bbcrew
ดู Blog ทั้งหมด

จะทราบได้อย่างไรว่าตนเองตั้งครรภ์?

เขียนโดย bbcrew
Periodic Table Games Dining Room Table Pads Scissor Lift Tables Poker Table Plans Cheap Display Table Covers TV Tray Tables Picnic Table Blueprints 144 Conference Tables Folding Table and Chairs Casino Poker Table Bar Tables History of the Periodic Table Custom Grooming Table Covers Changing Table Counter Height Tables Who Invented the Periodic Table Life Gear Inversion Table Dining Pool Tables Pool Table Light Patio Table Covers 6 Ft Conference Tables Inexpensive Ideas for Spring Table Centerpieces Glass Coffee Table Glass Table Times Table Printable Coupons for Round Table Pizza Portable Massage Tables Pub Table Sets Glass Coffee Table Wholesale Table Linens Plastic Folding Tables Christmas Table Centerpieces Table and Chairs 4 Sided Table Covers Wood Tables Texas Hold Em Poker Tables Back Inversion Tables Folding Picnic Tables Wedding Table Centerpieces Ideas Computer Tables

     เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ช่วงอายุระหว่าง10-20ปี จะเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ไปสู่ความสมบูรณ์ของภาวะการเจริญพันธุ์ โดยเพศชายจะมีฮอร์โมนAndrogen เพิ่มมากขึ้นทำให้มีสิวขึ้นบริเวณใบหน้า มีเสียงทุ้มใหญ่ขึ้น มีรูปร่างสูงใหญ่มากขึ้น มีขนที่รักแร้และบริเวณหัวหน่าว และมีการหลั่งอสุจิเป็นครั้งแรก ที่เรียกว่า "ฝันเปียก" ส่วนเพศหญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนต่างๆ ได้แก่Gonadotrophins จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า มากระตุ้นรังไข่ให้ทำหน้าที่ มีการเจริญเติบโตของถุงไข่ มีการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้มีการเจริญเติบโตทางเพศ ได้แก่มีการเจริญเติบโตของเต้านม ต่อมน้ำนม สะโพกผายมีขนที่รักแร้และบริเวณหัวหน่าว มีส่วนโค้งและส่วนเว้าของ ร่างกายมากขึ้น และเริ่มมีประจำเดือน ซึ่งหมายถึงสตรีผู้นั้นมีความสามารถที่จะตั้งครรภ์ได้ เมื่อมีการผสมกันระหว่าง ไข่กับอสุจิ จะโดยการมีเพศสัมพันธ์หรือโดยวิธีการอื่นใดก็ตาม และตัวอ่อนที่ได้รับการผสมแล้วมีการเดินทางไปฝังตัวภายใน โพรงมดลูก ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม

วิธีการสังเกตว่าตนเองตั้งครรภ์
     การวินิจฉัยการตั้งครรภ์ด้วยตนเองเป็นเรื่องไม่ยาก เนื่องจากการตั้งครรภ์จะส่งผลให้สตรีนั้นมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ถ้าสตรีผู้นั้นเป็นคนที่เอาใจใส่ต่อสุขภาพของตนเองและสังเกตตนเองอย่างสม่ำ เสมอ ก็สามารถ ที่จะสังเกตตนเองได้ว่าตั้งครรภ์หรือไม่ จากอาการและอาการแสดงดังนี้
อาการและอาการแสดงที่สงสัยว่าจะตั้งครรภ์

   
  1. การขาดประจำเดือน สำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาเป็นปกติทุกเดือนแต่อยู่ๆประจำเดือนขาดหายไป เมื่อถึงกำหนดควร มาก็ไม่มาเหมือนที่เคยเป็น จุดนี้ให้สงสัยเอาไว้ก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าประจำเดือนขาดแล้วจะตั้งครรภ์ทุกรายเสมอไปอาจเกิด จากสาเหตุอื่นก็ได้

     2. มีอาการคลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ส่วนใหญ่อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ1-3เดือนและจะเกิดขึ้นใน ตอนเช้าหลังตื่นนอนใหม่ๆที่เรียกกันว่า "แพ้ท้อง"หรือ"Morning sickness" แต่สตรีตั้งครรภ์บางคนก็อาจไม่มีอาการนี้

