"อะมิโน เปปไทด์" สารชนิดใหม่ในวงการเครื่องสำอาง ถูกอ้างว่าสามารถช่วยชะลอและทำให้ผิวหนังเต่งตึงได้ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ การทดลองเพียงใน "หลอดแก้ว" จะได้ผลเดียวกันในร่างกายมนุษย์หรือเครื่องสำอางและเวชสำอางถูกออกแบบมาเพื่อบำรุงและปกปิดข้อบกพร่องของผัวหนัง อย่างไรก็ตาม สินค้าเครื่องสำอางไม่ได้ถูกทดสอบและรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แต่สินค้าส่วนใหญ่ได้รับการวิจัยและพัฒนาจากหลักการทางทฤษฎีของสารสำคัญ ที่มีประโยชน์ต่อผิวหนัง การศึกษาวิจัยมักทำให้หลอดทดลอง รวมไปถึง "อะมิโน แอซิด เปปไทด์" ที่กำลังฮือฮาก็เช่นกัน นับเป็นสารใหม่ล่าสุดในวงการเครื่องสำอาง ที่เป็นความหวังในการช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องอาศัยการฉีดยา หรือทำศัลยกรรม
"อะมิโน เปปไทด์" คืออะไร ?
เปปไทด์ คือ โมเลกุลของโปรตีนอะมิโน แอซิด หลายๆ โมเลกุลมาเกาะกันเป็นสายโซ่สั้นๆ มีการนำมาผสมผสานลงในสูตรตำรับของเครื่องสำอาง เช่น ครีมรอบดวงตา ครีมบำรุง ผิวหน้าและลำคอ เนื่องจากมีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยว่า เปปไทด์เหล่านี้สามารถ แทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังที่ลึกลงไปได้ ช่วยกระตุ้นการสมานแผล ยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า เช่น หน้าผาก รอบดวงตาและร่องแก้ม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีรายงานผลของเปปไทด์ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมๆ ไปกับการยับยั้งการทำลายคอลลาเจนอีกด้วย
ผลการศึกษาเหล่านี้ทำให้เชื่อได้ว่า "อะมิโน เปปไทด์" จะให้ประโยชน์ในการลดเลือนริ้วรอย ทำให้ร่องลึกของริ้วรอยบนใบหน้าน้อยลงหรือจางลง และป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ แถมผิวหนังยังเต่งตึงขึ้นจากการสร้างคอลลาเจนใหม่อีกด้วย ผลการลดริ้วรอยจะได้ผลประมาณ 16 - 27 % หากใช้อย่างต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมเครื่องสำอางมีความหวังว่า "อะมิโน เปปไทด์" น่าจะนำมาใช้ทดแทนการทำศัลยกรรมเลเซอร์ หรือการฉีดสารโบทอกส์หรือสารคอลลาเจนเข้าผิวหนัง เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดริ้วรอย สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการหรือกลัวเข็มฉีดยา
"อะมิโน เปปไทด์" ลดริ้วรอยได้จริงหรือไม่ ?
การศึกษาเรื่องอะมิโน เปปไทด์ ส่วนใหญ่เป็นการวิจัยในหลอดทดลอง ซึ่งเป็นที่ทราบกับดีในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า ผลการศึกษาที่ได้จากหลอดทดลอง อาจไม่ได้ผลในการวิจัยกับสัตว์ทดลอง และอาจไม่ได้ผลในคน เนื่องจากสารสำคัญที่ออกฤทธิ์จำเป็นต้องถูกนำส่งไปยังเป้าหมาย คือ ผิวหนังชั้นล่าง เช่นเดียวกับ "อะมิโน เปปไทด์" การที่จะให้มีประสิทธิผล เนื้อครีมต้องมีประสิทธิภาพในการปล่อยสารออกฤทธิ์ที่ผิวหนังชั้นล่างหรือผิว หนังแท้
ดังนั้น ประโยชน์ของอะมิโน เปปไทด์ จึงยังเป็นที่สงสัย เพราะสารที่จะเดินทางลึกลงไปยังผิวหนังชั้นล่างได้ จะต้องอยู่ในสภาพที่มีความคงตัวและต้องไม่ถูกย่อยสลายระหว่างการเดินทาง ความปลอดภัย
ผลการศึกษาในระยะสั้นยังไม่พบอาการข้างเคียงแต่อย่างใด แต่การใช้สะสมในระยะยาวนั้น ยังไม่มีการรายงานเรื่องผลข้างเคียง มีเพียงข้อบ่งชี้ว่าไม่ควรใช้แบบความเข้มข้นสูงมากกว่า 10 % เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อและผิวหนังย่นเป็นถุงได้
ข้อแนะนำการใช้เครื่องสำอางให้ได้ ผล
ผู้บริโภคยังไม่ควรตื่นเต้นกับสินค้าใหม่เหล่านี้ เพราะที่ผ่านมาสินค้าเครื่องสำอางเปรียบเสมือนแฟชั่น ที่ผู้ผลิตพยายามค้นหาสิ่งใหม่ๆ มาดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคเท่านั้น
1. ความทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้าด้วยครีมบำรุงผิวทุกครั้ง เพื่อปกป้องไม่ให้ผิวหน้าแห้ง นี่คือเคล็บลับสำคัญของการป้องกันการเกิดริ้วรอย (ควรป้องกันไว้ก่อน เพราะว่าง่ายกว่าการแก้ไขในภายหลัง)
2. เวลากลางวันอาจต้องทางครีมกันแดด เพื่อป้องกันรังสียูวีไม่ให้มาทำลายเซลล์ผิว
3. เวลากลางคืน ไม่ว่าจะนอนในห้องปรับอากาศหรือพัดลม ควรทาครีมบำรุงผิวหน้าก่อนนอน เพื่อไม่ให้ผิวหน้าแห้ง
4. ครีมบำรุงผิว อาจผสมสารอาหารต่างๆ เช่น วิตามินอี วิตามินซี อะโรเวล่า กรดผลไม้ หรืออะมิโน เปปไทด์ ก็สามารถทดลองได้ด้วยตัวเอง แต่ที่สำคัญที่สุด คือ การบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เพราะแม้จะเป็นเพียงครีมธรรมดาๆ ก็ตาม
ที่มา : นสพ.มติชน
ความคิดเห็น