พวกเจ้าไม่รู้กันได้อย่างไร?!” และแล้วเขาก็ถามออกมาอย่างอัศจรรย์ใจและจากนั้นก็ตัดสินใจจะลองยั่วยุพวกเขาดูสักหน่อยแค่เพราะว่าเขาสามารถทำได้เท่านั้นเอง “มันมีเลจิลิเมนส์อยู่ด้านนอกตั้งเยอะแยะ แล้วเจ้าก็ไปไหนมาไหนแบบไม่มีเกราะป้องกันแล้วยังไม่คิดอะไรกับสิ่งที่พวกเขาอาจฝังลงมาในหัวสมองของพวกเจ้าด้วยหรือ?!

 

“โอ เงียบน่า ซัลลาซาร์! พวกเราไม่ได้ไร้เกราะป้องกันไปเสียทีเดียว! เราแค่ไม่เก่งมันมากเท่านั้น!” โรวีน่าว่าและซัลก็ต้องกลั้นยิ้มเมื่อเห็นนางติดกับแล้วก็นึกเคืองขึ้นมานิดหน่อย “เราดีพอจะเอาตัวรอดได้แต่แค่ไม่เก่งพอจะสอนเอง แต่เจ้าจะสอนก็ได้ถ้าเจ้ามั่นใจว่าพวกเขาควรได้เรียน ดูเหมือนเจ้าจะเก่งมากจริงๆ เพราะเจ้าดูสะพรึงกลัวมากตอนที่เราบอกเจ้าว่าเราไม่เก่งกัน”

 

พวกเขาถกเถียงกันไปมาอีกครึ่งชั่วโมง แต่ในที่สุดซัลก็ยอมลงให้ความต้องการของพวกเขาและเพิ่มศาสตร์การสกัดใจลงไปในรายชื่อวิชาที่เขาต้องรับผิดชอบ – ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าตั้งแต่ต้นแล้วว่าเขาจะต้องยอมลงให้จนได้ในท้ายที่สุด...

 

“เจ้าต้องสอนวิชาปรุงยาให้พวกเขาด้วย” โรวีน่าเพิ่มเติม

 

ซัลทำแค่เพียงทอดถอนใจ

 

“และรูนส์” เขาว่า “ข้าอยากให้พวกเขาสามารถเขียนและพูดภาษาเบรโซเน็กได้ราวกับว่าเกิดมาพร้อมความรู้เหล่านั้น ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขาลองคำสาปในภาษารูนส์โดยปราศจากความรู้ที่ว่า...และเราจะต้องผสมผสานระหว่างรูนส์และวิชาตัวเลขมหัศจรรย์ในจุดหนึ่งที่เราสอนไป การมีประสบการณ์ในการผสมผสานระหว่างสองอย่างนี้จะจะดีสำหรับพวกเขา...”

 

โรวีน่าพยักหน้า

 

“บางทีอาจเป็นตอนที่พวกเขาอายุได้ยี่สิบหรือยี่สิบเอ็ด” นางว่า “ตอนที่เรารับพวกเขามาสอนตอนอายุสิบห้านั้นจะมีเวลาให้เราห้าปีในการ...”

 

“สิบห้า?!” ซัลขัดรอบนี้ ตกใจมากจริงๆ “ทำไมจะต้องรอจนอายุสิบห้าเล่าถึงจะสอนพวกเขา?!

 

“เพราะว่าเวทมนตร์ของพวกเขาต้องพัฒนาก่อนที่จะสอนได้...” ก็อดดริกตอบอย่างประหลาดใจ “เจ้าไม่รู้หรือ?!

 

ซัลจ้องก็อดดริก จากนั้นก็โรวีน่า เฮลก้าและเพฟเวอเรล พวกเขาทั้งหมดต่างจ้องเขากลับ

 

ในที่สุดซัลก็ส่ายหัวแล้วก็ถอนหายใจอีกรอบ

 

“อะไรกัน ให้ตายเถอะเปลวเพลิง น้ำแข็งแลเหล่าแฟรี่ที่เขาสอนพวกเจ้ามาตอนที่พวกเจ้ายังเด็กนี่?!” เขาถามออกมาอย่างฉุนเฉียว ระหว่างที่ลูบหน้าผากของตัวเองไปมา

 

“ซัลลาซาร์? เจ้ากำลังพูดถึงอะไร?” โรวีน่า – แน่นอนอยู่แล้ว

 

“ครั้งแรกที่เวทมนตร์ของเด็กพัฒนาคือเมื่อพวกเขาอายุได้สิบหรือสิบเอ็ดปี” เขาตอบออกมาในที่สุด “หลังจากนั้นก็เริ่มสอนได้ทันที ครั้งที่สองที่พัฒนาจะอยู่ระหว่างอายุสิบห้าถึงสิบเก้า ครั้งสุดท้ายระหว่างยี่สิบถึงยี่สิบสาม ไม่มีคำอธิบายที่ดีเลยว่าทำไมเจ้าควรรอจนกระทั่งถึงการพัฒนาครั้งที่สองจึงจะเริ่มฝึกสอนพวกเขา...”

