Love is..เพราะรักออกแบบไม่ได้ [ Krislay , Markbam :EXO,GOT7]

ตอนที่ 11 : ความสุขที่สุดในชีวิต คือการที่มีใครสักคนคอยเป็นห่วงว่าเราอยู่ไหน ในเวลาที่เรายังไม่กลับบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 มิ.ย. 59

                     Title : Love is…เพราะรักออกแบบไม่ได้

Author : พระจันทร์สีทอง

Genre : Romantic Comedy

Warnings : Yaoi – PG 13

Pairing :  Kris x Lay l Mark x BamBam  

 

 

 

ความสุขที่สุดในชีวิต คือการที่มีใครสักคนคอยเป็นห่วงว่าเราอยู่ไหน

ในเวลาที่เรายังไม่กลับบ้าน

.

.

.

ทฤษฏีความรัก

บทที่ ๑๐

 

 

 

 

 

 

Kris’s side : ห้องนอนในคอนโด

 

ติ๊ก...ต๊อก...ติ๊ก...ต๊อก

 

เสียงเข็มนาฬิกาคือสิ่งแรกที่ผมได้ยินเมื่อเริ่มได้สติ เมื่อคืนหลังจากกลับจากบ้านรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ระหว่างที่กำลังพาไอ้น้องชายตัวดีกลับไปเอารถที่มหาวิทยาลัย ผมดันไปเจอกับเพื่อนร่วมคณะเข้าพอดี พวกมันกำลังจะไปกินเหล้าฉลองที่การควิซจบลงแล้ว ตอนแรกผมก็กะจะเลี่ยงเพราะเหนื่อยเต็มที แต่พอเห็นพวกมันกำลังเอ่ยปากเตรียมแซว ผมก็เลือกที่จะฝากร่างบางกลับมากับน้องชาย ส่วนผมก็ไปต่อกับเพื่อนยันตีสามถึงได้กลับมาที่ห้อง ตอนนั้นจำได้แค่ในหัวมีแตต่คำว่า เตียง เตียง เตียง แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป ก่อนจะตื่นมาในสภาพที่ทำให้คิดว่าเมื่อคืนนั้นแค่ฝันไป ถ้าไม่ติดว่าเห็นเศษผ้าเย็นวางไว้ข้างกับกระเป๋าสตางค์

 

“ชิง...ชิงครับ~”

 

คนแรกที่ผมเรียกก็ยังคงเป็นอี้ชิงที่ผมจำได้ว่าก่อนจะหลับก็พาดแขนกอดเขาอยู่ไม่ไกล มันเหมือนเป็นความเคยชินที่ว่าถ้าผมไม่ได้กอดเขา ต่อให้ง่วงยังไงผมก็หลับไม่สนิทเสียที

 

“ครับ~”

 

เสียงขานรับของคนรักที่ดังออกมาจากห้องน้ำ ทำให้ผมต้องลุกจากเตียงแล้วเดินเข้าไปดูว่าเขาทำอะไรอยู่ ภาพเดิมๆที่มัเกิดขึ้นเมื่อผมตื่นจากอาการเมาก็คือ ร่างบางนั่งอยู่ในห้องน้ำข้างกายต้องมีกะละมังใส่เสื้อผมที่ใช้ไปเที่ยวแช่น้ำอยู่ ส่วนตัวเขาก็จะทำอะไรจุกจิกไปด้วยทุกครั้ง คราวนี้เป็นล้างห้องน้ำทำให้ผมทำได้แค่ยืนเกาะขอบประตูดูอยู่เท่านั้น

 

“ทำไมวันนี้ล้างห้องน้ำอ่ะ เพิ่งล้างไปอาทิตย์เดียวเอง”

 

“ก็มันสกรกแล้วนิครับ ว่างชิงก็อยากจะรีบๆเคลียร์ พี่คริสหิวแล้วเหรอ?”

 

“เปล่า ตื่นมาไม่เห็นชิงเลยต้องมาหาก่อน ไม่มีหัวใจจะใช้อะไรเดินล่ะ”

 

“พูดไปเรื่อย ว่าต่เมื่อวานสนุกมากเลยเหรอครับ กลับดึกกว่าทุกทีเลยนะ”

 

อี้ชิงพูดพร้อมเดินมาบีบจมูกของผมด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าผมกุมจมูกด้วยความเจ็บ ก็เล็บเจ้ากรรมขอองคุณเขาเล่นขยี้เสียจมูกผมเป็นรอยเลยเนี่ยสิ

 

“เจ็บนะชิง~”

 

“ไม่ต้องมาทำเสียงอ้อนเลย ตอบมาก่อนเร็ว”

 

“ก็เหมือนเดิมอ่ะชิง แต่เมื่อคืนพวกแม่งยังไม่รู้ผลจริงๆเลย ไม่รู้วันนี้ต้องไปอีกเปล่าถ้ามันผ่าน”

 

“แล้วพี่คริสว่าพี่คริสจะผ่านมั้ยครับ”

 

“ก็น่าจะผ่านนะ ไม่มีข้อไหนไม่ได้เขียนไปอ่ะ”

 

จริงๆอยากจะบอกว่าถ้าพี่ไม่ผ่านก็คงตกยกชั้น แต่ก็กลัวว่าทุกคนจะหมั่นไส้ในวามเก่ง แต่ถ้าจะพูดไปแล้วนั่นแหล่ะครับความจริง ผมมันนักเรียนทุนถ้าไม่ตั้งใจเรียนคงหลุดทุนไปนานแล้ว ยิ่งต้องใช้ชีวิตกับมารดามาตลอดด้วยแล้ว ผมเลยไม่ได้เป็นคนใช้เงินฟุ่มเฟือยอะไร ตอนนี้ก็เหลือเก็บมากพอเอาไปขออี้ชิงแล้วครับ ถึงบ้านตระกูลจางไม่อยากได้ผมก็จะเอาไปกองให้ตามธรรมเนียมครับ

 

...จงมอบโล่ลูกเขยดีเด่นพร้อมปรบมือครับ!...

 

“พี่คริสของชิงเก่งที่สุดเลย...ย...ย~”

 

“อยู่แล้ว...ว...ว~ ก็พี่ต้องสร้างอนาคตไว้ไปขอชิงเลยนิ”

 

ผมพูดพร้อมดึงร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเข้ามากอด อยากให้เขารับรู้ว่าผมทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อเขาทั้งนั้น เพื่อเติมเต็มให้กับชีวิตที่เขาต้องเสียไป แลกกับครอบครัวของเขาที่มันเคยดีกว่านี้ อี้ชิงเสียสละหลายอย่างเพื่อที่ให้รักของเรามันยังไปต่อได้ ผมจะทำให้เขาได้รู้ว่าการที่เขาเลือกผู้ชายคนนี้มันไม่ผิด และเขาจะต้องกลายเป็นคนรักที่น่าอิจฉาที่สุด

 

“ป๊าเขาไม่อยากได้หรอก”

 

“หือ?”

 

“แค่หน้าพี่ป๊าชงเขายังไม่อยากจะมองเลย ขนาดชิงเป็นลูกชายเขาแท้ๆนี่กี่ปีเข้าไปแล้วที่เขาไม่พูดกับชิงเลย บางทีค่าสินสอดของพี่มันคงกลายเป็นเงินก้อนโต ที่เราใช้เที่ยวรอบโลกฉลองความรักที่มีแค่เราสองคนที่ยินดีมากกว่า”

 

“อย่าคิดงั้นสิชิง...”

 

คำพูดเหล่านั้นถ้ามองอย่างผิวเผินก็ดูเหมือนคำหยอกล้อทั่วไป แต่สำหรับครอบครัวคนจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศจีนแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะยอมรับเรื่องรสนิยมทางเพศที่ไม่ปกติอย่างเรา ถึงร่างบางจะทำเหมือนเข้าใจสภาพที่เราเป็นอยู่ แต่อย่างไรเขาก็ยังเป็นเพียงมุษย์คนหนึ่ง ที่มีมุมนั่งร้องไห้คิดถึงครอบครัวให้ได้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ถึงเขาจะพยายามหลบไปร้องในเวลาที่ผมไม่อยู่เพื่อไม่ให้กังวล แต่เพราะเราอยู่ด้วยกันมานานมากเกินไปผมถึงรู้ไปเสียหมดว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน

 

“...จะมีแค่เราได้ไง ยังมีม๊าพี่อีกคน ถึงไอ้เอินไม่ยินดีพี่ก็จะบังคับให้มันยินดี เชื่อพี่ดิ”

 

“โห่ ก็มีแต่พวกเราอยู่ดีไม่ใช่รึไงครับ”

 

“เดี๋ยวพี่จ้างคนทั้งหมู่บ้านมาฉลองเลยเอาดิ!

 

“บ้า! หึหึ”

 

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่อี้ชิงยังหัวเราะออกมาให้ได้ยิน เรากอดกันแน่นขึ้นเพื่อให้ความรักที่มีให้กันมันเป็นตัวเป็นตนจับต้องได้ จะได้รู้ว่าต่างฝ่ายต่างมีอยู่จริงด้วยกันทั้งคู่

 

...จะได้ไม่หลงลืมจนทำผิดต่อกัน

 

“เดี๋ยวพี่คริสไปอาบน้ำที่ห้องมาร์คนะ เดี๋ยวชิงล้างห้องน้ำเสร็จแล้วเราไปมหาลัยกัน พี่รู้รึยังว่าวันนี้องไปส่งชิงที่คณะด้วยนะ”

 

“แล้วไอ้เอินอ่ะ?”

 

“มาร์คไปดูน้องแบมซ้อมสันทนาการของคณะอ่ะครับ”

 

“อะไรนะ? อย่างไอ้เอินเนี่ยนะไปดูเรื่องไร้สาระกับเขาเป็นด้วย ติดเมียขั้นหนักจริงๆว่ะ”

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Mark’s side : ห้องซ้อมสันทนาการคณะศิลปกรรมศาสตร์

 

โอ้เจ้าดอกลั่นทม ฉันเคยเด็ดดม ฉันเคยเด็ดเล่น โอ้เจ้าดอกลั่นทม ฉันเคยเด็ดดม ฉันเคยเด็ดเล่น เด็ดเช้าเด็ดเย็น ฉันเคยเด็ดเล่น เด็ดดมๆ!!!

 

เสียงกลองบวกกับเสียงร้องของเหล่าสันทนาการฝึกหัดดังขึ้นลั่นห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ วันนี้เป็นวันซ้อมสันทนาการวันสุดท้าย ก่อนที่จะเข้าสู่การสันทนาการจริงวันสอบสัมภาษณ์ ให้กับน้องใหม่ที่สอบติดในรอบแรกของการสอบตรง ถ้าถามถึงความจำเป็นของสันทนาการนั้นผมขอบอกเลยว่ามันมีผลต่อการตัดสินใจมอบตัวมาก เพราะผมเองก็ถูกบรรยากาศคลื้นเครงในวันแรกของการสอบสัมภาษณ์ล่อลวงมาเหมือนกัน ตอนแรกผมคิดว่าเด็กเภสัชที่เก็บกดๆก็สันฯได้มันมากแล้ว แต่พอมาเห็นพลังงานล้นเหลือของเด็กศิลปกรรมศาสตร์ผมนี่ยอมเลย

 

...นี่พี่สันฯ หรือ คนบ้าวะ?...

