bbcrew
ดู Blog ทั้งหมด

โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Acute Coronary Syndrome)

เขียนโดย bbcrew
Maui Jim Prescription Sunglasses Polarized Bifocal Sunglasses COACH Odessa Sunglasses DG Sunglasses Cheap Oakley Ladies Sunglasses Imitation Chanel Sunglasses Mirrored Aviator Sunglasses Tifosi Sunglasses Oakley Discount Sunglasses Oakley Spike Sunglasses Wholesale Designer Inspired Sunglasses Cheap Maui Jim Lagoon Sunglasses Ray Ban Silver Mirror Sunglasses Cheap Prescription Sunglasses Cheap Maui Jim Kahuna Sunglasses Replica Costa Del Mar Sunglasses Bifocal Reading Sunglasses Wholesale Replica Oakley Sunglasses Wholesale Designer Sunglasses Cheap Aviator Sunglasses Discount136 10 Maui Jim Sunglasses Chanel 5076H Sunglasses Costa Del Mar Ballast Sunglasses Wayfarer Sunglasses Discount Costa Del Mar Sunglasses Authentic COACH Sunglasses Polorized Reading Sunglasses Best Fishing Sunglasses Oakley Half Jacket Sunglasses Best Deal On Ray Ban Sunglasses Polo Ralph Lauren Sunglasses Wholesale Oakley Sunglasses Oakley Breast Cancer Sunglasses Cheap Maui Jim Sunglasses Ray Ban Predator Sunglasses Replica Versace Sunglasses Suncloud Sunglasses Wholesale Oakley Minute Sunglasses Purple Oakley Sunglasses Wholesale Flame Sunglasses Discount Designer Chanel Sunglasses Cheap Costa Del Mar Sunglasses Maui Jim Makaha Reader Sunglasses Polarized Fishing Sunglasses Fake Costa Del Mar Sunglasses Bolle Fang Sunglasses Vintage Round Sunglasses Oakley Thump Pro Sunglasses Oakley James Stewart Sunglasses Oakley Fire Sunglasses
โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตของการเสียชีวิตของประเทศที่ เจริญแล้ว และประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาการและอาการแสดงของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมีได้หลายลักษณะได้แก่

* กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคกล้ามเนื้อหัวใขาดเลือดโดยที่ไม่มี อาการเรียก Silent ischemia
* กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกเมื่อออกกำลังกาย เรียก Stable angina
* กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกแบบ Unstable angina
* กลุ่มผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด Myocardial infarction
* กลุ่มผู้ป่วยที่มาด้วยเรื่องหัวใจวาย Congestive heart failure
* กลุ่มผู้ป่วยที่เสียชีวิตเฉียบพลัน Sudden cardiac death

Acute Coronary Syndrome เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เฉียบพลัน แต่เดิมนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 3กลุ่มใหญ่คือ

* unstable angina (UA)
* non-ST elevation myocardial infarction (NSTEMI)
* acute ST-elevation myocardial infarction (STEMI) กดเพื่อดูรูปคลื่นไฟฟ้า กดเพื่อนเรียนรู้เรื่องคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ในบท ความนี้จะกล่าวละเอียด เฉพาะกลุ่ม ACS ที่ไม่ใช่ STEMI เพราะ STEMI นั้น มีการรักษาดูแลที่แตกต่างและพิเศษกว่ากลุ่มอื่น

สาเหตุของ ACS

กลไก ที่ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเชื่อว่าเป็น จากการที่หัวใจได้รับออกซิเจนไปเลี้ยงไม่พอ ซึ่งมีสาเหตุหลัก 4 ประการ 1 คือ

1. ลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดหัวใจ(Occlusive or non-occlusive thrombus on pre-existing plaque) : เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของ ACS โดยผู้ป่วยส่วนมากจะมีคราบ (atherosclerosis plaque ) อยู่เดิมแล้ว ต่อมาเกิดลิ่มเลือด( thrombus formation ) อุดตัน พยาธิกำเนิดของการเกิด thrombus อุดตันอย่าง ฉับพลันนี้จะกล่าวโดยละเอียดต่อไป
2. Dynamic obstruction (coronary spasm) : เป็นกลไกอธิบายภาวะ โรคPrinzmetal’s angina ซึ่งผู้ป่วยมีหดเกร็งของหลอดเลือดหัวใจ( vasospasm) จากการบีบตัวมากไป( hypercontractility ) ของกล้ามเนื้อหลอดเลือด (vascular smooth muscle) หรือ endothelial dysfunction ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกขึ้นขณะพักโดยที่ไม่ได้เกิดจากหลอดเลือดตีบ
3. Progressive mechanical obstruction : เกิดจาก atherosclerosis ตีบขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ progressive/worsening angina ถึงแม้ไม่มี plaque rupture หรือ vasospasm ก็ตาม กลุ่มนี้ทำให้เกิดโรค Angina pectoris
4. Secondary causes : ในกรณีนี้ ผู้ป่วยมหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่ก่อน (stable coronary artery disease) อยู่แล้ว แต่มีปัจจัยมากระตุ้นบางอย่างที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจต้องการเลือด ไปเลี้ยงมากขึ้น เช่น ไข้ หัวใจเต้นเร็ว โรคติดเชื้อ โรคคอพอกเป็นพิษ หรือ การที่มี myocardial oxygen delivery ลดลง เช่น ความดันต่ำ ภาวะเลือดจาง

กลไก การเกิดโรค

ลักษณะอาการทางคลินิก

      1. อาการเจ็บหน้าอก

ลักษณอาการที่สำคัญของผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอก จากกล้าม เนื้อหัวใจขาดเลือดชนิด Unstable angina/NonQ Myocardial infarction

      1. Rest pain หรือเจ็บหน้าอกขณะพัก ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบมักจะมีอาการเจ็บหน้าอดเวลาทำงานหรือออกกำลัง กาย หากเจ็บหน้าอกขณะพักและเจ็บนานเกิน 20นาทีก็ให้รีบสงสัยว่าจะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดต้องรีบไปโรงพยาบาล
      2. New onset angina ผู้ที่ไม่เคยเจ็บหน้าอกมาก่อน หากมีอาการเจ็บหน้าอกครั้งแรก อาการเจ็บหน้าอก แบบ angina ครั้งแรกที่เกิดขึ้นใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 2 เดือน โดยมีระดับความรุนแรงของการเจ็บหน้าอกอย่าง น้อยเทียบเท่ากับ Canadian Cardiovascular Society (CCS) class III ก็ให้สงสัยว่าจะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
      3. Increasing angina อาการเจ็บหน้าอก แบบ angina ภายในเวลา 2 เดือน ที่มีอาการกำเริบ มากขึ้นทั้งในแง่ความรุนแรง ความถี่และระยะเวลาของ การแน่น หรืออาการเจ็บหน้าอกถูกกระตุ้นให้เกิดได้ง่ายกว่าเดิม โดยที่ระดับความรุนแรงของการเจ็บหน้าอก อย่างน้อย CCS class III

รเะ ดับความรุนแรงของการเจ็บหน้าอกแบ่งตาม CCS (canadian cardiology society)

ตาราง แสดงระดับความรุนแรงของอาการเจ็บหน้าอก Angina pectoris ตาม Canadian Cardiovascular Society (CCS)
Class อาการเจ็บหน้าอก
      1 กิจวัตรประจำวันไม่ทำให้เจ็บหน้าอก เช่นการเดินหรือขึ้นบันได แต่การทำงานหนักหรือเร็วและแรงจะทำให้เกิดเจ็บหน้าอก
      2 หากทำกิจวัตรประจำวันอย่งเร็วจะเจ็บหน้าอก เช่นการเดินหรือขึ้นบันไดอย่างเร็ว การเดินขึ้นเขา การเดินอย่างเร็วหรือขึ้นบันไดหลังอาหาร อากาศหนาวหรือเย็น ความเครียด
      3 เดินธรรมดาก็เจ็บหน้าอก
      4 ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันเนื่องจากเจ็บหน้าอก หรืออาจจะเจ็บหน้าอกขณะพัก