 

“ศิษย์จะได้รับการฝึกสอนเมื่ออายุสิบห้าปี ซัล” โรวีน่าเอ่ย “เจ้าควรต้องรู้เรื่องนี้สิ เจ้าเป็นผู้รักษา - เจ้าควรได้เริ่มตอน...”

 

“ข้าถูกฝึกตั้งแต่อายุสิบเอ็ดแล้ว” ซัลตอบตามจริง “บิดาข้าจะรู้สึกสะพรึงกลัวมากถ้าหากว่ามันต่างไปจากนี้ การไม่ฝึกสอนเด็กตั้งแต่เริ่มพัฒนาเวทมนตร์ครั้งแรกจะนำไปสู่อุบัติเหตุเวทมนตร์มหาศาล – และนั่นคือสิ่งที่ข้าอยากจะลองยับยั้งมันดู มันไม่ดีสำหรับเด็กๆหรอกที่จะให้เริ่มฝึกหลังจากเวทมนตร์พัฒนาไปแล้วหลายปี มันจะมีมากมายหลายสิ่งที่พวกเขาจะไม่อาจเรียนรู้ได้ไปตลอดกาลเพียงเพราะว่าบิดามารดารั้งรอไม่ยอมฝึกสอนพวกเขานานเกินไป...”

 

“เช่นนั้น...เจ้าเสนอว่าให้เราเริ่มสอนทันทีที่พวกเขาอายุได้สิบเอ็ดเลยหรือ?!” เพฟเวอเรลถาม มองซัลราวกับว่าเขาเป็นบ้าไปแล้ว

 

“ใช่แล้ว” ซัลตอบอย่างสงบ

 

“เรารอมาโดยตลอดจนกระทั่ง...” ก็อดดริกเริ่ม

 

“แล้วถ้าเราลองดูเล่า?” โรวีน่าขัด มองซัลด้วยสายตาครุ่นคิด “เราสามารถเปลี่ยนอายุไปเป็นแบบเดิมได้ถ้ามันใช้ไม่ได้ – และมันจะทำให้เรามีเวลามากขึ้นในการฝึกสอนพวกเขาด้วย ข้าไม่คิดว่าพวกลอร์ดทั้งหลายจะคิดอะไรมากถ้าเรารับเด็กอายุน้อยกว่าเข้ามาด้วย...”

 

เพฟเวอเรลจ้องนาง จากนั้นก็ยักไหล่ “ศิษย์เจ้า ถ้าเจ้าอยากลองดู ก็ทำเสีย ข้าไม่คิดมากอยู่แล้ว อย่างไรก็ได้”

 

“นั่นเพราะว่าเจ้าปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเราอย่างไรเล่า สามีที่รัก” เฮลก้าเอ่ยพลางร้องหึ

 

“โอ ข้าจะช่วยเจ้าแน่ อย่างไรข้าก็อยู่นี่แล้ว ข้าอาจจะใช้บางทักษะที่ข้ามีในการป้องกันไม่ให้มันล้มเหลวโดยสิ้นเชิงด้วย” เพฟเวอเรลตอบหน้ามุ่ย “ข้าจะสอนประวัติศาสตร์ กฎหมายและการเมือง - อย่างไรมันก็ต้องมีคนสอน”

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าจะเห็นด้วยในที่สุด” เฮลก้าตอบพร้อมรอยยิ้ม

 

เพฟเวอเรลแค่หน้ามุ่ยลงกว่าเดิมแล้วเขาก็หันหลังเดินออกจากห้องไป

 

“เอาล่ะ – กลับมาที่แผนการสอน” เฮลก้าเอ่ยอย่างสดใส

 

พวกเขาตัดสินใจจะเริ่มที่อายุสิบเอ็ดขวบสำหรับการรับศิษย์ของพวกเขา

 

ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนนั้นพวกเขาใช้มันในการวางแผนการสอนที่แน่นอน ราคาค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษา – พวกเขาต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายเข้าไปด้วยเพราะว่า หนึ่ง เหล่าลอร์ดนั้นคาดว่าจะได้จ่ายค่าเล่าเรียน และอย่างที่สอง คือพวกเขาต้องใช้เงินในการจ่ายค่าอาหารและอย่างอื่นที่เด็กๆต้องใช้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ส่งจดหมายไปหาเหล่าลอร์ดทั้งหลาย

 

พวกเขาเริ่มการสอนหนึ่งปีหลังจากการประชุมของเหล่าลอร์ดที่พวกเขาได้เสนอความคิดไปพอดี ณ บ้านของเพฟเวอเรลและเฮลก้า – บ้านที่ซัล ก็อดดริก โรวีน่าและศิษย์เกือบยี่สิบคนอาศัยอยู่ร่วมกัน

 

Xxx

 

คาบแรกที่ซัลสอนมัน...ประหลาด

 

การยืนอยู่ต่อหน้านักเรียนทั้งหลายที่มองมาที่เขาด้วยสายตาสนอกสนใจกับการนั่งอยู่ที่ตรงนั้นและรอให้ศาสตราจารย์พูดมันเป็นความรู้สึกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

เขามองกลับไปยังเหล่านักเรียนและทันใดนั้นคำพูดที่เซเวอรัส สเนปเคยใช้ในคาบเรียนแรกของเขาก็ย้อนกลับมาหาเขา – หรือว่ามันจะเป็น จะใช้กันนะ? การเดินทางข้ามเวลามันไม่ดีต่อการใช้ภาษาเลย...

 

แต่อย่างไร...คำพูดของศาสตราจารย์ของเขานั้นแผดเผาอยู่ในห้วงความคิดตอนที่เขาเริ่มคาบเรียน เขาไม่สามารถต้านทานได้ เขาแค่ต้อง...

 

พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อมาเรียนศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้งและศิลปะแท้ๆของการปรุงยา... เขาเอ่ย พูดเหมือนกับที่ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาของเขาเคย...จะพูดในคาบเรียนของเขา อ่า - ก็ไม่เป๊ะๆหรอก เขาไม่อยากจะดูถูกนักเรียนคนไหนของเขาเมื่อพวกเขาไม่เคยเรียนวิชาปรุงยามาก่อนเลย เขาอยากจะดึงความสนใจของเด็กๆ พยายามดึงดูดพวกเขาเข้ามา – การพูดถึงการโบกไม้กายสิทธิ์ งี่เง่าและ พวกสมองทึบจะไม่ได้ผลอย่างนั้น...

 

“เพราะว่าที่นี่แทบจะไม่มีการโบกไม้กายสิทธิ์ พวกเจ้าหลายคนเลยอาจจะไม่ค่อยเชื่อว่าการปรุงยานี่เป็นเวทมนตร์ด้วย ข้าไม่คาดหวังว่าพวกเจ้าจะเข้าใจลึกซึ้งถึงความงามของหม้อยาที่กำลังเดือดปุดๆอย่างสุขุม ส่งควันอันเรืองรองออกมา พลังที่ละเอียดอ่อนของของเหลวที่คืบคลานไปตามเส้นเลือดของมนุษย์ สะกดจิตใจ ควบคุมความรู้สึกรับรู้...ข้าสามารถสอนพวกเจ้าให้บรรจุความโด่งดังลงในขวด ต้มกลั่นความรุ่งโรจน์ และแม้กระทั่งสกัดความตายได้ - ถ้าเจ้าฟังและทำตามข้า

 

สิ่งที่ได้รับคือดวงตาที่เบิกกว้างที่ยังคงประกายวาววับบนใบหน้าที่กระตือรือร้นทั้งหลาย มองเขาราวกับว่าเขาเป็นหนทางที่จะนำไปสู่สวรรค์อย่างไรอย่างนั้น ซัลมองตอบดวงตาของพวกเขา จากนั้นก็หันหลังไปและหยิบวัตถุดิบหนึ่งที่เขาเตรียมไว้ก่อนหน้าขึ้นมาให้ชั้นเรียนได้เห็น

 

“มีใครในห้องนี้รู้หรือไม่ว่านี่คืออะไร และมันใช้ทำอะไร?” เขาถามเสียงนุ่ม มือหนึ่งพุ่งขึ้นมาในอากาศและซัลก็แย้มรอยยิ้ม

 

เขารอคอยที่จะได้สอนอย่างใจจดใจจ่อ

 

เอาล่ะ – อย่างน้อยก็เป็นอย่างนั้นกระทั่งสองวันผ่านไป หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกหงุดหงิดใจ เขาสอนเด็กๆเกี่ยวกับพวกวัตถุดิบต่างๆ – แล้วทำไมเขาจะต้องพูดซ้ำทุกครั้งที่เขาเดินเข้าห้องสอนเล่า?! ทำไมพวกเด็กๆจึงจำในสิ่งที่เขาสอนไปในคาบเรียนที่แล้วไม่ได้กัน?! พวกเขาไม่ได้อยากจะเรียนหรอกหรือ?!