 

ไม่ต้องไปมองตัวอย่างที่ไหนไกลครับ ก้มลงมองร่างเล็กที่พิงผมด้วยท่าทางเพลียและเหงื่อท่วมกายเอาก็ได้ ตั้งแต่แบมแบมเปลี่ยนไปใส่กางเกงเลสีเหลืองนี้ ผมยังไม่เห็นน้องจะนั่งติดพื้นได้เกินห้านาทีเลย แถมเพลงไหนมาเพลงนั้นเต้นสุดจนผมผวาอีกต่างหาก

 

“อีแบมอย่ามาอ้อนแฟนตอนนี้ คนอื่นเขายังเขายังไม่นั่งเลยอีสำออย”

 

“โห~ นี่แบมเพิ่งได้นั่งเองนะเจ๊ ขอพักแปปดิเหนื่อยจริงๆ”

 

“ไม่ได้ อย่ามาซบคนหล่อให้ชะนีโหยหวนแถวนี้...แจวมาแจวจ่ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวมาแจวจ่ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวเรือจะมาซื้อแฮม แจวเรือมาซื้อแฮม ขอเชิญอีแบม ลุกขึ้นมาแจว...ว...ว~ เอ้า! แจวมาแจวจ่ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว~

 

ตอนแรกน้องก็เหมือนจะบ่ายเบี่ยงเต็มที่เพราะไม่ไหวจริงๆ แต่พอถูกเรียกให้ขึ้นแจวทั้งที ร่างที่พับอยู่ในตักผมเมื่อครู่ ก็เหมือนองค์ลงลุกขึ้นมานั่งท่าเทพธิดาแล้วแจวมือตามจังหวะเพลง จากอ่อยๆเบาๆอยู่ตรงหน้าผม พอกลองเริ่มรัวจังหวะเร็วขึ้นแม่เจ้าพระคุณก็ลุกขึ้นแจวเสียน้ำแทบหมดคลอง หมดคราบของคนที่นอนพับกับตักอ้อนผมเมื่อครู่ไปเลย

 

แจวมาแจวจ่ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวมาแจวจ่ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวเรือจะมาซื้อหมู แจวเรือมาซื้อหมู ขอเชิญอีหมูมิน ลุกขึ้นมาแจว...ว...ว~ เอ้า! แจวมาแจวจ่ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว~

 

พอโยนให้เพื่อนที่นั่งทานขนมอยู่ได้ แบมแบมก็รีบไถตัวลงมาหมกอยู่บนตักผมอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้นั่งเอาหลังพิงอกผมเหมือนอย่างครั้งแรก น้องทิ้งตัวทั้งตัวลงมานั่งบนตักผมเลยครับ ผมจึงวางมือไว้บนตักเขาเพื่อกันไม่ให้เขาลุกขึ้นไปอีก ดูจากการหอบผมว่าแบมแบมควรจะหยุดเท่านี้

 

“เหนื่อยอ่ะพี่มาร์ค หิวด้วย เหมือนลำไส้จะออกมาเต้นรำแทนละ”

 

“จะเลิกซ้อมเมื่อไรเนี่ย เหงื่อท่วมหมดแล้ว”

 

“เดี๋ยวก็เลิกแล้วเนี่ย พี่มาร์คเข้าเรียนบ่ายโมงตรงเลยปะ”

 

“อื้ม แล้วแบมมีเรียนบ่ายจะไปไหวมั้ยเนี่ย”

 

“แบมตัดสินใจโดดตั้งเห็นรายชื่อเพลงที่ต้องซ้อมละ บ่ายจะไปซาวดน่าอ่ะ”

 

“แถวไหน? ทำไมอยู่ดีๆจะไปอ่ะ”

 

“โดดเรียนกลับบ้านก็โดนด่าสิครับ แบมไม่รู้จะไปไหนเลยกะว่าจะไปนอนที่ซาวน่าก่อนอ่ะ วันนี้ไม่ไปสอนน้องเซฮุนด้วย แม่น้องบอกว่าจะให้น้องเตรียมเอกสารมาสัมภาษณ์”

 

“นี่จะไปคนเดียวหรอ?”

 

“อือ จะให้ไปกับใครอ่ะ หมูมินมันจะไปกินเค้กแต่แบมจะนอนอ่ะไอ้ยูคมันต้องเรียน”

 

“งั้นเดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วไปส่งพี่ ไปนอนที่คอนโดพี่ดีกว่าไม่เปลืองเงิน”

 

“จะบ้าหรอ ไม่มีใครอยู่เลยไม่ใช่รึไง”

 

“นอนได้ เป็นแฟนพี่ทำไมจะนอนไม่ได้ เดี๋ยวขับรถไปเลยพี่กลับกับฟานได้ แล้วเดี๋ยวเย็นไปกินชาบูด้วยกัน ฟานมันอยากกินมาหลายวันแล้วเนี่ย”

 

“แต่...”

 

“ถ้ายังจะแต่พี่โกรธนะ นอนห้องแฟนบ่นเกรงใจ แต่จะไปนอนร่วมกับใครบ้างก็ไม่รู้ ใส่ชุดร่วมกับใครบ้างไม่คิด”

 

ผมอดจะบ่นให้กับความขี้เกรงใจแบบผิดๆของแบมแบมไม่ได้ ก่อนจะดึงเอายางมัดผมที่อยู่บนข้อมือเขามามัดผมให้ จงใจดึงผมหน้าม้าปัดด้านหน้าของร่างเล็ก จนใบหน้าหวานหงานมาจ้องผมด้วยใบหน้าเครียดแค้น แต่ก็ยอมให้ผมมัดจุกให้เพราะตัวเองก็คงรำคาญเหมือนกัน

 

“วันหลังพี่จะปั้มกุญแจคอนโดมาให้ ถ้าเหนื่อยอยากโดดแล้วไม่กล้ากลับบ้านจะได้ไปนอนได้ ถ้าอยากเปลี่ยนชุดก็เดตู้ดูเลยว่าใส่ตัวไหนได้บ้างรู้เปล่า เดี๋ยวเสาร์อาทิตย์นี้ไปเอาชุดเรามาทิ้งไว้ที่ห้องพี่เลยก็ได้ เป็นห่วงนะเว่ยที่บ่นอยู่เนี่ย”

 

“ครับ...บ...บ~ พ่อ!

 

“เดี๋ยวเถอะ!!!

 

“เอ้า! แจวมาแจวจ่ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวมาแจวจ่ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว!...”

 

แบมแบมจับหน้าผมด้วยสองมือก่อนจะฝังหน้าทั้งหน้าเข้ามากับแก้มของผม ทั้งหน้าจริงๆครับไม่ใช่แค่ปลายจมูกพอน่ารักแบบในนิยายรัก เหมือนจะเอาร่างเข้ามาสิงผมแบบในนิยายสยองขวัญเลยมากกว่า พอลุกไปได้ก็ยังมาส่ายก้นใส่หน้า วอนให้ผมเอื้อมมือหวังจะตีก้นให้ระบมแต่แบมแบมที่ยืนอยู่ก็วิ่งหนีไปได้ทัน ผมเลยต้องฝากรอยแค้นเป็นเสียงที่ไม่ถึงกับตะโกนลั่น เพราะแค่นี้ก็หันมามองเราเป็นตาเดียวแล้วครับ

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

รถเอินไปไหนวะ ทำไมต้องมาขัดเวลาสวีทของชาวบ้านเขาด้วย?”

 

เสียงขุ่นนั้นถูกส่งมาจากพี่ชายที่นั่งอยู่ประจำที่คนขับ ทันทีที่มันเห็นว่าผมเปิดประตูขึนมานั่งที่เบาะด้านหลัง ผมยักไหล่ให้ไม่ตอบ คริสเลยตั้งท่าจะสวดคงคิดว่าผมทำรถพัง โชคดีที่เพื่อนสุดสวยของผมรวบมือที่ชี้หน้าผมกดลงไปเสียก่อน

 

“น้องแบมเขาไม่มีเรียนเลยเอารถมาร์คไปนอนที่คอนโดครับ ทำไมแค่นี้ต้องโกรธเนี่ย”

 

“ก็ถามแล้วมันไม่ตอบ”

 

“มาร์คเขากำลังจะตอบ แต่พี่โมโหไปก่อนน่ะสิ”

 

“ไปเถียงทำไม นี่แฟนนะชิง”

 

“เออๆ ถ้าฟานคิดว่านี่ผิดก็ขอโทษด้วย”

 

“ไอ้เอินไม่ต้องมาทำเป็นคนดี ทีเมื่อกี๊ถามดีๆทำไมไม่รู้จักพูดง่ายๆแบบนี้วะ”

 

ผมยักไหล่ให้ร่างสง่าอีกครั้งก่อนจะลอยหน้าลอยตาไม่พูดต่อ ส่วนคริสก็ได้แต่ฮึดฮัดคนเดียวเท่านั้น เพราะถ้ายังพูดอะไรออกมาอีกคงได้โดนอี้ชิงบ่นหรืองอนเอาแน่ๆ นี่แหล่ะครับข้อดีของการมีพี่ชายที่แฟนเขาเป็นเพื่อนสนิทเรา

 

...ถึงผิดอย่างไร แม่งก็ดูถูกเสมอ...

 

พวกเราใช้เวลาในรถไม่นานก็มาถึงที่คอนโด วันนี้เป็นวันที่ผมมองประตูห้องแล้วหัวใจมันเต้นแรงแปลกๆ แบมแบมไม่เคยอยู่ในห้องผมก่อนผมมาก่อน ปกติคือผมมาเอาของน้องก็ขึ้นมาด้วยบ้าง หรือ อย่างตอนที่ผมพาเขามาทานข้าวกับพ่อของผมเท่านั้น ห้องของผมเองเขาก็เคยอยู่แค่ที่ขอบประตู ไม่เคยได้ไปถึงเตียงนอนเหมมือนตอนนี้เลย

 

“ทำไมมองประตูแบบนั้นวะ มีอะไรหรอ?”

 

“เอ่อ...เปล่า แค่กำลังนึกว่าลืมอะไรรึเปล่า เหมือนของมันหายไปอ่ะ”

 

“เหรอ~ เชื่อก็แดกหญ้าละ ขอเดานะ...ตื่นเต้นหรอ?”