จะ เห็นว่าหากคุณมีอาการเจ็บหน้าอกที่รุนแรงระดับ4แสดงว่า หลอดเลือดคุณตีบหรือตันมากขึ้นกว่าระดับ 1

      2. อาการเจ็บหน้าอกนี้เหมือนกับอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาด เลือดหรือไม่

เมื่อ ซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยแล้วก็นำมาประมวลผลว่า อาการเจ็บหน้าอกของผู้ป่วยรายนี้เหมือนกับอาการของหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ หรือไม่โดยประเมินจาก

* โอกาสที่จะเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดสูงHigh likelihood (85-99%) โดยจะมีข้อใดข้อหนึ่ง:
      o ประวัติเคยเจ็บป่วยจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
      o อาการเหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเป็นชายอายุ มากกว่า 60 ปี และมากกว่า 70 ปีในหญิง
      o ระหว่างที่เจ็บหน้าอกมีการเปลี่ยนแปลงของสัญาณชีพ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
      o Variant angina (pain with reversible ST-segment elevation)
      o คลื่นไฟฟ้าหัวใจยกขึ้นหรือลดต่ำลง(ST-segment elevation or depression) 1 mm or
      o คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติแบบ Marked symmetrical T wave inversion in multiple precordial leads
* มีโอกาสเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดปานกลาง(Intermediate likelihood) (15-84%)ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้:
      o อาการเหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเป็นชายอายุ น้อยกว่า 60 ปี และน้อยว่า 70 ปีในหญิง
      o อาการไม่เหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเป็นชาย อายุมากกว่า 60 ปี และมากกว่า 70 ปีในหญิง
      o อาการไม่เหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในผู้ป่วยที่ เป็นโรคเบาหวาน diabetes mellitus
      o อาการไม่เหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและมีปัจจัย เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด 2 หรือ 3 ข้อ (ปัจจัยเสี่งต่อโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้แก่ เบาหวาน สูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงl)
      o มีโรคหลอดเลือดอื่น เช่น อัมพฤต หรือเส้นเลือดขาตีบ
      o คลื่นไฟฟ้าผิดปกติ ST depression 0.05 to 1 mm
      o คลื่นไฟฟ้าผิดปกต T wave inversion 1 mm or greater in leads with dominant R waves
* มีโอกาสเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดต่ำ(Low likelihood) (1-14%)จะมีลักษณะดังต่อไปนี้:
      o อาการไม่เหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
      o มีปัจจัยเสี่ยงข้อเดียว
      o คลื่นไฟฟ้าผิดปกติ T-wave flattening or inversion less than 1 mm in leads with dominant R waves
      o คลื่นไฟฟ้าปกติ Normal ECG findings

3. ผู้ป่วยรายนี้มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน

หลัง จากที่เราประเมินอาการเจ็บหน้าอก ละโอกาสการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้ว ก็มาประเมินว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นรุ่นแรงหรือไม่ หรือความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมีมากหรือไม่ เพื่อที่จะได้ให้การรักษาตามความรุนแรงของโรค โดย จะประเมินจากคลิกที่นี่

กลุ่ม ที่เสี่ยงต่อการกิดโรค

ได้มีการศึกษาผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้า อกและเป็นชนิด unstable angina ทั้งหมดประมาณ 3000 ครั้ง โรงพยาบาลที่เข้าร่วมในการศึกษา 35 โรงพบว่าผู้ป่วยเหล่านี้จะมีลักษณะดังต่อไปนี้

* อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยประมาณ 62 ปี
* ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุ65 ปีโดยคิดเป็นร้อยละ 44
* ประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยมีดังนี้
      o ความดันโลหิตสูงพบได้ 60%
      o โรคเบาหวานพบได้ 26%
&      ;     o ผู้ป่วยที่ยังคงสูบบุหรี่พบได้ 25%
      o ผู้ป่วยไขมันในเลือดสูงพบได้ 43%
      o ประวัติครอบครัวเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดพบได้ 42%
      o เคย เป็นอัมพาต 9%
      o เคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายจากหลอดเลือดแดงตีบ 36%
      o เคยเจ็บหน้าอกแบบ angina - 66%
      o หัวใจ วาย14%
      o เคยทำบอลลูนหัวใจ 23%
      o เคยผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ 25%

