ตอนที่ 1 : กระดาษแผ่นที่ 1 : เบสิค 000 C

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 พ.ค. 61


 





ถ้าจะเปรียบเรื่องราวของฉันเป็นแผ่นกระดาษ คงต้องออกตัวก่อนว่ามันไม่ใช่กระดาษสีขาวซะทีเดียว...ไม่ได้สะอาดหมดจดนวลเนียนนัก แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็พยายาม พยายามแต่งแต้มกระดาษแผ่นขาวหม่นนั้นให้มีสีสัน...

 

ฉันชื่อจานสี...เป็นผู้หญิงธรรมดาที่มองความรักเป็นสิ่งสวยงาม และเสียน้ำตาให้กับมันมานับไม่ถ้วน...แน่นอนว่าไม่เข็ดหรอกคงเพราะตามจริงแล้วฉันไม่ได้ชอบในความรัก

แต่กำลังชอบตัวเองตอนมีความรักต่างหาก...ก็เลยไม่เข็ดสักที

 

ลมฤดูร้อนพัดมาแล้ว...ท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งมากกว่าฤดูอื่น  


“วันนี้ก็น่ารักหรอเนี่ย”

ฉันพูดเสียงแผ่วเบา เก็บผมที่ลมผัดปรกหน้าถัดหูเบา เมื่อวานยังอ้วนตุ๊บอยู่เลย วันนี้บานสวยซะแล้ว ก่อนจะฉีกยิ้มให้กับดอกเข็มกอน้อยที่ขึ้นอยู่บ้านข้างๆ

เป็นบ้านที่ไม่มีใครอยู่...ถูกทิ้งมานานมากแล้วตั้งแต่ฉันจำความได้ ขณะเดียวกันเจ้าดอกเข็มกอนี้ก็ขยันเบ่งบานมันทุกครั้ง...

 

แรงสั่นของมือถือทำเอาต้องละความสนใจออกจากเจ้าดอกเข็มที่เพิ่งบานสู้แสงตะวัน ก่อนจะควานหาต้นตอของแรงสั่นขึ้นมาดูชื่อผู้ติดต่อ

 

(“จานสีอยู่ไหนแล้วพวกเราถึงแล้วนะ”) หลังจากเอาเครื่องมือสื่อสารแนบหูน้ำเสียงเล็กๆ ของเพื่อนสาวก็ทักทายทันควัน

“ออกมาแล้วๆ กำลังจะไป”

ถึงจะพูดยังนั้นแต่ความจริงแล้วยังไม่ได้ออกจากหน้าบ้านตัวเองเลยสักนิด แฮ่

(“โอเค รีบมาล่ะ”)

“ค่า รีบอยู่”

 

ฉันตอบกลับปลายสายสั้นๆ น้ำเสียงร่าเริงเหมือนอย่างเคย และก็จำใจโบกมือลาเจ้าดอกเข็มกอเล็กพร้อมกับสาวเท้าเล็กๆ ใต้กระโปรงเอี้ยมยีนเพื่อขึ้นรถเมล์สายที่รอคอย...

 

ฉันชื่อจานสีเป็นเด็กสาวอายุสิบแปดปีเหมือนคนอื่นทั่วไป มีชีวิตแสนธรรมดา...ธรรมดาชนิดที่ว่าถ้าใช้แทนคำว่าธรรมดาได้ให้ใช้คำว่าจานสีเลยล่ะ ฮะๆ...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคนอื่นมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร

 

แ ต่ สำ ห รั บ จ า น สี ค ง มี ชี วิ ต อ ยู่ เ พื่ อ ร อ   ฤ ดู ร้ อ น


-

 

งานของผมค่อนข้างจะกดดัน...