 

ผมหันไปมองหน้าพี่ชายทันทีด้วยความตกใจ กำลังคิดว่าเขาอ่านใจผมได้หรือว่าตัวผมกำลังแสดงอาการแปลกๆออกไปกันแน่

 

“ไม่ต้องตกใจที่รู้ เคยได้ยินคำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนปะวะ นี่รู้นี่เห็น”

 

“คุยอะไรกันครับสองพี่น้อง เข้าห้องได้แล้ว วันนี้ออกไปกินชาบูข้างนอกนะขี้เกียจอ่ะ”

 

แล้วมือบางก็กดรหัสพร้อมไขกุญแจตัวล็อคอีกชั้น ดันประตูเปิดออกไม่ได้ใยดีความตื่นเต้นของผมเลยสักนิด แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงมองเข้าไปในห้อง ด้วยความรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดอยู่ดี พอมองไปแล้วเจอแค่สภาพห้องเงียบๆ มันก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ จนพี่ชายผมถึงกับต้องปล่อยเสียงหัวเราะออกมาชุดใหญ่

 

“ฮะฮะฮ่า!!! ผิดหวังเลยดิ ไม่มีแม่บ้านมานั่งรอเสิร์ฟน้ำไรงี้”

 

“ผิดหวังอะไร นี่ไม่ได้หวังอะไรทั้งนั้นแหล่ะ”

 

“ไม่เจอทันทีดิดี มีเวลาปั้นหน้าให้ดีๆก่อนเจอกัน รู้มั้ยว่าหน้าพี่คริสเป็นยังไงตอนเดินเข้ามาในบ้านแล้วเจอชิงนั่งอยู่ที่โซฟา หลังจาย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันวันแรก”

 

พวกเราสองพี่น้องหันไปประสานตาไปที่ร่างบางที่เดินนำไปก่อน แต่อารมณ์ผมว่าไม่ช่ความรู้สึกเดียวกันแน่ ผมอ่ะอยากรู้ครับว่าหน้าตาแบบไหนที่คริสแสดงออกไป ผมจะได้ทำตามบ้างถ้ามันจะโอเค แต่ดูจากหน้าตาตกใจของพี่ชายแล้วผมว่าไม่น่ารอด

 

...เออ ไม่รอดจริงๆว่ะ...

 

“ฮะฮะฮ่า!!!

 

“ชิง...ง...ง~”

 

เสียงหัวเราะของผมประสานไปกับเสียงคร่ำครวญของพี่ชายที่แทบทรุดลงไปกับพื้น เมื่อแฟนสุดที่รักของเขาหันมาทำหน้าเคลิ้มตาลอยยิ้มร่าใส่ ที่ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่านั่นคือหน้าของพี่ชายผมในวันแรกที่เจอคนรักในห้องตัวเองแน่ๆ จริงๆผมไม่ควรจะทำอะไรออกไปทั้งนั้น จนกว่าผมจะได้เข้าไปในห้องของตัวเองตอนนี้ แต่ที่มั่นใจว่าไม่มีทางน่าเกลียดขนาดนั้นแน่นอน

 

แอ๊ด~

 

...ไอ้เหี้ย! อย่ามั่นใจอะไรผิดๆว่ะ...

 

อึก!

 

ไม่ต้องตกใจกันไป เสียงกลืนน้ำลายของผมเองครับ ใครจะไปคิดว่าจะได้มาพบภาพแบบนี้ในห้องนอน ผมเข้าใจผิดว่าตัวเองมีแฟนเป็นคนมาตลอด จริงๆแล้วเข้าใจผิดแน่เพราะสภาพที่ผมเห็นตอนนี้เหมือนอยู่ใต้น้ำ อย่าได้เข้าใจผิดว่าผมเห็นนางเงือกบนหาดทรายสีขาวเชียวครับ เพราะที่แผ่อยู่บนผ้าปูสีขาวของผมนั้น น่าจะเป็นอสูรกายปลาหมึกมากกว่า

 

...สยองไปอีกครับแฟน~...

 

“แบมครับ แบมแบม”

 

แต่ก็แอบเซ็กซี่ไม่น้อยเลยนะครับ ดูจากเอวบางที่โผล่พ้นเสื้อยืดแขนยาวตัวเดียวกับที่น้องใส่ไปมหาวิทยาลัยวันนี้ กับบ็อกเซอร์ที่คงใส่ไว้ข้างในก่อนสวมยีนส์ทับมาตั้งแต่แรก เพราะดูสภาพห้องผมมันไม่มีอะไรขยับไปไหนเลย น้องคงเพลียมากเลยกลับมาแล้วทิ้งดิ่งลงเตียงอย่างที่เขาบอกจริงๆ แต่การใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นแบบนี้แล้วยังกล้านอนแผ่อีกนี่มัน...น่ากินไปอีก!

 

“น้องแบม...ม...ม~”

 

จากที่เขย่าเฉยๆ ผมเริ่มเปลี่ยนเป็นดึงแขนน้องแรงขึ้นหวังจะให้ตื่น แต่ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าแบมแบมแค่หลับหรือซ้อมตาย เพราะกว่าจะยอมตื่นก็ตอนผมดึงขาเขาลงมากองกับพื้นนั่นแหล่ะ

 

“แบมแบม”

 

“มาแล้วหรอพี่มาร์ค~”

 

เสียงหวานถามกลับเสียงอ่อย ก่อนจะฟุบหน้าลงกับที่นอนที่พิงอยู่ ทำเหมือนไม่อยากยอมรับความจริง ว่าโลกใบนี้มีสิ่งที่เลวร้ายที่เรียกว่าตื่นนอนอยู่ ผมส่ายหน้าให้กับความน่ารักน้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปหิ้วปีกน้องขึ้นลุกขึ้นพิงผม ตอนนี้เราเลยเหมือนยืนกอดกันอยู่

 

“ตื่นได้แล้วแบม ไปล้างหน้าล้างตาได้แล้ว เดี๋ยวออกไปกินชาบูกัน”

 

“ชาบูหรอ~”

 

“อื้อ ลืมหรอ ที่พี่ชวนไว้ไง นี่เรียนมาหิวมากแล้วด้วย”

 

“อ่า~”

 

“จะเดินไปล้างหน้าเอง หรือต้องให้ล้างให้”

 

“ไอเองก็ได้~”

 

น้องพูดจบก็เดินเหมือนคนละเมอหายเข้าห้องน้ำไป ผมตะโกนบอกว่าจะออกไปรอข้างนอก แล้วก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋าหนังสือมารอที่ห้องนั่งเล่น พอไปถึงก็เห็นพี่ชายนั่งเทียบตลับแป้งอยู่ตรงห้องรับแขก คงเป็นเครื่องสำอางค์ที่แม่ของพกผมส่งมาให้ลองใช้

 

“แป้งตัวใหม่หรอ?”

