ช่วงวันหยุดยาว เราก็กลับต่างจังหวัดอีกแล้ว
ตอนเช้าไปทำบุญ อาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา แล้วตอนเย็นก็ไปเวียนเทียนด้วยนะ
พาหลานตัวเล็กๆ ไปด้วย
รู้สึกว่าช่วงนี้วัดบ้านเราเริ่มกลับมามีสีสันอื่ก หรือเราอาจเพิ่งรู้สึก
คือเมื่อก่อนตอนเป็นเด็ก ยายยังอยู่เราก็ตามกันไปทำบุญอย่างนี้ มีคนแก่ และมีพ่อแม่เรา และมีเราที่เป็นเด็กๆ ไปกัน
ยังเที่ยวงานวัด ดูลิเก พวกอี๊ๆ ป้าๆ ก็จะให้เอาเสื่อไปปูจองที่ไว้ให้ยายมานั่งดูลิเก
เราก็ดูอยู่กับยายด้วย
ลิเกที่ชอบตอนนั้น ทวีป วงษ์เทวัญ และชัยณรงค์ รุ่งเรือง
ไม่รู้จักกันใช่ไหม
ถ้าบอกว่า กุ้ง สุทธิราช วงษ์เทวัญ ล่ะ ... รู้จักไหม
นั่นน่ะ พ่อกับแม่ของเขาเลยนะ ตอนนั้นหล่อกว่ากุ้ง แล้วก็สวยกว่าจิ้งหรีดขาวด้วย
แต่พอโตก็ห่างไป เวลาขับรถไปเจองานวัด แวะยืนดูลิเกบ้างเหมือนกัน แต่เบื่อๆ เมื่อย เลยไม่อยากดู
ไม่เหมือนได้ปูเสื่อนั่งดูตอนเด็กๆ
จนยายอายุเยอะมาก ก็เวียนไปอยู่ตามบ้านลูกหลาน เพราะไม่อยากให้อยู่ที่บ้านลำพัง เราก็เลยห่างวัดไปด้วย
จนตอนนี้ยายเสีย แม่เราเป็นย่าแทน แล้สเราก็มีหลานเล็กๆ พ่อแม่เกษียณมาอยู่บ้านก็เริ่มใช้ชีวิตแบบยาย
ตื่นแต่ตี 4 มาหุงข้าวใส่บาตร (เมื่อก่อนตอนทำงานไม่ได้ใส่ เช้ามาต่างคนต่างรีบไปทำงาน ไปเรียน)
แล้วก็พากันไปทำบุญที่วัด เอาหลานไปด้วย อามันก็ต้องตื่นตามไปช่วยดูหลาน
ปกติบางทีไม่ยอมไป แต่พอมีหลานต้องไป ไปช่วยดูหลาน แล้วก็เอาเขากลับบ้าน
เพราะพอเรามาอยู่ช่วยเลี้ยงหลาน แม่ก็จะอยู่ถือศีล 8 ที่วัดจนเย็นค่อยกลับบ้าน ... ไว้ใจมีอามาช่วยเลี้ยง
แล้วที่วัดก็เริ่มมีแบบ ปู่ย่า ตายาย พ่อ แม่ และเด็กๆ มาอยู่ที่วัด เด็กๆ ก็เดินมามองหน้ากัน เอาลูกมาทักกันบ้าง ดูมีสีสัน คึกคัก
ถ้าอยู่คนเดียวให้นั่งไหว้ ไม่ค่อยยอมอยู่เฉย ต้องชี้ให้ดูน้อง เห็นไหม นั่งไหว้พระด้วย ก็ค่อยยอมทำตาม
ไปเวียนเทียนเห็นไหม น้องเขาถือดอกไม้ ก็ค่อยทำตามๆ กัน
แล้วถ้าเด็กโตบางทีก็พอพระฉัน เด็กโตก็จะกินข้าวที่เหลือจากใส่บาตรแข่งกับพระ
แล้วก็มีเหลือไว้ให้กินประจำนะ หลานเราก็เริ่มแล้ว ยังไม่ถึงกินข้าวแต่กินขนมที่เหลือจากใส่บาตร
พอเย็นก็ไปเวียนเทียนด้วยนะ วัดบ้านเราก็มีคนทำอาหาร อาจเป็นข้าวต้ม หรือลาดหน้า ตักใส่ชามโฟมมาตั้งโต๊ะตักเลี้ยงคนที่หน้าโบสถ์
เป็นการทำทาน คนก็เลยมากันคึกคัก เออ เขามาเวียนเทียนกัน
อยู่บ้าน... เลี้ยงหลาน จนหมดวันหยุดก็กลับมาทำงาน
โอ๊ย คนล้านเจ็ด ซื้อตั๋วรอรถ กว่าจะได้ขึ้นรถ 6 โมงกว่า แต่พอทน เพราะเรามาตอน 5 โมงกว่า
ไม่มีรถขับเองก็งี้แหละ ถ้าคนไม่ค่อยมี มาถึงซื้อตั๋วขึ้นรถ ก็ต้องรอคนจนเกือบเต็ม
เขาอ้างว่ารถออกเวลานั้น ถ้าคนเต็มก็ออกก่อน ถ้าไม่เต็มก็รอออกตามเวลา แต่เวลาอะไรก็ไม่รู้ เรามาเวลาไหนก็ไม่ได้เวลารถออกซักที รอคนตลอด
ถ้าคนเยอะก็ต้องรอรถ ทำใจ ทำใจก็แล้วกัน
ออกมาสายเอเซีย รถติดมาก แต่มากแค่ไหนไม่รู้เพราะเรานั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลงตลอด
มารู้ตัวก็ตอนถึงอ่างทอง แล้วรถแล่นหลบจากสายเอเซียเข้าทางป่าโมก
ก็ อ้าว นั่งดูทาง ชักมืด อ่านหนังสือไม่ค่อยเห็น ชักแก่แล้ว
ทางนี้รถก็ติดเหมือนกัน ไม่รู้ทางไหนจะติดมากกว่า
ความจริงเวลาขับรถกลับเองเราก็เคยหลบสายเอเซียมาใช้ทางสายเก่า ที่เขาเรียกว่าสายในนะ แต่มันเป็นทางแบบรถสวนได้
แต่ทางนี้ไม่ค่อยคุ้นเลย
จนถึงอยุธยา ก็ผ่านทางเข้าวัดพนัญเชิง วัดอะไร ตามชื่อที่ได้ยินบ่อยๆ
แล้วเขามาในอยุธยาด้วยแฮะ แปลกๆ
ผ่านโบราณสถานที่เป็นวัดเก่า จัดไฟส่องซากเจดีย์ แต่ไม่ได้ผ่านป้ายว่าเป็นวัดอะไรบ้าง
รถผ่านวัดใหม่ๆ กำลังมีงานวัด แสงสีคึกคัก เขามีงานออกพรรษาไง มีชิงช้าสวรรค์ มีออกร้าน แสงไฟพราว ออกร้านขายของ
บริเวณงานกินพื้นที่กว้างมาก เห็นแล้วยังสงสัยว่าคนมาเที่ยวจะเดินดูได้ทั่วไหมเนี่ย
ตื่นตาตื่นใจ เออ รถติดก็ช่างมันเถอะ ถึงบ้านมืดก็นอนเลยแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยเก็บบ้านเพราะยังไม่ต้องไปทำงาน
ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง
แต่เสียดายลืมเอาโทรศัพท์มาจากกรุงเทพ เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้เพื่อนๆ ได้ดูด้วย เสียด้าย... เสียดาย
เป็นไง เดี๋ยวนี้อารมณ์เย็นขึ้นเยอะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะ เจอรถติดอย่างนี้หงุดหงิดไปแล้ว
(ตอนทำงานอยู่สุขุมวิทน่ะ รถติดมากเดินจาก ซอย 49 มาถึงแยกเพลินจิตประจำ พูดว่าทุกวันยังได้ มาถึงแล้วขึ้น 76 กลับบ้าน)
เดี่ยวนี้ไม่ค่อยแล้ว ใจเย็นขึ้นมาก สงสัยชักแก่ <ไม่ใช่ย่ะ>
พอออกจากอยุธยา แบบวนเที่ยวในตัวเมือง แล้วก็ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านทางโรงแรมอะไรล่ะ ที่มีชื่อของอยูธยาเขาน่ะ โรจนะ รึเปล่า ดูเถอะจำไม่ได้ สงสัยแก่จริงๆ
แล้วก็วนมาออกสายเอเซีย ปรากฎว่า สายเอเซีย ไม่เห็นค่อยติดเท่าไรเลย
(ยายคนที่นั่งหลังเราคงโมโหน่าดู เพราะเขานั่งบ่นมาตลอดทาง)
ลงรถที่ฟิวเจอร์ ต่อรถตู้ บอกแล้วว่าเราสิงห์รถตู้ เปิดปิดประตูจนแขนโตหมดแล้ว
เจอรถตู้ซิ่ง ซิ่งมากๆ ขอบอก ขนาดว่าเราขับรถเองไม่ได้ คือ sit in ประจำ รู้อะไรเป็นอะไร หัดขับบ้างนิดหน่อย พอขับได้แต่ไม่เป็น
รู้ว่ไม่ค่อยมีเซนท์ทางนี้ ขนาดขับมอเตอร์ไซด์สมัยเรียน ยังไงก็ไม่แข็งซักที รถเก๋งก็เหมือนกัน
พอรู้ว่าเราทำได้ไม่ดี ดังนั้น ขึ้นรถใครได้หมด ขับดีเลวไงก็รับได้ ไม่กล้าบ่น แต่คราวนี้ ต้องขอช่วยเบรคตั้งหลายที
แต่ว่าก็ช่วยให้ถึงบ้านไม่ดึกเกินไป
กลับมาก็พอมีเวลาจะอัพเรื่องในเด็กดีได้หรอกนะ
แต่ว่า รอให้ขึ้นเดือนใหม่ก่อนดีกว่า
เดี๋ยวอัพไปแล้ว พอคนเข้ามาอ่านกันหมด เเดอนใหม่จะไม่มียอด
แบบว่าคนอ่านน้อยนะ ขนาดดึงไว้ ไม่รู้ว่าเดือนใหม่จะมีใครเข้ามารึเปล่าเลย
ได้นั่งรถเที่ยวเมืองอยุธยา...เลยขอย้อนอดีตหน่อยนะ
เขียนโดย
markkeb
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
31 ก.ค. 50
418
0
ความคิดเห็น