B.B.Smile
ดู Blog ทั้งหมด

ระวัง! "ตกม้าตายตอนจบ" กับภัยพิบัติระลอก2!!

เขียนโดย B.B.Smile

 ภัยพิบัติ คือสิ่งที่ทุกคนคุ้นหูแต่อาจจะไม่รู้จักดี โดยภัยพิบัติที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ส่วนมากมักจะเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรง เกิดขึ้นโดยฉับพลัน และเป็นอันตรายต่อบ้านเรือ ชีวิต ทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น แผ่นดินไหว สึนามิ หลุมยุบ ดินถล่ม หิมะถล่ม และ ภูเขาไฟระเบิด ซึ่งภัยพิบัติเหล่านี้หลายท่านคงจะคุ้นหูกันมามาก ไม่ว่าจะเป็นทางข่าวสาร อินเตอร์เน็ต ตลอดจนหน้าหนังสือพิมพ์ ที่มีทั้งการเตรียมตัวรับมือ การเอาชีวิตรอดจาก สถานการณ์ต่างๆ ที่ร้ายแรงและอันตราย แต่หารู้ไม่ว่าถึงแม้คุณจะสามารถเอาตัวรอดจากภัยพิบัติ ได้ แต่ก็อาจจะถูกฆ่าได้จากภัยระลอก 2! ไม่ว่าจะเป็น After Shock (อาฟเตอร์ช็อก)  Fire tornado (พายุหมุนไฟ) ภัยทางเพศ อาการบาดเจ็บต่างๆ และที่หนักยิ่งกว่านั้น คือภัยจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

               

ดังนั้นบีบี(B.B.Smile) เองจึงตัดสินใจเขียนบทความนี้ขึ้นมา และพยายามบอกเล่าสิ่งต่างๆ ที่บีศึกษาทั้งหมดผ่านทางตัวอักษร เพื่อเป็นแนวทางต่างๆ ในการมีชีวิตอยู่หลังเกิดเหตุภัยพิบัตินั้นๆ แล้ว โปรดให้คำแนะนำ หากผิดพลาดประการใด จะได้รีบแก้ไข ขอบคุณค่ะ

 

 



เหตุการณ์ที่จะนำเสนอเป็นอันดับแรกคือสิ่งที่มักเกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหว และ สึนามิคือ

อาฟเตอร์ช็อก (After Shock)

                เคยไหม? เวลาได้ยินข่าวต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นข่าวสึนามิ หรือ แผ่นดินไหวก็ตาม สิ่งที่มักได้ยินตามมาบ่อยๆ ก็คือ “อาฟเตอร์ช็อก” แล้วมันคืออะไร น่ากลัวอย่างไร และอันตรายมากน้อยแค่ไหน ไปดูกันดีกว่าค่ะ

 

1.            อาฟเตอร์ช็อกคืออะไร?

ตอบ อาฟเตอร์ช็อก แผ่นดินไหวที่เกิดตามหลังเหตุการณ์แผ่นไหวหลัก หรือ เมนช็อก(Main shock) และมีขนาดเล็กกว่า อาจเกิดขึ้นตามมาได้หลายครั้งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเมนช็อก

2.            อาฟเตอร์ช็อกจะเกิดขึ้นที่ไหน และ กินเวลานานเท่าไร?

ตอบ อาฟเตอร์ช็อก มักเกิดขึ้นบริเวณพื้นที่เดียวกัน เกิดขึ้นหลายๆ ครั้งอาจเป็นชั่วโมง วัน หรือหลายวัน และจะสะเทือนอยู่เป็นระยะๆ จนกว่าจะหยุดไหวสนิท

3.            ทำไมจึงต้องเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามหลังแผ่นดินไหว?

ตอบ อาฟเตอร์ช็อกเป็นเหมือนขั้นตอนที่หินใต้ผิวโลกพยายามปรับตัวให้คืนสภาพสมดุลหลังเกิดแผ่นดินไหว  

 

4.            เราจะป้องกันตัวจากอาฟเตอร์ช็อกอย่างไร?

ตอบ เมื่อแผ่นดินหยุดไหว ให้รีบออกจากอาคารโดยด่วน เพื่อป้องกันการสั่นไหวหรือ Aftershock ที่อาจจะเกิดตามมา ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่อาคารได้อีกการออกนอกอาคาร ห้ามใช้ลิฟท์เด็ดขาด และตรงไปยังจุดหลบภัย เช่น ที่โล่งซึ่งไม่มีอะไรล้มหรือหล่นลงมาใส่ได้ เช่น ป้ายโฆษณา ต้นไม้ ตึก หรือจุดที่พิจารณาซ้าย ขวา บน ล่างแล้วว่าปลอดภัย



 

เราถือว่าแผ่นดินไหวเป็นความเสียหายในระลอกแรก แต่ความเสียหายมันไม่หยุดเพียงแค่นี้ หลังจากนี้มีโอกาสเกิดไฟไหม้ น้ำ แก็ส หยุดเดิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตัดโอกาสรอดชีวิตของผู้คนไปมากกว่าเดิม และยังมีอาฟเตอร์ช็อกทำให้ตึกรามบ้านช่องถล่มลงมามากกว่าเดิม ถือว่าเป็นภัยระลอกสองซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน!!