 

“อือ ม๊าบอกว่าปรับปรุงจากตัวเดิมแล้ว แต่พอเอาไปใส่ตลับนี่ว่ามันก็เหมือนกัน เลยลองเอามาเทียบกันดู ลองดูดิเอินว่านอกจากตัวใหม่กลิ่นหอมกว่ามันมีอะไรที่ต่าง”

 

“นั่นดิ ทำไมมันเหมือนกันขนาดนี้ อย่างน้อยตลับแป้งมันคควรจะเปลี่ยนมากกว่านี้”

 

“ม๊าบอกว่าลูกค้าโหวตมาว่าแป้งตลับทรงกลมมันใช้ง่ายสุด แล้วสีตลัขาวมุกแบบนี้ก็เป็นเอกลักษณ์ของบรรจุพันธุ์ของแบรนด์เราด้วย”

 

ผมพยักหน้ารับเหมือนจะเข้าใจเรื่องการตลาดที่คริสพูด แต่จริงๆก็แค่ไม่ให้พี่ชายรู้สึกเหมือนพูดคนเดียวเท่านั้น พอส่งกลับไปผมก็นั่งเคาะนิ้วคิดอะไรฟุ้ซ่านไปเรื่อย แล้วเรื่องที่ทำให้ต้องยิ้มขึ้นมา มันก็ไม่พ้นใบหน้าน่ารักที่ไม่รู้ว่าหลับคาอ่างล้างหน้าไปรึยัง

 

“ยิ้มอะไร? มีความสุขมากเลยสิ”

 

“อือ อยู่ๆมันก็มีความสุขขึ้นมาอ่ะ ไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้ไงด้วย ห้องก็ห้องเดิม แฟนก็แฟนคนเดิม ทุกอย่างมันก็เดิมๆ แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนทุกครั้งที่กลับมาคอนโดเลยอ่ะ”

 

“เพราะมันมีเป้าหมายให้กลับมากขึ้นไง”

 

“หือ?”

 

“กลับมาแบบรู้ว่าจะเจอห้องเดิมๆ ที่เดิมๆ อยู่คนเดียวเหมือนเดิม มันต่างจากการที่เรากลับบ้าน เพราะรู้ว่าในที่เดิมๆมันมีคนๆหนึ่งที่อยู่ในนั้นไม่เหมือนเดิม”

 

“ก็จริงนะ นี่หรอความรู้สึกของฟานทุกครั้งที่กลับมาคอนโดอ่ะ”

 

ความสนใจทั้งหมดถูกมอบให้กับพี่ชายผม ที่เขาเองก็วางตลับแป้งแล้วหันมาสนใจในบทสนทนาของเรามากขึ้น ขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาอดไว้ด้วยท่าทางครุ่นคิด แล้วสุดท้ายใบหน้าหล่อจัดของพี่ชายผมกลับส่ายหน้า

 

...อะไรวะ! ทำลายความเชื่อว่าความรักเป็นสีพาสเทลมาก...

 

“โห่ นึกว่าจะพยักหน้ารับ อะไรวะฟาน ไม่โรแมนติกเลยว่ะ”

 

“อย่ามานิยาย คนเรามันเป็นแฟนกันมาหกปีจะเจ็ดปีอยู่แล้ว จะให้มามีความรู้สึกแบบครั้งแรกทุกวันก็บ้าแล้ว เอาแค่พรุ่งนี้ถ้าน้องแบมมานอนอีกแล้วกลับมาใจเต้นแบบวันนี้ให้ได้ก่อนเถอะเอิน คนเรามันก็มีความรู้สึกชินกันทั้งนั้นแหล่ะ”

 

มันก็จริงอย่างที่ร่างสง่าบอก คนเราทุกคนถ้าอยู่ด้วยกันมากๆเข้ามันก็จะเป็นความชินไปเอง ขนาดผมกับแบมแบมที่ตอนแรกเหมือนจะเข้ากันไม่ได้ง่าย แต่แค่เวลาไม่กี่สัปดาห์เราก็กลายเป็นคู่รักที่ชินชาต่อการอมแก้มหรือจับมือกัน จนตอนนี้ล่วงเลยเป็นเดือนก็โคตรจะแทบไม่มีความทรงจำของวันแรกที่เขินอายตอนถูกตัวกันแล้ว

 

“แล้วอย่างนี้ การอยู่ด้วยกันมันยังมีความหมายหรอฟาน?”

 

“มีดิ มันไม่ได้หายไปหรอกนะความรู้สึกว่าเขามีตัวตนอยู่ตรงนี้อ่ะ มันแค่เปลี่ยนรูปแบบของความรู้สึกเท่านั้นเอง คนรักมันเหมือนบ้านที่เราใช้พักผ่อนอ่ะ วันแรกที่เข้ามาอยู่บ้านอไรมันก็ใหม่ มันตื่นตาตื่นใจไปหมดไม่ว่าจะมองไปตรงไหน ก็คนมันไม่เคยจับต้องนี่หว่า แต่ถ้าอยู่ไปสักเดือนหรือสองเดือน ความรู้สึกที่ว่าบ้านหลังมันใหม่มันแปลกตาสำหรับเรามันก็หายไป สดท้ายมันจะเหลือแต่ความรู้สึกหนึ่ง ที่เรียกว่าเคยชินที่จะกลับมาในที่ของตัวเอง เราอาจไม่ได้ตื่นเต้นที่ได้เห็นบ้าน แต่มันสบายใจที่กลับมาตรงที่ของเราแล้วรู้ว่ายังมีบ้านอยู่”

 

“ลึกซึ้งว่ะ”

 

“คนหล่อเท่านั้นแหล่ะที่คิดได้”

 

“ยอมว่ะคราวนี้ นี่หรอเหตุผลที่ต่อให้เมาทิ่มแค่ไหนฟานก็ยังกลับมานอนที่คอนโด ขนาดมีรอยลิปสติกเต็มหน้าแบบเมื่อวานยังกลับมาอ่ะ”

 

“ห๊ะ?!

 

“อย่าบอกนะว่าไม่รู้ว่าเมื่อวานนี่หน้ามีแต่รอยจูบมาเลย ดีนะไม่มีติดที่ปาก”

 

“ร้องเหี้ยยังน้อยไป...เดี๋ยวเอินพาแฟนไปที่ร้านเลยนะ นี่ขอไปขอขมาแฟนก่อน”

 

“ครับ”

 

ร่างสง่ารีบลุกเข้าห้องตัวเองไปทันทีที่พูดจบ พอดีกับที่แบมแบมเดินออกมาจากห้องนอนของผมด้วยใบหน้าที่แจ่มใสขึ้น เราเลยตกลงกันว่าจะไปรอที่ร้านก่อน เพราะกลัวว่าที่ร้านจะไม่มีที่นั่ง ร้านนี้ยิ่งใกล้มหาวิทยาลัยและย่านบริษัท ทำให้ช่วงหัวค่ำคนจะมาเยอะจนไม่มีที่นั่ง เวลาช่วงห้าโมงกว่าแบบนี้จึงดีที่สุดในการไปกั๊กที่

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Kris’s side

 

“ชิงครับ”

 

“หือ? เข้ามาทำไมเหรอครับ ชิงแต่งตัวนานเหรอ?”

 

“เปล่า...”

 

ผมไม่รู้จะเริ่มต้นการสำนึกผิดอย่างไร จึงเลือกเดินไปซ้อนหลังร่างบางที่ยืนติดกระดุมอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า วางสองมือเกะกะที่สะโพกของเขาอย่างใจเย็น ก่อนจะกระซิบเริ่มบทสนทนาที่เล่นเอาผมเหงื่อตก

 

“...ชิงไม่อยากให้พี่ไปเที่ยวรึเปล่า ทำไมมีอะไรไม่บอกพี่ ชิงผิดชิงยังยอมรับได้เลยทุกครั้ง ทำไมพี่ผิดเองพี่จะยอมรับไม่ได้ ยิ่งชิงไม่พูดแบบนี้ พอมารู้จากคนอื่นพี่รู้สึกผิดกว่าเดิมนะ”

 

เฮ้อ~ คิดมากไปได้ครับพี่คริส”

 

“ก็ต้องรู้สึกผิดดิ พี่ทำให้ชิงเสียใจใช่มั้ย พี่นี่ไม่ดีเอาเสียเลย”

 

“พูดไปเรื่อยอีกแล้ว...”

 

ร่างบางส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะหันมามองหน้าผมพร้อมรอยยิ้มใจดีแบบที่ผมชอบ แต่ตอนนี้ความรู้สึกผิดทำให้ผมไม่กล้าสู้หน้า เลือกที่จะก้มลงไปกลัดกระดุมของเขาที่ยังติดไม่เสร็จให้ สองมือเรียวประสานที่ข้างแก้มของผมแล้วลูบเบาๆ

 

“...ชิงไม่โกรธหรอกครับ เราเป็นแฟนกันมาตั้งกี่ปีแล้วครับ พี่คริสไม่มีความจำเป็นจะต้องมาอธิบายเรื่องรอยพวกนั้นเลย ยอมรับนะว่าแรกๆที่เห็นติดตัวกลับมาชิงก็โกรธ แต่ชิงวัดใจว่าสุดท้ายพี่จะทิ้งชิงหรือรักชิงน้อยลงมั้ย สุดท้ายชิงก็ได้รู้ว่าสุดท้ายเราก็เหมือนเดิม แค่นั้นก็ไม่มีอะไรที่ชิงจะต้องใส่ใจแล้ว ชิงไม่รู้ว่ารอยพวกนั้นมันมาจากไหนหรอกนะครับ แต่ชิงเชื่อว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น ชิงไม่มีทางโกรธพี่คิดเพราะเรื่องนี้แน่นอน”

 

“อย่าใจดีดิชิง พี่รู้สึกผิดกว่าเดิมเลยอ่ะ”

 

“หึหึ แล้วจะให้ชิงทำยังไง~”

 

“ทำอะไรก็ได้ให้พี่รู้สึกเหมือนได้ชดใช้”

 

“นี่แหน่ะ!

