ตอนที่ 23 : EP 20 | โครงการส่งลูกเป็ดคืนสู่ธรรมชาติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    14 ก.ค. 59


HASHTAG : #แด๊ดดี้เดฟ
(ยองแจน : วันนี้พวกเรามาแบบรูปใหญ่ๆ ไม่มีใครมาแย่งซีนเลยน้า !)


แก้ไขจิ๊ดนึง !



อันนี้คือน้องนากเล็กเล็บสั้น
ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แฟนๆใช้เปรียบเทียบกับยองแจจริงๆนะคะ
เราใส่รูปกับชื่อผิดสายพันธุ์ ขออภัยด้วยค่ะ ; w ;)

(พยายามหารูปให้เหมือนยองแจนที่สุดเลยอ่ะ 555555555555)


EP 20 | โครงการส่งลูกเป็ดคืนสู่ธรรมชาติ


 

          มาเดินมินิมาร์ทตอนตีสี่ไม่ใช่เรื่องตลก

 

            แอร์ที่แสนเย็นฉ่ำภายในมินิมาร์ททำให้ชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตในยามวิกาลต้องกระชับเสื้อกันหนาวให้แน่นขึ้นเพื่อปกคลุมชุดนอนที่ไม่สามารถให้ความอบอุ่นกับร่างกายได้เท่าที่ควร เกี๊ยวน้ำแช่แข็งถูกส่งให้พนักงานสาวกะดึกที่มีท่าทีสะลึมสะลือเพื่อนำไปอุ่น ส่วนตัวเองก็เดินหาเครื่องดื่มเย็นๆที่ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ในคืนนี้ มะนาวโซดากระป๋องถูกหยิบออกมาจากตู้ ก่อนที่จะเดินไปคิดเงินรวมกับอาหารแช่แข็งก่อนหน้านี้

 

          วันนี้ถุงเล็กนิดเดียวคิดว่าคงไม่มีใครยัดตัวเองเข้ามาได้แล้วล่ะ

 

          แค่ห้ามนุษย์เปี๊ยกที่ซนบรรลัยทุกตัวก็เกินพอแล้วเว้ย !

 

            ร่างสูงเดินหาวหวอดออกมาจากมินิมาร์ทพร้อมถุงอาหารในมือ (ที่คราวนี้ตรวจสอบอย่างดีว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมตัวเป็นก้อนติดมาด้วย) สายลมยามเช้ามืดที่โชยเข้ามาตีหน้าตัวเองเบาๆช่างชวนให้คิดถึงบรรยากาศสมัยเรียนที่ทำงานโต้รุ่งแล้วเดินออกมาหาของกินที่ร้านสะดวกซื้อใกล้หอพักอย่างถึงที่สุด

            แล้วแจบอมก็ต้องมาพบความหงุดหงิดเข้าในเวลาตีสี่ เพราะไม่ว่าเขาจะกดลิฟต์กี่ทีๆ ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีลิฟต์ตัวไหนลงมารับตัวเองสักนิด สถาปนิกหนุ่มบึนปากอย่างหัวเสียเมื่อนึกถึงว่าตัวเองต้องเดินขึ้นบันได 4 ชั้นเพื่อกลับห้องของตัวเอง แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงเดินคอตกขึ้นบันได เพราะจะอยู่รอลิฟต์ต่อไปโดยที่ไม่รู้ว่าลิฟต์จะลงมารับตัวเองไหมก็ใช่เรื่อง อีกทั้งบรรยากาศอันเงียบเชียบของชั้นหนึ่งกับแสงไฟสลัวๆบริเวณหน้าทางเข้าคอนโดก็ชวนให้แจบอมขนลุกอยู่รอมร่อ

 

          เขาไม่ได้กลัวผีนะ แต่ถ้าเลือกได้ก็ขอไม่เจอจะดีกว่า !

 

            ตั้งแต่มาอยู่คอนโดที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้การเดินขึ้นบันไดสี่ชั้นเป็นเรื่องที่แสนโหดร้ายสำหรับหนุ่มโสดวัยยี่สิบเจ็ดปีที่ไม่เคยมีคำว่าออกกำลังกายอยู่ในระบบความนึกคิดของตัวเอง

 

          ตึก

 

          ตึก

 

            “เสียงอะไรวะ ?อย่างที่บอกไปว่าเขาไม่ได้กลัวผีสักนิดเดียว แต่เสียงเหมือนฝีเท้าที่เดินลงบันไดในเวลาตีสี่ที่เขาไม่เห็นใครอยู่รอบข้างตัวเองแม้แต่คนเดียวแบบนี้มันก็ทำให้เขาเริ่มหัวใจเต้นตุ้มๆต่อมๆขึ้นมาแล้ว

 

            ตึก

 

          ตึก

 

            เสียงฝีเท้าเดินลงบันไดยังคงดังอย่างต่อเนื่อง และจากที่ลองเงี่ยหูฟังดีๆแล้ว แจบอมก็พอจะจับได้ว่าต้นเสียงมาจากด้านหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ยิ่งเวลาผ่านไป เสียงฝีเท้าที่ยังดังอยู่ก็เริ่มมีทีท่าว่าจะใกล้เข้ามาถึงจุดที่แจบอมยืนอยู่เรื่อยๆ

 

            เรื่อยๆ

 

            ‘ อ้าว ! ’

 

          “เหี้_ !!!!”

 

            ฉับพลันที่เสียงอุทานดังขึ้นจากหัวมุมบันไดชั้นบนที่อยู่ก่อนหน้าตัวเองดังขึ้นมา บวกกับร่างของใครคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของเสียงที่โผล่ออกมาโดยไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงการปรากฏตัว ทำให้แจบอมที่ยืนอยู่กับที่เพื่อรอดูสถานการณ์ในตอนแรกบริเวณบันไดชั้นสามถึงกับสะดุ้งโหยงจนหลุดอุทานออกมาเป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทหนึ่ง

            แต่ทุกอย่างก็ไม่เลวร้ายเท่ากับถุงใส่อาหารของตัวเองที่หลุดออกจากมือ จุดจบของเกี๊ยวน้ำร้อนๆที่เพิ่งซื้อมาจากมินิมาร์ทในเวลานี้จึงกลายเป็นเพียงซากเกี๊ยวนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นโดยมีน้ำซุปหอมๆเจิ่งนองอยู่รอบเกี๊ยวทั้งหกตัว อีกทั้งกระป๋องมะนาวโซดาที่กลิ้งไปอยู่อีกทางหนึ่ง

 

          ลาก่อนมื้อเช้ามืดลูกพ่อ

 

            “ดึกดื่นป่านนี้ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะครับคุณแจบอม

 

            และเสียงเรียกที่ดังขึ้นจากด้านหลังชายหนุ่มที่ยืนมองมื้อเช้ามืดของตัวเองบนพื้นทำให้แจบอมหันขวับกลับไปมองผู้ร้ายในยามวิกาลที่ทำให้เขาต้องเสียอาหารอันโอชะที่อุตส่าห์ถ่อสังขารลงไปซื้อถึงมินิมาร์ทตอนตีสี่ทันที ซึ่งคนที่กำลังยืนยิ้มหวานให้เขาในชุดนอนเวลานี้ก็คือคนที่แจบอมรู้สึกว่าพักหลังๆมานี้ชักจะเจอหน้ากันบ่อยเกินไปแล้ว

 

          ปาร์คจินยองมาโผล่ที่บันไดในเวลาแบบนี้ มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ?

 

            คุณ ?แจบอมเลิกคิ้วอย่างสงสัยเมื่อพบว่าคนตรงหน้าเป็นใคร

            อย่าทำหน้าเหมือนเจอผีสิครับ อีกฝ่ายตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ อานั่นน่ะ มื้อดึกของคุณเหรอ ?ก่อนจะชี้ไปยังซากมื้อดึกของแจบอมที่อยู่บนพื้น

            ก็นะ…” แจบอมถอนหายใจอย่างปลงตก คนๆหนึ่งจะต้องนกแม้กระทั่งมื้อเช้ามืดเชียวเหรอ ผมว่าผมนอนเช้าน่ะไม่แปลกหรอก แต่คุณน่ะ ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ ?

            “ลงมาทิ้งขยะน่ะครับตอบกลับพลางชูถุงขยะให้ดู เล่นเอาแจบอมได้แต่ตีหน้ามึนงงเมื่อได้รับคำตอบแบบนั้น

            ทิ้งขยะตอนตีสี่เนี่ยนะ ?แจบอมทวนอย่างสงสัย พูดเป็นเล่นน่ะคุณ

            “หึ…” อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ คุณขึ้นไปนอนเถอะครับ

 

            ปาร์คจินยองพูดมาเพียงแค่นั้น แจบอมจึงไม่รู้ว่าจะตอบอะไรเลยพยักหน้ากลับไปเฉยๆเพราะเขาก็ชักจะง่วงแล้วเหมือนกัน แถมอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้เขาคงจะโดนเจ้าลูกเป็ดวายร้ายมารุกรานถึงเตียงเหมือนทุกเช้าแน่ๆ จึงเดินขึ้นบันไดต่อหมายจะกลับห้องให้เร็วที่สุด

 

          เฮ้ย !!!”

 

            ทว่า เรื่องราวในเวลาตีสี่ของแจบอมดูท่าว่าจะยังไม่ถึงจุดจบ ในขณะที่เขากำลังเดินขึ้นบันไดพอดีกับที่เพื่อนบ้านชั้นเจ็ดเดินลงมา ดวงตาเล็กเรียวก็ต้องเบิกโพลงพลางส่งเสียงดังอย่างลืมตัวเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างของปาร์คจินยองกำลังลอยหวือลงจากขั้นบันไดและพุ่งตรงลงมาในบริเวณที่เขากำลังยืนอยู่ สีหน้าตื่นตระหนกของชายหนุ่มสองคนที่คนหนึ่งกำลังจะร่วงลงจากบันไดราวๆ 10 ขั้น กับอีกหนึ่งคนที่กำลังจะกลายเป็นฐานรองรับนักศึกษาผู้เคราะห์ร้ายที่เดินพลาดท่าตกลงจากบันไดและกำลังพุ่งลงมาใกล้แจบอมที่อยู่ด้านล่างขึ้นเรื่อยๆ

 

            เรื่อยๆ

 

            คุณ ระวัง !!!!!”

 

            .

            .

            .

 

            ตุ้บ !

 

            อั้ก !”

 

            มวลสารที่หนักอึ้งทิ้งน้ำหนักลงมาทุกมิลลิกรัมอย่างไม่มีความปราณี ความรวดร้าวที่เริ่มเข้ามาทักทายทุกส่วนของร่างกายไล่มาตั้งแต่ช่วงศีรษะ หน้าอก ช่วงท้อง ช่วงกลางของลำตัว ลากยาวไปจนถึงช่วงขา ทำเอาชายหนุ่มที่นอนอยู่ด้านล่างเป็นฐานรองรับส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนจะค่อยๆลืมตาดูสถานการณ์ตรงหน้า รวมถึงร่างของคนที่กำลังนอนทับตัวเองอยู่

 

            “คุ อ้าว เฮ้ย !!!”

 

            ‘ แด๊ดดี้ ~ อรุณซาหวาดดดด ~

 

            และภาพที่ปรากฏอยู่ในสายตาของแจบอมตอนนี้ทำให้สถาปนิกหนุ่มที่ถูกนอนทับอยู่ตีหน้ายุ่งอย่างงุนงง เมื่อพบว่าคนที่ทิ้งน้ำหนักนอนทับร่างของตัวเองอยู่ไม่ใช่มนุษย์เพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่ชื่อปาร์คจินยอง แต่เป็นเจ้าของเสียงเล็กแหลมทั้งห้าคนที่นอนพาดตัวอยู่บนร่างกายของเขาครบทั้งห้าคน ทั้งยังเอ่ยทักทายยามเช้าอย่างสดใสอีกด้วย

 

          อย่าบอกนะว่า

 

            แจบอมรีบเหลือบมองนาฬิกาข้างเตียงทันที เวลาเจ็ดโมงครึ่งที่แสดงอยู่หน้าปัดนาฬิกากับรอยยิ้มหวานของเจ้าก้อนกลมๆบนร่างกายที่เริ่มคืบคลานมาอยู่ใกล้ๆใบหน้าของเขา รวมถึงบรรยากาศรอบตัวที่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ทุกชนิด หรือแม้แต่สัมผัสนุ่มๆบนแผ่นหลังก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนให้แจบอมรู้ว่า ตอนนี้เขาอยู่ในห้องนอนของตัวเอง

 

          โอเคชัดเจน !

 

             ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ตัวเองเดินไปมินิมาร์ทตอนตีสี่ เรื่องที่กดลิฟต์ไม่ได้ เรื่องที่ซากเกี๊ยวน้ำที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น อีกทั้งเรื่องที่บังเอิญเจอเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่พักหลังมานี้ชักจะเจอกันบ่อยจนถึงขั้นเก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะ ใช่ ! สรุปว่าไอ้เรื่องราวแสนระทึกที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ทั้งหมดคือความฝันของเขาต่างหาก

 

            ฝันเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ เขาควรลาออกจากการเป็นสถาปนิกไปเขียนนิยายไหมล่ะ ?

 

            จ๊ะเอ๋ ! แด๊ดดี้ ~ส่วนโลกความเป็นจริงของเขาก็คือเจ้าก้อนผมทองที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาจนอยู่ในระยะน่าหวาดเสียวที่เอียงคอไปมาไงล่ะ !

            “วันนี้อากาศดีจังเลยน้า แด๊ดดี้ว่าไหม ?ผ้าม่านสีทึบถูกรูดออกโดยเจ้าก้อนผมแดงที่ยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นแสงแดดจากด้านนอกหน้าต่าง

            แด๊ดดี้ วันนี้มีสารคดีใต้ทะเลด้วย แด๊ดดี้มาดูกับพวกเราน้าเจ้าลูกหมียูคยอมเริ่มออกแรงดึงร่างของชายหนุ่มที่ยังคงนั่งประมวลผลแยกแยะโลกความเป็นจริงกับโลกแห่งความฝันพลางบอกโปรแกรมที่เขาจะต้องเผชิญในวันนี้

 

            สุดท้ายแจบอมก็ถูกสิ่งมีชีวิตลักษณะเป็นก้อนทั้งห้าชีวิตช่วยกันเข็นหลังออกมานอนทำหน้าซังกะตายอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นเหมือนเคย แม้ว่าวันนี้รายการที่ปรากฏในโทรทัศน์จะไม่ใช่แอนิเมชั่นเหมือนเคย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาสนใจเท่ากับคำถามมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัวของตัวเองในเวลานี้

 

            ข้อแรก เมื่อคืนเขานอนกี่โมง ทำไมตอนนี้จำอะไรไม่ได้เลย ?

          ข้อสอง สรุปว่าเมื่อคืนเขาลงไปมินิมาร์ทจริงไหม เพราะเขาจำได้ว่าความรู้สึกตอนอยากกินเกี๊ยวน้ำมันดูสมจริงมากเลยนะ !

          และข้อสาม การที่บังเอิญเจอเพื่อนบ้านในฝันวันๆหนึ่งเขาเจอคนนู้นคนนี้เยอะแยะไปหมด จำเป็นไหมว่าจะต้องเป็นปาร์คจินยองที่เข้ามาหลอกหลอนถึงในฝันแบบนี้

 

            การใช้สมองอย่างหนักในยามเช้าเพื่อแยกแยะโลกทั้งสองออกจากกันทำให้แจบอมหมดพลังงานชีวิตอยู่ไม่น้อย เกิดมา 27 ปี ฝันเป็นร้อยๆรอบ ก็ไม่เคยรู้สึกว่าทุกอย่างสมจริงไปหมดขนาดนี้ (โดยเฉพาะฉากที่เกี๊ยวน้ำตกลงพื้น ตอนนั้นเขาใจสลายจริงๆนะ !)

 

            ดูซี่ นีโม่นี่นา !” ผิดกันกับเจ้าตัวเล็กทั้งห้าคนที่นั่งดูสารคดีโลกใต้ทะเลอย่างสนุกสนาน ยองแจใช้นิ้วมือชี้ไปที่หน้าจอโทรทัศน์ซึ่งกำลังฉายภาพปลาการ์ตูนในแอนีโมนีอยู่อย่างชอบใจ

            ทำไมนีโม่ตัวจริงตัวเล็กจังเลยอ่า ตัวจิ๋วเดียวเอง ไม่เห็นเหมือนในการ์ตูนเลยน้ารวมถึงเจ้าก้อนผมปอยชมพูที่เดินเข้าไปใกล้โทรทัศน์แล้วยื่นหน้าเข้าไปติดหน้าจอ

            แบมแบม ดูทีวีใกล้ๆแบบนั้นเดี๋ยวสายตาเสียนะร้อนถึงแจบอมที่ยังสับสนในโลกของตัวเองอยู่ต้องเดินไปอุ้มเจ้าตัวเล็กให้กลับมานั่งรวมกับกลุ่มก้อนที่เหลือ

            อู้ว ~ มีฉลามตัวใหญ่ๆด้วยล่ะ !” แจ็คสันร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อกล้องแพนไปที่ฉลามตัวมหึมากำลังไล่ล่าเหยื่ออย่างดุดัน แด๊ดดี้ ถ้าพวกเราไปทะเล พวกเราจะได้เห็นฉลามตัวจริงไหม ?

            “ถ้าไปทะเลแล้วได้เจอฉลามจริงๆ ฉันจะไม่พาพวกนายไปแน่ๆแจบอมปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทันที เขายังไม่อยากกลายเป็นเหยื่อไอ้หลามก่อนอายุสามสิบหรอกนะ !

            “ม้ากคึก็อยากเห็นแมงกะพรุนตัวจริงจังเลย ม้ากคึอยากลองจิ้มแมงกะพรุนบ้าง แมงกะพรุนต้องนิ่มมากแน่ๆเลย

            “คยอมก็อยากเจอโลมาน้า คยอมอยากเห็นโลมากระโดดขึ้นมาจากน้ำจังเลย กระโดดซู้ง ~ สูงดวงตากลมโตของเจ้าลูกหมีจ้องโลมาในโทรทัศน์ตาแป๋ว นอกจากนี้ก็ยังมีเสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าตัวเล็กที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อกล้องสลับภาพไปที่สัตว์ตัวนู้นทีตัวนี้ที พอเห็นแบบนี้แล้วเขาก็อยากพาพวกเด็กๆไปดูของจริงถึงที่อยู่หรอก

 

แต่ปัญหาคือค่าเข้าโซนอควาเรียมของสวนสัตว์มันแพงมากเนี่ยสิ

                                                   

            เพราะตอนเด็กๆตัวเองก็เคยร้องเรียกอยากจะไปสถานที่แบบนั้นเหมือนกัน (ถ้าจำไม่ผิด เคยร้องขอพ่อแม่ให้พาไปดูยีราฟในสวนสัตว์เพราะอยากรู้ว่ายีราฟคอยาวขนาดไหน) เลยเข้าใจความรู้สึกเจ้าก้อนปุ๊กลุกตรงหน้าที่นั่งกอดตุ๊กตาดูสารคดีโลกใต้ทะเลอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่เมื่อนึกถึงราคาค่าเข้าชมตอนที่เคยหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตเพราะตั้งใจจะพาหลานสาวไปดูแล้ว แจบอมก็ต้องพับโครงการสานฝันพวกเด็กๆไว้ในหัวทันที

 

          ถ้าได้ตั๋วเข้าสวนสัตว์ฟรีก็ดีสิ

 

            ร่างสูงบนโซฟานอนคิดทีเล่นทีจริงเพราะชีวิตนี้ก็ได้ของฟรีมาตั้งหลายหน แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าการได้รับตั๋วเข้าชมสวนสัตว์กับโซนอควาเรียมฟรีมันออกจะดูเพ้อฝันไปหน่อย อีกทั้งเห็นว่าพวกเด็กๆไม่ได้เรียกร้องหรือออดอ้อนกันอย่างจริงจัง แจบอมจึงตีเนียนทำนิ่งเฉยเพื่อไม่ให้เจ้าพวกตัวแสบเกิดความหวัง ขืนเขาหลุดปากพูดว่าจะพาไปหรือลองเชิงถามความสนใจล่ะก็เชื่อได้เลยว่ากระเป๋าสตางค์ของเขาต้องฉีกอย่างแน่นอน

            เมื่อเห็นว่าได้เวลามื้อเช้า แต่สารคดีในโทรทัศน์ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ แจบอมจึงปลีกตัวเข้าห้องครัวเพียงลำพังเพื่อหาอาหารเช้าเท่าที่ตัวเองพอจะทำได้ ครัวซองค์เนยสดป้ายแยมหลากรสและนมเปรี้ยวจึงกลายเป็นมื้อเช้าสำหรับเจ้าตัวเล็กในวันนี้ ส่วนของตัวเองก็เป็นครัวซองค์เปล่ากับกาแฟดำ

และถึงจะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีที่ตัวเองไม่ยอมสั่งให้พวกเด็กๆไปกินอาหารเช้าในห้องครัวเหมือนทุกครั้ง แต่พอเห็นเหล่ามนุษย์ก้อนตรงหน้ากำลังมีความสุขกับโลกใต้ทะเลผ่านจอโทรทัศน์แล้ว จานใส่ครัวซองค์กับนมกล่องจึงถูกวางลงตรงหน้ากลุ่มก้อนโมจิในห้องนั่งเล่นแทน ถือเสียว่าหยวนๆไปสักครั้งก็แล้วกัน

 

            ขอบคุณน้าแด๊ดดี้ ~เสียงเล็กแหลมทั้งห้าของเด็กน้อยที่ยิ้มกันจนแก้มกลมปริก่อนจะหยิบครัวซองค์มาเคี้ยวตุ้ยๆทำให้แจบอมได้แต่มองตามอย่างนึกเอ็นดู

            อ๊า !! ฉลามจะกินคุณปลาตัวเล็กตรงนั้นแล้ว ไม่เอานะ !” แต่มื้อเช้าในวันนี้กำลังจะกลายเป็นสงครามนองเลือดเมื่อเจ้าก้อนแก้มกลมที่เคี้ยวครัวซองค์อยู่ชะงักไปหลังเห็นฉลามตัวโตในโทรทัศน์กำลังว่ายตามเหยื่ออย่างบ้าคลั่งแด๊ดดี้ ทำยังไงดีล่ะ ! ยองแจนไม่อยากให้คุณปลาตัวนั้นโดนฉลามกินน้า !” แล้วก็หันมาเขย่าแขนเขาราวกับเป็นปัญหาอันยิ่งใหญ่ของเด็กวัยสี่ขวบที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

            ย้า !! มันใกล้เข้าไปแล้ว ไม่นะ !!” แจ็คสันเองก็เริ่มมีอารมณ์ร่วมแล้วเช่นกัน

            “คุณปลาว่ายหนีเร็วๆซี่ ฉลามจะตามทันแล้วนะ ว่ายซี่ !” แน่นอนว่าเจ้าก้อนผมแดงก็ด้วย

            ฉลามขี้โกงนี่นา ฉลามว่ายเร็วกว่าคุณปลาตัวเล็กอีก คุณปลาตัวเล็กว่ายเร็วๆซี่ !”

            “ฮือแบมแบมไม่ดูแล้ว บแบมแบมกลัว อึก…” ส่วนไฮไลท์ประจำวันนี้ก็คือแบมแบมที่ซบหน้าลงกับแขนของแจบอมแล้วร้องห่มร้องไห้ทันทีหลังพบเจอฉากสะเทือนใจประหนึ่งเรือไททานิคล่มสำหรับเด็กวัยสี่ขวบเมื่อเจ้าฉลามร้ายงาบเหยื่อตัวน้อยเข้าปากตัวเอง

 

            โอเคเขาพลาดเองที่ปล่อยให้พวกเด็กๆมานั่งกินมื้อเช้าหน้าโทรทัศน์

 

          เป็นโลกใต้ทะเลแบบลิตเติ้ลเมอร์เมดมาตั้งนาน จะมาห้ำหั่นอารมณ์เป็นจอว์สอะไรตอนนี้วะ !?!

 

            “นี่ ปลาตัวเล็กมันไม่ตายหรอกนะและแจบอมก็ปิ๊งไอเดียบางอย่างที่เขาคิดว่าน่าจะทำให้พวกเด็กๆอยู่ในความสงบลงได้ ซึ่งการที่มนุษย์ก้อนตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเขากันตาแป๋วก็เป็นการยืนยันว่ามันได้ผล จำเรื่องพิน็อคคิโอที่ฉันเคยเล่าให้ฟังได้ไหม ?

            “คยอมจำได้น้า พิน็อคคิโอที่เป็นตุ๊กตาไม้ใช่ไหมแด๊ดดี้ ?

            “ฮื่อ…” แจบอมขานรับ จำได้ไหม ที่พิน็อคคิโอโดนปลาวาฬกลืนลงไปในท้องน่ะ

            “จำได้ซี่แด๊ดดี้ พิน็อคคิโอกับคุณลุงที่เป็นพ่อก็ช่วยกันหาทางออกมายังไงล่า !”

            “แบบนั้นล่ะแจบอมพยักหน้าเบาๆ ปลาตัวนี้ก็เหมือนพิน็อคคิโอกับพ่อไง โดนฉลามกลืนลงท้องไปเฉยๆ เดี๋ยวมันก็คงหาทางออกมาจากท้องของฉลามเหมือนพิน็อคคิโอได้ล่ะนะ

 

แจบอมพูดไปก็ต้องไขว้นิ้วไว้ข้างหลังตัวเองไป ถึงจะฟังดูเหลวไหลไปบ้าง (โดนเขมือบไปขนาดนั้น น่าจะโดนกระเพาะฉลามบี้จนไม่เหลือซากหรอก) แต่ก็ไม่อยากเห็นพวกเด็กๆงอแงกันไปมากกว่านี้ โชคดีที่นิทานที่ตัวเองเคยเล่าสามารถย้อนมาช่วยเหลือเขาได้ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ และการที่เจ้าตัวเล็กเริ่มหยุดงอแงทีละคนก็ทำให้แจบอมแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกระคนดีใจ

 

จำได้ว่าเพิ่งเลี้ยงเด็กมาไม่นานเท่าไหร่ ทำไมหัวใจถึงคิตตี้บาร์บี้ขึ้นได้ขนาดนี้วะ !

 

จริงใช่ไหมแด๊ดดี้ คุณปลาตัวเล็กจะไม่ตายจริงๆนะ ?ยองแจที่เริ่มเบะปากถามเพื่อความมั่นใจ ถึงจะรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่ต้องหลอกเด็กไร้เดียงสาด้วยวิธีนี้ แต่สุดท้ายแจบอมก็พยักหน้าพลางลูบศีรษะกลมๆของยองแจอยู่ดี

เย้ !!!” เสียงร้องดีใจของเด็กน้อยทั้งห้าเป็นสัญญาณให้แจบอมรู้ว่าได้สะสางเรื่องยามเช้าให้จบไปอีกหนึ่งประเด็นสำเร็จ

 

ก๊อก ก๊อก !