ลำดับต่อมาที่พบเห็นได้ยาก แต่ถ้าหากเกิดขึ้นจริงก็รุนแรงไม่แพ้กัน และจัดอยู่ในภัยพิบัติระลอกที่สองด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ

 

พายุหมุนไฟ หรือเสาเพลิงหมุน หลายท่านคงจะไม่เคยได้ยินชื่อ ฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกับมันเลยดีกว่านะคะ

 

 

1.              พายุหมุนไฟ หรือเสาเพลิงหมุนคืออะไร?

ตอบ พายุหมุนไฟ หรือเสาเพลิงหมุน และยังมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการอีกเช่น ไฟปีศาจ (Fire devil) หรือ โทร์นาโดไฟ (Fire tornado) เป็น หนึ่งใน ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ยากยิ่งที่จะเกิดขึ้น มักเกิดจากกระแสลมพัดมาพบกับไฟป่าแล้วยกตัวขึ้น เกิดการหมุนวน พร้อมทั้งหอบเอาไฟขึ้นไปด้วย ทำให้เกิด เสาเพลิงหมุนในแนวดิ่งขึ้น

 

2.              เสาเพลิงหมุนรุนแรงมากน้อยแค่ไหน?

ตอบ เสาเพลิงหมุนอาจจะดูไม่สำคัญเพราะมักเกิดขึ้นในป่า แต่ครั้งหนึ่งในปี1923 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ครั้งใหญ่ในคันโต ประเทศญี่ปุ่น (Great Kanto Earthquake)

พร้อมทั้งปรากฏ เสาเพลิงหมุน ขนาดใหญ่ขึ้นโดยกินเวลา 15 นาทีและในเหตุการณ์แผ่นดินไหว และเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 38,000 คน และทำให้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ไปทั้งเมือง”

  

รูปภาพ เมืองที่เหลือแต่เถ้าถ่านจาก มหาเพลิงไหม้ หลังจากเหตุการณ์ Great Kanto Earthquake

3.              มีวิธีป้องกันตัวเองจากเสาเพลิงหมุนอย่างไร?

ตอบ ก่อนอื่นเมื่อเริ่มแผ่นดินไหว  มักจะมีไฟไหม้ตามมา  ถ้าเป็นไปได้ให้รีบปิดอุปกรณ์ทำความร้อนทั้งหมด รวมทั้งเตาแก๊ส  (กรณีพักในบ้านให้ดึงปลั๊กไฟออกให้หมด และปิดเบรคเกอร์) เพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ซึ่งเป็นสิ่งที่จุดประกายเสาเพลิงหมุน และให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่กว้างซึ่งล้อมรอบด้วยตึกอาคาร เพราะตึกอาคารนั้นเป็นเชื้อเพลิงที่ดี

ในหนังสือ 51 มหาวิบัติวันสิ้นโลก ได้กล่าวไว้ว่า หลังแผ่นดินไหวหากมีไฟไหม้ครั้งใหญ่เกิดขึ้น เปลวไฟจะเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง ความร้อนทั้งหลายก็จะลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าและผสมกับมวลอากาศเย็น จนกลายเป็นพายุหมุนเพลิงขึ้นมาในที่สุด พายุหมุนไฟเกิดขึ้นง่ายในพื้นที่กว้างเช่น โรงเรียน สนามกีฬา และสวนสาธารณะ ซึ่งมักจะเป็นที่หลบภัยชั่วคราว

ใครก็ตามที่ถูกดูดเข้าไปในพายุหมุนไฟ ยามที่ตกลงมาจะมีสภาพไหม้เกรียมเหมือนถูกย่างสด ศพที่เข้าไปจะร่วงลงมาจากฟ้าอย่างกับอุกกาบาตรนั้นเป็นภาพที่ น่าสยดสยองอย่างยิ่ง

 





 

ลำดับต่อมาอาจจะดูไม่สำคัญสำหรับท่านสุภาพบุรุษ แต่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับท่านสุภาพสัตรีทั้งหลายอย่างเราๆ นั่นก็คือ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ หลังการเกิดเหตุภัยพิบัติ

 

 

1.            ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศสำคัญอย่างไร?