 

ผมสาวเท้ายาวๆ ภายใต้กางเกงวอร์มสีดำกับเสื้อยืดสีขาวใส่สบาย และยกมือขึ้นผลักประตูกระจกสีขาวเข้ามาในสตู...ความเย็นของเครื่องปรับอากาศปะทะเข้าผิวเนื้อที่โผล่พ้นเนื้อผ้า

“เปเปอร์ สคิปอยู่บนโต๊ะนะ”

“อ่า ขอบคุณครับ”

ผมพยักหน้าและตอบรับคำบอกสั้นๆ ของสต๊าฟก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้ากระจก บนตึกสูงเสียดฟ้า สถานที่แห่งนี้คือสถานที่ทำงานของผม ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี

เฮ้อออออ

ยี่สิบห้ากับงานที่ต้องเข้าทุกวันตอนตีสี่...กลับบ้านและมาใหม่ตอนหกโมงเย็นเพื่ออ่านข่าวสดรอบเย็นอีกที...ชีวิตของผมไม่มีอะไรเลยนอกจากทำงานเก็บตังค์และเก็บตังค์

 

เป็นมนุษย์เงินเดือนโดยสมบูรณ์แบบ

 

“เฮ้ยไอ้เปอร์!

“งายย~~~

“มานานยังวะ” ไอ้ซัน ซันชายน์ ทักทายผ่านกระจกบานยักษ์และทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ กัน ผมปิดปากห้าววอดและโน้มตัวไปหยิบสคริปข่าวขึ้นมาอ่าน กวาดสายตาหนึ่งรอบ

“ก่อนมึงไม่นานมาก”

และขีดเอาใจความสำคัญ

“ยังตรงเวลาเหมือนเดิมเลยนะมึง”

ผมไหวไหล่กลับไป ไม่อยากตอบอะไรมาก เพราะง่วง หน้าที่ของพวกผมน่ะต้องอาศัยการเตรียมตัวมาอย่างหนักบางทีก็ต้องหาข้อมูลล่วงหน้า อาศัยความรับผิดชอบและเดินพันด้วยเวลาทั้งหมดที่มี

พวกเราปล่อยให้ห้องแต่งตัวเงียบไปสักพัก และเมื่อผมทำความเข้าใจกับข่าวทั้งหมดที่ต้องอ่าน คนที่ทำลายความเงียบนั้นก็คือผมเอง

 

“เมื่อวาน...มึงได้ไปเล่นเกมบ้านไอ้จั๊มพ์ป่ะวะ”

“ไม่อะ...กูมีรายงานข่าวแทนพี่เปิ้ลตอนสองทุ่ม ก็เลยอดไป” ไอ้ซันเหลือบตามองผมนิดหน่อยก่อนจะแบมือขอยืมไฮไลท์ใช้เมื่อกี้ “เห็นบอกว่ามันซื้อเกมมาใหม่”

ผมยื่นเอาปากกาให้มัน “เออดิ กูถึงถามไงว่ามึงได้ไปหรือเปล่า”

“ฮ่ะๆ ดีว่ะกูแม่งอยากลาออกไปทำ บ. เดียวกับแม่ง มีแต่ของเล่นมาให้เล่น”

 

ผมพยักหน้า เห็นด้วยที่สุดอย่างน้อยก็ได้ตื่นนอนและทำงานตามมนุษย์ปกติทั่วไป แต่ผมว่าไอ้จั๊มพ์ที่ถูกพาดพิงคงจามไม่หยุดแล้วตอนนี้

ผมปล่อยให้ความเงียบทำงานอีกครั้งเพื่อสร้างสมาธิการอ่านสคริปกับคนที่นั่งอยู่ด้านข้างก่อนจะปล่อยให้สไตล์ลิสบรรเลงฝีมือได้อย่างสนุกสนาน เพราะข่าวที่ไอ้ซันต้องอ่านเป็นโต๊ะข่าวอาชญากรรม  [1] การทำความเข้าใจเลยยากกว่าและใช้สมาธิในการจดจำรายละเอียดมากกว่าผมนิดหน่อย

 เอาเข้าจริงก่อนทำงานไม่มีใครในที่นี้คุยเรื่องงานหรอกนะ เครียดจะตายน่ะสิ เหมือนหมอที่ไม่อยากคุยเรื่องคนไข้กับคนอื่นน่ะแหละ...

