ลำนำรักภูตราตรี

ตอนที่ 15 : บทที่ 14 คำทำนาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 567
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    24 ต.ค. 60

บทที่ 14 คำทำนาย

 

มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเฟเนส

ฟาเซลรู้ได้ทันทีที่เกิดเรื่อง ใจนางสั่นระรัว รู้สึกกระวนกระวาย จนไม่อาจจะทนนิ่งเฉยอยู่ในห้องได้ แม้ไม่ได้เติบโตมาด้วยกัน แต่นางกับเฟเนสก็ผูกพันอย่างแนบแน่นด้วยสายเลือด สายสัมพันธ์นี้ทำให้สามารถติดต่อกันได้ด้วยโทรจิตหากเพ่งสมาธิ

ทว่าค่ำคืนนี้จิตของเฟเนสปิดตาย ฟาเซลสัมผัสได้เพียงความมืดมิด และเสียงร้องโหยหวนชวนสยอง นางกลัวเหลือเกินว่าเฟเนสจะได้รับอันตรายถึงชีวิต กลัวจนตัดสินใจเสียมารยาทเข้าไปปลุกท่านอาจารย์กลางดึก

หญิงสาววิ่งออกจากห้องขึ้นไปยังชั้นบนสุดของคฤหาสน์ หลังประตูนี้มีเพียงไม่กี่คน ที่สามารถย่างกรายเข้ามาได้ เพราะมันเป็นที่เก็บตำราต้องห้าม และเป็นห้องส่วนตัวของจอมเวทบาดีน

หน้าห้องคือประตูไม้โอ๊กหนาหนัก ลงเวทไว้อย่างรัดกุมเพื่อป้องกันผู้บุกรุก หากไม่ใช่คนลงเวทแล้วก็ยากที่จะเปิดประตูได้ ยังไม่ทันได้เคาะ ประตูเวทก็เปิดออกทันทีเหมือนจะคอยต้อนรับแขกยามวิกาลอยู่แล้ว

เฟเนสกำลังแย่เจ้าค่ะท่านอาจารย์ ฟาเซลโพล่งออกมาทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง

สิ้นเสียงหญิงสาวแสงไฟสีส้มก็สว่างจ้า ที่มาคือกระถางเพลิงขนาดใหญ่กลางห้อง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากแหล่งแสงสว่างนัก จอมเวทชราเครายาว กำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้โยก หากท่านผู้เฒ่าไม่ได้ผล็อยหลับไปตรงนี้ ก็แสดงว่าท่านกำลังรอนางอยู่

ใจเย็นๆ ก่อนเด็กน้อย นางไม่เป็นอะไรหรอก

คำพูดนั้นได้ผลชะงัดนัก คนที่จิตใจร้อนรุ่มเป็นกังวลพลันสงบลงได้อย่างประหลาด ท่านอาจารย์พูดเช่นไรมันก็มักจะเป็นจริงเช่นนั้นเสมอ แม้ไม่รู้ว่าท่านทราบได้อย่างไร แต่คำพูดของจอมเวทบาดีนก็ไม่เคยผิดเพี้ยน ไปจากความเป็นจริงแม้เพียงเสี้ยว

รอยยิ้มปลอบโยน ฉาบอยู่บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของจอมเวทชรา ดังจะปลอบเด็กน้อยที่ตื่นมากลางดึกเพราะฝันร้าย

มานั่งใกล้ๆ ตาสิเด็กน้อย มือเหี่ยวย่นตบลงที่เก้าอี้ไม่มีพนักข้างกาย

หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งตามคำสั่ง เมื่อใจสงบลง ความรู้สึกที่ว่าเฟเนสกำลังได้รับอันตราย ก็อันตรธานหายไปด้วย ดูเหมือนว่าตอนนี้นางจะไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ ภาพของเลฟินที่แวบเข้ามาในหัว บอกให้รู้ว่าเฟเนสอยู่กับเขา