การ วินิจฉัยโรค

เกณฑ์ในการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดของ องค์การ อนามัยโรคกำหนดไว้ว่าอย่างน้อยต้องมีสองในสามข้อ ซึ่งประกอบด้วย

      1. อาการเจ็บหน้าอกซึ่งเข้าได้กับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งเจ็บนาน20 นาที อ่าน เพิ่มเติมที่นี่
      2. มีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
      3. เจาะเลือดพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของเอ็นไซม์ที่หลั่งจาก หัวใจ ( cardiac enzyme) คลิกที่นี่

Classification ของ UA

เนื่องจาก ผู้ป่วย ACS มี spectrum ความรุนแรง ของโรคที่แตกต่างกันมาก จึงมีความพยายามที่จะ แบ่งกลุ่มผู้ป่วย เพื่อช่วยพยากรณ์โรคและบอก prognosis Classification ที่ใช้กันบ่อยคือ Braunwald Classification ซึ่งแบ่งกลุ่มผู้ป่วย โดยคำนึง ถึง 3 ปัจจัย คือ

      1. ความรุนแรงของอาการเจ็บหน้าอก
      2. ลักษณะทางคลินิก และ
      3. ยาที่ผู้ป่วยได้รับช่วง เกิดอาการ

ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อท่านได้ไป ถึงโรงพยาบาล

      1. แพทย์หรือเจ้าหน้าที่จะซักประวัติการเจ็บป่วยของท่าน ประวัติการรักษา อาการสำคัญที่ท่านเป็นอยู่
      2. ตรวจร่างกายโดยเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ซึ่งจะต้องตรวจวัดความดันโลหิต ชีพขจร การหายใจ และอุณหภูมิ
      3. หากประวัติและการตรวจร่างกายเข้าได้กับโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แพทย์จะตรวจคลื่น ไฟฟ้าหัวใจภายใน 10 นาที
      4. เจาะเลือดตรวจหา cardiac enzyme ว่ากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือไม่
      5. ประเมินว่าอาการป่วยของท่าน เกิดจากโรคอื่น เกิดจากหัวใจขาดเลือดซึ่งแบ่งออกเป็น กลุ่ม อาการ angina กลุ่มอาการ unstable stable angina , กลุ่ม Non Q Myocardial infarction,กลุ่มอาการ ST Elevate Myocardial infarction
      6. สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกเหมือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แต่ผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและผลเลือดไม่เหมือนโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ก็ให้อยู่สัเกตอาการ และตรวจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจ เลือดซ้ำ
      7. สำหรับผู้ป่วยที่ตรวจซ้ำทั้งคลื่นไฟฟ้าและผลเลือดปกติ แนะนำให้มาตรวจหัวใจโดยอาจจะใช้การ วิ่งสายพานหรือใช้ยากระตุ้นให้หัวใจทำงานเพื่อจะตรวจว่ามีหลอดเลือด หัวใจตีบหรือไม่
      8. สำหรับผู้ป่วยที่ผลการตรวจร่างกาย ผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และผลเลือดเข้าได้กลับกลุ่มกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจะต้องได้รับการประเมิน ว่า 1กลุ่มที่สาเหตุน่าจะเกิดจากการอุดตันของหลอดเลือด 2 ความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด
      9. แพทย์จะให้การรักษาตามความหนักหรือความรุนแรงของโรค

การรักษา

จุด มุ่งหมายของการรักษา คือ

* ทำให้อาการ เจ็บ แน่นหน้าอกดีขึ้น ป้องกันการเกิด AMI หรือ reinfarction
* ป้องกันการเกิด sudden cardiac death

การที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวจะต้องมีองค์ ประกอบ ดังนี้

* การรักษาเพื่อลดการขาดเลือดของกล้ามเนื้อหัวใจ
* การให้ยาต้านเกร็ดเลือด
* ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
* การประเมินความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต
* การเลือกการรักษา

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับความรู้