bbcrew
ดู Blog ทั้งหมด

ปอดบวมในเด็ก..มันมากับฝน

เขียนโดย bbcrew
Best Drip Coffee Maker Best Home Coffee Maker Braun 3098 Coffee Maker GE Digital Coffee Maker Cold Press Coffee Makers Aero Press Coffee Maker Double Pot Coffee Makers 4 Cup Bunn Coffee Maker B60 Keurig Coffee Maker Keurig B60 Coffee Maker Krups FMF5 Coffee Maker Newco OCS8 Coffee Maker Keurig B40 Coffee Maker Great Home Coffee Makers Technivorm Coffee Maker KitchenAid Coffee Maker Grind & Brew Coffee Makers Single Cup Coffee Makers Commercial Coffee Makers Best 4 Cup Coffee Maker Best Small Coffee Maker Cheap Bunn Coffee Makers Best Rated Coffee Makers Keurig Mini Coffee Maker Bean to Cup Coffee Makers Space Saver Coffee Maker Dual Carafe Coffee Maker Kalorik CM4 Coffee Maker One Cup Pod Coffee Maker Braun 4 Cup Coffee Maker Krups 4 Cup Coffee Maker Melitta One Coffee Maker Manual Drip Coffee Maker Space Maker Coffee Maker Kitchen Aid Coffee Maker Single Brew Coffee Maker 8 Cup White Coffee Maker Red Kitchen Coffee Makers Best 10 Cup Coffee Makers Amazon Braun Coffee Maker Coleman Drip Coffee Maker Quality Drip Coffee Maker Speak N Brew Coffee Maker Space Saving Coffee Maker Keurig 1 Cup Coffee Maker Krups KM4065 Coffee Maker

ฝนตกบ่อยอากาศชื้น กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ เตือนพ่อแม่เตรียมพร้อมรับมือโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจระบาดหนัก ทั้งไข้หวัด คออักเสบ และปอดบวม

นายแพทย์สุชาติ เชิดชูพงศ์ล้ำ กุมารแพทย์ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า ช่วงนี้พบว่ามีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจในเด็กเล็กเพิ่ม สูงขึ้น

เนื่องจากในช่วงเปิดเทอมเด็กจากหลาก หลายที่ไปอยู่รวมกันที่เนอร์สเซอรี่และโรงเรียนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับช่วงนี้ฝนตกบ่อยอากาศชื้นเพราะอากาศที่เย็นและชื้นจะเอื้ออำนวยให้ เชื้อมีชีวิตอยู่ในอากาศและแพร่กระจายได้ดียิ่งขึ้น

ฉะนั้น พ่อแม่และครูต้องระวังโรคติดเชื้อที่ติดจากเด็กด้วยกันเอง โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

เพราะเด็กเล็กยังไม่สามารถ ป้องกันตนเองจากเชื้อต่างๆ ได้ และยังไม่มีภูมิต้านทานโรคที่สมบูรณ์ โดยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจถูกพบมากเป็นอันดับต้นๆ เช่น ไข้หวัด คออักเสบ ใน บางรายที่มีอาการรุนแรงจะเป็นการหูอักเสบ ไซนัสอักเสบ แต่ถ้ารุนแรงมากอาจจะเป็นหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบได้ ส่วนที่พบลงมาคือโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดท้องเสีย ท้องร่วง เป็นต้น

สำหรับโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่มีความรุนแรง จนบางครั้งอาจจะทำให้เด็กเสีย ชีวิตได้ ได้แก่โรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ เนื่องจากจะมีการติดเชื้อที่ปอด เมื่อเนื้อปอดโดยทำลาย ก็จะทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจน และทำให้เสียชีวิตในที่สุด

โรคปอดบวมเกิดได้จากเชื้อหลายชนิด เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียร่วมกัน