ตอบ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศในตอนนี้อาจจะดูไม่มีความสำคัญ เพราะกฎหมายต่างๆ สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้ แต่ถ้าหากเกิดขึ้นหลังการเกิดภัยพิบัติ ซึ่งมีเหตุวุ่นวายขึ้นในหลายพื้นที่ นั่นเป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะท่ามกลางความวุ่นวายนั้น การแจ้งความกับตำรวจไม่สามารถช่วยเหลืออะไรคุณได้เลย เพราะทุกคนต่างเดือดร้อนเท่าๆ กัน ถึงแม้บ้านเมืองจะสงบสุขลงแล้ว การตามตัวคนร้ายนั้นก็เป็นเรื่องยากมากเสียด้วย ที่ร้ายแรงกว่านั้น คุณอาจจะหาตัวผู้ร้ายไม่พบ

 

2.            ภายหลังการเกิดภัยพิบัติจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ?

ตอบ เรื่องนี้บีบีนำข้อมูลมาจาก 51 มหาวิบัติวันสิ้นโลก ซึ่งผู้เขียนได้ระบุไว้ว่าเรื่องดั่งกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ไม่ตกเป็นข่าวเพราะคนส่วนใหญ่ที่โดนคุกคามทางเพศมักจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากจะลืมเรื่องนั้นไปเสีย

 

3.            เราจะป้องกันตัวเองอย่างไรเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อจากการถูกคุกคามทางเพศ?

ตอบ       พื้นฐานเลยนะค่ะ ก็คือ อย่านุ่งกระโปรงสั้น การแต่งกายต้องรัดกุม ไม่โป๊เกินไป เพราะจะทำให้ผู้ร้ายเกิดอาการหื่นกาม ให้หาผ้ามาปกปิดเนื้อตัวให้มิดชิดเสีย หากมีคนแปลกหน้า คนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนมาเกี้ยวพาราสีหรือ ทำทีเป็นแนะนำช่วย เช่น ชวนไปกินข้าวที่บ้าน หรืออาสาจะพาไปยังสถานที่หลบภัย อย่าไปเชื่อใจให้ตอบปัดๆ ไปก่อน

ส่วนวิธีการหนีจากการถูกข่มขืน และ เคล็ดลัดการเอาตัวรอด สามารถหาอ่านได้ที่นี่ค่ะ (ขออภัยที่ไม่สามารถนำมาลงให้อ่านกันเนื่องจากเนื้อที่มีจำกัด)

http://icare.kapook.com/rape.php?ac=detail&s_id=38&id=2874

http://icare.kapook.com/rape.php?ac=detail&s_id=38&id=1573







 

หัวข้อสุดท้ายคือเรื่อง 10 วิธีแห่งการเอาตัวรอดเบื้องต้นหลังจากการเกิดภัยพิบัติ ซึ่งน่าจะเป็นหัวข้อที่หลายท่านสนใจไม่น้อย และยังเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

 

 
กระเป๋าฉุกเฉินยามเกิดภัยพิบัติ

1.            ผ้าอนามัยสิ่งที่ใช้ห้ามเลือดได้ดีนัก

หลังจากการเกิดเหตุภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว มักจะมีผู้คนจำนวนมากบาดเจ็บ ในกรณีที่คนข้างๆ เราบาดเจ็บ เลือดไหลไม่หยุด ให้เราตรวจสอบหาบาดแผลของคนข้างๆ ว่า ปากแผลอยู่ที่ไหน หากเขาบาดเจ็บที่ขา หรือ แขนให้เราหาเชือกมารัดเหนือปากแผล อย่ารัดจนแน่นเกินไป และทำการห้ามเลือด หากคนๆ นั้นมีผ้าอนามัยให้ใช้ผ้าอนามัยแทนผ้าเช็ดหน้า เพราะจะสะอาดกว่าและมีคุณสมบัติในการซับเลือดได้ดีกว่า ใช้ผ้ากดที่ปากแผลและผูกเอาไว้ พร้อมทั้งพูดให้กำลังใจผู้บาดเจ็บว่า “ไม่เป็นอะไรหรอก”

 

2.            น้ำดื่มคือชีวิต

เราควรมีน้ำดื่ม 3ลิตร ต่อวัน ต่อคน แต่หากมีน้ำดื่มเพียงเล็กน้อย ควรจะค่อยๆ จิบ เฉพาะเวลาที่กระหายน้ำจริงๆ อย่าดื่มทีเดียวหมด และหากดื่มหมดแล้วอย่าเพิ่งทิ้งขวดเปล่า เพราะหากรอหลายวันหลังจากเกิดเหตุพิบัติแล้ว จะมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือแจกจ่ายน้ำ ในระหว่างนั้นอย่าทานของเผ็ดและของหวานเพราะจะทำให้กระหายน้ำ

 