 

 

ใช้เวลาไม่นานในการแต่งตัว ตอนนี้ผมอยู่ในชุดสูทสีกรมสุดเนี้ยบกับเสื้อตัวในสีขาวสะอาดตา เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกเซ็ทอย่างดีจนไม่เหมือนกับเปเปอร์หัวยุ่งๆ ในเวลาปกติ...หรือเมื่อกี้ที่เดินเข้าตึกมา

“เออ ไอ้เปอร์”

“ว่า”

“มีแหล่งข่าวบอกมา” ซันหยุดพูดเอาไว้พักหนึ่งเหมือนจะให้ลุ้นต่อ “ว่ามึงกำลังจะย้ายบ้าน...ไม่ดิมึงกำลังวางแผนจะหนีออกจากบ้าน”

ผมชะงักขาที่กำลังจะเดินออกไปยังห้องสตูดิโอ...และหมุนตัวเข้าหาไอ้เพื่อนตัวดีที่เซ็ทผมแต่งหน้าเรียบร้อยแล้วเหลือแต่แต่งตัว...มันยักคิ้วมาให้ผมหนึ่งทีราวกับว่ากำลังรู้อะไรบางอย่าง

“ฮึ ” เมื่อกี้ผมบอกว่าพวกเราไม่ค่อยชอบพูดเรื่องงานเวลานอกใช่หรือเปล่า...แต่ก็ยกเว้นเป็นบางกรณี เช่นกรณีนี้ “เมื่อค่าจีดีพีลดลง สินค้าก็ถูกลงเพราะฉะนั้น...”

“มึงหนีออกจากบ้านไอ้สัสขอน้ำไม่เอาเนื้อ”

 

คงไม่ต้องตอบอะไรพร้อมกับถอนหายใจกลับไปยาวๆ ผมหมุนตัวกลับไปยังสตูดิโอ...ก็ตามนั้นแหละ...ตามที่ไอ้ซันว่าทุกประการแต่ผิดนิดหน่อยนะผมไม่ได้วางแผนหนีออกจากบ้าน...ผมหนีออกจากบ้านแล้วต่างหาก

 

 งานของผมอยู่ภายใต้แรงกดดันและความรับผิดชอบ เมื่อเวลาหมุนวนเข็มยาวและเข็มสั้นมาเจอกันที่เลขหก กล้องทุกตัวจับจองทุกส่วนบนใบหน้า ไมค์ กล้อง จอมอนิเตอร์ฉายภาพขึ้นจอใหญ่ ทุกคนแสตนบายและผม...ต้องมีสมาธิ

 

6 : 30 น.

 

“สวัสดีครับผม ภคิน ภาณุภัทร พบกันทุกวันกับข่าวเศรษฐกิจของประเทศนะครับ...มาดูข่าวเศรษฐกิจที่น่าสนใจในวันนี้...”

 

หรือบางทีมันอาจจะยังไม่ถึงเวลา...หมายถึงความรักน่ะ...ตามจริงก็ไม่ใช่ว่าไม่มีมาซะทีเดียว เพียงแต่อะไรหลายๆ อย่างทำให้ความสัมพันธ์มันไปต่อไม่ได้ ทุกอย่างในเวลานี้มันทำให้ผมปลงและชินว่า

 

 

...คนที่ถูกใจ...ไม่เคยเป็นคนที่ใช่

เรื่องราวมันวุ่นวายกมักจะแปรผันผวนราวกับเป็นดัชนีหุ้นที่เข้าใจยาก

. . . แ ต่ ก็ เ ก่ ง ถ้ า เ ข้ า ใ จ ไ ด้ . . .