เอะอะอะไรก็ไปหาเลฟิน

ถึงจะแอบน้อยใจในตัวเฟเนส แต่หญิงสาวก็ไม่เคยปริปากพูด ด้วยรู้ดีว่าเพราะเลฟิน ประตูในใจที่ปิดตายของเฟเนสถึงได้เปิดออก

นางยังจำได้ดีถึงครั้งแรกที่ได้เจอกับเฟเนส ฟาเซลตื่นมากลางดึกเพราะฝันประหลาด นางเห็นผู้คนถูกฆ่าตาย ได้ยินเสียงกรีดร้องและเห็นเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำ นางวิ่งไปหาท่านอาจารย์เหมือนอย่างเช่นคืนนี้ ในห้องของท่านอาจารย์มีเด็กหญิงคนหนึ่ง หน้าตาเหมือนนางอย่างไม่มีผิดเพี้ยนนั่งอยู่ นางยืนนิ่งมองอีกฝ่าย ภาพที่เห็นดูราวกับว่านางกำลังจ้องมองตนเองอยู่ก็ไม่ปาน

ดวงตาของคนที่หน้าเหมือนนางเหม่อลอยไม่ต่างจากตุ๊กตาไร้ชีวิต ที่แขนนางมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ ส่วนบาดแผลเลือนหายไปแล้ว เพราะท่านอาจารย์ใช้เวทรักษาให้

นางเป็นน้องสาวฝาแฝดของเจ้า ส่วนรายละเอียดอย่างอื่น อย่าเพิ่งถามในตอนนี้ เจ้าจะรู้เองเมื่อถึงเวลา

เมื่อท่านอาจารย์เอ่ยเช่นนั้น นางจึงไม่พูดสิ่งใดออกมา คิดแล้วก็น่าฉงน ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เด็กช่างซักขี้สงสัยอย่างนาง กลับไม่เคยเอ่ยปากถามอะไรเกี่ยวกับตัวเฟเนส จากท่านอาจารย์เลย ทั้งที่หลายเรื่องที่นางรู้ กับที่เฟเนสรู้นั้นไม่ตรงกัน

อย่างวันเกิด เฟเนสเกิดในปลายเดือนเจ็ด ส่วนนางเกิดต้นเดือนเก้า ฝาแฝดจะเกิดห่างกันมากอย่างนี้ได้อย่างไร เรื่องพ่อกับแม่ของพวกนางอีก ฟาเซลรู้ว่าท่านตายในอุบัติเหตุอันน่าเศร้า ส่วนเฟเนสก็ปักจิตปักใจว่าแม่ทัพไซฟรานคือบิดาผู้ให้กำเนิด

สิ่งเดียวที่คล้ายกันคือการเลี้ยงดู นางถูกให้อยู่แต่ในคฤหาสน์ นานทีปีหนถึงจะได้ออกไปข้างนอก เฟเนสก็ไม่ต่างกันนัก เหมือนท่านอาจารย์และท่านแม่ทัพไซฟราน ไม่ปรารถนาจะให้นางกับเฟเนสได้พบกัน

ทำไมต้องทำแบบนั้น แล้วตอนนี้เล่าทำไมถึงยอมให้พบกันได้อย่างง่ายดาย พ่อกับแม่ของพวกนางเป็นใครกันแน่ มีคำถามมากมายที่อยากรู้ ทว่าแค่เพียงคิดสงสัยในใจ ยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ท่านอาจารย์ก็มักจะพูดดักคอไว้ก่อนเสมอ ว่าทุกอย่างจะกระจ่างเมื่อถึงเวลา

ตอนมาที่นี่ใหม่ๆ เฟเนสไม่ยอมแตะอาหารหรือเครื่องดื่มเลย เอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดจา สุดท้ายร่างกายนางก็อ่อนแอจนต้องส่งไปให้นักบวชอามุนช่วยรักษา ตอนนั้นเองที่นางได้พบกับเลฟิน เสียงเพลงสวดของเลฟิน ทำให้เฟเนสยอมขยับตัว นางโผเข้าไปร้องไห้ในอ้อมกอดของเด็กชายแปลกหน้า

