วันนี้เป็นอีกวันที่ต้องขอบ่น
ซวยจริงๆ จังเลยนะเราเนี่ย คนอะไรจะซวยได้ขนาดนี้
ทำงานทำไปเสื้อก็ไม่มีจะใส่
(เสื้อฟิวที่ทำงานแจก เอากลับบ้านมาซัก ดันลืมไว้ในรถตู้ ไม่มีใส่เลย
แต่ก่อนขึ้นรถรับส่งพนักงาน ขนาดลืมซาวเบ้าท์ยังได้คืนเลย ตอนนี้ต้องนั่งรถตู้มาเอง ลืมเสื้อไว้ก็หาไม่เจอ ฮือๆ )
ทำไปทำไป บ้านก็ไม่มีจะอยู่
คือพอมาอยู่อีกตึก รถรับส่งก็ไม่มี ต้องหอบสังขารมาเอง กำเงินขึ้นรถเป็นฟ่อน
แล้วเหนื่อยด้วย ไม่อยากดูแลบ้านแล้ว ก็เลยจะออกมาอยู่หอ ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง แงๆ
แล้วจนถึงวันนี้
ไม่มีเงินขึ้นรถมาทำงาน
อะไรมันจะขนาดนั้น
เรื่องก็คือ ลืมเอากระเป๋าเงินกลับบ้าน
เอาแต่กระเป๋าใบเล็กใส่เศษเงิน ซึ่งกว่าจะกลับถึงบ้านก็ใช้ไปเกือบหมด
พอเช้าจะเอาเงินใส่เพิ่ม หากระเป๋าไม่เจอ แงๆ พี่สาวก็ไม่อยู่
ปกติก็เคยลืมไว้ที่โต๊ะที่ทำงานนะ แต่ว่ากลับมาก็ขอยืมพี่สาวได้ แต่วันนี้เขาไปค้างที่ทำงาน
ไปกวาดหาเศษเงินตามพื้นบ้าน ตามโน่นนี่ ได้มาหน่อย
นับแล้วว่าพอขึ้นรถมินิบัส (ถูกสุด) กะว่าจะมาต่อรถตู้ขึ้นทางด่วน แล้วค่อยไปเรียก TAXI มาที่ทำงานจะได้ถูกหน่อย
นับเงินแล้วก็ ออกเดินทาง เดินออกมาในซอย ใส่บาตร ก็ผ่าน ไม่มีเงิน
พอมารอรถเมล์กำลังเดินอยู่ยังไม่ถึงป้ายรถ เจอรถเขียวมาตั้งเยอะ แต่ไปขึ้นไม่ทัน
พอมารอที่ป้าย ยังนึกขำๆ ว่า ทุกวันอยากขึ้นรถแอร์ ก็มีแต่รถเขียวมา วันนี้อยากขึ้นรถเขียวไม่ใช่รถแอร์มาก่อนล่ะ
นึกเล่นๆ แต่ดันเป็นจริง เอ้า...มาก็มา ก็ปล่อยมันไป ดูแล้วก็ขำๆ อะไรมันจะเป็นไปได้
ไม่เป็นไร รถเมล์มีไว้ให้รอ คนอื่นก็เคยบ่น สายที่เรารอมักไม่ค่อยมา
เบียดมาในรถเขียว พอลงจากรถก็นับเงินอีกที มีน้อยต้องนับบ่อยๆ ยิ่งนับยิ่งน้อยลง
ฮือ ๆ ไม่พอค่ารถตู้ มัน 25 บาท แต่กวาดหมดแล้ว ขาดไป 1 บาท ความจริงมันแค่ 50 สตางค์ ด้วย มี 24.50 บาท
คิดดู คนอะไรจะซวยขนาดนั้น
จะไปขอที่รถตู้ไหม
เมื่อก่อนก็เคยขึ้นรถเมล์ แล้วลืมกระเป๋าเงินไว้อย่างนี้ กระเป๋าก็ใจดีไม่เก็บ แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ตัวก่อน
บางทีตอนเย็นกลับมาเคยลืมกระเป๋าไว้ที่ทำงาน ความที่นั่งรถรับส่งเลยไม่ได้ใช้เงิน
มาถึงเดินเข้าบ้านแวะสั่งอาหาร พอหากระเป๋าไม่เจอก็บอกเขาตรงๆ ว่าไม่เอาแล้ว ไม่มีตังค์
แม่ค้าเขายังบอกให้เอาไปก่อนเลย...ค่อยให้เงินทีหลัง แถมเขายังเป็นห่วงกลัวว่าจะโดนขโมย โดนล้วงกระเป๋า