โรคปอดบวมจากเชื้อไวรัสส่วนใหญ่แล้วยังไม่มียาต้านไวรัสสำหรับทำลายหรือยับยั้ง โรคจะหายได้จากการที่ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานมากำจัดเชื้อไวรัสได้เอง แต่โรคปอดบวมที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีอย่างทันท่วงที จะทำให้เชื้อลุกลามเป็นมากขึ้น หรือมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่สมอง และกระแสเลือด เป็นต้น ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตสูงขึ้น

นพ.สุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในบรรดาโรคปอดบวมที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียนั้น พบว่าโรคปอดบวมที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัสพบมากเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเชื้อนิวโมคอคคัส เป็นเชื้อแบคทีเรียที่อาจพบอยู่ในเยื่อบุโพรงจมูก ลำคอของคนเรา พบว่าอัตราการเป็นพาหะในเด็ก (มีเชื้อในโพรงจมูก แต่ไม่แสดงอาการใดๆ) เฉลี่ยแล้วสูงถึงร้อยละ 26 หรือคิดเป็นอัตรา 1 ใน 4 ของประชากร

เมื่อร่างกายอ่อนแอ หรือเยื่อบุดังกล่าวโดนทำลาย เชื้อนิวโมคอคคัสก็จะหลุดเข้าสู่ร่างกาย

นอกจากนี้ อาจติดเชื้อได้จากการสัมผัสละอองของน้ำมูก น้ำลายของผู้ที่มีเชื้อ ซึ่งก่อทำให้เกิดโรคในระบบต่างๆ ที่สำคัญของร่างกาย เช่น โรคปอดอักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคติดเชื้อในกระแสเลือด โรคหูชั้นกลางอักเสบ (หูน้ำหนวก)

โดยพบว่า กลุ่ม ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคปอดบวมคือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กสุขภาพดีก็ตาม และโอกาสเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นในเด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกลางวัน(Day Care) เด็กที่อยู่ในชุมชนแออัด เด็กที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่นโรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง

อาการของโรคปอดบวมเด็กจะมีอาการ เช่น มีไข้ ไอ หายใจถี่และหอบ หายใจลำบากหรือมีเสียงดังวี๊ด ๆ

หรือหายใจแรงจนซี่โครง บุ๋ม ถ้าพบว่าเด็กมีอาการ ไข้ ไอบ่อย หรือหายใจเร็ว ให้สงสัยว่า เด็กอาจเป็นโรคปอดบวม ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจยืนยันและการรักษาที่ถูกต้อง หากพ่อแม่นิ่งนอนใจ ปล่อยทิ้งไว้นานเด็กอาจมีอาการหอบ หายใจลำบาก มีอาการรุนแรงมากขึ้นและอาจไม่ทันการ

แต่พ่อแม่อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะเราสามารถลดการติดเชื้อ และลดการแพร่ระบาดของโรคปอดบวมได้โดยการสร้างสุขอนามัยที่ดี ด้วยการล้างมือเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยลดการติดเชื้อที่สัมผัสติดมากับมือได้ รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์ให้ลูกน้อย

ซึ่งในปัจจุบันได้มีการคิดค้นวัคซีนไอพีดี ซึ่ง สามารถป้องกันโรคปอดบวมจากเชื้อนิวโมคอคคัส และกลุ่มโรคไอพีดีได้แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ หากลูกไม่สบายไม่ควรให้ ไปโรงเรียน เพื่อไม่ให้ไปแพร่เชื้อให้เด็กคนอื่น ๆ และต้องให้ใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งสามารถลดการแพร่เชื้อได้ถึงร้อยละ 80 รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเล่นคลุกคลีกับเด็กที่ป่วย และพาเด็กไปในสถานที่แออัดเช่นโรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก เป็นต้น ขณะที่คุณครูและพี่เลี้ยงที่โรงเรียนต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ โรค ตลอดจนแยกภาชนะ แก้วน้ำของเด็กที่ป่วยไม่ให้ใช้ปะปนกับเด็กคนอื่น ๆ เพื่อลดการติดต่อ

ที่มา : โรงพยาบาลสมิติเวช

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น