 

ในขณะที่หกพ่อลูกช่วยกันถือจานไปเก็บในห้องครัว เสียงเคาะประตูห้องในเวลาแปดโมงสี่สิบนาทีทำให้เจ้าของห้องนึกสงสัยอยู่ไม่น้อย แต่ก็ช้ากว่าหน่วยแสกนบุคคลเข้าออกอย่างแจ็คสันที่วิ่งดุ๊กๆไปอยู่หน้าประตูห้องเรียบร้อยแล้ว

 

ใครมาค้าบ ?แน่นอนว่าแจ็คสันยังคงทำหน้าที่นี้ได้ดีเสมอ แม้ว่าความสูงจะไม่เพียงพอต่อการมองตาแมว แต่เสียงแหลมใสที่ส่งไปก็สามารถยืนยันให้คนที่มาเคาะได้ว่าในห้องนี้มีคนอยู่

ใครมาแต่เช้าเลยหว่า ?ส่วนคนเดียวที่สามารถมองตาแมวห้องถึงก็สอดส่องดูผู้ที่มาเคาะประตูห้องยามเช้า ก่อนที่แจบอมจะเลิกคิ้วไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าใครยืนอยู่หน้าประตูห้องของเขาตอนนี้ ปาร์คจินยอง ?พลางเอ่ยชื่อของคนที่ทำให้เขาประหลาดใจตั้งแต่เช้า (แถมยังเป็นคนที่ตามมาโผล่หน้าให้เห็นถึงในฝันด้วย)

 

หืมมาทำไมหว่า ?

 

อ๋า ! พี่จีนยองนี่นา !” และทันทีที่เปิดประตูห้อง บรรดาลูกหาบตัวกลมก้อนของตัวเองก็ย้ายมวลสารของตัวเองไปคลอเคลียหน้าเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดทันที ยังคงความน่าหมั่นไส้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายจริงจริ๊ง ! พี่จีนยอง ~ สวัสดีฮะ !”

สวัสดีเด็กๆ เป็นยังไงกันบ้าง ?เอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบกับเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกที่พากันถูไถขาของตัวเองอย่างออดอ้อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาทักทายมนุษย์อากาศวัยยี่สิบเจ็ดปีต่อ สวัสดีครับคุณแจบอม

มาหาแต่เช้าแบบนี้มีอะไรเหรอคุณ ?ชายหนุ่มว่าพลางขยี้ผมเบาๆพอให้เป็นทรงเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ยังอยู่ในสภาพราวกับเพิ่งตื่นนอน

คือ…” อีกฝ่ายลากเสียงยาวในขณะที่มือก็ล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากซองจดหมายสีขาวไปด้วย เมื่อครู่นี้ผมลงไปเช็คตู้จดหมายของตัวเองมาน่ะครับ แล้วก็ไปเจอซองจดหมายซองนี้เข้า

หืม ?แจบอมฟังอย่างไม่เข้าใจนัก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนที่ตัวเล็กกว่าชูกระดาษใบเล็กขึ้นมาเกือบๆสิบใบ อะไรเหรอคุณ ?

ตั๋วเข้าชมสวนสัตว์กับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำน่ะครับและร่างสูงที่ยืนมองอย่างงงๆก็ต้องเป็นอันหูผึ่งหน้าตั้งทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของแผ่นกระดาษในมือปาร์คจินยอง ตอนแรกก็งงว่ามันมาได้ยังไง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเคยไปกด Like กับตอบคำถามในแฟนเพจของทางสวนสัตว์เอาไว้ กะว่าลองร่วมสนุกชิงบัตรดูเผื่อหลานสาวมาหาจะได้มีกิจกรรมให้ทำ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้รางวัลจริงๆน่ะครับเล่าไปก็หัวเราะไปกับความบังเอิญของตัวเอง โดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้เลยว่า มีมนุษย์พญานกวัยยี่สิบเจ็ดปีคนหนึ่งยืนมองตามด้วยความอิจฉาอยู่ไม่น้อย

 

ทำไมเขาไม่เคยมีดวงได้อะไรดีๆอย่างนี้บ้างวะ !?!

 

แถมไอ้ที่บอกว่าตัวเองได้ของฟรีอยู่บ่อยๆน่ะ เอาเข้าจริงก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนทุกทีเถอะ !

 

แล้วมันยังไงล่ะคุณ ?แจบอมถามต่ออย่างไม่เข้าใจนัก คงไม่ได้แค่ว่าอยากจะอวดตั๋วฟรีที่ได้มาโดยบังเอิญต่อหน้ามนุษย์พญานกผู้นี้หรอกใช่ไหม !?!

ตอนแรกผมก็ตั้งใจว่าจะเก็บไว้ให้โซมีกับครอบครัวไปดูตอนมาเที่ยวโซลปาร์คจินยองว่า แต่พอลองเช็คดูแล้วถึงได้เห็นว่าบัตรมันหมดอายุสัปดาห์หน้า

“…”

พอรู้แบบนั้นก็เลยคิดถึงพวกเด็กๆขึ้นมาน่ะครับเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะยื่นตั๋วทั้งหมดมาตรงหน้าของเขา

 

ถ้ายังไง ผมขอยกตั๋วให้คุณกับเด็กๆไปดูแทน คุณจะว่าอะไรไหมครับ ?

 

จุดจุดจุด

 

ไม่ว่าจะตั๋วเข้าชมสวนสัตว์ตรงหน้า หรือคำพูดของอีกฝ่ายที่แจบอมจับใจความได้สั้นๆว่า ยกตั๋วให้แบบฟรีๆ ทำให้ร่างสูงได้แต่ยืนกะพริบตาปริบๆราวกับประมวลผลทั้งหมดอยู่ในหัวอย่างช้าๆ อีกทั้งเมื่อมองตั๋วฟรีที่เรียงกันเป็นแพในมือสลับกับใบหน้าของผู้ให้แล้ว

 

บอกตามตรง เขาไม่มั่นใจสักนิดว่าตัวเองกำลังฝันซ้อนฝันอยู่หรือเปล่า !?!

 

คุณล้ออะไรผมเล่นอยู่หรือเปล่า ?แจบอมถามกลับด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยเชื่ออย่างสนิทใจ บางทีเขาอาจจะฝันอยู่จริงๆก็ได้ อะไรมันจะบังเอิญได้ในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งนึกถึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขาว่ามันดูเหลือเชื่อเกินไป

 

จริงๆแล้วตอนนี้เขาอาจจะเผลอหลับบนโซฟาแล้วฝันอีกรอบก็ได้ !

 

หน้าตาผมเหมือนพวกชอบล้อเล่นเหรอคุณ ?ว่าแล้วอีกฝ่ายก็จัดการส่งค้อนวงโตมาหนึ่งทีพอให้แจบอมสะดุ้งเล็กน้อย

มันไม่ใช่แบบนั้น แต่…” แจบอมโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน แต่จะให้เขาอธิบายกับอีกฝ่ายอย่างไรล่ะว่าตัวเองกำลังสับสนกับโลกแห่งความฝันและความจริงอยู่น่ะ

ผมเต็มใจให้จริงๆครับ แต่ถ้าคุณคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ จะให้ผมลองชกหน้าคุณสักทีก็ได้นะพูดไปก็ยกกำปั้นถกแขนเสื้อตั้งท่าจะชกเขาจริงๆเสียด้วย ดังนั้นแจบอมจึงรีบยกมือปรามทันทีก่อนที่ตัวเองจะได้หมัดมาประเคนบนหน้าแต่เช้า

 

ซังนัมจามากไหมล่ะพ่อคุณ !?!

 

เด็กๆ อยากลองไปดูสวนสัตว์กันไหม ?และเมื่อเห็นว่าคงคุยกับเขาไม่รู้เรื่องแน่ๆ ปาร์คจินยองจึงย่อตัวลงนั่งเพื่อคุยกับเหล่ามนุษย์ก้อนที่เกาะแกะตัวเองเป็นโคอาล่าแทน พี่ได้ตั๋วมาฟรี ถ้ายังไงก็ลองบอกคุณพ่อเขาดูนะ

สวนสัตว์คืออะไรหรอฮะพี่จีนยอง ?เจ้าลูกหมีตัวโตเอียงคอถามอย่างสงสัย

ที่ที่มีสัตว์เยอะๆไง มีทั้งเสือ ทั้งยีราฟ เยอะแยะไปหมดเลยล่ะนักศึกษาหนุ่มอธิบายอย่างง่ายๆ อ้อ ! มีพวกสัตว์น้ำด้วย ทั้งฉลาม ปลาหมึก ม้าน้ำ แล้วก็ปลาอีกเยอะเลยนะ น่าสนใจใช่ไหมล่ะ ?

มีฉลามด้วยหรอ !?!” และแล้วเจ้าก้อนวายร้ายก็ตกหลุมพรางของปาร์คจินยองเข้าเต็มเปา เมื่อเจ้าตัวเล็กทำตาโตอย่างตื่นเต้น พวกเราจะได้เห็นฉลามตัวจริงใช่ไหมพี่จีนยอง ?

มีคุณยีราฟด้วยล่ะ ยองแจนอยากเห็นคุณยีราฟคอยาวๆจังเลยจากนั้น สายตาทั้งห้าคู่ รวมถึงหนึ่งผู้ใหญ่ก็พากันมาจับจ้องที่ชายหนุ่มผู้กลายเป็นอากาศในบทสนทนาอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

แด๊ดดี้ ~ ไปสวนสัตว์กันเถอะน้า~~

 

มองหน้ากันแล้วยิ้มหวานขนาดนี้ เจ้าทาสผู้นี้มีสิทธิ์ปฏิเสธพวกท่านด้วยหรือขอรับ

 

ต้นขาของแจบอมที่ถูกบรรดามนุษย์ก้อนตัวกลมทั้งถูไถทั้งกอดแน่นจนดูยุ่งเหยิงไปหมดโดยมีเสียงหัวเราะเบาๆของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่ยืนดูเจ้าทาสวัยยี่สิบเจ็ดปีผู้ไม่อาจขัดบัญชาของเหล่านายท่านตัวน้อยได้ สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ต้องถอนหายใจและยกธงขาวยอมแพ้แต่โดยดี

 

พ่อแม่คงภูมิใจน่าดูถ้ารู้ว่าลูกชายคนเดียวของบ้านเกิดมาเพื่อพ่ายแพ้เด็กสี่ขวบแบบนี้ !

 

เด็กๆอ้อนมาขนาดนี้แล้ว คุณปฏิเสธลงเหรอครับ ?ถึงคนพูดจะทำหน้าเหมือนจะเห็นใจก็จริง แต่มุมปากที่ยิ้มอยู่นิดๆของคนที่ยื่นตั๋วมาตรงหน้าทำให้แจบอมได้แต่บึนปากไปหนึ่งทีไปเถอะครับ เสาร์อาทิตย์แบบนี้ ผมว่าคุณไปสนุกกับพวกเด็กๆให้เต็มที่ดีกว่านะ

งั้นผมขอถามก่อนแจบอมว่า คุณมีตั๋วทั้งหมดกี่ใบ ?

อืม…” เจ้าของตั๋วฟรียืนนับอยู่ครู่หนึ่ง มีเก้าใบครับ พวกคุณมีกันหกคน ถ้ายังไงอีกสามใบที่เหลือเดี๋ยวผมเอาไปให้แม่บ้านในคอนโดก็ได้

ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมคุณไม่ไปด้วยกันล่ะ ?ร่างสูงถามอย่างคาใจเพราะเห็นว่ามีตั๋วมากพอสำหรับเจ้าของ

ครับ ?

ไหนๆตั๋วมันก็เหลืออีกตั้งสามใบ ทำไมคุณถึงไม่ไปล่ะ ตั๋วนี้มันของคุณไม่ใช่หรือไง ?

มันก็ใช่ครับ แต่…”

จะให้ผมรับตั๋วมาแต่เจ้าของตั๋วไม่ได้ไปเสียเองแบบนี้ ผมก็รู้สึกไม่ดีนะร่างสูงพูดในสิ่งที่ตัวเองนึกขัดใจอยู่ไม่น้อย เขาไม่เถียงหรอกว่าค่อนข้างดีใจเลยล่ะที่ได้ตั๋วฟรีมาแบบนี้ แต่ถ้าจะต้องแลกด้วยการเสียสละของเจ้าของแล้ว เขาก็ไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่นัก

พี่จีนยองไปกับพวกเราน้า ~และเหล่าก้อนนายท่านก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างรู้งานทันที พี่จีนยองไปดูคุณยีราฟกับยองแจนน้า นะนะ

ม้ากคึก็อยากให้พี่จีนยองไปด้วยล่ะ ไปด้วยกันน้าพี่จีนยอง น้า ~

ไปเถอะน้าพี่จีนยอง ไปดูคุณโลมากับคยอมน้า

ไปดูฉลามกับแจ็คสันด้วยซี่พี่จีนยอง นะนะนะ

ไปกันเถอะน้า แบมแบมอยากให้พี่จีนยองไปด้วย น้าพี่จีนยอง น้า~ ดูท่าว่าตอนนี้ปาร์คจินยองก็คงจะประสบชะตากรรมเดียวกับเขาแล้วเหมือนกัน ทั้งกอดแขน กอดขา กระตุกชายเสื้อ เอาหัวถูไถอีกฝ่าย สารพัดกระบวนท่าที่จะตื๊อคนตรงหน้าทำให้แจบอมได้แต่มองตามอย่างนึกหมั่นไส้ จำเป็นต้องเล่นเบอร์ใหญ่ขนาดนี้ไหมล่ะไอ้หนู !?!

เด็กๆอยากให้คุณไปด้วยขนาดนี้ คุณปฏิเสธลงเหรอ ? แจบอมแกล้งยกบทสนทนาที่เหมือนกันเปี๊ยบของอีกฝ่ายมาใช้ คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าเขาโดนอีกฝ่ายมองแรงใส่กลับมาหนึ่งทีด้วย

ผมไม่อยากขัดเวลาครอบครัวของคุณนี่ครับ

ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่คุณ ไปกันหลายๆคนก็สนุกดีไม่ใช่หรือไง ?ขอสารภาพนิดนึงก็แล้วกัน จริงๆแล้วเขาก็อยากได้ผู้ใหญ่ไปเป็นเพื่อนสักคนน่ะนะ ลองนึกภาพว่าเป็นผู้ใหญ่คนเดียวท่ามกลางมนุษย์เด็กอนุบาลในสวนสัตว์แล้วเขาก็เขินเหมือนกัน

ไปด้วยกันน้าพี่จีนยอง น้า ~

เอาแบบนั้นก็ได้ครับ…” สุดท้ายปาร์คจินยองก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างราบคาบเช่นกัน งั้นรบกวนด้วยนะครับ พี่รบกวนด้วยนะเด็กๆ

เย้ !! พี่จีนยองจะไปเที่ยวกับพวกเราด้วยล่ะ !” ก็พอจะรู้อยู่ว่าเจ้าตัวแสบดีใจที่สามารถตื๊ออีกฝ่ายได้สำเร็จ แต่เขาก็อดหมั่นไส้เวลาเห็นเจ้าเปี๊ยกทั้งหลายดีใจกันออกนอกหน้าไม่ได้เหมือนกันล่ะเว้ย !

แล้วจะเอายังไงต่อล่ะ ?แจบอมถามขึ้นโดยหันไปมองนาฬิกาในห้องเพื่อคาดคะเนตารางเวลาสำหรับวันนี้ด้วย

สวนสัตว์ปิดห้าโมงเย็นครับ แต่ช่วงบ่ายสองจะมีโชว์ของนักประดาน้ำในอควาเรียม งั้นไปกันสักสิบโมงไหมล่ะครับ ? จะได้มีเวลาเดินดูโซนสวนสัตว์กันด้วย

เอาแบบนั้นก็ได้แจบอมพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย งั้นเจอกันที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินตอนสิบโมงก็แล้วกันนะคุณ เอารถของผมไปก็แล้วกัน คุณโอเคใช่ไหม ?

ไม่มีปัญหาครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะคุณ แล้วเจอกันปาร์คจินยองโบกมือลาน้อยๆ โดยที่ไม่ลืมจะก้มหน้าไปบอกลาเจ้าตัวเล็กข้างๆตัวเองด้วย แต่งตัวให้หล่อๆเลยนะ แล้วเจอกันนะเด็กๆพูดแซวเล็กน้อยพลางลูบศีรษะกลมโป๊งเหน่งอย่างเอ็นดู

โอเคเลยฮะพี่จีนยอง แล้วเจอกันน้า ~”

 

เมื่อเห็นว่าเหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัดหมาย แจบอมจึงต้องรีบจัดการกับเจ้าวายร้ายตัวเป็นก้อนทั้งห้าคนเพื่อไม่ให้เสียเวลา ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำสระผมที่ผ่านไปอย่างทุลักทุเล ไล่จับลูกลิงที่อยู่ไม่สุขมาเช็ดผมให้แห้ง ทั้งยังช่วยกันเลือกสรรเสื้อผ้าที่คิดว่าดูดีที่สุดมาใส่ จนได้ผลสรุปออกมาเป็นเสื้อฮู้ดแขนยาวหลากสีกับเอี๊ยมยีนส์ โดยไม่ลืมปะแป้งเด็กกันจนหอมฟุ้งอีกด้วย ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมต้องแต่งตัวกันจัดเต็มขนาดนี้ล่ะก็

 

พี่จีนยองบอกว่าพวกเราต้องแต่งตัวหล่อๆน่ะซี่แด๊ดดี้ ! ’

 

จะไปหล่อฟ้อหล่อเฟี้ยวแข่งกับปลากระเบนในตู้เรอะไอ้หนู !?!

 

ส่วนแจบอมก็ใช้เวลาประมาณสิบนาทีจัดการกับตัวเองจนเสร็จ เสื้อแขนยาวสีน้ำเงินสลับเทากับกางเกงขายาวสีขาวที่ทำให้เขาไม่ดูมืดมนเกินไปสำหรับการไปสวนสัตว์ บวกกับยอมปล่อยให้หน้าม้าแหว่งๆเต่อๆอยู่กับที่โดยไม่ต้องอาศัยเจลเซ็ตผมแล้ว ก็ได้แต่แอบหวังว่าจะไม่มีเด็กในสวนสัตว์กลัวหรือร้องไห้เวลาเขาเดินผ่านหรอกนะ

หนึ่งผู้ใหญ่ร่างสูงกับขบวนการมนุษย์ก้อนไซส์มินิทั้งห้าในชุดเอี๊ยมเดินดุ่มๆลงมาถึงชั้นใต้ดินที่เป็นลานจอดรถ และถือว่าอีกฝ่ายค่อนข้างรักษาเวลาได้ดีเลยทีเดียว เมื่อปาร์คจินยองในเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนส์ขายาวแบบสบายๆปรากฏออกมาจากประตูทางออกชั้นใต้ดินไล่หลังจากแจบอมไปไม่กี่วินาทีเท่านั้น

ตำแหน่งการนั่งรถในวันนี้ยังคงเหมือนกับทุกที เบาะหน้าที่ถูกยึดครองโดยสองมนุษย์ก้อนคู่แค้นแสนรักอย่างแจ็คสันและยูคยอม ส่วนเบาะหลังก็เป็นมาร์ค แบมแบม ยองแจ แล้วก็ปาร์คจินยองนั่งเรียงแถวกันหน้าสลอน และแน่นอนว่าเขากับเจ้าแว่นก็ไม่ลืมจับเจ้าตัวยุ่งคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย

 

ตื่นเต้นจังเลยน้า จะได้เจอฉลามตัวจริงแล้ว ใจมันตึ้กตั้กสุดๆไปเลยล่ะแด๊ดดี้เจ้าก้อนวายร้ายในเสื้อฮู้ดสีชมพูอ่อนเอี๊ยมยีนส์ใช้สองมือกลมอวบของตัวเองกุมที่หน้าอกอย่างตื่นเต้น

นั่นซี่ คยอมก็จะได้ดูคุณโลมากระโดดแล้วเหมือนกัน อยากเจอคุณโลมาเร็วๆจังเลยน้าส่วนเจ้าก้อนลูกหมีก็ใช้มือทั้งสองข้างจับเข้าที่แก้มนุ่มนิ่มของตัวเองอย่างอดใจรอไม่ไหว รวมถึงสามพี่น้องจอมยุ่งที่เบาะหลังก็นั่งยุกยิกๆกับผู้ใหญ่ที่อยู่ด้วยกันอย่างไม่อยู่สุขเช่นกัน

 

การหาที่จอดรถในวันเสาร์กับสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้ค่อนข้างลำบากอยู่ไม่น้อย ใช้เวลาอยู่ราวๆสิบนาทีกว่าแจบอมจะถอยรถเข้าซองได้สำเร็จหลังจากขับรถวนหาที่จอดจนหืดแทบขึ้นคอ ก่อนจะช่วยกันปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วปล่อยให้พวกเด็กๆกระโดดลงจากรถด้วยใจที่เริ่มอยู่ไม่สุขมากยิ่งขึ้น

 

พี่จีนยอง ~ วันนี้แบมแบมหล่อไหม ?เมื่อลงจากรถแล้ว เจ้าก้อนผมปอยชมพูก็รีบถามไถ่ความคิดเห็นจากพี่ชายเพื่อนบ้านโดยหมุนตัวเองไปด้วยเพื่อให้ปาร์คจินยองสำรวจแฟชั่นที่ใช้เวลาเลือกกันอยู่พอสมควรบนตัวของตัวเองพี่จีนยองบอกให้แต่งตัวแบบหล่อๆนี่นา หล่อหรือยังฮะ ?

ฮื่อ หล่อสุดๆไปเลยล่ะและความน่าหมั่นเขี้ยวของเจ้าตัวเล็กตรงหน้าก็คงทำให้ปาร์คจินยองอดใจไม่ไหวจนบีบแก้มนุ่มๆของแบมแบมไปหนึ่งที

ก็ต้องหล่อซี่ แด๊ดดี้เลือกชุดนี้ให้พวกเราเลยน้า ใช่ไหมแด๊ดดี้ ? ยองแจนชอบชุดนี้ที่สุดเลย !”

 

เจ้าก้อนแก้มอวบฉีกยิ้มจนตาหยีพลางวิ่งเข้ามาจูงมือของแจบอมเพื่อจับจองที่ยึดเหนี่ยวสำหรับวันนี้ และนั่นก็ทำให้เกิดปัญหาแย่งชิงพื้นที่ของตัวเองกันยกใหญ่ จึงปิดบทสรุปด้วยการให้แจ็คสันขึ้นมาขี่คอตัวเอง ส่วนมืออีกข้างก็จูงแบมแบมไว้ ในขณะที่เจ้าก้อนมีเขี้ยวกับเจ้ามังเน่ลูกหมีก็ไปขอจูงมือปาร์คจินยองกันคนละข้างโดยที่อีกฝ่ายเองไม่ได้ปฏิเสธหรือมีสีหน้าลำบากใจอะไร เป็นอันจบสงครามขนาดย่อมของเด็กวัยอนุบาล

 

แด๊ดดี้ ~ ตรงนู้นมีหมวกรูปฉลามด้วยล่ะ !” เจ้าก้อนวายร้ายที่ยึดครองช่วงลำคอของแจบอมชี้ไปยังร้านขายหมวกรูปสัตว์บริเวณหน้าทางเข้าสวนสัตว์ที่มีหลายครอบครัวยืนลองหมวกให้ลูกหลานของตัวเองอยู่

อยากได้หมวกกันเหรอ ?

 

แจบอมพยายามเหลือบสายตาไปถามเจ้าตัวเล็กที่ใช้คางวางบนศีรษะของตัวเองอยู่ รวมถึงเด็กน้อยอีกสี่คนที่ดูจะสนใจไม่แพ้กัน แต่ถึงจะถามแบบนั้น พอเห็นว่าเจ้าตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆจับจ้องหมวกรูปสัตว์กันไม่วางตา แจบอมจึงต้องเดินเข้าไปบริเวณหน้าร้านในที่สุด ก่อนจะปล่อยให้พวกเด็กๆเลือกหมวกแบบที่ตัวเองอยากได้กันโดยที่ตัวเองมองอยู่ห่างๆ

 

เอาเถอะ นานๆมาที แถมค่าหมวกรวมกันยังถูกกว่าค่าตั๋วอีกน่า

 

คุณไม่สนใจซื้อใส่เองสักใบเหรอครับ ?และมนุษย์แว่นเสื้อชมพูที่ยืนอยู่ข้างกันก็เอ่ยถามเขาอย่างกวนๆ เห็นได้จากสายตาที่มีเลศนัยกับรอยยิ้มที่ไม่ว่าแจบอมจะมองอย่างไรก็ดูกวนจริงๆนั่นล่ะ

งั้นคุณก็ซื้อมาใส่ก่อนสิ ไม่แน่ว่าผมอาจจะใส่เป็นเพื่อนคุณก็ได้นะแจบอมตอบกลับไปด้วยเจตนาที่อีกฝ่ายก็คงดูออกว่าเขากำลังกวนประสาทอยู่เหมือนกัน

เด็กๆเรียกแล้วล่ะครับ คุณเข้าไปดูเถอะแต่ก็ต้องยุติสงครามประสาทไว้เพียงเท่านั้น เมื่อปาร์คจินยองพยักเพยิดหน้าไปทางเจ้าตัวแสบที่ยืนเลือกหมวกสัตว์กันอยู่ แจบอมจึงต้องปลีกตัวเข้าไปช่วยพวกเด็กๆเลือก โดยมีความคิดเห็นจากปาร์คจินยองคอยสนับสนุนเป็นระยะๆ

 

ไม่ว่าจะเป็นหมวกฉลามของแจ็คสัน หมวกโคอาล่าของยองแจ หมวกหมาป่าของมาร์ค หมวกช้างของแบมแบม และหมวกปลาการ์ตูนของยูคยอม ทุกใบล้วนถูกสวมลงศีรษะของเจ้าก้อนปุ๊กลุกในชุดเอี๊ยม สีหน้าที่ดูมีความสุขของเด็กน้อยทั้งห้าคนที่กระโดดโลดเต้นไปมาเมื่อได้รับของชิ้นใหม่ทำให้สองผู้ใหญ่ที่ยืนมองอยู่ได้แต่อมยิ้มไปตามๆกัน

โซนแรกที่พวกเขาเดินมาถึงคือบริเวณจัดแสดงสัตว์บกทั่วไปและสัตว์ปีก เริ่มจากนกฟลามิงโก้ตัวสีชมพูที่ทำให้พวกเด็กๆแตกตื่นอยู่พอสมควร ไล่มายังหนูยักษ์ตัวมหึมาที่เขาแอบเห็นว่าปาร์คจินยองเดินหลบออกไปห่างๆด้วย มาจนถึงโซนสัตว์ปีกอย่างกรงนกหลากหลายสายพันธุ์ขนาดใหญ่ที่ส่งเสียงดังอึกทึกไปทั่วบริเวณที่จัดแสดง

 

รู้แล้วว่าดีใจมากที่ได้เจอ(พญา)นกเหมือนกัน ไม่ต้องส่งเสียงต้อนรับกันอย่างอบอุ่นก็ได้ เขิน !

 

คุณหมีตัวใหญ่จังเลยน้าและสถานที่ต่อมาก็คือโซนของหมีหมากับหมีควาย ซึ่งแจบอมกับจินยองต้องคอยอุ้มให้พวกเด็กๆมองเห็นสิ่งมีชีวิตตัวโตไปด้วยเนื่องจากมีกำแพงที่สูงมากกักบริเวณพวกหมีเหล่านี้เอาไว้ดูดุจังเลย ไม่เห็นใจดีเหมือนที่พวกเราเคยดูในการ์ตูนเลยอ่า

อย่าดิ้นสิแบมแบมแจบอมกระชับเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น

มาร์ค อย่ายื่นหน้าเข้าไปขนาดนั้นนะ มันอันตรายปาร์คจินยองก็ดูท่าว่าจะเจอปัญหาไม่ต่างกันเพราะมาร์คพยายามยื่นหน้าเข้าไปดูหมีในคอกให้ได้ใกล้ชิดที่สุด

 

หลังจบจากคอกหมี ก็เดินต่อไปยังคอกช้างที่พวกเด็กๆดูจะชอบใจเป็นพิเศษเมื่อช้างเอเชียที่ดูใจดีส่งงวงเข้ามาทักทายตัวเอง แล้วก็เป็นโซนจัดแสดงสัตว์จากแอฟริกา และในที่สุดคนแรกที่สามารถสานฝันของตัวเองได้สำเร็จก็คือเจ้าก้อนแก้มอวบที่วิ่งปรี่เข้าไปหยุดอยู่หน้ากรงยีราฟทันที

 

อ๋า ~ คุณยีราฟ ~ร่างกลมก้อนกระโดดอย่างชอบอกชอบใจเมื่อได้เจอสัตว์ที่ตัวเองอยากเห็น ยีราฟตัวสูงลิ่วในเวลานี้ยิ่งทำให้ยองแจกลายเป็นมนุษย์ก้อนไซส์จิ๋วเข้าไปอีกจนแจบอมได้แต่มองอย่างขำๆ ดูซี่ คุณยีราฟตัวซู้ง ~ สูง สวัสดีคุณยีราฟ ยองแจนชื่อยองแจนน้า ~

อุหวา คุณยีราฟตัวสูงจริงๆด้วยอ่ะ

คุณยีราฟคอย้าว ~ ยาว เหมือนในเรื่องมาดากัสการ์เลย ม้ากคึจำได้น้า

 

เพราะเห็นว่ายองแจอยากเจอยีราฟเป็นพิเศษ แจบอมจึงจับเจ้าก้อนแก้มอวบให้ขึ้นมาขี่คอตัวเอง (ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่พ่อเคยทำให้เขาตอนเด็กๆ) เพื่อให้ได้เห็นยีราฟตัวสูงในมุมมองที่ดีขึ้น ถึงจะมีตกใจอยู่บ้างที่เจ้ายีราฟก้มคอลงมาทักทายจนแจบอมต้องเดินถอยหลังหลบอย่างหวาดๆ แต่ยองแจที่ได้เห็นสัตว์ในฝันของตัวเองก็ยังคงยิ้มร่าอย่างมีความสุขอยู่ดี

 

ทำไมคุณไม่ถ่ายรูปให้เด็กๆเป็นที่ระลึกล่ะครับ ?ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเสนอความคิดบางอย่างที่แจบอมเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันขึ้นมา เนื่องจากเขาไม่ชอบถ่ายภาพเท่าไหร่นักยองแจคงดีใจน่าดูเลยนะครับ ถ้าได้มีรูปตัวเองคู่กับยีราฟน่ะ

ก็เข้าท่านะ…” แจบอมพยักหน้าเบาๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ยองแจ ยืนอยู่เฉยๆนะ แล้วก็อยากทำท่าอะไรก็เต็มที่เลย

 

ช่างภาพจำเป็นในเวลานี้ออกปากสั่งเจ้าตัวเล็กในเสื้อฮู้ดสีเหลืองให้ยืนถ่ายรูปคู่กับยีราฟ ภาพเด็กน้อยตัวจิ๋วกับยีราฟตัวสูงลิ่วในโทรศัพท์ของแจบอมทำให้ยองแจออกปากร้องอย่างดีใจ ก่อนที่แจบอมจะสั่งให้พวกเด็กๆไปยืนรวมกันอีกรอบเพื่อถ่ายภาพรวมกับยีราฟอีกภาพเป็นที่ระลึก โดยมีเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดยืนมองอยู่ใกล้ๆกันอย่างเอ็นดู

 

โฮก !!!! ’

 

หวา !” เสียงคำรามของสิงโตที่ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงอุทานเบาๆบวกกับแรงกระแทกขนาดย่อมๆจากด้านหลังของตัวเองทำให้แจบอมหันไปตามต้นเสียงและแรงสัมผัส ก่อนจะพบว่าปาร์คจินยองกำลังยืนถอยกรูดออกจากกรงสิงโตที่อยู่ถัดจากกรงยีราฟไปไม่ไกลนักด้วยท่าทีตื่นตระหนกจนกระทั่งมาชนแผ่นหลังของเขานั่นเองอ๊ะ ! ขอโทษนะครับคุณแจบอม ผมไม่รู้ว่าข้างหลังตัวเองมันมีกรงสิงโตอยู่น่ะ

ไม่เป็นไรหรอกคุณ ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน ขืนกลายเป็นอาหารให้สิงโตขึ้นมาผมไม่รู้ด้วยนะแจบอมหยอกไปขำๆ แน่นอนว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมาก็คือสายตามองแรงตามคาดนั่นแหละ

อุหวา ~ สิงโตของจริงเลยอ่ะ !” ส่วนเจ้าก้อนกลมๆทั้งห้าที่เพิ่งลาจากยีราฟมาก็ต้องรวมตัวเข้าหากันเป็นก้อนโมจิทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าพญาราชสีห์ประจำสวนสัตว์ น่ากลัวจังเลย

อย่าเข้าไปใกล้กรงสิงโตมากนะแจบอมค่อยๆดึงกระจุกก้อนโมจิให้ออกมาอยู่ห่างจากกรงสิงโต ยิ่งอ้วนกลมอุดมสมบูรณ์กันอยู่ แถมเนื้อนุ่มนิ่มของเด็กคงจะถูกปากสิงโตไม่น้อย ก็เลยต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเมื่ออยู่ในโซนนี้

 

และในโซนถัดไปก็ยังคงเป็นสัตว์จำพวกผู้ล่าเช่นเดียวกันอย่างเสือ ไม่ว่าจะเสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ รวมถึงลูกเสือของทางสวนสัตว์ที่ทำให้เจ้าเปี๊ยกตัวกลมยังคงกอดกันเป็นก้อนโมจิด้วยความหวาดกลัว แต่ดวงตากลมโตก็ยังแฝงไปด้วยความตื่นเต้นที่ได้พบเจอสัตว์ในโทรทัศน์แบบตัวเป็นๆอยู่ดี

ถัดจากโซนแสดงเสือก็เป็นกรงลิงขนาดมหึมา ทั้งอุรังอุตัง ทั้งกอริลล่า (ที่พอพวกเด็กๆเห็นแล้วก็พากันพูดขึ้นมาว่า ลุงผัก ทันที เดาไม่อยากเลยว่าเจ้าตัวแสบหมายถึงใคร) แล้วก็เป็นจำพวกกวาง เก้ง วัวแดง แรด นกยูง อีกทั้งพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กอย่างลิง ค่าง จนกระทั่ง

 

ม้ากคึตาโตเหมือนคุณกระต่ายเลย !” เจ้าก้อนผมปอยชมพูที่นั่งจ้องกระต่ายสลับกับพี่ชายคนโตทักขึ้นมา โดยมีพี่น้องอีกสามคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ไม่เห็นจะเหมือนเลย ม้ากคึไม่เหมือนคุณกระต่ายนะ !” เจ้าก้อนผมแดงส่ายหัวดิ๊กๆไม่ยอมรับในสิ่งที่พี่น้องของตัวเองพูด

เหมือนซี่ ~ ไม่เชื่อม้ากคึลองทำแก้มป่องแบบนี้นะเจ้าลูกหมีตัวโตทำท่าพองแก้มอมลมจนแก้มโต ส่วนมาร์คก็ทำตามด้วยความอยากรู้เช่นกัน

จริงด้วย ! ม้ากคึเหมือนคุณกระต่ายเปี๊ยบเลย คุณกระต่ายแก้มเหมือนม้ากคึเลยอ่ะ !” แจ็คสันยืนกรานอย่างมั่นใจ นั่นทำให้เจ้าก้อนพี่ใหญ่ได้แต่ทำปากจู๋อย่างขัดใจเมื่อถูกเปรียบเทียบให้เป็นสัตว์ตัวเล็กน่ารักซึ่งขัดใจเจ้าตัวอยู่ไม่น้อย

งือแด๊ดดี้ ม้ากคึไม่เหมือนกระต่ายสักหน่อยน้า ใช่ไหมแด๊ดดี้ ?

ไม่เห็นจะเป็นไรเลยนี่ มันก็ดูดีไม่ใช่เหรอ ?เขาก็ไม่รู้หรอกว่าเจ้าเปี๊ยกผมแดงดูเหมือนกระต่ายมากน้อยแค่ไหน จึงพยายามตอบออกไปแบบให้เป็นกลางที่สุด

จะว่าไปแล้ว พี่จีนยองก็เหมือนคุณกระต่ายเหมือนกันน้าส่วนยองแจที่ยืนมองเจ้ากระต่ายขาวแก้มกลมแทะแครอทสลับกับพี่ชายเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆกันก็พูดขึ้นมาบ้าง

หืม ?ปาร์คจินยองทำหน้าอย่างสงสัยปนตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น พี่ไม่เห็นจะเหมือนกระต่ายตรงไหนเลย ยองแจอย่าแกล้งพี่สิ

พี่จีนยองเหมือนคุณกระต่ายจริงๆน้า เชื่อยองแจนซี่เจ้าก้อนแก้มอวบว่าก่อนจะหันขวับมาหาแจบอมที่ยืนมองกรงสล็อตอยู่ ถ้าไม่เชื่อก็ถามแด๊ดดี้ดูซี่ แด๊ดดี้ ~ แด๊ดดี้ว่าพี่จีนยองเหมือนคุณกระต่ายไหม ?

หา ?คนถูกถามที่ยืนอยู่หน้ากรงสล็อตขมวดคิ้วเป็นปมทันทีเมื่อได้ยินคำถามดังกล่าว พลางมองหน้าผู้ถูกเปรียบเทียบทั้งสองชีวิตอย่างหนักใจ

ตอบไม่ดีมีเรื่องนะครับเป็นครั้งที่สองของวันที่เขาถูกปาร์คจินยองข่มขู่ว่าจะใช้กำลัง แต่พอมาคิดๆดูแล้ว ไม่ว่าจะตอบแบบไหนเขาก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่องไม่ใช่หรือไงล่ะว้อย !

 

ถ้าตอบว่าไม่เหมือนก็โดนเจ้านายงอนไง แต่ถ้าตอบว่าเหมือนก็โดนเพื่อนบ้านข่มขู่ทำร้ายร่างกายไว้อีก อิมแจบอมขอลี้ภัยไปอยู่ในกรงสล็อตสักพักได้ไหมล่ะ ?

 

ไปดูโคอาล่ากันเถอะแจบอมจึงรีบหาทางเอาตัวรอดด้วยการจูงมือมนุษย์ก้อนอีกสี่ชีวิตที่เหลือออกจากพื้นที่ดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของตัวเองทันที ส่วนคำถามของยองแจเขาจะทำเป็นเมินไปก็แล้วกัน

 

แต่ถ้าจะให้ตอบแบบตรงๆแล้วล่ะก็ มองยังไงปาร์คจินยองก็ไม่ได้มีความเหมือนกระต่ายสักนิด เพราะสิ่งที่เขาคิดไว้ในหัวจริงๆก็คือ เพื่อนบ้านคนนี้ของเขาน่ะ ถ้าให้เปรียบเทียบเป็นสัตว์สักตัวในสวนสัตว์แล้ว เขาว่าปาร์คจินยองจะยังดูเหมือนเจ้าตัวนี้มากกว่าเสียอีก

 

ดูซี่ ! กิ้งก่าเปลี่ยนสีแล้วล่ะ !” นี่ต่างหากที่เหมือนของจริงยิ่งยืนมองกิ้งก่าเปลี่ยนสีด้วยตาของตัวเองแบบนี้แล้ว มองยังไง้ ยังไงก็เหมือนเวลาปาร์คจินยองเปลี่ยนอารมณ์ไปมายังไงล่ะ

 

ช่วยๆกันเหยียบไว้ด้วยล่ะ อย่าไปฟ้องหมอนั่นนะ !

 

คุณคงไม่ได้กำลังคิดว่าผมเหมือนกิ้งก่าหรอกใช่ไหม ?แต่ขอโทษ คนข้างๆเขาคงจะมีหูทิพย์ไม่ก็จิตสัมผัสอย่างแน่นอน พอโดนทักเข้าแบบนี้เขาก็ขนลุกเกรียวขึ้นมาเฉยเลย

คิดมากไปมั้งคุณ

หน้าตาคุณมันฟ้องน่ะ ว่ากำลังนินทาผมอยู่ว่าแล้วอีกฝ่ายก็ส่งสายตาค้อนวงโตมาให้แจบอมอีกรอบ บวกกับปากเล็กๆของเจ้าตัวที่ยู่อย่างขัดใจ อีกทั้งแก้มที่อมลมจนพองอีกเล็กน้อยจนดูเหมือนเด็กๆไปอีกคนตามสบายเลยครับ อย่าให้ถึงทีของผมบ้างก็แล้วกัน

 

พูดจบอีกฝ่ายก็เดินจูงมือนำหน้ายูคยอมกับมาร์คนำหน้าไปยังกรงโคอาล่าทันที แต่ก็ไม่วายส่งสายตามองแรงใส่แจบอมอีกรอบด้วย ซึ่งไอ้สายตาที่อีกฝ่ายมองเขาเมื่อกี๊นี้น่ะ โคตรเหมือนตอนที่โนร่าลูกรักมองเขาเวลาลืมให้ข้าว (ต้องข้าวเท่านั้นนะ เพราะท่านไม่รับประทานอาหารแมว) แบบสุดๆ !

 

          ฉะนั้นเขาได้บทสรุปแล้วว่า ถ้าปาร์คจินยองนิสัยเหมือนกิ้งก่า หน้าตาก็คงเหมือนแมวมั้ง ?

 

            จบจากการเยี่ยมชมโคอาล่า ก็ได้เวลาตะลุยโซนของสัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในน้ำ ไม่ว่าจะเป็นจระเข้ที่ชวนให้เจ้าก้อนโมจิทั้งห้ายืนแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัวไปตามๆกัน ตามมาด้วยฮิปโปโปเตมัสในบ่อเลี้ยงขนาดใหญ่ที่ยูคยอมกับแบมแบมดูจะสนใจเป็นพิเศษจนแจบอมกับจินยองต้องช่วยกันอุ้มขึ้นมาเพื่อให้เจ้าตัวเล็กเห็นชัดๆ

 

            “ทุกคน ดูซี่ ! ตัวนั้นเหมือนยองแจนเลย !” เจ้าก้อนวายร้ายที่เดินนำหน้าพวกเขาไปหนึ่งสถานีเขย่งเท้าให้ศีรษะพ้นจากขอบบ่อ ก่อนจะใช้นิ้วกลมป้อมชี้ลงไปในบ่อน้ำบ่อหนึ่งซึ่งมีกระจกกั้นอยู่ในระดับเอวของแจบอม

            ไหนๆ คยอมขอดูด้วยซี่เจ้าลูกหมีผมน้ำตาลเขย่งเท้าขึ้นดูเช่นกัน อ๋า ! จริงด้วย เหมือนยองแจนสุดๆไปเลย !” และเมื่อยูคยอมยืนยันมาแบบนั้น แจบอมก็อดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าเข้าไปดูเจ้าสัตว์ที่ว่านั่นด้วยความอยากรู้อยู่ไม่น้อย

 

          นากเล็กเล็บสั้น ?

 

            งื้อ ! ไม่เห็นจะเหมือนยองแจนตรงไหนเลย !” เจ้าก้อนแก้มอวบเริ่มเบะปากเมื่อทุกคนให้การยืนยันว่าเจ้าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวน้อยที่นอนลอยตัวอยู่ในน้ำมีลักษณะเหมือนตัวเอง

            เหมือนจริงๆนะ ไม่เชื่อยองแจนลองดูซี่ !” ไม่พูดเปล่า แจ็คสันวิ่งเข้ามาลากเจ้าก้อนเบอร์สามให้เข้าไปดูนากเล็กเล็บสั้นในบ่อแบบชัดๆอีกด้วย เห็นม้า ~ เหมือนสุดๆ !”

            “ไม่เหมือนน้า !”

            “เหมือนซี่ ~

            ยองแจนบอกว่าไม่เหมือนก็ไม่เหมือนยังไงล่า !”

            “ยองแจนอย่าเถียงแจ็คสันซี่ คยอมก็บอกว่าเหมือนยองแจนนะ

            “แด๊ดดี้ พี่จีนยอง แจ็คสันว่ายองแจนอีกแล้วอ่า ฮือ…” สุดท้ายเมื่อสู้ใครไม่ได้ เจ้าก้อนแก้มอวบก็เริ่มหันมาพึ่งพิงผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆกันแทนแจ็คสันนิสัยไม่ดี ยองแจนโป้งแล้ว !”

            พี่ว่าคุณนากก็น่ารักนะยองแจ ลองดูดีๆสิว่าแล้วนักศึกษาหนุ่มก็อุ้มเด็กน้อยแก้มกลมขึ้นมาดูตัวนากในบ่ออีกครั้ง เห็นไหม น่ารักออก ยองแจก็น่ารักเหมือนคุณนากไง ใช่ไหมเด็กๆ ?ก่อนจะหันไปขอความคิดเห็นจากพี่น้องอีกสี่คนที่รัวพยักหน้าจนเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนเริ่มยิ้มออกอย่างดีใจเมื่อรู้แบบนั้น โดยมีเจ้าทาสผู้กลายเป็นอากาศยืนมองเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่เงียบๆ

 

          เหมือนยืนมองพวกคุณครูอนุบาลพาเด็กมาทัศนศึกษายังไงก็ไม่รู้วุ้ย

 

            โซนต่อมาที่พวกเขาเดินมาดูก็คือลานแสดงโชว์แมวน้ำของทางสวนสัตว์ โชคดีที่โชว์รอบล่าสุดที่กำลังจะทำการแสดงคือช่วงสิบเอ็ดโมงครึ่ง หรือก็คืออีกสิบนาทีต่อจากนี้ ที่นั่งเริ่มถูกจับจองโดยเด็กและผู้ปกครองเป็นจำนวนมากที่ทยอยเข้ามาในลานแสดงโชว์แมวน้ำ อัฒจรรย์แถวหน้าสุดซึ่งอยู่ติดรั้วและบ่อน้ำที่ว่างอยู่ตลอดทั้งแถวจึงกลายเป็นที่นั่งของเขาและพวกเด็กๆโดยทันที

            ตลอดเวลาสิบนาทีที่สิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่าแมวน้ำและครูฝึกออกมาทำการแสดงร่วมกันทำให้เด็กๆในลานแสดงตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่น้อย ส่วนแจบอมเองก็มีทึ่งอยู่บ้างกับความเชื่องของแมวน้ำที่ผ่านการฝึกมานานนับปี ไม่ว่าจะเป็นหมุนฮูลาฮูป เดาะลูกบอลชายหาด หรือโยนห่วง ทุกอย่างล้วนทำให้เจ้าเปี๊ยกที่นั่งเรียงแถวเกาะรั้วอยู่จ้องมองกันอย่างตื่นเต้น

           

            ซ่า !!!

 

            “ย้า !!” และการเปิดประสบการณ์ในสวนสัตว์ของพวกเด็กๆก็ได้เห็นอะไรที่เหนือความคาดหมายอีกครั้ง เมื่อครูฝึกแมวน้ำแกล้งโยนลูกบอลชายหาดมาใกล้ๆบริเวณที่พวกเขานั่งอยู่ เจ้าแมวน้ำตัวหนึ่งก็รีบว่ายมาเก็บลูกบอลตรงหน้าที่นั่งของพวกเด็กๆที่มีรั้วกันอยู่ หูวววววว ~ คุณแมวน้ำเท่จังเลย !”

 

แจบอมและจินยองพยายามกันไม่ให้เจ้าตัวเล็กทั้งหลายลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อไปยืนมองแมวน้ำบริเวณรั้วกั้น ถึงกระนั้นศีรษะกลมๆก็พยายามยืดคอไปดูแมวน้ำที่ว่ายเข้ามาใกล้ที่นั่งของตัวเองก่อนจะกลับไปยังลานแสดงตรงกลางเพื่อโชว์ต่อ ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเจื้อยแจ้วที่พูดคุยกันอย่างออกรสของพวกเด็กๆที่ได้เห็นอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก

 

คุณ เที่ยงแล้ว ผมว่าเราหาอะไรกินก่อนดีไหม ?หลังออกจากลานแสดงโชว์แมวน้ำ แจบอมก้มลงมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะหันไปถามอีกหนึ่งผู้ใหญ่ที่ยืนร่วมวงสนทนากับพวกเด็กๆอยู่ ยอมรับก็ได้ว่าเขาเริ่มหิวขึ้นมานิดหน่อยแล้ว

ก็ดีนะครับ ปาร์คจินยองพยักหน้า แล้วยืนดูแผนที่ของสวนสัตว์ในสูจิบัตรที่ได้รับมาตอนแสดงบัตรผ่านประตู โดยที่แจบอมก็ชะโงกศีรษะเข้าไปดูด้วยเช่นกัน ตอนนี้เราอยู่ลานแสดงแมวน้ำ ถ้าเดินไปทางซ้ายจะเป็นร้านอาหาร แต่ถ้าเดินตรงไปจะเป็นศูนย์อาหาร คุณสนใจอันไหนล่ะ ?

ที่ศูนย์อาหารน่าจะมีอะไรให้เลือกกินเยอะกว่านะ คุณคิดว่ายังไง ?

ผมไม่มีปัญหาครับ

 

เมื่อสรุปได้อย่างรวดเร็ว ศูนย์อาหารจึงกลายเป็นที่รองรับสองผู้ใหญ่กับมนุษย์ก้อนห้าชีวิต จาจังมยอน ข้าวผัดกิมจิ ชุดข้าวกล่องอาหารกลางวัน ข้าวหมูทอด สารพัดเมนูที่แจบอมพยายามเลือกเพื่อให้เด็กๆกินได้ง่ายที่สุดเมื่ออยู่นอกสถานที่แบบนี้ ถึงจะอยากพูดว่าโชคดีอยู่ไม่น้อยที่วันนี้เขามีผู้ช่วยคอยดูแลเจ้าตัวแสบอีกคนอย่างปาร์คจินยองก็จริง แต่พอสำนึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นพี่ชายเพื่อนบ้านที่มาเที่ยวด้วยกัน ไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กแล้ว เขาจึงอดเกรงใจคนที่กำลังเช็ดมือเช็ดปากให้พวกเด็กๆอยู่ไม่ได้

 

คุณกินไปเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเด็กๆเองแจบอมตัดสินใจบอกไปตรงๆเมื่อเห็นว่าข้าวในจานของอีกฝ่ายยังเหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่ง

ผมว่าคุณนั่นแหละที่ต้องกินก่อน ข้าวของคุณยังไม่ลดลงเลยนะเพราะต้องช่วยเด็กๆเป่าให้หายร้อนเอย คอยเช็ดปากที่เปื้อนซอสดำเอย ไหนจะต้องคอยดูเพื่อไม่ให้เลอะเทอะอีก แจบอมจึงไม่ได้กินข้าวเลยสักคำ

 

ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกับมื้อเที่ยงนอกสถานที่อันยากลำบากสำหรับคุณพ่อหนุ่มโสดลูกห้า ก่อนจะเริ่มเปิดสูจิบัตรดูแผนที่เข้าโซนอควาเรียมเพื่อพาเด็กน้อยตัวกลมไปสานฝันพบปะโลกใต้ท้องทะเลเป็นรายการต่อไป

 

ผมเพิ่งเห็นว่าก่อนถึงอควาเรียมมีโซนแสดงสัตว์ขั้วโลกด้วยล่ะครับนิ้วเรียวชี้เข้าที่สัญลักษณ์รูปหิมะซึ่งเป็นส่วนจัดแสดงสัตว์ที่มาจากขั้วโลก ส่วนแจบอมที่ไม่ค่อยประสีประสาอะไรทำนองนี้มากนัก (ยอมรับตามตรงว่า ถ้าเขามาคนเดียว ก็คงพาเด็กๆเดินไปเรื่อยๆนั่นแหละ เจออะไรก็แวะดูไปเดี๋ยวมันก็ครบเอง) ก็ยื่นหน้าเข้าไปดูแผนที่แล้วพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

งั้นเราแวะโซนนั้นก่อนก็ได้ ไหนๆก็มาแล้ว ดูให้หมดทุกอย่างไปเลยถึงจะเป็นตั๋วฟรีแต่ก็ต้องเก็บเกี่ยวให้คุ้มทุกอย่างอยู่ดี เพิ่งจะเที่ยงห้าสิบ มีเวลาเหลือเฟือ

เด็กๆ ไปดูคุณเพนกวินกับคุณหมีขาวกันเถอะ

ที่นี่มีคุณเพนกวินด้วยหรอพี่จีนยอง ? เจ้าก้อนผมแดงถามอย่างตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อสัตว์ประเภทหนึ่ง

ฮื่อ เท่าที่อ่านใบนี้ดูเขาบอกว่ามีเพนกวินกับหมีขาวน่ะ

คุณหมีขาว !! ไปซี่ ! คยอมอยากเห็นคุณหมีขาวจังเลยฮะ

 

ว่าแล้วก็พากันจูงมือเดินนำเข้าโซนจัดแสดงสัตว์ขั้วโลกโดยมีคุณพ่อลูกห้าเดินตามหลังไปแบบงงๆ อากาศที่ค่อนข้างเย็นกว่าปกติในห้องจัดแสดงทำให้แจบอมตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ตู้โชว์ขนาดมหึมาที่ถูกเนรมิตให้เป็นขั้วโลกจำลองซึ่งกินพื้นที่ไปประมาณครึ่งห้อง ด้านในกระจกมีเพนกวินประมาณเจ็ดแปดตัวเดินดุ๊กดิ๊กไปมา โดยที่เจ้ามนุษย์ก้อนจอมยุ่งก็ยืนมองกันด้วยความตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง

 

คุณเพนกวินกับคุณหมีขาวตัวจริงนี่นา !” นิ้วกลมป้อมของเจ้าก้อนยองแจชี้ไปยังเพนกวินที่กระโดดลงสระน้ำ น่ารักจังเลยน้า

ทุกคนดูซี่ แบมแบมเหมือนคุณเพนกวินไหม ?ส่วนเจ้าก้อนผมปอยชมพูก็เริ่มนึกสนุกใช้แขนแนบลำตัวแล้วเดินดุ๊กดิ๊กเลียนแบบเพนกวินอย่างน่ารักน่าชัง

ย้า ! แบมแบมเหมือนคุณเพนกวินสุดๆไปเลย !” เจ้าก้อนลูกหมีหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ก่อนจะวิ่งไปอยู่หน้าถิ่นของหมีขาวบ้าง คยอมเหมือนคุณหมีขาวไหม แฮ่ !” พลางทำท่ายกมืออ้าปากเป็นลูกหมีตัวกลมเรียกเสียงหัวเราะจากพี่ๆของตัวเองได้เป็นอย่างดี

คยอมเหมือนคุณหมีขาวมากเลยล่ะ !”

จริงด้วย แบมแบมก็เหมือนคุณเพนกวินเหมือนกันน้า

 

แจบอมที่เดินดูทั้งหมีขาวและเพนกวินสลับไปมาก็ได้แต่มองเจ้าตัวเล็กที่ยืนเลียนแบบสัตว์ทั้งสองชนิดอย่างนึกขันในท่าทีน่ารักน่าเอ็นดูตามวัยของพวกเด็กๆ ก่อนจะหันไปพบว่าเพื่อนบ้านที่มาด้วยกันกำลังยืนมองลูกหมีขาวตัวหนึ่งอยู่เงียบๆด้วยสีหน้าที่เขาพอจะดูออกว่าอีกฝ่ายคงคิดอะไรอยู่ในหัวไปด้วย

 

มีอะไรเหรอคุณ ?แจบอมเดินเข้าไปยืนข้างๆอีกฝ่ายที่จ้องมองลูกหมีขาวไม่วางตา

ไม่มีอะไรหรอกครับปาร์คจินยองตอบโดยที่ไม่ได้หันมามองเขาแต่อย่างใด แค่มองลูกหมีตัวเล็กๆแบบนี้แล้วก็อดสงสารไม่ได้น่ะครับ อายุนิดเดียวแต่ต้องมาอยู่ในที่แบบนี้ แย่จังเลยนะ

ก็จริง…” แจบอมพยักหน้าเบาๆ เพราะเป็นผู้ใหญ่เหมือนกันก็เลยพอจะเข้าใจความรู้สึกของอีกคนอยู่บ้าง ตอนเด็กๆเวลาดูสวนสัตว์เขาก็ไม่เคยคิดอะไรหรอก รู้เพียงแค่ว่าตื่นเต้นกับการได้เห็นสัตว์หลายชนิด แต่พอกลับมาดูอีกครั้งเมื่อมีอายุมากขึ้น ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลานั่นล่ะ ต่อให้มีคนดูแลดีแค่ไหนก็คงสู้ธรรมชาติดั้งเดิมไม่ได้อยู่ดี

ขอโทษนะครับคนตัวเล็กกว่าละสายตาจากลูกหมีขาวมามองคนข้างๆแทน ผมทำให้คุณกร่อยหรือเปล่า ?

ไม่หรอกคุณแจบอมส่ายศีรษะเล็กน้อย ตอนที่เดินดูก็ใช่ว่าผมจะไม่คิดแบบนี้เหมือนกัน แปลกดีที่ตอนเด็กๆผมตื่นเต้นเวลาเห็นสัตว์พวกนี้ แต่พอกลับมาดูอีกทีตอนเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันก็มีความรู้สึกสงสารเจ้าพวกนี้เพิ่มขึ้นมาด้วย

“…”

แต่สุดท้ายพวกเราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีร่างสูงว่า เพราะงั้นก็ลองมองแง่ดีก็แล้วกันว่าเจ้าพวกนี้ก็ทำหน้าที่มอบรอยยิ้มให้เด็กๆ บางทีมันก็คงมีความสุขในแบบของมันน่ะนะก่อนจะใช้นิ้วเคาะตู้กระจกที่มีหมีขาวอยู่ด้านในเบาๆ

ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะคิดอะไรแบบนี้เป็นกับเขาด้วยอย่างที่บอกไปว่าเขากับปาร์คจินยองคุยกันดีๆได้ไม่เกินสองนาทีหรอก

 

ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งยกตั๋วฟรีให้เขากับเด็กๆมานะ จะจับโยนลงบ่อฮิปโปจริงๆด้วย !

 

สงสัยผมคงอยู่กับเด็กมากไปมั้งแต่แจบอมก็ต้องโทษตัวเองด้วยเหมือนกันที่พักหลังมานี้ชักจะหัวใจคิตตี้ขึ้นทุกวัน

 

หลังจากปล่อยให้พวกเด็กๆยืนโคฟเวอร์เป็นเพนกวินกับหมีขาวจนพอใจแล้ว ก็ได้ถึงเวลาที่จะพาเจ้าตัวเล็กไปเปิดประสบการณ์โลกใต้ทะเลที่ทุกคนเฝ้ารอคอยกันเสียที นำโดยปาร์คจินยองที่เดินดูแผนที่นำทางเป็นคนแรก ส่วนแจบอมก็คอยจูงกระพรวนมนุษย์ลูกเป็ดในเสื้อฮู้ดเอี๊ยมยีนส์กับหมวกสัตว์นานาชนิดเดินตามหลังเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดต้อยๆ

 

อ๊า ! มีตุ๊กตาปลาวาฬตัวโต๊โตด้วย ดูซี่ !” มาร์คกระโดดหย็องๆพลางชี้หุ่นจำลองปลาวาฬขนาดมหึมาที่วางอยู่หน้าทางเข้าอควาเรียม ตามมาด้วยดวงตากลมโตทางห้าคู่ที่จ้องกันเป็นประกาย

ถ้าชอบก็ไปยืนกันตรงนั้นสิ เดี๋ยวฉันถ่ายรูปให้แจบอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะชี้แนะให้พวกเด็กๆไปยืนกันหน้าหุ่นวาฬเพชรฆาตที่อยู่หน้าทางเข้าอควาเรียม

คุณก็ไปยืนกับเด็กๆด้วยสิครับ เดี๋ยวผมกดถ่ายให้เองนักศึกษาหนุ่มเสนอขึ้นมา นานๆจะออกมาเที่ยวทั้งที ไม่มีรูปครอบครัวเก็บไว้คงน่าเสียดายแย่นะครับ

ปกติผมไม่ชอบถ่ายรูปน่ะแจบอมปฏิเสธไปตามตรง ขนาดไปเที่ยวแดกูกับเพื่อนเกือบหนึ่งสัปดาห์ ยังได้รูปที่มีแค่เท้าของตัวเองมาในโทรศัพท์สองรูปเท่านั้น รูปที่ได้จากเพื่อนก็เป็นรูปมุมเผลอหรือแอบถ่ายแทบทุกรูปอีกด้วย

แด๊ดดี้ มาถ่ายรูปกับพวกเราน้า ~แต่ในเมื่อนายท่านเดินมาบัญชาเองแบบนี้ มีหรือที่เจ้าทาสผู้ไร้ซึ่งอำนาจจะขัดได้อีก สุดท้ายจึงต้องฝากโทรศัพท์มือถือให้ปาร์คจินยองที่ยืนอยู่ด้วยกันทำหน้าที่เป็นช่างภาพแทน

พี่จะกดถ่ายแล้วนะ หนึ่ง สองคุณอย่าทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้มาถ่ายสิหลังจากจัดตำแหน่งการยืนการนั่งอยู่พักหนึ่งก็เริ่มฉีกยิ้มหวานโพสท่ากันสุดฤทธิ์ เว้นแต่เพียงผู้ใหญ่ซึ่งถูกเด็กๆรุมล้อมที่ถูกช่างภาพจำเป็นบ่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น

แล้วจะให้ผมทำหน้ายังไงล่ะคุณ ?

จะชูสองนิ้วหรือจะยิ้มจะอะไรก็แล้วแต่คุณเลย แต่อย่าทำหน้าดุๆแบบนั้นจะได้ไหม ?นี่ล่ะ ข้อเสียของการเป็นคนหน้าดุ เขาพยายามทำหน้าให้ดูเฉยที่สุดแล้วนะเว้ย ! “แค่ฉีกปากยิ้มนี่มันยากเหรอครับ แค่นี้เอง มันยากตรงไหนครับพูดจบก็เดินมายืนขมวดคิ้วตรงหน้าของเขา ก่อนจะใช้มือสองข้างดึงแก้มของตัวเองขึ้นให้ปากขึ้นรอยยิ้มราวกับสาธิตวิธีการฉีกยิ้มให้เขาจนดูเหมือนคุณครูสอนเด็กอนุบาลอยู่ก็ไม่ปาน

คิดว่าทำแบบนั้นแล้วตัวเองดูน่ารักเหมือนเด็กอายุสิบห้าเหรอคุณ ?แต่พอเห็นอีกคนทำตัวเป็นเด็กดึงแก้มตัวเองแล้วแจบอมก็อดหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้ดื้อๆ อายุจะเหยียบเลขสามพอๆกันยังจะมาเล่นอะไรแบบนี้อีก ให้ตายสิ !

 

แต่จะไม่เถียงก็ได้ว่าปาร์คจินยองหน้าตาดูเป็นมิตรแถมดูเด็กกว่าเขาเยอะ พอใจยัง !

 

ผมขอให้คุณโดนจระเข้ลากลงบ่อนะครับรอบนี้นอกจากจะมองแรงใส่แล้วยังมอบคำสาปมาให้เขาอีกด้วย เร็วเข้าเถอะครับ บ่ายโมงกว่าแล้วนะคุณ เดี๋ยวมีเวลาเดินดูอควาเรียมแค่นิดเดียวนะ

 

แชะ !

 

ภาพถ่ายที่ถูกกดบันทึกโดยปาร์คจินยองทำให้เจ้าเปี๊ยกตัวกลมชอบอกชอบใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าใบหน้าของแจบอมมันออกจะนิ่งเฉยเกินไปหน่อยก็ตาม แต่จะว่าอะไรคนถ่ายก็ไม่ได้เพราะเป็นตัวเขาเองที่ทำหน้าแบบนั้น

แล้วก็ถึงเวลาที่พวกเด็กๆต่างรอคอยในที่สุด ภายในโซนจัดแสดงสัตว์น้ำที่เย็นเฉียบกับตู้ปลานับสิบตู้ที่แยกสายพันธุ์กับแหล่งที่มาของแต่ละประเภทไว้ชัดเจน รวมถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ทางพิพิธภัณฑ์ทำป้ายไว้ให้เป็นเกร็ดความรู้สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลได้อ่านทำให้แจบอมกับจินยองยืนมองปลาในตู้สลับกับอ่านข้อมูลไปพลางๆ

 

นีโม่ ~ส่วนเหล่านายท่านตัวน้อยก็พากันวิ่งไปยังตู้จัดแสดงปลาการ์ตูนอย่างตื่นเต้นเมื่อได้พบกับตัวละครในแอนิเมชั่นชื่อดังที่ทำให้ชื่อเรียกของปลาการ์ตูนเปลี่ยนไปโดยปริยาย นีโม่ตัวจิ๊ดเดียวเองอ่า แต่ว่าน่ารักจังเลยน้า

วันนี้คยอมใส่หมวกนีโม่ที่แด๊ดดี้ซื้อให้ด้วยน้า สวัสดีคุณนีโม่ คยอมชื่อคยอมน้าเอ่ยทักทายปลาตัวน้อยไปพลางยื่นหมวกบนศีรษะไปติดกับตู้ปลาแล้วส่ายศีรษะดุ๊กดิ๊กไปมาอย่างน่าเอ็นดู

มีแอนีมะนีมะนีแอนิงือ เรียกยากอ่ะ !” เจ้าก้อนผมแดงที่เรียกชื่อแอนีโมนีไม่ได้เบะปากไปเล็กน้อย มีบ้านของนีโม่ด้วยล่ะ ดูซี่ !” จึงตัดปัญหาด้วยการเรียกแบบนั้นเสียเลย

ที่นี่จะมีดอรี่ไหมอ่ะ ? แจ็คสันอยากเห็นดอรี่ตัวจริงจังเลยน้าเจ้าก้อนวายร้ายออกปากถามหาอีกหนึ่งตัวละครคู่ขวัญของปลาการ์ตูนพลางหันศีรษะไปมาเพื่อมองหาเป้าหมายใหม่ของตัวเอง

ชอบปลาการ์ตูนกันเหรอเด็กๆ ?ผู้ใหญ่ผู้มาใหม่ก้มศีรษะลงมาดูตู้ปลาการ์ตูนท่ามกลางกลุ่มเด็กน้อยด้วยความสนใจก่อนจะเอ่ยถาม พี่ก็ชอบดูนีโม่เหมือนกันนะ

ฮื่อ ! พวกเราชอบนีโม่มากเลยน้า ดีใจที่ได้เห็นนีโม่ตัวจริงสุดๆไปเลยล่ะฮะ แล้วก็มีบ้านของนีโม่ด้วย เจ๋งสุดยอด !” พูดไปก็เขย่งเท้าดูปลาในตู้ไปด้วยรอยยิ้มจนแจบอมที่เดินเข้ามาร่วมวงทีหลังหลังจากเดินดูปลาไหลไฟฟ้ากับพวกปลาน้ำจืดอีกฝั่งเสร็จแล้วได้แต่อมยิ้มเบาๆ

ดูเหมือนจะถ่ายรูปได้แต่ห้ามเปิดแฟลชสินะงั้นแบมแบมไปยืนใกล้ๆตู้สิ เดี๋ยวฉันถ่ายรูปให้เจ้านายตัวกลมยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดีก่อนจะวิ่งไปเต๊ะท่าอยู่หน้าตู้ปลาการ์ตูนเพื่อให้เจ้าทาสบันทึกภาพแห่งความทรงจำเอาไว้ เอาล่ะ ข้างในยังมีปลาอีกเยอะเลย ไปกันต่อเถอะ

 

จากตู้ปลาน้ำจืด ไล่ไปจนถึงสัตว์ทะเลขนาดเล็ก เดินต่อมาเรื่อยๆจนถึงโลกจำลองมหาสมุทรด้านในที่เป็นตู้กระจกขนาดใหญ่มหึมาที่ถูกเนรมิตให้เป็นใต้ท้องทะเลอย่างสวยงาม ทั้งปลาหมึก ม้าน้ำ และสิ่งมีชีวิตที่เจ้าก้อนผมทองเพิ่งถามหาไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

 

ดอรี่ ~~เสียงใสเรียกชื่อของตัวละครในแอนิเมชั่นเรื่องเดียวกันพลางชี้ไปยังปลาขี้ตังเบ็ดฟ้าหางเหลืองที่ว่ายอยู่ในตู้ไปมา ดอรี่จริงๆด้วย ตัวจิ๋วเหมือนนีโม่เลย

ตรงนั้นมีม้าน้ำด้วย เหมือนที่พวกเราดูกันเมื่อเช้าเลยน้า เห็นไหม !”

ปลาหมึกย้า ~ ก

ม้ากคึ แบมแบมจำได้ว่าม้ากคึอยากเจอคุณแมงกะพรุนใช่ไหม อยู่นู่นไง !” นิ้วกลมป้อมชี้ไปยังตู้แยกสำหรับแมงกะพรุน ทำเอาเจ้าก้อนพี่ใหญ่ผมแดงตาโตปากอ้าก่อนจะวิ่งตรงดิ่งไปยังตู้โชว์แมงกะพรุนทันที

คุณแมงกะพรุนจริงๆด้วย ว้าว ~มาร์คกระโดดอยู่หน้าตู้โชว์แมงกะพรุนอย่างตื่นเต้น แด๊ดดี้ มาดูคุณแมงกะพรุนกับม้ากคึซี่ อยากลองจิ้มดูจังเลยน้า ต้องเด้งดึ๋งแน่ๆเลย

รู้สึกว่าเขาไม่ได้ห้ามถ่ายรูปแมงกะพรุน งั้นยืนอยู่เฉยๆนะ เดี๋ยวฉันถ่ายรูปให้จัดการบอกนายแบบตัวน้อยให้โพสท่ากับตู้แมงกะพรุนเสร็จสรรพแล้วจึงกดบันทึกไปอีกหนึ่งภาพเป็นที่ระลึกให้เจ้าตัวเล็กที่ยิ้มร่าจนเห็นเขี้ยว

อ๋า ! คุณเต่าตรงนี้เหมือนแจ็คสันเลยล่ะ !” ดูเหมือนว่าเจ้าก้อนแก้มอวบจะได้เวลาสะสางบัญชีกับเจ้าก้อนพี่ชายเบอร์สองเข้าแล้ว เมื่อยองแจวิ่งไปหยุดอยู่หน้าตู้ที่มีเต่าทะเลตัวใหญ่นอนอยู่

ฮึ้ย ! ไม่เห็นจะเหมือนตรงไหนเลย ยองแจนอย่ามั่วซี่ !” หากจะเปรียบเทียบเป็นคำอธิบายแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้ก็คงเป็นคำว่า กรรมติดจรวด กระมัง แจ็คสันเมื่อได้ยินแบบนั้นก็รีบวิ่งปรี่เข้าไปเถียงกับเจ้าก้อนเบอร์สามทันที

เหมือนจะตาย ดูซี่ แจ็คสันกับคุณเต่าเหมือนกันเปี๊ยบเลย !”

ไม่เหมือน ไม่เหมือน ไม่เหมือน ~

เหมือน เหมือน เหมือน ~

แจ็คสันไม่คุยกับยองแจนแล้ว ฮึ่ย !” สุดท้ายเมื่อสู้น้องชายของตัวเองไม่ได้ เจ้าก้อนวายร้ายก็เดินเบะปากออกจากบริเวณดังกล่าวทันที โดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองคนยืนหัวเราะอยู่ห่างๆกับท่าทีของเจ้าตัวร้ายที่ถูกแกล้งคืน

 

และแล้วก็มาถึงวินาทีแห่งประวัติศาสตร์ของเด็กน้อยทั้งห้าคนที่ได้เข้ามายืนอยู่กลางอุโมงค์ปลาในส่วนของฉลาม มุมมองรอบด้านที่มีฉลามหลากหลายสายพันธุ์ว่ายอยู่เต็มพื้นที่ทำเอาเจ้าก้อนวายร้ายผู้มีปณิธานอันแน่วแน่ในการมาสำรวจฉลามวิ่งพล่านไปรอบๆด้วยความดีใจ สองมือกลมป้อมเท้ากับคอนกรีตข้างตู้เพื่อให้มองเห็นฉลามในระยะใกล้ที่สุดผ่านกระจกที่คุ้มกันอย่างแน่นหนา

 

ฉลาม ฉลาม ฉลาม ~~ เด็กน้อยผมทองผู้สวมหมวกฉลามวิ่งสลับข้างไปมาอีกทั้งยังมองดูด้านบนเมื่อมีฉลามว่ายผ่านศีรษะของตัวเองด้วย เจ๋งสุดๆไปเลย ดูซี่ !” แจบอมค่อยๆจับเจ้าตัวแสบขึ้นมาขี่คอตัวเองเพื่อให้มองเห็นฉลามจากด้านบนได้ใกล้ยิ่งขึ้น

น่ากลัวจังเลยงือ…” ส่วนแบมแบมที่เพิ่งคดีกับฉลามไปเมื่อเช้าก็รีบซุกหน้าเข้ากับต้นขาของพี่ชายเพื่อนบ้านที่ยืนลูบหลังปลอบไปพลางๆ

ดูฟันของฉลามซี่ แหลมๆเหมือนในการ์ตูนเลยน้า มาร์คเริ่มมาเกาะขอบคอนกรีตข้างๆแจ็คสันก่อนจะสำรวจฉลามไปกับน้องชายเบอร์สองด้วยความสนใจ

ผมเพิ่งรู้ว่าเขาทำอุโมงค์แยกสำหรับฉลามด้วยแจบอมกวาดสายตามองอุโมงค์ที่มีแต่ฉลามโดยเฉพาะก่อนจะพูดกับเพื่อนบ้านที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆกัน

ขืนเอาไปรวมกับปลาประเภทอื่นก็ได้กลายเป็นภัตตาคารสำหรับฉลามน่ะสิครับปาร์คจินยองว่า เดี๋ยวด้านในต่อจากนี้จะมีอุโมงค์ปลาน้ำจืด แล้วก็อุโมงค์ใต้ทะเลอีกอันด้วยนะ

ผมชักอยากรู้แล้วสิว่าที่นี่หมดงบประมาณการก่อสร้างไปเท่าไหร่พอนึกถึงว่ามีทั้งสวนสัตว์ ทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่กินพื้นที่ไปไม่น้อย สมองของสถาปนิกหนุ่มก็อดคำนวณนั่นนี่ขึ้นมาไม่ได้

เป็นเหตุผลว่าทำไมค่าตั๋วถึงแพงไงครับ ไหนจะค่าดูแลสัตว์พวกนี้อีกนะคุณนักศึกษาหนุ่มหัวเราะเบาๆกับท่าทีของสถาปนิกขี้สงสัยที่ตอนนี้เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเหมือนพวกเด็กช่างสงสัยอยู่ไม่น้อย จะบ่ายสองแล้ว ไปที่อุโมงค์ปลาน้ำจืดกันเถอะครับ

เอาล่ะ แจ็คสัน ยืนเฉยๆนะแจบอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง โดยรอให้มีจังหวะที่ฉลามตัวหนึ่งว่ายผ่านมาอย่างรู้หน้าที่ว่าเขาต้องการถ่ายภาพให้เจ้าตัวเล็ก รวมถึงภาพรวมของพวกเด็กๆอีกหนึ่งภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกแล้วจึงเดินทางข้ามไปยังอุโมงค์ถัดไป

 

ภายในอุโมงค์ปลาน้ำจืดซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงโชว์นักประดำน้ำให้อาหารเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนมากเท่าที่เห็นก็คือมาเป็นครอบครัว ไม่ก็มากันเป็นคู่ (บางทีแจบอมก็คิดน้า ว่ามาเดทกันหน้าตู้ปลานี่มันโรแมนติกเหรอ ?) บรรยากาศภายในอุโมงค์เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อร่างของนักประดาน้ำในชุดเต็มยศค่อยๆลงมาใต้น้ำ ก่อนจะเริ่มแจกจ่ายอาหารและเล่นกับฝูงปลาอย่างชำนาญ เรียกความสนใจจากเจ้าเปี๊ยกตัวกลมทั้งห้าที่ยืนมองด้วยความลุ้นระทึกปนอยากรู้อยากลอง

 

ถ้าโตขึ้นแล้วคยอมอยากมาดำน้ำเล่นกับปลาเหมือนพี่ชายคนนั้นจังเลยน้า

 

ถือว่าเป็นเด็กที่มีความฝันและอนาคตชัดเจนดี๊ !

 

จบจากการแสดงโชว์นักประดาน้ำ ก็ถึงสถานีสุดท้ายอย่างอุโมงค์โลกใต้ท้องทะเลก่อนจะปิดฉากการเยี่ยมชมสวนสัตว์และอควาเรียมในวันนี้ แม้ว่ายูคยอมจะเป็นคนเดียวที่ไม่มีโอกาสได้เห็นโลมาตามที่หวังไว้เนื่องจากโซนการแสดงโลมาปิดปรับปรุงอยู่ แต่เมื่อเห็นปลากระเบนที่ว่ายผ่านศีรษะของตัวเองแล้ว เจ้าก้อนลูกหมีก็มีเป้าหมายในการเยี่ยมชมรายใหม่ทันที และนั่นก็ทำให้ยูคยอมได้ภาพคู่กับปลากระเบนมาเป็นที่ระลึกแทน

 

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ถ่ายรูปรวมกับเด็กๆอีกสักภาพไหมครับ ?ในขณะที่ปล่อยให้เจ้าก้อนทั้งหลายยืนมองโลกใต้ท้องทะเลอยู่ ปาร์คจินยองก็เสนอขึ้นมา บางทีถ้าพวกเด็กๆโตขึ้นแล้ว เขาอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่ด้วยความรู้สึกแบบเดียวกันกับตอนนี้นะครับ

หืม ?แจบอมเลิกคิ้วอย่างฉงน ใช้เวลาประมวลอยู่ครู่หนึ่งจึงเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายซ่อนเอาไว้ เอาแบบนั้นก็ได้

คราวนี้ก็เลิกทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้ถ่ายรูปด้วยนะครับ

นี่ มาถ่ายรูปกันเถอะแจบอมส่งโทรศัพท์ให้เพื่อนบ้านชั้นเจ็ดก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับเหล่ามนุษย์ก้อนที่ยืนจ้องปลาในอุโมงค์กันอยู่

เย้ !” กระพรวนลูกเป็ดตัวกลมเริ่มเข้ามายืนโพสท่าถ่ายภาพร่วมกันอย่างรู้งาน พี่จีนยองก็มาถ่ายรูปกับพวกเราด้วยซี่ ~

ไม่เป็นไรหรอก พวกเราถ่ายกับคุณพ่อดีกว่านะ ช่างภาพจำเป็นตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบางๆ

ไหนๆก็อุตส่าห์มาด้วยกันแล้วนี่ งั้นถ่ายให้ผมเสร็จเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมถ่ายรูปคุณกับเด็กๆให้ก็แล้วกันแจบอมเองก็ไม่ได้แล้งน้ำใจถึงขั้นที่จะทำเหมือนว่าอีกฝ่ายเป็นคนนอกขนาดนั้น อีกอย่างที่พวกเขามาที่นี่ในวันนี้ได้ก็เป็นเพราะปาร์คจินยองด้วย

 

งั้นเดี๋ยวผมถ่ายให้ก็ได้นะครับ

 

ผู้ดูแลโซนอุโมงค์ใต้ทะเลที่ยืนเฝ้าสถานการณ์อยู่จากหน้าประตูทางเข้าเดินเข้ามาเสนอความช่วยเหลือให้กับช่างภาพจำเป็นที่ตั้งท่าจะกดถ่ายภาพอยู่

 

คือ…” นักศึกษาหนุ่มพยายามวางแผนที่จะปฏิเสธความช่วยเหลืออย่างนุ่มนวล

ไม่เป็นไรหรอกครับ มาเที่ยวกันเป็นกลุ่มแบบนี้ถ้าไม่มีภาพถ่ายรวมกันทุกคนก็น่าเสียดายแย่เลยนะครับ ผมมีหน้าที่ดูแลผู้เข้าชมทุกท่านอยู่แล้ว ยินดีช่วยเหลือครับ

เอ่อ…”

ไม่เป็นไรหรอกคุณ ไหนๆเราก็มาด้วยกันแล้วนี่ เด็กๆก็อยากถ่ายกับคุณด้วย มาเถอะ แจบอมเองก็พอดูออกว่าที่อีกฝ่ายมีท่าทีอึกอักไม่ใช่เพราะเกรงใจผู้ดูแล แต่คงกำลังคิดว่าไม่อยากมีส่วนร่วมในภาพแบบนี้มากกว่า จึงออกปากเรียกให้อีกฝ่ายมายืนร่วมเฟรมด้วยกัน

จะดีเหรอครับ ?

ดีซี่พี่จีนยอง มาถ่ายรูปด้วยกันน้า ~ยองแจรีบกอดแขนพี่ชายเพื่อนบ้านให้มายืนด้วยกันโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ตรงหน้าปฏิเสธอะไร

 

ภาพรวมของสองผู้ใหญ่ที่ยืนเก้ๆกังๆกันทั้งคู่กับเด็กน้อยห้าคนในชุดฝาแฝดหลากสีกับหมวกรูปสัตว์บนศีรษะถูกกดถ่ายโดยเจ้าหน้าที่ของทางอควาเรียม และเมื่อลองมาเช็คแล้วแจบอมจึงได้รู้ว่า พนักงานคนดังกล่าวไม่ได้กดถ่ายให้เขาเพียงแค่รูปเดียว แต่กดถ่ายรัวมาหลายสิบรูปจนเจ้าของโทรศัพท์ได้แต่จิ๊ปากอย่างนึกขัดใจ

 

ถ่ายรัวไปไหมล่ะเฮ้ย !?!

 

แต่จะมาไล่ลบตอนนี้ก็เสียเวลา แจบอมจึงยุติความคิดดังกล่าวไปก่อนแล้วเดินตามปาร์คจินยองกับกระพรวนลูกเป็ดทั้งห้าก้อนที่ยังคงเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับการทัวร์สวนสัตว์ตลอดทั้งวันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

 

ฟุดฟิดกลิ่นหอมจังเลยแล้วก็ยังเป็นเจ้าก้อนลูกหมีที่มีปฏิกิริยาไวกับของกินอยู่เสมอ จมูกน้อยๆที่ทำท่าดมกลิ่นฟุดฟิดอยู่พักหนึ่งราวกับหาสัญญาณของอร่อยทำให้แจบอมได้แต่มองตามอย่างขำๆ กลิ่นเหมือนขนมอร่อยๆเลย

ฮื่อ ! ยองแจนก็ได้กลิ่นน้าเจ้าก้อนแก้มอวบเข้าร่วมทีมสำรวจหาอาหารจากกลิ่นกับยูคยอม

แบมแบมเห็นแล้ว กลิ่นขนมมาจากร้านของพี่สาวคนนั้นแน่ๆเลยแบมแบมผู้เป็นตาวิเศษประจำกลุ่มชี้ไปยังร้านขนมที่ตั้งอยู่หน้าทางออกอควาเรียม

วาฟเฟิลกับสายไหม…” ส่วนผู้ใหญ่อีกคนก็ใช้แว่นให้เป็นประโยชน์ด้วยการเพ่งมองไปที่ร้านเพื่อดูเมนู สนใจไหมเด็กๆ ?

สนใจฮะ !!!” เพราะเดินสำรวจอควาเรียมกันมาสองชั่วโมงกว่า เจ้าตัวเล็กที่เริ่มหมดพลังงานจึงพยักหน้าเห็นชอบอย่างว่องไว ร้อนถึงเจ้าของกระเป๋าสตางค์ที่ต้องควักเงินออกมาซื้อของว่างให้พวกเด็กๆ รวมถึงจ่ายเหมาไปให้เพื่อนบ้านที่อยู่ด้วยกันไปด้วย

 

สายไหมก้อนโตในมือของแบมแบม มาร์ค และปาร์คจินยอง อีกทั้งวาฟเฟิลของเขาและเด็กๆอีกสามคนทำให้ต้องหาที่นั่งสำหรับจัดการกับของว่าง จนกระทั่งได้ม้านั่งว่างสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนสองตัวในการทิ้งตัวลงนั่งพักผ่อนหลังจากเดินมาตลอดทั้งวัน

 

จาจาอย่าจิ๊กสายไหมของแบมแบมไปเยอะซี่

อย่าขี้หวงซี่ ก็จะแบ่งวาฟเฟิลให้ไง เอ้า !”

ม้ากคึ ยองแจนขอลองหม่ำหม่ำสายไหมบ้างได้ไหม ?

อื้อ แต่ยองแจนต้องแบ่งวาฟเฟิลให้ม้ากคึด้วยน้า

คยอมก็อยากกินสายไหมด้วยอ่ะ งือ…”

งั้นยูคยอมกินของพี่ไหม ?

ฮะ ! คยอมจะแบ่งขนมให้พี่จีนยองด้วยเหมือนกันน้า

 

สิ่งมีชีวิตไซส์มินิทั้งห้ารวมถึงหนึ่งผู้ใหญ่ที่ดูจะเข้ากับเด็กได้ดีเสียจนชายหนุ่มผู้เป็นเจ้ามือสำหรับมื้อนี้ต้องนั่งกินวาฟเฟิลไร้ไส้อยู่ห่างๆคนเดียว ถึงจะพยายามเข้าใจว่าวาฟเฟิลเปล่าปราศจากไส้ของตัวเองมันคงจืดชืดจนพวกเด็กๆไม่ให้ความสนใจกันก็จริง

 

ใช่ซี้เจ้าทาสผู้นี้มันมีค่าแค่เวลาควักกระเป๋าสตางค์นี่ !

 

เครื่องบิน ~เจ้าลูกหมีที่เคี้ยววาฟเฟิลตุ้ยๆชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ปรากฏให้เห็นเครื่องบินลำหนึ่งบินผ่านน่านฟ้าจนเจ้าตัวเล็กพากันป้องตามองตามอย่างตื่นเต้น ส่วนยูคยอมที่เห็นเป็นคนแรกก็กระโดดลงจากม้านั่งวิ่งตามไปดูโดยที่ในมือยังคงถือขนมหวานแสนอร่อยอยู่

 

ตุ้บ !

 

ยูคยอม !!” เจ้าก้อนลูกหมีในหมวกปลาการ์ตูนที่ลงไปนอนกลิ้งกับพื้นทำเอาทั้งแจบอมและจินยองวิ่งพรวดเข้าไปในที่เกิดเหตุด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับพี่ชายทั้งสี่คนที่รีบตามเข้าไปเช่นกัน

อ๋า ! ฮือ…” เด็กน้อยจอมซุ่มซ่ามที่พลาดท่าล้มลงกับพื้นหลังวิ่งตามเครื่องบินบนท้องฟ้าเริ่มเป่าปี่ออกมา โชคดีที่เอี๊ยมยีนส์ช่วยป้องกันไม่ให้เข่ากระแทกพื้นจนเกิดบาดแผล

 

แต่ภาพอันน่าขบขันสำหรับสองผู้ใหญ่ก็เกิดขึ้น เมื่อยูคยอมพยายามยืดแขนตัวเองไปหยิบวาฟเฟิลที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น แจบอมจึงต้องรีบชิงตัดหน้าหยิบวาฟเฟิลเจ้าปัญหาขึ้นมาก่อน ส่วนแขนอีกข้างก็อุ้มเจ้าก้อนลูกหมีให้กลับไปนั่งบนม้านั่งตามเดิม

 

ยูคยอม ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม ?นักศึกษาหนุ่มเริ่มเช็คสภาพของยูคยอมที่คาดว่าไม่น่ามีอะไรร้ายแรง

ไม่ฮะ…” ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาจากความตกใจส่ายไปมาเบาๆ ก่อนจะหันมาสนใจขนมในมือของแจบอมแทน แด๊ดดี้ คยอมไม่ร้องไห้แล้วน้า คยอมขอกินขนมได้ไหม ?

นายกินมันไม่ได้แล้วนะยูคยอมแจบอมปฏิเสธที่จะยกขนมที่ตกพื้นให้เจ้าลูกหมี แต่ดูเหมือนว่ายูคยอมจะไม่เข้าใจเหตุผลของเขาเท่าไหร่นัก

ทำไมล่าแด๊ดดี้ ฮฮึก…” ตามมาด้วยการเป่าปี่อีกครั้งเมื่อคนเป็นพ่อไม่ยอมส่งขนมในมือให้ตัวเอง ดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำตาจ้องมองขนมหวานในมือของแจบอมไม่วางตาคยอมขอกินเถอะน้าแด๊ดดี้ น้าคยอมจะเป็นเด็กดี คยอมจะไม่ดื้อกับแด๊ดดี้เลยน้า

มันสกปรกนะ เมื่อกี๊นายทำมันหล่นลงพื้นไปแล้วแจบอมย่อตัวลงนั่งในระดับสายตาของยูคยอมก่อนจะอธิบายอย่างใจเย็น มันมีเชื้อโรคเยอะเต็มไปหมด ถ้านายกินเข้าไป เชื้อโรคที่ไม่ดีก็จะเข้าไปอยู่ในตัวของนายด้วย เข้าใจไหม ?

แต่ว่า…” แจ็คสันที่กระโดดขึ้นมานั่งข้างๆยูคยอมยกมือขึ้นราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง ถ้าขนมหล่นลงพื้น เชื้อโรคที่อยู่บนพื้นก็ต้องวิ่งหนีขนมซี่แด๊ดดี้ !”

จริงด้วย ! ไม่งั้นเชื้อโรคก็จะโดนขนมทับจนตายนะแด๊ดดี้ตามมาด้วยหน่วยสนับสนุนอย่างแบมแบมที่ทำเอาแจบอมแทบจะหลั่งน้ำตาเมื่อได้ยินทฤษฎีของเด็กสี่ขวบที่น่าจะเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนกับเขาไปแบบสุดโต่ง

 

วงการวิทยาศาสตร์และสาธารณสุขจะต้องพิจารณาแนวคิดนี้ใหม่นะรู้ยัง !?!

 

แจ็คสัน แบมแบม ขนมที่หล่นลงพื้นแล้วมันกินไม่ได้หรอกนะทว่า มีใครคนหนึ่งที่กำลังจะกลายเป็นฮีโร่ให้แจบอมในเวลานี้เข้าแล้ว จริงๆแล้วเชื้อโรคชอบขนมอร่อยๆแบบนี้มากเลย ถ้ามันเห็นขนมอร่อยๆมันก็ต้องอยากกินเหมือนพวกเราไงล่ะ แล้วมันก็จะกระโดดขึ้นมาเกาะบนขนม ทีนี้ขนมก็จะมีเชื้อโรคอยู่เต็มไปหมดเลยนะปาร์คจินยองเริ่มสาธยายอย่างยืดยาว (ด้วยทฤษฎีที่เขาว่าเจ้าตัวคงคิดขึ้นเองเพื่ออธิบายให้เด็กเข้าใจง่าย) ทว่า เจ้าก้อนปุ๊กลุกทั้งห้าคนกลับไม่ได้มีท่าทีเบื่อหน่ายแต่อย่างใด ซ้ำยังพยักหน้าเข้าใจกันอย่างรวดเร็วอีกด้วย

จริงหรอพี่จีนยอง งั้นขนมที่คยอมทำหล่นเมื่อกี๊ก็ต้องมีเชื้อโรคเยอะเลยใช่ไหม ?ยองแจที่เข้ามาร่วมวงฟังด้วยถามขึ้นด้วยสีหน้าหวาดๆ ถ้าให้แจบอมเดา เจ้าแก้มอวบคงจะจินตนาการภาพไปถึงไหนต่อไหนแล้วแน่ๆ

ใช่แล้วล่ะอีกฝ่ายรับคำเบาๆก่อนจะหันไปหายูคยอมที่มองวาฟเฟิลในมือเขาตาละห้อย งั้นยูคยอมกินสายไหมกับพี่ก็แล้วกันเนอะ

คยอมกินวาฟเฟิลสตรอว์เบอร์รี่กับม้ากคึก็ได้น้าดังนั้น คาบเรียนวิทยาศาสตร์ขนาดย่อมของอาจารย์ปาร์คจินยองจึงจบลงด้วยการที่แจบอมยังคงกลายเป็นมวลสารสถานะแก๊สเช่นเคย

 

แหมะ

 

แหมะ

 

ของเหลวสีแดงสดที่หยดลงมาบนวาฟเฟิลในมือของแจบอมทำให้ร่างสูงชะงักไปในทันที ยิ่งเหมือนเริ่มรู้สึกได้ถึงสัมผัสเปียกชื้นบริเวณริมฝีปากลากยาวมาจนถึงช่วงคางแจบอมจึงลองใช้มือปาดดู แล้วก็แทบผงะไปโดยทันทีเมื่อพบว่ามีคราบเลือดอยู่บนมือของตัวเองเล็กน้อย

 

คุณแจบอม !!! / แด๊ดดี้ !!!!!”

 

แต่หากถามว่าใครที่ดูจะตกใจมากกว่าเจ้าตัวก็คงจะไม่พ้นมนุษย์เด็กวัยอนุบาลทั้งห้าคนกับปาร์คจินยองที่ตะโกนเรียกเขาออกมาพร้อมกันด้วยท่าทีแตกตื่น ผิดกันกับแจบอมที่ไม่ได้ตกใจมากนักเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเองในเวลานี้เป็นเพียงเลือดกำเดาไหลเท่านั้น

 

แด๊ดดี้ ! ทำไมแด๊ดดี้ถึงเลือดออกล่า ! ฮือ…” เจ้ากระต่ายอ้วนตื่นตูมทั้งหลายเริ่มเข้ามารุมล้อมแจบอมที่อยู่บนม้านั่งแล้วบีบจมูกตัวเองเพื่อห้ามเลือด

คุณอยู่เฉยๆนะ เดี๋ยวผมไปซื้อน้ำแข็งมาประคบให้

ไม่เป็นไรหรอกคุณ บีบจมูกไว้แป๊บเดียวเดี๋ยวเลือดก็หยุดแล้ว ไม่ต้องลำบากหรอกน่าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูจะทำการใหญ่เกินกว่าเหตุ แจบอมจึงยกมือห้ามเอาไว้ก่อน

 

แด๊ดดี้ !!!!!!!! / เฮ้ย !!!!!!!!”

 

แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของตัวเองจะไม่ให้ความร่วมมือกับแจบอมสักนิดเดียว เมื่อเขาลองคลายแรงบีบบริเวณช่องจมูกออกแล้วพบว่า เลือดกำเดายังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ถึงจะไม่ได้ไหลลงมาอย่างหนักแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสักนิด

 

จะเลือดตกยางออกทั้งที ให้มันเกิดในสถานการณ์ที่เท่กว่านี้ไม่ได้ไง้ !?!

 

แด๊ดดี้เลือดไหลไม่หยุดเลย ฮือแด๊ดดี้…” เจ้าก้อนผมปอยชมพูรีบวิ่งเข้ามากอดขาคุณพ่อร่างสูงที่พยายามเช็ดเลือดบนใบหน้าของตัวเองอย่างลำบากลำบน อีกทั้งยังเริ่มเป่าปี่อย่างตกอกตกใจอีกด้วย

แด๊ดดี้ ! ฮือฮึก…” ไม่ต่างอะไรกับสี่พี่น้องที่เหลือที่พากันมาเขย่าร่างของแจบอมอย่างตื่นตระหนก แต่ก็พอจะเข้าใจว่าเจ้าตัวแสบคงจะตกใจกับคราบเลือดที่เลอะเทอะบนหน้าบนมือของตัวเองอยู่ไม่น้อยล่ะนะ

เด็กๆ พี่ขอทางนิดนึงนะทว่า สัมผัสเย็นเฉียบตลอดบริเวณช่วงจมูกจากผ้าขนหนูที่ห่อด้วยน้ำแข็งด้วยฝีมือของเจ้าเด็กแว่นที่แจบอมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปซื้อของแบบนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ วางไว้เฉยๆสักพักนะครับ

ฮื่อ…” เพราะความเย็นที่แผ่ซ่านบนใบหน้าทำให้แจบอมได้แต่นั่งเงยหน้านิ่งๆตามคำสั่งของเพื่อนบ้านโดยไม่ถามไถ่อะไรต่อ

ฮือแด๊ดดี้จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมพี่จีนยอง ฮึก…” ส่วนเจ้าก้อนแก้มอวบยังคงเป่าปี่ไม่หยุดด้วยความตกใจพลางสอบถามอาการจากคุณหมอเจ้าของไข้ชั่วคราวที่ยืนปฐมพยายามให้แจบอมอยู่

คุณพ่อเราไม่เป็นอะไรมากหรอกเด็กๆ ไม่ต้องห่วงนะ อีกแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายแล้วล่ะ

จริงๆนะพี่จีนยอง แด๊ดดี้จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมฮะ ?ยอมรับเลยว่าพอได้ยินพวกเด็กๆกระวนกระวายกันแบบนี้ เขาก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 

ทุกคน มาเล่นวิ่งไล่จับกันเถอะ ! ’

 

และมันก็รู้สึกดีจนน้ำตาจะไหลเมื่อได้ยินประโยคถัดมาจากเจ้าก้อนวายร้าย การละเล่นวิ่งไล่จับของพวกเด็กๆที่เริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากที่ปาร์คจินยองยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมาก ความตื่นตูมและการเป่าปี่อย่างหนักในตอนแรกก็หายวับไปกับตา เหลือเพียงมนุษย์ก้อนตัวแสบทั้งห้าที่เปลี่ยนไปเล่นวิ่งไล่จับบริเวณทางเดินที่เริ่มไม่มีคนตรงหน้าม้านั่งแทน

 

คอยดูเถอะ ขากลับจะจับโยนลงบ่อแมวน้ำให้หมด !

 

ขอโทษทีนะ ลำบากคุณอีกแล้วแจบอมเอ่ยปากบอกกับคนที่ยืนมองพวกเด็กๆอยู่ตรงหน้าตัวเอง

ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่อยากให้ที่นี่กลายเป็นสวนสัตว์มีประวัติ ก็เป็นเสียแบบนี้น่ะสิ ไอ้ที่เขาอยากจะพูดขอบคุณมันก็เลยปลิวหายไปหมดเลยไงล่ะ ! “ล้อเล่นครับ สงสัยอากาศจะร้อนเกินไป แถมคุณก็เป็นประเภทพักผ่อนน้อยด้วย คราวหน้าดูแลตัวเองหน่อยก็แล้วกันนะครับพูดไปก็ใช้ทิชชู่ชุบน้ำเช็ดเลือดบนหน้าของเขาไปโดยไม่มีท่าทีรังเกียจแม้แต่นิดเดียว

 

แล้วพี่จะยืนบื้ออยู่ทำไม เลือดกำเดาไหลก็หาอะไรมาอุดจมูกแล้วไปล้างเลือดในห้องน้ำสิ ! ’

มึงนั่งยังไงให้เลือดกำเดาไหลวะไอ้ห่_ เอาทิชชู่ยัดจมูกแล้วไปล้างหน้าไป๊ ! ’

 

สิ่งหนึ่งที่แจบอมพอจะรู้เกี่ยวกับร่างกายของตัวเองก็คือ เขาเป็นพวกเลือดกำเดาไหลค่อนข้างบ่อย อาจเป็นเพราะเขาใช้ชีวิตแบบผิดมนุษย์มนามาเป็นเวลาหลายปี ทั้งนอนเช้าเอย กินอาหารแช่แข็งบ่อยจนร่างกายขาดสารอาหารเอย แต่บางทีก็ดวงซวยซ้ำซ้อนเวลาเตะบอลกับเพื่อนหลังเลิกเรียนแล้วโดนลูกฟุตบอลอัดเข้ากลางหน้าอยู่หลายหนจนแจบอมค่อนข้างชินไปแล้ว

แต่พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นซ้ำๆ ก็มักจะมีภาพทับซ้อนเป็นข้อเปรียบเทียบให้แจบอมรู้สึกจี๊ดใจเล่นๆอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาโดนฟุตบอลอัดหน้าครั้งหนึ่งทำให้เลือดกำเดาไหลจนโดนเพื่อนหามออกมานอกสนามฟุตบอลแล้วก็เรียกแฟนรุ่นน้องของเขามาปฐมพยาบาลให้ แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาก็คือเสียงบ่นของเธอที่นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้วยังด่าเขาซ้ำอีก พอๆกับเพื่อนสนิททั้งสองตัวอย่างเจฮยองกับวอนพิลที่แค่ส่งทิชชู่มาให้แล้วก็ไล่ไปล้างหน้าในห้องน้ำ (แต่กับไอ้สองตัวหลังแม่งไม่เจ็บใจเท่ารายแรกไง !)

 

พอมาเจอแบบนี้แล้วแม่งก็นึกเจ็บใจแฟนเก่ากับเพื่อนตัวเองว่ะ

 

คุณแจบอม…”

“…”

คุณแจบอมครับ !”

หา !?!” ฝ่ามือที่ปัดผ่านหน้าแจบอมเบาๆจนเจ้าตัวสะดุ้งโหยงหลังจากนั่งเหม่ออยู่พักใหญ่ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อถูกปาร์คจินยองเรียกเสียงดังพร้อมหยิบห่อน้ำแข็งออกจากหน้าของตัวเองแล้ว

อย่าเพิ่งมาเหม่อตอนนี้สิครับ ผมตกใจหมด นึกว่าคุณเลือดออกจนน็อกไปแล้ว ใบหน้ายุ่งๆของคนที่อยู่เหนือศีรษะของตัวเองเนื่องจากยืนปฐมพยาบาลให้เขาอยู่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง โอเคหรือยังครับ ?

ผมว่าผมไม่เป็นไรแล้วล่ะแจบอมค่อยๆคลายแรงบีบที่จมูกออกอีกครั้ง และพบว่าเลือดภายในโพรงจมูกแห้งสนิทแล้ว ขอบคุณมากจริงๆนะคุณ ที่จริงไม่ต้องลำบากเช็ดหน้าผมให้ก็ได้ ผมว่าคุณไปล้างมือเถอะแจบอมมองหน้าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าในมุมสูงเหนือใบหน้าตัวเองก่อนจะเอ่ยปากบอก

 

แต่ว่าทำไมปาร์คจินยองจากมุมมองตรงนี้มันคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยหว่า ?

 

แจ็คสันอย่าขี้โกงซี่ คยอมแปะแจ็คสันไปแล้ว แจ็คสันก็ต้องมาเป็นคนวิ่งไล่นะ !ออ

แบร่ ~ แน่จริงก็จับให้ได้สิ

แจ็คสันอย่าแกล้งคยอมนะ ยองแจนไม่ยอมจริงๆด้วย ! ’

แจ็คสัน คยอม อย่าวิ่งกันเร็วซี่ เดี๋ยวก็หกล้มหรอกน้า

จาจา ข้างหน้า !! ระวังชนพี่จีนยองนะ !! ’

ย้าาาาาาาาา !!!!!!! ’

 

โคร้ม !

 

เฮ้ย !!!”

 

แรงกระแทกจากมนุษย์ก้อนวายร้ายที่แกล้งพี่น้องของตัวเองจนวิ่งไม่ยอมดูทางข้างหน้าชนเข้ากับด้านหลังของจินยองที่ยืนหันหน้าเข้าหาม้านั่งอย่างจัง เสียงหวีดร้องของเจ้ามนุษย์ก้อนตัวแสบทั้งห้าที่ดังออกมาอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นร่างของพี่ชายเพื่อนบ้านที่เสียการทรงตัวจนหน้าทิ่มลงไปตามแรงกระแทกของแจ็คสันที่ปะทะเข้ามาอย่างแรง

และถ้าพวกเด็กๆเห็นปาร์คจินยองกำลังหน้าทิ่มลงมาทางเก้าอี้ ก็แปลได้ว่าทิศทางที่ปาร์คจินยองกำลังจะร่วงลงมาใส่ก็คือตรงหน้าของแจบอมที่อยู่บนม้านั่ง ร่างของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดกับสีหน้าตื่นตระหนกของปาร์คจินยองในเวลานี้ทำให้ร่างสูงที่นั่งหันหน้าเข้าหาอีกฝ่ายเบิกตาโพลง พอดีกับภาพตรงหน้าที่ทำให้แจบอมเบิกตาโพลงเพราะในที่สุดเขาก็นึกสิ่งที่ตัวเองค้างคาใจได้เสียที

 

ปาร์คจินยองจากมุมนี้แม่งเป็นมุมเดียวกับเขาที่เห็นในฝันเมื่อคืนไงล่ะโว้ย !!!!

 

ภาพของปาร์คจินยองในฝันของแจบอมเมื่อคืนที่ร่วงลงมาจากบันไดแล้วพุ่งลงมาตรงหน้าของเขาที่ยืนอยู่ตรงบันได ในเวลานี้กำลังทับซ้อนกับภาพของปาร์คจินยองที่ถูกแจ็คสันวิ่งกระแทกเข้าด้านหลังแล้วพุ่งลงมาตรงหน้าของแจบอมซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างพอดิบพอดี ร่างสูงหลับตาปี๋เมื่อเห็นว่าใบหน้าของอีกฝ่ายเริ่มเข้ามาใกล้เข้ามากขึ้นเรื่อยๆ

 

เรื่อยๆ

 

ตุ้บ !

 

เดจาวูขนาดนี้ ฝันซ้อนฝันอีกแล้วเหรอวะ !?!

 

น้ำหนักตัวทั้งหมดของปาร์คจินยองที่ทิ้งลงมาบนตัวของแจบอมซึ่งกลายเป็นฐานรองรับอยู่บนเก้าอี้ทำให้ร่างสูงที่นั่งหลับตาปี๋ด้วยความหวาดเสียวอยู่ถึงกับร้องซี้ดด้วยความจุกเสียดแถวๆหน้าอกลากยาวมาตลอดบริเวณหน้าท้อง

 

เป็นฝันที่เจ็บปวดแบบสมจริงชิบหาย… ความรู้สึกเดียวกับตอนเกี๊ยวน้ำร่วงลงพื้นเลย

 

หากแต่สัมผัสแปลกๆบริเวณปลายจมูกของแจบอม อีกทั้งเสียงรอบข้างที่ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากตอนแรกสักนิดเดียวทำให้แจบอมค่อยๆลืมตาขึ้นมาทีละนิดเพื่อเตรียมตัวตื่นจากความฝันอันยาวนานหลังจากที่เขาฝันซ้อนฝันมาประมาณสองสามรอบ

ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของตัวเองทำให้แจบอมต้องเบิกตาโพลงอย่างสิ้นสติอีกครั้ง เพราะนอกจากตรงหน้าของเขาจะยังมีปาร์คจินยองในชุดเสื้อเชิ้ตสีชมพูอยู่เหมือนเดิมแล้ว สิ่งที่ชวนให้ร่างสูงเกิดอาการช็อกค้างไปอีกรอบก็คือใบหน้าของปาร์คจินยองในระดับเอชดีที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นนับตั้งแต่รู้จักกันมา

 

และ

 

จมูกมัน

 

“…”

 

สภาวะเดทแอร์ในแบบที่แจบอมสัมผัสได้ถึงความช็อกในระดับรุนแรงจากอีกฝ่าย เมื่อรวมเข้ากับความช็อกที่เกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว มันก็กลายเป็นหลุมอากาศแห่งความเงียบงันขนาดมหึมา ไม่ว่าจะใบหน้า ลำตัว รวมถึงภาพตรงหน้าที่แจบอมเห็นตอนนี้ ทุกอย่างล้วนถูกช็อตเอาไว้ให้อยู่ในความนิ่งงันจนแจบอมรู้สึกว่าร่างกายของเขามันชาไปหมด

 

ชนกัน

 

เหี้_ !!!!!!!!!

 

ความจริงที่ว่าใบหน้าเหรอหราของปาร์คจินยองมีระยะห่างกับเขาเพียงนิดเดียวไม่ได้เป็นข้อยืนยันที่ชัดเจนเท่ากับการที่จมูกของเขากับปาร์คจินยองชนกันอย่างจังจนไม่มีแม้แต่คำว่าช่องว่างเหลืออยู่สักนิดเดียวต่างหากที่ตอกย้ำให้แจบอมได้รู้ว่า ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความฝัน แต่กำลังเผชิญชะตากรรมอยู่ในโลกของความเป็นจริง

 

แขนแขนคุณน่ะ…”

 

แจบอมไม่รู้ว่าเขาใช้เวลาไปกับการช็อกสติหลุดอยู่นานเท่าไหร่ และไม่ได้รับรู้เลยว่าตอนนี้ตัวเขาเองและสถานการณ์รอบข้างเป็นอย่างไร กระทั่งเสียงแผ่วเบาติดไปทางตะกุกตะกักจนยากจะจับใจความของปาร์คจินยองที่เป็นฝ่ายผละใบหน้าให้ออกห่างจากเขาก่อนดังขึ้นพลางเหลือบสายตาไปยังด้านข้างลำตัวของตัวเอง และนั่นก็ทำให้แจบอมรับรู้ความจริงอันน่าตะลึงเข้าอีกหนึ่งข้อ

 

เป็นตัวเขาเองที่นั่งกอดเอวของปาร์คจินยองอยู่ !?!

 

เฮ้ย !!!!” และทันทีที่แจบอมรีบปล่อยแขนของตัวเองออกจากร่างของอีกฝ่าย ปาร์คจินยองก็รีบผละตัวเองออกห่างจากเขาโดยทันที ส่วนเจ้าเปี๊ยกตัวต้นเรื่องของเหตุการณ์ทั้งหมดก็เลิกเล่นวิ่งไล่จับแล้วกระโดดขึ้นมานั่งข้างๆแจบอมแทนผมขอโทษนะคุณ !”

ผมขอไปห้องน้ำสักเดี๋ยวนะครับ…” ปาร์คจินยองบอกไว้แค่นั้นก่อนจะวิ่งหายลับไปทันที ทิ้งไว้เพียงคุณพ่อลูกห้าที่นั่งมองตามด้วยสติที่ยังไม่ครบถ้วนนัก

 

ถึงจะบอกว่าเป็นโชคดีที่บริเวณลานว่างตรงนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมานั่งพักเพราะส่วนใหญ่ถ้าดูอควาเรียมเสร็จก็มักจะเดินวนออกไปทางสวนสัตว์ทันที แต่ก็ใช่ว่ามันจะดีไปทุกสถานการณ์อย่างตอนนี้ เขาไม่ได้สนใจเรื่องที่จะมีคนเห็นหรือไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ แต่สิ่งที่ทำให้แจบอมยังคงนั่งใจสั่นมาจนถึงตอนนี้ก็คือใบหน้าของปาร์คจินยองในระยะประชิดที่ยังติดตามาจนถึงสัมผัสที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับอีกฝ่ายต่างหาก

 

สิ่งที่เขาสรุปได้อย่างมั่นใจในตอนนี้ก็คือ เขาไม่ได้ฝันไป ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้คือเรื่องจริง

 

แจบอมนั่งขยี้ศีรษะพลางสูดหายใจเข้าออกให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ได้โดยเร็วที่สุด ความรู้สึกร้อยแปดที่เข้ามารบกวนในหัวของแจบอมเวลานี้ยิ่งทำให้ร่างสูงนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ อีกทั้งเรื่องน่ากังวลอีกมากมายที่ทำให้แจบอมเริ่มคิดไม่ตกว่าจะจัดการกับสถานการณ์นี้ด้วยวิธีไหน

 

เขานึกไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเข้าหน้ากับปาร์คจินยองในเวลานี้อย่างไรดี

 

 

เขารู้ว่ามันไม่ใช่คำว่าใจสั่นแบบตกหลุมรักหรือหวั่นไหวอะไรทั้งนั้น แต่เป็นรูปแบบของความรู้สึกผิดที่ปนเปไปกับความตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น หากเป็นคนที่สนิทกันมากอย่างเพื่อนผู้หญิงเขายอมรับว่าเคยมีแตะตัวกันบ้าง หรือกับเพื่อนผู้ชาย (รวมถึงเพื่อนสาวเทียม) ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เคยโดนสกินชิพ ทั้งกอดทั้งลูบไล้ตอนไปเข้าค่ายแล้วนอนเต็นท์เดียวกันเขาก็เคยมีประสบการณ์ชวนขนลุกมาแล้วทั้งนัน

 

แต่กับปาร์คจินยองมันไม่ใช่ เพราะแค่รูปแบบความสัมพันธ์มันก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแล้ว

 

แด๊ดดี้ ~ แจ็คสันเบื่อแล้วอ่า มาหาอะไรเล่นกันเถอะส่วนเจ้าก้อนวายร้ายตัวต้นเรื่องที่แจบอมอยากจะจับมาขยำเป็นก้อนกลมๆแล้วบีบให้จมมือก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของตัวเองสักนิดเดียว

 

ไม่เอาน่า มันเป็นอุบัติเหตุ อย่าไปพาลกับเด็ก --- แจบอมพยายามปลอบใจตัวเองไปแบบนั้น แต่ก็ใช่ว่าเขาจะทำเมินเฉยกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสียเมื่อไหร่ เขาไม่รู้หรอกว่าถ้าเป็นคนอื่นจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร อาจจะปล่อยผ่านไป หรือมองว่าเป็นเรื่องขำๆ แต่ไม่ใช่กับเขาแน่นอน สำหรับคนอื่นแล้วอาจมองว่าแค่จมูกแตะกัน ไม่ได้เกิดเหตุบังเอิญปากชนปากเหมือนพวกละครหลังข่าวทำไมต้องคิดอะไรเยอะแยะ

 

แล้วถ้าเขาบอกว่า มีแฟนมาหลายคน แต่อย่างมากที่สุดคือหอมแก้มล่ะ จะยังดูเป็นปัญหาเล็กน้อยอยู่หรือเปล่า ?

 

ผมว่าเรากลับกันเลยดีไหมครับ ?ทว่า ความคิดร้อยแปดพันเก้าที่ทำให้แจบอมกลุ้มใจในตอนนี้ถูกขัดขึ้นด้วยเสียงของคนที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำซึ่งมีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งหลบตาเขาตอนพูด ทั้งทิ้งระยะห่างตำแหน่งการยืน แล้วก็ยังดูกระอักกระอ่วนจนแจบอมเริ่มเกิดความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมาแล้วเหมือนกัน

 

เขาก็ยังไม่อยากโดนอีกฝ่ายเกลียดขี้หน้านะเว้ย !

 

กลับเลยก็ได้แต่ไม่ใช่แค่ปาร์คจินยองฝ่ายเดียวที่หลบหน้าเขา เอาจริงๆตอนนี้เขาก็ไม่กล้ามองหน้าอีกคนเหมือนกัน เอาล่ะ กลับกันเถอะ ก่อนจะหันไปบอกเจ้าก้อนตัวแสบทั้งหลายที่ยืนเล่นอยู่ใกล้ๆกันให้เดินตามมา

 

บรรยากาศในรถขากลับช่างเงียบสนิทผิดกับขามาโดยลิบลับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตุ๊กตาล้มลุกที่เบาะหน้าทั้งสองก้อนหรือเจ้าเปี๊ยกตัวกลมอีกสามก้อนด้านหลังก็ล้วนพากันนอนหลับคอพับไปหมด ภายในรถยนต์ที่มีเสียงเครื่องปรับอากาศคอยทำลายความเงียบอยู่เนืองๆ กระจกมองหลังถูกแจบอมใช้มองความเคลื่อนไหวของคนที่นั่งมองหน้าต่างอยู่ด้านหลัง เช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายรู้ทันว่าตัวเองกำลังถูกมองผ่านกระจก เมื่อดวงตากลมโตใต้กรอบแว่นจ้องมายังกระจกมองหลังที่สะท้อนออกมาเป็นคำตอบให้แจบอมรับรู้เช่นกัน

 

ตั้งแต่บังเอิญเจอแฟนเก่าคนล่าสุดที่ร้านหนังสือเมื่อปีที่แล้ว ก็ไม่เคยมีวันไหนที่แจบอมรู้สึกอึดอัดใจขนาดนี้มาก่อน

 

บางทีครั้งนี้เขาอาจจะอึดอัดมากกว่าตอนเจอแฟนเก่าด้วยซ้ำ

 

ตลอดระยะทางกลับคอนโดที่ไม่มีใครปริปากพูดออกมาแม้แต่คำเดียว เข็มขัดนิรภัยถูกปลดให้เจ้าตัวเล็กที่อยู่ในสภาพสะลึมสะลือ บทสนทนาระหว่างทางขึ้นห้องของเด็กน้อยตัวกลมที่ยังคงเกี่ยวกับการไปเที่ยวสวนสัตว์ในวันนี้ ซึ่งมันสามารถทำลายความเงียบระหว่างผู้ใหญ่อีกสองคนในลิฟต์ได้มากทีเดียว

แม้กระทั่งตอนที่แจบอมเดินออกจากลิฟต์ ก็ยังไม่มีบทสนทนาใดๆระหว่างเขากับปาร์คจินยองเกิดขึ้น มีเพียงคำร่ำลาที่อีกฝ่ายพูดกับเด็กๆเพียงเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าปาร์คจินยองจะทำทีเย็นชาหรือตีนิ่งใส่เขาจนเกินไป เพราะสุดท้ายคนในลิฟต์ก็ยังอุตส่าห์โบกมือให้เขาน้อยๆอยู่ดี แจบอมเองจึงทำกลับในท่าเดียวแล้วเดินเข้าห้องของตัวเองในที่สุด

สี่ชั่วโมงนับจากตอนกลับมาถึงห้องจนกระทั่งส่งพวกเด็กๆเข้านอนในเวลาสามทุ่มสำหรับแจบอมในวันนี้ช่างยาวนานกว่าทุกครั้ง ถึงจะต้องคอยรบกับมนุษย์ลูกลิงตัวแสบจนแทบหมดแรงก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เสียหน่อย ยิ่งเมื่อพาเจ้าตัวแสบทั้งหลายไปนอนแล้ว ความเงียบภายในห้องก็ทำให้ชายหนุ่มที่นอนก่ายหน้าผากบนโซฟากลุ้มใจมากขึ้นไปอีก

การที่เขาเป็นคนไม่ค่อยพูดหรือไม่ชอบเข้าสังคมไม่ได้แปลว่าเขาต้องการตัดขาดกับคนรอบข้างไปเสียหมด ยิ่งเป็นคนที่รู้จักกันไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์รูปแบบใดก็ตามเขาย่อมนึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายอยู่แล้ว อย่างน้อยๆก็ในฐานะที่เป็นคนรู้จักกัน แน่นอนว่าคนที่เพิ่งมีเรื่องเหนือความคาดหมายกับเขาในวันนี้ก็ด้วย

แต่จะนอนฟุ้งซ่านอยู่ในห้องคนเดียวเขาก็กลัวตัวเองจะเตลิดเปิดเปิงไปมากกว่านี้ สุดท้ายจึงคว้ากุญแจห้องแล้วเดินลงมายังลิ้นชักรับเอกสารสำหรับผู้อาศัยที่ชั้นหนึ่งโดยอาศัยบันไดแทนลิฟต์เพื่อถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุด และครั้งนี้แจบอมก็ไม่ได้ลงมาเสียเที่ยว เมื่อพบว่าในลิ้นชักที่มีหมายเลขห้องของตัวเองติดอยู่มีจดหมายอยู่หนึ่งซอง ทว่า ซองจดหมายสีชมพูอ่อนที่จ่าหน้าเป็นชื่อของเขาทำให้แจบอมเริ่มกำซองจดหมายแน่นขึ้น เพราะคิดว่าตัวเองรู้คำตอบอยู่แล้วว่าจดหมายซองนี้คืออะไร

 

เรียนเชิญ  อิม แจบอม (และครอบครัว)

‘ We would love to have you at our wedding --- Park Bogum & Bae Joohyun (Irene)

 

มือหนากำบัตรเชิญด้วยความรู้สึกคับแค้นใจโดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มโกรธไอ้เพื่อนนิสัยเสียที่ส่งการ์ดมาเชิญด้วยเรื่องอะไรก่อนดีระหว่างเรื่องการเชิญไปงานแต่งงาน หรือเรื่องที่จ่าหน้าซองโดยวงเล็บคำต้องห้ามสำหรับแจบอมมาท้ายชื่อของเขาด้วย

 

จะเขียนอะไรในวงเล็บให้เกียรติความโสดอันมั่นคงของพี่ด้วย !

 

แจบอมเดินกลับมาหน้าลิฟต์เพื่อรอกลับขึ้นห้อง ในหัวของเขาก็ยังคงคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อยระหว่างรอให้ลิฟต์ลงมารับ จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้อาศัยในคอนโดเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของตัวเองพร้อมกับเสียงถุงก๊อบแก๊บที่ทำให้เขาแอบเหลือบตาไปมอง ทว่า คนที่ยืนอยู่ด้านหลังในเวลานี้ทำให้แจบอมต้องหันหลังกลับไปทั้งตัว ตามมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกของคนตรงหน้าที่ดูจะตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นเขา

 

คุณแจบอม… ?”

ไหนๆก็เจอกันแล้ว ผมขอคุยกับคุณสักเดี๋ยวได้ไหมแม้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่เขาลงมาเจอปาร์คจินยองขณะกลับจากมินิมาร์ท (เดาจากถุงในมือ) แต่แจบอมจะถือว่าเป็นโชคดีที่มีโอกาสให้ตัวเองจัดการกับเรื่องที่คาราคาซังมาตลอดช่วงหัวค่ำเสียที

คือ…” อีกฝ่ายมีสีหน้าที่ดูลำบากใจพอสมควร อีกทั้งยังมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ก็ได้ครับแต่สุดท้ายก็ยอมตอบตกลงโดยที่ยังคงหลบสายตาของเขาอยู่ดี

 

ม้านั่งหน้าคอนโดกลายเป็นที่รองรับชายหนุ่มในชุดนอนทั้งสองคน เวลาเกือบสี่ทุ่มทำให้บรรยากาศรอบนอกเงียบสงัด ท้องฟ้าที่ปราศจากดวงดาวกับสายลมยามค่ำคืนที่พัดเข้ามากระทบใบหน้าเบาๆยิ่งทำให้เขารู้สึกกดดันมากขึ้นไปอีก

 

คุณ…” แล้วแจบอมก็ยอมเป็นฝ่ายทำลายกำแพงความเงียบที่ก่อตัวมาร่วมสิบนาทีลงก่อน

ครับ ?

เรื่องวันนี้น่ะ…” แจบอมพยายามถอนหายใจออกมาให้เบาที่สุด คุณรู้สึกแย่หรือเปล่า ?ก่อนจะเบนสายตาลงมามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆตัวเอง

มันเป็นอุบัติเหตุ ทำไมผมต้องรู้สึกแย่ล่ะครับ ?ถึงจะตอบแบบนั้น แต่ปาร์คจินยองก็ยังนั่งก้มหน้าอยู่ดี ทั้งผม ทั้งคุณ ต่างก็ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นหรอก ใช่ไหมครับ ?

บอกตามตรงว่าผมไม่เคยมองคุณออกสักครั้ง แล้วผมก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้คุณคิดอะไรอยู่แจบอมทิ้งช่วงไปครู่หนึ่งราวกับชั่งใจว่าเขาควรจะพูดต่อหรือไม่ แต่ผมอยากขอโทษคุณนะ กับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าคุณคิดยังไงก็ตาม

“…”

ผมไม่รู้หรอกว่าคุณโกรธผมหรือเปล่า…”

“…”

แต่ผมยังไม่อยากให้คุณถึงขั้นที่เกลียดขี้หน้าผมนะ

แทนที่คุณจะเป็นฝ่ายกลัวว่าผมจะเกลียดคุณน่ะ…” ปาร์คจินยองเริ่มเอ่ยปากพูดหลังจากนั่งเงียบมาพักหนึ่ง ควรเป็นผมมากกว่าไหมครับ ที่ต้องกลัวว่าคุณจะเกลียดผมหรือเปล่า ?

คุณหมายความว่ายังไง ?

เรื่องของผมน่ะ คุณก็รู้อยู่ไม่ใช่หรือไงครับ ?

ถ้าคุณหมายถึงเรื่องนั้น…” แจบอมพยายามหลีกเลี่ยงที่จะต้องพูดออกมาตรงๆ เพราะเขารู้ดีว่ามันละเอียดอ่อนมาก และเขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าอะไรทำให้อีกฝ่ายเป็นกังวลได้มากขนาดนั้น ผมจะไม่เสียเวลามานั่งกังวลให้ปวดหัวและคงไม่คิดจะเรียกคุณมาคุยแบบนี้แน่ๆ ถ้าผมนึกถึงคุณในประเด็นนั้น

“…”

ผมไม่รู้หรอกว่าถ้าคุณเจอเรื่องแบบนั้นกับคนอื่นเขาจะทำยังไง แต่ตอนนี้คู่กรณีของคุณคือผม และสิ่งที่ผมอยากให้คุณรู้ก็คือ ผมไม่ได้สนใจเรื่องของคุณในแง่นั้นสักนิด

ผมไม่เข้าใจ…” คนตัวเล็กกว่าส่ายหน้าเบาๆด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน

ตอนที่เกิดเรื่องขึ้นวันนี้ ผมไม่ได้สนใจสักนิดว่าคนที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายแจบอมว่า ผมไม่อยากให้คุณเอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชาย และคุณก็กลัวว่าผมจะรังเกียจเพราะเราเป็นผู้ชายเหมือนกัน สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคนตรงหน้าผมในเวลานั้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ผมก็คงกังวลแล้วก็รู้สึกผิดเหมือนในตอนนี้อยู่ดี

“…”

คุณเข้าใจในสิ่งที่ผมต้องการจะบอกใช่ไหม ?ร่างสูงเหลือบมองคนที่เริ่มเงยหน้าขึ้นมามองเขาเล็กน้อย ว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมก็คงไม่คิดแบบนี้หรอก แต่เป็นเพราะตัวคุณเองต่างหากที่ทำให้ผมมองข้ามเรื่องพวกนั้นแล้วก็รู้สึกได้ว่าคุณก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนๆกันกับผม

ครับ เข้าใจทุกอย่างเลยล่ะครับอีกฝ่ายพยักหน้ารับ พอได้ยินแบบนี้แล้ว ผมดีใจนะ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าคุณไม่ได้นึกรังเกียจผมน่ะ

“…”

ผมไม่ได้โกรธคุณสักนิดเลยครับ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ เพราะงั้นก็ไม่มีเหตุผลที่ผมจะต้องเกลียดขี้หน้าคุณนะพอเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆเริ่มยิ้มออก แจบอมก็เริ่มเบาใจขึ้นมาทันที ผมไม่อยากให้คุณมากังวลเรื่องของผมนะครับ

งั้นคุณก็เลิกหลบหน้าผมสักทีสิ ผมเคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าพอเห็นคุณทำหน้าเหมือนกลัวกันแบบนี้แล้วผมเสียความมั่นใจถึงปากจะบอกว่าไม่ได้โกรธไม่ได้อะไรเขาก็จริง แต่เอาแต่หลบหน้ากันแบบนี้มันก็สะกิดปมในใจเรื่องที่ตัวเองหน้าดุอยู่ดีน่ะสิ

ผมก็เคยบอกคุณไปแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่าคิดแบบนั้นน่ะ…”

เอาเถอะ อย่างน้อยพอรู้แบบนี้ผมจะได้ไม่ต้องคิดมากว่าคุณจะเกลียดขี้หน้าผมน่ะนะแจบอมลุกขึ้นบิดขี้เกียจสองสามทีอย่างโล่งใจที่สามารถสะสางปัญหาคาใจตลอดช่วงหัวค่ำได้สำเร็จ สี่ทุ่มกว่าแล้ว ผมควรกลับห้องไปทำงานแล้วล่ะ ใกล้ถึงกำหนดส่งแล้วด้วย

ผมก็เหมือนกันครับ

 

เวลาสี่ทุ่มครึ่งทำให้อาคารคอนโดเงียบสนิท ภายในลิฟต์ที่กว้างขวางเกินไปสำหรับคนสองคนทำให้ความเงียบเริ่มเข้ามาทักทายพวกเขาอีกครั้ง ต่างออกไปจากทุกทีตรงที่ครั้งนี้ไม่มีความรู้สึกอึดอัดใจใดๆทั้งสิ้น ปล่อยให้ลิฟต์เคลื่อนตัวจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ชั้นสี่โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวเหมือนเคย

 

โชคดีนะคุณ บาย…” ทว่า ความเงียบดังกล่าวก็ไม่ได้นับรวมคำอำลาเสียหน่อย แจบอมหันกลับไปลาคนด้านในลิฟต์หลังจากตัวเองเดินออกมาแล้ว

ครับ โชคดีเหมือนกันครับอีกฝ่ายนิ่งไปครู่หนึ่ง อา…”

หืม ?

คือ…”

“…” ใบหน้าของอีกคนที่ก้มหน้างุดลงทำให้แจบอมเลิกคิ้วอย่างสงสัย แต่ก็ยังมองตามเพราะอีกฝ่ายเหมือนมีอะไรอยากจะพูดกับเขา

ผมน่ะ…”

“…”

วันนี้สนุกมากจริงๆ ขอบคุณมากนะครับ

จะว่าไป ผมก็ต้องขอบคุณคุณเหมือนกัน พวกเด็กๆชอบกันน่าดูเลยล่ะแจบอมยิ้มน้อยๆเมื่อได้ยินแบบนั้น ยังไงขอบคุณที่คุณนึกถึงพวกเด็กๆเหมือนกันนะ

ถ้าเด็กๆชอบผมก็ดีใจครับ

งั้นผมไปก่อนนะ…” แจบอมยกมือขึ้นโบกน้อยๆอีกครั้ง ฝันดีนะคุณ

ครับ ฝันดีเหมือนกันครับคุณแจบอม

 

แจบอมเดินหาวหวอดกลับเข้าห้องด้วยความเหนื่อยล้า ซองบัตรเชิญที่เขาเพิ่งลงไปหยิบมาถูกวางลงบนโต๊ะกินข้าวอย่างไม่ใยดี แล้วก็ย้ายร่างของตัวเองเข้าไปในห้องทำงานเพื่อเริ่มลงมือทำงานต่อจากเมื่อคืน ตั้งใจไว้ว่าคืนนี้งานต้องมีความคืบหน้าอีกสิบเปอร์เซ็นต์

 

.

.

.

 

แต่ตอนนี้ผ่านมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว ก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักนิด

 

เสียงแผ่นไม้กระทบพื้นห้องที่แจบอมเอาแต่นั่งเคาะมาร่วมสองชั่วโมง ชิ้นงานตรงหน้าที่เมื่อคืนนี้อยู่ในสภาพไหน เวลานี้ก็ยังอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลงหรือบิดเบี้ยวไปแม้แต่องศาเดียว เสียงถอนหายใจมากกว่ายี่สิบครั้งนับตั้งแต่เข้ามานั่งในห้องทำงาน อีกทั้งหัวสมองที่มักมีไอเดียงานดีๆเวลากลางดึกอยู่เสมอก็ดันมีเรื่องอื่นเข้ามาแทนที่อีก

 

ไอ้เรื่องที่กลัวโดนเกลียดขี้หน้าน่ะ เขาสะสางเรียบร้อยจนไม่คิดอะไรแล้ว

 

แต่ปัญหาใหญ่ก็คือเขาดันลืมภาพที่ตัวเองเห็นตอนนั้นไม่ได้ไงโว้ย !

 

เวลาเที่ยงคืนสิบห้านาทีไม่ใช่เวลาประจำในการอู้งานของแจบอม ส่วนใหญ่เขาจะเริ่มทิ้งตัวลงนอนบนพื้นห้องเพื่อพักสายตาก็ช่วงเกือบตีสอง แต่ร่างของชายหนุ่มที่นอนแผ่อยู่ตอนนี้เป็นข้อยืนยันว่า ตัวเองไม่มีกะใจจะทำงานสักนิดเดียว

 

ถ้าถามว่าสาเหตุคืออะไร

 

ถึงจะไม่อยากโทษอีกฝ่ายเท่าไหร่ แต่ตอนนี้หน้าของปาร์คจินยองแม่งโคตรหลอกหลอนเขาเลยว่ะ !

 

มือหนาขยุ้มศีรษะอย่างกระวนกระวาย ทั้งสีหน้าและท่าทางของอีกฝ่าย อีกทั้งแววตาที่เขาเห็นใกล้ๆโดยไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไหร่กับสัมผัสนุ่มนิ่มบริเวณปลายจมูกของตัวเองในเวลานั้นยังคงอยู่ในความนึกคิดของเขาชนิดที่ว่าไม่สามารถสะบัดให้หลุดได้

 

งานการมีให้ทำเยอะแยะ มึงเลิกไร้สาระได้แล้วอิมแจบอม !

 

ด่าตัวเองมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวันก็ไม่ได้ทำให้เขาสงบจิตสงบใจลงสักนิด ถึงจะเป็นคนไม่ชอบคิดอะไรเยอะแยะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่คิดทุกเรื่อง ยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้แล้วมันไม่ใช่เรื่องเล็กถึงขนาดที่เขาจะลืมได้ง่ายๆเหมือนตอนออกจากห้องสอบแล้วลืมทุกอย่างที่อ่านมาเสียเมื่อไหร่ อีกอย่าง เขาไม่ใช่พวกหนุ่มน้อยวัยกระเตาะที่ไม่เคยมีประสบการณ์ถูกเนื้อต้องตัวผู้ชายด้วย ไม่ว่าจะกอดคอ กอดแขน กอดขา โดนเพื่อนสาวเทียมโอบกอดแล้วลูบไล้ (แต่พวกมันก็เล่นกับเขาแบบมีลิมิตนะ แล้วเขาก็ไม่ใช่สไตล์ของพวกมันด้วย มันบอกว่าให้ความรู้สึกเหมือนเล่นกับหลานอากงข้างบ้าน) หรือไปนอนหอเพื่อนตอนทำโปรเจคต์ไฟนอลแล้วตื่นมาเจอเพื่อนนอนกอดตัวเองอยู่เขาก็เคยมาแล้วทั้งนั้น

 

แต่ที่ผ่านๆมาก็ไม่เคยเก็บมาคิดจนหัวหมุนขนาดนี้ไง้ !

 

อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้สนิทกับปาร์คจินยองถึงขั้นที่จะเล่นอะไรแบบนั้นได้ และทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะความซุ่มซ่ามของเด็กสี่ขวบตัวกะเปี๊ยก (ที่ไม่ได้รู้ตัวสักนิดว่าก่อเรื่องไว้อย่างใหญ่โต) ฉะนั้นสิ่งที่เขาอยากให้รู้ไว้ก็คือ เขาไม่ได้กระวนกระวายจนใจไม่สงบแบบนี้เรื่องที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชาย แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายคือปาร์คจินยองต่างหาก

ในที่สุด สถาปนิกหนุ่มที่รู้ชะตากรรมของตัวเองแล้วว่าถึงอยู่ในห้องทำงานต่อไป อย่างไรเสียคืนนี้งานก็ไม่เดินหน้าแน่นอน ไฟภายในห้องทำงานจึงถูกปิดลงเวลาเที่ยงคืนครึ่ง ถือว่าเป็นการเลิกงานที่เร็วที่สุดในรอบหลายสัปดาห์

ไม่ว่าจะเป็นน้ำเย็นๆจากซิงค์ในครัวที่แจบอมวักขึ้นมาล้างหน้าสามสี่ครั้ง น้ำเย็นแก้วใหญ่ที่แจบอมกระดกรวดเดียวจนจี๊ดขึ้นสมอง แม้กระทั่งปีโป้ของเจ้าก้อนลูกหมีที่เขาหยิบออกมาแกะกินสองอันหวังจะให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง แล้วก็กระโดดขึ้นเตียงนอนทันที ในเมื่อนั่งๆนอนๆไปก็มีแต่จะฟุ้งซ่านไม่เลิก สู้หนีไปนอนหลับพักผ่อนเลยดีกว่า

 

นอน ไม่ หลับ

 

แต่ชีวิตของเจ้าทาสผู้อาภัพวัยยี่สิบเจ็ดปีย่อมมีอุปสรรคเสมอ ดวงตาเล็กเรียวซึ่งยังไม่ถูกปิดลงเป็นเพียงส่วนเดียวที่ไม่ถูกผ้านวมผืนใหญ่ปกคลุม เสียงลมหายใจที่หนักหน่วงบ่งบอกถึงความไม่สงบภายในจิตใจและความนึกคิด ภายในห้องนอนที่มืดสนิทไม่ได้ช่วยให้เขานอนได้อย่างเป็นสุขสักนิด

 

ยิ่งมานอนเฉยๆแบบนี้ภาพปาร์คจินยองตอนนั้นแม่งชัดกว่าเมื่อกี๊อีก !

 

โธ่เว้ย !” ร่างสูงนอนทุบเตียงอย่างหงุดหงิด นึกโมโหตัวเองที่ยังไม่เลิกฟุ้งซ่านเสียที ทั้งพยายามห่อตัวเองไปกับผ้าห่มจนเป็นก้อนดักแด้ยักษ์ ทั้งใช้ศีรษะโขกกับหมอนหลายต่อหลายครั้ง ก็ไม่ช่วยให้ความวูบโหวงในช่องท้องกับความรู้สึกหนักๆบริเวณหน้าอกมันหายไปแม้แต่นิดเดียว

 

ไอ้ความรู้สึกที่ติดอยู่ในคอจนพูดไม่ออกแบบนี้มันอะไรกันวะ !?!

 

เตียงนอนนุ่มๆที่มอบความสะดวกสบายให้ตัวเองมาหลายปีกลายมาเป็นที่รองรับร่างสูงใหญ่ซึ่งนอนกระฟัดกระเฟียดอยู่บนเตียง ผ้าห่มที่ถูกถีบลงที ถูกดึงขึ้นมาห่มที ศีรษะกลมมนที่ซุกลงใต้หมอนหวังจะบังคับให้ตัวเองนอนหลับ สุดท้ายก็ยังเปล่าประโยชน์

 

แถมพอมานึกถึงว่าในขณะที่ตัวเองนอนไม่หลับแบบนี้ ส่วนอีกฝ่ายอาจจะหลับอย่างสบายใจไปแล้ว

 

ช่วยหยุดตามมาหลอกหลอนฉันสักทีเถอะ ปาร์คจินยอง !

 

…to be continued…

(ผมยังไม่หลับ เพราะงั้นลงมาอ่านเถอะครับ)

 

[ Special side by Park Jinyoung ]

 

รู้สึกเหมือนกำลังจะตายครับ

 

นับตั้งแต่นั่งแก้งานครั้งใหญ่โดยใช้เวลาข้ามคืนเมื่อราวๆสามเดือนก่อน ชีวิตก็ไม่เคยมีอะไรให้คิดมากจนข่มตาหลับไม่ลงแบบนี้มาก่อนเลยครับ ถึงขนาดที่ไม่มีกะใจอยากทำวิทยาพิพนธ์ที่ค้างอยู่บนโต๊ะสักนิดเลยเชียวล่ะ

 

ผมไม่อยากให้คุณเอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชาย และคุณก็กลัวว่าผมจะรังเกียจเพราะเราเป็นผู้ชายเหมือนกัน สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคนตรงหน้าผมในเวลานั้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ผมก็คงกังวลแล้วก็รู้สึกผิดเหมือนในตอนนี้อยู่ดี

ว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมก็คงไม่คิดแบบนี้หรอก แต่เป็นเพราะตัวคุณเองต่างหากที่ทำให้ผมมองข้ามเรื่องพวกนั้นแล้วก็รู้สึกได้ว่าคุณก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนๆกันกับผม

 

ผมคงไม่ต้องบอกใช่ไหมครับว่าที่ตัวเองเป็นแบบนี้ก็เพราะใคร ?

 

จะโทรปรึกษาเพื่อนในเวลาตีหนึ่งแบบนี้ผมก็ไม่ใช่พวกไร้กาลเทศะไม่รู้จักเวล่ำเวลา แต่จะบ่นให้สองจูเนียร์ฟังก็สงสารเจ้าตัวเล็กทั้งสองต้นที่ต้องมาทนฟังความไร้สาระของตัวเองเหมือนกัน สุดท้ายก็เลยทำได้เพียงมุดหัวลงใต้หมอนตัดขาดกับโลกภายนอกแทน

 

ฮื้อ…”

 

พอนึกถึงเรื่องนั้นแล้วก็โคตรจะอายเลยล่ะครับ (แถมตอนนั้นผมรู้สึกอยากจะจับเจ้าก้อนเลโก้มาขยำให้เป็นก้อนกลมๆคามือเหลือเกิน) โชคดีเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่เกลียดผมไปเสียก่อน ยอมรับแบบกล้าๆเลยครับว่าถึงผมจะชอบเขาก็จริง ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องการให้มันเป็นแบบนั้นเสียหน่อย

 

ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุผมต้องท่องคำนี้ให้ขึ้นใจ

 

ผมจะไม่เถียงเลยว่าตอนที่ไปเที่ยววันนี้มันสนุกมากจริงๆ ทีแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปเพราะคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับสถานที่แบบนั้นเท่าไหร่ ส่วนบัตรที่เหลืออีกสองใบผมยกให้แม่บ้านในคอนโดไปเพราะจำได้ว่าเธอมีลูกสาวรุ่นเดียวกับพวกเด็กๆอยู่ และถ้าผมไม่ได้ไป ก็คิดไว้ว่าจะยกบัตรอีกหนึ่งใบให้หลานชายของลุง รปภ. ที่ผมเคยเห็นมาวิ่งเล่นหน้าคอนโด แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่าตัวเองแพ้ลูกอ้อนของเด็กๆบ้านนั้นอยู่ดี

 

แต่ถ้ารู้ล่วงหน้าว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น ผมจะไม่ไปเด็ดขาด

 

รู้ไหมครับว่าเหตุผลที่ทำให้ผมประทับใจในตัวของเขาคืออะไร ผมรู้จักกับเขาได้ไม่นาน และเราก็เป็นแค่เพื่อนบ้านกัน ผมไม่มีทางรู้จักนิสัยหรือตัวตนจริงๆของเขาสักนิดเดียว น่าแปลกที่ผมกลับชอบมองเวลาที่เขาอยู่กับพวกเด็กๆ ทั้งเจ้าตัวเล็กทั้งห้าคน หรือแม้แต่หลานสาวของผมก็ด้วย

 

จากที่แค่ประทับใจเฉยๆ พอรู้ตัวอีกที ถึงได้รู้ว่าตัวเองก้าวเท้าเดินออกมาไกลขนาดไหน

 

เพราะแบบนั้นผมก็เลยรู้สึกมีความสุขตลอดทั้งวัน จริงๆแล้วผมไม่ชอบการที่ปล่อยให้ความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผลกับความเป็นจริง แต่กับคนบางคน ก็สามารถทำให้เราละทิ้งเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นกับตัวเองได้เหมือนกัน

แต่พอมาลองคิดดูดีๆแล้ว อาจเป็นเพราะว่าเราเป็นเพื่อนบ้านกัน เขาก็เลยกล้าพูดออกมาแบบนั้น ก็คุณแจบอมเขาไม่ได้รู้เหมือนอย่างที่พวกคุณรู้นี่ครับ บางที ถ้าเขารู้ว่าผมคิดอย่างไรขึ้นมาจริงๆ ทุกอย่างมันอาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้

 

และการที่เขาเป็นคนไม่คิดอะไรเลยแบบนี้ผมหวังว่ามันจะกลายเป็นข้อดีที่ทำให้เขาไม่ต้องนึกถึงเรื่องวันนี้ก็แล้วกันครับ

 

ส่วนเรื่องของผมน่ะ ช่างมันเถอะครับ การออกไปเปิดหูเปิดตาวันนี้มันทำให้ผมคิดอะไรได้เยอะทีเดียว เพราะท่าทีสบายๆของเขาทำให้ผมไม่รู้สึกอึดอัดสักนิด ถึงจะติดไปทางกวนประสาทอยู่บ้างก็ตาม แต่พอเห็นแบบนั้นแล้วผมก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ในเวลานั้นทุกอย่างมันดีไปหมดจนกลายเป็นผมเองที่รู้สึกหนักใจ

เพราะทุกอย่างมันเกิดจากคำว่า เพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ช่องว่างระหว่างเขากับผมลดลง มันก็เหมือนกับห้องๆหนึ่งที่มีเทปกาวแบ่งครึ่งเอาไว้ เส้นกึ่งกลางที่ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองควรยืนอยู่จุดไหน และการก้าวเท้าข้ามเส้นเข้าไปก็อาจกลายเป็นคำว่ารุกล้ำ และเวลาดีๆที่ผมได้มาในวันนี้มันทำให้ผมตัดสินใจได้แล้วล่ะครับ

 

ผมชอบทุกๆอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ และผมก็ไม่อยากเสียมันไปแม้แต่นิดเดียว

 

ฉะนั้นผมก็จะยืนอยู่ในจุดนี้และไม่คิดที่จะก้าวข้ามเส้นกั้นไปแล้วล่ะครับ


…Park Jinyoung’s Part End…


ทักทายกันหน่อย เอ้โย่ว !
วันนี้มาลงเร็วเพราะมีเรื่องเครียดเต็มหัวเลยค่ะ
งานสุมหัวมากจนไม่มีที่ให้ระบาย ฮลึก
ไม่รู้จะไปลงทางไหนดี
ก็เอามาลงกับฟิคนี่แหละค่ะ
555555555555
กะว่าอยากอ่านคอมเมนท์ อยากสนุกไปกับทุกคน
ฉะนั้นอย่าเพิ่งเทเรากันนะคะ
;____;)


สเต็ปเดิมค่ะ แปะข้อมูลกันก่อน ฮี่ๆ



มาจับลูกเป็ดใส่หมวกสัตว์กันค่ะ ! (ขอบคุณภาพจากร้านบ้านเด็กดีด้วยค่ะ)
ประเด็นไม่ใช่อะไรค่ะ อยากใส่เอง ถ้ามีลูกก็อยากจะจับลูกใส่ด้วยค่ะ
เป็นโรคจิตที่ว่าเวลาเห็นเด็กแล้วอยากจะจับแต่งตัวให้หายหมั่นเขี้ยว




The Little mermaid ปะทะ JAWS ที่แด๊ดดี้พูดถึงฉากสะเทือนตับใต้ท้องทะเลค่ะ



อันนี้เป็นอุโมงค์โลกใต้ทะเลของทางบึงฉวากนะคะ (ขอบคุณภาพจาก Trippacker ด้วยค่ะ)


เจ้าก้อน Zoo Version (วิจัยโดยมนุษย์ก้อนห้าชีวิตที่อาจพลิกวงการวิทยาศาสตร์ !)


กาตุ่ยม้ากคึ (ผู้วิจัย : แบมแบม)


เจ้าเต่าจาจา (ผู้วิจัย : ยองแจน)


น้องนากยองแจน (ผู้วิจัย : แจ็คสัน)


เพนกวินแบมแบม (ผู้วิจัย : แบมแบมและคยอม)


น้องหมีคยอม (ผู้วิจัย : แบมแบมและคยอม)



(แด๊ดดี้ : ใครอยากเห็นกิ้งก่าเวอร์ชั่นปาร์คจินยองก็หลังไมค์มานะ หึหึ)


วันนี้เรื่องทอล์กอาจจะยาวมากไปสักนิด
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้อ่านกัน เราจะได้เข้าใจกันมากขึ้นค่ะ
เราไม่รู้ว่าทุกวันนี้ตัวเองทำทุกอย่างได้เต็มที่ดีหรือยัง
แต่เราอยากจะใช้พื้นที่นี้ได้พูดคุยกับทุกๆคนจริงๆค่ะ

ก่อนอื่น ขอย้ำเหมือนเดิมว่าเรื่องนี้เป็นคอมเมดี้่ที่หาสาระไม่ได้นะคะ
(แล้วก็จะออกไปทางโอเวอร์แอคติ้งแบบการ์ตูนญี่ปุ่นด้วยแหละ ฮ่าๆ
เป็นเรื่องที่เขียนแล้วสะท้อนตัวตนของตัวเองแบบชัดมากเลยค่ะ)
ไม่อยากให้ทุกคนยึดติดว่านี่คือฟิคสอนเลี้ยงเด็กหรืออิงความจริงจ๋าค่ะ
TTwTT)
จริงๆแล้วเราเป็นแค่คนบ้าเสียสติคนหนึ่ง
ใครเคยอ่าน
#เดฟสันมาสเตอร์นิม (หลอกขายของ นิสัย !) จะรู้ค่ะ
ว่าจริงๆแล้วเราไม่เคยเขียนฟิคแนวละมุนได้เลย
ทุกอย่างที่เขียนส่วนใหญ่มาจากอินเนอร์ตัวเองค่ะ
ยิ่งเวลาที่อิมแจบอมชอบเถียงอะไรในใจนี่เป็นความคิดตัวเองล้วนๆเลย
(เป็นประเภทไม่พูดแต่เถียงในใจไปไกแล้ว 5555555555555)

ตัวละครภายในเรื่องนี้ทุกตัว ทั้งตัวเอก ตัวประกอบ ตัวสมทบ
ทุกคนมีเค้าโครงมาจากความจริงหมดค่ะ เป็นการจับนิสัยของหลายๆคนมารวมกันคละกัน
แน่นอนว่าไม่ได้อิงความเป็นจริงโดยการดึงบุคลิกของเขาออกมา
100% อยู่แล้ว
ขึ้นชื่อว่าฟิคชั่น ทุกอย่างย่อมมีการปรับเสริมเติมแต่งให้ออกมามิติและบทบาทของตัวเอง
ตัวอย่างใน
EP นี้ คนที่ชัดเจนมากๆคือพี่แจบอมค่ะ
คาแรกเตอร์ของแจบอมเรื่องนี้ อย่างที่บอกไปว่า ตัวต้นแบบคือคุณพ่อของเราเอง
แต่ก็ยังมีนิสัยบางส่วนที่มาจากตัวเราบ้างน้องชายบ้าง เพื่อนผู้ชายของเราบ้าง
และคำพูดของแจบอมในวันนี้ก็มาจากพี่หมอที่โรงพยาบาลซึ่งเป็นรุ่นน้องของแม่เราคนหนึ่งค่ะ
พี่ชายคนนี้ไม่เคยพูดว่า "พี่เป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิงเท่านั้น"
เขาพูดแค่ว่า "ชอบที่เขาเป็นเขา สนใจที่เขาเป็นเขา คำว่าชายหญิงมันไม่มีผลในการตัดสินใจเลย"
และปัจจุบันแฟนของพี่คนนี้ก็เป็นผู้ชายค่ะ (แถมหล่อและเป็นหมอเหมือนกันด้วย /โดนสาป)
แต่ต้องยอมรับว่าคนประเภทนี้มีน้อยมากๆๆๆๆๆนะคะ
ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย แต่หายากมากจริงๆค่ะ
บางทีถ้าเราไม่ได้เจอพี่หมอคนนี้ เราอาจจะไม่เห็นมุมมองแบบนี้เลยก็ได้ค่ะ
อีกอย่าง เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยชอบเพื่อนผู้หญิงมาก่อน
(แน่นอนตอนนั้นว่าเราไม่บอกเขาหรอกค่ะ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะรับได้นะ
น่าเสียดายที่เรารู้จักพี่หมอคนนั้นช้าไป ไม่งั้นเราคงได้บอกไปแล้วแน่ๆ
ตอนนั้นเรายังเถียงกับตัวเองเลยค่ะว่าชอบผู้หญิงนี่ผิดปกติไหม)
แต่ก็เคยมีแฟนเป็นผู้ชาย เคยคุยกับเพื่อนผู้ชายมาเหมือนกัน
ด้วยเหตุผลเดียวกับที่พี่หมอคนนั้นบอกไว้เลยว่า "ชอบที่เขาเป็นเขาก็พอ"
ก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเขียนอิมแจบอมออกมาในรูปแบบนี้ค่ะ
เราไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเราโลกสวยด้วยการเล่นประเด็น
LGBT มา
แล้วเปลี่ยนพี่แจบอมเป็นแบบนี้เพื่อให้เป็นฟิควายนะคะ
ขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่นะคะ เราวางตัวละครพี่แจบอมไว้ในทิศทางนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว
ประมาณว่าที่ผ่านมาก็คบผู้หญิงนั่นแหละ เพราะสังคมรอบข้างมีแต่ผู้ชายแบบเดียวกัน
จะให้พี่เขาคบคนแบบเดียวกับอาเจย์หรืออาชยอนูก็น่ากลัวว่าจะตีกันตายก่อน
แต่เราก็ไม่เคยบอกสักครั้งว่าพี่เขาแอนตี้หรือไม่ชอบผู้ชายด้วยกัน
เพียงแต่จังหวะเวลา คนรอบข้าง อาจจะไม่ใช่รูปแบบของคนที่พี่แจบอมตามหา
รวมถึง "ช่วงอายุกับประสบการณ์ในอดีต" ที่เรากำลังจะเฉลยที่มาที่ไปเร็วๆนี้

เรื่องแบบนี้เป็นอะไรที่อธิบายยากค่ะ กับคนบางคนเรามีข้อยกเว้นเสมอ
อย่างปกติเราก็ชอบผู้ชาย มีแฟนเป็นผู้ชายทุกคนมาตลอดเหมือนกัน
แต่กับเพื่อนผู้หญิงคนนั้นเรารู้ตัวนะว่าชอบเขาจริงๆโดยที่เรามองข้ามเรื่องที่เขาเป็นหญิงไปเลย
เรารู้แค่ว่าเราสบายใจเวลาอยู่กับเพื่อนคนนั้น มีความรู้สึกว่าเขาปกป้องความรู้สึกเราได้จริงๆ
สรุปก็คือ เพราะเราก็มีคนรอบข้าง รวมถึงความคิดบางมุมขอตัวเองเป็นแบบนี้จริงๆค่ะ
ทำให้เรากล้าเขียนในทิศทางแบบนี้เพราะเรามีประสบการณ์มาจริงๆค่ะ
หวังว่าทุกคนจะเข้าใจกันนะคะ ; w ;)

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอเล่าที่มาของเรื่องนี้นิดนึงค่ะ
พล็อตเดิมทีของแด๊ดดี้เดฟเป็นฟิคที่มีชื่อว่า "แก๊งลูกเป็ดเดอะซีรี่ย์" นะคะ
เป็นฟิคที่มีแต่เด็กยึดครองพื้นที่ เป็นเด็กกันหมดยกเว้นจินยองกับยองแจค่ะ
ไม่มีเลิฟซีน ไม่มีคู่ชิป มีแต่เด็กอนุบาลนั่งกินนอนกินทั้งเรื่องค่ะ
55555555
แต่สุดท้ายพอลองมาปรับเปลี่ยนอะไรเพิ่ม ก็เลยกลายมาเป็นอย่างที่เห็น
ซึ่งอาจจะไม่ใช่แนวของหลายๆคน
ด้วยรูปแบบของการดำเนินเรื่องที่เมนท็อปปิคจบภายในตอนแบบซิทคอม
แต่มีความสัมพันธ์ของแจบอมกับจินยองเป็นจุดเชื่อมโยงไปยังตอนต่อๆไป
เราอยากจะเขียนฟิคเรื่องนี้ให้ดีที่สุด อาจมีจุดผิดพลาด
มีฉากที่น่าเบื่อ มีความเยิ่นเย้อ ไม่มีสาระ และอีกสารพัดข้อผิดพลาด
แต่เราก็ยังอยากมีความสุขไปกับทุกคนจริงๆค่ะ
เวลาเราอ่านคอมเมนท์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคำชม อารมณ์ร่วม
หรือแม้แต่การชี้แจงข้อผิดพลาด ทุกคอมเมนท์ทำให้เรายิ้มได้จริงๆค่ะ
การคอมเมนท์ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นการชื่นชมอย่างเดียว
แต่ถ้าเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง หรือเสนอความคิดเห็น เรายินดีรับฟังจริงๆค่ะ
เราอยากเห็นความคิดหลายๆมุมจากคนอ่าน
บางทีนอกจากอ่านแท็กทวิตแล้ว เราก็เสิร์ชคีย์เวิร์ดของเรื่องด้วยนะคะ
ทั้งแด๊ดดี้ ลูกเป็ด พี่นศ.ปอโท หรือแม้แต่คำว่าโดรายากิเราก็เสิร์ชมาแล้วค่ะ
555555555555
(แน่นอนว่าท้องร้องดังโครกเลยค่ะ ฮือออออออ)

ว่าแล้วก็ขอชี้แจงเรื่องหนึ่งที่มีผู้อ่านแนะนำมาค่ะ
ว่าด้วยเรื่องของ "โซจู
5 ขวดกับอาบาบิ"
เป็นจุดผิดพลาดที่เราไม่ได้คำนึงเลยว่า เขาดื่มโซจู ด้วยความที่ตัวเองรวบยอดโดยไม่อธิบายให้ชัดเจน
ก็เลยจับเขาไปขับมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย ทั้งยังอันตรายด้วย

(ฉะนั้นอย่าเมาแล้วขับกันนะ อาจจะเจ็บตัว เสียค่าปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ มีแต่ผลเสียทั้งนั้น)
นอกจากนี้ เราสารภาพเลยว่าไม่มีประสบการณ์ในการดื่มแอลกอฮอล์

(เป็นคนที่กินแอลแค่ 7% ขวดเดียวหลับยันเที่ยงค่ะ ;__;)
เราก็เลยไม่รู้ว่า โซจูหนึ่งขวดมันมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทมากขนาดไหน
เราเคยเฝ้าเพื่อนคนหนึ่งที่ฟาดโซจูตอนอยู่โรงแรมที่ลาว 
แน่นอนว่ามันเมาเละเทะค่ะ
(ใครเก็บซากเอ็ง ฟังเอ็งโวยวาย ตูไง ฮือออออออ !!!)
แต่เราก็ไม่รู้ว่าคนอื่นๆเขาจะกินกันได้เท่าไหร่
เป็นความผิดพลาดที่เราไม่หาข้อมูลให้ชัดเจนและลืมตรวจสอบอย่างรอบคอบ
ไม่มีอะไรจะพูดนอกจาก "ขอโทษ" จริงๆค่ะ
เราจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้นเพราะเราผิดจริงๆ ฉะนั้นด่าได้แต่อย่าแรงเป็นพอค่ะ /T___T\
เราหวังว่าสิ่งที่ได้รับมาจะทำให้เรารอบคอบมากขึ้นกว่าเดิมต่อจากนี้
ขอบคุณผู้อ่านที่ชี้แนะเกร็ดข้อมูลดีๆมาให้ด้วยนะคะ

วันนี้แพ็คกระเป๋าไปเที่ยวสวนสัตว์กันค่ะ
EP นี้เกิดขึ้นเพราะความอยากไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในคืนวันหนึ่งค่ะ
เลยไปรื้ออัลบั้มรูปสมัยเด็กๆตอนไปสวนสัตว์เชียงใหม่กับอควาเรียมที่สงขลามาดู
เจอรูปตัวเองถ่ายคู่กับยีราฟแล้วก็ฉลามในตู้ ก็เลยกลายมาเป็นตอนนี้ค่ะ
สำหรับเรื่องสวนสัตว์ เราจับทุกที่ที่ตัวเองเคยไปมายำกันหมดเลยค่ะ
เราไม่ได้ใช้สวนสัตว์ในเกาหลีเป็นต้นแบบนะคะ
สถานที่ที่เราใช้อ้างอิงคือ หว้ากอ (แถวบ้านเราเองค่ะ) / บึงฉวาก (สุพรรณฯ)
สวนสัตว์เชียงใหม่ / สงขลาอควาเรียม แล้วก็สวนสัตว์ดุสิตค่ะ
(แต่การเสิร์ชหาข้อมูลหลักๆเราใช้จากเว็บไซต์ของสวนสัตว์เชียงใหม่กับบึงฉวากค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.chiangmaizoo.com/
และ http://www.suphan.biz/bungchawak.htm มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
เนื่องจากเคยไปเมื่อนานมาแล้ว ความทรงจำบางอย่างมันก็เลือนหายไปตามกาลเวลา
มีแค่ภาพถ่ายตอนเด็กๆกับข้อมูลในเว็บคอยช่วยเหลือในการเขียนตอนนี้)
ถ้าจำไม่ผิด ประเทศไทยเหมือนจะไม่มีหมีขาวนะคะ
จำได้ว่าทางเชียงใหม่เคยจะนำมาแสดงแต่โดนคัดค้านจนต้องยกเลิกไป
(ขนาดเลี้ยงในญี่ปุ่นหมียังขึ้นราเลยค่ะ อากาศเมืองไทยน้องหมีคงไม่น่ารอด)
แต่คยอมจะต้องเจอเพื่อนร่วมสปีชีส์ก้อนลูกหมี ฉะนั้นเราขอให้มีพี่หมีนะคะ 5555555555

พูดถึงเรื่องการเล่นเกมชิงของฟรีแบบที่พี่จีนยองได้บัตรฟรีมา
เวลาคนเรามันจะได้ของฟรี บทจะได้มันก็ได้จริงๆนะคะ
เพื่อนเราเคยเล่นเกมในเฟสบุ๊กแล้วได้พวกอัลบั้มกับโปสเตอร์
มาด้วย
อิจฉาตาร้อนกันยกใหญ่เลยค่ะ ทำไมเราไม่มีดวงดีๆแบบนี้บ้างน้า

(ลำพังแค่รีทวิตสุ่มแจกทุเรียนทอดเรายังนกเลยค่ะ อยากกินจังเลย ; w ;)

ขอเสริมเรื่องเลือดกำเดาสักเล็กน้อยนะคะ
ก่อนอื่นขอบอกนิดนึงว่า เราเป็นคนเลือดกำเดาออกง่ายค่ะ
เพราะเคยมีประวัติศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรงจนเลือดท่วมปากท่วมจมูกตอนแปดขวบ
(ตอนนั้นไปเที่ยวบ้านตายาย พอนึกภาพคนสูงวัยสองคนหอบหลานส่ง รพ. แล้วเจ็บปวดจัง)
จำความรู้สึกตอนนั้นได้แม่นเลยค่ะ รู้สึกเหมือนกำลังจะตาย ฮือ
ตามันเบลอไปหมดเลย ในปากมีแต่กลิ่นเลือดคลุ้งๆ พูดแล้วขนลุก
(ชีวิตของคนกลัวเลือดแล้วต้องมาเจอเลือดเยอะๆนี่แย่นะคะ โคตรทรมาน TTvTT)
พ่อกับแม่ที่ไปธุระที่ชลบุรีต้องตีรถกลับบ้านทันที
เราจะเลือดกำเดาออกบ่อยเวลาอยู่ในที่ร้อนจัดๆค่ะ
เราไม่รู้หรอกว่ามันจะเกี่ยวกันไหมกับเรื่องเมื่อตอนเด็กๆ แต่ทุกวันนี้ใช้ชีวิตแบบระแวงอยู่เหมือนกันค่ะ
ดีที่ว่าพออายุมากขึ้นมันก็ไม่ค่อยออกบ่อยๆเท่าตอนเด็กแล้ว
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหายสนิท วันดีคืนดีอยากจะมาก็มา ฮืออออออออ
(ถ้าสักวันหนึ่งมีคอนเสิร์ตแล้วเห็นคนเลือดกำเดาออกหน้าคอน มาหามเราทีนะคะ ; - ;)
แต่จริงๆสาเหตุการเกิดเลือดกำเดามันมีเยอะมากนะคะ
เราใช้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บนี้ค่ะ >> http://health.kapook.com/view141613.html
อาจเกิดได้จากอากาศแห้งๆที่หนาวจัด หรือโครงสร้างร่างกายไม่ปกติ
เคยมีประสบการณ์เสียวเกี่ยวกับเลือดกำเดาด้วยค่ะ (ชีวิตจะแฟนตาซีไปไหนล่ะ !)
ตอนอยู่มอหนึ่ง วันศุกร์คาบสุดท้ายจะมีวิชาลูกเสือ
ก็ต้องเข้ารวมกองกันทั้งระดับชั้น แล้วก็รู้ๆกันว่าอากาศไทยแลนด์ตอนบ่ายสามมันเป็นยังไง
ในขณะที่ยืนกระจายหมู่กันอยู่ดีๆ ด้วยความที่ตัวเองเป็นรองนายหมู่ ต้องยืนท้ายแถว
แถมอยู่หมู่ท้ายๆ ไม่ค่อยมีคน ปรากฏว่าเลือดกำเดาไหลค่ะ
แต่จะเรียกใครก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวโดนสั่งทำโทษทั้งกอง (คือกลัวไง มันไม่ได้มีแค่เพื่อนห้องเรานา)
ก็เลยยืนบีบจมูกห้ามเลือดโดยมีเพื่อนหมู่เดียวกันที่อยู่ข้างหน้าคอยช่วย
ผ่านไปประมาณห้านาทีเลยเอามือออก คิดว่ายังไงๆเลือดก็คงแห้งแล้ว
เท่านั้นล่ะคุณผู้ชม เลือดไหลเป็นก๊อกน้ำเลย
มันน่ากลัวมากจริงๆค่ะ ด้วยความที่เคยมีประวัติกับอาการทำนองนี้อยู่แล้ว
แล้วไม่ได้ไหลนิดเดียวด้วย ไหลยาวลงมาจนเปื้อนคอเปื้อนชุดเนตรนารีไปหมดเลย
ช็อกกันทั้งหมู่ตัวเอง หมู่รอบข้าง ยันหัวหน้ากองที่ยืนอยู่บนเวที
เพื่อนลูกเสือประมาณสองสามคนต้องหามออกจากกองไปนอนแอ้งแม้งในที่ร่ม
จำได้ว่าตอนนั้นทั้งหน้าทั้งมือเลอะเทอะไปหมด น่ากลัวมาก สภาพเหมือนโดนฆาตกรรมก็ไม่ปาน
(คืออยากเล่าให้ตลก แต่ตอนนั้นตลกไม่ออกค่ะ กลัวตายมาก
ทำไมมันไหลเยอะขนาดนั้นทุกวันนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ค่ะ)
หลังจบเหตุการณ์วันนั้นเพื่อนทั้งห้องพากันประคบประหงมเลยค่ะ
มันบอกว่า ปล่อยให้ตายไม่ได้เดี๋ยวโรงเรียนมีประวัติ (เลวอ่ะ !)

