bbcrew
ดู Blog ทั้งหมด

ผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเทียม

เขียนโดย bbcrew
Cocktail Dress Short Dresses Celebrity Inspired Dresses Unusual Wedding Dresses Beach Wedding Dress Plus Size Formal Dresses Womens Dresses Summer Wedding Dresses Hot Dresses Black Dress Bridal Dresses Dress for a Summer Wedding Modern Wedding Dresses Jessica Mcclintock Dresses Gothic Wedding Dresses Red Carpet Dresses Petite Dresses White Beach Dresses Mini Dress Girls Holiday Dresses Red Dress Homecoming Dresses Semi Formal Dresses Cocktail Dress for Juniors Plus Size Prom Dresses Girls Party Dresses Red Dress Pin Maternity Dresses Cheap Formal Dresses Casual Dresses Jessica Mcclintock Prom Dresses Wedding Dress Patterns Girls Spring Dresses Spring Party Dresses Graduation Dresses Wedding Dresses for Men Bridesmaids Dresses Cheap Cheap Medieval Wedding Dresses Free Dress Patterns Ladies Night Dress



คำว่า “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” ถือเป็นคำที่ได้ยินกันมานานแล้ว

หลายคนก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น เพราะแววตาที่ส่องประกายอยู่ในดวงตาของคนเรา สามารถบ่งบอกความหมาย และความรู้สึกนึกคิดได้

แต่ในอีกหลายคน ดวงตาอาจไม่ใช่หน้าต่างของหัวใจซะทีเดียว เพราะความผิดปกติที่เกิดขึ้นของดวงตา ทำให้ภาวะการมองเห็นสูญเสียไป ที่ภาควิชาจักษุวิทยาของโรงพยาบาลรามาธิบดีเองก็ได้มีการผ่าตัดแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับตาหลากหลายประการ หนึ่งในปัญหาที่พบกับผู้ป่วยโรคตา และกลายเป็นปัญหาทางกายและจิตใจค่อนข้างมากก็คือ ปัญหาความผิดปกติของกระจกตา ซึ่งการแก้ไขด้วยวิธีการผ่าตัดสามารถทำได้ด้วยการใส่ “กระจกตาเทียม” เข้าไปแทนที่

ก่อนอื่นมาทำความเข้า ใจกันก่อนว่า “กระจกตาเทียม” คืออะไร?

กระจกตาเทียม (Keratoprosthesis) คือ กระจกตาที่ทำจากวัสดุพลาสติกชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติใส คงทน และไม่ทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อร่างกายมนุษย์ เช่น polymethylmethacrylate (PMMA), poly (2-hydroxyethyl methacrylate) เป็นต้น

กระจกตาเทียมที่นิยมใช้กันในปัจจุบันอย่างกระจกตาเทียมบอสตัน (Boston Keratoprosthesis) ก็เป็นกระจกตาเทียมที่ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1960 และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 แต่ยังไม่เป็นที่ได้รับความสนใจเนื่องจากมีปัญหาภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นหลัง ผ่าตัด ต่อมาจึงได้มีการพัฒนารูปแบบของกระจกตาเทียม การผลิต เทคนิคการผ่าตัด เทคนิคการตรวจ และการติดตามรักษาผู้ป่วยหลังผ่าตัด ร่วมกับการวิจัยทางห้องปฏิบัติการเพื่อลดปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากกระจกตาเทียมรุ่นแรก ๆ ทำให้ได้กระจกตาเทียมที่มีลักษณะและคุณสมบัติที่สมบูรณ์แบบมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา การผ่าตัดกระจกตาเทียมบอสตันจึงถูกนำมาใช้รักษาในผู้ป่วยจริง และได้รับความสนใจอย่างสูงในประเทศสหรัฐอเมริกา

กระจกตาเทียม "บอสตัน" ทำจากวัสดุพลาสติกที่เรียกว่า polymethylmethacrylate ชนิดสำหรับใช้ในมนุษย์ ประกอบด้วยพลาสติก 2 ส่วนคือ ส่วนหน้าและส่วนหลัง มีรูปร่างคล้ายหัวเห็ด เนื่องจากกระจกตาเทียมเป็นพลาสติก PMMA ทั้งหมด จึงไม่สามารถนำมาเย็บเข้ากับดวงตาผู้ป่วยได้โดยตรง ดังนั้น ในขั้นตอนการผ่าตัดส่วนประกอบทั้ง 2 ส่วนจึงถูกนำมาประกบกับกระจกตาของมนุษย์ที่ได้รับจากการบริจาค ได้เป็นกระจกตาเทียมที่สมบูรณ์ แล้วนำไปผ่าตัดใส่ให้กับผู้ป่วย

ประโยชน์ของกระจกตาเทียม

ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีภาวะการมองเห็นเสียไป เนื่องจากโรคของกระจกตาที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการเปลี่ยนกระจกตาแบบ มาตรฐานซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มีโอกาสมองเห็นดีขึ้นส่งผลให้สุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น นอกจากนี้ กระจกตาเทียมชนิดนี้ยังมีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกับกระจกตาธรรมชาติ ทำให้ผลการรักษาในด้านความสวยงามอยู่ในระดับที่น่าพอใจอย่างมาก

ผู้ที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเทียม

ผู้ป่วยที่เป็นโรคของกระจกตาทั้ง 2 ข้างซึ่งมีระดับสายตาเลือนรางและเคยผ่านการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาแบบมาตรฐาน มาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งแต่ล้มเหลว เนื่องจากร่างกายสร้างปฏิกิริยาต่อต้านกระจกตาที่นำมาเปลี่ยนหรือไม่สามารถ รักษาให้หายได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาแบบมาตรฐานทั่วไป

ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องมีระบบน้ำตาและระบบผิวหน้าดวงตาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีการอักเสบเรื้อรัง มีประสาทตาปกติ ไม่เป็นโรคต้อหินระยะสุดท้าย และไม่เป็นโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเองในระดับรุนแรง

การดูแลหลังการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเทียม

การดูแลสำหรับผู้ที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเทียมจะเหมือนกับการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดตาทั่ว ๆ ไป คือเน้นเรื่องการรักษาความสะอาดบริเวณดวงตาและใบหน้า ต้องหยอดยาปฏิชีวนะและยาแก้อักเสบ เพื่อลดโอกาสของการติดเชื้อหรือการอักเสบรุนแรงหลังการผ่าตัด

ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเทียม

ภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเทียมใน ปัจจุบันคล้ายคลึงกับผลข้างเคียงจาก การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาทั่ว ๆ ไป เช่น ภาวะเลือดออกในลูกตา การติดเชื้อในลูกตา ซึ่งมีอัตราการเกิดค่อนข้างต่ำหรือน้อยกว่า 1%

นอกจากนี้ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเทียมซึ่งมีลักษณะ เฉพาะ คือ

1. การเสื่อมสลายของเนื้อเยื่อกระจกตาธรรมชาติที่อยู่รอบ ๆ กระจกตาเทียม อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงดังกล่าวในปัจจุบันพบได้น้อย เนื่องจากมีการพัฒนาของรูปลักษณ์และคุณสมบัติของกระจกตาเทียมให้เข้ากับ เนื้อเยื่อกระจกตาธรรมชาติได้มากขึ้นและมีการพัฒนายาหยอดตาที่ช่วยลดโอกาส การเสื่อมสลายของเนื้อเยื่อกระจกตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การมีเยื่อพังผืดหลังกระจกตาเทียม ในกรณีที่มีการอักเสบอย่างมากภายหลังการผ่าตัด อาจนำไปสู่การเกิดพังผืดขึ้นที่ด้านหลังกระจกตาเทียมซึ่ง อาจทำให้ระดับการมองเห็นที่ดีลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ภาวะแทรกซ้อนนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการให้ยาแก้อักเสบหลังการผ่าตัด แต่หากเกิดขึ้นแล้วก็สามารถรักษาได้โดยการยิงเลเซอร์เพิ่มเติม

3. การเกิดภาวะแทรกซ้อนในบริเวณด้านหลังของลูกตา เช่น ต้อหิน หรือจอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งพบได้ไม่มากและภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวสามารถรักษาได้ด้วยวิธีมาตรฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดโรคตาในปัจจุบัน จะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ค่อนข้างก้าวหน้าไปมาก แต่การดูแลตนเอง การดูแลดวงตาอันเป็นหน้าต่างของหัวใจให้ใช้งานได้ตราบนานเท่านาน ถือเป็นสิ่งสำคัญกว่ามาก ดังนั้น ควรหมั่นดูแลสุขภาพสายตาของตนเองให้มาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติของดวงตาในอนาคต

ที่มา : นสพ.เดลินิวส์

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น