 

เขาทำอะไรผิดไป?!

 

เขาเข้าใจผิดเรื่องว่าเด็กๆอยากจะเรียนหรือ?!

 

เขาเข้าใจผิดหรือว่าเด็กๆอยากจะปรุงยาด้วยตัวเองได้กัน?!

 

เขาบอกเด็กๆไปแล้วว่าอะไรบ้างที่ผสมกันได้ อะไรบ้างที่ผสมกันไม่ได้และทำไมถึงเป็นเช่นนั้น - เขาบอกเด็กๆซ้ำแล้วซ้ำอีก เขาต้องถามนักเรียนเหล่านั้นทุกครั้งที่มีคาบเรียนและก็ต้องคุมการปรุงยาเพื่อที่เขาจะสามารถตอบสนองได้ทันก่อนที่เด็กๆจะระเบิดห้องเรียนทิ้ง

 

มันเหมือนกับการพยายามว่ายน้ำในโคลนเลย เหน็ดเหนื่อยและซัลเองก็ไม่แน่ใจว่าพวกเด็กๆได้เรียนอะไรกันไปบ้างหรือเปล่า

 

แต่พวกเขาก็ดูอยากเรียนนี่ – ไม่ใช่หรอกหรือ... ?!

 

แต่ก็ยัง...

 

ทำไมกัน?!

 

เขาทำอะไรผิดไป?!

 

มันแค่น่าหงุดหงิดเอามากๆ

 

หลังจากสองสัปดาห์ผ่านไปเขาก็ตัดสินใจคุยกับคนอื่นๆ

 

“พวกเขาไม่ได้เรียนรู้เลย!” เขาว่า “ข้านึกว่าพวกเขาอยากจะเรียนกัน - อยากจะรู้! แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้อะไรมากกว่าเดิมเลย!

 

โรวีน่าจ้องเขาอย่างกับว่าเขาเป็นบ้า

 

“พวกเขาเรียนรู้ไวนะ ซัลลาซาร์” นางว่า “ข้าแค่ต้องบอกพวกเขาสามครั้งเองที่พวกเขาจะทำมันได้ถูกต้อง ข้าไม่เข้าใจว่ามันรบกวนเจ้าอย่างไร...”

 

“ถูกแล้ว” ก็อดดริกว่า “พวกเขายังเรียนรู้ได้ไวกว่าข้าอีกที่จริง ตอนที่ข้าเรียนคาถาแรกข้าต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์เลยกว่าจะทำได้ – พวกเขาใช้เวลาแค่สี่วัน สุดยอดมากๆ รวมถึงเด็กๆอายุสิบเอ็ดด้วย!

 

ซัลมองพวกเขาตาค้าง

 

เรียนรู้เร็ว?

 

สุดยอด?!

 

“พวกเขาไม่เหมือนเจ้า ซัล” เฮลก้าเอ่ยเสียงนุ่ม “พวกเขาต้องการเวลาในการจดจำทุกสิ่ง อดทนไว้และพวกเขาจะทำได้เอง...”

 

“นั่นไม่ใช่ปัญหา!ซัลร้อง ก่อนที่จะหยุดไปกลางคันเมื่อนึกถึงสเนป เฮลก้าพูดถูกแล้ว นั่นล่ะคือปัญหา

 

ในตอนนั้นเองซัลเข้าใจบิดาของเขาแล้ว ตัวเขาเองอยู่มาเป็นพันปีแล้ว – เขาแค่ไม่ได้คิดถึงปัญหาเดียวกับที่เขาเจอตอนที่เขาย้อนมายังอดีตเลย เขาไม่เคยเห็นความแตกต่างระหว่างความสามารถในการจดจำที่เขาได้รับมาจากบิดากับความทรงจำของคนอื่นๆได้ชัดเจนเท่าวันนี้มาก่อน

 

มันยังเป็นวันที่เขาเข้าใจเซเวอรัส สเนปในที่สุดอีกด้วย เหมือนกับตัวเขา เซเวอรัส สเนปไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กคนหนึ่งจึงไม่เข้าใจวิชาปรุงยา สเนปอาจไม่มีความทรงจำภาพถ่ายเหมือนกับที่เขามีแต่สเนปเป็นอัจฉริยะด้านการปรุงยา เขาแค่ไม่อาจเข้าใจปัญหาที่คนธรรมดาพบเจอ...

 

สเนปไม่เข้าใจปัญหานี้ – แต่ซัลสาบานในวันนั้นเองว่าเขาจะเดินตามรอยเท้าบิดาไม่ใช่ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาของเขา

 

และดังนั้นเขาจึงสาบานกับตนเองว่าจะอดทน

 

“เด็กธรรมดาไม่อาจจดจำทุกห้วงชีวิตของเขาได้” เขาบอกกับตัวเองเมื่อเขาต้องกล่าวย้ำแล้วย้ำอีก “พวกเขาไม่อาจจำได้ถึงทุกวันและทุกสิ่งที่ได้เรียนมาตลอดชั่วชีวิต ข้าต้องสอนพวกเขาอย่างอดทนจนกว่าพวกเขาจะจำได้...”

 

และเขาก็ทำเช่นนั้น

 

ตอนแรกมันก็เหมือนการว่ายน้ำในโคลนเลน จากนั้นอาทิตย์แล้วอาทิตย์เล่าก็ผ่านไปและทันใดนั้นนักเรียนของเขาก็รู้เรื่องต่างๆ ทันใดนั้นพวกเขาก็ทำได้จนได้ แต่ซัลไม่พอใจแต่เพียงเท่านั้น เขาถามเด็กๆอีกครั้งและอีกครั้งกระทั่งพวกเขาสามารถตอบคำถามได้แม้ในยามหลับ

 

เขาไม่ยอมหยุดจนกระทั่งพวกเขารู้ทุกอย่างที่เขารู้เกี่ยวกับวัตถุดิบที่เขาพูดถึง และสามารถบอกรายละเอียดแก่เขาได้โดยไม่ต้องหยุดลังเล

 

“เจ้าเข้มงวดกับพวกเขาเกินไปแล้ว ซัลลาซาร์!” โรวีน่าดุเขา “พวกเขาเป็นเด็ก – พวกเขาไม่ต้องรู้ทุกอย่างดีขนาดนั้น”

 

“การปรุงยานั้นอันตราย” ซัลตอบง่ายๆ “แค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นมันก็สามารถฆ่าเจ้าได้ถ้าเจ้าไม่ใส่ใจ ข้าจะไม่หยุดสอนพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะสามารถทำมันได้โดยไม่ต้องหยุดคิดก่อน ข้าจะไม่ให้พวกเขาฆ่าตัวตายเพราะความโง่เขลาของพวกเขาเอง!

 

เมื่อโรวีน่าอยากจะทักท้วงอีกครา เฮลก้าก็หยุดนางไว้

 

“ปล่อยเขาไปเถิด” นางว่า “มันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะทำให้มั่นใจว่าเด็กๆปลอดภัย ถ้าเขาคิดว่านั่นเป็นวิธีที่ถูกเราก็จะไม่ขวางทางเขาหรอกใช่ไหม?”

 

โรวีน่าแค่เพียงทอดถอนใจออกมาและก็ส่ายศีรษะ

 

“ไม่หรอก” นางตอบ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครมาวิจารย์ซัลอีก

 

ในที่ประชุมของเหล่าลอร์ดรอบถัดไปในฤดูเก็บเกี่ยว มีเพียงผลตอบรับด้านบวกกับการสอนของพวกเขา

 

“พวกเขาเรียนมากกว่าที่พวกเขาจะได้เรียนถ้าได้รับการสอนแบบดั้งเดิมด้วยซ้ำ” ลอร์ดมักกอนนากัลเอ่ย “ข้าทึ่งมากกับความรู้ของพวกเด็กๆ ข้าจะส่งเด็กๆที่เหลือไปแน่นอนหลังฤดูเก็บเกี่ยว”

 

ลอร์ดท่านอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วย

 

“แม้แต่เด็กสิบเอ็ดขวบยังรู้เวทมนตร์ดี และปัญหาอุบัติเหตุเวทมนตร์เองก็ลดลงไป ข้าจะทำตามลอร์ดมักกอนนากัลและส่งเด็กๆที่เหลือในเขตปกครองของข้าไป” ลอร์ดอีกคนว่า

 

นี่เป็นครั้งที่ก็อดดริกบอกแก่ลอร์ดท่านอื่นๆถึงโรงเรียนในช่วงหน้าร้อนที่สตรีทั้งสองได้วางแผนเอาไว้สำหรับเด็กหญิงทั้งหลาย ในคราแรก ลอร์ดทั้งหลายต่างก็ลังเลใจ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจจะทดลองดู – อย่างไรพวกเขาก็อยู่ที่นั่นกันทั้งหมด และเหล่าสตรีต่างก็ไม่มีอะไรทำระหว่างที่เหล่าลอร์ดได้ร่วมประชุมกัน...

