ผลการวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ซึ่งเผยแพร่ในวารสารสูตินารีแพทย์และนรีเวชวิทยาแสดงให้เห็นว่า วิธี ทดสอบอย่างง่าย ๆ โดยใช้ค่าใช้จ่ายเพียง 2 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 66 บาท อาจช่วยแพทย์ป้องกันการเสียชีวิตของผู้หญิงในกลุ่มประเทศยากจนจากมะเร็งปาก มดลูกได้ปีละ 100,000 คน
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็ง ที่ทำให้ผู้หญิงเสียชีวิตมากที่สุดในประเทศกำลังพัฒนา โดยอุปสรรคสำคัญของกลุ่มประเทศดังกล่าวในการรับมือมะเร็งปากมดลูกคือ โครงสร้างพื้นฐานบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพต่ำและการตรวจโรค รวมถึงวัคซีนมีราคาแพง แต่นักวิจัยชาวอังกฤษเปิดเผยว่า การตรวจโดยใช้ตาเปล่าด้วยกรดอะซิติก หรือกรดน้ำส้ม (วีไอเอ) อาจเป็นคำตอบของเรื่องดังกล่าว เนื่องจากมีราคาถูกกว่าการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี หรือการตรวจเซลปากมดลูกในห้องทดลอง ซึ่งมักใช้ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 9 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 297 บาท) ทั้งนี้ แต่ละปีทั่วโลกมีผู้หญิงประมาณ 300,000 คนเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก และกว่าร้อยละ 85 ของการเสียชีวิตพบในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
นายเดวิด แม็กเกรเกอร์ แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน หัวหน้าคณะวิจัย เปิดเผยว่า วีไอเอเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและมีราคาถูก เพื่อตรวจคัดกรองรอยโรคระยะก่อนมะเร็งปากมดลูกสำหรับผู้หญิงในกลุ่มประเทศ กำลังพัฒนา และอาจช่วยลดการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 1 ใน 3 หรือสามารถช่วยชีวิตผู้หญิงได้เกือบ 100,000 คนต่อปี
ทั้งนี้ วีไอเอเป็นวิธีการทดสอบอย่างง่าย โดยใช้สารละลายกรดน้ำส้มในปริมาณเพียงเล็กน้อยทาบริเวณปากมดลูก เพื่อตรวจหารอยโรคระยะก่อนมะเร็งปากมดลูก และหากพบความผิดปกติก็จะสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า วิธีดังกล่าวมีประสิทธิภาพแม้ในคลินิกขนาดเล็กที่ไม่มีอุปกรณ์หรือห้องทดลองชั้นนำ
ที่มา mcot news
ความคิดเห็น