 

 

      -

 

 

เปเปอร์ไม่ใช่คนโอ้เอ้สักเท่าไร่ เขารู้ตัวดีว่ามักจะใช้ชีวิตตามแผนที่วางไว้เสมอ ถ้าจะให้ถูกก็คงเพราะหน้าที่การงานด้วยอีกหนึ่งที่ทำให้ต้องมีแผลนชัดเจนขนาดนี้

ร่างสูงโปร่งกลับมาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวเข้าคู่กางเกงวอร์มอีกครั้งหลังเสร็จงานและลาพี่สต๊าฟก่อนมาเจอกันอีกทีคือหกโมงเย็น รองเท้าผ้าใบคูใจพาร่างเจ้าของออกเดินไปยังป้ายรถเมล์หน้าตึก

 

คงไม่ต้องอ้อมคอม...ก็วางแผนหนีออกจากบ้านตามที่เพื่อนตัวดีคาดการนั่นล่ะ

 

เอาเถอะ ก็ตัดสินใจไว้แล้วนี่หว่า...ดังนั้นเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มก็ก้าวขายาวๆ ใต้กางเกงวอร์มสีดำ สวมเฮดโฟนและเปิดเพลงจากนาฬิกาบนข้อมือที่เชื่อมต่อกับมือถือเครื่องบาง

แม้ว่าจะไม่ได้สวมสูทตัวหนาเขาก็ยังดูโดดเด่นแม้ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม หน้ากล้อง หน้าจอ หรือตรงนี้

 

“โอ๊ะขอโทษค่ะ” น้ำเสียงหวานเล็กๆ ชวนฟังดังขึ้นทะลุเฮดโฟนที่สวมอยู่ ดวงตาคมก้มมองคนตัวเล็กที่ยืนโคลงเคลงอยู่ข้างๆ และเพราะตัวเล็กนั่นแหละก็เลยเอื้อมจับราวไม่ถึง

 

มองไปแล้วเหมือนกระต่ายตัวเล็ก...กระต่ายตัวเล็กบนโลกใบโต

 

“เกาะนี่ไว้ก็ได้นะ”

“คะ?” ดวงตากลมใสช้อนมองเจ้าของเสียงนุ่มทุ้มมือเล็กขยุ้มสายกระเป๋าแน่น เอียงหน้าเหมือนทุกครั้งที่ทำเวลาสงสัย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางแบบนั้นล่ะมันน่ารัก...

“เกาะแขนพี่ได้ เกาะไม่ถึงใช่มั้ยล่ะบนนั้นน่ะ” คนพูดพูดบุ้ยใบ้คานด้านบน จนเจ้ากระต่ายพยักหน้ารับน้อยๆ ท่าทางตื่นกลัวทำเอาคนตัวสูงงัดรอยยิ้มที่ใช้ไม่ค่อยบ่อยนักออกมาส่งให้

“ขะ...ขอบคุณค่ะ”

เป็นคำตอบรับเล็กๆ กับมือน้อยที่เกาะอยู่บนแขนแข็งแกร่ง

 

“ชื่ออะไรล่ะเรา”

“ชื่อ” เจ้ากระต่ายน้อยลังเลนิดหน่อย ก่อนจะขยับปากมุบมิบ “จานสี”

 




24 5 61

1 Fav = 1 หน่วยกำลังใจ    1 comment = 1 บรรทัดใน W




[1] โต๊ะข่าว = ประเภทของข่าว เช่น โต๊ะกีฬา โต๊ะการเมือง โต๊ะสิ่งแวดล้อม เป็นต้น


 




B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #19 magicion14 (@elve--) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 12:24
    นึกถึงหน้าเจ้ากระต่ายขึ้นมาทันทีเลย 😃
    #19
    0
  2. #1 B_MILK♔ (@kanokwan-milk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 17:05
    อยากเห็นมังกรอ่อย~ รอครัช
    #1
    0