 

หลังฤดูเก็บเกี่ยวแรกซัลและคนอื่นๆมีนักเรียนอีกสามสิบคนที่อยากมาเข้าร่วม หนึ่งปีหลังจากนั้นก็เยอะยิ่งขึ้นไปอีก

 

ห้องเรียนทดลองช่วงฤดูร้อนสำหรับเด็กหญิงในปีถัดมาให้ผลที่ดีกว่าที่พวกเขาคาดเอาไว้เสียอีก และด้วยเหตุนั้นเองห้องเรียนช่วงฤดูร้อนสำหรับเด็กหญิงโดยโรวีน่าและเฮลก้าจึงถูกเพิ่มเข้ามาในระบบของพวกเขาด้วย

 

ไม่นานทั้งอาจารย์ทั้งห้าก็กลายเป็นที่แนะนำในโลกเวทมนตร์ และเหล่าลอร์ดทั้งหลายยิ่งส่งคำขอให้รับบุตรหลานของพวกเขาไปสอนด้วยทั้งในการฝึกสอนของซัลและคนอื่นๆ รวมทั้งโรงเรียนฤดูร้อนของโรวีน่าและเฮลก้าด้วย

 

และพวกเขาก็เลยได้รับจดหมายร้องขอมาเพิ่มอีกห้าสิบฉบับบนโต๊ะของพวกเขาตอนจบฤดูเก็บเกี่ยวที่สามหลังจากเปิดโรงเรียนแล้ว

 

“ที่ในคฤหาสน์จะไม่พอ” เพฟเวอเรลถอนหายใจเมื่อเห็นจดหมายทั้งหมดนั่น “กระทั่งด้วยเงินที่เราได้จากการสอนพวกเขาก็ไม่อาจสร้างห้องรับรองได้เพียงพอ เราจะต้องปฏิเสธบางส่วน...”

 

“หรือไม่เราก็เปลี่ยนสถานที่กัน” เฮลก้าว่า นางยืนอยู่ข้างเขาและได้เห็นจดหมายทั้งหมดแล้วพร้อมกันกับโรวีน่าและก็อดดริก

 

“และเจ้าอยากจะย้ายไปที่ใดกัน เฮลก้า ภรรยาที่รัก?” เพฟเวอเรลถามพร้อมคิ้วที่เลิกขึ้นสูง “เจ้ามีปราสาทที่ไหนซ่อนเอาไว้ที่ข้าไม่รู้อยู่หรือไม่?”

 

“อืม...ไม่หรอก...แต่...”

 

“เช่นนั้นเจ้าจะย้ายไปไหนดี?”

 

ซัลยืนอยู่ข้างๆคู่สามีภรรยาที่กำลังถกเถียงกัน เขาลังเลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นก็ยอมลงให้กับความคิดของตัวเองในที่สุด – เขาต้องทำ เขารู้มานานแล้วว่าเขาจะต้องทำเช่นนี้ในวันใดวันหนึ่ง

 

“ข้ามี” เขาว่า

 

“อะไรนะ?!” เพฟเวอเรล เฮลก้า รวมถึงก็อดดริกและโรวีน่าที่เฝ้ายืนดูการถกเถียงต่างจ้องมองมาที่เขา “เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่า ข้ามี ?!

 

“ข้ามีปราสาทซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง” ซัลตอบ

 

คนอื่นๆกะพริบตาปริบ

 

“เจ้า...มี...” เพฟเวอเรลกล่าวอย่างช้าๆ “เจ้ามีปราสาทซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง ให้ตายเถอะมอร์กาน่า ได้อย่างไรกัน?!

 

ซัลทำเพียงแค่ยักไหล่

 

“มันถูกซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านพลังแห่งโลหิตและจิตวิญญาณ” เขาว่า “เราใช้มันได้ถ้าพวกเจ้าต้องการ”

 

“ที่ใด?!

 

“ในพิคเทีย” ซัลบอก “ข้านำพวกเจ้าและนักเรียนไปยังที่แห่งนั้นได้”

 

 คนอื่นๆทำได้เพียงแค่มองมาที่เขา

 

จากนั้นความเข้าใจก็พาดผ่านดวงตาของเพฟเวอเรล

 

“เจ้ากำลังพูดถึงบ้านประจำตระกูลของเจ้า เจ้าเคยพูดถึงมันในที่ประชุมของเหล่าลอร์ด...”

 

“ถูกต้อง”

 

“แต่...มันเป็นปราสาทประจำตระกูลของเจ้า...” ก็อดดริกเอ่ย

 

ซัลไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจใดๆ

 

“ข้าไม่ต้องการมัน – แล้วเหตุใดจึงไม่ใช้มันสำหรับแผนการของเราเล่า?”

 

คนอื่นๆมีท่าทีลังเล แต่ท้ายที่สุดแล้วภายหลังการถกเถียงกันเล็กน้อยคนอื่นๆก็ยอมตกลงกันจนได้

 

“ให้เราไปดูกันก่อนเถิด – จากนั้นเราจะตัดสินใจอีกทีว่าเราจะสามารถใช้มันสำหรัลนักเรียนของเราได้หรือไม่” เพฟเวอเรลตัดสินใจในที่สุด ซัลยักไหล่ให้และพยักหน้ารับ แต่ภายในใจเขากำลังแสยะยิ้มกว้างขวาง บางทีเขาอาจจะมีโอกาสในการให้เหล่าเด็กหญิงได้เข้าร่วมการเรียนการสอนแล้ว เขาแค่ต้องค่อยๆชักนำคนอื่นๆให้เข้ากับแผนของเขาอย่างช้าๆ...

 

ดังนั้นสามวันถัดมาพวกเขาจึงได้เริ่มออกเดินทางไปยังพิคเทีย ไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปถึงยังคาเมล็อต...

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: 900-1000 AD Founding - ก่อตั้ง

 

 

เฮลก้ากับเพฟเวอเรลนี่ตอนนี้ทะเลาะกันบ่อยกว่าโรวีน่ากับก็อดดริกอีกแฮะ น่ารักดี

 

บทเปิดชั้นเรียนของสเนปนี่ต้องยอมรับว่ามันน่าสนใจมากจริงๆค่ะ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าไม่รู้แล้วว่าสเนปไปเจอมาจากที่ไหนที่มาจากซัลหรือเปล่า ถ้าใช่นี่ความลูปมีอยู่จริงค่ะ //triggered

 

ตอนนี้โรงเรียนขยายจนต้องย้ายไปใช้ปราสาทคาเมล็อตกันแล้ว ดูเป็นไปได้สวยมากจริงๆค่ะ จะได้กลายมาเป็นฮอกวอตส์ที่เรารู้จักกันแล้ว

 

เมื่อคืนนี้ต้นฉบับเพิ่งอัพตอนใหม่พอดีเลย เรานั่งอ่านด้วยความดีใจมากๆ ตื่นเต้นเพราะเนื้อหาและความยาว อารมณ์เหวี่ยงมากด้วยค่ะ รสมันครบจริง แล้วก็จบลงแบบที่เราจะลงแดงเอา มันค้าง มันค้างหนักมากๆ ฮืออออออออ

แต่ที่ประทับใจสุดๆคือซิเรียสตอนล่าสุดดีงามมากเลยค่า เราชอบมากกกกกกกก

รอมาลงแดงพร้อมเรากันนะคะ 5555555

 

ลืมบอกไปตั้งแต่ตอนที่แล้ว ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคอมเมนต์ทุกคอมเมนต์นะคะ เราดีใจจริงๆที่เห็นทุกคนชอบกัน ทั้งเรื่องราวจากต้นฉบับของคุณ Ebenbild และก็การแปลของเราด้วย  ^ ^

 

แต่ว่าจริงๆช่วงหลังมานี้เรารู้สึกว่ามันเป็นงานรีบน่ะค่ะ เนื่องจากว่าเราเปิดเทอมแล้วและมันก็วุ่นวายอยู่พอควรเลยทำให้บางจุดอาจมีคำผิดเพิ่มมากกว่าตอนแรกๆ แล้วก็ความลื่นไหลของภาษาไม่ค่อยเท่าช่วงแรกนัก ดังนั้นหลังจากทยอยแปลจนถึงตอนล่าสุดเดี๋ยวเราจะทยอยกลับมารีไรท์แก้ไขอีกรอบแน่นอนค่ะ แต่ก็ เอาที่แปลเรื่อยๆในตอนนี้ก่อนเนาะ รีไรท์ดูจะอีกยาวไกลอยู่

 

ตอนหน้าพบกับซัลที่พยายามจะหลีกเลี่ยงโชคชะตาอีกรอบค่ะ แต่มันจะรอดเร้อ ซัลไม่เคยรอดจากอะไรพวกนี้เลยจริงๆค่ะ ถถถ แล้วตอนถัดจากนี้ไปจะกลับมาที่แฮร์รี่อีกรอบ

 

แล้วเจอกันนะคะ ^ ^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #243 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 00:25
    เราตื่นเต้นกับฮอกวอตส์มากๆเลยค่ะ
    #243
    0
  2. #192 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 14:09
    ทุกอย่างถูกผูกกันอย่างลงตัวจริงๆ ฮรอล เอ็นดูความนึกถึงคุณสเนปอ่ะค่ะ ผู้แปลสู้ๆนะคะ เราเพิ่งตามมาอ่านเอง คุณทำให้เราติดมากเลย เดี๋ยวเราจะแว๊บไปอ่านต้นฉบับแล้วค่ะเพราะติดลมมาก ฮรอล55555 แต่ถ้าคุณอัพต่อเราก็จะกลับมาอ่านเพื่อเก็บรายละเอียดอีกรอบนะคะ สู้ๆค่า
    #192
    0
  3. #189 oocc (@onpilin55) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 16:43
    เป็นเรื่องที่สามรถผูกทุกอย่างเข้ากันได้ไม่น่าเชื่อสุดๆไปเลยค่ะ ขอชื่อชมคนแต่ง และคนแปลด้วย แปลได้ดีเลยนะคะ เราไปอ่านต้นฉบับแล้วนั่งงมเป็นวันเลย 5555555 ยังไงก็รอติดตามผลงานแปลเรื่องนี้เรื่อยๆนะคะ ขอบคุณที่แปลออกมานะคะ / ในที่สุด จะได้ไปฮอกวอร์ตจริงๆแล้ว แงงง ;-; ท่านซัล เห็นใจความเด็กไม่เข้าใจเรื่องปรุงยา 555 ค่อยๆเป็นไปนะคะซัล แต่ชอบแฮร์รี่เวอร์ชั่นนี้มาก เวอร์ชั่นสลิธีรินเต็มเปี่ยม มันแบบ แง ปาดน้ำตาแล้วค่ะ ยังไงก็สู้ๆนะคะ!
    #189
    0
  4. #188 Kaoru-2510 (@Kaoru-2510) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 00:21

    สนุกมากกกกกกก ฮอกวอสต์กำลังจะเกิดขึ้นแล้ววววว เราตั้งตารอตอนต่อไปอยู่นะ
    #188
    0
  5. #186 K E I ✦ (@coyugi) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 21:33
    สนุกมากก เราติดเรื่องนึ้แล้ว ฮืออ////
    ขอสันนิษฐานของเราตั้งแต่ต้นถูกด้วยละ 55555
    ทำไมเดาข้อสอบไม่ถูกแบบนี้บ้างงงง
    #186
    0
  6. #185 นั้งชมจันทร์ (@0897122652) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 12:27
    เริ่มเข้าใกล้สิ่งที่เรารู้จักแล้ว5555 ฮอกวอสต์จ้าาา
    #185
    0
  7. #184 PATPAT69 (@s-1-a-8-i-7) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 10:27

    อยากรู้จักเลยว่าจะมีสักวันมั้ยที่เรื่องของซัลจะเปิดเผย
    #184
    0
  8. #181 White[Light] (@PangaeaVi) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 22:22

    สนุกมากค่ะ รอคอยเรื่องนี้ทุกวันขอบคุณที่แปลให้ได้อ่านนะคะ
    #181
    0
  9. #180 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 22:16
    ว้าวๆ ซัลมีส่วนร่วมเยอะกว่าทีคิดอีก อยากเห็นตอนผู้ก่อตั้งได้เห็นปราสาทแล้วสิ
    #180
    0
  10. #179 nattha_thari (@natthasata) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 22:12
    สนุกค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    รอนะคะ รอน้าาา

    ชอบจัง ขำตอนที่ซัลพยายามทำให้เหมือนสเนป 555
    #179
    0
  11. #178 hyun_park22 (@hyun_park22) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:40
    สนุกกก รอตอนต้อไปน้าา
    #178
    0
  12. วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:37

    อยากอ่านต่อเร็วๆจัง
    #177
    0
  13. #176 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:23

    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #176
    0