ทีมนักวิจัยจากสถาบันวิจัยเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพทางโภชนาการของสถาบัน Cornell Food and Brand Lab นำทีมโดย ด๊อกเตอร์ไบรอัน แวนซิงค์ ได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับว่าการตวงปริมาณของเหลว
เช่น ยาน้ำโดยใช้ช้อนโต๊ะเป็นอุปกรณ์ในการตวงปริมาณนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัยต่อร่างกาย
ผลงานและข้อมูลงานวิจัยอย่างละเอียดได้ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์และยา ชื่อว่า Annals of Internal Medicine ประจำวันที่ 5 มกราคม 2010
โดย ปกติผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด จะมีการรับประทานยาน้ำ ซึ่งมีการระบุไว้ว่าควรจะรับประทานเป็นปริมาณกี่ช้อนโต๊ะในแต่ละช่วงของวัน ซึ่งขนาดของช้อนโต๊ะ หรือช้อนที่เราใช้รับประทานอาหารมีหลายขนาดหลายประเภท จึงทำให้ปริมาณยาที่ตวงและรับประทานเข้าสู่ร่างกายไม่ใช่ปริมาณที่เหมาะสม
จริงอยู่ว่าอาจจะเป็นปริมาณเพียงน้อยนิดในแต่ละครั้งที่ทานยาจากการตวงด้วยช้อน โต๊ะ แต่ผู้ป่วยก็ต้องรับประทานติดต่อกันจนหายหรือหมดโดสยา ซึ่งกินเวลาหลายวัน การสะสมของปริมาณยาที่เกินในแต่ละครั้งที่ทาน หรือปริมาณที่ขาด จะส่งผลต่อสภาพภายในร่างกายหรือการรักษาโรคอีกด้วย
ในการทดลองให้ผู้ป่วยทำการทานยาน้ำด้วยการตวงจากช้อนโต๊ะ พบว่าในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 195 คน มีประมาณ 8 เปอร์เซนต์ที่ทานยาน้อยกว่าปริมาณที่กำหนด จากการใช้ช้อนโต๊ะตวง และประมาณ 12 เปอร์เซนต์ที่ทานยาในปริมาณมากกว่าที่กำหนดไว้ เนื่องจากการตวงจากช้อนโต๊ะ การใช้ช้อนโต๊ะที่มีขนาดปานกลาง ผู้ป่วยจะได้รับยาในปริมาณต่ำกว่ากำหนด แต่เมื่อใช้ช้อนขนาดใหญ่ก็จะทำให้ได้รับยาเกินขนาด ปริมาณยาที่เกินขนาดมีถึง 12 เปอร์เซนต์โดนเฉลี่ยของแต่ละครั้งที่ทานยา ซึ่งเมื่อคุณจำนวนครั้งที่ทานในแต่ละวัน และจำนวนวันที่ต้องรับประทานยาเพื่อรักษาอาการป่วยก็จะเห็นว่าปริมาณที่ร่าง กายรับยาเกินขนาดเข้าไปมีมากเช่นกัน ซึ่งยาบางตัวอาจจะส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายกว่าที่คิด ซึ่งปริมาณยาที่ตวงนี้จะมีผลต่อร่างกายคน และน่าเป็นห่วงในเด็ก หรือทารกเป็นอย่างมาก
ดังนั้น นักวิจัยจึงแนะนำถึงการวัดหรือตวงเมื่อ ต้องทานยาหรืออะไรก็ตามที่ต้องมีปริมาณที่แน่นอน เลือกใช้อุปกรณ์การวัดที่เหมาะสม เช่นถ้วยตวงหรือ หลอดฉีดยา หรือ อุปกรณ์ที่มีส่วนระบุหน่วยวัดที่ชัดเจนแน่นอน เพื่อสุขภาพที่ดีและความปลอดภัย
ที่มา vcharkarn.com
ความคิดเห็น