ปี้หู่ตัวร้ายกับองค์ชายมังกร (ชุดบุปผาสะท้านรัก)

ตอนที่ 2 : ตอน มังกรไร้ใจ (เต็มตอน) Re

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    23 ก.ย. 60









สวัสดีคีค่ะ รีดเดอร์ที่น่ารัก

            ไรท์มารับจองนิยาย เรื่อง ปี้หู่ตัวร้ายกับองค์ชายมังกร ตีพิมพ์กับ สนพ แสนรักอ้ายหนี่ ในเครือ สนพ ไลต์ ออฟ เลิฟ นะคะนิยาย ใกล้จะวางแผงแล้ว ใครสนใจอยากจองกับไรท์ก็แจ้งมาทักมาตามรายละเอียดด้านบนนะคะ พร้อมส่งหนังสือ 3 กันยายน 2560 ค่ะ  ฟรีแฟชไดรซเป็นของที่ระลึกนะคะ

             ขอบคุณค่ะ

            ชิงลี่




 

ตอนที่2 มังกรไร้หัวใจ

 

ผ่านไปหนึ่งชั่วยามหรือเท่ากับสองชั่วโมงที่เกตุมุกดาถูกองค์ชายหลีฉีสอบสวน ยามนี้ไม่ใช่แต่เพียงองค์ชายที่ประหลาดใจไม่คิดว่าจะมีมนุษย์หน้าไหนมีชีวิตรอดลงมาเห็นพิภพบาดาลนี้ได้ทั้งที่ยังมีลมหายใจอยู่แล้วที่ประหลาดใจจนคิ้วยกสูงนั้นเพราะจากคำให้การสตรีตรงหน้าบอกว่านางมาจากยุคอนาคตพลัดหลงยุคมา

“ไม่ว่าเจ้าจะมีเหตุผลใดก็ตาม แต่เจ้าก็ได้ทำเรื่องเลวร้ายที่สุดและสร้างความเดือดร้อนให้กับข้า เพราะถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูเง็กเซียนฮ่องเต้ใช่แต่ข้าผู้พิทักษ์ไข่มุกหั่วจูจะเดือดร้อนชาวบาดาลทุกตนจะต้องเดือดร้อนเพราะเจ้า”

เพราะใบหน้าแดงก่ำและท่าทางโกรธเกรี้ยวนั้นทำให้เกตุมุกดาซึ่งเป็นมนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกหกคะเมนกับชีวิตเธอขนาดนี้ต้องนั่งหน้าซีดเผือด แต่แม่สอนเสมอเมื่อเจอปัญหาอะไรอันดับแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ สติ สติ สติจงมา แต่ตอนนี้สติกำลังจะแตกแล้วแม่จ๋า

เกตุมุกดาพยายามตั้งสติใหม่แล้วพูดขึ้น

“เอาแบบนี้ดีไหมเพคะองค์ชาย หม่อมฉันจะนำมาถวายคืนให้... เอ่อ แต่ต้องให้เวลาหม่อมฉันสักหน่อย” เกตุมุกดาเปิดยิ้มหวานต่อรอง แต่ถูกหลีฉีหรี่ตามองถามกลับเสียงห้าวกระด้างจนเกตุมุกดาต้องรีบหุบยิ้ม

“นังมนุษย์สามหาวเจ้าจะนำออกมาอย่างไร ไหนลองพูดมาสิ”

เกตุมุกดาหลุบตาลงด้วยความกล้าๆกลัวๆก่อนเงยหน้าขึ้นพูด “เอ่อ คือคงมีวิธีเดียวที่หม่อมฉันคิดออก อาหารเมื่อกินเข้าไปแล้วมันก็จะมีทางออกอยู่ทางเดียว หม่อมฉันก็จะรอให้ไข่มุกออกมาจากทางนั้น ก็เหมือนคนปกติทั่วๆไปที่ทำกันกินเข้าไปก็ถ่ายออก ทีนี้องค์ชายเข้าใจความหมายที่หม่อมฉันพูดถึงหรือยังเพคะ” ก็เธอพยายามขย้อนมันออกมาตั้งหลายครั้งแล้วตั้งแต่กินเข้าไปล้วงคอก็แล้วแต่มันไม่ยอมออกมาดังนั้นก็เหลือวิธีเดียวนั่นแหละ

ถึงหลีฉีเป็นองค์ชายมังกรมิใช่มนุษย์แต่ก็เข้าใจความหมายของเกตุมุกดา เขายกมือชี้หน้าเกตุมุกดาทันที ดวงตาที่เมื่อครู่อ่อนแสงลงบ้างแล้วแดงก่ำวาวโรจน์ประดุจลูกแก้วสีเพลิง

“บังอาจ เจ้าจะนำไข่มุกวิเศษออกมาทางทวารอย่างนั้นหรือ ไข่มุกหั่วจูคือของวิเศษที่องค์เง็กเซียนนำมาให้ข้าเก็บรักษามิใช่สิ่งของธรรมดาที่เจ้าคิดจะนำออกมาทางนั้นได้ เจ้าช่างไม่มีหัวคิดเสียจริง”

เสียงดังกึกก้องของหลีฉีทำให้เกตุมุกดาหน้าซีดขาวยืนแข้งขาสั่นด้วยความกลัวปนโกรธ องค์ชายตรงหน้าทำไมถึงได้ดุร้ายแบบนี้นะ เสียดายที่ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกเนื้อดีแต่พูดทีระคายหูราวกับสังกะสีที่เป็นสนิมหาราคาไม่ได้จริงๆ

“แล้วจะให้หม่อมฉันนำออกมาทางไหนล่ะเพคะ จะให้หม่อมฉันทำฮาราคีรีแบบซามูไรญี่ปุ่นคว้านท้องแล้วนำไข่มุกออกมาคืนไหมล่ะเพคะ แต่ถ้าองค์ชายให้หม่อมฉันทำแบบนั้นจริงๆก็นับว่าโหดร้ายมาก องค์ชายคงไม่คิดแบบนั้น” เกตุมุกดาพูดดักคอ กลัวเขาให้ทำแบบที่เสนอไปจริงๆ

องค์ชายหลีฉีแม้จะสับสนในศัพท์แปลกใหม่ของหญิงสาวในโลกแห่งอนาคตญี่ปุ่นคืออะไร ฮาราคีรีคืออะไรแต่ไม่ยอมถามให้เสียหน้า คนฉลาดคาดเดาว่าเป็นวิธีบางอย่างของมนุษย์ในอนาคตแล้วหัวเราะหึในลำคอ ใบหน้ามีแววยินดี

“ในเมื่อเจ้าพูดเองและพูดถูกต้องแล้ว ข้าจะขัดเจ้าได้ยังไง ทหารจับตัวนางไว้ ข้าจะคว้านท้องนางแล้วนำไข่มุกหั่วจูออกมา” สิ้นเสียงทรงอำนาจขององค์ชายมังกร ทหารมากกว่าสิบนายก็รุมล้อมเข้าจับตัวเกตุมุกดาแต่จับไม่ทันเพราะเกตุมุกดาเอี้ยวตัวแล้ววิ่งหลบได้ทัน ย่างก้าวของนางนั้นเร็วกว่าทหารพวกนั้นมาก ทหารเหล่านั้นจึงจับได้เพียงอากาศ

“ชะ ช้าก่อนเพคะองค์ชาย ชีวิตคนไม่ใช่ผักปลานะเพคะ องค์ชายเป็นถึงผู้มีศักดิ์สูงจะคิดฆ่าแกงหญิงที่ไม่มีทางสู้ได้อย่างไร ฟ้าดินรู้เข้าองค์ชายต้องถูกประณามแน่นอนเพคะ”

“เจ้าเป็นปีศาจมิใช่มนุษย์ ข้าฆ่าเจ้าได้”

“หม่อมฉันเป็นมนุษย์มิใช่ปีศาจเพคะ หม่อมฉันมีเลือดมีเนื้อมีหัวใจ องค์ชายดูได้อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นปีศาจได้อย่างไร ทรงพระปรีชาสามารถเรื่องแค่นี้ย่อมต้องมองออก”

หลีฉีตระหนักในตอนนั้นว่าที่นางพูดออกมามีส่วนจริงอยู่หลายส่วน เพราะนางไม่มีกลิ่นไอปีศาจแต่ที่น่าประหลาดใจคือนางลงมาถึงวังบาดาลได้อย่างไร

“ถ้าเช่นนั้นใครพาเจ้าลงมายังวังบาดาลกัน มนุษย์ปกติไม่สามารถลงมาในที่แห่งนี้ได้ เจ้ามิใช่ปีศาจและเจ้าเป็นใครกันแน่ ที่นี่มีแต่ชาวบาดาลและเทพเซียนเช่นข้าอยู่เท่านั้น”

ท่าทางโอหังมั่นหน้าทำให้เกตุมุกดาหมั่นไส้เขาไม่น้อยจนหลุดปากไป “หม่อมฉันคงเป็นเทพธิดาละมังเพคะ ในเมื่อไม่ใช่ปีศาจก็ต้องเป็นเทพธิดา” เกตุมุกดายังหาคำตอบอะไรให้ตัวเองไม่ได้ตอนนี้เธองงไปแปดในสิบส่วน แต่พูดไปแล้วเกตุมุกดาก็ไม่วายแอบหัวเราะคิกในใจยามคับขันในสถานที่ประหลาดเธอยังมีแก่ใจพูดต่อล้อต่อคำกับคนตรงหน้าซึ่งไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ แต่แล้วเกตุมุกดาก็ต้องหยุดหัวเราะในใจ แล้วถลึงตามององค์ชายตรงหน้าที่ดวงตาแดงฉานนั้นแสดงความไม่พอใจ

“นี่เจ้า” หลีฉีตะคอกเสียงดัง “เจ้าน่ะหรือเป็นเทพธิดาคงเป็นเทพธิดาที่น่าเกลียดที่สุดตั้งแต่ข้าเคยพบมา อย่างแรกคือเจ้าไม่มีความงาม ไม่ว่าพิศมองส่วนใดก็หาความงามมิเจอ ขนาดข้าพยายามเพ่งมองแล้วนะ น่ากลัวเจ้าต้องเป็นเทพธิดาที่องค์เง็กเซียนไม่โปรดถึงได้มีหน้าตารูปร่างอัปลักษณ์ผิดปกติกว่าเทพธิดาองค์ไหนที่ข้าเคยรู้จักมา”

ถูกคว้านท้องตายยังมีเกียรติมากกว่าถูกผู้ชายด่าว่าอัปลักษณ์ เกตุมุกดาโกรธจนตัวสั่นถ้าอยู่ในชาติภพของเธอจะแนะนำให้ไปผ่าหมาออกจากปากแต่ไม่รู้ว่าตัวประหลาดรูปงามตรงหน้าคืออะไรเกตุมุกดาจึงได้แต่ตอบโต้กลับไปเบาๆ

“ท่านมีตาแต่หามีแววไม่ มองไม่เห็นความงดงามของข้าที่ซ่อนอยู่ภายใน เอ่อ..ถึงจะลึกไปหน่อย แต่เรื่องนั้นช่างเถอะข้าไม่สนใจหรอก ตอนนี้ข้าอยากขอร้องให้ท่านปล่อยตัวข้ากลับบ้าน ข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ ข้าคิดถึงครอบครัวของข้า”

“ข้าไม่คิดจะรั้งเจ้าไว้หรอก”

“ขอบพระทัยเพคะองค์ชาย”

“หยุดก่อน ยังไม่ต้องขอบใจ เพราะเจ้าต้องคืนไข่มุกมาให้ข้าเสียก่อน” หลีฉีหยุดพูดไปครู่ ก่อนจะพูดต่อเพื่อให้เกตุมุกดาได้มีเวลาซึมซับ เขายิ้มร้ายก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น “ถึงเราจะไม่คว้านท้องเจ้าและไม่ให้เจ้านำออกมาทางทวาร แต่ในเมื่อเจ้ากินเข้าไปทางปากเราก็จะนำออกมาทางเดิม”

ดวงตากลมโตสุกใสราวลูกแก้วของเกตุมุกดาเบิกกว้าง องค์ชายผู้นี้ไม่ได้คิดจะปล่อยเธอไปแบบที่พูดเขากำลังหาวิธีตายให้กับเธอ รอดตายจากการถูกคว้านท้องแต่จะตายด้วยวิธีไหนอีก เป็นเรื่องสุดจะคาดเดาจริงๆ ยิ่งเห็นรอยยิ้มเย็นเฉียบที่หลุดมาจากมุมปากขององค์ชายรูปงามแต่ไร้หัวใจตรงหน้าก็อยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลแต่สองขายังแข็งทื่อยืนฟังหลีฉีพูดอยู่ที่เดิม

“ข้าจะล้วงไข่มุกออกมาจากปากเจ้าเดี๋ยวนี้”

“หา” เกตุมุกดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง “องค์ชายคงไม่คิดจะทำจริงๆใช่ไหมเพคะ องค์ชายจะล้วงออกยังไง”

“ด้วยมือของข้าเองอย่างไรล่ะ”

เกตุมุกดาสติแตก นึกภาพมือเรียวยาวของเขาล้วงเข้าไปในลำคอแล้วควานหาไข่มุกก็แทบลมจับ มันเป็นไปไม่ได้เลยสักนิดที่เขาจะใช้มือล้วงโดยที่เธอยังมีลมหายใจ “มีวิธีอื่นอีกไหมเพคะ”

“มี แต่อีกวิธีนั้นทรมานกว่าวิธีแรกมากนัก  ข้าว่าเจ้าทนให้ข้าใช้มือล้วงออกมาไม่นานทุกอย่างก็เสร็จสิ้นดีกว่า แล้วข้าจะปล่อยเจ้ากลับบ้านไปแบบยังมีชีวิตอยู่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นคนหรือปีศาจเจ้าก็จะได้กลับออกไปจากเมืองบาดาลแห่งนี้”

เกตุมุกดาส่ายหน้า “คิดว่าหม่อมฉันจะเชื่อเหรอ ล้วงไปแบบนั้นไม่ตายก็ต้องปากแหว่งเพดานโหว่ หม่อมฉันขอตายดาบหน้าดีกว่า”

ไม่ทันที่เกตุมุกดาจะหมุนตัววิ่งหนี ทหารที่รู้ทันเกตุมุกดาแล้วก็ก้าวมาประชิดตัวด้วยความรวดเร็ว เกตุมุกดาตกใจดึงมือทหารเหล่านั้นออก แล้วต้องตกใจคำรบสองเมื่อเธอดึงขึ้นอย่างง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ เกตุมุกดาบิดเบาๆ ทหารเหล่านั้นก็ร้องโอดโอยราวถูกเธอหักท่อนแขน เมื่อเห็นว่าตัวเองมีพละกำลังเหนือกว่า จึงออกแรงผลักอีกนิดทหารคนเดิมก็กระเด็นไปไกลลิบตาไม่ต่างจากครั้งก่อนที่เธอเคยเห็นมาแล้ว เกตุมุกดาสงสารทหารคนนั้นแต่ตอนนี้ต้องหนีเอาชีวิตรอดก่อน

สองขาเรียวออกวิ่งสู้ฟัด เลือกไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าถูกฆาตกรรมตายอย่างทารุณเพราะจากดวงตาแดงฉานคู่นั้นเขาไม่แค่พูดแต่ทำจริง ทว่าวิ่งผ่านทหารหลายคนจนไปถึงหน้าประตูวังร่างของเกตุมุกดาก็ลอยหวือปลิวกลับไปที่เดิม เกตุมุกดาหวีดร้อง ดิ้นรนสุดชีวิต แต่ยิ่งดิ้นบางสิ่งบางอย่างก็ยิ่งรัดแน่นจนหายใจไม่ออก พอก้มมองที่ลำตัวก็เห็นว่าเป็นเชือกแต่คงไม่ใช่เชือกธรรมดาเพราะมันสามารถรัดให้แน่นหรือขยายออกได้

“เชือกวิเศษเส้นนี้ทำจากหนวดของมังกร เจ้าดิ้นหนีอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุดหรอก ยอมให้ข้าจับตัวซะดีๆ”

เกตุมุกดากลัวถูกรัดจนขาดอากาศหายใจตายจึงหยุดดิ้น ถูกดึงไปถลาล้มกองอยู่แทบเท้าขององค์ชายรูปงามแต่ไร้หัวใจและความเมตตา

“เจ็บนะ ท่านรังแกข้า ท่านจงใจจะฆ่าข้ามากกว่าจะเอาไข่มุกคืนและปล่อยไป” เธอเงยหน้าบึ้งๆขึ้นบอก

องค์ชายมังกรยิ้มมุมปาก “ข้าไม่อยากเสียเวลากับเจ้าอีก แค่ไม่กี่ชั่วยามที่เจ้าลงมาถึงวังบาดาลแห่งนี้ก็สร้างความปั่นป่วนมากแล้ว อีกทั้งการมาของเจ้าก็เป็นปริศนา เห็นทีข้าต้องรีบนำไข่มุกออกมาแล้วส่งเจ้ากลับไปนอกอาณาเขตวังบาดาลเสียที ไม่เช่นนั้นวังบาดาลคงไม่มีความสงบสุขเพราะมีสิ่งอัปมงคลอย่างเจ้าเข้ามา”

อัปมงคล! เกตุมุกดากรีดร้องในใจนี่มนุษย์เพศหญิงตัวเล็กๆ ที่บ่อยครั้งมักมีผู้ชายชมว่าน่ารักอย่างเธอถูกเขาเรียกว่าสิ่งอัปมงคล

เกตุมุกดาโกรธหน้าแดงก่ำแล้วต้องเปลี่ยนเป็นซีดขาวด้วยความกลัวเมื่อองค์ชายรูปงามก้าวอาดๆเดินตรงมาหา ในมือเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยเชือกเธอจึงหนีไม่ได้ เขาย่อตัวลงแล้วใช้มือบีบเบาๆที่ปลายคาง ในเวลานั้นดวงตาสองคู่ประสานกัน เมื่อมองดูระยะใกล้จมูกของเขาได้กลิ่นของมนุษย์

นางไม่ใช่ปีศาจ หลีฉีคิดและเมื่อจ้องนางอย่างพิจารณาก็ตระหนักได้ว่าหญิงตรงหน้าจัดว่าเป็นหญิงงามคนหนึ่งทีเดียว เมื่อกวาดมองทั่วตัวก็พบว่ารูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ผิวหน้าผิวตัวนั้นเนียนบางอ่อนใสแม้ว่าเขาจะเคยเห็นเทพธิดาที่งดงามมามากว่านี้หลายเท่า แต่ดวงตากลมโตสุกใสรับกับคิ้วคางจมูกได้สัดส่วนพอดิบพอดีก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นความงามที่น่าเพ่งพิศไปอีกแบบ ทว่าถึงนางจะงามล่มเมืองแค่ไหนแต่มนุษย์ปกติไม่น่าจะมีชีวิตลงมาถึงเมืองบาดาลได้ หลีฉีรู้สึกประหลาดใจอยู่หลายส่วน แต่นางก็บอกแล้วว่านางมาจากอนาคตในอีกพันกว่าปีข้างหน้า เขาไม่ค่อยเข้าใจนักและไม่อยากสนใจอีกเพราะต้องการไข่มุกของสำคัญคืนมามากกว่า

“ข้าจะล้วงเข้าไปและดึงไข่มุกออกมาอย่างรวดเร็วเจ้าจะได้ไม่ตายอย่างทรมานมากนี่ถือว่าข้าเมตตาเจ้ามากแล้ว” หลีฉีดึงสติกลับมาบอก

เกตุมุกดาหน้าเปลี่ยนสี ความหมายของเขาก็คือเธอต้องตาย เธอไม่ยอมตายง่ายๆหรอก “ไม่นะ ปล่อยหม่อมฉันไปเถอะ” เกตุมุกดาไม่ขอร้องเปล่าแต่ยังใช้สองมือผลักอกหลีฉีด้วย แต่ครั้งนี้ร่างกายตรงหน้าเขยื้อนเพียงนิด หลีฉียิ้มอย่างผู้ชนะ

“พลังไข่มุกหั่วจูนั้นวิเศษก็จริง แต่ก็สู้พลังของข้าไม่ได้ ข้ามีพลังของเทพสวรรค์ เมื่อครู่ที่ตำหนักเหลียนฮวาข้าแค่เผอเรอจึงไม่ได้ระวังถึงถูกเจ้าทำร้ายได้ และข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าได้เล่นซุกซนมาป่วนวังบาดาลของข้าได้อีก เพราะเจ้าจะไม่มีพลังวิเศษอีกแล้วเพราะข้าจะนำไข่มุกออกมาเดี๋ยวนี้”

เกตุมุกดาเบิกตากว้าง เขาเป็นเทพสวรรค์หรือนี่ “ข้าไม่คิดจะทำร้ายท่านสักหน่อย ก็ท่านบุ่มบ่ามเข้ามาจะรังแกข้า ข้าก็ต้องป้องกันตัว” เกตุมุกดาอธิบายอุบอิบ

หลีฉีส่ายหน้า “ไม่ว่าเจ้าจะพูดอย่างไรข้าก็จะนำไข่มุกออกมาจากกายหยาบสกปรกของจ้า เจ้าหยุดพูดแล้วอ้าปากไว้เท่านั้นถ้าไม่อยากตายอย่างทรมานมากนัก”

เกตุมุกดากลัวสุดชีวิต น้ำตาเริ่มไหลพรากเป็นทาง ส่ายหน้าไปมาไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ให้หลีฉีล้วงมือเข้าไปในลำคอ ใช้สายตาด่าทอเขาแทนคำพูดเพราะถูกบีบคางไว้จนพูดไม่ได้

หลีฉียิ้มมุมปาก ดวงตาทอประกายสมใจ เขาจะได้หมดเรื่องกังวลใจเสียทีเมื่อนำไข่มุกออกมา แม้วิธีนี้จะทำให้นางตรงหน้าหวาดกลัวแต่ก็คงจะดีกว่าอีกวิธีที่ต้องใช้ลมปราณดึงออกมาหรือก็คือการจูบนาง เขาไม่มีทางใช้วิธีนั้นกับกายหยาบของมนุษย์ที่สกปรกเด็ดขาดรอยยิ้มร้ายกระตุกที่มุมปาก หญิงอัปมงคลคนนี้จะนำพาความวุ่นวายมาให้เขาอีกมาก

หลีฉีกำลังล้วงมือเข้าไป พลันเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้เขาหยุดมือหันไปดูขณะที่เกตุมุกดาแทบจะโห่ร้องออกมาด้วยความยินดีที่รอดพ้นจากเงื้อมือองค์ชายโฉด

หลีฉีลุกขึ้น ยืดตัวตรงสะบัดแขนเสื้อเดินไปหาคนที่เข้ามาใหม่ เขาคือหยางหลงนั่นเอง หยางหลงเป็นญาติของเขาซึ่งดูแลอาณาเขตทะเลหนานไห่และมักจะมาร่ำสุรากับเขาที่วังบาดาลเมื่อมีโอกาสเสมอ

“เจ้ากำลังเล่นอะไรอยู่อย่างนั้นหรือหลีฉี มีเรื่องสนุกทำไมไม่แบ่งปันข้าบ้างเล่า”

สีหน้าบึ้งตึงเกินจะฝืนยิ้มหันไปมองมังกรหนุ่มผู้ร่วมเชื้อสายเดียวกัน “นี่ไม่ใช่เรื่องสนุกแต่ข้ากำลังทำธุระสำคัญกับนาง” หลีฉีตอบสบายๆ เหลือบสายตาไปทางแม่ตัวยุ่งที่มาป่วนวังบาดาลของเขาให้วุ่นวายไปหมด เขาจับเชือกวิเศษในมือไว้แน่นเพราะกลัวว่านางจะวิ่งหนีไปอีก

หยางหลงเหลือบไปมองธุระที่ญาติผู้น้องว่า หญิงผู้นั้นมีกลิ่นมนุษย์ นางเป็นใครกัน แต่เขาก็มองไม่ชัดนักเพราะใบหน้าของนางเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและขี้มูกเลอะเต็มแก้ม หยางหลงไม่ได้สนใจอีก

“นางเป็นใครกันหรือเจ้าได้สนมใหม่มากันหลีฉี”

เกตุมุกดาสูดจมูกเงยหน้าจากการร้องไห้แต่ไม่ทันพูดว่า ไม่ใช่สนมของหลีฉี เสียงของหลีฉีก็ดังขึ้นก่อน

“เจ้าพูดธุระของเจ้ามาเสียทีเถอะหยางหลงเจ้ามาที่นี่ทำไมกัน” หยางหลงอมยิ้มหันไปตอบเลยไม่ทันเห็นหน้าของเกตุมุกดาที่ยกมือขึ้นป้ายน้ำตาออกจนเรียบร้อย

หยางหลงยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ชูของในมือขึ้นมองด้วยดวงตาเปี่ยมสุข เขามีนิสัยชอบตระเวนไปทั่วเพื่อให้คลายความโศกเศร้าจากการที่ชายารักได้หมดบุญตายจากไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน

 “วันนี้ข้ามีเรื่องน่ายินดี เมื่อครู่ก่อนที่ข้าจะแหวกว่ายกระแสน้ำที่ปั่นป่วนมาหาเจ้าได้นั้น ข้าได้ช่วยเหลือเทพธิดารักษาพืชพรรณที่กำลังขึ้นไปเข้าเฝ้าองค์เง็กเซียน จู่ๆนางก็เกิดวิงเวียนเมากระแสลมพลัดตกจากเมฆดีที่ข้าไปพบก่อนจึงช่วยนางได้ทัน นางจึงได้มอบของวิเศษเป็นการตอบแทนให้ข้า”

“สิ่งนั้นคืออะไรกัน” หลีฉีถาม

“มันคือผลท้อวิเศษที่ชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นได้ ข้าจะนำมันไปให้ชายาของข้ากิน นางจะได้ฟื้นคืนชีวิตกลับมาใช้ชีวิตเคียงข้างข้าอย่างเช่นเดิม”

หลีฉีชื่นชมหัวใจมั่นคงดังหินผาของหยางหลงแต่เขาก็ไม่ได้ซาบซึ้งนานนักเพราะก็แค่ชายาที่ตายไปก็หาใหม่มาแทนก็ไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนเรื่องความรักนั้นเขามองว่ามันเป็นความรู้สึกของคนอ่อนแอไม่เหมาะกับองค์ชายมังกรที่ควรต้องเข้มแข็งห้าวหาญ ยิ่งเห็นหยางหลงรักชายามากก็ยิ่งรู้สึกไม่เห็นด้วย เพราะตัวหยางหลงเองก็ยิ่งอ่อนแอลงจนปกครองมหาสมุทรมิได้ต้องให้เขาไปช่วยเสมอ

“ถ้าเช่นนั้นท่านจงรีบนำมันกลับไปให้ชายาของท่านกินเถอะ นางจะได้มีชีวิตกลับคืนมา ท่านจะได้มีความสุขเสียทีครานี้จะได้เหาะเหินกลางสายน้ำเคียงข้างกันดังเช่นวันวานที่ท่านเคยคิดถึง”

คำพูดสุดท้ายของหลีฉีทำให้เกตุมุกดาที่ไม่ได้ฟังการสนทนามาตั้งแต่ตอนต้นหูผึ่ง เธอกำลังหาวิธีแก้เชือกอยู่ จนมาสะดุดหูที่คำว่าลูกท้อนั้นเมื่อกินเข้าไปแล้วจะทำให้เหาะเหินเดินอากาศได้ หยางหลงดีใจจนประมาทเผลอทำผลท้อในมือหล่นลงกับพื้น ผลท้อนั้นกลมเกลี้ยงกลิ้งหลุนๆราวกับถูกสวรรค์ลิขิตไว้แล้วเพราะมันไปหยุดตรงหน้าของเกตุมุกดาพอดิบพอดี หยางหลงกำลังก้าวไปหยิบแต่ผลท้อถูกสตรีตรงหน้าหยิบเข้าปากไปแล้ว

“ลูกท้อของข้า” หยางหลงอ้าปากค้าง คิดไม่ถึงว่าจะถูกแย่งซึ่งๆหน้า เขาโกรธจัดจนเผลอลืมตัวกลายร่างเป็นมังกรตัวใหญ่ แผดเสียงคำรามลั่น พุ่งเข้ามาหาเกตุมุกดา

เกตุมุกดาเห็นอย่างนั้นก็ถอยตัวหนี มังกรตัวใหญ่ฉกวูบลงมาประจันหน้าหมายจะเอาชีวิต

“อย่าทำอันตรายนาง นางเป็นทาสของข้ายังให้ตายตอนนี้ไม่ได้” เป็นหลีฉีที่เข้ามาขวาง

หยางหลงสะบัดลำตัวไปมาด้วยความโกรธ ท้องฟ้ามีประกายสายฟ้าสลับไปมา ท้องทะเลปั่นป่วน ก่อนจะคลายลงเมื่อดวงตาแดงฉานของมังกรหยางหลงเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งที่ตัวของเกตุมุกดา แล้วประมวลเรื่องทั้งหมดแม้จะได้ท้อวิเศษมาแต่ร่างของชายาที่เฝ้ารักษาไว้ในโรงหยกอย่างดีช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมาเริ่มเปื่อยเน่า หรือนี่คือลิขิตสวรรค์ตำหนิตรงนั้นบนร่างกายนาง หรือนี่คือชายาของเขากลับชาติมาเกิด

หลีฉียืนมองนิ่ง เหลือบสายตาดุกร้าวไปทางเกตุมุกดา

“เจ้าทำอะไรลงไปรู้ตัวไหม ข้าน่าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้นแล้วโยนให้เป็นอาหารปลาทั้งมหาสมุทร”

“เขาเป็นมังกรใช่ไหม”

“ใช่ ข้าก็เป็นมังกรเช่นกัน” เขาบอกตาวาวแล้วมันก็ขยายใหญ่เหมือนตามังกรที่เพิ่งเห็นจากหยางหลงเมื่อครู่ไม่มีผิด

เกตุมุกดาเป็นลมไปรอบหนึ่งแล้วรู้สึกตัวเมื่อถูกสัมผัสที่ใบหน้าเบาๆ เหตุการณ์เมื่อครู่เป็นความฝันใช่ไหม ตอนนี้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว เธอเอนตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนที่รู้สึกว่าแข็งไปสักนิดแต่เย็นสบาย

“พี่ปิงปิง พี่อยู่ไหน” เกตุมุกดาร้องเรียกพี่สาวแล้วรู้ว่าตัวเองยังไม่ได้กลับบ้านเพราะผู้ชายสองคนที่แปลงเป็นมังกรได้ยังยืนจ้องเธอเขม็ง

“เจ้ากินลูกท้อของข้าไป เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันสำคัญกับข้ามาก” หยางหลงถามในใจยังเสียดายผลท้อวิเศษอยู่หลายส่วนแต่เมื่อก้มลงมองนางใกล้เห็นบางอย่างที่ตัวของเกตุมุกดาซึ่งเสื้อที่นางสวมใส่แล้วรอยขาดบริเวณนั้นก็ทำให้เขาใจเย็นลง

ปานดอกท้อ

ชายา

หยางหลงต้องการพิสูจน์ความคิดของเขาว่าเป็นจริงหรือไม่ นางคือชายาของเขากลับชาติมาเกิดจริงหรือเปล่า

เกตุมุกดาสำนึกผิดที่กินผลท้อของหยางหลงไปเธอไม่รู้ว่าเขาจะนำไปช่วยชายาแค่ได้ยินว่ากินแล้วเหาะเหินได้จึงกินเข้าไป ตอนนั้นเธอไม่มีหนทางจริงๆ เธออยากกลับบ้าน ผลท้อนั้นเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้เธอเหาะหนีไปจากหลีฉีได้

“ข้าอยากกลับบ้าน ได้ยินว่ากินแล้วเหาะได้จึงกินเข้าไป ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ถ้ารู้ว่าท่านจะเอาไปช่วยเมียข้าไม่กล้าแตะของท่านแน่”

หลีฉีดวงตาแดงก่ำหลังฟังเรื่องไร้สาระที่สุดที่เคยได้ยินมา ขณะที่หยางหลงหลับตาข่มความโมโหลงแล้ว นางกินเพราะต้องการกลับบ้าน ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาก็จะไม่ได้พบนางอีกแล้วจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่านางคือชายาของเขา เขาต้องการให้นางอยู่

หยางหลงเป็นฝ่ายอธิบาย “ลูกท้อนั้นมีพลังวิเศษเพียงอย่างเดียวคือสามารถช่วยคนตายให้ฟื้นได้ ข้าต้องการนำไปให้ชายาของข้าที่ตายไปแล้วได้กินเพื่อให้นางฟื้นคืนชีวิตกลับมา ลูกท้อนั้นไม่ได้มีพลังวิเศษที่จะทำให้เจ้าเหาะเหินได้อย่างที่เจ้าคิดสักนิด เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” หยางหลงบอกสีหน้าอ่อนล้าแกมรวดร้าวลึกๆ

เกตุมุกดาไม่เชื่อ เธอลองขยับตัวแล้วทำท่าว่าจะลอยตัวขึ้น หลีฉีใช้มือห้ามหยางหลง ปล่อยให้เกตุมุกดาทำอย่างที่นางสงสัย เกตุมุกดาจึงรู้ว่ามันไม่สามารถช่วยให้หนีไปได้จริง ร่างกายของเธอยังยืนนิ่งที่เดิม

เกตุมุกดาหน้าม่อยลง ถามเสียงอ่อย “ข้าสามารถชดเชยอะไรให้ท่านได้บ้างเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ข้าได้ทำผิดไป ข้าไม่รู้จริงๆว่าผลท้อนั้นมีไว้เพื่อช่วยให้คนตายฟื้นคืนชีพได้ ข้าได้ยินพวกท่านพูดว่าผลท้อนั้นทำให้เหาะเหินได้ข้าจึงกินมันเข้าไป ท่านโปรดอภัยให้ข้าด้วยที่โง่เขลานัก หากท่านจะให้ข้าทำอะไรเพื่อเป็นการไถ่โทษโปรดบอกข้ามาข้าจะทำเพื่อเป็นการไถ่โทษโดยไม่บ่ายเบี่ยงเลย” เกตุมุกดาก้มหน้าบอกแต่ยังไม่กล้าเข้าใกล้คนทั้งคู่มากนักเพราะยังหวั่นๆกับภาพที่เขากลายร่างเป็นมังกร

หยางหลงเข้ามามองใกล้ๆ ใบหน้าอ่อนเยาว์ขาวผ่องราวหิมะนั้นมีส่วนคล้ายชายารักอยู่หลายส่วน อีกทั้งตำหนิบนร่างของนางก็เป็นที่เดียวกับของชายารัก มาตราว่านางคือคนๆเดียวกันกลับชาติมาเกิด

“ข้าอยากได้ตัวนางยกนางให้ข้า”

หลีฉีเหมือนจะอ่านความคิดของหยางหลงได้ เขารีบพูดขึ้น “ท่านพี่ นางเป็นเชลยของข้า นางกินไข่มุกหั่วจูไป ท่านคิดจะทำอะไรหลังจากนี้โปรดรอให้ข้าสะสางกับนางก่อน”

“เชลยของเจ้างั้นรึ แต่ข้าอยากรับนางเป็นบาทบริจา ข้าขอนางได้ไหมหลีฉี” หยางหลงบอกดื้อๆ เหลือบตามองหญิงสาวที่ยังยืนนิ่งขึงเป็นท่อนไม้ นางงดงามเหมือนดอกท้อกลางหิมะ ดวงตานางสดใสให้ความรู้สึกเหมือนถูกชายารักจ้องมองอยู่ไม่มีผิด

“ดะ เดี๋ยวก่อน ท่านจะให้ข้าไปเป็นอะไรกับท่านนะ” หยางหลงหันมา รูปหน้าหล่อเหลาปานหยกสลัก

“ข้าจะให้เจ้าไปเป็นบาทบริจาของข้า”

หลีฉีเห็นไม่ได้การจึงรีบดึงร่างของเกตุมุกดาให้ถอยห่างระยะประชิดของหยางหลง เขาไม่ไว้ใจญาติคนนี้เสียแล้ว เขาต้องการไข่มุกคืน ดังนั้นหญิงนางนี้จะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น

“เห็นทีเวลานี้ข้าจะมอบนางให้ท่านพี่ไม่ได้ ข้าจะมอบนางให้ท่านได้หลังจากข้าได้ไข่มุกคืนมา หลังจากนั้นแล้วท่านพี่จะรับนางเป็นสนมข้าก็ไม่สนใจ” เกตุมุกดาหันไปถลึงตามอง ท่านกล้ายกข้าให้คนนั้นคนนี้โดยไม่ถามข้าสักคำ แล้วยังทำเหมือนข้าเป็นสิ่งของของท่านที่จะจับโยนไปวางตรงไหนก็ได้อีกด้วย จะมากไปแล้วนะองค์ชายหลีฉี

ข้าไม่เป็นสนมของใครทั้งนั้น ข้าจะกลับบ้าน

หลีฉีสะบัดแขนเสื้อ มองเกตุมุกดาด้วยความรำคาญ “หุบปากเจ้าซะ” แล้วหันไปหาหยางหลง เอาแบบนี้ดีกว่าท่านพี่ ตอนนี้นางเป็นคนของข้าเรื่องที่นางกินลูกท้อของท่านไปนางยังคงมีความผิดอยู่แต่จะลงโทษอย่างไรหรือจะให้นางยินยอมเป็นสนมของท่านไหมข้าจะคุยกับท่านในวันหลัง แต่ในเวลานี้ข้าต้องกักตัวนางไว้ก่อน นางมีไข่มุกหั่วจูอยู่ในตัว ข้าปล่อยนางไปไหนไม่ได้หลีฉีตัดบท

เกตุมุกดาทำหน้าเหมือนขี้เถ้าเปียก อยากร้องไห้ออกมาดังๆทำไมต้องหลงยุคมาในวังบาดาลด้วย หยางหลงมองแล้วไข่มุกหั่วจูเป็นของสำคัญเขาควรให้หลีฉีจัดการเรื่องสำคัญก่อน ส่วนเรื่องรับนางเป็นสนมเขารออีกหน่อยก็ไม่เป็นไร

งั้นข้าจะรอ แต่ข้าจองนางให้เป็นสนม

หลีฉีรีบยกมือโบกห้าม ท่านพี่กล่าวหนักเกินไปแล้ว นางเป็นใครมาจากไหนยังเป็นปริศนา ข้าว่าท่านพี่อย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้เลย ท่านพี่เชิญกลับก่อน ข้าขอนำตัวนางไปรับโทษที่ขโมยไข่มุกไปก่อน

เกตุมุกดาหน้าเสีย ขณะที่หยางหลงทำอะไรไม่ได้นอกจากพยักหน้า ตามธรรมเนียมแล้วในเวลานี้นางตรงหน้าถือเป็นสิ่ทธิ์ของหลีฉีเขาไม่ควรก้าวก่าย

ได้ งั้นข้ากลับก่อนหยางหลงบอก แล้วหันไปประสานสายตากับเกตุมุกดา เขามองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินกลับออกไปอย่างองอาจ

เกตุมุกดาหันมาทางหลีฉีที่ยืนจ้องเขม็ง

ตัวยุ่ง ทีนี้ก็ถึงตาเจ้าบ้าง ข้าจะให้ทหารมาจับตัวเจ้าไปขัง แต่คิดอีกทีข้าจับเจ้าไปเองดีกว่า ข้าจะได้มั่นใจว่าเจ้าไม่หนีไปไหน เพราะแม้แต่ไข่มุกที่มีทหารเฝ้ายามอยู่มากเจ้ายังแอบโขมยไปได้เห็นทีข้าจะไว้ใจใครไม่ได้นอกจากตัวข้าเอง

เขาไม่รู้หรอกว่าที่เธอโขมยมันกลืนลงท้องไปอย่างง่ายดายเพราะลืมตาขึ้นมาเธอก็อยู่หน้าเจดีย์นั้นแล้วจึงหลบเลี่ยงเวรยามเข้าไปได้ง่าย เมื่อหลีฉีว่าเสียงดุดันแล้วเดินไปคว้าข้อมือของเกตุมุกดามาจับไว้ เกตุมุกดายื้อไว้ ยื้อกันไปมาในที่สุดเกตุมุกดาก็เป็นฝ่ายแพ้

เกตุมุกดาถูกหลีฉีดึงไปที่คุมขังนักโทษ ย่างเท้าขององค์ชายมังกรก้าวเร็วมากแต่เกตุมุกดาก็ก้าวเร็วเท่ากัน เกตุมุกดาหยุดดิ้นรนไปแล้วเพราะรู้ตัวว่าทำไปก็ไม่เป็นผลหนีไปไหนไม่ได้ ลูกท้อที่กินไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร มีแต่พลังไข่มุกแต่ก็สู้องค์ชายมังกรไม่ได้อยู่ดี อีกอย่างสถานที่รอบตัวก็ดูสวยงามแปลกตาสถาปัตยกรรมที่เห็นบอกได้ว่าเป็นของช่างที่มีฝืมือเป็นคนสร้างสรรค์ขึ้นจนต้องเผลอมอง

เกตุมุกดาทบทวนที่หลีฉีพูดว่าที่นี่คือเมืองบาดาลก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่าตนเองคงหลงมาในวังบาดาลที่เป็นยุคเก่าของจีน น่าจะเกิดจากที่เครื่องบินตกแล้วประตูมิติเปิดออกทำให้พลัดหลงมา และคนตรงหน้าก็เป็นมังกรเฝ้าเมืองบาดาล คิดสรุปเรื่องได้ทั้งหมดเกตุมุกดาก็ขนคอเย็นเฉียบ สิ่งที่ตัวเองคิดไม่ผิดไปจากนี้แน่  แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตของเธอจะต้องมาเจอเรื่องมหัศจรรย์เช่นนี้

องค์ชายเกตุมุกดาเรียก หลีฉีหยุดเดินแล้วหันมามองด้วยสายตารำคาญ

เจ้าคิดจะทำเรื่องยุ่งอะไรอีก

ข้าได้ยินท่านพูดว่าที่นี่คือเมืองบาดาลเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่

หลีฉีนิ่งไปครู่ ผู้หญิงคนนี้ช่างแปลกประหลาดนักใบหน้าหวานละมุนพอมองดูได้หลายส่วนแต่กิริยาแข็งกระด้างไม่มีความอ่อนหวานแช่มช้อยผิดจากหญิงเมืองบาดาลและเมืองมนุษย์ที่เคยเห็นมา และจากที่นางถามเมื่อครู่ทำให้หลีฉีสงสัยเช่นกันว่านางมาจากที่ใด

สถานที่ที่เจ้ายืนอยู่คือสถานที่คนธรรมดาเข้ามาไม่ได้ มีแต่เทพและมังกรอย่างข้าเท่านั้นที่พำนักอยู่

เกตุมุกดาผงะไปนิดเมื่อได้ยินคำว่ามังกรแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ตกลงว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่เมืองบาดาลจริงๆ

องค์ชายหม่อมฉันมีอะไรจะบอกท่าน ซึ่งหม่อมฉันบอกท่านไปก่อนหน้านี้แล้วแต่ท่านคงไม่เชื่อ แต่หม่อมฉันจะพูดอีกครั้ง หม่อมฉันชื่อว่าเกตุมุกดาหม่อมฉันหลงมาจากศตวรรษที่20 เครื่องบินที่หม่อมฉันโดยสารมาตกที่ทะเลแล้วหม่อมฉันก็สลบไปจนมาตื่นขึ้นที่เมืองบาดาลของท่าน

หลีฉีคำราม เหลวไหลสิ้นดี เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเรื่องที่เจ้ากุขึ้นมาเช่นนั้นเหรอนังมนุษย์ขี้โขมย

เกตุมุกดากลอกตาที่ถูกองค์ชายมังกรขี้หงุดหงิดตวาดด้วยน้ำเสียงกระด้างแกมดูถูก หม่อมฉันก็ไม่คิดว่าองค์ชายจะเชื่อหรอก มันเชื่อยาก หม่อมฉันเข้าใจ ก็เหมือนที่หม่อมฉันกำลังมึนงงว่ากำลังคุยกับมังกรที่มีหน้าตาเหมือนคนอย่างท่านแต่หม่อมฉันอยากบอกให้องค์ชายรู้ว่าสิ่งที่หม่อมฉันพูดเป็นเรื่องจริง ในอนาคตข้างหน้าวังบาดาลขององค์ชายอาจไม่เหลือแล้วก็ได้เพราะมนุษย์มีวิวัฒนาการมากมายที่จะเรียนรู้ว่าโลกใต้ทะเลนั้นมีอะไร พวกท่านอาจจะอยู่กันอย่างลำบาก กุ้งหอยปูปลาก็จะไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนตอนนี้เพราะพวกมันจะถูกนำไปเป็นอาหารซีฟู้ดจนหมด

หลีฉีขมวดคิ้วดกดำ สีหน้าแดงก่ำ บังอาจนัก ข้าไม่เคยได้ยินใครพูดเลอะเทอะได้เท่าเจ้ามาก่อน

ข้าพูดเรื่องจริงข้าเป็นมนุษย์หลงมาจากศตวรรษที่20

ถ้าเจ้ายังบังอาจหลอกลวงข้าอีก ข้าจะตัดลิ้นเจ้าซะ เจ้าจงเข้าไปอยู่ในคุกแล้วเร่งรีบสำนึกผิดซะว่าเจ้าได้ทำเรื่องอุกฉกรรจ์ไว้กี่เรื่อง แล้วข้าจะกลับมาสะสางกับเจ้าอีกหนึ่งชั่วยาม เวลานั้นเจ้าต้องบอกข้าว่าเจ้ามาจากที่ใดกันแน่ หลีฉีผลักเกตุมุกดาให้เข้าไปอยู่ในคุกร่างบอบบางล้มก้นกระแทกพื้นแล้วรีบดันตัวลุกขึ้นวิ่งตามไปเกาะที่ประตู

คุกที่ว่าก็คือตำหนักเก่าๆตำหนักหนึ่ง จะว่าไปก็ดีกว่าคุกที่เกตุมุกดาคิดไว้มาก

เดี๋ยวก่อนสิองค์ชาย” หลีฉีหันกลับมา แล้วต้องหน้าบึ้ง “หม่อมฉันหิว ตั้งแต่เมื่อวานหม่อมฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยถึงหม่อมฉันจะติดคุกแต่คงคิดอะไรไม่ออกหากไม่ได้กินอะไร องค์ชายมีน้ำพระทัยกว้างขวาง ช่วยจัดหาอาหารให้หม่อมฉันสักเพียงเล็กน้อยได้ไหมเพคะ เกตุมุกดาต่อรองเสียงใส ไม่ว่าเจอเรื่องอะไรต้องให้ท้องอิ่มไว้ก่อน

หลีฉีมองอย่างนึกไม่ถึง เจ้าเป็นนักโทษไม่มีสิทธิ์ร้องขอสิ่งใด เจ้ากินไข่มุกของข้าไปแล้วยังจะกล้ามาขออาหารอีกเช่นนั้นหรือ”

แต่แล้วเสียงท้องร้องดังโครกครากจากท้องของนักโทษสาวก็ทำให้หลีฉีมุ่นคิ้วอย่างหงุดหงิด “เจ้าไม่มีความสำรวมช่างน่าอับอายขายหน้าไปถึงบุพการี ใครแต่งเจ้าเป็นภรรยาคงมีแต่ความเสื่อมเสีย”

“องค์ชาย หม่อมฉันหิวข้าวจนท้องร้องนี่มันผิดมากถึงขนาดสร้างความอับอายให้บิดามารดาลามไปถึงว่าที่สามีในอนาคตเลยเหรอ”

“พูดมาก น่ารำคาญ ตกลงข้าจะให้นางกำนัลนำอาหารมาให้หลีฉีรับปากแล้วเรียกทหารที่ยืนเฝ้ายามอยู่บริเวณนั้นให้หาอาหารมาให้นักโทษกินกันตาย หลีฉีกำลังจะบอกทหารว่านักโทษนี้มีชื่ออะไรเพื่อไปลงประวัตินักโทษคุกหลวงก็นึกไม่ออกว่านังมนุษย์สาวมีชื่อแซ่ใด

“เจ้ามีชื่อแซ่อะไร”

คนหิวข้าวยอมตอบแต่โดยดีกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ท้องอิ่มแล้วค่อยหาวิธีเจรจาให้เขายอมปล่อยเธอไป

“หม่อมฉันชื่อเกตุมุกดาเพคะ”

หลีฉีทำท่าไม่เข้าใจเกตุมุกดาก็เข้าใจได้ว่ามันคงเป็นชื่อประหลาดสำหรับเขา

องค์ชาย หม่อมฉันมีชื่อว่าเกตุมุกดา อาจจะเรียกยากสำหรับท่านไปหน่อยหม่อมฉันอนุญาตให้องค์ชายเรียกว่าไข่มุกก็ได้ ไข่มุกคือชื่อเล่นของหม่อมฉันเกตุมุกดาบอกพร้อมรอยยิ้มแล้วค่อยๆหุบยิ้มลงเมื่อเห็นแววตาขบขันของอีกฝ่าย

หลีฉีหัวเราะเบาๆก่อนจะวางหน้านิ่งเหมือนเดิม ปี้หู่ ชื่อนี้เหมาะกับเจ้า ข้าจะเรียกเจ้าว่าปี้หู่

เกตุมุกดาทำหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนร้องออกมา ปี้หู่ จิ้งจกนี่นา นี่องค์ชายท่านจะเรียกหม่อมฉันว่าจิ้งจกจริงๆหรือเพคะ

หลีฉีพยักหน้า ก็เจ้ามันตัวยุ่ง น่ารำคาญ ข้าจะเรียกเจ้าว่าปี้หู่เหมาะสมที่สุดแล้ว หรือเจ้าไม่พอใจ

ถ้าเธอไม่พอใจแล้วเขาจะยอมฟังหรือเปล่า แน่นอนว่าไม่ “ก็ได้ งั้นถ้าหม่อมฉันเรียกองค์ชายว่าจางหลางบ้างองค์ชายจะชอบไหมเพคะ

หลีฉีหน้าบึ้งขึ้นมาเก้าส่วน นี่เจ้ากล้าเรียกข้าว่าแมลงสาบงั้นรึ หลีฉีไม่เคยถูกใครล่วงเกินมาก่อนแม้แต่เทพเซียนบนสวรรค์ก็ยังไม่กล้าพูดล้อเล่นกับเขาแต่นังมนุษย์ตัวน้อยนี่บังอาจนัก

ชื่อนี้เหมาะกับท่านมาก องค์ชาย

ถ้าอย่างนั้นเจ้าจงออกไปเป็นอาหารสัตว์น้ำที่ด้านนอกดีกว่า รอเจ้าตายแล้วข้าค่อยล้วงเอาไข่มุกออกมาจะได้จบโดยง่าย

เกตุมุกดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ไม่น่าไปกระตุกหนวดมังกรให้โกรธเลย หม่อมฉันพูดส่งเดชไป องค์ชายอย่าถือสาเลยนะเพคะ นะนะ... เกตุมุกดาขอร้องเสียงอ่อนเพราะไม่อยากเป็นผีเฝ้าวังบาดาล เห็นเขายังยืนนิ่งมือเรียวค่อยๆขยับเข้าไปเกาะที่ชายแขนเสื้อกว้าง หลีฉีรีบสะบัดนางออก

คนอะไรไร้หัวใจไม่มีเมตตาสักนิด ท่านไม่มีหัวใจจึงไม่มีความเห็นใจสงสารผู้ใดเลย”

เจ้ามันแค่หัวขโมยมีสิทธิ์อะไรมาตำหนิข้า คิดว่าจะพูดอะไรก็พูดได้เช่นนั้นหรือ”

เกตุมุกดารู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วต้องรู้จักที่ต่ำที่สูง เธอไม่ควรล่วงเกินเขา “หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ แต่หม่อมฉันจะไม่ยอมใช้ชื่อที่มีความหมายว่าจิ้งจก เอาแบบนี้ดีไหมเพคะ องค์ชายเรียกหม่อมฉันว่าซินซินอย่างน้อยเวลาองค์ชายเรียกชื่อหม่อมฉันองค์ชายจะได้รู้สึกว่าตัวเองยังรู้จักคำว่าหัวใจอยู่บ้าง หม่อมฉันจะใช้ชื่อนี้ซินซิน

ซินซิน

หลีฉีพึมพำเบาๆ ใบหน้าคล้ายบึ้งคล้ายไม่บึ้งแล้วตวาดออกไปเสียงดัง เหลวไหลสิ้นดี แต่เอาเถอะถ้าเจ้าคิดว่าได้ชื่อซินซินแล้วทำให้เจ้าเข้าคุกอย่างสบายใจขึ้นข้าก็ไม่ขัด รีบเข้าไปซะซินซิน ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจโยนเจ้าไปเป็นอาหารสัตว์น้ำด้านนอก

เกตุมุกดารู้ว่าได้เท่านี้ก็พอแล้วจึงยอมถอยเข้าไปอยู่ในห้องขัง เธอมองประตูที่ถูกปิดอย่างแรงด้วยมนต์สะกดของหลีฉีแล้วผนึกเข้าหากันแน่นในเวลาต่อมา เกตุมุกดาลองใช้แรงทั้งถีบทั้งผลักประตูดูก็ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อประตูไม่ขยับสักนิด

เกตุมุกดาเดินหมดแรงไปนั่งที่มุมหนึ่งของห้อง ภายในห้องมีตะเกียงกับเตียงเปล่าๆเพียงเตียงเดียวเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นประดับประดาอีกเลย มันช่างดูแห้งเหี่ยว มืดหม่น เย็นยะเยียบเหมือนชีวิตเธอในตอนนี้ แวบหนึ่งอดคิดไม่ได้ว่าถึงจะตายก็ขอมีอาหารได้ตกถึงท้องสักหน่อยก็ยังดี ไม่รู้ว่าองค์ชายไร้หัวใจจะให้เธอได้กินอาหารไหมนะ เกตุมุกดาได้ยินเสียงท้องร้องโครกครากผสมกับเสียงหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

 

ซินซิน

เสียงเรียกอย่างสุภาพระมัดระวังปลุกให้เกตุมุกดาลืมตาตื่นจากการเผลอหลับไป รีบลุกขึ้นไปดูที่ประตู แต่ไม่ทันเพ่งดูว่าใครมาประตูก็เปิดออกเสียก่อนเห็นหญิงสาวในชุดบางพริ้วถือถาดอาหารเข้ามา

ข้าเป็นนางกำนัลในวังบาดาลแห่งนี้เจ้าค่ะ ได้รับคำสั่งจากองค์ชายหลีฉีให้นำอาหารมาให้ท่านกินค่ะ ท่านกินอาหารเถิด เกตุมุกดามองหน้าหญิงสาวที่บอกว่าตัวเองคือนางกำนัลสลับกับอาหารที่นางถือมาในถาดก็เรียกน้ำย่อยให้ทำงานได้

เกตุมุกดากลืนน้ำลายอึกใหญ่ อาหารพวกนี้ไม่มียาพิษใช่ไหม องค์ชายหลีฉีคงไม่สั่งให้เจ้าใส่ยาพิษมาให้ข้ากินเพื่อจะได้ในสิ่งที่ต้องการ

นางกำนัลงุนงงก่อนตอบ องค์ชายจะทำแบบนั้นทำไมกันข้าไม่เข้าใจ ท่านสั่งให้หาอาหารอย่างดีนำมาให้ท่านด้วยซ้ำ

เกตุมุกดาขมวดคิ้ว เรื่องนั้นช่างเถอะ เจ้าออกไปได้แล้ว ข้าจะกินอาหาร

นางกำนัลคนนั้นเดินออกไปเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูปกติพวกนางก็ไม่ต้องกินอาหารพวกนี้แต่องค์ชายให้จัดอาหารให้นักโทษเพราะว่านางเป็นมนุษย์ไม่สามารถอิ่มทิพย์เหมือนชาวบาดาล เกตุมุกดาหิวจนไส้กิ่วแล้วก็รีบหยิบอาหารในจานมา ตามด้วยน้ำชารสชาติเยี่ยมอีกหนึ่งกา ก็ล้มตัวลงนอน

“รอดตายแล้วเรา เมื่อครู่หิวเกือบตาย”

อาหารที่ข้านางกำนัลจัดมาให้ทำให้เจ้ากินอิ่มนอนหลับสบายขนาดนี้เลยเชียวเหรอ หลีฉีเข้ามาถึงเตียงตั้งแต่เมื่อไรเกตุมุกดาไม่ทันรู้ตัวสงสัยเป็นเพราะหนังท้องตึงหนังตาเลยหย่อนเผลอหลับไปนิดเดียวเขาก็โผล่เข้ามา เจ้าทำตัวสบายราวกับอยู่บ้านตัวเองก็ไม่ปานข้าไม่เคยเห็นหญิงใดไม่มีความหวาดหวั่นหวาดกลัวอะไรเช่นเจ้าเลยเขามองหญิงประหลาดอย่างไม่สบอารมณ์

เกตุมุกดาถลึงตัวขึ้นนั่ง ลอบย่นจมูกใส่ องค์ชายมาถึงก็ใส่เป็นชุดเลยนะเพคะ แค่เผลอหลับไปนิดเดียวเอง องค์ชายมาถึงที่นี่แล้วต้องการจะคุยอะไรกับหม่อมฉันก็ว่ามา

นี่เจ้าสำคัญตัวว่าเป็นแขกของข้าหรือไงเจอข้าทำไมยังไม่คุกเข่า” เกตุมุกดาพูดฟังอ่านเขียนได้ แต่ธรรมเนียมการปฏิบัติตัวย่อมไม่คุ้นเคย ร้อนถึงนางกำนัลหน้าประตูคุกต้องเข้ามาสอนเธอทำความเคารพองค์ชายหลีฉีผู้เป็นนายแห่งวังบาดาล

“ท่านต้องทำแบบนี้เจ้าค่ะ ทำตามข้านะเจ้าคะ” นางกำนัลรีบบอก หลีฉีเองก็ไม่ว่าอะไร เพราะรู้ว่านางไม่รู้ธรรมเนียมมาก่อน

หลีฉีพอใจที่นางยอมทำตามอย่างว่าง่าย แม้ท่าทางจะเก้ๆกังไปบ้าง แต่โดยรวมก็นับว่าไม่เลว

“ลุกขึ้นได้ เอาล่ะ ข้าจะเริ่มการสอบสวนเจ้า เจ้าจะพูดความจริงกับข้าได้หรือยังว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ทำไมถึงลงมาที่วังบาดาลได้

หม่อมฉันพูดความจริงกับองค์ชายไปหมดแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่รู้ว่าลงมาที่วังบาดาลแห่งนี้ได้อย่างไร รู้แต่ว่าตกน้ำแล้วพลัดหลงมาที่วังบาดาลแห่งนี้ เกตุมุกดาอธิบายสีหน้าเครียด เธอเองก็อยากรู้เช่นกันว่าลงมาที่วังบาดาลได้อย่างไรโดยไม่สำลักน้ำตายเสียก่อน คิดหาความเป็นไปได้เท่าไรก็คิดไม่ออก จนต้องยกมือขึ้นนวดขมับ

หลีฉีตาไว เขาเพิ่งเห็นว่ามือเรียวดั่งเทียนสลักของเกตุมุกดาสวมแหวนหยกวงหนึ่งไว้ นั่นแหวนหยกมังกรนี่ เจ้าได้มาจากไหนหลีฉีดึงมือเกตุมุกดาไปแต่เกตุมุกดาก็ชักมือกลับ มองอย่างไม่พอใจ

อย่าคิดมาขโมยของหม่อมฉันง่ายๆนะ”

หลีฉีขบกรามแน่นด้วยความโมโหปนระอา “บังอาจนักข้าเป็นถึงผู้ปกครองวังบาดาลแห่งนี้ไฉนเลยจะคิดอยากได้ของผู้อื่นเช่นเจ้า”

เกตุมุกดาเผลอค้อนเขาไปครั้งหนึ่ง “แหวนหยกวงนี้หม่อมฉันได้มาจากคุณยายคนหนึ่งที่ให้หม่อมฉันมาก่อนที่จะเดินทางมาเมืองจีน

หลีฉีไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่นางพูดมา แต่ได้คำตอบแล้วว่าทำไมนางถึงลงมาถึงวังบาดาลแห่งนี้ได้ แหวนหยกที่นิ้วชี้ที่นางสวมไว้เป็นของที่ช่วยให้นางไม่จมน้ำทะเลมหาสมุทรตายเพราะหยกมังกรจะทำให้นางหายใจในน้ำได้เสมือนหนึ่งเป็นชาววังบาดาล

แหวนหยกนั่นมีเฉพาะเชื้อพระวงศ์ของวังบาดาลที่จะมอบให้กับคนที่ต้องการมอบให้ ข้าคิดว่าต้องมีคนต้องการให้เจ้าลงมายังวังบาดาลของข้า ซึ่งมีเหตุผลเดียวที่ใครคนนั้นสักคนส่งเจ้ามาก็เพื่อมาป่วนวังของข้า

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


สาวก ebook โหลดได้แล้วนะคะ





ไรท์เปิดเรื่องใหม่ชื่อเรื่อง ฮองเฮาเจ้าเสน่ห์ ฮ่องเต้เจ้าสำราญ ใครอยาก
อ่านตามไปแอดได้นะคะ วันนี้ไรท์ได้ประกาศรายชื่อ ฮองเฮา แล้วใครที่
เล่นเกมไว้อย่าลืมเข้าไปดูนะคะ


เรื่อง ฮองเฮาเจ้าเสนห่์ ฮ่องเต้เจ้าสำราญ
https://my.dek-d.com/apsara1982/writer/view.php?id=1677833

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

1,388 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #1070 Pang_happy (@Pang_happy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 13:28
    เข้ามาดูอีกที อ้าวเฮ้ยเกิดไรขึ้น
    สู้ๆค่ะไรท์
    #1070
    0