ไม่รู้ว่าเลฟินบอกอะไรกับเฟเนส แต่หลังจากนั้นนางก็ยอมพูดจาและยอมกินอาหาร สายใยพิเศษระหว่างคนสองคนได้ถูกถักทอขึ้นตอนนั้น สายใยที่แตกต่างกับที่เลฟินมีต่อนาง เลฟินสละชีวิตเพื่อนางได้ก็จริงอยู่ แต่เจ้าชีวิตที่แท้จริงของเขาคือเฟเนส

หลังจากนั้นการมีชีวิตของเฟเนสก็เป็นความลับเรื่อยมา ทักษะต่างๆ เกี่ยวกับการต่อสู้ คนที่นางเรียกว่าอาจารย์เป็นผู้ฝึกสอนให้ บุคคลปริศนาผู้นี้ คือคนหล่อหลอมให้เฟเนสกลายเป็นภูตราตรีเฉกเช่นทุกวันนี้

อย่าคิดอะไรให้วุ่นวายเลย ไหนบอกตาซิว่าปีนี้เจ้าอายุเท่าไร

คำถามของจอมเวทชราดังจะแฝงนัยบางอย่าง มีหรือท่านอาจารย์จะไม่รู้อายุของนาง กระนั้นฟาเซลก็ยังตอบไปโดยไม่ย้อนถาม

เดือนเก้านี่ก็สิบแปดแล้วค่ะ

สิบแปดงั้นรึ เวลาช่างหมุนเร็วนัก ไม่นานมานี้เจ้ายังเป็นเด็กตัวเล็กนั่งบนตักตาได้อยู่เลย ฟาเซลเอ๋ย เจ้าโตเกินกว่าจะอยู่ใต้การคุ้มครองของตาเสียแล้ว ชะตากรรมที่ตาหลีกเลี่ยงมาตลอดไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ถึงเวลาที่ตาจะปล่อยเจ้าออกจากอ้อมอกแล้ว

ดวงตาของผู้สูงวัยมีความกังวลเจืออยู่ยามเอ่ยถึงชะตากรรม

หมายความว่าอะไรคะ

ตาจะให้เจ้าเข้าวังไปเป็นจอมเวทส่วนพระองค์ องค์ราชามีพระประสงค์ให้ตาหาคนให้เมื่อบ่ายวันนี้

องค์ฮาซาเรลไม่ใช่เพียงตรัสให้หาคน แต่ทรงระบุมาเลยว่าต้องการตัวฟาเซล วงล้อแห่งชะตากรรมเริ่มหมุนแล้ว ผลที่เกิดจากการกระทำครั้งนี้ ไม่อาจจะหยุดยั้งหรือเปลี่ยนแปลงได้อีก คงได้แต่วิงวอนขอให้การตัดสินใจครั้งนี้ ส่งผลดีกับตัวนางมากที่สุด

จริงหรือเจ้าคะ ข้าได้เป็นจอมเวทส่วนพระองค์จริงๆ หรือ ข้ารับรองว่าจะไม่ก่อเรื่อง ท่านอาจารย์อย่าห่วงเลยเจ้าค่ะ

ฟาเซลแปลเจตนาความกังวลของผู้เป็นอาจารย์เพี้ยนไป เพราะไม่รู้ถึงคำทำนายจากดวงดาว

เอาเถิด เจ้าก็ฝึกฝนมามากคงไม่ทำให้ตาขายหน้า พรุ่งนี้บ่ายตาจะพาเจ้าไปเข้าเฝ้า ไปนอนเสียเถิดเด็กน้อย

