ปี้หู่ตัวร้ายกับองค์ชายมังกร (ชุดบุปผาสะท้านรัก)

ตอนที่ 12 : ตอน กลับวังบาดาล 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    26 ก.ย. 60


ตอนที่ 9
  กลับวังบาดาล

หลีฉีพาเกตุมุกดากลับมาที่วังบาดาลที่จริงเขาไม่ควรจะยื่นมือมายุ่งกับเรื่องของมนุษย์อีกครั้งหลังจากเขาได้ไข่มุกหั่วจูและลี่จูก็ได้กลายเป็นฟองอากาศเขาควรปล่อยให้นางเผชิญชะตากรรมด้วยตัวเองตามลิขิตฟ้าชะตากำหนด แต่เมื่อกระแสจิตของนางที่ส่งไปถึงเขาเพื่อขอความช่วยเหลือทำให้เทพแห่งมังกรร้อนรุ่มจนต้องกลับขึ้นมาบนโลกมนุษย์เขาพานางไปยังตำหนักลู่หลิงซึ่งหากเปรียบกับวังหลวงตำหนักลู่หลิงในวังบาดาลแห่งนี้เทียบได้กับตำหนักส่วนพระองค์ของฮ่องเต้

เจ้าแห่งมังกรวางนางลงบนเตียงหยกอย่างระวังราวกับนางเป็นหยกล้ำค่าที่มีเพียงชิ้นเดียวแล้วมองร่างขาวโพลนหมดจด นางสวมเสื้อคลุมสีแดงสดลายดอกโบตั๋นเพียงตัวเดียว ทำให้หลีฉีอึดอัดกับภาพยั่วยวนตรงหน้าแม้จะเคยเห็นและสัมผัสกับเรือนร่างของสตรีที่อ่อนช้อยงดงามมานับไม่ถ้วนแต่กับมนุษย์ตัวอุ่นๆ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสใกล้แค่ระยะลมหายใจประชิดในขณะที่ตัวนางมีผ้าผืนเดียวกางกั้นไว้แต่กระนั้นก็ไม่เท่ากับความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปฏิเสธอยู่เรื่อยมา

มีหรือเทพอย่างเขาจะเกิดความรู้สึกเฉกเช่นนี้กับมนุษย์อย่างนางหรือมันจะเกิดขึ้นไปแล้วโดยที่เขาไม่ทันระวังตัวหัวใจมังกรสะท้านประกายตาเยือกเย็นมองไปที่ดวงหน้าหมดจดอีกครั้ง

“ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะรู้สึกและกำลังคิดพิสดารข้าอยากจะ....กับนาง” เทพมังกรอย่างข้าอยากจะร่วมอภิรมย์สมสู่กับมนุษย์หรือนี่

ไม่จริง หลีฉีพ่นลมหายใจออก แล้วทดสอบตัวเองด้วยการก้มลงไปมองนางใกล้ๆอีกแล้วสัมผัสได้ว่าหัวใจมังกรกำลังเต้นตุบตุบ ทรวงอกเต็มอิ่มดึงดูดสายตา หลีฉีพยายามบ่ายเบี่ยงความรู้สึกว่าบางทีอาจเพราะช่วงนี้มีเรื่องยุ่งจนเขาห่างการร่วมอภิรมย์กับสนมมานานพอควร มาเห็นผิวขาวๆ ทรวงอกอวบๆ ก็เกิดความรู้สึกเป็นธรรมดา หรือลึกๆ เขากำลังอยากแนบชิดกับนางจริงๆ ทั้งทางร่างกายและหัวใจ

“ผู้เฒ่าจันทราท่านพูดจริงหรือ...” เขาพึมพำ อังมือกับหน้าผากของซินซิน นางจึงรู้สึกตัวขึ้นมา พอตื่นขึ้นมาก็รีบจับสาบเสื้อคลุมเข้าหากัน มองหลีฉีที่ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบด้วยสายตากล่าวหา

“องค์ชายจะปล้ำหม่อมฉันหรือเพคะ ถอยออกไปนะ”

“ข้ายังไม่ได้ทำ ถึงข้าไม่คิด ข้าก็ทำได้ ที่แห่งนี้คือวังบาดาลของข้า ข้าจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น” แต่ที่จริงหลีฉีก็แอบคิดว่าจะปล้ำนางอยู่ไม่น้อย

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป...เอ๊ะ ตกลงท่านคิดหรือไม่คิด” นางมองจ้องเขาตาแป๋วชักมึนกับคำตอบของมังกรหนุ่ม แต่ก็แฝงไว้ด้วยท่าทางหวาดระแวงและจับผิด

หลีฉีพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึมเมินเฉย “เจ้าเป็นทาสของข้าจะว่าไปก็ถือได้ว่าเป็นคนของข้าแล้ว ทำไมข้าต้องใช้กำลังปลุกปล้ำเจ้าด้วย ดังนั้นหากคืนนี้ข้าอยากร่วมอภิรมย์กับเจ้าก็ไม่แปลกใช่หรือไม่ปี้หู่”

เกตุมุกดารีบตอบ “แปลกสิเพคะหม่อมฉันไม่ใช่ชาวบาดาลจะถือเป็นทาสเป็นสนมขององค์ชายได้อย่างไร หม่อมฉันเป็นเพียงมนุษย์ที่หลงยุคมาแล้วยังหาทางกลับบ้านไม่ถูก”

หลีฉีลอบยิ้ม เห็นกิริยาของนางที่ทำท่ากลัวเขาจะล่วงเกินก็ยื่งนึกสนุก “เมื่อเจ้าเข้ามาอยู่ในวังบาดาลของเรา เจ้าก็เป็นสิทธิ์ขาดของเราเหมือนคนอื่นๆที่อยู่ที่นี่ เราจะเรียกใช้ใครมาปรนนิบัติอย่างใดก็ได้เช่นเดียวกับวังหลวงเมื่อเจ้าเข้าไปในวังฮ่องเต้ถังก็ถือว่าเจ้าเป็นคนของเขาเช่นกัน คืนนี้เราก็ต้องการเจ้าไม่ต่างจากฮ่องเต้ เพียงแต่เจ้าเป็นสิทธิ์ของเราไม่ใช่ของฮ่องเต้ถังเราจึงต้องไปรับเจ้ากลับมา” องค์ชายมังกรบอกโดยไม่ปิดบังความต้องการทั้งที่ในใจก็ยังค้านว่าการกระทำของตนนั้นไม่สมควร กระนั้นความรู้สึกอันแท้จริงย่อมเหนือสิ่งอื่นใด

“ที่แท้หม่อมฉันก็หนีเสือปะจระเข้  ไม่ใช่สิหนีจากฮ่องเต้มาเข้าปากมังกร”

“นี่เจ้า!” หลีฉีคำราม 

นาทีนี้ต่อให้เขากลายร่างเป็นมังกรก็ไม่กลัว “องค์ชายมีสนมมากมายเว้นหม่อมฉันไว้สักคนเถอะเพคะ หม่อมฉันไม่เต็มใจเป็นสนมหม่อมฉันไม่อยากใช้พระสวามีร่วมกับใคร ขออยู่คนเดียวไปจนแก่ตายดีกว่า” แม้ปากตอบไปแบบนั้นแต่ภายในหัวใจดวงน้อยนั้นเต้นไม่เป็นจังหวะยามต้องอยู่ใกล้ความหล่อเหลาราวกับเทพชั้นฟ้า

เกตุมุกดายอมรับว่าไม่เคยเห็นผู้ชายคนใดในโลกมนุษย์จะหล่อเหลาเท่ากับหลีฉีมาก่อนแต่เขาเป็นมังกรและเธอเป็นมนุษย์ถ้าเธอพลาดท่าเสียทีกับเขานึกเดาไปว่าลูกจะออกมาเป็นอย่างไร เกตุมุกดารีบสลัดภาพในหัวเมื่อคิดถึงเด็กน้อยผิวขาวหน้าตาน่ารักน่าชังครึ่งบนมีร่างกายป็นมนุษย์ครึ่งร่างเป็นมังกร

“ไม่ ไม่ ไม่”

หลีฉีถอนหายใจ สำหรับมนุษย์ตัวน้อยคนนี้เขาต้องเสียเวลาอธิบายเรื่องทุกอย่างทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำ “ที่ข้าต้องนอนกับเจ้าเพราะเจ้าคงไม่รู้กฎที่นี่ดีพอหากเจ้าไม่ใช่สนมเรา เจ้าจะมีปัญหามากมาย ปีศาจที่อยู่นอกวังบาดาลจะจับเจ้ากินเป็นอาหาร ทั้งปีศาจปลา ปีศาจกุ้งมังกร ไหนจะพวกหอยที่ตอนนี้กำลังส่องสุมกำลังคอยปล้นเสบียงพวกปู มันหิวโหยเพราะทะเลแถบที่พวกมันอาศัยอยู่กำลังเกิดโรคระบาดและขาดแคลนอาหารอย่างหนัก”

เกตุมุกดาทำหน้าไม่เข้าใจแอบมึนงงโลกใต้น้ำยุคนี้ทำไมช่างน่ากลัวนัก หากกลับขึ้นไปบนโลกมนุษย์ได้แล้ว เธอจะกล้าลงเล่นน้ำทะเลอีกหรือไม่เมื่อรู้ว่าในท้องทะเลมีทั้งปีศาจกุ้ง หอย ปู ปลา แล้วบางพวกยังตั้งตนเป็นใหญ่คิดก่อกบฏปล้นเสบียงกันอีก