 

เสียงหวานดัดให้ดูแค้นเล็กๆ ก่อนจะสะบัดมือเรียวมาทาบที่ต้นแขนผมแล้วเอามันกลับมาทาบหน้าผมต่อ นี่คงเป็นวิธีทำให้ผมสำนึกในแบบที่ร่างบางเข้าใจ แต่มันไม่เจ็บเลยนะมันไม่รู้สึกเหมือนโดนทำร้ายเลย

 

“ไม่เจ็บอ่ะ”

 

“พี่เจ็บเดี๋ยวก็มาสำออยใส่ชิงอีก เอาแค่นี้แล่ะครับ หยุดง้องแง้งได้แล้วนะครับ มาร์คหิวตายแล้วมั้งป่านนี้ ไปกัน~”

 

“จ้า~”

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

 

Love Is…Talk– Chapter 10

 

สวัสดีค่า (^(l)^)~

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ช่วงนี้อาจจะลงช้าเพราะสอบและติดซ้อมรับปริญญาด้วย ตอนนี้รับเสร็จแล้วจะถยอยลงนะคะ^^

 

ช่องทางในการติดต่อไรเตอร์แอมเน่อ J

fb :   Exo fiction by GoldMoon ,  Sommavan Wongkuan และ twitter :  @Aampae_Glodmoon

 

 

 

 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

397 ความคิดเห็น

  1. #387 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 14:47
    สองพี่น้องบ้านนี้เค้าโชคดีเนอะมีคนรักที่แสนดีแสนน่ารักขนาดนี้
    #387
    0
  2. #363 ชิงมี๊มี่ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 13:23
    ฝานซิงน่าร๊ากกกกกก หวานมากกกกก ไม่เหมือนคู่แฟน แต่เหมือนคู่รักคู่แต่งงานที่เข้าใจกันมากๆมากกว่า

    มาร์คแบมนี่คู่รักวัยรุ่น คงต้องใช้เวลาอีกยาวกว่าจะได้อย่างคู่พี่ชาย แอบสงสารมาร์คเบาๆ โมเม้นหวานไม่ค่อยมี 555555 แต่อ่านแล้วแบบนี้เหมาะดีกับคุณชายต้วนผุ้มีชีวิตจืดชืด
    #363
    0
  3. #285 ILovePCY (@yellowing) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 23:56
    พี่คริสสอนน้องดีนะ คงได้คำสอนที่ดีจากแฟนอีกที 55555 เราว่าชิงใจดีและเชื่อใจคริสมาก คู่นี้ไม่ใช่แค่แฟนกันแต่พร้อมจะแต่ฃงานกันเลยนะ >< ส่วนมาร์คแบม คู่นี้ก็เหมือนคู่รักวัยรุ่นทั่วๆ ไป แต่อ่านมาหลายตอนทำให้เห็นว่าแบมเป็นคนน่ารักมาก ทั้งสองคู่ทำให้เราสุขใจมากจริงๆ
    #285
    0
  4. #284 |2e@L (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 08:21
    ยอมใจคู่คริสชิงเลย ดูเข้าอกเข้าใจ ฮือ~ ดีงามทั้งคู่

    ส่วนมาร์คแบม ดูไปยาว ๆ ฮะ ไม่รู้จะมีพายุเข้าไหม
    #284
    0
  5. #283 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 19:33
    มาร์คตื่นเต้นใหญ่เลยนะ. แบมนี่นอนหรือซ้อมตาย 5555
    #283
    0
  6. #282 lover pc (@pear-pcy_love) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 17:36
    หมั่นไส้!!!! เห็นละอยากมีบ้างงง55555555
    #282
    0
  7. #281 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 12:21
    โอ้ยยยยยยยย ฟ่านชิงน่ารักแล้วค่ะะะ รู้สึกชินกับการที่มีเขาอยู่นี่แสดงถึงความผูกพันธ์จริงๆ แอบสงสารพี่มาร์คเบาๆภาพที่เห็นแบมไม่ได้หวานแหววเลย555555555555
    #281
    0
  8. #280 yongza (@pungpig) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 10:32
    คู่พี่คริสนี่รู้สึกละมุนมากอะ
    คู่เอิ้นก็น่ารัก เป็นความรักสองสไตล์ที่อ่านแล้วชอบมากอะ โรแมนติกมาก
    #280
    0
  9. #279 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 10:32
    อี้ชิงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ~
    ขำน้องแบมตอนเต้นสัน 5555555
    #279
    0
  10. #177 คลชป9091 (@bellstyle07) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 09:42
    อ่านแล้วยิ้มเลยน่ารักมากค่า 

    พี่คริสเงิบมั้ยล่ะ555555พี่คริสกับชิงชิงน่ารักมากอ่าชอบ

    มาร์คมาซึนตลอดแค่ตอบเองจะเป็นไรห๊ะ
    #177
    0
  11. #175 I' Saru,, (@sakura_sarujung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กันยายน 2557 / 16:52
    มาร์คแบมจะไม่ทะเลาะกันซักตอนได้มั้ย 555555
    อาอี้น่าร้ากกกกก ><
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะไรท์ เป็นห่วงนะ :)
    #175
    0
  12. #170 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 12:19
    น้องเอิน 

    ขรรม 

    55555555555555555555
    #170
    0
  13. #169 หมิน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 10:53
    ชอบคู่คริสเลย์อ่ะ >//////////////////////
    #169
    0
  14. #167 SeHan (@thunradee42) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 04:29
    อ้ายยย ฟินแทนค่า นึกอยู่ว่าหายไปไหนนานเลย สู้ๆน่ะพี่แอม!
    #167
    0
  15. #166 taewver (@taewver) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 01:25
    อ่าาาา ดีใจด้วยคะ ^_________________^

    แล้วก็รักษาสุขภาพด้วยน้าาา

    ถ้ายังไม่หายยังไม่ต้องอัพก็ได้ รักษาตัวเองก่อนนะคะ
    #166
    0