3.       น้ำและอาหารเตรียมให้พร้อมสำหรับสามวัน (ในญี่ปุ่นสามวันแต่ในไทยอาจจะต้องรอถึงเจ็ดวัน)

หากเวลาผ่านไปสามวันในญี่ปุ่นมักจะมีหน่วยงานอาสาสมัครเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งระหว่างนั้นเราจำเป็นจะต้องเอาตัวรอดให้ได้ถึงสามวัน โดยเราจะต้องเตรียมอาหารสำหรับตัวเองและครอบครัวไว้สำหรับสามวัน ซึ่งหากมีอาหารพอสำหรับสองมื้อต่อวันรับรองว่าไม่อดตายแน่นอน ควรจะเตรียมอาหารไว้อย่างน้อยสามวันเพื่อสามารถเอาตัวรอดจากเหตุแผ่นดินไหว

4.            ห้องน้ำปัจจัยที่ขาดไม่ได้

แม้ว่าเราจะสามารถอดอาหารได้ แต่ก็ไม่สามารถทนที่จะไม่ขับถ่ายไม่ได้ และการอั้นไว้จะทำให้ร่างกายป่วยได้เหมือนกัน ดังนั้น ห้องน้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง แต่หลังการเกิดเหตุภัยพิบัติท่อน้ำมักแตก น้ำในห้องน้ำไม่สามารถใช้การได้ ห้องน้ำชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อเราใช้ห้องน้ำเสร็จก็ควรจะคิดถึงคนข้างหลังบ้าง เพราะกระดาษชำระต่างๆ มีจำนวนจำกัดและเมื่อใช้เสร็จก็อย่าลืมทิ้งให้เป็นทีเป็นทางด้วยล่ะ!

 
(ภาพประกอบห้องน้ำ ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง)

 

5.            คุณอาจจะแขนขาดขาขาดแต่ก็ไม่สามารถเข้ารับการรักษาจากแพทย์ได้ในทันที

เนื่องจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรุนแรงอย่างเช่นแผ่นดินไหว เพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เครื่องมือในการรักษาพยาบาลได้รับความเสียหาย และบุคลากรมีจำนวนจำกัด จึงต้องมีการจัดคิวก่อนหลังเพื่อที่จะให้ผู้ที่บาดเจ็บสาหัสที่สุดและมีโอกาสรอดมากที่สุดได้เข้ารับการรักษาก่อน หากคุณแขนขาดหรือขาขาดแต่หากไม่ใช่อาการบาดเจ็บถึงชีวิตหละก็ ก็จะได้รับการรักษาเป็นอันดับหลัง

 

การจำแนกผู้ป่วยตามความรุนแรงของการบาดเจ็บสามารถทำได้โดยการใช้ป้าย (Triage tag)



ขออภัยในความไม่สะดวกนะคะ เนื่องจากพื้นที่มีจำกัดลง ข้อที่ 5-6 ไม่พอ จึงต้องทำการแยกเป็นสองบล็อกนะคะ สามารถหาอ่านข้อที่ 5-6 ได้ที่ http://my.dek-d.com/bbjung/blog/?blog_id=10135384 ขอบคุณค่ะ

ไชโย (B.B.Smile) 

ความคิดเห็น

bbjung
bbjung 29 พ.ค. 54 / 14:12
ทำไมมันขึ้นมาไม่หมดอะ เขียนไว้ตั้งเยอะ  T-T
ความคิดเห็นที่ 2
เขีนยดีนี่ บีบี
ใช้ได้ใช้ได้
เก่งๆ
ความคิดเห็นที่ 3
เก่งแร้วคั้ปผม 55.
chereen
chereen 31 พ.ค. 54 / 19:56
 ชอบสุดผ้าอานามัยไว้ใช้ห้ามเลืด 55555
ความคิดเห็นที่ 5
ใช้ได้เลยครับ เขียนได้ดีเลยทีเดียว ส่วนภาพประกอบและการอธิบายก็ชัดเจนดีเยี่ยมครับ ^^
ความคิดเห็นที่ 6
เก่งๆ ขยันจังคับ สุ้ๆ ^^
ความคิดเห็นที่ 7
เนื้อหาดีจัง!!เก่งค่ะน้อง
ความคิดเห็นที่ 8
สุ้ ๆ นะ บีบี :D
บทความดีมากกกกกก
เนื้อหาครบถ้วนดีอ่ะ ^^
ชอบมากๆๆค่ะ
bbjung
bbjung 1 มิ.ย. 54 / 19:13
ได้รางวัลด้วย!! ดีใจมากเลย ขอบคุณเพื่อนพี่หมูหวาน กับเพื่อนๆ ชาวเด็กดีมากนะคะ ที่มาให้กำลังใจกันถึงที่ และแน่นอนค่ะขอบคุณพี่หมูหวานมากๆ เลยนะคะ ดีใจมากๆ เลย