 หลีฉีเห็นหน้าหวาดผวาของนางให้นึกขำแต่ใบหน้านั้นยังไม่แสดงอารมณ์ใดออกมาให้นางจับได้ว่าเขาโกหกแต่งเรื่องขึ้นบางส่วนเพื่อหลอกนาง เขาเองก็ไม่คิดว่าต้องมาสร้างเรื่องเท็จหลอกลวงมนุษย์ตัวเล็กๆ เพื่อหว่านล้อม การโกหกนั้นเป็นบาปมหันต์ ตั้งแต่ปี้หู่ตัวน้อยหล่นลงมาที่วังบาดาลเขาทำผิดกฎบาดาลนับครั้งไม่ถ้วน

“เวลานี้ในตัวเจ้าไม่มีไข่มุกวิเศษอีกต่อไปเจ้าไม่มีสิ่งใดป้องกันตัวให้พ้นภัยจากปีศาจพวกนั้นอีกแล้ว”

เกตุมุกดานึกขึ้นมาได้เมื่อครั้งอยู่วังบาดาลแห่งนี้แค่นางผลักองค์ชายมังกรก็กระเด็นไปไกล จึงลองสัมผัสผลักแขนองค์ชายมังกรที่ยื่นมือมากลับพบว่าเขายังอยู่ที่เดิมไม่ขยับไหวติงเหมือนครั้งก่อน

“ทำไม! ทำไมถึงเป็นแบบนี้”

“ข้านำไข่มุกออกมาจากตัวเจ้าแล้ว เจ้าจะมีพลังแบบนั้นอีกได้ยังไง” หลีฉีตอบเสียงเรียบ

“องค์ชายนำไข่มุกออกไปตอนไหนเพคะ”

“ตอนข้ามอบจุมพิตให้เจ้าที่สระไท่เย่อย่างไรล่ะ ข้าได้มอบลมปราณให้แล้วนำไข่มุกออกมาด้วย”

“แค่จูบก็สามารถนำไข่มุกออกมาได้แล้วเหรอเพคะ เจ้าเล่ห์นักนะเพคะ เอาออกวิธีนี้ได้ทำไมองค์ชายไม่ทำตั้งแต่แรก ทำไมถึงส่งหม่อมฉันไปเสี่ยงชีวิตที่วังหลวงอยู่เป็นนาน แถมเอาไข่มุกออกมาแล้วก็ไม่บอกหม่อมฉันสักคำ”

หลีฉีเข้าไปจับสองบ่าของเกตุมุกดาแล้วพูด “เราเป็นเทพไม่เคยคิดจูบกับมนุษย์”

“แล้วองค์ชายจูบหม่อมฉันทำไมเพคะ หม่อมฉันเป็นมนุษย์”

“เอ่อ...ข้า ข้า”

เขาควรจะตอบนางอย่างไรดีเล่า ท่าทีเย่อหยิ่งเย็นชายังปรากฏเช่นเคยแต่หลีฉีไม่ได้พูดความในใจออกมาเขาไม่คิดจะจูบนางใดหากไม่ได้เกิดความรู้สึกนั้น คราแรกเขายังไม่เกิดความรู้สึกแบบนั้นกับนางรู้สึกว่านางคือตัวปัญหาที่หล่นลงมาแล้วทำให้เขาเกิดความวุ่นวายไม่ได้อยู่สงบสักวันเดียว แต่ก็ไม่รู้ว่ายามใดที่นางย่างกรายเข้ามาในความรู้สึกของเขา

 แม้แต่สนมที่คอยปรนนิบัติรับใช้น้อยครั้งที่เขาจะมอบจุมพิตให้พวกนางนี่เองเป็นเหตุให้เหล่าสนมนั้นพากันน้อยอกน้อยใจ นอกจากการทำหน้าที่พระสวามีอย่างเท่าเทียมให้ครบถ้วนในทุกค่ำคืนผลัดเวียนหมุนเปลี่ยนไปตามแต่ละตำหนักให้ครบทุกนาง

 มีเพียงสนมไม่กี่นางที่เคยได้รับจุมพิตจากหลีฉี แต่กระนั้นไม่ใช่ด้วยจิตเสน่หา เพียงเพราะเขาอยากตอบแทนนางที่ปรนนิบัติได้ถูกใจ
 

       “ข้าทำไปเพราะต้องการช่วยเจ้า เจ้ามีพลังไข่มุกแต่ควบคุมไม่ได้ยิ่งทิ้งไว้นานจะเป็นอันตราย และเราจำเป็นต้องนำกลับไปไว้ที่เดิมก่อนที่เรื่องนี้จะล่วงรู้ไปถึงเจ้าสมุทรแล้วเจ้าเองอาจจะมีโทษ เมื่อเวลานั้น

 มีebook แนะนำฝากไปโหลดค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

1,388 ความคิดเห็น