แต่ไม่หรอกค่ะ ไม่ได้ไปยุ่งไปเบียดกับใคร กลางวันกินข้าวเอากระเป่าโยนใส่ลิ้นชัก พอกลับก็คว้ากระเป๋าสะพายขึ้นรถ หลับมาตลอดทาง
ถึงบ้านก็ไม่ได้หยิบตังค์ กว่าจะรู้ตัวก็นั่นแหละ
แต่ว่าอันนั้นมันไม่รู้ตัวก่อน ก็พอยอมรับของเขามาได้ แล้วเดี๋ยวเจอใครที่บ้านก็ขอเงินเขามาจ่าย
อันนี้จะตั้งใจไปขอเขาเลย ก็ไม่กล้า มันรู้ตัวก่อนก็ไม่อยากรบกวนใคร เงินพอแค่ขึ้นรถเมล์ก็ขึ้นรถเมล์ก็ได้
แต่รอไป รถก็ไม่มา เลยเอา... เดินไปขอเขาเอาดาบหน้าแล้วกัน
เดินผ่านร้านที่เคยแวะซื้อนมกนก่อนก็ผ่าน ไม่มีเงินซื้อค่ะ ต้องหิ้วท้องไปถึงที่ทำงานแล้ววันนี้ น่าสงสารมากๆ
และเพราะความที่มัวลังเล พอมาถึงที่ขึ้นรถตู้ เต็มพอดี ต้องรอคันต่อไป
คิดดูอะไรจะซวยขนาดนั้น และซวยติดๆ กันในทุกเรื่อง ในวันเดียว ฮือ ๆ
รอคันต่อไป พอดีเห็น 138 มาก็เลยรีบวิ่งตามไปขึ้นที่ป้ายหน้า เงินพอขึ้น กวาดแทบเกลี้ยง 22 บาท ยังเหลืออีกตั้ง 2.50 บาท
รถแน่นมากเลย สายแล้วด้วย เพราะมัวหาเศษเงินแถวบ้าน ทุกทีกวาดบ้านเคยเจอเหรียญ 5 เหรียญ 10 ก็ไม่มี
เจอแต่เหรียญบาท กับ 2 บาท ก้อ คนมันซวยนี่
ลงจากรถก็เรียก TAXI พอดี เห็นรถ 69 ผ่านไป ทั้งแอร์ ไม่แอร์ แต่แค่ 8 บาทก็ไม่มี
มี 2.50 บาท เรียก TAXI ไปทำงาน
ถึงที่ทำงานก็บอกว่า รอหน่อยนะ ไม่มีเงินจ่าย รีบวิ่งขึ้นตึกไป เจอกระเป๋าเงินอยู่ในลิ้นชัก รีบวิ่งเอาลงมาให้เขา
กลัวลุงขับรถจะใจคอไม่ดี จู่ๆ ก็วิ่งหนีหายไปเลย เป็นใครก็ไม่รู้ หลอกให้ตูมาส่งแล้วก็หาย
เอาเงินจ่ายค่า TAXI แกวนรถมาจอดรอหน้าตึก เตรียมเงินทอนไว้เรียบร้อยเลย เฮ้อ... จ่ายเงินแล้วสบายใจ 89 บาท
ขนาดต่อรถมาก่อนตั้งหลายทอดนะ คิดดูแล้วกันว่าถ้านั่งจากบ้านเลยจะขนาดไหน
เมื่อก่อนนั่งรถรับส่ง เวลา ไม่ทันรถ แล้วเหนื่อยมากๆ เคยนั่ง TAXI มาจากบ้านเลย
แต่พอต้องไปกลับเอง จ่ายเงินเองทุกวัน ไม่ไหว ทางไหนประหยัดได้ก็ประหยัด นี่ถึงจะอยู่หอแล้วเนี่ย
ขอย้ายกลับไว้ก็คงไม่ได้แล้ว อยู่หอก็อยู่ แต่ว่า ค่าหอมันก็แพงกว่าค่ารถอยู่ดีแหละ
แต่ลองดู ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องประสาทเบียดรถเมล์ ไม่ต้องคอยทำงานบ้านด้วย
อยู่บ้านกับพี่ เขาก็ทิ้งให้อยู่คนเดียวเรื่อย ออกมาอยู่หอคนเดียวซะรู้แล้วรู้รอดเลย ฮือ ๆ น่าสงสารมาก
เอาล่ะ สู้ๆ ไงก็มาจนถึงนี่แล้วนี่นา GO A HEAD GO GO !!!
เดินหน้า
เพื่อวันนี้ที่ดีที่สุด
ทำงาน ทำงาน
เรื่องนี้ต้องขยาย
เขียนโดย
markkeb
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
3 ส.ค. 50
126
0
ความคิดเห็น