แล้วก็ขอเตือนนิดนึงนะคะ เวลาจะเช็ดเลือดเช็ดอะไรให้ใคร เช็คดีๆด้วยค่ะ
ไม่ได้จะบอกว่าต้องรังเกียจเขา แต่ของแบบนี้มันมีความเสี่ยงค่ะ
อย่างน้อยๆก็เซฟตัวเองอย่าให้โดนเลือดคนอื่นจะดีที่สุด
ไม่ได้แปลว่าห้ามช่วยคนเลือดไหลนะ แต่ให้เช็คตัวเองดีๆว่าบนตัวไม่มีแผลใช่ไหม
เดี๋ยวเลือดคนอื่นโดนแผลตัวเองละเป็นเรื่องเลยนา !
เพราะเวลาอยู่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเราก็เป็นหน่วยปฐมพยาบาลให้เพื่อนมาตลอดค่ะ
ด้วยเหตุผลที่เพื่อนบอกว่า เอ็งเป็นลูกพยาบาล เอ็งต้องทำได้ ... มันเกี่ยวกันไหมล่ะโว้ย !
ซึ่งยินดีช่วยเพื่อนมาก แต่ไม่ได้ทำสุ่มสี่สุ่มห้านะ
อย่างน้อยๆก็ต้องเซฟตัวเองเหมือนกัน (อย่าทำเป็นเล่นไป ประมาทไม่ได้จริงๆนะคะ)
เพราะความประมาททำให้คนเราต้องพบความทรมานมาเยอะแล้วค่ะ

ขั้นต่อไป... เราจะยังไม่บอกว่าเราจะพาพี่จินยองกับพี่แจบอมไปในทิศทางไหน
แต่ทั้งคู่ล้วนมีจุดหมายปลายทางอยู่แล้วค่ะ
อยู่แค่ว่าจะไปทางเดียวกัน หรือต่างคนต่างไป มันก็เท่านั้นค่ะ (หึหึหึหึ !)

มาว่ากันด้วยเรื่องไม่คาดฝันของชีวิตต่อค่ะ (ยังทอล์กไม่จบอีกเรอะ !!!!)
ตอนประมาณมอปลาย น่าจะช่วงมอสี่ตอนย้าย รร.ไปใหม่ๆ เราเคยชอบเพื่อนผู้ชายคนนึงค่ะ
เพื่อนเรารู้กันหมดนะ ทุกคนรู้หมด ยกเว้นเจ้าตัวค่ะ (คุ้นๆเนอะว่าไหม
T____T)
แม้แต่เพื่อนของผู้ชายคนนั้นก็รู้ค่ะว่าเราชอบเขา
สภาพตอนนั้นโคตรอึดอัดใจเลยค่ะ จะพูดก็ไม่ได้เพราะสนิทกัน
สนิทถึงขั้นที่วันหยุดสอบ เรานอนอยู่หอ เขาก็โทรตามให้ไปติวหนังสือที่ห้องสมุดกันสองคน
เข้าใจความรู้สึกกันใช่ไหมคะว่าตอนนั้นมันทั้งดีใจทั้งหน่วง
เป็นเวลาดีๆที่เราก็รู้สึกผิดกับเขาอยู่ลึกๆในใจเหมือนกัน
ติวเสร็จก็ไปกินข้าว แล้วเดินมาส่งถึงหอ พูดแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะคะ โคตรหวั่นไหวใจสั่นค่ะ !
เข้าใจความรู้สึกนางเอกโลกสวยทันที (บางทีเวลาชอบใครมากๆความรู้สึกมันเหนือเหตุผลจริงๆนะคะ)
ทีนี้มีวันนึงเราโดนเพื่อนแกล้งผลักจนล้มไปชนกับกล่องใส่ไม้กวาดหลังห้องเรียน นอนหงายแอ้งแม้งเลยค่ะ
ความซวย(แบบชิบหา
_)คือใส่กระโปรงนักเรียนแล้วนอนยกขา
ปรากฏว่าคนตัวเองชอบนั่งอ่านการ์ตูนอยู่หลังห้องค่ะ
คือนึกภาพออกไหมว่าขาตัวเองอยู่ตรงหน้าคนนั้นอ่ะ แล้วยกขาในสภาพที่ใส่กระโปรงไง
วินาทีนั้นรู้สึกอยากลาออกจากการเป็นมนุษย์แล้วไปร้องไห้อยู่ในบ่อปลาหลังโรงเรียน
แต่ตอนนั้นมันไม่ใช่แค่อายนะคะ เราโกรธเพื่อนมากที่เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง
ชอบเขาแค่ไหนก็ไม่ได้แปลว่าจะรู้สึกดีไปหมด ยิ่งกับเรื่องแบบนี้ ไม่โอเคค่ะ
แต่มาคิดตอนนี้ก็แบบ... ฮือ อายอ่ะ ทั้งขำทั้งเกลียดตัวเอง ทั้งเกลียดเพื่อน /ทุบพื้นด้วยความคับแค้นใจ
สุดท้ายเราก็ไม่ได้บอกเขาไปนะว่าเราชอบเขา แล้วเขาก็มีแฟนพอดี
โชคดีว่าเป็นช่วงที่เราเริ่มไม่รู้สึกอะไรแล้วก็เลยไม่ได้เฮิร์ทหนักมากเท่าไหร่

ขอโทษที่ทอล์กยาวไปนะคะ
เพราะมีอะไรอยากจะชี้แจง อยากจะเล่า อยากจะบอกที่มาให้ชัดเจน
ทุกๆอย่างที่เราทำไปมันมีเหตุผลค่ะ แต่ก็ยอมรับว่าบางอย่างคงไม่ชัดเจน
ที่สำคัญก็คือ เราไม่เคยลืมจุดที่ต้องตามเก็บในเรื่องนะคะ
อย่าเพิ่งรีบตัดสินกันก่อน มีอีกหลายเรื่องที่เราจะค่อยๆเฉลย ค่อยๆคลายปมออกมาค่ะ
และที่ทอล์กมายาวขนาดนี้ เพราะเราอยากให้ทุกคนรู้สึกว่า
เราใส่ใจทุกคนจริงๆนะ ไม่ได้ตีเนียนนิ่งเฉยกับสิ่งที่พลาดไป
เราไม่รู้ว่าควรจะแสดงออกมายังไง ก็เลยอยากใช้พื้นที่นี้มาคุยกันแทนค่ะ

แล้วก็... คำพูดของแจบอมในอีพีนี้นอกจากจะบอกอะไรตรงๆแล้ว
ก็ยังซ่อนจิตใต้สำนึกส่วนลึกของเขาเองด้วยนะคะ
บางทีเราไม่อยากเฉลยออกมาตรงๆเท่าไหร่ เพราะมีคนบอกว่ารู้สึกขัดใจเวลาเฉลยกิมมิค
ฉะนั้นก็ตีความหมายกันวนไปค่ะ 555555555555

สุดท้ายนี้ ก็ต้องขอพูดคำเดิมๆว่า "ขอบคุณ" ที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้
ผ่านไป
20 ตอนแล้วก็ขอให้มีอะไรคืบหน้าขึ้นบ้างเนอะ
(เอ... ตอนนี้คืบหน้าไหมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ 555555555)
อาจจะมีหลายๆคนที่ไม่ได้มาเดินต่อกับเราแล้ว
แต่เราก็ยังหวังว่าจะยังมีคนมาเดินไปกับเราต่อแม้ว่าจะน้อยลง แต่เราก็ยังอยากเดินไปจนสุดทาง
เพราะทุกคนคือกำลังใจของเราค่ะ หวังว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันไปนานๆนะคะ

ปล. อีพีหน้า เตรียมกระดาษมาขอลายเซ็นกันนะคะ ลูกเป็ด are gonna be a star ค่ะ !
ปล. ของ ปล. การรวมเล่มฟิค จะมาแจ้งความคืบหน้าเร็วๆนี้ค่ะ ขอมาแง้มว่าปกใกล้เสร็จแล้วค่ะ งึ้ยยยย !
ปล. กำลังสาม กิจกรรมชิงฟิคจะมาเร็วๆนี้ เตรียมขากรรไกรกันไว้ให้ดี (
?) ไม่ยากเลยค่ะ
อาศัยความเป็นแม่ของลูกเป็ดเท่านั้นค่ะ ใครอ่านครบทุกตอนรับรองผ่านฉลุยค่ะ

(บอกใบ้ว่า ไม่ใช่ตอบคำถาม ไม่ใช่เขียนความรู้สึก มีเกมมาให้เล่นค่ะ ^ - ^)

 

ด้วยรักและขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนที่ 20 ค่ะ :)


ก่อนจากกัน ขอฝากโปรเจคต์ฟิคบีเนียร์ไว้ในอ้อมใจทุกคนด้วยนะ



(คลิกที่รูปได้เลยค่ะ)


Hashtag : #บีเนียร์ไปไหน

มาร่วมเดินทางไกลไปด้วยกัน 7 ประเทศกับคน 2 คน

' เพราะการเดินทางอาจทำให้คุณได้เจอกับอะไรใหม่ๆ '



 dwarf.
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

10,430 ความคิดเห็น

  1. #10336 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 16:28
    ตาจั๋นเอ้ยยยยยแสบได้เรื่องจริงๆเลย
    แด๊ดดี้ถึงขั้นเก็นเอาพี่นศ.ไปฝันแบบนี้มีอะไรในกอไผ่เปล่าอ่ะ 555
    ตอนนี้เด็กๆน่ารักมากเลย ชอบการเปรียบกับสัตว์ต่างๆอ่ะ
    #10336
    0
  2. #10010 LOOK_WALAK (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 14:16
    อ๋อยยยยย เขินแหละเขิน เขินอะไรไม่รู้แค่จมูกชนกันเอง
    #10010
    0
  3. #9767 jennisajane (@janeniss) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 12:36
    เห็นว่าไรท์ยังไม่ได้อัพต่อ นี่อ่านเรื่องนี้มาได้ปีกว่าๆแล้ว ยอมรับเลยค่ะว่า บทเราจะดองก็ดองนาน แต่ก็ไม่เคยคิดจะเลิกอ่าน เราชอบบรรยากาศฟิคที่ไรท์สร้างขึ้นมามาก และเราก็ชอบความเป็นซิทคอมของเรื่องบวกกับภาษาและสาระที่สอดแทรกในเรื่อง เราชอบมากๆเลย เพิ่งมาถึงอีพี20 เจอทอล์คไรท์ยาวๆยิ่งดีใจเลยค่ะ เป็นเรื่องที่นึกถึงเสมอเวลาอยากจะหสอะไรทำให้สบายใจ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ไรท์ต่อไปนะคะ

    (ป.ล. เราก็เลือกกำเดาไหลบ่อยมากค่ะ มีครั้งนึงไหลเกิน50นาที ครูห้องพยาบาลทั้งกดจุด ยัดสำลี เอาไม่อยู่ค่ะ + เราชอบผช แต่ก็มีเพื่อนผญบางคนที่เราก็ชอบเหมือนกัน5555(55555 เราชอบแนวคิกของไรท์มากๆเรย)
    #9767
    0
  4. #9726 DefTee (@Teenkantaya) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 20:06
    ขอหลังไมค์ดูเจ้าแมวจีนยองหน่อยค่ะ😂😂
    #9726
    0
  5. #9700 StrawberryChan (@amimikuma) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 09:55
    ซื่อบื้อที่สุดเลย...
    #9700
    0
  6. #9573 SETSUNA[กลับมาแล่ว] (@The-Mist) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:41
    อัปป้าถึงกับเกฌบมาฝันเลยอ่าาา ง่อวววว
    #9573
    0
  7. #9169 GIG.ARO (@gig_moko) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 19:24
    แจบอม นายมันซื่อบื้อออออ
    #9169
    0
  8. #9168 GIG.ARO (@gig_moko) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 13:26
    แจบอมม รู้ตัวเร็วๆนะ
    #9168
    0
  9. #8868 Tunpp (@Tunpp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 21:06
    งื้ออออ เค้าเริ่มรู้สึกกันแล้วใช่มั้ยยยยยย >..<
    #8868
    0
  10. #8730 NiMiRi (@nae_ontira) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 21:26
    แด๊ดดี้ คนที่กล้าเช็ดกำเดาให้แด๊ดดี้โดยไม่บ่นเนี่ย หาที่ไหนไม่ได้แล้วน้าาาา
    หึหึ แถมยังน่ารักเหมือนโนร่าด้วย รีบๆรู้ตัวได้แล้วววว
    อย่าปล่อยให้พี่จีนยองรอนานน้าาา
    #8730
    0
  11. #8619 - Lazy Girl - (@aum_suparada) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 20:22
    เค้าก็นอนไม่หลับเหมือนคุณนั้นแหละ คุณแจบอมคะ!! //><
    #8619
    0
  12. #8579 Lucifer (@naphalai) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 08:24
    ถถถถ ออมม่าอาาา ให้โอกาสอัปป้าหน่อยยยย
    #8579
    0
  13. #7651 lanya78 (@lanya78) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:24
    ฮออออออ นยอง ใจเย็นนะ
    #7651
    0
  14. #7569 DarkDiary_13 (@DarkDiary_13) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 09:54
    อย่าเพิ่งขีดเส้นสิพี่จีนยองงง อิมแจบอมม รู้ตัวยังงง
    #7569
    0
  15. #7200 PpsdMin (@seameaw) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 03:04
    พิแจบอมเปิดใจแล้วลองคิดเร็วว่ารู้สึกอะไรอยู่ฮึ่กกก
    #7200
    0
  16. #7170 ELFICEZaa (@elficezaa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 11:35
    เขินอนเสดาดากกสรพรพาดาแาแดราาดากากากากกาพาทาดพสพสดาดสดสดสาดดาดาดาดาดาาดดา
    #7170
    0
  17. #6876 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 15:22
    อมยิ้มจนปวดแก้มไปหมดแล้ววววววววว ฮื่อออออ เขิน!!!!
    เราก็เป็นคนหนึ่งที่สามารถคบกับใครก็ได้ โดยไม่สนว่าเค้าจะเพศอะไร แค่ความรู้สึกมันใช่ก็คือใช่
    คืบหน้าไปอีกนิดแล้วน๊าาาา แต่ว่า จินยองอ่าาา จะหยุดไว้แค่เพื่อนบ้าน คือมันก็โอเคนะ แต่ถ้าวันนึงแด๊ดดี้เค้าอยากได้แม่เป็ด
    นู๋ควรจะคิดใหม่เนาะ ลูกเป็ดน่ารักนะเอออ???
    เป็นกำลังใจให้ไรต์เสมอนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีมีคุณภาพ และมีสาระด้วย ดีกับใจจริงๆ
    ว่าแต่ บ้านไรต์อยู่สุพรรณเหรอคะ รีดก็อยู่สุพรรณน้าาาา ถ้าอยู่ใกล้ๆ อยากเจอจังเลย
    #6876
    0
  18. #6469 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 16:33
    โอ้ยยย แด๊ดดี้อยากกินเกี๊ยวน้ำมากมั้ย ถึงขนาดมาฝันเลยอะ แถมมีพี่จีนยองด้วย งือ แดณดดี้ก็เป็นทาสจืดจางต่อไปนะคะ เจ้านายก้อนเขาสนใจพี่จีนยองมากกว่าแด๊ดดี้ตลอดนั้นแหละน้าเวลาอยู่ด้วยกัน555 เรื่องแด๊ดดี้กับพี่จีนยองค่อยๆเป็นค่อยๆไปดีค่ะ ชอบอะ เหมือนอ่านชีวิตคนๆผนึ่งจริงๆ เข้าใจความคิดแด๊ดดี้อะ
    #6469
    0
  19. #6257 ทำไมต้องไอค่อน' (@tingerbel) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 15:40
    แด๊ดดี้เอาคุณเพื่อนบ้านมาฝันเป็นตุเป็นตะเลยน้า ขำพี่แกมาก ถ้าอยากกินเกี๊ยวน้ำขนาดนั้นเดี๋ยวเราซื้อเซ่นไปให้ก็ได้ 5555555555 ทีแรกอ่านไปแบบหวั่น กะว่าถ้าไรต์มาบอกท้ายตอนว่าเป็นฝันซ้อนฝันจะเขวี้ยงไอแพดเลยคอยดู แต่ต้องขอขอบคุณไรต์มากที่ช่วยรักษาไอแพดน้อยๆขอเราไว้โดยการไม่หักดิบว่าอิคุณพ่อฝันซ้อนฝัน ตอนนี้คุณแด๊ดหวั่นไหวละค่า คิดแต่เรื่องเค้าไม่ได้หยุด กิ๊วๆๆๆ ทำดีมากเจ้าก้อนเลโก้ เดี๋ยวพาไปว่ายน้ำกับคุณฉลาม ส่วนเรื่องเนื้อเรื่องนะไรต์ เราชอบม๊ากมาก เราชอบนิยายแนวนี้ (ซึ่งจัดว่าอยู่ในหมวดแฟนฟิคเกาหลี> แรร์ไอเทม สำหรับเรา) เป็นนิยายแนวที่หาย๊ากยากในนิยายนับแสนในเด็กดี เป็นนิยายที่เหมือนเราเริ่มต้นรู้จัก เริ่มต้นรักไปพร้อมๆกับตัวละคร นี่ตอนนี้เราหลงเสน่ห์แด๊ดดี้ตอนพี่จีนยองไปด้วยเลย แล้วก็ชอบนิสัยตัวตนของพี่จีนยองมากๆ เขียนต่อไปนะไรต์อย่างเทเค้าน้า เค้าจะเก็บตังนะตะเอง จะหักดิบระหว่างค่าไปคอนกับฟิค
    #6257
    0
  20. #6230 F.xxx (@xxxavinn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 04:30
    เด็กๆนี่ช่างเปรียบเปรยกันจังน้า 555555 แล้วมีความเหมือนกันทุกคน จริงๆที่มาของเด็กๆก็คือสวนสัตว์นี่ล่ะ ขำความทาสของแจบอม ทุกครั้งที่จินยองมาเกี่ยวแด๊ดดี้จะตกกระป๋องตะเหมอ อุบัติเหตุวันนี้นี่คงเป็นกุญแจไขใจเปิดทางให้สองคนนี้แน่นอน ต่างคนต่างนอนไม่หลับไง คนนึงก็ลบหน้าอีกฝ่ายไม่ได้งานการไม่ได้ทำ คนนึงก็คิดมากไปอีก แต่ตัวต้นเหตุนี่นอนเป็นมวลก้อนเรียบร้อย
    #6230
    0
  21. #6020 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 14:14
    จิฟแพนกวินน่ารักขาสั้นวิ่งดุ๊กๆ ก้อนจั๋นทำแด๊ดดี้กับพี่จินยองไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว แด๊ดดี้ก็เร็วนะพอเค้าจะล้มมือโอบเอวไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน
    #6020
    0
  22. #5934 figure-md (@modeling) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 01:53
    เด็กๆทำดีมากเลยลูก พี่แจบอมต้องรู้ได้แล้วอาการชัดขนาดนี้เเล้ว ฮ่าๆๆๆ เด็กน่ารักตลอดมีความซนขี้อ้อนอะไรเบอร์นี้ ฮื่อ~~
    #5934
    0
  23. #5573 ltmonkey (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 16:33
    ตอนนี้เป็นตอนที่รู้สึกขอบคุณจาจามากกก ทำดีมากข่ะลูก/ปรบมือ ต้องให้เด็กๆมากระตุ้นใช้ม๊ายยยยยย อิตาลุงซื่อบื้อ(ก็ไม่บื้อแล้วนะที่อ่านมาถึงตอนนี้) ถึงจะได้รู้สึกอะไรบ้างงงง พี่จีนยองยังตามหลอกหลอนทั้งในฝันและความจริงอ่ะ จะจ่มตาหลับก็ไม่ได้ มีแต่หน้าเค้าเต็มไปหมด ฮิ้ววววว

    เป็นตอนที่เปิดเรื่องมาได้แหวกแนวมาก ทำเอาเราคิดถึงตอนที่แด๊ดดี้ได้เจ้าก้อนลูกเป็ดทั้งห้ามาเลี้ยงเลย และมันพีคตรงที่ฝันไป 55555 แต่ฝันก็เป็นจริงนะคะ

    แด๊ดดี้คงหวั่นไหว(รึป่าวฟ ระ) คงฟีลแบบ..ไม่เคยได้มีคสพ.ลึกซึ้งกะใครเพราะถูกบอกเลิกก่อนตลอด อ่าาาา จะบอกว่ายังใสอยู่นั่นแหละ แถมยังมาใกล้ชิดกับเพื่อนบ้านอีก เราไม่รู้นะว่าแด๊ดดี้เป็นยังไง แต่เพื่อนเราเคยชอบนักร้องนำวงร็อควงนึง สาเหตุที่ชอบนางบอกเพราะฝันถึง ตึ่งโป๊ะเลยค่ะ 5555

    เราก็เคยรู้สึกดีๆกับบางคนเพราะฝันถึงนะ เป็นอุปทานไปเอง 555555

    ยิ่งเราอ่านเราก็ยิ่งรู้สึกว่าแด๊ดดี้เหมือนที่เรา ชอบเรียกเราว่าไ อ้หนู 555555

    แล้วทัศคติของแด๊ดดี้ก็เป็นกลาง จะหาว่าให้ความหวังก็ไม่ใช่ รังเกียจก็ไม่ใช่ แล้วจะเอาไงต่อดีล่ะทีนี้ แต่เราว่าถ้าเหตุกาม(?)มันมาถึงขั้นนี้แล้ว แด๊ดดี้ก็คงจะรู้สึกอะไรบ้างล่ะ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ

    ปล.เป็นทอล์กที่อ่านสนุกพอๆกับฟิคเลยค่ะ เราก็ชอบมองเพื่อนผญ.สวยๆนะคะ แบบคนนี้สวยจังเลยยย ชอบบบมอง ไปบอกเพื่อนผช.ว่าผญ.คนนี้สวย เพื่อนผช.บอกมองจนเบื่อแล้ว ไม่สวยเลย เราแบบ..เออมีงี้ด้วย

    มันเป็นธรรมชาตินะที่เราจะสะดุดตาหรือรู้สึกพิเศษกับบางคนหรือหลายคน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคำว่ารักแรกพบ

    ปล.2 เราชอบฟิคเรื่องนี้มากกกก ไรท์อย่าท้อนะคะ ถึงไรท์จะแต่งจบแล้ว และผ่านตอนที่เราอ่านอยู่ไปแล้ส เราก็อยากเป็นกำลังใจให้จริงๆนะคะ สู้ๆนะคะ^^

    ปล.3 สารภาพเลยว่าเราเป็นคนนึงที่ร้องงอแงอยากได้หมวกช้าง ปัจจุบันก็ยังไม่ได้ อายุเกินจะใส่แล้ว 5555
    #5573
    0
  24. #5399 mickeyhanbin (@indygirl69) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 14:55
    ตอนนี้นี่ได้แต่หวีดตอนจมูกเขาชนกันอย่างเดียวเลย
    ฮืออ แจบอมโอบเอวเขาไว้นี้เพราะจิตใต้สำนึกล้วนๆเลยใช่มั้ย ตอบ!!!!
    เด็กๆก็แสบเหลือเกิน ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย รู้ตัวมั๊ยว่าทำแด๊ดดี้เขางานเข้าไปเท่าไหร่แล้ว555
    #5399
    0
  25. วันที่ 2 กันยายน 2559 / 16:09
    เขินนนน จมูกชนกันแล้ว
    #5355
    0