    3. มีการเปลี่ยนแปลงของเต้านม เต้านมขยายใหญ่ขึ้นกว่าปกติ ลานนมกว้าง หัวนมมีสีคล้ำและรู้สึกเจ็บที่หัวนม สตรีบางคน อาจมีน้ำนมสีเหลืองๆซึมออกมาจากหัวนมเล็กน้อยได้ ไม่ถือว่าผิดปกติ

    4. มีอาการปัสสาวะบ่อย เนื่องจากมดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้นและไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะโดยตรง เป็นเหตุให้ปัสสาวะบ่อย โดยไม่มีอาการแสบขัดแต่อย่างใด เป็นเรื่องปกติของคนท้องเช่นกัน

    5. มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เนื่องจากร่างการมีการเผาผลาญมากขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นและเอาแต่นอนเหมือนคนขี้เกียจ 

   6. มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง โดยเพิ่มการสร้างPigmentation ของผิวหนังมากขึ้น ทำให้ใบหน้า คอ รักแร้ อวัยวะเพศ มีสีคล้ำไม่ขาวผ่องเหมือนเคย นอกจากนี้เส้นที่กลางท้องจะมีสีคล้ำ เรียกว่า Striae
 

   7. อาจมีความรู้สึกเหมือนมีเด็กดิ้นตุ๊บๆอยู่ในท้องเมื่อตั้งครรภ์ได้ ประมาณ4-5 เดือน เป็นต้นไป

    8. สตรีตั้งครรภ์มักมีอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่าย ใจน้อย อยู่เป็นประจำเมื่อสตรีสังเกตตนเองแล้วว่ามีอาการเหล่านี้คงจะเกิด ความสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าตั้งครรภ์หรือไม่ 
อาการและอาการแสดงดังต่อไปนี้จะช่วยตอกย้ำความสงสัยได้ว่า "น่าจะตั้งครรภ์แล้ว" ได้แก่

    1. หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น เมื่อตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนไปแล้วมดลูกจะค่อยๆโตขึ้นพ้นกระดูกหัวหน่าวจะคลำพบก้อนนูน ๆ เหนือ หัวหน่าวในตอนเช้า

    2. อาจมีการหดรัดตัวของมดลูกเป็นบางครั้ง มักสังเกตได้เมื่อตั้งครรภ์ 4 เดือนไปแล้ว

    3. ใช้แถบตรวจปัสสาวะเพื่อทดสอบการตั้งครรภ์ จะได้ผลเป็นบวก

    4. คลำทางหน้าท้องจะพบมดลูกโตเป็นก้อน มีขอบเขตของทารกชัดเจนมากขึ้น ใช้มือจับมดลูกโยกเบาๆจะรู้สึกได้ว่าทารกลอย อยู่ในถุงน้ำคร่ำ โดยเฉพาะในสตรีครรภ์แรก หรือสตรีที่มีผนังหน้าท้องบาง 
อาการทั้งหมดเหล่านี้ค่อนข้างเชื่อถือได้ว่า น่าจะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแล้ว ควรเตรียมตัวไปพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์โดย ไม่รอช้า เมื่อไปพบแพทย์ตรวจ จะพบว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแน่นนอน เมื่อตรวจพบดังต่อไปนี้
    1. ตรวจพบการเต้นของหัวใจทารก ซึ่งปกติจะฟังเสียงหัวใจทารกทางหน้าท้องมารดาได้ เมื่อตั้งครรภ์ได้ 4 เดือนเป็นต้นไป ในอัตรา 120-160 ครั้ง/นาที

    2. ตรวจพบการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ เมื่อเอามือสัมผัสบริเวณหน้าท้องของสตรีตั้งครรภ์จะพบทารกดิ้นตุ๊บๆ เมื่อตั้งครรภ์ ได้4-5 เดือนเป็นต้นไป ลักษณะนี้เรียกว่า"ลูกดิ้น"

    3. ถ้าตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือ อัลตร้าซาวน์ ก็จะพบตัวทารกชัดเจนแล้วส่วนใหญ่สตรีที่มีประจำเดือนมาสม่ำเสมอทุก เดือน และผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาก่อนหน้านี้ ก็จะสังเกตตนเองได้ไม่ยาก จากอาการและอาการแสดงดังกล่าวข้างต้น และเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์แล้วควรมาพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ เพราะการฝากครรภ์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่และลูกน้อย เพื่อจะได้ตั้งครรภ์อย่างมีความสุข และมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงทั้งมารดาและทารก

ที่มา : ผู้หญิงนะคะ

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น