ความวิตกกลางดึกกลายเป็นเรื่องน่ายินดีได้อย่างเหลือเชื่อ ฟาเซลเก็บอาการดีใจไว้ไม่มิด นางอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ จะได้แจ้งข่าวดีให้กับเฟเนสและเลฟินทราบ ทั้งสองคนต้องยินดีกับนางแน่

รอยยิ้มยินดีของสาวน้อยที่รักประหนึ่งเลือดเนื้อ ทำให้จอมเวทชราต้องถอนใจ เมื่อนึกถึงคำทำนายของนักบวชอามุนเมื่อคืนเดือนมืดครั้งก่อน

คืนเดือนมืดเป็นเสมือนค่ำคืนแห่งการชมดารา เพราะไร้แสงจันทร์มาบดบังรัศมีดวงดาว ราตรีนี้ดาวฝาแฝดสองดวงยังคงเจิดจรัส ส่วนดาวผู้พิทักษ์สีเหลืองเข้มก็โคจรตามติดไปไม่ห่าง น่าแปลกนักที่ยิ่งนานวันดาวแฝดดวงหนึ่ง กลับถูกดวงประจำเมืองดึงไปไว้ใกล้วงโคจร ส่วนดาวแฝดอีกดวงก็มีดาราสีฟ้าเข้ามาพัวพัน

ชะตากรรมถูกกำหนดขึ้นแล้วไม่มีทางหลีกเลี่ยง ดวงดาราค่ำคืนนี้บอกอนาคตของดาวสามดวงไว้อย่างชัดแจ้ง

ดวงหนึ่งจะไม่ได้กลับถิ่นฐานเพื่อครองบัลลังก์ ดวงหนึ่งต้องแปดเปื้อนโลหิตมากมาย และดวงสุดท้ายอาจต้องดับลงก่อนเวลาอันควร

นักบวชชราทอดถอนใจอีกหลายครั้ง เมื่อตรวจดูดวงชะตาให้กับศิษย์รัก ยิ่งนานวันชะตานั้นก็ยิ่งแจ่มชัดจนยากจะเปลี่ยนแปลง

พระผู้เป็นเจ้าประสงค์สิ่งใด ไยจึงให้ผู้เฒ่าอย่างเราเฝ้ามองความตายของหนุ่มสาว

ชะตากำหนดแล้วอามุน มนุษย์ขีดเส้นชะตาตนเองได้ แต่ทุกเส้นล้วนอยู่บนหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า

แม้จะกล่าวเหมือนกับว่าปลงตก แต่คำพูดนั่นกลับแสลงหูคนพูดนัก

ข้าขออ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า แม้จะทรงกำหนดให้ตาย ก็ขอให้ความตายนั้นงดงามและไม่สูญเปล่า

ความตายที่หลานเจ้าเลือกจะไม่สูญเปล่า จอมเวทบาดีนได้แต่ปลอบใจสหาย

นอกจากความสัมพันธ์เช่นศิษย์อาจารย์แล้ว เลฟินกับท่านนักบวชอามุนยังมีศักดิ์เป็นตาหลานกัน ก่อนหน้าออกบวช ท่านนักบวชเคยแต่งงานและมีบุตรสาวนางหนึ่ง ต่อมาพอภรรยาเสียชีวิตและบุตรสาวแต่งงานไป อามุนจึงออกบวชมาจนทุกวันนี้

บุตรสาวของอามุนนั้นแต่งงานกับชายในตระกูลราชองครักษ์แห่งอาซาทอส ตระกูลนี้ต้องสาปเพราะเคยคิดทรยศต่อบรรพกษัตริย์ ทายาททุกรุ่นจะมีคนหนึ่งที่เกิดมามีดวงตาสีเหลือง ผมสีเงินและกลายร่างเป็นปีศาจได้ แต่ปีศาจร้ายนั้นต่อให้เหี้ยมโหดเช่นไรก็ไม่ทำร้ายสายเลือดแห่งกษัตริย์ ลูกหลานที่มีสายเลือดต้องสาปจะมีหน้าที่ปกป้องรัชทายาททุกรุ่นจวบจนชีวิตจะหาไม่ หากสายเลือดแห่งกษัตริย์ที่ตนปกปักษ์สิ้นชีพลง ปีศาจก็จะสิ้นใจตายตามไปด้วย

แม้ชะตาของดาวแฝดสองดวงยังไม่กำหนดชัด แต่ความตายของดาวผู้พิทักษ์ถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้นแล้ว เกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา วิถีโคจรของมันไม่เคยเปลี่ยน ยิ่งใกล้ดาวแฝดมากเท่าใด มันยิ่งเปล่งแสงเจิดจรัสมากเท่านั้น ดวงดาวจะงดงามสว่างไสวที่สุดยามมันใกล้ดับแสง ข้อนี้เป็นสัจธรรมที่นักพยากรณ์ทั้งหลายไม่อาจค้าน

ดวงหนึ่งจะไม่ได้กลับถิ่นฐานเพื่อครองบัลลังก์ ข้อความนี้ทำให้กลัวนักว่าการไม่ได้กลับอาจหมายถึงความตาย ผู้เฒ่าสองคนต่างเฝ้ามองดาวบนฟ้า คงได้แต่ภาวนาขออย่าให้แสงของดาราทั้งสามดับไปก่อนเวลาอันควรเลย

 

เช้านี้องค์ฮาซาเรลทรงตื่นบรรทมขึ้นแต่เช้า เพราะเสียงปลุกของพระขนิษฐาจอมซน นางต้องเดินทางกลับบราซูสในอีกสามวันข้างหน้า หมายกำหนดการนี้เป็นที่แน่นอนแล้ว หลังจากผัดผ่อนไม่ยอมกลับอยู่นาน บราซูสเป็นเมืองสำคัญ การขาดผู้ปกครองเป็นเวลานานย่อมไม่ส่งผลดีกับความมั่นคง ก่อนกลับเจ้าหญิงทิสซิลล่าอาเรีย จึงทรงมาทูลขอของที่อยากได้

เอาสิ น้องหญิงอยากได้อะไรก็สั่งให้ปาโรนจัดการให้ได้เลยพี่อนุญาต

ตรัสพลางเปิดพระโอษฐ์หาว เนื่องจากเมื่อคืนทรงงานจนดึกดื่นทำให้ค่อนข้างเพลีย

บอกแล้วเพคะ แต่ปาโรนบอกว่าของสิ่งนี้ต้องทูลขอเสด็จพี่ก่อน

องค์ฮาซาเรลทรงเลิกพระขนง หันไปสบตา ถามพระพี่เลี้ยงว่าน้องหญิงอยากได้อะไรกันถึงต้องมาขอเองแต่เช้าตรู่ คงไม่อยากได้วังหลวงทั้งวังไปตั้งไว้ที่บราซูสหรอกนะ

ขออนุญาตกราบทูลฝ่าบาท เจ้าหญิงทรงอยากได้ท่านนักบวชเลฟินไปเป็นนักบวชประจำวิหารที่บราซูสพ่ะย่ะค่ะ

ได้ฟังแล้วพระเนตรก็สว่างขึ้นทันที อยากได้อะไรที่ทำให้คนจัดเตรียมต้องปวดหัว สมเป็นเจ้าหญิงทิสซิลล่า อาเรีย จริงๆ

สถาบันศาสนานั้นปกครองกันเองมาตลอด การวางตัวนักบวชประจำเมืองต่างๆ ก็ล้วนต้องผ่านความเห็นของนักบวชอาวุโสในราชอาณาจักร การสอดแทรกแม้จะใช้อำนาจขององค์ราชา ดูจะเป็นการไม่เหมาะไม่ควรอยู่มาก ซ้ำเลฟินยังถูกวางตัวให้รอรับตำแหน่งหัวหน้านักบวช ประจำราชสำนักในอนาคต การส่งไปบราซูสจึงเท่ากับว่าเป็นการหักหน้าท่านนักบวชอามุน และเหล่านักบวชอาวุโสทั้งหลายโดยตรง

น้องหญิงจะเอาท่านนักบวชไปทำไม ไหนว่าน้องหญิงไม่ชอบหน้า

ถึงหลายวันก่อนจะเห็นว่าน้องหญิงญาติดีกับเลฟินแล้วก็ตาม แต่ลับหลังก็ยังบ่นกระปอดกระแปดว่าเลฟินเป็นคนแก่ขี้บ่น

หญิงไม่ชอบไงเพคะ ถึงได้ทูลขอ หญิงจะเอากลับไปแกล้งเล่นที่บราซูสต่อ

คงไม่ได้หรอกทิสซิลล่า แม้เป็นราชาพี่ก็ไม่อาจแทรกแซงเรื่องนี้ได้ ถ้าอย่างไรน้องหญิงลองไปขอกับท่านนักบวชอามุนโดยตรงดีกว่า

ไม่ได้สำหรับเสด็จพี่ก็คือไม่ได้ แม้จะรู้อยู่เต็มพระอุระ เจ้าหญิงก็ยังคงงอแงตัดพ้อต่อว่า ว่าเสด็จพี่ไม่รัก หากเสด็จพ่อยังอยู่ เรื่องแค่นี้จะรีบทรงจัดการให้แน่

ในเมื่อพาท่านนักบวชไปไม่ได้ เจ้าหญิงทำไมไม่ทรงลองทูลขอคนอื่น ที่อยู่ใต้พระราชอำนาจโดยตรงไปแทนล่ะพ่ะย่ะค่ะ คนคนนี้ก็ทรงไม่ชอบหน้าเช่นกัน

พระพี่เลี้ยงทูลเสนอแนะ ปกติปาโรนต้องหมั่นทำตัวให้เจ้าเล่ห์ทันองค์ราชาเสมอ แต่วันนี้สายตาพระพี่เลี้ยงดูจะแฝงแววเจ้าอุบายกว่าทุกคราว

เจ้าจะให้ส่งใครไปแทนก็รีบเสนอมา

ราชองครักษ์ไคมอสไงฝ่าบาท

และแล้วแผนการชั่วร้าย ที่จะกำจัดราชองครักษ์รูปงามให้ออกไปพ้นๆ สายพระเนตรก็เผยโฉม หากเจ้าหญิงทิสซิลล่าต้องการ อย่างไรเสียก็ต้องประทานให้

ไม่ได้!”

สองพี่น้องตรัสขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง ทำแผนการอันสวยหรูของพระพี่เลี้ยงสลายไปทันทีที่ยังไม่ได้เริ่ม

หญิงไม่อยากได้คนอื่น หญิงจะเอาเลฟิน หญิงไปขอท่านนักบวชอามุนเองก็ได้ ไม่ง้อเสด็จพี่แล้ว

เจ้าหญิงคนงามกระแทกพระบาทปึงปังออกไปจากห้อง เหยื่อรายต่อไปที่ต้องปวดหัวเพราะเจ้าหญิงคงไม่พ้นหัวหน้านักบวช

เมื่อต้นเหตุเสียงเอะอะออกไปแล้ว องค์ฮาซาเรลก็ทรงลุกออกจากพระแท่นมาสรงน้ำ ไหนๆ ก็ตื่นแต่เช้าแล้วน่าจะออกไปขี่ม้าเล่นเสียหน่อย

ถัดจากอุทยานหลวงเป็นผืนป่ากว้างสำหรับล่าสัตว์ ป่านี้เป็นเขตพระราชวังก็จริง แต่นานทีก็มีพวกเก็บของป่าหรือพรานมือใหม่หลงเข้ามาเหมือนกัน ส่วนใหญ่หากถูกจับโทษฐานบุกรุกเขตพระราชฐานเป็นครั้งแรก ก็จะทรงอภัยโทษให้และปล่อยตัวไป

องค์ราชาทรงควบม้าเสด็จไปที่กระท่อมชายป่าของผู้ดูแล เซตชายแขนพิการหน้าตาอัปลักษณ์ คือผู้ทำหน้าที่ตรวจตราป้องกัน ไม่ให้มีใครมาล่าสัตว์ในเขตพระราชฐาน

แม้เซตจะขาดแขนขวา แต่ก็สามารถใช้แขนข้างที่เหลือกับเท้ายิงธนูได้อย่างแม่นยำ ฝีมือดาบก็ใช่ย่อย การพูดจาก็ดูมีหลักการมากกว่าจะเป็นชาวบ้านทั่วไป องค์ฮาซาเรลจึงโปรดที่จะแวะมาสนทนาด้วยยามที่ทรงม้ามาแถวนี้ แล้วก็ต้องทรงแปลกพระทัยเมื่อเสด็จเข้าไปภายในกระท่อม แล้วพบว่าในนั้น มีจอมเวทน้อยของพระองค์กำลังนั่งซดชาอยู่ลำพัง

ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร

ฟาเซลหันขวับไปมองคนที่ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา วันนี้จอมเวทบาดีนจะพานางไปเข้าเฝ้าตอนสาย แต่ที่ออกมาก่อนเวลา ก็เพราะว่าท่านอาจารย์ต้องการของป่าบางอย่างเอาไว้ใช้ทำพิธี จึงต้องแวะมาไหว้วานให้เซตช่วยหาให้ ระหว่างที่ทั้งสองคนไปเอาของ ฟาเซลจึงรับหน้าที่เฝ้ากระท่อม ใครจะคิดว่าจะได้พบอาเรสที่นี่

เรามาขี่ม้าเล่น แล้วเจ้าล่ะ

ข้ามากับท่านอาจารย์ ว่าแต่ท่านเถิดขี่ม้าท่าไหนกันถึงเข้ามาในเขตวังหลวงได้ ระวังเถิดจะถูกลงโทษ อ้อ! ลืมไปว่าท่านเป็นราชานี่นะ วังนี้มันของท่านนี่ จะไปไหนก็ไม่มีใครว่า

ฟังก็รู้ว่าองค์ฮาซาเรลทรงถูกล้อ พูดจนปากเปียกปากแฉะเช่นไร จอมเวทน้อยของพระองค์ก็ไม่ยอมเชื่อเสียทีว่าพระองค์คือราชา

วันนี้ท่านอาจารย์จะพาข้าเข้าเฝ้าละ ข้าจะได้เป็นจอมเวทส่วนพระองค์เชียวนะ หญิงสาวพูดอย่างโอ่ๆ

รอยยิ้มสดใส บอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายดีใจเหลือเกินที่ได้มาเป็นข้ารับใช้ในราชสำนัก อยากรู้จริงเชียว ว่าถ้าทราบความจริงว่าพระองค์คือใคร จอมเวทน้อยจะเต็มอกเต็มใจ ถวายการรับใช้เช่นนี้ไหมหนอ

แล้วองค์ราชาก็ได้คำตอบจากสีหน้าของจอมเวทน้อย เมื่อจอมเวทบาดีนกลับมา แล้วสั่งให้ศิษย์เอกถวายความเคารพ

สีหน้าของฟาเซลในวินาทีแรกที่รู้ความจริง เหมือนรู้ว่าโลกกำลังจะถล่ม และพอตั้งสติได้ นางก็ปั้นหน้าบอกบุญไม่รับ มือกำแน่นเหมือนกำลังระงับโทสะไม่ให้ใช้เวทเผาพระองค์ทั้งเป็น

เรารู้แล้วว่าจอมเวทน้อย ไม่ปลื้มกับตำแหน่งจอมเวทส่วนพระองค์เลยสักนิด

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

12 ความคิดเห็น